03/09/2026
สองสามเดือนที่ผ่านมา มีเจ้าของธุรกิจหลายคนทักหาผม ให้ช่วยทำระบบแก้ปัญหาเฉพาะอย่าง เช่น ระบบเช็คสลิป ดึงคนเข้ากลุ่ม, ระบบวัด KPI แอดมินตอบแชท, ระบบจองต่างๆ
หรือแม้แต่ตัวผมเองก็ต้องทำระบบหลังบ้านให้รองรับกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาทักถามสินค้าเช่นกัน
ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้น ณ Day1 ที่เริ่มธุรกิจ
แต่อาจจะเป็น Day30 Day60
ที่พวกเค้าเริ่ม “มือเปื้อน”
จากการเก็บข้อมูลซ้ำๆ
เก็บข้อมูล การทำงานของแอดมิน (แอดมินน้อย ทำไม่ทัน)
เก็บข้อมูลสถิติจากแพลตฟอร์ม (จ่ายเงินไม่สำเร็จ สลิปปลอม)
เก็บข้อมูลคำบ่นลูกค้า (ตอบช้า เมื่อไรจะได้ของ)
Data หลายๆอย่าง อาจไม่ได้เกิดพร้อมกันทีเดียว
เราได้แค่แก้ทีละอย่าง
เหมือนอุดรอยรั่วให้น้อยลง
…จนหยุดสนิท
รอยรั่วเป็นได้ทุกๆอย่างในระบบธุรกิจ เช่น
- ทางบัญชี: ขาดทุน/กำไรน้อยลง
- Customer experience: ตอบลูกค้าช้า, ซื้อของไม่ได้
- Operation: ส่งของผิด, ถึงช้า
ตรงนี้ก็ต้องหาวิธีแก้ อุดรอยรั่วกันไป
ซึ่งส่วนใหญ่ มีผลกระทบตามกัน เช่น
• ค่าส่ง ค่าแพ็คเกจจิ้งแพงขึ้น ทำให้กำไรน้อยลง
(Operation > บัญชี)
• แอดมินไม่พอ ทำให้ลูกค้าไม่พึงพอใจ
(operation > Customer experience )
ทีนี้ถ้าเรา มี Data มากพอ ก็จะบรรเทาผลกระทบได้
ขอยกตัวอย่างที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ เรื่อง ค่าส่งพัสดุ
ผมได้ลองเปรียบเทียบค่าขนส่งของ 3 บริษัทขนส่ง ใน 2 location
เอาข้อมูลการขาย อย่าง ยอดเรียกเก็บเงินปลายทาง ค่าส่ง ขนาดกล่อง
โยนให้ Claude วิเคราะห์ว่า จะส่งกับเจ้าไหน สาขาไหนดี
ได้ข้อสรุปว่า ถ้ากล่องไม่เกินไซส์นี้ ส่งกับบริษัทนี้ สาขานี้นะ
ถ้าเกิน ส่งกับเจ้านี้ อีกสาขาดีกว่า
ต่อมาเปรียบเทียบคุณภาพการนำส่ง ความเร็วเงินเข้าบัญชี
จนได้ข้อสรุปที่ชัดเจนสำหรับ รอยรั่วเรื่อง logistics
ต่อมาก็มาแก้เรื่องการทำตลาด เช่น
วิเคราะห์ยอดสั่งซื้อ จากการลงคลิป
(ระยะเวลาคลิป, ช่วงเวลาลงคลิป)
จนได้ trick การลงคลิปที่ไม่เน้นปริมาณ เน้นคุณภาพ ดันยอดวิวของแพลตฟอร์ม
เห็นได้ชัดว่า ทุกๆอย่าง ต้องมี data ไว้วิเคราะห์ระบบเราเสมอ
ถามว่า AI ให้คำแนะนำเรื่องพวกนี้ได้ไหม
ผมจะบอกว่า ได้บางส่วนแต่ไม่ Accurate
คือ AI หรือ machine learning เนี่ย
มันจะฉลาดเมื่อเรา feed data ให้มันเรียนรู้เยอะๆเนอะ
ถ้าเรามี data แค่ 5 ชุด ผลมันไม่แม่นเท่าเรามี data 100 ชุดอยู่แล้ว
เป็นเหตุผลว่าทำไม solution ที่ดี อาจไม่ได้เริ่มที่ Day1
แต่ต้องมือเปื้อน ‘Data’ ให้มากพอถึงจะพัฒนาระบบได้ยั่งยืน