Modernist.Today Define Your Modern.


By The Context Group Co.,Ltd.

ผ่าไทม์ไลน์มรสุม "อสมท"! จากเส้นตายหาทุนใหม่ สู่ข่าวลือควบรวม "ไทยพีบีเอส" ที่สะเทือนทั้งวงการมหากาพย์การปรับโครงสร้างอง...
16/09/2026

ผ่าไทม์ไลน์มรสุม "อสมท"!
จากเส้นตายหาทุนใหม่ สู่ข่าวลือควบรวม "ไทยพีบีเอส" ที่สะเทือนทั้งวงการ
มหากาพย์การปรับโครงสร้างองค์กรสื่อระดับตำนานอย่าง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในวงการสื่อมวลชนไทย ณ ขณะนี้ เมื่อวิกฤตการขาดทุนที่เรื้อรังยาวนาน นำมาสู่กระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับการผ่าตัดใหญ่ และทางเลือกสุดช็อกอย่างการควบรวมกิจการกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) วันนี้ เทยติดจอ จะพาไปลำดับเหตุการณ์และรวบรวมทุกแง่มุมของสถานการณ์นี้
> จุดเริ่มกระแสข่าว: คลังยื่นคำขาด 6 เดือน ผ่าตัด อสมท พ้นรัฐวิสาหกิจ
ประเด็นนี้ถูกจุดประกายขึ้นเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ผ่านรายการ "เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand" ที่เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า กระทรวงการคลังเตรียมนำ "โมเดลการบินไทย" มาใช้กับ อสมท โดยมีเป้าหมายลดสัดส่วนการถือหุ้นให้ต่ำกว่า 50% เพื่อให้หลุดพ้นจากสถานะรัฐวิสาหกิจ และอาจตามมาด้วยการเลิกจ้างพนักงาน (Layoff) เพื่อลดขนาดองค์กร
พร้อมกันนี้ ได้มีการขีดเส้นตาย 6 เดือน ให้ อสมท เร่งหาพันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic Partner) จากภาคเอกชนเข้ามาร่วมทุน โดยมี "ที่ดินทำเลทอง" จำนวน 50 ไร่ ย่านรัชดาภิเษก เป็นไพ่ตายในการดึงดูดนักลงทุน ทว่าไฮไลต์สำคัญคือ "แผนสำรอง" ที่ระบุว่า หากหาพันธมิตรไม่ได้ กระทรวงการคลังอาจผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อจับ อสมท ควบรวมกับ ไทยพีบีเอส
การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนผ่านมติบอร์ด อสมท (เมื่อ 1 กันยายน 2569) ที่แต่งตั้ง นายเจษฎา พงศ์ธนาธนวัฒน์ เข้ามานั่งรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ แทน ดร.ญาดา กาศยปนันทน์ เพื่อรับไม้ต่อในการกู้วิกฤตครั้งนี้
> สหภาพแรงงาน อสมท ร่อนจดหมายเปิดผนึก ร้องนายกฯ แก้ปัญหาคอร์รัปชันและวิสัยทัศน์
การกระเพื่อมของข่าวนี้ ทำให้ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.อสมท ไม่อยู่เฉย ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อแสดงความกังวลต่อนโยบายของ สคร. ที่จะนำ อสมท เข้าสู่แผนฟื้นฟูโดยการควบรวมหรือลดสัดส่วนหุ้น โดยระบุถึงต้นตอของวิกฤตว่าไม่ได้มาจากแค่ฟองสบู่ทีวีดิจิทัลที่ทุ่มเงินไปกว่า 4,000 ล้านบาท แต่ยังเกิดจากการขาดความต่อเนื่องทางนโยบายเพราะการแทรกแซงทางการเมือง
รวมถึงปมความไม่โปร่งใสเรื่องเงินเยียวยาคลื่น 2600 วงเงิน 3,200 ล้านบาท ที่มีการแบ่งสัดส่วนให้เอกชนอย่างไม่เป็นธรรม จนทำให้เงินชดเชยที่ อสมท ได้รับราว 1,000 ล้านบาท ต้องหมดไปกับการใช้หนี้และโครงการเออร์ลี่รีไทร์ (MSP) สหภาพฯ ยังเรียกร้องให้แก้ปัญหาการว่างเว้นตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่มานานกว่า 4 ปี และคัดค้านโครงการลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับภารกิจสื่อ เช่น โครงการ Executive Clubhouse โดยเสนอให้นำที่ดิน 50 ไร่ ไปพัฒนาเป็นศูนย์ประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวแทน
> นักวิชาการชี้ "ควบรวมไทยพีบีเอส" เป็นวิธีคิดที่ผิดฝาผิดตัว
ในมุมมองของนักวิชาการ ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม รองคณบดี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่าน Spacebar ว่า แนวคิดการควบรวมนี้แสดงถึงความไม่เข้าใจพันธกิจขององค์กรสื่อ เพราะไทยพีบีเอสตั้งขึ้นตามกฎหมายให้เป็นสื่อสาธารณะที่ไม่ใช่หน่วยงานรัฐและไม่แสวงหากำไร ขณะที่ อสมท เป็นบริษัทมหาชนที่แสวงหากำไร การนำสององค์กรที่มีดีเอ็นเอต่างกันสุดขั้วมารวมกัน ย่อมทำลายความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ
อีกทั้งยังเป็นโจทย์ใหญ่เรื่องการจัดการสินทรัพย์ ทรัพย์สินทางปัญญา และบุคลากรที่มีวัฒนธรรมองค์กรต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดร.สกุลศรี ตั้งข้อสังเกตว่า แนวคิดนี้อาจไม่ใช่การแก้ปัญหาเพื่อให้องค์กรใดรอด แต่อาจเป็นความพยายามในการจัดการสินทรัพย์และเงินอุดหนุนจากภาษีให้เปลี่ยนทิศทางไป โดยงบประมาณไทยพีบีเอสปี 2568 คาดการณ์รายรับที่ 2,695 ล้านบาท และรายจ่าย 2,625 ล้านบาท ซึ่งค่อนข้างตึงตัวอยู่แล้ว
> รมต.ศุภมาส เบรกกระแส ยันเป็นแค่ "ข่าวลือ"
ท่ามกลางความสับสนและตื่นตระหนก เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล อสมท ได้ออกมาดับเครื่องชนกระแสข่าว โดยยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องการควบรวมมาก่อน และจากการสอบถามผู้บริหาร อสมท ก็ยังไม่ได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าว
เธอย้ำว่า ขณะนี้ อสมท กำลังทำงานร่วมกับ สคร. อย่างใกล้ชิดเพื่อหาทางหยุดภาวะขาดทุน และขอให้บุคลากรอย่าตื่นตระหนกกับข่าวที่อ้างเพียง "แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง" พร้อมให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะดูแลความมั่นคงของพนักงาน และการเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องเป็นไปในทางที่ดีขึ้น
บทสรุปของมหากาพย์นี้ยังคงเป็นความคลุมเครือที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ว่าในท้ายที่สุดแล้ว "อสมท" จะสามารถพลิกฟื้นธุรกิจด้วยตัวเอง หรือจะต้องเข้าสู่ห้องผ่าตัดเพื่อรับการรักษาด้วยยาแรงจากภาครัฐในเร็วๆ นี้
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
—--

