Modern/st - Modernist

Modern/st - Modernist Define Your Modern.


By The Context Group Co.,Ltd.

ทุ่ม 2,300 ล้านบาท! JAS ผนึก MONO ปิดดีลลิขสิทธิ์บอลโลก 2026-2030 ยิงสด 104 แมตช์ ครบทั้งทีวี-สตรีมมิงสิ้นสุดการรอคอยสำห...
11/06/2026

ทุ่ม 2,300 ล้านบาท!
JAS ผนึก MONO ปิดดีลลิขสิทธิ์บอลโลก 2026-2030
ยิงสด 104 แมตช์ ครบทั้งทีวี-สตรีมมิง
สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนลูกหนังชาวไทย เมื่อบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ร่วมกับเครือ MONO หรือบริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการคว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดมหกรรมฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการ
โดยสำหรับดีลครั้งนี้นั้น ครอบคลุมทั้งแพลตฟอร์มโทรทัศน์ภาคพื้นดินผ่านช่อง Monomax Sport ช่องหมายเลข 29 และแพลตฟอร์มสตรีมมิง Monomax เพื่อเสิร์ฟความมันส์ระดับเวิลด์คลาสให้แฟนกีฬาชาวไทยได้รับชมอย่างจุใจ
> เตรียมพร้อมรับความยิ่งใหญ่: FIFA World Cup 2026
สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้ มีกำหนดจัดการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน - 20 กรกฎาคม 2569 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก กระจายการแข่งขันไปยัง 16 เมืองทั่วทวีปอเมริกาเหนือ โดยพิธีเปิดจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ สนาม Estadio Azteca ในกรุงเม็กซิโกซิตี้
ด้วยจำนวนทีมที่เพิ่มขึ้นเป็น 48 ทีมชาติ ส่งผลให้มีการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 104 แมตช์ โดยสล็อตเวลาการถ่ายทอดสดตามเวลาประเทศไทยจะอยู่ในช่วง 23:00 น. - 08:00 น. ทั้งนี้ แฟนบอลชาวไทยจะได้รับสิทธิ์รับชมฟรีผ่านหน้าจอทีวีช่อง Monomax Sport อย่างน้อยวันละ 1 คู่ (รวมประมาณ 40-50 แมตช์ตลอดทัวร์นาเมนต์) ซึ่งรวมถึงนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศ และสามารถรับชมแบบครบทุกแมตช์ได้ผ่านทาง Monomax
> เบื้องหลังดีลระดับโลก: ความร่วมมือและการเจรจาที่เข้มข้น
มาดามแป้ง - นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เปิดเผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ว่า
“วันนี้แป้งคิดว่าคนตื่นเต้น พูดแทนคนถือสิทธิ์ว่ามาช้าแต่มาชัวร์ เปิดช่องเลยคืนนี้ เจอคู่เปิดสนาม เม็กซิโก พบ แอฟริกาใต้ จริง ๆ ทางเลขาธิการ FIFA โทรถามทางแป้งมาว่าจะมีผลคืบหน้าอย่างไรเกี่ยวกับการถ่ายทอดฟุตบอลโลกครั้งนี้
ทางแป้งก็ได้คุยกับ ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา เรื่องดีลที่เกิดขึ้นนี้ แล้วดีลที่เข้มข้นนี้เกิดขึ้นตอนประมาณ 23:00 น. ของคืนวันที่ 9 มิถุนายน เราก็ได้มีการ Video Conference กับทางต่างประเทศ โดยเฉพาะเลขาธิการ FIFA ได้ลงมาคุยเอง และเช้าวันที่ 10 มิถุนายน เวลา 08:00 น. ก็ยังมีการคุยกันอยู่ จนในรายละเอียดได้พูดคุยจนทำให้ JAS และ MONO สามารถปิดดีลได้สำเร็จ”
ทางด้าน ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวเสริมถึงความท้าทายในการเจรจาว่า “ผมต้องขอขอบคุณ FIFA, ทางรัฐบาล, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ รวมถึงคุณพิชญ์ โพธารามิก ที่ให้การสนับสนุนและกล้าตัดสินใจ จนเราสามารถปิดดีลได้ก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 10 มิถุนายน 2569
