Banking and Insurance

Banking and Insurance Banking and Insurance fan page delivers comprehensive news and updates from the world of banking, finance, and insurance.

We also cover developments from publicly listed companies and beyond. Don’t hesitate to let us help share your news with the world.

KTAM เห็นโอกาสเติบโตจากหุ้นชั้นนำในเกาหลีใต้ เปิดขาย KT-KOREA IPO 18 -22 พ.ค. นี้นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บ...
18/05/2026

KTAM เห็นโอกาสเติบโตจากหุ้นชั้นนำในเกาหลีใต้ เปิดขาย KT-KOREA IPO 18 -22 พ.ค. นี้

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง จากแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม Semiconductor ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ รวมถึงการผลักดันนโยบาย “Value-Up Program” เพื่อยกระดับมูลค่าตลาดทุนจากภาครัฐ นอกจากนี้ Valuation ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นพัฒนาแล้วหลายแห่ง ทำให้นักลงทุนมีโอกาสเข้าลงทุนในบริษัทชั้นนำระดับโลกในระดับราคาที่เหมาะสม พร้อมเพิ่มโอกาสกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนไปยังเศรษฐกิจเอเชียที่มีศักยภาพเติบโตสูง บริษัทฯ จึงได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดเคแทม South Korea Equity Passive (KT-KOREA) (ความเสี่ยงระดับ 6) เปิดเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 18 – 22 พ.ค. 69 นี้

กองทุน KT-KOREA เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน iShares MSCI South Korea ETF (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ทั้งนี้ กองทุนหลักเป็นกองทุนอีทีเอฟ ซึ่งจะเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางของประเทศเกาหลีใต้ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี MSCI Korea 25/50 Index (ดัชนีอ้างอิง) เพื่อมุ่งหวังให้ผลการดำเนินงานของกองทุนใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิง

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจ จากการอยู่ในช่วงการปรับมูลค่าใหม่ตามกระแสการเติบโตของเทคโนโลยี AI ทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศ นำโดย Samsung Electronics และ SK Hynix ที่ยังมีระดับมูลค่าหุ้นอยู่ในเกณฑ์น่าสนใจเมื่อเทียบกับหุ้น AI ชั้นนำระดับโลก โดย Forward P/E ของทั้งสองบริษัทยังอยู่เพียงประมาณ 6-7 เท่า ซึ่งสะท้อนโอกาสการเติบโตที่ยังมีอยู่ในระยะข้างหน้า (ที่มา: KTAM, Bloomberg, ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ค. 69)

โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 69 กองทุนหลักได้มีการกระจายการลงทุนไปยังหุ้นกลุ่มบริษัทชั้นนำในเกาหลีใต้ โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ Samsung Electronics Ltd บริษัทข้ามชาติรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ซึ่งดำเนินธุรกิจหลักในการผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก, SK Hynix Inc บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และชิปหน่วยความจำ โดยเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลักและผู้นำเทคโนโลยีชิปหน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรม AI ในปัจจุบัน, Hyundai Motor บริษัทผลิตรถยนต์และยานยนต์ข้ามชาติสัญชาติเกาหลีใต้, KB Financial Group Inc กลุ่มบริษัทโฮลดิ้งทางการเงินชั้นนำ ดำเนินธุรกิจให้บริการทางการเงินและธนาคารอย่างครบวงจรทั้งในเกาหลีใต้และระดับสากล และ SK Square LTD บริษัทโฮลดิ้งด้านการลงทุนระดับโลกที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มธุรกิจ SK Group ยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการและลงทุนเชิงรุกในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

นอกจากนี้ กองทุนหลักได้มีการกระจายสัดส่วนการลงทุนหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเบื้องต้นในกระจายการลงทุนไปยังกลุ่ม IT 44.91%, Industrials 21.52%, Financials 11.29%, Consumer Discretionary 7.25% และ Health Care 4.33 (ที่มา: iShares, ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 69 ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนและหลักทรัพย์ที่ลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลัก)

"เรามองว่าเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ด้าน AI และเทคโนโลยีโลกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำในกลุ่ม Semiconductor และเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก ประกอบกับมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐและระดับราคาหุ้นที่ยังน่าสนใจ จึงอาจเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มทางเลือกการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว” นางชวินดา กล่าว

"ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 และธนาคารกรุงไทย หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn

ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุนที่สำคัญ : ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตราสาร ความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนในหลักทรัพย์เฉพาะกลุ่มธุรกิจ ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อนของการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ความเสี่ยงในเรื่องคู่สัญญาในการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย์ ความเสี่ยงจากข้อจำกัดการนำเงินลงทุนกลับประเทศ และความเสี่ยงที่เกิดจากการย้ายการลงทุนไปกองทุนอื่น

คำเตือน กองทุนนี้มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงโดยดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับเงินคืนต่ากว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

ทิพยประกันภัย จับมือ สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ พัฒนาสวัสดิการประกันภัย สร้า...
18/05/2026

ทิพยประกันภัย จับมือ สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ พัฒนาสวัสดิการประกันภัย สร้างความมั่นคงให้นักศึกษาและบุคลากรอาชีวะเอกชน

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (PVET) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมสวัสดิการด้านการประกันภัย สนับสนุนกิจกรรมทางการศึกษา และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตสร้างความมั่นคงให้แก่บุคลากร นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันภัย เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงประกันภัยให้แก่สมาชิกสมาคมฯ อย่างทั่วถึง

พิธีลงนามความร่วมมือจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามกับนายวิเชียร เนียมน้อม นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กล่าวว่า ทิพยประกันภัยให้ความสำคัญกับบทบาทของอาชีวศึกษาเอกชนในฐานะกำลังสำคัญในการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะและศักยภาพตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

“ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของทิพยประกันภัยในการร่วมดูแล สนับสนุน และส่งมอบสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยให้แก่สมาชิกของวิทยาลัยในสังกัดสมาคมฯ กว่า 400 แห่งทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างความมั่นคง ความอุ่นใจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน” ดร.สมพร กล่าว

ทั้งนี้ ทิพยประกันภัยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับสมาชิกสมาคมฯ ครอบคลุมทั้งระดับสถานศึกษา ผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนสมาชิกในครอบครัว เพื่อให้สามารถเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสมในราคาพิเศษ พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

ด้านนายวิเชียร เนียมน้อม กล่าวว่า สมาคมฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับทิพยประกันภัย ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจในธุรกิจประกันภัยมาอย่างยาวนาน โดยการมีระบบประกันภัยที่ได้มาตรฐานเข้ามาดูแลสถานศึกษาและบุคลากรในเครือสมาคมฯ จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจให้แก่ผู้ปกครอง ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา รวมถึงช่วยยกระดับการบริหารจัดการด้านสวัสดิการของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านประกันภัย การบริหารความเสี่ยง และความปลอดภัยภายในสถานศึกษา ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการ เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตและศักยภาพของเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน

สำหรับสมาชิกสมาคมฯ สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยผ่าน QR Code บนสื่อประชาสัมพันธ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Line Official และ Call Center โทร. 1736 ตลอด 24 ชั่วโมง

เอไอเอ จับมือ ศูนย์ศรีพัฒน์ มช. ย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ส่งเสริมการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-dose CT ...
18/05/2026

เอไอเอ จับมือ ศูนย์ศรีพัฒน์ มช. ย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ส่งเสริมการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-dose CT (LDCT)”


เอไอเอ ประเทศไทย เดินหน้าส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมยกระดับการตรวจสุขภาพของคนไทย โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเทคโนโลยี Low-dose CT Scan (LDCT) ซึ่งเป็นวิธีการตรวจที่มีความไวสูง สามารถตรวจพบความผิดปกติหรือก้อนขนาดเล็กในปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้ยังไม่แสดงอาการ และใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่าการทำ CT Scan แบบทั่วไป จึงมีความปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการตรวจในระยะยาว

เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ เอไอเอ ได้ร่วมมือกับ ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็น โรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปอด การตรวจคัดกรองด้วย Low-dose CT Scan (LDCT) และแนวทางการตรวจสุขภาพที่เหมาะสม โดยได้รับเกียรติจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งปอด อาทิ แพทย์ระบบทางเดินหายใจ รังสีแพทย์ ศัลยแพทย์ และแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยา ร่วมถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างรอบด้าน

คุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจประกันสุขภาพ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ศูนย์ศรีพัฒน์เป็นโรงพยาบาลที่ได้รับความไว้วางใจจากชาวเชียงใหม่และประชาชนในภาคเหนือมาอย่างยาวนาน ด้วยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย อีกทั้งยังเป็นโรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network ที่มีผลงานด้านการดูแลลูกค้าเอไอเออยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งในการยกระดับคุณภาพการรักษาไปด้วยกัน กิจกรรมในวันนี้มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่มีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพปอด ในนามของเอไอเอจึงอยากส่งเสริมให้คนไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือให้ความสำคัญกับการป้องกันและการตรวจสุขภาพเชิงรุก และเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วย Low-dose CT เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง”

กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นการต่อยอดความร่วมมืออย่างต่อเนื่องหลังจากที่เอไอเอและศูนย์ศรีพัฒน์ ฯ ได้ร่วมจัดกิจกรรม Open House แก่พลังตัวแทนและลูกค้าเอไอเอ เพื่อเปิดโอกาสให้เยี่ยมชมศักยภาพด้านสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ และการใช้เทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยในหลากหลายสาขา โดยความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงเป้าหมายร่วมกันของเอไอเอและศูนย์ศรีพัฒน์ ฯ ในการยกระดับการดูแลสุขภาพของคนไทย จากการตรวจสุขภาพขั้นพื้นฐานไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นขยายการรณรงค์ด้านการตรวจคัดกรองและการให้ความรู้ด้านสุขภาพไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถลดความเสี่ยงจากโรคร้ายอย่างมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอย่างยั่งยืน ตามพันธกิจของเอไอเอที่ว่า ‘Healthier Longer Better Live – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’

วิริยะประกันภัย เดินหน้าส่งเสริมเครือข่าย “อาสาตาจราจร”เชิดชูพลเมืองดี สร้างสังคมปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องพลตำรวจเอก ส...
18/05/2026

วิริยะประกันภัย เดินหน้าส่งเสริมเครือข่าย “อาสาตาจราจร”
เชิดชูพลเมืองดี สร้างสังคมปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง

พลตำรวจเอก สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจโท จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านปฏิบัติการด้านศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ รวมถึงภาคีเครือข่าย ทั้ง จส.100 และ สวพ.91 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ “โครงการอาสาตาจราจร” ประจำเดือนธันวาคม 2568 และมกราคม 2569 แก่ประชาชนเจ้าของคลิปกล้องหน้ารถที่บันทึกอุบัติเหตุทางถนนหรือการกระทำผิดกฎจราจร ทั้งหมด 20 รางวัล รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาท เพื่อส่งเสริมบทบาทของภาคประชาชนร่วมเฝ้าระวังและสะท้อนปัญหาการใช้รถใช้ถนน พร้อมเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ช่วยให้สังคมเกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการเคารพกฎจราจร โดยพิธีมอบจัดขึ้น ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

สำหรับ โครงการ “อาสาตาจราจร” มุ่งเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมส่งคลิปจากกล้องหน้ารถหรือข้อมูลเหตุการณ์บนท้องถนนที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การกระทำผิดกฎจราจร หรือพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ โดยผู้สนใจร่วมโครงการ สามารถส่งคลิปพยานหลักฐานได้ที่ช่องทาง เพจ “อาสาตาจราจร คลิปอุบัติเหตุ กล้องหน้ารถ” เพจตำรวจทางหลวง เพจกองบังคับการตำรวจจราจร รวมถึงเพจภาคีเครือข่ายที่ร่วมโครงการ ทั้งเพจมูลนิธิเมาไม่ขับ จส.100 และสวพ.91 ทั้งนี้ เจ้าของคลิปวิดิโอที่ได้รับการคัดเลือก นอกจากจะได้รับเงินรางวัลแล้ว ยังได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยกย่องในฐานะพลเมืองดีที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยทางการเดินทางอีกด้วย

เชิดชูพลเมืองดี สร้างสังคมปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง     พลตำรวจเอก สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่ง...
18/05/2026

เชิดชูพลเมืองดี สร้างสังคมปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง

พลตำรวจเอก สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจโท จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านปฏิบัติการด้านศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ รวมถึงภาคีเครือข่าย ทั้ง จส.100 และ สวพ.91 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ “โครงการอาสาตาจราจร” ประจำเดือนธันวาคม 2568 และมกราคม 2569 แก่ประชาชนเจ้าของคลิปกล้องหน้ารถที่บันทึกอุบัติเหตุทางถนนหรือการกระทำผิดกฎจราจร ทั้งหมด 20 รางวัล รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาท เพื่อส่งเสริมบทบาทของภาคประชาชนร่วมเฝ้าระวังและสะท้อนปัญหาการใช้รถใช้ถนน พร้อมเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ช่วยให้สังคมเกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการเคารพกฎจราจร โดยพิธีมอบจัดขึ้น ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