#อสมท

#ปรับโครงสร้างสื่อ
#ไทยพีบีเอส
#เจาะลึกทั่วไทย
#สหภาพอสมท
#ทีวีดิจิทัล

15/09/2026

สมาพันธ์ภาพยนตร์ฯ
เปิดตัว “Thai Content Hub” คลังข้อมูลหนังไทย ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่สากล
สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ร่วมกับ ฮอลลีวู้ด (ไทยแลนด์) และได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแพลตฟอร์ม “Thai Content Hub (TCH)” อย่างเป็นทางการ ณ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท เพื่อแก้ปัญหาการขาดฐานข้อมูลกลางในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย
โดยแพลตฟอร์ม TCH ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้โจทย์คลาสสิกของวงการภาพยนตร์ไทยที่ขาดฐานข้อมูลอ้างอิงที่แม่นยำ ซึ่งมักส่งผลให้เครดิตของคนทำงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังสูญหาย ตัวแพลตฟอร์มทำหน้าที่เป็นคลังข้อมูลที่โปร่งใส โดยรวบรวมรายชื่อภาพยนตร์ ทีมงาน และนักแสดงอย่างเป็นระบบ พร้อมระบบรายงานตัวเลข Box Office อัปเดตสถิติรายได้และโปรแกรมฉายล่วงหน้า
ซึ่งข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนและผู้สร้างภาพยนตร์สามารถประเมินทิศทางตลาดและวางแผนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโครงสร้างระบบยังถูกออกแบบให้รองรับคอนเทนต์บันเทิงรูปแบบอื่น ๆ ในอนาคต
งานแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก นางสาวปราณิสา เตียวพิพิธพร ตัวแทนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมเวทีเสวนาจากบุคคลสำคัญในวงการ นำโดย คุณธนกร ปุลิเวคินทร์ ประธานสมาพันธ์ฯ, คุณวสันต์ หอมแสงประดิษฐ์, คุณพิง ลำพระเพลิง และ ดร.กำพล บุริยเมธากุล ผู้วางโครงสร้างระบบ
ระบบฐานข้อมูล Thai Content Hub (TCH) จะเปิดให้ผู้ใช้งานเข้าถึงได้อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 30 กันยายน 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ thaicontenthub .com
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----



#หนังไทย
#สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ
#กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
#กระทรวงวัฒนธรรม
#ข่าวภาพยนตร์
#อุตสาหกรรมบันเทิง

ตำนานเจ๊การ์ตูนจะคัมแบ็ก? ‘อ.ยิ่งศักดิ์’ เคลียร์ใจ ‘พชร์ อานนท์’ ลั่นวิ่งหนีผีมันเชยไป แต่ถ้าให้เล่นใหม่ขอคุยเรื่องเงินก...
15/09/2026