ความท้าทายคือ FIFA มักจะยืนราคาที่ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐเสมอ และมองว่าเมืองไทยไม่เคยซื้อต่ำกว่ามาตรฐานนี้ เราจึงเสนอเจรจาซื้อแบบแพ็กเกจควบ 2 ครั้ง คือ ฟุตบอลโลกปี 2026 และ ปี 2030 ซึ่งเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีของ FIFA สิ่งที่เราได้มายังครอบคลุมถึงฟุตบอลหญิง, ฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลก และ International Cup ทุกรายการของ FIFA จนถึงปี 2030 ซึ่งสิทธิ์ที่เราได้มีทั้ง Free to Air และ OTT”
ดร.โสรัชย์ ได้กล่าวเพิ่มเติมเจาะลึกถึงมูลค่าของดีลประวัติศาสตร์นี้ว่า ราคาสำหรับการคว้าสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2 ครั้ง รวมกับทัวร์นาเมนต์ทั้งหมดของ FIFA จบลงที่ 70 ล้านเหรียญสหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 2,300 ล้านบาท) ซึ่งทาง JAS มองเห็นถึงความคุ้มทุนในระยะยาว ทั้งในแง่ของการสร้างแบรนด์ Monomax และการสร้างจุดขายที่แข็งแกร่ง
และหากมองเพียงผลกำไรระยะสั้น ดีลนี้อาจไม่น่าสนใจเลยด้วยซ้ำ แต่ในความเป็นจริง ทาง FIFA เองก็ได้ยอมลดราคาเริ่มต้นลงมามากพอสมควร เมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่จ่ายไปพร้อมกับสิทธิ์การถ่ายทอดสดจำนวนมหาศาลที่ได้รับ จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและจำเป็นในระยะยาว
"ปัจจุบัน JAS มีลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกที่ออกอากาศไปแล้ว 1 ฤดูกาล และเหลืออีก 5 ฤดูกาล ซึ่งเตรียมขยายฐานผู้ชมไปยังประเทศกัมพูชาและเวียดนาม นอกจากนี้ เรายังมีลิขสิทธิ์วอลเลย์บอลโลกอีก 6 ปีข้างหน้า และฟุตบอลยูโรที่จะแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในอีก 2 ปี ดังนั้น 'ฟุตบอลโลก' จึงเป็นคอนเทนต์ที่ต้องมาให้ได้ เพราะหากเราต้องการเจาะเข้าถึงใจคนไทย ฟุตบอลโลกคือแม่เหล็กสำคัญที่จะดึงดูดให้คนไทยเข้ามาชมคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มของเรา" ดร.โสรัชย์ กล่าวสรุป
> สแกนแพ็กเกจ Monomax : จัดเต็มเพื่อคอกีฬาและสายบันเทิง
เพื่อรองรับคอนเทนต์กีฬาระดับโลกที่เพิ่มเข้ามา Monomax ได้เปิดตัวแพ็กเกจใหม่ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ดังนี้
- Entertainment (129 บาท/เดือน หรือ 799 บาท/ปี) รับชมภาพยนตร์และซีรีส์ได้ไม่จำกัดแบบไม่มีโฆษณาคั่น รองรับการรับชม 1 อุปกรณ์
- Sport Basic [Volleyball] (199 บาท/เดือน หรือ 1,599 บาท/ปี) เพิ่มคอนเทนต์กีฬาพรีเมียร์ลีก และเอฟเอคัพ (เงื่อนไข: ไม่รองรับการรับชมสดผ่านเว็บไซต์)
- Sport Standard [Premier League + FA Cup + Volleyball] (399 บาท/เดือน หรือ 3,999 บาท/ปี) รับชมคอนเทนต์กีฬาคุณภาพสูงสุดระดับ Full HD
- Sport Premium [FIFA World Cup 2026 + Premier League + FA Cup + Volleyball] (5,999 บาท/ปี - ไม่มีแบบรายเดือน) แพ็กเกจสูงสุด (Package L) ที่ให้ความคมชัดระดับ 4K รองรับการรับชมพร้อมกัน 2 อุปกรณ์ จัดเต็มด้วยฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026, ศึกคัดเลือก EURO 2028, พรีเมียร์ลีก, เอฟเอคัพ, วอลเลย์บอลกว่า 3,000 แมตช์, รายการมวยชั้นนำ รวมถึงภาพยนตร์ ซีรีส์ และวาไรตี้อย่างครบครัน (สามารถผ่อนชำระ 0% ได้นาน 10 เดือน)
ดร.โสรัชย์ ยังทิ้งท้ายถึงความคุ้มค่าสำหรับลูกค้าปัจจุบันว่า "ผู้ที่ซื้อแพ็กเกจล่วงหน้า (Early bird) จะได้รับการอัปเกรดเข้าสู่ Package L โดยอัตโนมัติ ส่วนผู้ที่มีแพ็กเกจระดับ M หรือแพ็กเกจพรีเมียร์ลีกเดิม สามารถทำการอัปเกรดเป็น Package L ได้ทันที โดยระบบจะทบระยะเวลาที่เหลืออยู่ให้อัตโนมัติ เพื่อให้ลูกค้าได้รับชมฟุตบอลโลกและคอนเทนต์ระดับพรีเมียมได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด"
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----

