stock2morrow สื่อ สถาบันความรู้ และสังคมของนักลงทุน
(293)

TOP 10 ประเทศที่คนจีนไปเที่ยวมากที่สุดเงินจากนักท่องเที่ยวจีนกำลังไหลไปประเทศไหนบ้าง?จากข้อมูลแนวโน้มการเดินทางต่างประเท...
12/08/2026

TOP 10
ประเทศที่คนจีนไปเที่ยวมากที่สุด

เงินจากนักท่องเที่ยวจีนกำลังไหลไปประเทศไหนบ้าง?

จากข้อมูลแนวโน้มการเดินทางต่างประเทศของชาวจีนในปี 2025–2026 ประเทศยอดนิยมกระจายตั้งแต่ญี่ปุ่น 🇯🇵 เกาหลีใต้ 🇰🇷 ไทย 🇹🇭 สิงคโปร์ 🇸🇬 มาเลเซีย 🇲🇾 เวียดนาม 🇻🇳 ไปจนถึงสหรัฐฯ 🇺🇸 และออสเตรเลีย 🇦🇺 โดยอันดับอาจแตกต่างกันตามช่วงเวลาและแหล่งข้อมูล เพราะบางฐานวัดจาก “การจอง/การค้นหา” ขณะที่บางฐานวัดจาก “จำนวนเดินทางจริง” (Dragon Trail⁠)



ไทยยังเป็นหนึ่งใน จุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวจีน และมีจุดแข็งที่คู่แข่งหลายประเทศไม่มีครบในที่เดียว

🏝️ ทะเล
🍜 อาหาร
🛍️ Shopping
💆 Wellness
🏨 โรงแรม
🌃 Nightlife
🙏 วัฒนธรรม
✈️ เที่ยวบินเชื่อมต่อจำนวนมาก

ที่สำคัญคือ ไทยยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มจุดหมายยอดนิยมของนักเดินทางจีนในหลายช่วงของปี 2025–2026



แล้วเงินจีนไปอยู่ตรงไหน ? ในแต่ละธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

นี่คือมุมที่นักลงทุนควรสนใจ

นักท่องเที่ยวจีน 1 คนไม่ได้สร้างรายได้ให้โรงแรมอย่างเดียว

✈️ สนามบิน/ สายการบิน

🏨 โรงแรม

🚕 Transport

🛍️ Retail

🍜 Restaurant

☕ Café

💳 Payment

📱 Telecom

เงิน 1 ก้อน → กระจายไปหลายอุตสาหกรรม

นี่คือเหตุผลว่าทำไม “การท่องเที่ยว” จึงเป็นธีมลงทุนที่ต้องมองเป็น Ecosystem



Insight สำหรับนักลงทุน

อย่าถามแค่เพียงว่า “ปีนี้จีนมาไทยกี่คน?”

ลองถามเพิ่มอีก 4 ข้อ

1️⃣ ใครมา?
นักท่องเที่ยวกลุ่ม Mass หรือ Premium?

2️⃣ พักกี่คืน?
Length of Stay สำคัญต่อรายได้มาก

3️⃣ ใช้เงินกับอะไร?
โรงแรม / Shopping / อาหาร / Wellness?

4️⃣ เงินไหลเข้าบริษัทไหน?

เพราะ…

นักท่องเที่ยว 10 ล้านคน

อาจมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ
ไม่เท่ากัน

ถ้ากลุ่มหนึ่งใช้เงินเฉลี่ยต่อทริปมากกว่าอีกกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ



🇨🇳 ทำไม “จีน” ถึงสำคัญ?

จีนเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีขนาดใหญ่มากของโลก

และข้อมูลคาดการณ์ปี 2026 ชี้ว่าการเดินทางข้ามพรมแดนของชาวจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปี 2025 (South China Morning Post⁠)

ดังนั้นการแข่งขันของประเทศในเอเชียจึงไม่ใช่แค่

“ใครมีโรงแรมเยอะกว่า?”

แต่กำลังกลายเป็น

🇹🇭 ใครดึง “นักท่องเที่ยวจีนคุณภาพ” ได้เก่งกว่า?