ตำนานเจ๊การ์ตูนจะคัมแบ็ก?
‘อ.ยิ่งศักดิ์’ เคลียร์ใจ ‘พชร์ อานนท์’ ลั่นวิ่งหนีผีมันเชยไป แต่ถ้าให้เล่นใหม่ขอคุยเรื่องเงินก่อน!
หากย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์คอมเมดี้ของไทย หนึ่งในภาพจำที่ตราตรึงอยู่ในใจผู้ชมคงหนีไม่พ้นคาแรกเตอร์ "เจ๊การ์ตูน" กับตำนานการวิ่งหนีผีลงโอ่ง ซึ่งรับบทโดยพิธีกรและฝีปากกล้าอย่าง อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่หลายคนจับตามองว่าความสัมพันธ์ระหว่าง อ.ยิ่งศักดิ์ และผู้กำกับร้อยล้านอย่าง พชร์ อานนท์ มีรอยร้าวหรือไม่ ล่าสุด อ.ยิ่งศักดิ์ ได้ออกมาเปิดใจเคลียร์ชัดทุกประเด็น พร้อมเผยเงื่อนไขสำคัญหากจะต้องหวนคืนจอเงินอีกครั้ง
> ไร้รอยร้าว ซาบซึ้งในมิตรภาพ
สำหรับประเด็นที่หลายคนสงสัยว่ามีการผิดใจกันจนเป็นเหตุให้ อ.ยิ่งศักดิ์ ห่างหายไปจากจักรวาลภาพยนตร์ของพชร์ อานนท์ หรือไม่นั้น เจ้าตัวได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือการทะเลาะเบาะแว้งใดๆ เกิดขึ้น อ.ยิ่งศักดิ์ ยังคงซาบซึ้งในมิตรภาพและน้ำใจของผู้กำกับคนดังเสมอมา ที่หยิบยื่นโอกาสและให้เกียรติเชิญมาร่วมแสดง จนทำให้ตนเองมีฐานะเป็น "ดาราภาพยนตร์" อย่างเต็มตัว พร้อมเอ่ยปากชมปนอารมณ์ขันว่า แม้ในเรื่องจะได้รับบทบาทที่พูดไม่ถึง 10 คำ แต่คาแรกเตอร์นั้นกลับโด่งดังเป็นพลุแตก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าต่อให้ผู้กำกับจะเก่งกาจระดับประเทศ ท้ายที่สุดก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับความสวยของตนเอง
> วิ่งหนีผีแบบเดิมมัน "เชย" ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงโอกาสในการกลับมารับบทบาทเจ๊การ์ตูนอีกครั้ง อ.ยิ่งศักดิ์ ได้แสดงวิสัยทัศน์ในมุมมองของนักแสดงไว้อย่างน่าสนใจ โดยมองว่าหากภาพยนตร์จะสร้างภาคต่อหรือมีโปรเจกต์ใหม่ การให้ตนเองกลับไปวิ่งหนีผีแบบเอาเป็นเอาตายเหมือนในอดีตนั้นถือเป็นพล็อตเรื่องที่ "เชย" และไม่ตอบโจทย์บริบทของยุคสมัยอีกต่อไป หากจะให้กลับมาร่วมงานกันจริง บทบาทจะต้องได้รับการพัฒนาให้มีความโมเดิร์นและทันสมัยมากขึ้นเพื่อให้สมกับชีวิตจริงของตน เช่น การเปลี่ยนจากวิ่งหนีผีตามตึกร้าง มาเป็นการเผชิญหน้ากับผีในรูปแบบโลกเสมือนจริงหรือผีในวิดีโอเกมแทน
> เปิดเงื่อนไขคัมแบ็ก สั้นๆ แต่ตรงประเด็น
แม้ อ.ยิ่งศักดิ์ จะยอมรับว่าภาพยนตร์ของพชร์ อานนท์ ถือเป็นแฟรนไชส์เดียวในประเทศไทยที่สามารถบันทึกประวัติศาสตร์และพฤติกรรมมนุษย์ในแต่ละยุคสมัยไว้ได้อย่างครบถ้วนที่สุด แต่สำหรับการตัดสินใจหวนคืนจอในอนาคตนั้น อ.ยิ่งศักดิ์ ได้ทิ้งท้ายด้วยประโยคสั้นๆ ที่เรียกเสียงหัวเราะและสะท้อนความเป็นตัวตนได้อย่างชัดเจนว่า หากทางทีมงานหรือผู้กำกับมีการติดต่อกลับมาเพื่อยื่นข้อเสนอให้เล่นภาพยนตร์อีกครั้ง ตนเองพร้อมที่จะพิจารณา แต่เงื่อนไขแรกและเงื่อนไขสำคัญที่สุดก่อนจะลงรายละเอียดเรื่องบทบาทก็คือ "ขอคุยเรื่องเงินก่อน" ซึ่งถือเป็นการปิดจบประเด็นดราม่าทั้งหมดด้วยรอยยิ้มและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
—--

#ยิ่งศักดิ์จงเลิศเจษฎาวงศ์
#พชร์อานนท์
#เจ๊การ์ตูน
#หอแต๋วแตก
#วงการบันเทิงไทย
#ภาพยนตร์

15/09/2026

ปิดฉากสุดอบอุ่น!
“ฐิสา” ภูมิใจ “คลินิก Fix ใจ” ลาจอสวยงาม ยกระดับความเข้าใจปัญหาสุขภาพจิต
เดินทางมาถึงบทสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมกับความประทับใจอย่างท่วมท้น สำหรับซีรีส์น้ำดีที่มุ่งเน้นการเยียวยาและสร้างความเข้าใจด้านสุขภาพจิตอย่าง “คลินิก Fix ใจ” (Fix You, Fix Me) ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD ซึ่งตลอดการออกอากาศได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนละครและชาวเน็ตบนโซเชียลมีเดียอย่างล้นหลาม ทั้งในแง่ของคุณภาพบทโทรทัศน์ที่สะท้อนปัญหาสังคมได้อย่างลึกซึ้ง และทักษะการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่ทำให้ผู้ชมเข้าถึงอารมณ์ของตัวละคร
ความสำเร็จของโปรเจกต์นี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ช่อง 7HD และ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผลิตโดย บริษัท แฟลทไฟว์ อินเตอร์ มีเดีย จำกัด นำแสดงโดย ฐิสา-วริฏฐิสา, ป๊อป-ฐากูร และ เขม-เขมคุณ ที่สำคัญยังได้รับการดูแลความถูกต้องของเนื้อหาจาก รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ที่มาร่วมแสดงและทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ซีรีส์สามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างสร้างสรรค์และถูกต้องตามหลักการแพทย์
ทางด้านนางเอกสาว “ฐิสา-วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร” ผู้รับบท “คุณหมอรัน” ได้ออกมาเปิดใจขอบคุณแฟน ๆ ที่คอยติดตามและส่งกำลังใจให้ซีรีส์เรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเธอเผยว่ารู้สึกยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดผลงานคุณภาพที่มีประโยชน์ต่อผู้ชม ซีรีส์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่ให้ความบันเทิง แต่ยังเปรียบเสมือนสื่อกลางที่ช่วยเปิดมุมมองให้สังคมได้เข้าใจถึงความซับซ้อนของโรคซึมเศร้าและโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นประเด็นใกล้ตัวที่ทุกคนควรตระหนักรู้
แม้ว่าเรื่องราวบนหน้าจอของคลินิก Fix ใจ จะปิดฉากลงไปแล้ว แต่สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้ได้ฝากไว้คือแรงบันดาลใจสำคัญที่กระตุ้นให้ผู้คนในสังคมหันกลับมาสำรวจและใส่ใจความรู้สึก รวมถึงหมั่นดูแล "สุขภาพใจ" ของตนเองและคนรอบข้างให้มากยิ่งขึ้น
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----

