Shake a Change พวกเรามีเป้าหมายในการสร้างสังคม “กล้าคิด กล้าทำ”เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และขับเคลื่อนสังคมไทย

“เราว่าจริง ๆ แล้ว เด็กมหาลัยโคตรมีศักยภาพเลย ลองคิดดู ถ้าทุกคนออกมากล้าคิดกล้าทำกันมากกว่าเดิม สังคมไทยจะไปได้ไกลขนาดไหน”

เป็นประโยคสนทนาสั้น ๆ ไม่กี่ประโยคที่ได้จุดประกายไอเดียพวกเรา Shake a Change ขึ้นมา เพราะความเชื่อที่ว่าเด็กมหาลัยทุกคนเป็น "เด็กมีของ” แต่ในบางทีความไม่รู้ ความไม่กล้า หรือการที่มองไม่เห็นถึงโอกาสที่อยู่รอบตัวเรา ทำให้หลายคนพลาดโอกาสที่จะได้ลองทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อค้นหาตัวเอง พ

ัฒนาความสามารถ จนไปถึงสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม

Shake a Change จึงได้รวบรวมข้อมูล มุมมอง และความคิดต่าง ๆ ที่จะช่วยให้นิสิตนักศึกษาได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง รวมไปถึงข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรม งาน การแข่งขันต่าง ๆ ที่พร้อมให้เพื่อน ๆ ได้ไประเบิดพลังกับมัน เพราะพวกเราเชื่อว่าการที่จะเกิดเปลี่ยนแปลงได้นั้น “การลงมือทำจริง” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

Shake yourself, Change your life.
แล้วเรามาร่วมกันเป็น "The best version" ในแบบของตัวเองกันเถอะ!

- Shake a Change

“SEA Health Innovation Hub” New S-Curve ของประเทศไทย ผ่านมุมมองของ หมอคิด ศุภชัย ปาจริยานนท์สรุปบทเรียนจากเส้นทางของ “หม...
30/03/2026

“SEA Health Innovation Hub” New S-Curve ของประเทศไทย ผ่านมุมมองของ หมอคิด ศุภชัย ปาจริยานนท์

สรุปบทเรียนจากเส้นทางของ “หมอคิด” แพทย์ผู้สามารถ exit ธุรกิจได้ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกของนวัตกรรม บริหารกองทุนมูลค่าหลายพันล้านบาท

กับบทบาทในวันนี้ที่วนมาสู่วงการแพทย์อีกครั้ง พร้อมเป้าหมายในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพของไทยเพื่อเพิ่ม 5% ของ GDP ประเทศ

1️⃣ ตัวตนของหมอคิด

พี่คิดเรียนจบแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราช แต่มีหัวด้านการลงทุน และการทำธุรกิจตั้งแต่สมัยเรียน โดยในตอนที่เรียนอยู่ปี 5 ได้ทำแอพซื้อ-ขายหุ้นกับเพื่อน จนสามารถ exit ได้ในช่วงเวลาต่อมา จากนั้นก็ได้เปิด digital marketing agency ในช่วงที่การตลาดบนดิจิทัลมาแรง จากนั้นก็ได้ exit บริษัทอีกเป็นครั้งที่ 2

หลังจากนั้นพี่คิดได้ท้าทายตัวเองในการตั้งโจทย์ใหญ่ให้กับชีวิตเพื่อการขับเคลื่อน 1% ของ GDP ให้กับ SE Asia

พี่คิดจึงได้ก่อตั้ง RISE ที่ทำงานร่วมกับองค์กรทั่วภูมิภาคเพื่อสร้าง corporate innovation และตั้งกองทุน SeaX Ventures เพื่อลงทุนใน deep tech startups และนำนวัตกรรมเหล่านั้นมาใช้ในไทย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของ RISE รวมถึงช่วย startups scale ใน SE Asia

โดยเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่พี่คิดได้เอาตัวเองไปอยู่ที่ San Francisco และ Silicon Valley เพื่อเรียนรู้และสร้าง network ทำให้พี่คิดสามารถตั้งกองทุนที่นั่นได้ รวมถึง partner กับ Stanford ในเรื่องของวิธีการสร้างนวัตกรรม ต่างๆ

2️⃣“ความเชื่อที่พี่คิดยึดมั่นคืออะไร?”

