News NBT ข่าวสารถูกต้อง ฉับไว เชื่อถือได้
(1)

06/06/2026
“จับได้รายวัน” กองทัพเรือย้ำปิดด่าน 100% ตลอดแนว จับกุมชาวกัมพูชาลักลอบเข้าเมือง 10 รายได้อีก บริเวณแนวชายแดนบ้านแหลม จั...
05/06/2026

“จับได้รายวัน” กองทัพเรือย้ำปิดด่าน 100% ตลอดแนว จับกุมชาวกัมพูชาลักลอบเข้าเมือง 10 รายได้อีก บริเวณแนวชายแดนบ้านแหลม จันทบุรี
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เช้ามืดวันนี้ (5 มิถุนายน 2569) เวลาประมาณ 03.30 น. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี ประจำจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแปลง ทำการจับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 10 ราย เป็นชาย 6 ราย หญิง 4 ราย บริเวณแนวชายแดนบ้านแหลม หมู่ 4 ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ขณะเจ้าหน้าที่จัดกำลังลาดตระเวนและเข้าที่ซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ โดยไม่มีเอกสารอนุญาตให้เดินทางเข้ามาและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การว่า เดินทางมาจากหลายพื้นที่ในประเทศกัมพูชา เนื่องจากในประเทศกัมพูชาประสบปัญหาทางเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาการว่างขาดงาน ทให้ตกงานและขาดรายได้เลี้ยงดูครอบครัว จึงต้องการเดินทางเข้ามาหางานทำในประเทศไทย อาทิ กรุงเทพมหานคร ระยอง จันทบุรี งานค้าขายในตลาดสด และงานเกษตรกรรม โดยเสียค่าใช้จ่ายในการนำพาและหางานรายละประมาณ 6,000–7,500 บาท ทั้งนี้ ตรวจพบว่ามีผู้นำพา 1 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมด พร้อมจัดทำบันทึกการจับกุม และบันทึกการควบคุมตัวตามมาตรา 22 และ 23 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โฆษกกองทัพเรือย้ำว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่ชายแดนในความรับผิดชอบของกองทัพเรือยังคงมีการควบคุมอย่างเข้มงวด และจุดผ่านแดนยังอยู่ภายใต้มาตรการปิดด่านตามนโยบายด้านความมั่นคงอย่างชัดเจน มิได้มีการเปิดด่านหรือผ่อนปรนให้มีการผ่านเข้า–ออกโดยเสรีแต่อย่างใด หากมีการเปิดด่านจริง กลุ่มบุคคลเหล่านี้ย่อมไม่จำเป็นต้องลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติในช่วงเวลากลางคืน
กองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จะยังคงบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เฝ้าตรวจ ลาดตระเวน และสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมือง การนำพาแรงงานผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า กองทัพเรือยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด รอบคอบ และเป็นไปตามกฎหมาย
#จับลอบเข้าเมือง
#ปิดด่าน100เปอร์เซ็นต์
#ชายแดนจันทบุรี
#รวบแรงงานเถื่อน
#กองทัพเรือ
#สกัดข้ามแดน
#บ้านแหลม
#คุมเข้มชายแดน
#จับรายวัน
#ลอบเข้าไทย

“เอกนัฏ” เอาจริง ตั้งอนุฯกบง. ปลัดประธาน ดึง 3นักวิชาการร่วม ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ต่อยอดข้อเสนอภาคประชาชนวันนี้ (5 มิ...
05/06/2026