#คลินิกFixใจ

#ฐิสาวริฏฐิสา
#ช่อง7HD

#ละครช่อง7
#กองทุนสื่อ
#สุขภาพจิต
#ข่าวบันเทิง

เกมสลับชื่อเพื่อเกิดใหม่! ย้อนรอย "Studio Wabi Sabi" สู่บิ๊กดีล GMMTV คว้าตั๋วร่วมทุนสะเทือนวงการวายข่าวใหญ่ที่สร้างความ...
15/09/2026

เกมสลับชื่อเพื่อเกิดใหม่!
ย้อนรอย "Studio Wabi Sabi" สู่บิ๊กดีล GMMTV คว้าตั๋วร่วมทุนสะเทือนวงการวาย
ข่าวใหญ่ที่สร้างความสั่นสะเทือนในอุตสาหกรรมบันเทิงและซีรีส์วายไทยในช่วงปลายปี 2569 คงหนีไม่พ้นการประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง GMMTV เดินหน้าปิดดีลร่วมทุนกับผู้กำกับมือทอง "นิว-ศิวัจน์ สวัสดิ์มณีกุล" ถือกำเนิดเป็น "สตูดิโอ วาบิ ซาบิ" ภายใต้ร่มเงาใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม เทยติดจอ ขอพาทุกท่านไปเจาะลึกประวัติศาสตร์การก่อตั้งและจุดเปลี่ยนสำคัญของสตูดิโอแห่งนี้
> จุดเริ่มต้นและปรัชญา "ความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ"
ตำนานของค่ายนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 กับการก่อตั้ง "บริษัท สตูดิโอ วาบิ ซาบิ จำกัด" ภายใต้การนำทัพของ นิว ศิวัจน์ ผู้กำกับที่เปรียบเสมือนหัวหอกรันวงการซีรีส์วายไทย ชื่อ "วาบิ ซาบิ" (Wabi Sabi) มีรากฐานมาจากปรัชญาญี่ปุ่นโบราณที่ให้คุณค่ากับ ความงดงามในความไม่สมบูรณ์แบบ
แนวคิดนี้กลายมาเป็นลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ในการผลิตคอนเทนต์ของค่าย ที่มักจะถ่ายทอดตัวละครที่มีบาดแผล เปราะบาง และมีความเป็นมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง ตลอดระยะเวลาหลายปี ค่ายได้สร้างผลงานและปั้นศิลปินจนเติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนจากตัวเลขผลประกอบการที่ไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากช่วงแรกในปี 2561 ที่ขาดทุน สู่การกวาดรายได้ทะลุ 100.26 ล้านบาท พร้อมฟันกำไรสุทธิ 22.25 ล้านบาท ในปี 2568 พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพที่ครองใจฐานแฟนคลับได้อย่างเหนียวแน่น
> แทคติกสลับชื่อ ปูทางสู่การเติบโตครั้งใหม่
ก่อนที่จะเกิดบิ๊กดีลกับ GMMTV ได้เกิดกลยุทธ์ทางธุรกิจที่แยบยล เมื่อ บริษัท สตูดิโอ วาบิ ซาบิ จำกัด (เดิม) ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1 ล้านบาทในปี 2561 เป็น 5 ล้านบาทในปี 2567 ก่อนที่จะได้ทำการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น "บริษัท อโลนนิว จำกัด" เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569
การเปลี่ยนชื่อในครั้งนั้น คือการเตรียมความพร้อมเพื่อนำแบรนด์ "Studio Wabi Sabi" ที่มีมูลค่าและเป็นภาพจำของแฟนๆ ไปจดทะเบียนตั้งเป็นบริษัทแห่งใหม่ร่วมกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ โดยใช้วิธีการโยกย้ายบุคลากร ศิลปิน และทีมงานคุณภาพชุดเดิมไปสู่บ้านหลังใหม่ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจบริหารศิลปินและการผลิตคอนเทนต์ยังคงขับเคลื่อนต่อไปด้วยศักยภาพที่เต็มเปี่ยมเช่นเดิม
> ถือกำเนิดใหม่ใต้ร่มเงา GMMTV
และแล้วในวันที่ 14 กันยายน 2569 บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (ONEE) ได้แจ้งสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด (GMMTV) ภายใต้ชื่อ "บริษัท สตูดิโอ วาบิ ซาบิ จำกัด" อย่างเป็นทางการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและพัฒนาคอนเทนต์ รวมถึงให้บริการด้านการบริหารศิลปินอย่างครบวงจร
โครงสร้างการร่วมทุนในครั้งนี้ถือเป็นการผสานความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่าย โดยมีทุนจดทะเบียนที่ 7,000,000 บาท แบ่งสัดส่วนการถือหุ้น ได้แก่ บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด ถือหุ้นหลักในสัดส่วน 51% (จำนวน 35,699 หุ้น), นายศิวัจน์ สวัสดิ์มณีกุล ถือหุ้นในสัดส่วน 49% (จำนวน 34,300 หุ้น) และนายสถาพร พานิชรักษาพงศ์ ถือหุ้นจำนวน 1 หุ้น
สำหรับการบริหารงาน คณะกรรมการบริษัทชุดใหม่จะประกอบไปด้วยบุคคลสำคัญ 3 ท่าน ได้แก่ นายสถาพร พานิชรักษาพงศ์, นายนรัญจ์ พุ่มศิริ และ นายศิวัจน์ สวัสดิ์มณีกุล โดยเม็ดเงินที่ใช้ในการจัดตั้งบริษัทครั้งนี้ถูกดึงมาจากเงินทุนหมุนเวียนของ GMMTV เอง
การจับมือกันระหว่าง GMMTV และ นิว ศิวัจน์ ในนาม Studio Wabi Sabi รูปแบบใหม่นี้ ไม่เพียงแต่จะรักษากลิ่นอายความคลาสสิกในการเล่าเรื่องของค่ายเอาไว้ได้ แต่ยังเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ทั้งด้านเงินทุนและเครือข่ายการตลาด เพื่อเตรียมยกระดับอุตสาหกรรมซีรีส์วายไทยให้พุ่งทะยานสู่ความสำเร็จในระดับสากลได้อย่างน่าจับตามอง
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
—--