มาเที่ยวเยอะอย่างเดียวไม่ได้นะ … ต้องมาจับจ่ายเยอะด้วย และอย่ามาทำธุรกิจแข่งกับคนท้องถิ่นด้วยล่ะกัน 😁

ผ่าพอร์ตท่องเที่ยว TOP อาเซียน4 ประเทศ…แต่ “ลูกค้าหลัก” ต่างกันคนละเกมถ้ามองนักท่องเที่ยวเหมือน พอร์ตหุ้น แต่ละประเทศกำล...
12/08/2026

ผ่าพอร์ตท่องเที่ยว TOP อาเซียน

4 ประเทศ…แต่ “ลูกค้าหลัก” ต่างกันคนละเกม

ถ้ามองนักท่องเที่ยวเหมือน พอร์ตหุ้น แต่ละประเทศกำลังถือ “หุ้นคนละตัว” อยู่ในพอร์ต

🇹🇭 ไทย
พอร์ตค่อนข้างกระจายตัว
จีน 🇨🇳 มาเลเซีย 🇲🇾 รัสเซีย 🇷🇺 อินเดีย 🇮🇳 เกาหลีใต้ 🇰🇷 และตลาดระยะไกลอย่างยุโรป–สหรัฐฯ
ทำให้ไทยไม่ได้พึ่งตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงอย่างเดียว

🇲🇾 มาเลเซีย
จุดเด่นคือ นักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน
โดยสิงคโปร์ 🇸🇬 อินโดนีเซีย 🇮🇩 และไทย 🇹🇭 เป็นตลาดสำคัญ ขณะที่จีน 🇨🇳 กำลังเติบโตแรง โดย Q1/2026 จีนส่งนักท่องเที่ยวมาแล้วราว 1.4 ล้านคน เพิ่ม 25.2% YoY

🇻🇳 เวียดนาม
นี่คือประเทศที่น่าจับตาที่สุดในเชิง Growth
4 เดือนแรกปี 2026 รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8.8 ล้านคน +14.6% YoY และ Top 10 คิดเป็นประมาณ 72% ของทั้งหมด โดยจีน 🇨🇳 และเกาหลีใต้ 🇰🇷 รวมกันเกือบ 40%

🇸🇬 สิงคโปร์
เป็นพอร์ตที่มีฐานลูกค้าหลากหลาย ทั้งจีน 🇨🇳 อินโดนีเซีย 🇮🇩 มาเลเซีย 🇲🇾 ออสเตรเลีย 🇦🇺 และอินเดีย 🇮🇳 ซึ่งเป็น Top 5 ในปี 2025 และ STB คาดปี 2026 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 17–18 ล้านคน



Insight ที่นักลงทุนควรเห็น

“จำนวนนักท่องเที่ยว” ไม่ใช่ทุกอย่าง

ประเทศที่นักท่องเที่ยวเยอะที่สุด
ไม่ได้แปลว่าจะสร้างรายได้ต่อนักท่องเที่ยวได้สูงที่สุด

นักลงทุนจึงควรดูต่อว่า

ใครมา? → พักกี่คืน? → ใช้เงินเท่าไร? → ใช้กับธุรกิจอะไร?

นี่คือเหตุผลที่นักท่องเที่ยวจีน 1 ล้านคน กับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Luxury 1 ล้านคน อาจสร้างผลต่อเศรษฐกิจ ไม่เท่ากัน



เวียดนามกำลังเป็น “หุ้น Growth”

ตัวเลขของเวียดนามน่าสนใจมาก

4 เดือนแรกปี 2026
+14.6% YoY

ขณะที่ไทยช่วง Q1/2026 มีนักท่องเที่ยว 9.31 ล้านคน แต่ลดลง 3.4% YoY

พูดง่าย ๆ คือ

🇹🇭 ไทย = ตลาดใหญ่
🇻🇳 เวียดนาม = ตลาดที่กำลังโตเร็ว

นี่เป็นความแตกต่างที่นักลงทุนควรจับตา



รู้หรือไม่?

กรุงเทพฯ คือพระเอกของไทยแบบชัดเจน

TAT ระบุว่า Bangkok ครองอันดับ 1 ในรายงาน Ticket Collection 2026 ในฐานะ เมืองที่มียอดจองสูงสุดสำหรับปี 2026 และไทยอยู่ในอันดับ 2 ของ Top 10 holiday destinations ของรายงานดังกล่าว

ดังนั้นเวลาเราพูดถึง “ท่องเที่ยวไทย”

อย่ามองแค่

🏝️ ภูเก็ต
🌊 พัทยา
🏔️ เชียงใหม่

แต่ต้องมอง Bangkok + เมืองท่องเที่ยวหลัก เป็น Ecosystem ขนาดใหญ่ด้วย



แล้วนักลงทุนควรเอาไปใช้ยังไง?