พี่คิดเชื่อเรื่อง "การแข่งขัน" มากที่สุด
พี่คิดพูดว่า "พี่เชื่อเรื่อง neoliberalism การแข่งขันจะทำให้ประเทศดีขึ้น ถ้าไม่แข่งขันก็จะเป็นอย่างที่เราเป็นอยู่ตอนนี้"

รวมถึงความเชื่อเรื่อง Reality Distortion แบบ Steve Jobs ว่า “บางอย่างมันยากมาก ดูเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าให้ทำอะไรที่มันทำได้แน่ๆ พี่จะไม่อยากทำ มันไม่ตื่นเต้น”

“อะไรที่ทำให้เป็นคนแบบนี้?”
พี่คิดตอบว่า “พี่อาจจะมองว่า ถ้าตายไปแล้ว อยากให้โลกรู้ว่าเรามีตัวตนอยู่นะ มันมีสิ่งที่เราทำอะไรไว้ให้กับโลก"

3️⃣ทำไม Healthcare + Innovation ถึงสำคัญมากสำหรับประเทศไทย

ตลอด 8 ปี RISE ขับเคลื่อนไปได้ประมาณ 0.5% ของ GDP ประเทศ มีวิธีการอะไรที่ทำให้เร็วกว่านี้ได้มั้ย ประเทศไทยมีแต้มต่อในการแข่งขันอะไรบ้าง? Healthcare จึงกลายเป็นอุตสาหกรรมที่พี่คิดเห็นโอกาสในการกระดับให้กลายเป็น New S-Curve of Thailand

ด้วยความที่เรามีรากฐานที่ดีอยู่แล้ว ทั้งในแง่ประกันสุขภาพ โรงพยาบาล การบริการต่างๆ รวมถึงคุณภาพของหมอ ช่องโหว่สุดท้ายในสมการนี้คือ “นวัตกรรม”

เพราะบริการที่มีอยู่วันนี้มันยังไม่ต่างพอ ไม่ต่างพอที่คนต่างชาติจะบินมารักษาตัวที่ไทย บางยาหรือนวัตกรรมทางการแพทย์ กว่าจะมาถึงเรา ประเทศอื่นที่พัฒนาแล้วมีกันหมดแล้ว

ตอนนี้ Clinical Trial ในไทย ปีนึงมีประมาณ 1,200 โครงการ คิดเป็นเงินก็ประมาณ 5,000-10,000 ล้านบาท ในขณะที่มาเลเซียตั้งเป้า 100,000 ล้าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า potential market มันใหญ่กว่าที่เราทำอยู่มาก

ถ้าไทย rebrand ตัวเองเป็น health tech hub ที่มีทั้ง medical tourism + นวัตกรรม + clinical trials มันจะเพิ่มได้ทั้ง GDP จากท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ + เม็ดเงินลงทุนจากบริษัทยาข้ามชาติ + revenue จาก tech startups

4️⃣โจทย์ที่ประเทศไทยต้องแก้คืออะไร?

โจทย์หลักก็คือ ทำยังไงให้ไทยเปลี่ยนจากแค่ "ประเทศที่คนมารักษาตัว" ให้กลายเป็น Regional Health Tech Hub จริงๆ
คือตอนนี้ไทยมีแบรนด์ด้านการแพทย์อยู่แล้ว มี Medical Tourism อยู่แล้ว แต่มันยังอยู่แค่ระดับ "มารักษา มาฉีดวิตามิน มาทำ wellness"

สิ่งที่ต้องทำคือยกระดับให้มัน "มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการดูแลคนไข้ไปตลอด" โดยที่คนไม่ต้องไปอเมริกา ไม่ต้องไปยุโรป มาที่ไทยก็ได้เทคโนโลยีระดับเดียวกัน
พี่คิดพูดชัดว่า ต้อง rebrand ประเทศว่า "วันนี้คุณไม่ได้มาแค่รักษา ไม่ได้มาแค่ดริปวิตามิน แต่คุณได้มามีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการดูแลคุณไปตลอด"

5️⃣ทำไมต้องทำตอนนี้ ไม่ใช่อีก 10 ปี?