#นิวศิวัจน์
#ซีรีส์วาย


#ทีวีดิจิทัล
#ช่องวัน31

สะเทือนวงการวาย! GMMTV ปิดดีลตั้งบริษัทร่วมทุน "Studio Wabi Sabi" ดึง "นิว ศิวัจน์" ผนึกกำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่บริษัท เ...
14/09/2026

สะเทือนวงการวาย!
GMMTV ปิดดีลตั้งบริษัทร่วมทุน "Studio Wabi Sabi"
ดึง "นิว ศิวัจน์" ผนึกกำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่
บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE ได้สร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมซีรีส์วายและคอนเทนต์วัยรุ่น ด้วยการแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 อนุมัติให้ บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด (GMMTV) จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ บริษัท สตูดิโอ วาบิ ซาบิ จำกัด (Studio Wabi Sabi Co., Ltd.) อย่างเป็นทางการ
> ก้าวสำคัญแห่งการควบรวมความแข็งแกร่ง
การจัดตั้งบริษัทใหม่ในครั้งนี้ มีทุนจดทะเบียนเริ่มต้นที่ 7,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 70,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท โดยโครงสร้างการถือหุ้นเป็นการผนึกกำลังกันระหว่างยักษ์ใหญ่แห่งวงการและผู้กำกับมือทอง ได้แก่ บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด (GMMTV) ถือหุ้นในสัดส่วน 51% (35,699 หุ้น), นายศิวัจน์ สวัสดิ์มณีกุล หรือ "นิว ศิวัจน์" ผู้กำกับและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Studio Wabi Sabi ถือหุ้นในสัดส่วน 49% (34,300 หุ้น) และนายสถาพร พานิชรักษาพงศ์ ถือหุ้นจำนวน 1 หุ้น
โดยวัตถุประสงค์หลักของการตั้งบริษัทย่อยนี้ มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจการผลิตและพัฒนาคอนเทนต์ รวมถึงการให้บริการด้านการบริหารศิลปินแบบครบวงจร โดยมีคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลสำคัญ 3 ท่าน คือ นายสถาพร พานิชรักษาพงศ์, นายนรัญจ์ พุ่มศิริ และ นายศิวัจน์ สวัสดิ์มณีกุล ซึ่งแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการจัดตั้งมาจากเงินทุนหมุนเวียนของ GMMTV เอง
> ปรัชญาความไม่สมบูรณ์แบบที่งดงามของ Studio Wabi Sabi
หากย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น "Studio Wabi Sabi" ถูกปลุกปั้นขึ้นมาจากวิสัยทัศน์และฝีมือการกำกับของ "นิว-ศิวัจน์ สวัสดิ์มณีกุล" ผู้เปรียบเสมือนหัวหอกสำคัญรันวงการซีรีส์วายไทยมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก ชื่อบริษัท "วาบิ ซาบิ" มีรากฐานมาจากปรัชญาญี่ปุ่นโบราณที่ให้คุณค่ากับ "การค้นพบความงดงามในความไม่สมบูรณ์แบบ" (Beauty in Imperfection)
แนวคิดนี้ถูกสะท้อนผ่านผลงานซีรีส์ทุกเรื่องของค่าย นิว ศิวัจน์ มักจะหยิบยกตัวละครที่มีบาดแผล มีความเปราะบาง และมีความเป็นมนุษย์ที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบมาเป็นแกนหลักในการเล่าเรื่อง ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงและเชื่อมโยงความรู้สึกกับตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งเอกลักษณ์การนำเสนอความสมจริงที่เจือปนไปด้วยความงดงามทางอารมณ์นี้เอง คือมนต์เสน่ห์ที่ทำให้ Studio Wabi Sabi ครองใจฐานแฟนคลับซีรีส์วายได้อย่างเหนียวแน่น
การก้าวเข้ามาลงทุนและดึง Studio Wabi Sabi เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในระบบนิเวศธุรกิจของ GMMTV ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การขยายพอร์ตโฟลิโอเพียงอย่างเดียว แต่คือการผสานความแข็งแกร่งด้านเงินทุนและเครือข่ายระดับสากล เข้ากับลายเซ็นการเล่าเรื่องอันเป็นเอกลักษณ์ของ นิว ศิวัจน์ เพื่อยกระดับมาตรฐานซีรีส์วายไทยให้เติบโตและตอบโจทย์ผู้ชมในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
—--