เวลาเห็นข่าวว่า

“นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น”

อย่าเพิ่งกระโดดไปซื้อหุ้นโรงแรมทันที

ลองทำ Tourism Investment Map ก่อน 👇

✈️ นักท่องเที่ยวเดินทางเข้า → สนามบิน/สายการบิน

🏨 เข้าพัก → โรงแรม

🚆 เดินทางในเมือง → รถไฟฟ้า/ขนส่ง

🛍️ ช้อปปิ้ง → ค้าปลีก

🍜 กิน → ร้านอาหาร

☕ คาเฟ่ → เครื่องดื่ม

💳 จ่ายเงิน → ธนาคาร/Payment

นักท่องเที่ยว 1 คน = รายได้หลายอุตสาหกรรม

นี่แหละคือเหตุผลที่การท่องเที่ยวสามารถกลายเป็น “ธีมลงทุน” ได้ ไม่ใช่แค่เรื่องของโรงแรม



🎯

ลองคิดว่าประเทศทั้ง 4 เป็นกองทุน 4 กอง

🇹🇭 Thailand = Diversified Portfolio
🇲🇾 Malaysia = Regional Portfolio
🇻🇳 Vietnam = Growth Portfolio
🇸🇬 Singapore = Premium / Global Hub Portfolio

ไม่มีประเทศไหนดีกว่ากันทุกด้าน

แต่.. แต่ละประเทศมี “จุดแข็งของพอร์ตนักท่องเที่ยว” ต่างกัน



เรามาเอาใจช่วยการท่องเที่ยวไทย ด้วยการช่วยกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวดีๆไปด้วยกัน ^^

10/08/2026

#อสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือ Asset Class ที่มหาเศรษฐีทั่วโลกใช้ชนะเงินเฟ้อในระยะยาว
ซึ่งสำหรับอสังหาฯ สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ "ทำเลที่ตั้งของที่ดิน"
และวันนี้พี่ป้อม CEO ของ stock2morrow จะพาไปดูโอกาสในการลงทุนอสังหาฯในทำเลย่าน "วัชรพล-เทพรักษ์"
ผ่านโครงการของ PEACE & LIVING กับบ้านเดี่ยวโครงการ CHERENE พหล - วัชรพล
ทำไมย่านนี้จึงเป็นทำเลที่น่าสนใจในการลงทุน รับชมกันได้เลย
-------------------------
สำหรับใครที่สนใจโครงการ CHERENE พหล - วัชรพล
📣สอบถาม/นัดหมายเยี่ยมชมโครงการ
Tel : 093-996-6742
💬 Add Line : https://lin.ee/VhEeb5R
Map : https://bit.ly/4qASuMK
ัชรพล #บ้านเดี่ยวติดถนนใหญ่ #ลงทุนบ้านเดี่ยว

นักลงทุนที่มองเห็น “ระบบนิเวศ” จะมองเห็นโอกาสมากกว่าคนที่มองเห็นเพียงบริษัทเดียว เพราะเศรษฐกิจที่แข็งแรงไม่ได้เติบโตจากธ...
04/08/2026

นักลงทุนที่มองเห็น “ระบบนิเวศ” จะมองเห็นโอกาสมากกว่าคนที่มองเห็นเพียงบริษัทเดียว

เพราะเศรษฐกิจที่แข็งแรงไม่ได้เติบโตจากธุรกิจเพียงแห่งเดียว แต่เกิดจากการเชื่อมโยงของหลายอุตสาหกรรมที่เติบโตไปพร้อมกัน

และการท่องเที่ยวคือหนึ่งในเครื่องยนต์ที่สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจไทย



ช่วยกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ช่วยเป็นหูเป็นตา และดูแลนักท่องเที่ยวไปด้วยกัน

ไทยเรา ทำได้ด๊อยู่แล้ว ในเรื่องท่องเที่ยว ^^

กำหนดการนัดเปิดสนามในฤดูกาล 2026-2027(คืนวันศุกร์ที่ 21) เสาร์ 22 ส.ค. 02:00 น. Arsenal vs Coventry Cityเสาร์ 22 ส.ค. 18...
03/08/2026

กำหนดการนัดเปิดสนามในฤดูกาล 2026-2027

(คืนวันศุกร์ที่ 21) เสาร์ 22 ส.ค. 02:00 น. Arsenal vs Coventry City

เสาร์ 22 ส.ค. 18:30 น. Hull City vs Manchester United

เสาร์ 22 ส.ค. 21:00 น. Everton vs Crystal Palace

เสาร์ 22 ส.ค. 21:00 น. Ipswich Town vs Sunderland

เสาร์ 22 ส.ค. 21:00 น. Nottingham Forest vs Leeds United

อาทิตย์ 23 ส.ค. 00:30 น. Brentford vs Tottenham Hotspur

อาทิตย์ 23 ส.ค. 20:00 น. Brighton & Hove Albion vs Aston Villa

อาทิตย์ 23 ส.ค. 20:00 น. Manchester City vs AFC Bournemouth

อาทิตย์ 23 ส.ค. 22:30 น. Newcastle United vs Liverpool

อังคาร 25 ส.ค. 02:00 น. Fulham vs Chelsea



คุณล่ะ เชียร์ทีมไหน ? หรือ ซื้อหุ้นทีมไหนอยู่ ?