สำหรับ โครงการ “อาสาตาจราจร” มุ่งเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมส่งคลิปจากกล้องหน้ารถหรือข้อมูลเหตุการณ์บนท้องถนนที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การกระทำผิดกฎจราจร หรือพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ โดยผู้สนใจร่วมโครงการ สามารถส่งคลิปพยานหลักฐานได้ที่ช่องทาง เพจ “อาสาตาจราจร คลิปอุบัติเหตุ กล้องหน้ารถ” เพจตำรวจทางหลวง เพจกองบังคับการตำรวจจราจร รวมถึงเพจภาคีเครือข่ายที่ร่วมโครงการ ทั้งเพจมูลนิธิเมาไม่ขับ จส.100 และสวพ.91 ทั้งนี้ เจ้าของคลิปวิดิโอที่ได้รับการคัดเลือก นอกจากจะได้รับเงินรางวัลแล้ว ยังได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยกย่องในฐานะพลเมืองดีที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมแห่งความปลอดภัยทางการเดินทางอีกด้วย

FWD ประกันชีวิต จัดงาน “Meet the CEO” ต้อนรับ “ณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย” ก้าวสู่บทบาทผู้นำองค์กรพร้อมสานต่อความสำเร็จและขั...
18/05/2026

FWD ประกันชีวิต จัดงาน “Meet the CEO” ต้อนรับ “ณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย”
ก้าวสู่บทบาทผู้นำองค์กรพร้อมสานต่อความสำเร็จและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
Meet the CEO

บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ FWD ประกันชีวิต นำโดย นายบินนายัค ดัตตา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจของเอฟดับบลิวดี กรุ๊ป พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน จัดกิจกรรม “Meet the CEO” เพื่อต้อนรับ นายณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำประเทศไทย โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง
ภายในงาน นายณัฐพิสิษฐ์ ได้พบปะและพูดคุยกับพนักงานอย่างใกล้ชิด พร้อมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในการต่อยอดความแข็งแกร่งของ FWD ประกันชีวิต โดยมุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ในโอกาสเดียวกัน นายเดวิด โครูนิช อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำประเทศไทยและกัมพูชา ซึ่งจะเกษียณอายุในช่วงกลางปีนี้ ได้ร่วมแสดงความยินดีกับผู้บริหารคนใหม่ ทั้งนี้ นายเดวิดจะยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารในบอร์ดเอฟดับบลิวดี ประเทศไทย และมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาให้กับเอฟดับบลิวดี กรุ๊ป เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรในช่วงการเปลี่ยนผ่าน และสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

KBank จับมือ PingPong ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เสริมแกร่งธุรกิจเชื่อมตลาดโลกผ่านโซลูชันชำระเงินข้ามพรมแดนครบวงจร    ก...
18/05/2026

KBank จับมือ PingPong ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เสริมแกร่งธุรกิจเชื่อมตลาดโลกผ่านโซลูชันชำระเงินข้ามพรมแดนครบวงจร

กสิกรไทย ร่วมกับ PingPong ผู้ให้บริการโซลูชันการชำระเงินข้ามพรมแดนระดับโลก ได้ประกาศลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกันพัฒนาบริการทางการเงินและการชำระเงินข้ามพรมแดน รองรับการเติบโตของธุรกิจทั้งในภูมิภาคและระดับโลก ในงาน Money20/20 Asia ที่กรุงเทพฯ

ดร. กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินข้ามพรมแดนที่เชื่อมโยงการใช้จ่ายระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และทันสมัยให้กับลูกค้าธุรกิจ สอดคล้องกับกลยุทธ์ของธนาคารที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทย จึงร่วมกับ PingPong บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินข้ามพรมแดนระดับโลก ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พัฒนาโซลูชันการชำระเงินแบบครบวงจรผ่านการเชื่อมต่อ API เพื่อรองรับธุรกรรมระหว่างประเทศภายใต้กรอบกฎระเบียบ เพื่อให้ลูกค้าธุรกิจได้รับความสะดวกและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะเริ่มต้นจากประเทศไทยและจีนก่อนขยายไปยังประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม และตลาดที่มีศักยภาพสูงอื่นๆ ในเอเชีย เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่ต้องการเติบโตในภูมิภาคสู่ระดับโลกอย่างมีประสิทธิภาพมั่นคงและยั่งยืน