#นิวศิวัจน์
#ซีรีส์วาย


#ทีวีดิจิทัล
#ช่องวัน31

จับตาอนาคต “อสมท” ลือสะพัดควบรวม “ไทยพีบีเอส”? ด้าน “หมาแก่” ซัดกลับปมแฉเพราะแค้นกำลังเป็นประเด็นร้อนที่น่าจับตามองในแวด...
14/09/2026

จับตาอนาคต “อสมท” ลือสะพัดควบรวม “ไทยพีบีเอส”?
ด้าน “หมาแก่” ซัดกลับปมแฉเพราะแค้น
กำลังเป็นประเด็นร้อนที่น่าจับตามองในแวดวงสื่อมวลชน เมื่อมีการพูดถึงแนวทางการปรับโครงสร้างองค์กรรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนอย่าง บมจ.อสมท (MCOT) โดยในรายการเจาะลึกทั่วไทยได้มีการเปิดเผยข้อมูลวงในว่า หากภายใน 6 เดือน อสมท ยังไม่สามารถหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อนำที่ดินและสินทรัพย์ไปต่อยอดสร้างรายได้ อาจมีการพิจารณาแก้กฎหมายเพื่อนำไปควบรวมกิจการกับทางองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ส่วนข้อสงสัยที่ว่าทำไมจึงไม่โอนย้ายไปรวมกับกรมประชาสัมพันธ์นั้น เป็นเพราะกรมประชาสัมพันธ์มีสถานะเป็นส่วนราชการ การนำรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนเข้าไปรวมจะยิ่งทำให้กลายเป็นภาระหนักของรัฐบาล
นอกจากประเด็นโครงสร้างองค์กรแล้ว ยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์พาดพิงถึง "หมาแก่" ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ผู้ดำเนินรายการ ว่าที่นำประเด็นนี้มาเปิดเผยเป็นเพราะความแค้นส่วนตัวที่เคยถูกให้ออกจากช่องหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวได้ตอบโต้และชี้แจงถึงเจตนารมณ์กลางรายการไว้อย่างชัดเจนว่า
"นี่มีคนส่งข้อความเข้ามา เขาบอกว่าหมาแก่พูดเรื่อง อสมท เนี่ยจะเอาคืนเพราะถูกไล่ออกมาใช่ไหม โห คิดอย่างนั้นได้อย่างไร ถ้าคิดว่า ผมเอาความจริง เอาข้อมูลวงในที่เขากำลังเวิร์กกันอยู่มาเล่าสู่กันฟัง เพราะผมอยากจะเอาคืน อยากจะรังแก อยากจะทำลาย อสมท ไม่ได้มีเหตุจำเป็น โอ๊ย ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องเอาคืนเลย โอ้ย เพ้อเจ้อ คิดเยอะ"
ท้ายที่สุด การรายงานข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงและตั้งข้อสังเกตในฐานะสมบัติของชาติที่ประชาชนและสังคมควรมีสิทธิ์รับรู้และตรวจสอบได้ โดยไม่ได้มีเจตนาโจมตีหรือเอาคืนตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----

#อสมท

#ไทยพีบีเอส

#เจาะลึกทั่วไทย
#หมาแก่
#ดนัยเอกมหาสวัสดิ์
#ข่าวสื่อมวลชน
#แวดวงคนข่าว

14/09/2026

รันเวย์ลุกเป็นไฟ!
“แพนเค้ก-แอนโทเนีย-ซินดี้” นั่งแท่นเมนเทอร์ “The Face Thailand Season 7” ประเดิมจอ 10 ต.ค. นี้
สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟชั่นเรียลลิตี้ระดับตำนาน เมื่อรายการ “The Face Thailand Season 7” ประกาศคัมแบ็กอย่างเป็นทางการเพื่อสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่บนรันเวย์ หลังจากมอบสีสันให้วงการบันเทิงไทยมานานกว่า 12 ปี โดยการกลับมาในครั้งนี้ ทางรายการพร้อมพาผู้ชมก้าวสู่อีกมิติของเกมการแข่งขันที่เข้มข้นและคาดเดาไม่ได้ เพื่อเฟ้นหาเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มีดีแค่เพียงความสวยงาม แต่ต้องครบเครื่องด้วยความสามารถ ไหวพริบ ทัศนคติ และความพร้อมที่จะเปลี่ยนทุกโจทย์หินให้กลายเป็นโอกาสในการก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงในชีวิตจริง
ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ซีซันนี้ถูกจับตามองอย่างมาก คือการเปิดตัว 3 ตัวแม่แห่งวงการที่จะมารับหน้าที่ “เมนเทอร์” เชือดเฉือนกลยุทธ์กันแบบไม่มีใครยอมใคร นำทัพโดย “เมนเทอร์แพนเค้ก-เขมนิจ” แชมป์จากซีซันที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้เธอไม่ได้มาเพื่อทดลองสนาม แต่มาพร้อมเป้าหมายอันแน่วแน่ในการรักษาแชมป์ให้อยู่กับทีมของตนเองอีกครั้ง
ตามมาด้วย “เมนเทอร์แอนโทเนีย โพซิ้ว” ที่เตรียมนำมาตรฐานและประสบการณ์ความเป๊ะจากเวทีระดับโลกมาเจียระไนลูกทีม และที่เซอร์ไพรส์แฟนรายการที่สุดคือการปรากฏตัวของ “เมนเทอร์ซินดี้-สิรินยา” นางแบบแถวหน้าผู้ผ่านงานระดับเอเชียมาอย่างโชกโชน ซึ่งก้าวเข้ามารับบทบาทเมนเทอร์ในรายการนี้เป็นครั้งแรก การปะทะกันของ 3 วิธีคิด 3 สไตล์การทำทีมในครั้งนี้ รับรองได้ว่าจะทำให้ทุกแคมเปญและห้องคัดออกดุเดือดกว่าที่เคย
ทางด้าน คุณเต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการสร้าง ได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ของซีซันนี้ว่า รายการยังคงจัดเต็มทุกความท้าทายที่แฟน ๆ คิดถึง แต่มุ่งหวังให้เวทีนี้สะท้อนภาพความเป็นจริงของวงการแฟชั่นในปัจจุบันมากขึ้น เพื่อเป็นบทพิสูจน์ศักยภาพของผู้เข้าแข่งขันในการต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพ แฟนเพจเทยติดจอสามารถร่วมลุ้นว่าใครจะรอดจากห้องดำและใครจะก้าวขึ้นเป็น The Face คนใหม่ได้ใน “The Face Thailand Season 7” ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 16.30–18.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 HD ประเดิมตอนแรกวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมนี้
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----