หุ้นเกาหลีใต้ร่วงแรง…แต่สิ่งที่นักลงทุนควรกลัว อาจไม่ใช่ “ตลาดหมี”หลายคนคิดว่า…ตลาดหุ้นจะร่วงแรง เพราะเศรษฐกิจแย่แต่เหตุ...
31/07/2026

หุ้นเกาหลีใต้ร่วงแรง…

แต่สิ่งที่นักลงทุนควรกลัว อาจไม่ใช่ “ตลาดหมี”

หลายคนคิดว่า…

ตลาดหุ้นจะร่วงแรง เพราะเศรษฐกิจแย่

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้ครั้งนี้ กำลังบอกเราว่า…

บางครั้ง “ข่าวดี” ก็ทำให้หุ้นร่วงได้เหมือนกัน



เกิดอะไรขึ้น?

หลังจากกระแส AI Boom ผลักดันให้หุ้นเทคโนโลยีเกาหลีใต้ เช่น Samsung และ SK Hynix พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง นักลงทุนทั่วโลกต่างเชื่อว่า “ยุคทองของ AI เพิ่งเริ่มต้น”

แต่เมื่อราคาหุ้นวิ่งนำพื้นฐานไปไกล…

เพียงแค่ผลประกอบการ “ดี แต่ไม่ดีพอ”

แรงขายก็เกิดขึ้นทันที

และเมื่อผสมกับการใช้ Leverage ในระดับสูง

ตลาดก็ยิ่งเร่งการปรับฐาน จนต้องมีการใช้ Circuit Breaker เพื่อหยุดการซื้อขายชั่วคราว



ตลาดไม่ได้ลงเพราะบริษัทแย่

นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด

Samsung ยังเป็นผู้นำด้านเซมิคอนดักเตอร์

SK Hynix ยังเป็นผู้ผลิตหน่วยความจำ AI ชั้นนำของโลก

ธุรกิจไม่ได้หายไป

กำไรก็ยังอยู่

แต่…

ราคาหุ้นก่อนหน้านั้น สะท้อน “ความหวังในอนาคต” ไปมากแล้ว

เมื่อความจริงต่ำกว่าความคาดหวังเพียงเล็กน้อย

ราคาหุ้นจึงตอบสนองอย่างรุนแรง



ตลาดหุ้นซื้อ “อนาคต”

นักลงทุนมือใหม่มักคิดว่า

กำไรโต = หุ้นต้องขึ้น

แต่ความจริงคือ

หุ้นขึ้นหรือลง เพราะ “เทียบกับสิ่งที่ตลาดคาดหวัง”

ถ้าทุกคนคาดว่าจะได้ 100

แต่บริษัททำได้ 95

แม้จะเป็นกำไรที่ดี

หุ้นก็อาจร่วงได้

ในทางกลับกัน

ถ้าตลาดคาดเพียง 50

แต่บริษัททำได้ 70

หุ้นอาจพุ่งแรง



Leverage คือเชื้อเพลิงของความผันผวน

ช่วงตลาดขึ้น

Leverage ทำให้กำไรโตเร็ว

แต่เมื่อราคาหุ้นเริ่มลง

Leverage ก็เปลี่ยนจาก “เครื่องยนต์”

กลายเป็น “ตัวเร่งไฟ”

การถูก Force Sell ต่อเนื่อง

ทำให้ราคาลงแรงกว่าที่พื้นฐานธุรกิจเปลี่ยนแปลงจริง



แล้วนักลงทุนไทยควรเรียนรู้อะไร?

ไม่ว่าจะลงทุนใน…

🇹🇭 หุ้นไทย

🇺🇸 หุ้นสหรัฐฯ

🇯🇵 หุ้นญี่ปุ่น

🇰🇷 หุ้นเกาหลี

หลักการเดียวกันเสมอ

อย่าซื้อเพราะ “ทุกคนกำลังซื้อ”

แต่อย่ามองข้ามคำถามสำคัญว่า

ราคาวันนี้… สะท้อนความคาดหวังไปมากแค่ไหน?