#ฟุตบอลโลก2026




#ลิขสิทธิ์บอลโลก
#บอลโลกที่Mononax

สับรันเวย์ให้โลกจำ! เลาะเส้นทาง "ลูกเกด เมทินี" มารดาแห่งวงการนางแบบ สู่ "ตัวแม่" ผู้รันวงการสีรุ้งรับ Pride Monthหากเอ่...
11/06/2026

สับรันเวย์ให้โลกจำ!
เลาะเส้นทาง "ลูกเกด เมทินี" มารดาแห่งวงการนางแบบ
สู่ "ตัวแม่" ผู้รันวงการสีรุ้งรับ Pride Month
หากเอ่ยถึงคำว่า “Super Model” หรือนางแบบระดับแถวหน้าของเมืองไทย ชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในความทรงจำของใครหลายคนย่อมหนีไม่พ้น “ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม” ผู้เป็นเสมือน Iconic คนสำคัญที่คร่ำหวอดและรันวงการแฟชั่นไทยมาอย่างยาวนาน จากจุดเริ่มต้นบนรันเวย์ สู่การสวมบทบาทที่หลากหลายในวงการบันเทิง ทั้งนักแสดง พิธีกร และเมนเทอร์ผู้ทรงอิทธิพล
แต่นอกเหนือจากสปอตไลต์บนเวที เธอยังรับบทบาท ‘แม่’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกมิติ ทั้งการเป็นแม่ผู้ผลักดันความฝันของลูกชาย และการเป็น ‘ตัวแม่’ ที่ยืนหยัดเคียงข้างชาว LGBTQIA+ ในฐานะพันธมิตรคนสำคัญ
> จุดเริ่มต้นจากเด็กสาวกะโปโล สู่มงกุฎระดับทวีป
เมทินี วอชิงตัน กิ่งโพยม เกิดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2515 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ในช่วงวัยรุ่น เธอเคยเป็นเพียงเด็กสาวกะโปโลคนหนึ่งในต่างแดนที่เคยสร้างความหนักใจให้ครอบครัว ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธอตั้งเป้าหมายอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น และมองเห็นเส้นทางสาย “นางแบบ” เป็นหมุดหมาย
เธอตัดสินใจบินลัดฟ้ากลับมาประเทศไทยเพื่อเริ่มต้นตัดริบบิ้นชีวิตใหม่บนเวทีประกวดนางงาม และความมุ่งมั่นนั้นก็พาเธอไปสู่เส้นชัย ด้วยการคว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2535 ก่อนจะก้าวไปเป็นตัวแทนสาวไทยบนเวทีระดับโลก และผงาดคว้ารางวัล Miss Continental Queens Asia & Oceania (ราชินีแห่งเอเชียและโอเชียเนีย) ในปีเดียวกัน
> ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่ดาวค้างฟ้าแห่งวงการบันเทิง
หลังลงจากเวทีประกวด ชีวิตของลูกเกดเปลี่ยนไปชั่วข้ามคืน เธอไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นนางงาม แต่ยังขยายขอบเขตความสามารถไปสู่วงการบันเทิงในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นวีเจประจำ Channel [V] Thailand พิธีกรรายการโทรทัศน์ ไปจนถึงบทบาทนักแสดงในละครดังอย่าง 3 หนุ่ม 3 มุม, มารยาริษยา, สงครามนางงาม และสงครามนักปั้น เป็นต้น
ที่สำคัญ ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง “กล่อง” (2541) ในบทบาทของ “น้อย” ยังพิสูจน์ฝีมือขั้นสุดยอดจนส่งให้เธอคว้ารางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาครองได้อย่างเต็มภาคภูมิ
> “มารดาแห่งรันเวย์” ตำนานที่ยังมีลมหายใจ
ในแวดวงแฟชั่น เธอเริ่มต้นจากการถ่ายแบบนิตยสารและเดินแฟชั่นโชว์ ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์ในปี 2545 ด้วยการเป็นนางแบบเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์เครื่องสำอางระดับโลกอย่าง Maybelline ถัดมาในปี 2546 เธอคือตัวแทนนางแบบไทยเพียงคนเดียวที่ได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์คอลเล็กชันพิเศษของ Nagara for Jim Thompson ต้อนรับคณะภริยาผู้นำ APEC ณ บ้านพิษณุโลก
และด้วยหัวใจที่รักในวงการ เธอจึงร่วมก่อตั้งธุรกิจค่ายนางแบบ Club F ภายใต้เครือ GMM Grammy และเว็บไซต์ thaisupermodels.com เพื่อยกระดับมาตรฐานนางแบบไทย
ภาพลักษณ์ความเป็น Iconic ของเธอถูกตอกย้ำให้ชัดเจนยิ่งขึ้นนับตั้งแต่ปี 2557 เมื่อเธอรับหน้าที่ "เมนเทอร์ลูกเกด" ในรายการ The Face Thailand ซึ่งสร้างปรากฏการณ์และวลีฮิตติดปากมากมาย ความเป็นมืออาชีพนี้ยังส่งให้เธอได้รับเชิญไปเป็นกรรมการในเวทีระดับนานาชาติอย่าง Project Runway Thailand, The Face Vietnam Season 2 และ Asia's Next Top Model Season 5 อีกด้วย
และล่าสุด เธอกลับมารับบทบาท “Sister” ในรายการ Take Hormones Thailand Season 3 ของ “นารา เครปกะเทย” ที่เตรียมตัวออกอากาศในทุกช่องทางออนไลน์ในอีกไม่กี่อึดใจนี้แล้ว
> บทบาท "แม่" ผู้ทุ่มเทของสกาย
อีกหนึ่งความเป็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการเป็นคุณแม่ของ “สกาย กิ่งโพยม ชาร์พเพิร์ล” ลูกชายที่ปัจจุบันเติบโตเข้าสู่วัย 17 ปี (พ.ศ. 2569) เธอพร้อมจัดสรรเวลาชีวิตใหม่ เพื่อทุ่มเทเวลาและสนับสนุนเส้นทางนักกีฬาว่ายน้ำของลูกชายอย่างเต็มกำลัง ซึ่งเราก็มักจะได้เห็นภาพลูกเกดเคลียร์คิวงานเพื่อไปยืนตะโกนเชียร์สกายและเพื่อนร่วมทีมอยู่ข้างขอบสระ โดยทิ้งภาพลักษณ์ซูเปอร์โมเดลไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงหัวใจของผู้เป็นแม่
“เกดเป็นผู้ปกครองที่เหนื่อยมาก แต่ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน เกดให้ความสำคัญกับลูก เราต้องทำให้เขาเห็นว่าเราซัพพอร์ตเขา และสิ่งที่เขาทำมันเป็นเรื่องที่ดี”
> “ตัวแม่” กระบอกเสียงสำคัญของชาว LGBTQIA+
ในยุคที่สังคมต้องการความตระหนักรู้ด้านความหลากหลาย ลูกเกด เมทินี คือหนึ่งในคนดังที่ก้าวออกมาเป็น "พันธมิตร (Ally)" ผู้ทรงพลัง เธอเป็นกระบอกเสียงสำคัญในช่วง Pride Month ผ่านการจัดโปรเจกต์สุดยิ่งใหญ่ “Fashion Show Rainbow Runway for Equality” ณ ลานเซ็นทรัลเวิลด์ โดยรวมพลังคนดังกว่า 100 ชีวิต เพื่อสนับสนุนสิทธิความเท่าเทียมให้แก่กลุ่ม LGBTQIA+ ในสังคมไทย ในปี 2565 และหลังจากนั้นเธอก็ยังร่วมมือกับพันธมิตรจัดงานต่าง ๆ ในช่วง Pride Month ทุกปี เช่น การจัดแฟชั่นโชว์ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ อีกด้วย
เบื้องหลังความมุ่งมั่นทั้งหมดนี้ มาจากความผูกพันและความเคารพที่เธอมีต่อเพื่อนร่วมงานในวงการ "ที่เกดมาอยู่จุดนี้ได้ เกดไม่ได้ทำด้วยตัวเอง ก็มีกลุ่ม LGBTQ+ กลุ่มหนึ่ง ที่เป็นทั้งช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ครีเอทีฟ คนเขียนบท ผู้กำกับ ที่ช่วยผลักดันให้ลูกเกด เมทินี มาอยู่จุดนี้ได้อย่างในทุกวันนี้"
จากเด็กสาวในต่างแดน สู่มารดาแห่งรันเวย์ คุณแม่ของนักกีฬา และสัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียม ลูกเกด เมทินี ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่ว่าเธอจะสวมบทบาทใด เธอก็สามารถจัดการและรังสรรค์คำว่า “แม่” ให้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทรงพลัง และเป็นที่รักของทุกคนอย่างแท้จริง
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----

#ลูกเกดเมทินี
#แม่ก็คือแม่

#มารดาแห่งรันเวย์
#ความหลากหลายทางเพศ

ผ่าขุมทรัพย์ "เครือ GMMTV" ปี 68 ดันกลยุทธ์ Idol Marketing กวาดรายได้ทะลุ 3.6 พันล้าน!ในยุคที่อุตสาหกรรมบันเทิงไทยขับเคล...
11/06/2026