เพราะคู่แข่งไม่รอเรา มาเลเซียในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเขามาแรงมาก รัฐบาลเขาประกาศชัดเลยว่า "Clinical Trial จะเป็น strategy ของประเทศ"
แล้วเขาก็ลงเงินจริง ตั้งเงินจะดึง Clinical Trial มาทำที่มาเลเซีย เป้าหมายแสนล้าน
พี่คิดบอกว่า "ประเทศไทยคือคนไข้เยอะ แต่วันนี้มาเลเซียใกล้แซงแล้ว"
เพราะเขาทำเรื่อง regulatory ให้มันง่าย สร้าง ecosystem ให้ดึงดูดเงินจากต่างประเทศ
ถ้าเรายังช้า เราก็จะเหลือแค่สิ่งที่เคยเป็น คือมี volume คนไข้เยอะแต่ value ไม่สูง

สิงคโปร์ก็มาแรงเรื่อง AI ด้านสุขภาพ มีบอร์ด AI ระดับชาติ
ถ้าเราไม่ขยับตอนนี้ window of opportunity มันจะปิด

6️⃣Macro Trends อะไรที่ผลักดัน urgency?

- Wellness & Longevity Wave: ตลาด wellness กับ longevity มาแรงมาก ทั้ง wellness tourism, biohacking, etc

- AI & Agents: AI กำลังเข้ามาเปลี่ยน healthcare ทั้งฝั่ง operation (ใส่ AI agent เข้าไปในระบบ back office ของโรงพยาบาล) และฝั่ง customer facing

- Clinical Trial Globalization: บริษัทยาใหญ่ๆ กำลังหาที่ทำ clinical trial นอกอเมริกา/ยุโรป เพราะต้นทุนถูกกว่า คนไข้เยอะกว่า

- การแข่งขันระหว่างประเทศใน SEA เรื่อง health hub ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

7️⃣จุดแข็งที่ไทยมีอยู่แล้วคืออะไร?

- branding ด้านการแพทย์: ไทยเป็นประเทศที่มี brand perception ด้านการแพทย์อยู่แล้ว คนทั่วโลกรู้จัก

- Medical Tourism Infrastructure: มีโรงพยาบาลเอกชนระดับโลก มี volume คนไข้ต่างชาติสูง เป้าปลายปี 40 ล้านคน (non-Thai)

- ต้นทุนถูก: ค่ารักษาพยาบาลและค่า R&D ถูกกว่าอเมริกาและยุโรปมาก

- คนไข้เยอะ: มี patient pool ใหญ่ เหมาะสำหรับ clinical trial

- มหาวิทยาลัยพร้อมร่วมมือ: มหาวิทยาลัยไทยมี KPI เรื่อง research paper และ ranking ก็เลยยินดีมาร่วมทำ research ด้วยกัน

8️⃣เมื่อเทียบกัน Unfair Advantage ที่ไทยมีเหนือสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และ SEA อื่นๆ?

- สิงคโปร์: สิงคโปร์มีนักวิจัยเยอะ มี talent แต่ "ไม่มีคนไข้" พี่คิดพูดว่า "เขามีนักวิจัยเยอะ แต่ไม่มีคนไข้ เรามีคนไข้เยอะ"
ตรงนี้เป็น unfair advantage สำคัญมาก เพราะ health tech ต้องการ real patients ในการ test และ validate

- มาเลเซีย: มาเลเซียมาแรงเรื่อง policy แต่ไทยมี brand ด้านการแพทย์ที่แข็งกว่า มี infrastructure โรงพยาบาลเอกชนที่พร้อมกว่า

- เวียดนาม: ไทยมี ecosystem ที่ mature กว่ามาก ทั้งโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และ talent pool

- จุดแข็งหลัก: ไทยมีทั้ง "คนไข้ + หมอ + โรงพยาบาล + แบรนด์" ครบในที่เดียว ซึ่งไม่มีประเทศไหนใน SEA มีครบแบบนี้

9️⃣Building Blocks ของ Regional Health Hub มีอะไรบ้าง? อันไหนมีแล้ว อันไหนยังขาด?