📚 3 บทเรียนสำคัญ

✅ หุ้นดี ไม่ได้แปลว่าซื้อได้ทุกระดับราคา

✅ ราคาหุ้นสะท้อน “อนาคต” มากกว่า “อดีต”

✅ การลงทุนที่ดี ไม่ใช่การไล่ตามกระแส แต่คือการเข้าใจ “มูลค่า” และ “ความคาดหวัง”



รู้หรือไม่?

ในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นโลก

หลายครั้งที่บริษัทระดับโลกมีผลประกอบการ “ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์”

แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวลง

ไม่ใช่เพราะบริษัทแย่ลง

แต่เพราะนักลงทุน “คาดหวังไว้สูงกว่านั้น”

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “Expectation Risk” หรือความเสี่ยงจากความคาดหวัง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนจำนวนมากประเมินตลาดผิดพลาด



แล้วคุณล่ะ…

ถ้าวันนี้หุ้นที่คุณถืออยู่

กำไรเติบโต

แต่ราคาขึ้นมาหลายร้อยเปอร์เซ็นต์

คุณจะ…

ถือยาว เพราะเชื่อในอนาคต

ทยอยขายทำกำไร

หรือรอซื้อเพิ่มเมื่อราคาปรับฐาน

….

หรือเป็นเพียง ผู้เฝ้ามองเสมอ อยู่นอกตลาด ?

18 ประเทศ 18 บริษัทโลกกำลังบอกอะไรเราผ่าน “บริษัทที่ใหญ่ที่สุด” ของแต่ละประเทศ?หลายคนอาจมองว่า…นี่เป็นเพียงรายชื่อบริษัท...
30/07/2026

18 ประเทศ 18 บริษัท

โลกกำลังบอกอะไรเราผ่าน “บริษัทที่ใหญ่ที่สุด” ของแต่ละประเทศ?

หลายคนอาจมองว่า…

นี่เป็นเพียงรายชื่อบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของแต่ละประเทศ

แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น…

รายชื่อเหล่านี้กำลังบอกว่า

โลกกำลังให้คุณค่ากับอุตสาหกรรมอะไร?



หากแบ่งทั้ง 18 บริษัทตามกลุ่มธุรกิจ

จะพบว่า…

เทคโนโลยี / Semiconductor
มากที่สุด

เช่น

Apple

TSMC

Samsung

Tencent

และยังรวมถึง Delta ตัวแทนจากประเทศไทยเรา

นี่สะท้อนว่า…

เทคโนโลยียังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจโลก



การเงิน

DBS

HSBC

MUFG

Royal Bank of Canada

คิดเป็นสัดส่วนรองลงมา

เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแค่ไหน

“ระบบการเงิน” ยังเป็นหัวใจของทุกประเทศ



พลังงาน

Saudi Aramco

IHC

สะท้อนว่า

แม้โลกจะพูดถึงพลังงานสะอาด

แต่ “พลังงาน” ยังเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล



อุตสาหกรรมและวิศวกรรม

Siemens

BHP

บ่งบอกว่า

โลกยังต้องการ

โรงงาน

ระบบอัตโนมัติ

โครงสร้างพื้นฐาน

และการผลิตขั้นสูง



Healthcare

Novo Nordisk

Roche

แม้จะมีเพียง 2 บริษัท

แต่ทั้งคู่มีมูลค่ามหาศาล

เพราะโลกกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

และความต้องการยา รวมถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง



👜 Luxury Brand

LVMH

เพียงบริษัทเดียว

แต่มี Market Cap ใหญ่กว่าบริษัทอุตสาหกรรมจำนวนมาก

แสดงให้เห็นว่า

“แบรนด์”

สามารถสร้างมูลค่าได้มหาศาล



สิ่งที่น่าสนใจที่สุด

ถ้านับทั้ง 18 ประเทศ

จะพบว่า

🥇 เทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด

🥈 การเงิน

🥉 พลังงาน

รองลงมาคือ

Healthcare

Industrial

Luxury



แล้วคุณล่ะ

เชื่อว่าอีก 10 ปีข้างหน้า กลุ่มไหนจะมีบริษัทมูลค่าสูงที่สุดของโลก ?