ผ่าขุมทรัพย์ "เครือ GMMTV" ปี 68
ดันกลยุทธ์ Idol Marketing
กวาดรายได้ทะลุ 3.6 พันล้าน!
ในยุคที่อุตสาหกรรมบันเทิงไทยขับเคลื่อนด้วยพลังของกลุ่มแฟนคลับ กลยุทธ์ "Idol Marketing" ได้กลายมาเป็นกุญแจสำคัญที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล และหากพูดถึงผู้นำในตลาดนี้ ย่อมหนีไม่พ้น "เครือ GMMTV" ที่สามารถปั้นศิลปินและผลิตคอนเทนต์จนโด่งดังไปไกลระดับสากล
จากการเปิดเผยข้อมูลผลประกอบการประจำปี 2568 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และรวบรวมโดยเทยติดจอล่าสุด สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการรุกตลาดที่เติบโตแบบก้าวกระโดด แม้จะมีบางบริษัทในเครือที่เพิ่งเริ่มต้นหรืออยู่ในช่วงปรับตัวก็ตาม
> เจาะลึกรายได้และกำไรเครือ GMMTV ประจำปี 2568
ข้อมูลผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในเครือ GMMTV ที่นำส่งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (รวบรวม ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2569) มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
กลุ่มบริษัทที่สามารถทำกำไร ได้แก่ บจก. จีเอ็มเอ็ม ทีวี (GMMTV) ในฐานะบริษัทหลักที่ขับเคลื่อนการผลิตคอนเทนต์และบริหารศิลปิน สามารถทำรายได้รวมไปได้อย่างมหาศาลถึง 3,654.18 ล้านบาท และกวาดกำไรสุทธิไปได้ 123.90 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ Idol Marketing ที่ตอบโจทย์ตลาดได้อย่างตรงจุด
อีกหนึ่งบริษัทที่น่าสนใจ คือ บจก. เจ็มมิสทรี โซล (Gemmistry Soul) บริษัทที่ดูแลด้านคาแรกเตอร์และมาสคอต สามารถบริหารจัดการจนมีรายได้รวม 7.09 ล้านบาท และทำกำไรไปได้ 1.25 ล้านบาท โดยปัจจุบันดูแลมาสคอตและคาแรกเตอร์ต่างๆ ในเครือนับหลายสิบตัวละคร เช่น โพก้าซัง ที่มีงานติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก เป็นต้น
ในขณะเดียวกัน ยังมีบริษัทในเครือด้านโปรดักชั่นและบริษัทตั้งใหม่ที่อยู่ในช่วงการลงทุนและมีผลประกอบการติดลบ ได้แก่ บจก. ภาพดีทวีสุข ที่ดำเนินธุรกิจด้านโปรดักชั่นและผลิตคอนเทนต์ มีรายได้รวม 151.98 ล้านบาท โดยเผชิญผลขาดทุนอยู่ที่ 3.74 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่ตั้งใหม่ในช่วงปลายปีงบการเงิน 2568 ได้แก่ บจก. เจ็มมิสทรี สตูดิโอ ที่ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตคอนเทนต์ มีรายได้รวม 1,317 บาท และมีผลขาดทุน 16,183 บาท และบจก. เจ็มมิสทรี โฟลว์ ดี ที่ดำเนินธุรกิจโรงเรียนสอนการแสดง มีรายได้รวม 194.52 บาท และมีผลขาดทุน 14,132.43 บาท
ภาพรวมจากงบการเงินปี 2568 ตอกย้ำให้เห็นว่า "บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี" ยังคงเป็นหัวหอกสำคัญและเป็นขุมทรัพย์หลักที่สร้างการเติบโตให้กับเครือข่ายอย่างมหาศาล แม้บริษัทย่อยบางส่วนจะมีผลประกอบการขาดทุน หรือมีรายได้ในระดับเริ่มต้น (หลักพันบาท) แต่การขยายโครงสร้างธุรกิจให้ครอบคลุมตั้งแต่โรงเรียนสอนการแสดง โปรดักชั่น ไปจนถึงการต่อยอดคาแรกเตอร์ ย่อมเป็นการปูทางสร้างระบบนิเวศบันเทิง (Entertainment Ecosystem) แบบครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคตระยะยาว
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----


#ผลประกอบการสื่อ

#ธุรกิจบันเทิง
#งบการเงิน

#จีเอ็มเอ็มทีวี
#ช่องวัน31

ล้ำหน้าตั้งแต่ยุคบุกเบิก! ย้อนตำนาน "น้องดูดี" มาสคอตทีวีดิจิทัล กับอัตลักษณ์ "Non-binary" สื่อสะท้อนความหลากหลายรับ Pri...
10/06/2026