Building Blocks หลักๆ ที่พี่คิดพูดถึง:

สิ่งที่ประเทศไทยมีแล้ว:
- Medical Tourism Brand & Infrastructure: โรงพยาบาลเอกชนระดับโลก แบรนด์ดัง
- Patient Pool: คนไข้ทั้งไทยและต่างชาติจำนวนมาก
- Medical Talent: หมอเก่ง หมอเฉพาะทางหลากหลาย
- ต้นทุนต่ำ: ค่ารักษา ค่า R&D ถูกกว่าตะวันตกมาก
- มหาวิทยาลัยพร้อม: ยินดีร่วมทำ research

สิ่งที่ประเทศไทยยังขาด:
- Regulatory Sandbox: ต้องมี sandbox ที่ไม่ใช่แค่ "ไปปิดเกาะภูเก็ต" แต่เป็น sandbox จริงๆ ที่ทำให้ลดอุปสรรคด้าน regulatory ได้ ตอนนี้ยังไม่มี sandbox ที่เอื้อต่อ innovation กระบวนการอนุมัติช้า ต้องไปคุยกับ อย. ต้องรอเป็นเดือน
- Policy Support: ต้องมีนโยบายระดับรัฐบาลที่ชัดเจน เหมือนที่มาเลเซียทำ พี่คิดบอกว่า "ถ้าจะทำสำเร็จ policy ต้องเข้ามาเกี่ยว" ตอนนี้ยังไม่มี political will ที่ชัดเจนแบบมาเลเซีย ที่รัฐบาลประกาศเลยว่า "นี่คือเรื่องระดับชาติ"
- Awareness: คนไม่ค่อยรู้ว่าไทยมี potential ด้าน health tech ขนาดนี้
- Go-to-Market Expertise: startup ไทยหลายตัว develop product ได้ แต่ขายออกไม่ได้ ขาด commercial expertise
- VC/Investment Ecosystem ด้าน Health Tech: ต้องสร้างให้มี fund ที่ focus ด้าน health tech ในไทยโดยเฉพาะ
- International Advisory Network: จาก big tech, pharma, academy

🔟ความสำเร็จใน 5-10 ปีสำหรับพี่คิดจะหน้าตาเป็นยังไง?

- GDP ของไทยเพิ่มขึ้น 1-5% จาก health tech ecosystem
- มีคนไข้ต่างชาติเข้ามาใช้บริการ ~40 ล้านคน (non-Thai)
- ไทยเป็นที่รู้จักในฐานะ Regional Health Tech Hub ไม่ใช่แค่ Medical Tourism
- มี Regulatory Sandbox ที่ทำให้ innovation เกิดขึ้นได้จริง
- มี startup ไทยที่ raise เงินได้ มี product ไป global ได้
- Clinical Trial ในไทยเติบโตขึ้นหลายเท่า (จากระดับ 5,000-10,000 ล้าน ไปสู้กับมาเลเซียที่ตั้งเป้าแสนล้าน)
- มี VC fund ด้าน health tech ที่แข็งแรง ดึงดูด international investors

📍“อะไรคือ resource สำคัญที่สุดที่จะทำให้มันสำเร็จได้ โจทย์ใหญ่ขนาดนี้”

พี่คิดบอกว่าต้องการคน 2 ประเภท "ต้องการคนบ้าที่จะทำเรื่องนี้สำเร็จไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไร" กับ “คนที่เป็น expert ในด้านนั้นๆ คนที่เก่งที่สุดในด้านนั้นๆ”

📍ก้าวต่อไปของประเทศไทยสำคัญมากในหลายๆด้าน และคิดว่าทุกคนเห็นตรงกันว่า Healthcare เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจประเทศเราจริงๆ และเราต้องทำเลย ทำตอนนี้เท่านั้น

แน่นอนว่าทั้งหมดที่มาคือเป้าหมาย คือความฝัน พวกเรา Shake A Change เองก็เชื่อว่าในหลายๆครั้ง “ความบ้า” เป็นเชื้อเพลิงที่สำคัญมากๆ ยิ่งในสถานการณ์ที่ต้องการทั้งแรงกาย แรงใจเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ขนาดนี้

ขอขอบคุณพี่คิด Supachai Parchariyanon ที่สละเวลามาล่าให้พวกเราฟัง และหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ🫶🏻
Let’s Shake A Change together!