เพราะอะไร ? ลองวิเคราะห์กัน ^^

ไทย vs อิตาลีประเทศไทยมีพื้นที่ใหญ่กว่าอิตาลีเกือบ 70%และยังมีประชากรมากกว่าอีกด้วยอาหาร…ก็เป็น Soft Powerหลายคนคิดว่าอา...
25/07/2026

ไทย vs อิตาลี

ประเทศไทยมีพื้นที่ใหญ่กว่าอิตาลีเกือบ 70%

และยังมีประชากรมากกว่าอีกด้วย

อาหาร…ก็เป็น Soft Power

หลายคนคิดว่าอาหารเป็นแค่เรื่องของการกิน

แต่สำหรับหลายประเทศ

อาหารคือ “ธุรกิจ”

พิซซ่า

พาสต้า

เอสเปรสโซ

เจลาโต

ทำให้คนทั่วโลกนึกถึง “อิตาลี”

เช่นเดียวกับ

ต้มยำกุ้ง

ผัดไทย

ส้มตำ

แกงเขียวหวาน

ที่ทำให้คนทั่วโลกนึกถึง “ประเทศไทย”

เมื่ออาหารเดินทางไปทั่วโลก

ธุรกิจ ร้านอาหาร วัตถุดิบ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมก็เดินทางตามไปด้วย



ประเทศที่แข็งแรง…ไม่ได้เก่งแค่เรื่องเดียว

ลองสังเกตอิตาลี

เขาไม่ได้มีแค่แฟชั่น

ไม่ได้มีแค่รถสปอร์ต

ไม่ได้มีแค่อาหาร

แต่มีเศรษฐกิจที่กระจายอยู่ในหลายอุตสาหกรรม

เช่นเดียวกับประเทศไทย

หากเราสามารถต่อยอดจุดแข็งทั้งการท่องเที่ยว อาหาร สุขภาพ การแพทย์ และบริการได้มากขึ้น

โอกาสในการสร้างมูลค่าใหม่ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจที่สุด

ประเทศไทยมี

✅ พื้นที่มากกว่า

✅ ประชากรมากกว่า

✅ ทรัพยากรธรรมชาติหลากหลาย

ส่วนอิตาลีมี

✅ แบรนด์ระดับโลกจำนวนมาก

✅ สินค้ามูลค่าสูง

✅ Soft Power ที่แข็งแกร่ง

คำถามคือ…

ประเทศไทยจะเปลี่ยนข้อได้เปรียบที่มี ให้กลายเป็นมูลค่าเพิ่มระดับโลกได้มากขึ้นหรือไม่?



ไม่มีประเทศไหน “ดีกว่า” อีกประเทศ

แต่ทุกประเทศมี “จุดแข็ง” ที่แตกต่างกัน

ประเทศไทยโดดเด่นด้านการท่องเที่ยว อาหาร การบริการ และทำเลในภูมิภาค

อิตาลีโดดเด่นด้านการออกแบบ แฟชั่น วิศวกรรม และการสร้างแบรนด์

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ…

การเรียนรู้จุดแข็งของกันและกัน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน



เคารพกันและกัน

เราเที่ยวเค้า เค้าเที่ยวเรา

เจลาโต รสข้าวเหนียวมะม่วง ปรุงสูตรนี้ออกมา ขายดิบขายดี เนื้อเนียน ละมุน อัลตร้า ..

“ซิตี้” ผนึก “บีโอไอ” เปิดทางทุนโลกสู่ไทย เชื่อมเครือข่ายนักลงทุนกว่า 180 ประเทศ และเขตการปกครอง เสริมศักยภาพไทยสู่จุดหม...
24/07/2026

“ซิตี้” ผนึก “บีโอไอ” เปิดทางทุนโลกสู่ไทย เชื่อมเครือข่ายนักลงทุนกว่า 180 ประเทศ และเขตการปกครอง เสริมศักยภาพไทยสู่จุดหมายการลงทุนระดับโลก

• “บีโอไอ” เผย FDI ไทยครึ่งปี 2569 โตแกร่ง กลุ่ม “ดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์-เกษตรและอาหาร” ขึ้นแท่นอุตสาหกรรมดาวรุ่ง เร่งผนึกความร่วมมือรัฐ-เอกชน ส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาระบบนิเวศ

• “ซิตี้” เดินหน้าเชื่อมโยงนักลงทุนคุณภาพผ่านเครือข่ายใน 180 ประเทศและเขตการปกครองทั่วโลก หนุนไทยสู่จุดหมายการลงทุนนานาชาติ

• ชู “โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และระบบชำระเงินดิจิทัลไร้รอยต่อ” แต้มต่อสำคัญของไทย เอื้อการดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดนและการลงทุนจากทั่วโลก

กรุงเทพฯ 24 กรกฎาคม 2569 – ธนาคารซิตี้แบงก์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Thailand Board of Investment - BOI หรือ บีโอไอ) ขับเคลื่อนการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยอาศัยเครือข่ายของซิตี้ในกว่า 180 ประเทศและเขตการปกครองเพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนคุณภาพในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายสู่ประเทศไทย ควบคู่กับการร่วมมือกับสำนักงานบีโอไอในต่างประเทศจัดกิจกรรมโรดโชว์เพื่อเข้าถึงนักลงทุนในตลาดสำคัญและขยายโอกาสการดึงดูดกลุ่มทุนคุณภาพเข้าสู่ประเทศ พร้อมกันนี้ ซิตี้ยังนำเสนอโซลูชันทางการเงินครบวงจรที่ช่วยให้บริษัทข้ามชาติสามารถดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ได้อย่างไร้รอยต่อ ส่งเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่จุดหมายการลงทุนระดับโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า “ประเทศไทยยังคงมีความโดดเด่นในฐานะศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากจุดแข็งด้านทำเลยุทธศาสตร์ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพของบุคลากร ความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ ส่งผลให้มีการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) ประเทศไทยมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 1,473,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนนี้เป็น FDI มูลค่ากว่า 1,368,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมาจากอุตสาหกรรมดิจิทั อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เกษตรและแปรรูปอาหาร ขณะที่ประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด ได้แก่ สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร จีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ตามลำดับ"

บีโอไอให้ความสำคัญกับการผลักดันความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนให้ “การลงทุน” เป็นเครื่องยนต์หลักที่จะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และนำไปสู่การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยบีโอไอได้พัฒนามาตรการส่งเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และได้เปิดตัวกลไกใหม่ "Thailand FastPass" ผนึกกำลัง 8 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่นระยะเวลาอนุมัติ-อนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนลงกว่าร้อยละ 20-50 ซึ่งกลไกนี้ได้ปลดล็อกเม็ดเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 7 แสนล้านบาท

การจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างบีโอไอกับธนาคารซิตี้แบงก์ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการทำงานร่วมกับภาคธนาคาร เพื่อทำให้การดึงดูดและอำนวยความสะดวกโครงการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเป้าหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

มร.อมล กุปเต ผู้บริหารใหญ่ภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียน ธนาคารซิตี้แบงก์ กล่าวว่า “ซิตี้มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของประเทศไทย ผ่านการสนับสนุนบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาจัดตั้งธุรกิจ ลงทุน และขยายการดำเนินงานในประเทศ โดยปีหน้า ในโอกาสที่ธนาคารก้าวสู่การดำเนินธุรกิจปีที่ 60 ปีในประเทศไทย ซิตี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบีโอไอให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยอาศัยความแข็งแกร่งของเครือข่ายระดับโลก เพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนคุณภาพกับโอกาสการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในประเทศไทย สร้างโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาค”

ด้าน นางสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ซิตี้มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกในประเทศไทย และมีประสบการณ์อันยาวนานในการสนับสนุนความสำเร็จของบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศ การยกระดับความร่วมมือกับบีโอไอในครั้งนี้ จะช่วยเร่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า และเศรษฐกิจดิจิทัล นอกเหนือจากการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนแล้ว ความร่วมมือดังกล่าวยังจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว ผ่านการพัฒนาบุคลากร การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน”

ภายใต้ความร่วมมือกับบีโอไอ ซิตี้พร้อมอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยให้กับลูกค้ากลุ่มบริษัทข้ามชาติ ผ่านโซลูชันธุรกรรมระหว่างประเทศที่ครอบคลุมบริการด้านการเงินเพื่อการค้า การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และการจัดการเงินทุน ช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารกระแสเงินสดระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการดำเนินงานข้ามพรมแดนอย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ยังนำเสนอโซลูชันธุรกรรมภายในประเทศทั้งโซลูชันเพื่อการบริหารเงินทุนหมุนเวียน การบริหารสภาพคล่อง และการบริหารกระแสเงินสด ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบการชำระเงินดิจิทัลในประเทศไทยได้โดยตรง ช่วยให้ธุรกิจสามารถทำธุรกรรมได้ด้วยความเร็วระดับเรียลไทม์

ทำไม “นิคมอุตสาหกรรม” ถึงกลายเป็นดาวเด่นของตลาดหุ้น?หลายคนคิดว่า…นิคมอุตสาหกรรมคือแค่ “ที่ดิน”แต่ในสายตาของนักลงทุนระดับ...
24/07/2026

ทำไม “นิคมอุตสาหกรรม” ถึงกลายเป็นดาวเด่นของตลาดหุ้น?