“เอกนัฏ” เอาจริง ตั้งอนุฯกบง. ปลัดประธาน ดึง 3นักวิชาการร่วม ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ต่อยอดข้อเสนอภาคประชาชน
วันนี้ (5 มิถุนายน 2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งการให้ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทนรับหนังสือข้อเสนอจากเครือข่ายภาคประชาชน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวว่า หลังจากที่มีการตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อพิจารณาข้อเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานกับเครือข่ายภาคประชาชน ไม่ว่าเรื่องการทบทวนสูตรการคำนวนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง, ค่าการกลั่น หรือ ค่าการตลาด ซึ่งมีการประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นระหว่างกัน ซึ่งหลังจากได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว เพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพและเห็นผลอย่างรวดเร็ว จึงได้สั่งการให้ตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการบริหารโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ข้อเรียกร้องต่างๆ อย่างละเอียด ก่อนดำเนินการปรับแก้โครงสร้างจริง โดยมีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน และยังได้มีการเชิญนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน ซึ่งมีความรู้ความสามารถด้านพลังงานและมีความเป็นกลาง เข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการชุดนี้ ประกอบด้วย รศ.เจษฎ์ โทณะวานิช นายภาณุรัช ดำรงไทย และนางสาวอารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม
ส่วนผลการดำเนินงานตั้งแต่เกิดเหตุสงครามสหรัฐ อิสราเอล อิหร่าน ก็ได้สั่งการให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อช่วยเหลือประชาชนคิดเป็นเงินเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการกำกับดูแลด้านพลังงานอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยขณะนี้กระทรวงพลังงานยังคงเดินหน้าประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อเร่งรัดดำเนินคดีตามกฎหมายกับกลุ่มผู้ประกอบการที่มีพฤติกรรมกักตุนสินค้าพลังงานอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเบิกจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยมิชอบและสร้างความเสียหายต่อสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
"กระทรวงพลังงานพร้อมรับฟังและให้ความสำคัญกับทุกเสียงสะท้อนของภาคประชาชน ซึ่งหลังจากมีการประชุมคณะทำงานฯ ไปแล้ว 2 ครั้ง เห็นว่าเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและการทำงานที่รวดเร็ว ได้สั่งการตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้ กบง. ที่มีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่านมาวิเคราะห์ กลั่นกรอง และให้ความเห็นเพื่อจะช่วยให้การศึกษาข้อเสนอต่างๆ เป็นไปอย่างรอบคอบและมีหลักวิชาการรองรับ และเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ในขณะเดียวกัน ผมจะไม่มีการประนีประนอมกับผู้ที่เอาเปรียบประเทศชาติ มีการทำงานร่วมกับ DSI เพื่อทลายขบวนการกักตุนสินค้า ผมจะเร่งดำเนินการจนถึงที่สุด เพื่อปกป้องเงินของประเทศและรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน" นายเอกนัฏ กล่าว
#เอกนัฏ
#ปรับโครงสร้างพลังงาน
#ลดภาระประชาชน
#ปฏิรูปพลังงานไทย
#กบง
#พลังงานโปร่งใส
#รับฟังเสียงประชาชน
#ล้างบางกักตุนพลังงาน
#พลังงานเพื่อประชาชน

05/06/2026

"นายกฯ อนุทิน" เป่าขลุ่ยอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ "ความฝันอันสูงสุด" ภายหลังพิธีการเนื่องในงานสโมสรวันนิบาตเฉลิมพระเกียรติฯ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
#อนุทิน #ความฝันอันสูงสุด #เพลงพระราชนิพนธ์ #สโมสรวันนิบาต #ทําเนียบรัฐบาล #ข่าวNBT

“ศุภมาส” เร่งช่วยเด็ก 7 ขวบ หวิดดับ! ถูกไฟดูดขณะพักผ่อนพูลวิลลาชะอำ สั่ง สคบ. ลุยฟ้องแทนผู้บริโภค จี้หน่วยงานท้องถิ่นตรว...
05/06/2026