21/03/2026

Shake A Change Community Kick-off

ทำไม health hub ถึงเป็นจุดหมายสำคัญของเศรษฐกิจประเทศไทย และเราต้องทำอย่างไรในการก้าวขึ้นเป็น “Regional Health Hub”แล้วเร...
19/03/2026

ทำไม health hub ถึงเป็นจุดหมายสำคัญของเศรษฐกิจประเทศไทย และเราต้องทำอย่างไรในการก้าวขึ้นเป็น “Regional Health Hub”

แล้วเราจะอุดช่องว่างด้านนวัตกรรมผ่านการทำงานร่วมกับ Deep Tech Startup จาก Silicon Valley เพื่อยกระดับประเทศไทยได้อย่างไร?

มาร่วมฟังมุมมองจาก “ดร.คิด” นายแพทย์ ศุภชัย ปาจริยานนท์ CEO & Co-Founder, RISE และ Managing Partner, SeaX Ventures ผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมให้องค์กรทั่วภูมิภาค รวมถึงกองทุน VC ที่ลงทุนใน deeptech startup ทั่วโลก

📅 วันที่: 25 มีนาคม
⏰ เวลา: 18:00 – 20:30 น.
📍 สถานที่: Gaysorn Tower ชั้น 22

งานนี้เราเปิดให้ทุกคนเข้าร่วมนะค้าบ ไม่มีค่าใช้จ่าย (จำกัดได้ประมาณ 50 ที่นั่ง)
Registration link in bio, secure your spot now!

Thank you to all our SHAKERs for coming to our first community kick-off, sharing ideas, and bringing such an amazing & c...
18/03/2026

Thank you to all our SHAKERs for coming to our first community kick-off, sharing ideas, and bringing such an amazing & cozy vibe to our community🫶🏻

Also thanks to for the lovely space

Your last chance to register. Only 6 spots left!See you all this Saturday🫶🏻
11/03/2026

Your last chance to register. Only 6 spots left!

See you all this Saturday🫶🏻

Entrepreneur in Residence (EIR) ไม่ใช่แค่แนวคิดอีกต่อไป แต่มันเกิดขึ้นได้จริงที่นี่…คิง เพาเวอร์💙จากครั้งก่อนที่เราได้พู...
29/01/2025

Entrepreneur in Residence (EIR) ไม่ใช่แค่แนวคิดอีกต่อไป แต่มันเกิดขึ้นได้จริงที่นี่…คิง เพาเวอร์💙
จากครั้งก่อนที่เราได้พูดถึงแนวคิด EIR วันนี้เราขอพาทุกคนมารู้จักกับ The Founder Program โครงการที่เกิดขึ้นจริงภายใต้แนวคิดนี้ ซึ่งชวนพนักงานในคิง เพาเวอร์มาเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นธุรกิจที่จับต้องได้ เป็นโครงการที่ The Able by King Power หน่วยงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายใต้ คิง เพาเวอร์ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อพลิกบทบาทของพนักงานให้ก้าวสู่การเป็น “เจ้าของธุรกิจร่วมกับคิง เพาเวอร์” อย่างเต็มตัว นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญในรอบ 35 ปีของคิง เพาเวอร์ โครงการนี้เกิดขึ้นด้วยวิธีการคิดใหม่ มองผู้บริหารเป็น investor พนักงานเอาไอเดียมาขายและสร้างธุรกิจใหม่ ขอแค่มีความตั้งใจ มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดนอกกรอบ ไอเดียจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของบริษัทก็ได้
🚀ทำไมต้องมี The Founder Program?
ในโลกที่ธุรกิจต้องการความหลากหลายและการเติบโตอย่างยั่งยืน “โอกาส” และ ”ความคิดใหม่ๆ” คือสิ่งที่มีค่า คิง เพาเวอร์ก็มองเห็นศักยภาพในตัวพนักงาน และเข้าใจว่าการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneur) ไม่ได้เกิดจากทุนหรือเวลาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการสนับสนุน ด้วยแนวคิด “Entrepreneur in Residence (EIR)” ซึ่งเป็นการผสมผสานบทบาทระหว่าง “พนักงาน” และ ”เจ้าของธุรกิจ” โครงการนี้จะช่วยลดข้อจำกัดของการเริ่มต้นธุรกิจ ทั้งในด้านเงินทุน ทรัพยากร พร้อมมอบโอกาสที่หลากหลาย

1. โอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และสร้าง mindset ผู้ประกอบการ : ทั้งทักษะด้านการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาแผนงานจนถึงการนำเสนอขอเงินทุน
2. โอกาสในการเริ่มธุรกิจแบบลดความเสี่ยง : บริษัทฯ ลงทุนตั้งต้น พร้อมมอบแหล่งความรู้และทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจเริ่มต้นได้อย่างมั่นคง
3. โอกาสในการสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้องค์กรและลูกค้า : ไอเดียใหม่ๆ จากพนักงานจะไม่
เพียงเปลี่ยนแปลงธุรกิจภายในองค์กร แต่ยังสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า
EIR จะไม่ใช่แค่แนวคิดอีกต่อไป แต่เกิดขึ้นได้จริงที่นี่…คิง เพาเวอร์

เคยคิดไหมว่าการเป็น “พนักงาน” กับ “เจ้าของธุรกิจ” จะไปด้วยกันได้ยังไง❓แนวคิด Entrepreneur in Residence (EIR) คือคำตอบที่...
28/01/2025

เคยคิดไหมว่าการเป็น “พนักงาน” กับ “เจ้าของธุรกิจ” จะไปด้วยกันได้ยังไง❓แนวคิด Entrepreneur in Residence (EIR) คือคำตอบที่ช่วยเชื่อมสองบทบาทนี้เข้าด้วยกันอย่างลงตัว EIR คือการผสมผสานบทบาทระหว่างการเป็น “ผู้ประกอบการ” และ “พนักงาน” ที่ยังคงทำงานในองค์กร แต่ได้รับโอกาสในการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองโดยไม่ต้องทิ้งความมั่นคงในอาชีพ เป็นแนวคิดที่ช่วย ปลดล็อกข้อจำกัดเดิมๆ ของการเริ่มต้นธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น - เงินทุน ไม่ต้องเริ่มต้นเองทั้งหมด
- ทีมงาน มีทรัพยากรและผู้เชี่ยวชาญพร้อมสนับสนุน
- เวลา บาลานซ์ได้ระหว่างงานหลักและการพัฒนาธุรกิจ
แนวคิดนี้ไม่เพียงแค่เปิดโอกาสให้พนักงานเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยง และสร้างความมั่นใจในการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ด้วยการสนับสนุนจากองค์กรที่แข็งแกร่ง
💡แล้วถ้าคุณมีไอเดียล่ะ?
คิง เพาเวอร์มีโครงการที่พร้อมช่วยให้ EIR ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่เป็นโอกาสที่จับต้องได้ในชีวิตจริง โครงการ “The Founder Program” คือพื้นที่ที่พนักงานจะได้เริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะเจ้าของธุรกิจ พร้อมเงินทุน ทรัพยากร และความรู้จากผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมผลักดันทุกไอเดียให้ก้าวไปสู่ธุรกิจจริง
นี่แค่ทีเซอร์ นี่เเค่น้ำจิ้ม รอติดตามในโพสต์ถัดไป ว่า EIR จะเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นธุรกิจจริงได้อย่างไร🚀 ด้วยโครงการที่สนับสนุนโดยคิง เพาเวอร์

25/12/2024
วันนี้ช่วงบ่ายไปฟังเรื่องการเงินและการลงทุนกันน น่าสนใจมากๆๆ!✨พบกับโครงการให้ความรู้เรื่องการเงินการลงทุนที่สนุกที่สุด! ...
08/11/2024