ล้ำหน้าตั้งแต่ยุคบุกเบิก!
ย้อนตำนาน "น้องดูดี" มาสคอตทีวีดิจิทัล
กับอัตลักษณ์ "Non-binary" สื่อสะท้อนความหลากหลายรับ Pride Month
ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ หรือ Pride Month ที่ทั่วโลกต่างร่วมกันรณรงค์และผลักดันเรื่องความหลากหลายทางเพศ หากเราย้อนกลับไปมองหน้าประวัติศาสตร์ของวงการสื่อสารมวลชนไทยเมื่อกว่าทศวรรษที่ผ่านมา มีความก้าวหน้าทางความคิดที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนผ่าน "สัญลักษณ์" ระดับชาติ ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า แท้จริงแล้ว โครงการเปลี่ยนผ่านระบบโทรทัศน์ครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ ได้มีการสอดแทรกแนวคิดด้านความหลากหลายทางเพศ (Gender Diversity) เอาไว้อย่างลึกซึ้ง
> ปฐมบทแห่งการเปลี่ยนผ่าน สู่การมาถึงของ "น้องดูดี"
ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นของการเปิดประมูลทีวีดิจิทัลเมื่อปี 2556 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการเปิดตัวมาสคอต “น้องดูดี” ภายใต้สโลแกน “ดิจิตอลทีวี ดูดีทุกบ้าน”
มาสคอตตัวนี้ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นทูตประชาสัมพันธ์โครงการประมูลทีวีดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังได้รับการยกระดับให้เป็นสัญลักษณ์มาตรฐานสำหรับการรับรองคุณภาพเครื่องรับโทรทัศน์ กล่องรับสัญญาณ (Set-top Box) และเสาอากาศ เพื่อเป็นจุดสังเกตหลักให้ประชาชนสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน
วัตถุประสงค์หลักในการถือกำเนิดของน้องดูดี คือการเป็นสื่อกลางในการกระจายข้อมูลข่าวสาร สร้างการจดจำเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ไปสู่ระบบดิจิทัลของประเทศไทย โดย กสทช. มุ่งหวังให้ข้อมูลนี้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในทุกเพศ ทุกวัย และทุกพื้นที่ทั่วประเทศ น้องดูดีจึงเข้าไปแทรกซึมอยู่ในทุกแพลตฟอร์มการสื่อสาร ตั้งแต่แสตมป์ไปรษณียากร สติ๊กเกอร์บนกล่องรับสัญญาณ ภาพเคลื่อนไหวบนโฆษณาโทรทัศน์ คูปองทีวีดิจิทัล ไปจนถึงแผ่นพับประชาสัมพันธ์
> ทุ่มงบ 30 ล้านบาท เพื่อปูพรมสร้างการรับรู้
ต่อมาในปี 2557 พันเอก นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในขณะนั้น ได้เปิดเผยผ่านสื่อว่า ทาง กสทช. ได้จัดเตรียมงบประมาณกว่า 30 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าแคมเปญสร้างการรับรู้เรื่องการส่งสัญญาณทีวีดิจิทัลผ่านสื่อทุกรูปแบบอย่างเต็มสูบ
นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายให้สถานีโทรทัศน์ดิจิทัลประเภทบริการธุรกิจทั้ง 24 ช่องในขณะนั้น ร่วมกันจัดทำแคมเปญเพื่อประชาสัมพันธ์และกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวกับการรับชมทีวีดิจิทัล ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติในการยกระดับคุณภาพสื่อโทรทัศน์ไทย
> ถอดรหัสความหลากหลาย : อัตลักษณ์ "Non-binary" ของน้องดูดี
ความน่าสนใจที่ถือเป็นความก้าวหน้าอย่างมากขององค์กรกำกับดูแลภาครัฐ ถูกเปิดเผยโดยคุณสุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการ กสทช. ซึ่งได้ให้ข้อมูลบน Facebook ส่วนตัวของเธอว่า ในกระบวนการออกแบบมาสคอต "น้องดูดี" นั้น ได้เกิดการถกเถียงและหารือกันอย่างเข้มข้นภายในกลุ่มกรรมการ กสทช. เกี่ยวกับภาพลักษณ์ที่ต้องการจะสื่อสารออกไปสู่สังคม
ท้ายที่สุด ที่ประชุมได้มีมติวางเพศสภาพของมาสคอตน้องดูดีให้เป็น Non-binary หรืออัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Identity) ของบุคคลที่ไม่ได้ระบุกรอบตนเองว่าต้องเป็นเพศหญิงหรือเพศชายอย่างตายตัว การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำของ กสทช. ในยุคนั้น ที่ต้องการสื่อสารว่า "ทีวีดิจิทัล" คือสื่อสาธารณะที่เปิดกว้างและโอบรับความหลากหลายของทุกคนในสังคม โดยไม่มีเส้นแบ่งทางเพศมาเป็นตัวกำหนด
> มากกว่าสิทธิทางเพศ คือสิทธิในการเข้าถึงสื่อของทุกคน
ไม่เพียงแต่อัตลักษณ์ทางเพศที่เปิดกว้างเท่านั้น การออกแบบน้องดูดียังถูกพัฒนาให้มีภาพลักษณ์ที่หลากหลาย เพื่อสะท้อนบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น การออกแบบให้น้องดูดีสวมใส่หมวกชนเผ่าชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นกุศโลบายอันแยบยลในการสื่อสารว่า "สื่อโทรทัศน์คือสื่อพื้นฐานของชาติ" ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารเพียงใด คุณก็มีสิทธิอันชอบธรรมที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงผ่านทีวีดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียม
ในเดือน Pride Month เช่นนี้ เรื่องราวของ "น้องดูดี" จึงถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำของวงการสื่อสารมวลชนไทย ที่สะท้อนให้เห็นว่าการผลักดันความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ ตลอดจนสิทธิความเท่าเทียมในการเข้าถึงสื่อ สามารถถูกสอดแทรกและสื่อสารผ่านนโยบายระดับชาติได้อย่างแยบยลและทรงพลัง
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----

#น้องดูดี
#ทีวีดิจิทัล


#กสทช
#ความหลากหลายทางเพศ

📺 นับถอยหลังปี 2572! จี้ กสทช. เร่งคลอดโรดแมปทีวีดิจิทัล ล่าสุดเตรียมดันเข้าที่ประชุม 19 มิ.ย. นี้ความคืบหน้าสำคัญสำหรับ...
10/06/2026

📺 นับถอยหลังปี 2572!
จี้ กสทช. เร่งคลอดโรดแมปทีวีดิจิทัล
ล่าสุดเตรียมดันเข้าที่ประชุม 19 มิ.ย. นี้
ความคืบหน้าสำคัญสำหรับอนาคตอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ไทย เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา คุณสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการนโยบายสัดส่วนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาองค์กรของผู้บริโภค และอดีต กสทช. ได้นำกลุ่มประชาชนเข้ายื่นหนังสือต่อ กสทช. เพื่อขอให้เร่งรัดและเปิดเผยแผนโรดแมป (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียง พ.ศ. 2569 - 2573
โดยมีประเด็นสำคัญจากการยื่นหนังสือเรียกร้อง ดังนี้
▪️เรียกร้องให้ กสทช. สร้างความชัดเจนก่อนที่ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะหมดอายุลงในปี 2572 เพื่อรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
▪️สื่อโทรทัศน์ถือเป็นโครงข่ายหลักที่สำคัญต่ออธิปไตยของประเทศ โดยเฉพาะในยามเกิดภัยพิบัติฉุกเฉิน ซึ่งง่ายต่อการกำกับดูแลมากกว่าแพลตฟอร์มข้ามชาติ
▪️เสนอให้กำหนดแนวทางกำกับดูแลบริการเนื้อหาผ่านอินเทอร์เน็ต (OTT) เพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมและคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจากเนื้อหาที่เป็นอันตราย
ทางด้าน คุณไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ผู้รับมอบหนังสือ ได้ออกมายืนยันว่าแผนแม่บทจะแล้วเสร็จก่อนปี 2572 อย่างแน่นอน และเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการ กสทช. จะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ทีวีจอดับ โดยจะมีความคืบหน้าให้เห็นภายในปี 2570 – 2571 ส่วนประเด็นเรื่อง OTT นั้น ยังคงต้องพิจารณาข้อกฎหมายอย่างถี่ถ้วนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง
🚨 อัปเดตความเคลื่อนไหวล่าสุด
อย่างไรก็ดี มีรายงานระบุว่า "ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์" ประธาน กสทช. ได้ประกาศกลางที่ประชุมว่า เตรียมที่จะผลักดันวาระเรื่อง "โรดแมปทีวีดิจิทัล" เข้าสู่ที่ประชุม กสทช. อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 นี้
ถือเป็นก้าวสำคัญที่คนในวงการสื่อมวลชนและผู้บริโภคต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าทิศทางของทีวีดิจิทัลไทยในเฟสต่อไปจะออกมาในรูปแบบใด ทางเพจเทยติดจอจะคอยอัปเดตสถานการณ์ให้ทราบกันต่อไป
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----