“ศุภมาส” เร่งช่วยเด็ก 7 ขวบ หวิดดับ! ถูกไฟดูดขณะพักผ่อนพูลวิลลาชะอำ สั่ง สคบ. ลุยฟ้องแทนผู้บริโภค จี้หน่วยงานท้องถิ่นตรวจสอบมาตรฐานที่พัก
วันนี้ (4 มิถุนายน 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเด็กหญิงวัย 7 ขวบถูกกระแสไฟฟ้าจากไฟส่องสว่างริมสระว่ายน้ำรั่วดูด ขณะเข้าพักพูลวิลล่าแห่งหนึ่งในอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งผู้ปกครองเด็กได้นำหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับ มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีแล้ว ในส่วนของตนในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. จึงได้สั่งการให้เร่งช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า หลังครอบครัวผู้เสียหายพร้อมด้วยมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งตนได้มอบหมายให้นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่องแทน และสั่งการให้ทาง สคบ. ออกหนังสือเชิญผู้ประกอบการและครอบครัวผู้เสียหายมาเจรจาไกล่เกลี่ยโดยเร็ว หากตกลงกันไม่ได้ สคบ. จะเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พิจารณาฟ้องคดีแทนผู้บริโภคทันที โดยผู้เสียหายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องเอง พร้อมกันนี้ สคบ. จะส่งเรื่องไปยังหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเพชรบุรี เข้าตรวจสอบว่าสถานประกอบการมีการต่อเติมระบบไฟฟ้าภายนอกอาคารที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเข้าข่ายประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ เพื่อบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายอาญาต่อไป
“ขอความร่วมมือผู้ประกอบการที่พัก พูลวิลลา และโรงแรมทั่วประเทศ เร่งตรวจสอบระบบไฟฟ้าและแสงสว่างบริเวณสระว่ายน้ำให้อยู่ในสภาพปลอดภัย และขอเตือนผู้ปกครองให้ตรวจสอบความพร้อมของสถานที่ก่อนพาบุตรหลานลงเล่นน้ำทุกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว และช่วงหน้าฝนนี้” นางสาวศุภมาสกล่าว
นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้ายว่า สิทธิในความปลอดภัยจากการรับบริการ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้บริโภคทุกคนต้องได้รับอย่างเท่าเทียม ซึ่งตนจะติดตามเรื่องนี้จนถึงที่สุด ผู้เสียหายต้องได้รับการเยียวยาที่เป็นธรรม และเหตุการณ์แบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก หากผู้บริโภคพบสถานประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือถูกละเมิดสิทธิ สามารถร้องเรียนได้ที่ สคบ. สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect และเว็บไซต์ ocpb.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง
#เด็ก7ขวบ
#ไฟดูดพูลวิลลา
#ชะอำไฟรั่ว
#สคบ
#ศุภมาส
#เด็กถูกไฟดูด
#พูลวิลลา
#คุ้มครองผู้บริโภค

สบส. สั่งปิดคลินิกย่านรามอินทรา 15 วัน ปักปากกาลดน้ำหนัก ทำลูกค้าเข้า รพ. พบตกมาตรฐานหลายข้อสั่งฟันโทษตามกฎหมายนายแพทย์ภ...
05/06/2026