วันนี้ช่วงบ่ายไปฟังเรื่องการเงินและการลงทุนกันน น่าสนใจมากๆๆ!✨
พบกับโครงการให้ความรู้เรื่องการเงินการลงทุนที่สนุกที่สุด! ที่ชาวมหาลัยไม่ควรพลาด กับงาน Campaign On Campus สร้าง DNA ทุกเรื่องการเงิน 💵 จาก กลต.(สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)
🏁งานที่จะพาน้อง ๆ สนุกไปกับเรื่องการเงินและการลงทุนแบบ Insight และ Mini Workshop สุดสนุก ที่จะช่วยให้น้อง ๆ ได้เตรียมความพร้อมก่อนจะก้าวเข้าสู่วัยทำงาน งานนี้วางแผนก่อน รวยก่อนแน่นอน! 🤑

กิจกรรมภายในงาน:

✨Inspirational Talk : ฟังประสบการณ์การเงินการลงทุน จาก Speaker ผู้เชี่ยวชาญเสียงจริงตัวจริง แชร์เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ พร้อมถาม-ตอบ แบบไม่มีกั๊ก

🏴‍☠️Mini-Activity : Catch Me If You Can จริงหรือหลอก…บอกได้มั้ย รู้ทันภัยกลโกงหลอกลงทุน

📑Mini-Workshop : ลงมือคิดและวางแผนการเงินการลงทุน เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็น First Jobber

🎦TikTok Contest : ชิงทุนการศึกษากว่า 70,000 บาท! พิเศษสำหรับคนเข้าร่วมกิจกรรมเท่านั้น

📅 วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567
⌚13:00-16:00 น.
📍ห้อง 202 อาคารมหิตลาธิเบศร

สามารถสแกน QR Code เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
จำกัดเพียง 200 ที่นั่งเท่านั้น

ลงทะเบียนแล้วมาพบกัน!
#กลต #สร้างDNAเรื่องการเงิน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
📧 [email protected]
📞 093-559-0543 (ดิว)

🏆เปิดรับสมัครแล้ว กับ Future of Food EntreCamp กิจกรรมโอกาสเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญจากสิงคโปร์ พร้อมรับคำแนะนำจากผู้ประกอ...
05/09/2024

🏆เปิดรับสมัครแล้ว กับ Future of Food EntreCamp กิจกรรมโอกาสเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญจากสิงคโปร์ พร้อมรับคำแนะนำจากผู้ประกอบการ Startup ที่ประสบความสำเร็จ คว้าโอกาสในการสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหาจริงในอุตสาหกรรมอาหารไทย ทีมผู้ชนะจะได้เข้าร่วมกิจกรรมที่สิงคโปร์ 🇸🇬
🔹คุณสมบัติ: นักเรียนอายุ 18-25 ปี
🔹วันที่: 21-22 กันยายน 2567
🔹สถานที่: ห้อง 411 อาคาร SC3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต
.
ดูข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ bit.ly/futureoffood2024
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่ [email protected]

บัตรฟรีสำหรับนักศึกษา เพื่ออัปเดตความรู้ และเทรนด์การตลาดใหม่ๆ!
30/08/2024

บัตรฟรีสำหรับนักศึกษา เพื่ออัปเดตความรู้ และเทรนด์การตลาดใหม่ๆ!