หลายคนคิดว่า…

นิคมอุตสาหกรรมคือแค่ “ที่ดิน”

แต่ในสายตาของนักลงทุนระดับโลก…

มันคือ “ประตูสู่การเติบโตของเศรษฐกิจ”

ทุกครั้งที่บริษัทระดับโลกตัดสินใจสร้างโรงงานแห่งใหม่

สิ่งแรกที่พวกเขามองหา ไม่ใช่โรงงาน…

แต่คือ นิคมอุตสาหกรรมที่พร้อมรองรับการลงทุน



โลกกำลังเปลี่ยน…และประเทศไทยกำลังได้โอกาส

วันนี้โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคใหม่

AI

Cloud

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

Data Center

โลจิสติกส์อัจฉริยะ

เมื่อเทคโนโลยีเติบโต

ความต้องการพื้นที่สำหรับโรงงาน คลังสินค้า ศูนย์ข้อมูล และระบบสาธารณูปโภคก็เพิ่มขึ้นตาม

นี่คือเหตุผลที่หุ้นนิคมอุตสาหกรรมกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง



นิคมอุตสาหกรรม…ไม่ได้ขายแค่ “ที่ดิน”

โมเดลธุรกิจของผู้พัฒนานิคมสร้างรายได้จากหลายช่องทาง เช่น

ขายที่ดินอุตสาหกรรม

พัฒนาโรงงานและคลังสินค้า

สาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้าและน้ำ

โลจิสติกส์

พื้นที่สำหรับ Data Center

ยิ่งมีลูกค้าเข้ามาลงทุนมากเท่าไร ระบบนิเวศทางธุรกิจก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น



ทำไมประเทศไทยถึงยังเป็นเป้าหมายของนักลงทุน?

ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบหลายด้าน

ทำเลศูนย์กลางอาเซียน

ท่าเรือน้ำลึก

สนามบินนานาชาติ

โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แรงงานและซัพพลายเชนที่ครบวงจร

โดยเฉพาะพื้นที่ EEC (Eastern Economic Corridor) ที่ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลก



🚀 เมกะเทรนด์ที่กำลังผลักดันหุ้นนิคม

🔹 Data Center ต้องการพื้นที่และไฟฟ้าคุณภาพสูง

🔹 AI ทำให้ความต้องการศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น

🔹 EV ต้องการฐานการผลิตใหม่ในภูมิภาค

🔹 บริษัทระดับโลกกระจายฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยง

🔹 เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงไหลเข้าสู่ไทย

เมื่อทุกเทรนด์มาบรรจบกัน…

ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมจึงกลายเป็นหนึ่งในผู้ได้รับอานิสงส์โดยตรง



นักลงทุนไม่ได้มองแค่ “ยอดขายที่ดิน”

แต่กำลังมองว่า…

ใครมีพื้นที่พร้อมพัฒนา

ใครมีระบบสาธารณูปโภคครบ

ใครอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์

ใครมีลูกค้าระดับโลกเข้ามาลงทุน

เพราะสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยที่สร้างการเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะยาว



หุ้นแต่ละตัว…มีจุดแข็งต่างกัน

🔵 WHA เด่นด้านนิคม โลจิสติกส์ และคลังสินค้า พร้อมต่อยอดสู่ Data Center

🟢 AMATA มีฐานธุรกิจทั้งในไทยและเวียดนาม พร้อมพัฒนา Smart Industrial Estate

🟣 ROJNA มีรายได้จากทั้งนิคม โรงไฟฟ้า และสาธารณูปโภค

🔷 PIN ได้อานิสงส์จากการเติบโตของพื้นที่ EEC และการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่

🟠 NNCL มีจุดแข็งในประสบการณ์และหลายนิคมมีความเจริญรอบด้าน พร้อมโครงสร้างพื้นฐานรองรับภาคการผลิต

ซึ่งแต่ละบริษัทมีโมเดลธุรกิจและจุดเด่นไม่เหมือนกัน การศึกษารายละเอียดก่อนลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญ



เอาล่ะ ถึงตรงนี้แล้ว

ช่วยบอกหน่อยว่า คุณเลือกหุ้นนิคมฯตัวไหนใน 5 ตัวนี้ ?

หรือมีหุ้นตัวอื่นที่มองว่าน่าสนใจกว่า ?

บอกมาๆ 😁



#หุ้น #หุ้นนิคม

ที่อยู่

เลขที่ 1 อาคาร Park Silom ชั้น 30 ถ. สีลม แขวงสีลม เขตบางรัก
Bangkok
10500

เบอร์โทรศัพท์

+66909802196

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ stock2morrowผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์