สบส. สั่งปิดคลินิกย่านรามอินทรา 15 วัน ปักปากกาลดน้ำหนัก ทำลูกค้าเข้า รพ. พบตกมาตรฐานหลายข้อสั่งฟันโทษตามกฎหมาย
นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. เปิดเผยว่า จากกรณีสื่อโซเชียลเผยแพร่ข้อมูลผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง เข้ารับบริการฉีดยาลดน้ำหนักที่คลินิกแห่งหนึ่ง และเกิดอาเจียนรุนแรงจนต้องส่งต่อไปโรงพยาบาล โดยญาติให้ข้อมูลว่าขณะเข้ารับบริการ คลินิกไม่มีแพทย์เข้ามาทำการตรวจซักประวัติแต่อย่างใด อีกทั้งผู้ให้บริการฉีดยาก็เป็นผู้ช่วยแพทย์ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายผู้รับบริการ ตนจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกองกฎหมาย และกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่จาก อย. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก. ปคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ คลินิกดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในย่านรามอินทรา
โดยจากการบันทึกถ้อยคำจากผู้เกี่ยวข้องพบว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ผู้ป่วยหญิงรายดังกล่าว ได้ติดต่อคลินิกฯ เพื่อทำหัตถการลดน้ำหนักโดยใช้ยา “Mounjaro” โดยได้แจ้งความประสงค์ให้พนักงานของคลินิกว่า ประสงค์อยากลดน้ำหนักโดยมีผลข้างเคียงน้อย พนักงานจึงแนะนำตัวยา “NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix” ให้แก่ผู้ป่วย และได้มีการปลี่ยนตัวยาเดิมเป็นตัวยาใหม่ โดยผู้ป่วยได้รับการปักปากกาลดน้ำหนักจากเจ้าหน้าที่ของคลินิก หลังจากเข้ารับบริการผู้ป่วยมีอาการปกติดี แต่ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ผู้ป่วยแจ้งว่ามีอาการไข้ คลินิกฯจึงแจ้งว่าอาจเป็นอาการข้างเคียงจากการรับยาดังกล่าวในครั้งแรก และในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ผู้ป่วยแจ้งว่ามีอาการรุนแรงขึ้นจนต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านสายไหม และจากการตรวจสอบพื้นที่และเอกสารทางการแพทย์ของคลินิกฯ เพิ่มเติม พบการกระทำที่ผิดมาตรฐานพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ดังนี้
1.พบผู้ทำหัตถการปักยาลดน้ำหนักให้ผู้ป่วยมิใช่แพทย์
2.พบการปรับเปลี่ยนพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
3.บัตรบันทึกประวัติผู้ป่วยนอก (OPD Card) รายละเอียดไม่ครบถ้วน ไม่มีลายมือชื่อผู้ประกอบวิชาชีพที่ให้บริการรักษาพยาบาล
4.ซองยาแสดงรายละเอียดไม่ครบ เช่น ชื่อคลินิก ที่ตั้ง วันหมดอายุของยา
อีกทั้งจากการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ อย. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. พบว่า ยา “NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix” เป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จึงดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ พร้อมมีคำสั่งปิดคลินิก 15 วัน ทันที
#ปิดคลินิก15วัน
#ปักยาลดน้ำหนักป่วยหนัก
#ยาลดน้ำหนักเถื่อน
#คลินิกผิดมาตรฐาน
#สบสฟันคลินิก
#ปักยาโดยไม่ใช่แพทย์
#สั่งปิดทันที
#ลูกค้าเข้าโรงพยาบาล
#ยาผิดกฎหมาย
#รามอินทราเดือด

“กรมการค้าภายใน” ลุยตรวจเข้มก๊าซหุงต้ม–สินค้าหีบห่อทั่วประเทศสกัดเอาเปรียบผู้บริโภคช่วงต้นทุนสูง พร้อมผนึก 10 แบรนด์ เดิ...
04/06/2026