#ทีวีดิจิทัล
#โรดแมปทีวีดิจิทัล
#กสทช
#สุภิญญากลางณรงค์
#อนาคตทีวีไทย
#สื่อออนไลน์
#วงการทีวี
#สื่อมวลชน

กราบหัวใจเก๊งเก่ง 55
10/06/2026

กราบหัวใจเก๊งเก่ง 55

📌 มิติใหม่ชิงช้าสวรรค์!
แฟนคลับคัฟเวอร์ “ครูสลา-ครูหนึ่ง”
เนียนจัดจนได้นั่งแท่นกรรมการ
เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากผู้ชมไปได้อย่างล้นหลามเลยทีเดียวครับ สำหรับเทปออกอากาศรอบฉลองแชมป์ของรายการ "ชิงช้าสวรรค์" ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา เมื่อที่นั่งของ 2 กรรมการหลักเกิดว่างลง ทางรายการจึงได้เปิดโอกาสให้แฟนคลับที่มาร่วมชมในสตูดิโอ ได้ขึ้นมาสวมรอยนั่งแท่นเป็นกรรมการแทนเสียเลย
งานนี้บอกได้คำเดียวว่าสร้างสีสันได้แบบสุดตัว เริ่มจากแฟนคลับที่คัฟเวอร์เป็น "ครูสลา" (สลา คุณวุฒิ) ที่มาพร้อมกับลุคอันเป็นเอกลักษณ์ และไม่ลืมที่จะเลียนแบบวาทะยอดฮิตอย่างประโยค "ขอกราบหัวใจทีมงาน" ได้อย่างแนบเนียน จะติดก็ตรงที่รูปร่างอาจจะดูเจ้าเนื้อ คล้ายจะรับประทานขาหมูเยอะไปสักนิดจนโดนแซวขำขันกันทั้งสตูดิโอ
ส่วนอีกท่านที่คัฟเวอร์เป็น "ครูหนึ่ง" (หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม) ก็ไม่น้อยหน้า มาพร้อมลุคที่ถอดแบบความเป๊ะมาทุกกระเบียดนิ้ว ขาดก็แต่เพียงสมุดและปากกาคู่ใจ เพราะงานนี้เจ้าตัวขอประกาศชัดว่าเน้นมานั่งชม ไม่ขอจดรายละเอียดใด ๆ ทั้งสิ้น
ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ความน่ารักระหว่างรายการและแฟนคลับ ที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและช่วยสร้างเสียงหัวเราะให้กับค่ำคืนแห่งการฉลองแชมป์ได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----

#ชิงช้าสวรรค์2026
#ชิงช้าสวรรค์
#ครูสลา
#สลาคุณวุฒิ
#ครูหนึ่งจักรวาล
#หนึ่งจักรวาล

#เวิร์คพอยท์
#รายการทีวี

10/06/2026

📢 ด่วน! รับสมัครอาสาสมัครรายงานผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69
ร่วมจับตาทุกคะแนนแบบเรียลไทม์
สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ร่วมกับ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์, กรุงเทพมหานคร และพันธมิตรสื่อมวลชน 18 องค์กร ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจสำคัญ กับการรายงานผลคะแนนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 แบบเรียลไทม์ ภายใต้แคมเปญ "ทุกคะแนนเปลี่ยนเกม! เกาะติดศึกผู้ว่าฯ กทม. นาทีต่อนาที"

📌 เปิดรับสมัครอาสาสมัคร “นับคะแนนเรียลไทม์” ทั่วกรุงเทพฯ

เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ เราต้องการกำลังคนจากทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อมาร่วมกันจับตาทุกคะแนนเสียงหลังปิดหีบเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจนี้ได้
โดยคุณสมบัติอาสาสมัคร ได้แก่ สามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟนได้อย่างคล่องแคล่ว, สามารถนับคะแนนแบบเรียลไทม์ และถ่ายภาพใบประกาศผลคะแนน (ใบปิด) จำนวน 1 หน่วยเลือกตั้งได้ และสามารถถ่ายภาพใบประกาศผลคะแนน (ใบปิด) เพิ่มเติมอีก 2 หน่วยเลือกตั้งได้
หากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนและพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ทันทีผ่าน https://forms.gle/S7FBJ1kUszvm4eAW6
นอกจากนี้ ท่านสามารถติดตามการรายงานผลการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด ผ่านทุกช่องทางของสื่อมวลชนที่ร่วมโครงการได้ ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไปครับ
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----

#เลือกตั้งผู้ว่าฯกทมและสก69
#เลือกตั้งผู้ว่ากทม
#สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลประเทศไทย

#เลือกตั้ง69
#ข่าวเลือกตั้ง
#สื่อมวลชน
#ทีวีดิจิทัล

พักสักครู่ แต่ยังดีกว่านะคะ 5555
09/06/2026

พักสักครู่ แต่ยังดีกว่านะคะ 5555

🎤 สีสันหน้าจอ!
“แพนเค้ก” รีบเบรก “เอแคลร์”
เกือบตัดจบก่อนคิวกลางเวทีชิงช้าสวรรค์
ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมรายการ "ชิงช้าสวรรค์ 2026" ทางช่องเวิร์คพอยท์ ในเทปออกอากาศรอบฉลองแชมป์เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมาเป็นอย่างมากครับ
เหตุการณ์สุดน่ารักนี้เกิดขึ้นเมื่อพิธีกรสาวคนเก่ง "คุณแพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์" ได้ส่งคิวให้กับแขกรับเชิญที่มาร่วมโชว์พิเศษอย่าง "คุณเอแคลร์ จือปาก" (ชาติศักดิ์ มหาทา) เป็นผู้กล่าวปิดท้ายก่อนเข้าสู่ช่วงพักโฆษณา แต่ด้วยข้อจำกัดด้านสายตาสั้นของคุณเอแคลร์ ทำให้มองเห็นสคริปต์ที่หน้าจอโปรมเตอร์ไม่ครบถ้วนและเกือบจะกล่าวปิดเบรกตัดจบไปเสียก่อน
งานนี้ทำเอาคุณแพนเค้กต้องรีบส่งสัญญาณเบรกความฮาด้วยการบอกว่า "ยังไม่หมดค่ะ" กลายเป็นจังหวะหยอกล้อกันอย่างเป็นธรรมชาติบนเวที ที่ช่วยเติมเต็มสีสันและความสนุกสนานให้กับการเฉลิมฉลองแชมป์ในค่ำคืนนั้นได้อย่างลงตัวทีเดียวครับ
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----