#ช่อง3HD

#ข่าวบันเทิง
#รายการเรียลลิตี้

ระเบิดเวลา อสมท! คลังยื่นคำขาด 6 เดือน หาพาร์ตเนอร์ไม่เจอ ลุยรื้อกฎหมายควบรวม "ไทยพีบีเอส"สถานการณ์ของ บริษัท อสมท จำกัด...
14/09/2026

ระเบิดเวลา อสมท!
คลังยื่นคำขาด 6 เดือน หาพาร์ตเนอร์ไม่เจอ ลุยรื้อกฎหมายควบรวม "ไทยพีบีเอส"
สถานการณ์ของ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT องค์กรสื่อของรัฐที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน กำลังเดินมาถึงทางแยกที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางกระแสการปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนเรื้อรัง รายการ "เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand" (ประจำวันที่ 14 กันยายน 2569) ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่สั่นสะเทือนวงการสื่อ โดยระบุว่ากระทรวงการคลังกำลังเตรียมใช้ไม้แข็งเพื่อผ่าตัดใหญ่องค์กรแห่งนี้
> จากธุรกิจสื่อ สู่จุดวิกฤตที่ต้องผ่าตัด
อสมท มีธุรกิจหลัก (Core Business) 3 ส่วน คือ โทรทัศน์ วิทยุ และสำนักข่าวไทย ทว่าทั้ง 3 ส่วนกำลังเผชิญหน้ากับพายุ Digital Disruption ที่พัดทำลายโครงสร้างรายได้แบบดั้งเดิมจนแทบไม่เหลือชิ้นดี เมื่อเทียบกับรัฐวิสาหกิจอื่นที่หาทางรอดได้แล้วอย่าง ขสมก. หรือ การรถไฟฯ กรณีของ อสมท กลับถูกมองว่า "สาหัสที่สุด"
ข้อมูลเชิงลึกจากกระทรวงการคลังระบุว่า รัฐบาลเตรียมนำ "โมเดลการบินไทย" มาใช้กับ อสมท นั่นคือการวางแผนลดสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังให้ต่ำกว่า 50% เพื่อปลดล็อกสถานะจากการเป็น "รัฐวิสาหกิจ" และเปิดทางให้มีการบริหารจัดการแบบเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการเลิกจ้างพนักงาน (Layoff) เพื่อลดขนาดองค์กร
> ยื่นคำขาด 6 เดือน พร้อมไพ่ตาย "ที่ดินทำเลทอง"
กระทรวงการคลังได้ขีดเส้นตายให้เวลา อสมท เพียง 6 เดือน ในการตามหา "Strategic Partner" หรือพันธมิตรทางธุรกิจภาคเอกชน ที่จะเข้ามาร่วมทุนและต่อยอดทิศทางธุรกิจสื่อให้ไปรอด
ทว่าในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน การหาผู้ร่วมทุนไม่ใช่เรื่องง่าย กระทรวงการคลังจึงมอบ "แต้มต่อ" ชิ้นสำคัญ นั่นคือการอนุญาตให้ อสมท เก็บสินทรัพย์ประเภท "ที่ดิน" ไว้เป็นสมบัติติดตัว (ไม่รอนสิทธิคืน) ซึ่งรวมถึงที่ดินผืนงามขนาด 50 ไร่ ย่านรัชดาภิเษก, ที่ดินหนองแขม และที่ดินในต่างจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็น "สิ่งจูงใจ" ในการดึงดูดกลุ่มทุนเอกชนให้เข้ามาร่วมประมูลและพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์
> แผนสำรองสุดช็อกกับการควบรวม "ไทยพีบีเอส"
หากผ่านไป 6 เดือนแล้ว อสมท ยังไม่สามารถหาพันธมิตรได้ ข้อมูลจากรายการระบุว่า กระทรวงการคลังมีแผนสำรองที่เตรียมไว้คือ การนำ อสมท ไปควบรวมกิจการกับ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS)
แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตว่า ไทยพีบีเอส ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เฉพาะ ในสถานะ "องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย" ซึ่งทำให้การควบรวมเป็นเรื่องยุ่งยากทางกฎหมาย แต่แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกลับระบุอย่างมั่นใจว่า "แก้ก็แก้... พ.ร.ก. 4 แสนล้านก็ยังกล้าออกกันมาแล้ว จะไปแก้ พ.ร.บ. ไทยพีบีเอส ไม่ใช่เรื่องยาก"
> ส่องงบ "ไทยพีบีเอส" ไหวหรือไม่หากต้องแบก อสมท?
เมื่อเจาะลึกไปที่งบการเงินของไทยพีบีเอสในปีงบประมาณ 2568 (คาดการณ์) พบว่ารายได้รวมปี 2568 มีประมาณ 2,695 ล้านบาท โดยรายได้หลักกว่า 2,049 ล้านบาท มาจาก "เงินบำรุงองค์การ" หรือ ภาษีบาป (ภาษีสุราและยาสูบ) ที่รัฐจัดสรรให้ตามกฎหมาย
ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมปี 2568 มีประมาณ 2,625 ล้านบาท แบ่งเป็น "ค่าใช้จ่ายบุคลากร" สูงถึง 820 ล้านบาทต่อปี (เฉลี่ยเดือนละ 68 ล้านบาท) และ "ต้นทุนผลิตและจัดหารายการ" อีก 858 ล้านบาทต่อปี (เฉลี่ยเดือนละ 71.5 ล้านบาท)
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันรายรับและรายจ่ายของไทยพีบีเอสนั้นอยู่ในระดับที่สูสีกันมาก คำถามสำคัญคือ หากต้องนำโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรของ อสมท เข้าไปควบรวมด้วย ไทยพีบีเอสจะสามารถแบกรับภาระนี้ไหวหรือไม่?
"ทําไม่ได้ง่ายหรอกนะ... อย่าลืมว่าไทยพีบีเอสเขาตั้งโดยพระราชบัญญัติ สถานะของเขาตามกฎหมายคือองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ... ถ้าจะเอาอสมท.ไปควบรวมกับไทยพีบีเอส คุณต้องแก้กฎหมาย... พี่ๆ ที่กระทรวงการคลังก็ยักคิ้วใส่หมาแก่หนึ่งที บอกน้อง แก้ก็แก้" ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ กล่าวในห้วงเวลาหนึ่งของการรายงานข่าวนี้
> เปลี่ยนแม่ทัพใหม่ สู้ศึกวิกฤตสื่อ
เพื่อให้สอดรับกับภารกิจที่ท้าทายนี้ คณะกรรมการ บมจ.อสมท (ในการประชุมครั้งที่ 16/2569) ได้มีมติแต่งตั้ง นายเจษฎา พงศ์ธนาธนวัฒน์ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ และรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 แทนที่ ดร.ญาดา กาศยปนันทน์ ที่ประกาศลาออก
การผลัดใบผู้บริหารในครั้งนี้ คณะกรรมการบริหารมุ่งหวังให้วิสัยทัศน์ของนายเจษฎา ทั้งในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและการวางกลยุทธ์องค์กร เข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการนำพา อสมท ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด และเร่งหาทางออกให้ทันก่อนที่ระเบิดเวลา 6 เดือนจะสิ้นสุดลง
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
—--