“กรมการค้าภายใน” ลุยตรวจเข้มก๊าซหุงต้ม–สินค้าหีบห่อทั่วประเทศ
สกัดเอาเปรียบผู้บริโภคช่วงต้นทุนสูง พร้อมผนึก 10 แบรนด์ เดินหน้าโครงการ “LPG เต็มถัง”
นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาวะต้นทุนการประกอบธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้นในหลายด้าน กรมการค้าภายในยังคงเดินหน้ากำกับดูแลความเป็นธรรมทางการค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากการกระทำที่ไม่เป็นธรรม โดยได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบก๊าซหุงต้มและสินค้าหีบห่อทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับสินค้าที่มีปริมาณถูกต้องตรงตามที่แสดงไว้ และได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขาย
นางสาวญาณี กล่าวต่อว่า ในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบโรงบรรจุ ร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้ม และผู้ประกอบการสินค้าหีบห่อในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พบทั้งผู้ประกอบการที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย และบางรายที่กระทำผิดจนต้องถูกอายัดสินค้า เปรียบเทียบปรับ และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
สำหรับการตรวจสอบก๊าซหุงต้ม พบการบรรจุขาดจากปริมาณที่แสดงไว้ในหลายพื้นที่ โดยจังหวัดกาญจนบุรีตรวจพบโรงบรรจุก๊าซหุงต้มกระทำผิด 1 ราย บรรจุขาดรวม 43 ถัง จังหวัดราชบุรีพบร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้มกระทำผิด 2 ราย น้ำหนักขาดรวม 66 ถัง ขณะที่พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช เข้าตรวจสอบโรงบรรจุและร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้ม 15 ราย พบกระทำผิด 4 ราย ซึ่งทุกกรณีเจ้าหน้าที่ได้อายัดสินค้าและดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
ด้านการตรวจสอบสินค้าหีบห่อ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและนนทบุรี โดยจังหวัดปทุมธานีสุ่มตรวจสินค้าจำนวน 10 รายการ พบกระทำผิด 1 รายการ ขณะที่จังหวัดนนทบุรีพบกระทำผิดอีก 1 รายการ รวมดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิด 2 ราย
นางสาวญาณี กล่าวว่า กรมการค้าภายในจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีพของประชาชน หากพบการบรรจุไม่เต็มตามฉลาก ปริมาณไม่ตรงตามที่แสดงไว้ หรือมีพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภค จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที เพื่อรักษาความเป็นธรรมทางการค้าและคุ้มครองสิทธิของประชาชนผู้บริโภค
ทั้งนี้ ผู้บรรจุก๊าซหุงต้มและสินค้าหีบห่อที่บรรจุขาดจากปริมาณที่แสดงไว้ หรือแสดงปริมาณไม่ถูกต้อง มีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้จำหน่ายที่มีไว้เพื่อจำหน่ายหรือจำหน่ายสินค้าที่มีปริมาณไม่ตรงตามที่แสดงไว้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนเลือกซื้อสินค้าหีบห่อหรือก๊าซหุงต้มบรรจุถัง ประชาชนควรตรวจสอบสภาพบรรจุภัณฑ์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีฉลากแสดงชนิดสินค้าและน้ำหนักสุทธิอย่างชัดเจน และหลีกเลี่ยงสินค้าที่มีลักษณะผิดปกติหรือมีราคาต่ำกว่าท้องตลาดอย่างผิดสังเกต
หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายสินค้าหีบห่อหรือก๊าซหุงต้มที่อาจเข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็วต่อไป
นางสาวญาณี กล่าวว่า นอกจากการบังคับใช้กฎหมายและการตรวจสอบอย่างเข้มงวดแล้ว กรมการค้าภายในยังเตรียมดำเนินโครงการ “LPG เต็มถัง” ร่วมกับผู้ประกอบการบรรจุก๊าซหุงต้มทั้ง 10 แบรนด์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนว่าก๊าซหุงต้มที่จำหน่ายมีปริมาณครบถ้วนตรงตามที่แสดงไว้ตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ประกอบการในการกำกับดูแลและติดตามมาตรฐานการบรรจุก๊าซให้ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ
็มถัง
#คุมเข้มก๊าซหุงต้ม
#ลุยตรวจทั่วไทย
#ปราบถังแก๊สไม่เต็ม
#เช็กสินค้าหีบห่อ
#สกัดเอาเปรียบผู้บริโภค
#คุ้มครองผู้บริโภค
#จับจริงบรรจุขาด
#การค้าภายในลุยตรวจ
#ปริมาณต้องตรงฉลาก

กขค. ผนึกภาคี รุกจัด Mobile Competition Clinicรับฟังปัญหาธุรกิจ แก้ปมแข่งขันในพื้นที่เหนือ - ใต้สำนักงาน กขค. บูรณาการคว...
04/06/2026