#ชิงช้าสวรรค์2026
#แพนเค้กเขมนิจ
#เอแคลร์จือปาก

#เวิร์คพอยท์
#รายการทีวี
#ชิงช้าสวรรค์

สแกนสมรภูมิ 24 สื่อออนไลน์ ปี 2568 ยอดวิวหลักล้าน แต่บรรทัดสุดท้ายใคร "รุ่ง" ใคร "ร่วง"?ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารบนโลกดิจิทั...
09/06/2026

สแกนสมรภูมิ 24 สื่อออนไลน์ ปี 2568
ยอดวิวหลักล้าน แต่บรรทัดสุดท้ายใคร "รุ่ง" ใคร "ร่วง"?
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารบนโลกดิจิทัลหลั่งไหลอย่างรวดเร็วและพฤติกรรมผู้บริโภคยึดโยงกับสมาร์ทโฟนเป็นหลัก "สื่อออนไลน์" ได้กลายเป็นสมรภูมิหลักที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงความสนใจ ทว่ายอดผู้ติดตามหรือยอดการเข้าชมที่สูงลิ่ว อาจไม่ได้การันตีถึงบรรทัดสุดท้ายของงบการเงินเสมอไป
ข้อมูลผลประกอบการประจำปี 2568 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ทางเทยติดจอได้รวบรวมไว้นั้น ได้เปิดเผยตัวเลขรายได้และกำไรสุทธิของ 24 สำนักข่าวและผู้ผลิตคอนเทนต์ออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและโมเดลธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
> กลุ่มผู้นำ โกยรายได้ทะลุเป้า พร้อมฟันกำไรสวยงาม
เมื่อพิจารณาจากรายได้รวม The Standard (บจก. เดอะสแตนดาร์ด) สามารถครองแชมป์อันดับ 1 ได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยรายได้รวมสูงถึง 400.89 ล้านบาท และสามารถทำกำไรสุทธิไปได้ 52.30 ล้านบาท
สิ่งที่น่าจับตามองในกลุ่มผู้นำคือ "สื่อสายเศรษฐกิจและการลงทุน" ที่สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างโดดเด่นและมีประสิทธิภาพสูง โดย ลงทุนแมน ภายใต้การดูแลของบมจ. แอลทีเอ็มเอช ทำรายได้รวม 252.65 ล้านบาท ฟันกำไรไปถึง 55.78 ล้านบาท ในขณะที่ การเงินธนาคาร (บจก. มีเดีย แอสโซซิเอตเต็ด) แม้จะมีรายได้รวมตามมาเป็นอันดับ 4 ที่ 240.27 ล้านบาท แต่กลับเป็นบริษัทที่ทำกำไรสุทธิได้สูงที่สุดในตารางนี้ถึง 62.96 ล้านบาท
> กลุ่มบาดเจ็บ รายได้มหาศาล แต่ยังเผชิญสภาวะขาดทุน
ในทางกลับกัน การเป็นแบรนด์ใหญ่ที่มีฐานผู้ติดตามกว้างขวางก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนการบริหารจัดการที่สูงลิ่ว Thairath Online โดย บจก. เทรนด์ วี จี 3 รั้งตำแหน่งอันดับ 2 ด้วยรายได้รวม 274.01 ล้านบาท แต่กลับเผชิญตัวเลขขาดทุนสุทธิที่ 33.78 ล้านบาท
กลุ่มสื่อแนวกีฬาก็ดูเหมือนจะเผชิญกับความท้าทายในการหารายได้เช่นกัน โดย Siamsport (บจก. สยามสปอร์ต ดิจิตอล มีเดีย) ทำรายได้ 102.68 ล้านบาท แต่ขาดทุน 40.81 ล้านบาท รวมถึง Mainstand โดย บจก. เมนสแตนด์ ครีเอเตอร์ (ประเทศไทย) ที่มีรายได้ 43.62 ล้านบาท แต่ขาดทุนไป 21.67 ล้านบาท
> กลุ่มมั่นคง เน้นไซส์กลาง เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายชัดเจน
สำหรับกลุ่มสื่อออนไลน์ขนาดกลางและสื่อเฉพาะทาง (Niche Market) หลายแห่งสามารถประคองตัวและสร้างผลกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ นำโดย The Momentum / a day (บจก. เดย์ โพเอทส์) ที่โชว์ฟอร์มเยี่ยมด้วยรายได้ 62.88 ล้านบาท และกำไรสูงถึง 26.05 ล้านบาท
นอกจากนี้ แบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยเนื้อหาเชิงลึกและไลฟ์สไตล์อย่าง The Cloud (บจก. คลาวด์แอนด์กราวนด์) ทำรายได้ 156.59 ล้านบาท (กำไร 4.85 ล้านบาท), Mission to the Moon (บจก. มิชชั่น ทู เดอะ มูน มีเดีย) ทำรายได้ 62.80 ล้านบาท (กำไร 9.50 ล้านบาท) และ The Matter (บจก. บันลือ พับลิเคชั่นส์) ทำรายได้ 55.53 ล้านบาท (กำไร 3.24 ล้านบาท) ล้วนพิสูจน์ให้เห็นว่าความชัดเจนของแบรนด์สามารถดึงดูดเม็ดเงินโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพรวมผลประกอบการของสื่อออนไลน์ทั้ง 24 แห่งในปี 2568 สะท้อนให้เห็นสัจธรรมของวงการที่ว่า "ยอดเอ็นเกจเมนต์" อาจเป็นเพียงภาพลวงตา หากปราศจาก "โมเดลธุรกิจ" (Business Model) ที่แข็งแรง การกระจายความเสี่ยง การจัดอีเวนต์แบบออฟไลน์ และการบริหารต้นทุนอย่างรัดกุม จะเป็นกุญแจสำคัญที่ชี้วัดว่า ใครคือผู้รอดตัวจริงในสมรภูมิดิจิทัลที่ไม่มีวันหยุดนิ่งนี้
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----