#อสมท

#ปรับโครงสร้างสื่อ
#ไทยพีบีเอส
#เจาะลึกทั่วไทย
#เจษฎาพงศ์ธนาธนวัฒน์
#รัฐวิสาหกิจ
#ทีวีดิจิทัล

14/09/2026

เปิดศึก “รสแลกเงิน”
ท้า 3 เชฟรังสรรค์เมนูสุขภาพด้วยงบ 30 บาทจากร้านโชห่วย!
รายการ “รสแลกเงิน” สัปดาห์นี้เตรียมท้าทายขีดจำกัดของการทำอาหาร ด้วยการพิสูจน์ให้เห็นว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป สัปดาห์นี้พบกับโจทย์ท้าทาย “อาหารสุขภาพงบจำกัด” โดยผู้เข้าแข่งขันซึ่งมีเงินรางวัลสะสมตั้งต้นคนละ 50,000 บาท จะได้รับงบประมาณเพิ่มเพียง 30 บาท สำหรับการจัดซื้อวัตถุดิบทั้งหมดจากแผงร้านโชห่วย โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือห้ามใช้เงินเกินงบแม้แต่บาทเดียว เพื่อรังสรรค์เมนูที่ลดการปรุงแต่ง แต่ยังคงความอร่อยและถูกหลักโภชนาการ
ศึกครั้งนี้เป็นการประชันฝีมือและไหวพริบในการบริหารงบประมาณของ 3 เชฟระดับท็อป ได้แก่ เชฟแมน-สราวุธ (MasterChef The Professionals Thailand), เชฟแบงค์-เจตะสานนท์ (MasterChef Thailand Season 2) และ เชฟตู่-แสงเทียน (แชมป์จาก Hell's Kitchen Thailand Season 2) และร่วมประเมินความคุ้มค่า รสชาติ และคุณค่าทางอาหาร นำโดย หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์, คุณสุพัฒนุช สอนดำริห์ (สสส.), อาจารย์แววตา เอกชาวนา (นักโภชนาการ) และ เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ
รายการคุณภาพที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพนี้ มาจากการร่วมมือระหว่าง สสส., ช่อง 7HD และ บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ดำเนินรายการโดย เชฟกอล์ฟ-สัญญา และ เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ
ร่วมติดตามการแข่งขันว่าเชฟท่านใดจะสามารถดึงศักยภาพของวัตถุดิบราคาประหยัดออกมาได้คุ้มค่าที่สุดและเหลือเงินรางวัลกลับไปเท่าไร ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ เวลา 18.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD กด 35 และสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง Netflix
—--
#เทยติดจอ - ติดทุกเทรนด์ ทันทุกจอ
FACEBOOK / INSTAGRAM / TIKTOK :
YOUTUBE :
ร่วมสนับสนุนเราได้ทาง PromptPay : 0622688824
-----

#รสแลกเงิน
#ช่อง7HD

#สสส

#เชฟแมนสราวุธ
#เชฟแบงค์เจตะสานนท์
#เชฟตู่แสงเทียน
#เมนูสุขภาพ
#อาหารงบประหยัด
#ข่าวบันเทิง

ที่อยู่

299 Soi Charoen Nakhon 5 , Charoen Nakhon Road , Khlong Ton Sai, Khlong San
Bangkok
10600

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Modernist.Todayผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์