กขค. ผนึกภาคี รุกจัด Mobile Competition Clinic
รับฟังปัญหาธุรกิจ แก้ปมแข่งขันในพื้นที่เหนือ - ใต้
สำนักงาน กขค. บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมลงพื้นที่ให้ความรู้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า และให้คำปรึกษาปัญหาการแข่งขันแก่ผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคใต้ มุ่งเข้าถึงและรับฟังผู้ประกอบธุรกิจอย่างตรงจุด และช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำได้โดยตรงรศ.สุธรรม อยู่ในธรรม รองประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า รักษาการแทนประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) ได้จัดกิจกรรมเชิงรุกลงพื้นที่ให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมาย (Mobile Competition Clinic) โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าและให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นปัญหาด้านการแข่งขันทางการค้า เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจรายเล็กในท้องถิ่นได้รับรู้และเข้าใจ เพื่อใช้กฎหมายดังกล่าวปกป้องสิทธิของตนเองมิให้ถูกผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นเอารัดเอาเปรียบ และสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบธุรกิจได้ โดย Mobile Competition Clinic เปรียบเสมือนหมอที่ลงพื้นที่ไปตรวจหรือรับฟังปัญหาของคนไข้ตามต่างจังหวัด และให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา ซึ่งในกรณีที่พบเรื่องร้องเรียนก็เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายทันที ในส่วนของการเลือกพื้นที่จัดกิจกรรม จะพิจารณาจากรูปแบบโครงสร้างการประกอบธุรกิจ
และกลุ่มอุตสาหกรรมในแต่ละพื้นที่ จากนั้นจะสำรวจเบื้องต้นเพื่อเก็บประเด็นก่อนลงพื้นที่จริง ซึ่งที่ผ่านมา กขค. และสำนักงาน กขค. ได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรม Mobile Competition Clinic ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ณ จังหวัดน่าน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน และล่าสุดในพื้นที่ภาคใต้
ณ จังหวัดกระบี่ โดยการลงพื้นที่ดังกล่าวทำให้พบเจอปัญหาในการประกอบธุรกิจที่หลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ และพบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของ กขค. ที่จะสามารถนำมากำหนดแนวทางปฏิบัติหรือปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสมต่อไป คาดว่าจะมีการจัดกิจกรรม Mobile Competition Clinic ในภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป
ด้านนายทองชัย ชวลิตพิเชฐ กรรมการการแข่งขันทางการค้า กล่าวว่า การขับเคลื่อนโครงการ Mobile Competition Clinic ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าจังหวัด สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กลุ่ม YEC หรือนักธุรกิจรุ่นใหม่ โดยมีการประสานความร่วมมือและบูรณาการร่วมกันตามอำนาจหน้าที่แต่ละหน่วยงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการลงพื้นที่แต่ละจังหวัดนั้น นอกจากจะมีกิจกรรมให้ความรู้ด้านกฎหมายการแข่งขันทางการค้า และรับฟังประเด็นปัญหาการแข่งขันในแต่ละพื้นที่แล้ว ยังมีคลินิกให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นรายกรณี ทำให้สามารถวิเคราะห์ หรือสะท้อนสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างครบถ้วน อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่ง กขค. สามารถนำมาต่อยอดเพื่อกำหนดแนวทางการส่งเสริมการแข่งขันทางการค้า และการพัฒนามาตรการเชิงนโยบายให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ต่อไป
พลตำรวจโทพิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า กล่าวสรุปว่า
จากการลงพื้นที่จัดกิจกรรม Mobile Competition Clinic พบว่า ผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ที่จังหวัดน่าน เชียงราย เชียงใหม่ และลำพูน ประสบปัญหาที่คล้ายคลึงกันเกี่ยวกับพฤติกรรม
ทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมระหว่าง SME และ Modern Trade หรือร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ คือปัญหาเรื่อง Credit Term ที่มีการกำหนดเครดิตเทอมนานถึง 6 เดือน ปัญหาการเก็บค่า GP ที่สูง การใช้อำนาจต่อรองที่เหนือกว่าบังคับเก็บค่าธรรมเนียมแฝง หรือปัญหาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล อาทิ ปัญหาการใช้อัลกอริทึมปิดกั้นการมองเห็น ตลอดจนปัญหาด้านการขนส่ง ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ ที่จังหวัดกระบี่ ได้สะท้อนปัญหาเกี่ยวกับแพลตฟอร์มตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) ที่มีการห้ามตั้งราคาหน้าเว็บไซต์โรงแรมต่ำกว่า OTA (Price Parity) นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมระหว่าง SME และ Modern Trade ที่มีการคิดค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน การเก็บค่า GP เพิ่มโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือปัญหาในธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีการเรียกเก็บค่าขนส่งในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจการเกษตรเรื่องโครงสร้างราคาปาล์มน้ำมันที่มีผลต่อเกษตรกรในจังหวัดกระบี่ เป็นต้น
กิจกรรม Mobile Competition Clinic นับเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับ
การบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า จากการบังคับใช้กฎหมายเชิงรับไปสู่การส่งเสริมการแข่งขันเชิงป้องกัน และการเยียวยาเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่มีอำนาจเหนือตลาด โดยมุ่งลดความเสี่ยงของพฤติกรรมจำกัดการแข่งขันตั้งแต่ต้นทาง อีกทั้งยังเป็นการสร้างฐานข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับปัญหาการแข่งขันในระดับพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบาย มาตรการกำกับดูแล และการส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าให้มีความสอดคล้องกับบริบท
ทางเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
#กขค #รับฟังผู้ประกอบการ #ธุรกิจท้องถิ่น