👼 เปิดบัตร Angel Bird แล้ว! 👼
บัตรสำหรับนักเรียน นักศึกษา ที่สามารถมาอัปเดตความรู้ไปพร้อมกันได้ฟรี ๆ ที่งาน AP Thailand Presents MARKETING INSIGHT & TECHNOLOGY CONFERENCE 2024
ผู้สนับสนุนอย่าง DataRockie ได้สนับสนุนและเปิดกว้างให้ทุกท่านได้เข้าร่วมงาน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
โดยสามารถกรอกฟอร์มรับบัตรเข้าร่วมงาน ฟรี!
เปิดให้ลงทะเบียนผ่านการกรอก Google Form ได้ที่ลิงก์นี้
https://forms.gle/xyFdcb4tDLcS8zEP8
[ เงื่อนไขการรับบัตร ]
👉 เป็นนักเรียน นักศึกษา คณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาและผู้สูงวัย (แนบบัตรหรือหลักฐานในแบบฟอร์มนี้)
👉 เฉพาะผู้สูงวัย ต้องมีอายุเกินกว่า 60 ปีเท่านั้น (เทียบอายุ ณ วันจัดงานคือวันที่ 19 กันยายน 2024)
👉 เฉพาะนักเรียน นักศึกษา ต้องมีอายุไม่เกิน 22 ปีเท่านั้น (เทียบอายุ ณ วันจัดงานคือวันที่ 19 กันยายน 2024)
👉 นักศึกษาในระดับปริญญาโท หรือสูงกว่า และอายุเกิน 22 ปี ไม่สามารถรับบัตร Angel Bird ได้
👉 บัตรนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
👉 กรณีต้องการยกเลิกการรับบัตรหลังจากกรอกแบบฟอร์มแล้ว กรุณาแจ้งทีมงานทางอีเมล [email protected] เพื่อให้สิทธิ์กับเพื่อน ๆ นักศึกษาคนอื่นได้มาร่วมงาน
👉 ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนการ Submit แบบฟอร์ม
งานเดียวครบ จบ ทุกเรื่องการตลาด
✅ อัปเดตเทรนด์ใน Session: MIT TRENDS นี่คือการรวมตัวกันของบริษัทชั้นนำของไทย ถึงภาพใหญ่ของอนาคตในการทำงาน
✅ ทำการตลาดอย่างไรให้ได้ใจลูกค้า เพราะผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
✅ ลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย ด้วยเทคนิคมากมายจาก สปีคเกอร์กว่า 80 คน และเซสชันรวมอีกกว่า 60 เซสชัน
✅ ฟังไม่หมด เก็บไม่ครบ ดูย้อนหลังได้ 6 เดือนทุกเซสชัน (ยกเว้น Workshop)
✅ บัตรราคาเดียว เข้าชมงานได้ตลอดทั้ง 2 วัน
✅ สามารถจองได้ทุก Workshop ภายในงาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใด
✅ พบกับบูธภายในงาน พร้อมกิจกรรม และของสุดพิเศษเฉพาะภายในงานเท่านั้น

โอกาสสุดท้ายในการเรียนรู้จากงานนวัตกรรมระดับภูมิภาค!!!ทีมงาน Corporate Innovation Summit จาก RISE กำลังมองหาอาสาสมัครเพื...
28/08/2024

โอกาสสุดท้ายในการเรียนรู้จากงานนวัตกรรมระดับภูมิภาค!!!
ทีมงาน Corporate Innovation Summit จาก RISE กำลังมองหาอาสาสมัครเพื่อเข้าร่วมทีมของเราที่ CIS 2024: Corporate Innovation Summit 2024!
คุณในฐานะส่วนสำคัญของทีมของเราจะมีบทบาทในการสร้างประสบการณ์สำหรับผู้นำในอุตสาหกรรมเหล่านี้ ตั้งแต่การบรรยายทางธุรกิจไปจนถึง Panel Disussionsและเวิร์กชอปสุดพิเศษ นอกจากนี้ เตรียมพบกับวิทยากรที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก
⭐สิทธิประโยชน์⭐
- Volunteer Certificate
- ใช้เวลา 1 วันในฐานะอาสาสมัคร และอีก 1 วันในฐานะผู้เข้าร่วมงาน พร้อมการเข้าถึงการบรรยาย การอภิปรายแบบพาเนล และเวิร์กชอปได้ทั้งงาน
- พบกับผู้นำและผู้เปลี่ยนแปลงระดับนานาชาติจากหลากหลายอุตสาหกรรม
- ประสบการณ์ตรงที่การประชุมที่มีประสบการณ์มากที่สุดในเอเชียพร้อมโอกาสในการฝึกงานหรือการทำงานในอนาคตที่ RISE
รายละเอียดงาน:
📅วันที่: 25-26 กันยายน 2024
📍สถานที่: True Digital Park
📌สมัครเลย - 31 สิงหาคม 2024: https://bit.ly/CIS2024Volunteer
สามารถดูข้อมูลงาน CIS ได้ที่: https://cis.riseaccel.com/

ที่อยู่

126 Sala Daeng 1 Alley, Silom, Bang Rak
Bangkok
10500

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Shake a Changeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Shake a Change:

แชร์

ประเภท