#สื่อออนไลน์
#ผลประกอบการสื่อ

#ลงทุนแมน


#ธุรกิจสื่อ
#สื่อมวลชน

คลื่นแทรกประมุข กสทช.! ชำแหละรายงานวุฒิสภา ปม "นพ.สรณ" ส่อเก้าอี้สั่นคลอนณ เวลานี้ เก้าอี้ประมุขแห่งองค์กรกำกับดูแลคลื่น...
09/06/2026

คลื่นแทรกประมุข กสทช.!
ชำแหละรายงานวุฒิสภา
ปม "นพ.สรณ" ส่อเก้าอี้สั่นคลอน
ณ เวลานี้ เก้าอี้ประมุขแห่งองค์กรกำกับดูแลคลื่นความถี่และโทรคมนาคมของประเทศกำลังเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ เมื่อ "ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์" ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังถูกตั้งข้อสังเกตอย่างหนักถึงคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย นำมาสู่การตรวจสอบอย่างเข้มข้นโดยวุฒิสภา และการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่เรียกร้องให้เกิดความกระจ่างชัดโดยเร็ว
วันนี้ เทยติดจอขอนำข้อมูลต่างๆ มาสรุปง่ายๆ ว่าทำไม กสทช. ในเวลานี้ถึงสั่นคลอนค่อนข้างมาก ถึงขนาดต้องแก้ฮวงจุ้ยกันหนักมากเลยทีเดียว ซึ่งเราได้รับข้อมูลหลากหลายชุดในเวลาใกล้เคียงกันเกี่ยวกันประเด็นนี้ จึงอยากนำเสนอให้ทุกท่านได้ร่วมกันทำความเข้าใจในประเด็นนี้ไปด้วยกัน
> เปิดรายงานลับวุฒิสภา : ข้อกังขาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของแรงกระเพื่อมนี้ เกิดจากการที่ ผศ.ดร.ภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ รองเลขาธิการ กสทช. ได้ทำหนังสือกราบเรียนประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของประธาน กสทช. ซึ่งต่อมา คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา (กมธ.ไอซีที) ได้เข้ามารับหน้าที่พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง
ผลลัพธ์จากการตรวจสอบปรากฏใน "รายงานการสอบหาข้อเท็จจริง" ซึ่งชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ที่บัญญัติเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการ กสทช. จะต้องแสดงหลักฐานการลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพที่มีลักษณะต้องห้ามภายในเวลาที่กำหนด หากละเลยหรือปฏิบัติไม่ครบถ้วน กฎหมายให้ถือว่า "ผู้นั้นสละสิทธิ" ทันที
ทำให้ข้อกังขาหลักมุ่งเป้าไปที่สถานะทางวิชาชีพของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ว่าหลังจากเข้ารับตำแหน่งประธาน กสทช. แล้ว ยังคงมีการประกอบวิชาชีพอิสระ คือ วิชาชีพเวชกรรม และมีรายได้ผูกพันกับต้นสังกัดเดิมหรือไม่ โดยในรายงานของ กมธ.ไอซีที ได้แนบเอกสารหลักฐานจากกรมสรรพากร (ภ.ง.ด.) ที่แสดงรายการรายได้จากวิชาชีพอิสระ ซึ่งอาจขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายที่สั่งห้ามกรรมการ กสทช. ประกอบอาชีพอื่น เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) และเพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มเวลา
นอกจากนี้ ในรายงานยังมีการอ้างอิงความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาเทียบเคียงอย่างรัดกุม
> ภาคประชาชนรุกคืบ : ชงผู้ตรวจการแผ่นดินพึ่งศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อหลักฐานเชิงประจักษ์เริ่มปรากฏชัด คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (สร.ทช.) จึงได้ขยับตัวครั้งใหญ่ โดยเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางเครือข่ายได้เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอให้พิจารณาส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามหรือไม่ พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย เพื่อป้องกันความเสียหายต่อการบริหารงานขององค์กรอิสระระดับประเทศ
> เดินหน้านำส่งหลักฐานถึงมือคณะกรรมการสรรหา กสทช.
ล่าสุดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา (5 มิถุนายน 2569) เครือข่ายภาคประชาชนนำโดย ครป. ได้รุกคืบอีกก้าว ด้วยการทำหนังสือขอยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมต่อ "คณะกรรมการสรรหา กสทช." โดยได้เข้าร่วมชี้แจง ณ อาคารรัฐสภา พร้อมนำส่งรายงานการสอบหาข้อเท็จจริงฉบับสมบูรณ์ของ กมธ.วุฒิสภา รวมถึงหลักฐานทางภาษีและข้อกฎหมายทั้งหมด เพื่อตอกย้ำจุดยืนที่ว่าประธาน กสทช. อาจเข้าข่ายเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายมาตั้งแต่ต้น
มรสุมที่กำลังก่อตัวอยู่เหนือสำนักงาน กสทช. ในเวลานี้ นับเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของระบบการตรวจสอบและธรรมาภิบาลขององค์กรอิสระไทย สายตาทุกคู่กำลังจับจ้องไปที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. และผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่าจะพิจารณาพยานหลักฐานชุดนี้และมีมติออกมาในทิศทางใด สัญญาณแทรกครั้งนี้จะทำให้เก้าอี้ประมุข กสทช. สั่นคลอนไปถึงขั้นต้องเปลี่ยนตัวหรือไม่ เป็นเรื่องที่สังคมและแวดวงโทรคมนาคมต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----

#ประธานกสทช
#กสทช
#นพสรณ
#คลื่นแทรกกสทช
#ข่าวการเมือง

ที่อยู่

299 Soi Charoen Nakhon 5 , Charoen Nakhon Road , Khlong Ton Sai, Khlong San
Bangkok
10600

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Modern/st - Modernistผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์