🚨วันนี้ฝนเพิ่ม!  เตือนภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามัน เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน!...
04/06/2026

🚨วันนี้ฝนเพิ่ม! เตือนภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามัน เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน!! .
📍กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนัก ขณะที่ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
📣ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนสะสม ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน
ส่วนทะเลยังคงมีกำลังแรง ทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2–3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า3เมตร เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
#ฝนถล่ม3ภาค
#เตือนฝนหนัก
#มรสุมกำลังแรง
#เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
#น้ำป่าไหลหลาก
#อันดามันคลื่นสูง
#เรือเล็กงดออกฝั่ง
#ฝนเพิ่มทั่วไทย
#รับมือฝนหนัก
#อุตุฯเตือนภัยฝน

กองทัพเรือยืนยันมาตรการควบคุมชายแดนเข้มงวดต่อเนื่อง ดำเนินการส่งกลับผู้ต้องโทษชาวกัมพูชาตามกระบวนการกฎหมาย ผ่านจุดผ่านแด...
02/06/2026

กองทัพเรือยืนยันมาตรการควบคุมชายแดนเข้มงวดต่อเนื่อง ดำเนินการส่งกลับผู้ต้องโทษชาวกัมพูชาตามกระบวนการกฎหมาย ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนในความรับผิดชอบของกองทัพเรือนั้น สำนักงานโฆษกกองทัพเรือได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนมาโดยตลอดว่า ยังปิดด่าน 100% และคงดำเนินมาตรการควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดตามนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยไม่มีการผ่อนปรนมาตรการหรือดำเนินการใดนอกเหนือจากกรอบกฎหมาย และเพื่อความโปร่งใสและให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ด้วยตนเอง กองทัพเรือได้ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดถ่ายทอดสด (Live) ผ่านเพจ facebook โฆษกกองทัพเรือ ตลอด 24 ชั่วโมง บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม และจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ซึ่งประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์จริงในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับในช่วงบ่ายของวันนี้ (2 มิถุนายน 2569) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี จะอำนวยความสะดวกให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการผลักดันบุคคลสัญชาติกัมพูชา จำนวน 47 คน ที่ผ่านกระบวนการยุติธรรมของไทยจนสิ้นสุดตามคำพิพากษาและพ้นโทษแล้ว จำนวนหนึ่ง ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บุคคลกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้ที่กระทำความผิดในคดีต่าง ๆ อาทิ ความผิดเกี่ยวกับการหลบหนีเข้าเมือง ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และความผิดอาญาอื่น ๆ
กองทัพเรือขอยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นภารกิจตามกฎหมายในการส่งกลับบุคคลต่างด้าวหลังพ้นโทษ มิใช่การเปิดด่านหรือผ่อนคลายการควบคุมชายแดนแต่อย่างใด และยังสะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของประเทศตามพันธกรณีระหว่างประเทศ
กองทัพเรือยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างเต็มกำลัง พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติอย่างต่อเนื่อง
#ปิดด่าน100%
#คุมชายแดนเข้ม
#กองทัพเรือ
#ส่งกลับผู้พ้นโทษ
#ชายแดนไทยกัมพูชา
#ย้ำไม่เปิดด่าน
#ความมั่นคงชายแดน
#ข่าวจริงไม่เฟกนิวส์
#จันทบุรี
#บ้านแหลม

ที่อยู่

236 ถ. วิภาวดีรังสิต แขวงดินแดง เขตดินแดง
Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

+6622752053

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ News NBTผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง News NBT:

แชร์