ดร.กรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดย PingPong มีเครือข่ายการชำระเงินครอบคลุมกว่า 200 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ขณะที่ธนาคารกสิกรไทย มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และดำเนินธุรกิจในประเทศจีนอย่างต่อเนื่องตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โดยมีสาขาในเมืองสำคัญของจีน อาทิ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซินเจิ้น เฉิงตู รวมถึงฮ่องกง ความร่วมมือครั้งนี้จะนำมาซึ่งการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและสนับสนุนธุรกิจข้ามพรมแดนให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน ซู่ เจี้ยนฉิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและกลุ่มหุ้นส่วนของ PingPong กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับธนาคารกสิกรไทย ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในกลยุทธ์การขยายตัวระดับโลกของเรา การผสานเครือข่ายการชำระเงินของ PingPong เข้ากับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของธนาคารกสิกรไทยในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะช่วยเสริมพลังซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างคุณค่าและโอกาสร่วมกันให้กับธุรกิจ ข้อตกลงทางธุรกิจครั้งนี้เป็นรูปแบบใหม่ระหว่างแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลและสถาบันการเงินเพื่อร่วมกันสร้างโอกาสการเติบโตให้กับลูกค้า

คปภ. จัดอบรมเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านคุณธรรมและความโปร่งใส เตรียมความพร้อม ITA 2569 ปรับการทำงานสอดรับเกณฑ์ประเมินใหม...
18/05/2026

คปภ. จัดอบรมเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านคุณธรรมและความโปร่งใส เตรียมความพร้อม ITA 2569 ปรับการทำงานสอดรับเกณฑ์ประเมินใหม่ของ ป.ป.ช.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดอบรมบุคลากรในหัวข้อ “การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร ด้านคุณธรรม และความโปร่งใสในการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ. ประจำปี 2569” เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ในรูปแบบออนไลน์ โดยนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) มอบหมายให้ นางสาวสิริพักตร์ สุวรรณทัต ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์และบริหารความเสี่ยง สายกลยุทธ์องค์กร เป็นประธานเปิดการอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้ารับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ประจำปี 2569 พร้อมขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 130 คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน คปภ. ทั้งส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ รวมถึง ITA Agent จากสายงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านคุณธรรมและความโปร่งใสภายในองค์กร
ในการอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายพงษ์พันธ์ โตสกุลไกร เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ จากสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการประเมิน ITA ประจำปี 2569 แนวปฏิบัติในการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การประเมินที่มีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับบริบทการดำเนินงานภาครัฐ ในยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ การประเมิน ITA ประจำปี 2569 ของสำนักงาน ป.ป.ช. ได้มุ่งเน้นการประเมินเชิงคุณภาพและการใช้ข้อมูลเชิงลึก (Insight-Driven Assessment) มากยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้จริง การสะท้อนความคิดเห็นของทั้งบุคลากรภายในองค์กรและผู้รับบริการภายนอกอย่างรอบด้าน รวมถึงการนำผลการประเมินไปสู่การพัฒนาองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม สำนักงาน คปภ. จึงได้เตรียมความพร้อมในหลายมิติ อาทิ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ การประเมิน ITA ให้แก่บุคลากรและ ITA Agent ของแต่ละสายงาน การทบทวนและพัฒนากระบวนการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานให้มี ความครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน การยกระดับระบบการสื่อสารและการให้บริการประชาชนให้สามารถตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในหลักคุณธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักงาน คปภ. ในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานภาครัฐให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และพร้อมปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวทางการประเมินภาครัฐยุคใหม่ อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อองค์กร และสนับสนุนการพัฒนาระบบประกันภัยไทยให้มีธรรมาภิบาล โปร่งใส และยั่งยืนต่อไป

ธอส. ดูแลและเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ จัดทำมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางกรณีบาดเจ็...
18/05/2026

ธอส. ดูแลและเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ จัดทำมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางกรณีบาดเจ็บสาหัส – เสียชีวิต ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดูแลและเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ จัดทำมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียง 0.01% ต่อปี นาน 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียง 0.01% ต่อปี ตลอดอายุสัญญาเงินกู้ ยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่สาขาธนาคารทั่วประเทศ

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ รถไฟชนรถโดยสารประจำทาง ณ บริเวณทางรถไฟมักกะสัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” พร้อมเคียงข้างลูกค้า ที่ประสบเหตุดังกล่าวอย่างเต็มที่ จัดทำมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้ลูกค้า ดังนี้

กรณีบาดเจ็บสาหัส : ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้กลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิ์เดิมของลูกค้าก่อนเข้าร่วมมาตรการ

กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร: ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี ตลอดอายุสัญญาเงินกู้ เพื่อลดภาระหนี้สินระยะยาวให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย

ลูกค้าสามารถยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่สาขาธนาคารทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ G H Bank Social Media ทุกช่องทาง

ทิพยประกันภัย ลงพื้นที่ดูแลผู้ประสบเหตุรถเมล์ถูกรถไฟชน พร้อมเยียวยาผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากกรณีอุบัติเหตุรถเ...
18/05/2026

ทิพยประกันภัย ลงพื้นที่ดูแลผู้ประสบเหตุรถเมล์ถูกรถไฟชน พร้อมเยียวยาผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต

จากกรณีอุบัติเหตุรถเมล์โดยสารถูกรถไฟชน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และได้รับบาดเจ็บ 32 ราย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้รับประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.) ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บทุกราย

ภายหลังเกิดเหตุ บริษัทฯ ได้ลงพื้นที่เข้าดูแลผู้ประสบภัยทันที โดยผู้ได้รับบาดเจ็บที่ถูกนำส่งโรงพยาบาล บริษัทฯ พร้อมอำนวยความสะดวกและรับเป็นผู้ดูแลด้านสิทธิประโยชน์ เพื่อให้สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามความคุ้มครองของ พ.ร.บ. อย่างรวดเร็ว

สำหรับกรณีผู้เสียชีวิต บริษัทฯ พร้อมดำเนินการชดเชยค่าสินไหมทดแทนตามความคุ้มครองของ พ.ร.บ. ให้แก่ทายาทโดยชอบธรรมตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยจะเร่งดำเนินการด้วยความใส่ใจและเป็นธรรม

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดูแลและเยียวยาผู้ประสบภัยทุกคนอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากรถ ที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. จะได้รับการดูแลและความคุ้มครองตามสิทธิอย่างครบถ้วน

ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยหรือญาติสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและประสานการใช้สิทธิได้ที่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โทร 1736 ตลอด 24 ชั่วโมง

กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน มอบสิทธิพิเศษคูปองวัคซีน 500 บาท เพื่อลูกค้าคนสำคัญบมจ.กรุงไทย-แอกซ...
18/05/2026

กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน มอบสิทธิพิเศษคูปองวัคซีน 500 บาท เพื่อลูกค้าคนสำคัญ

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มุ่งมั่นในการเป็นมากกว่าบริษัทประกันชีวิต โดยเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้แก่ลูกค้า เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน มอบสิทธิพิเศษคูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท สำหรับลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพรายบุคคลที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป และกรมธรรม์มีผลบังคับ ณ วันที่ 19 เมษายน 2569 เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่ารับบริการฉีดวัคซีนที่ร่วมรายการ ประกอบด้วย 4 วัคซีน ได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนไข้เลือดออก วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนงูสวัด โดยลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน Emma by AXA ในเมนู “Rewards PLUS+” โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ที่โรงพยาบาลในเครือ BDMS อาทิ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้อย่างสะดวก เพียงแสดงรหัสคูปองส่วนลดจากเมนู Rewards PLUS+ บนแอป Emma by AXA พร้อมบัตรประกันสุขภาพ หรือบัตรประชาชน ณ เคาน์เตอร์โรงพยาบาล โดยเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 31 กรกฎาคม 2569

นอกจากนี้ลูกค้าที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลนอกเครือ BDMS หรือสถานพยาบาลที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ลูกค้ายังสามารถรับสิทธิพิเศษได้ โดยนำหลักฐานการฉีดวัคซีน อาทิ ใบเสร็จรับเงิน บัตรวัคซีน หรือสมุดวัคซีน ที่ออกโดยโรงพยาบาล อัปโหลดได้ที่ Rewards Plus+ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อรับบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท ทั้งนี้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยลดความเสี่ยงของโรคสำคัญซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยการเข้าถึงวัคซีนอย่างเหมาะสมไม่เพียงช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยและการนอนโรงพยาบาล แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว ทั้งในระดับบุคคลและสังคมโดยรวม สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ในการมีลูกค้ามาเป็นที่หนึ่งและอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป โดยท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/health-services/preventive-vaccine-2026

ทั้งนี้สำหรับแอปพลิเคชัน Emma by AXA สามารถดาวน์โหลดได้ทาง App store และ Google play และสำหรับลูกค้าที่สนใจกิจกรรมของบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ และบริการอื่นๆ ของบริษัทฯ ท่านสามารถติดต่อได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร 1159 ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Preventive_Vaccine_Campaign_News

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัท ฯ และกรมธรรม์กำหนด

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Banking and Insuranceผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์