Fast Thime News "ประชาสัมพันธ์ ทุกเนื้อหา ถูกต้อง เป็นกลาง"

ตม.บุกรีสอร์ทหรูภูเก็ต รวบหนุ่มอิเหนา ตัวการใหญ่ไฮบริดสแกมเมอร์ ข้ามทวีป หนีคดีสหรัฐฯเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เปิ...
25/04/2026

ตม.บุกรีสอร์ทหรูภูเก็ต รวบหนุ่มอิเหนา ตัวการใหญ่ไฮบริดสแกมเมอร์ ข้ามทวีป หนีคดีสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เปิดปฏิบัติการบุกจับกุมผู้ต้องหาข้ามชาติรายสำคัญ ภายในรีสอร์ทหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ภูเก็ต หลังพบเป็นตัวการใหญ่ขบวนการ “Hybrid Scam” หลอกลงทุนคริปโทฯ ข้ามทวีป มีหมายจับจากสหรัฐอเมริกา และหมายแดงของตำรวจสากล

วันนี้ 25 เม.ย.69 พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับบัญชาระดับสูง ที่เน้นปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน บก.ตม.3 และ ตม.จว.ภูเก็ต เร่งติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้

โดยเมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่สืบสวน บก.ตม.3 สามารถระบุตัวเป้าหมายซึ่งพบว่าหลบซ่อนอยู่ในจังหวัดภูเก็ต จึงได้ประสานกำลังกับ ตม.จว.ภูเก็ต ก่อนเข้าตรวจค้นและควบคุมตัว MR.William (นามสมมติ) อายุ 33 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย ได้ภายในรีสอร์ทหรูแห่งหนึ่ง โดยยืนยันตัวว่าเป็นบุคคลที่ FBI และตำรวจสากลต้องการตัว ในความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์”

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในฐานะนักท่องเที่ยว ก่อนหลบซ่อนตัว โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการ เพิกถอนวีซ่า เนื่องจากเข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายคนเข้าเมือง

สำหรับพฤติการณ์ของขบวนการดังกล่าว เป็นการหลอกเหยื่อผ่านแอปหาคู่และโซเชียลมีเดียในลักษณะ Romance Scam ก่อนชักชวนลงทุนคริปโทฯ ผ่านแพลตฟอร์มปลอม และแสดงผลกำไรเท็จ มีผู้เสียหายจำนวนมากในต่างประเทศ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. มีนโยบายป้องกันและปราบคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองและกระทำผิดกฎหมาย โดยให้ สตม. วางมาตรการเชิงรุก สกัดกั้น ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าว รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชนและชาวต่างชาติในประเทศไทย

31/01/2026

“เรื่องราวของแม่สอดจริงๆ มีหลากหลายร้อยพันประเด็น แต่วันนี้อยากหยิบยกประเด็นที่มองว่าสำคัญมากสำหรับพื้นที่แม่สอดขึ้นมา นั่นก็คือเรื่องของ ‘การคอร์รัปชัน’ โดยเฉพาะเรื่องของ ‘ส่วยชายแดน’ ซึ่งหลายคนอาจไม่คาดคิด หรือไม่เคยนึกถึงมาก่อน แม่สอดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงมาก เพียงแค่อำเภอเดียวก็มีเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตั๋ว การนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาข้ามเข้ามาในพื้นที่ หรือแม้แต่การรับเหมาก่อสร้าง ทั้งถนนและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอำเภอแม่สอด สิ่งเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกับเรื่องของการกระจายอำนาจทั้งสิ้น”

“ที่ผ่านมา เรื่องส่วยชายแดนผูกโยงอย่างชัดเจนกับปัญหาปากท้องของคนในพื้นที่ เราเห็นการตั้งด่านที่ถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง รวมถึงด่านลอยที่เราคุ้นชินกันดี ซึ่งเกิดขึ้นถี่และบ่อยมาก จนกลายเป็นเรื่องปกติ จากประสบการณ์ที่พบเจอมา ส่วยมีอยู่ในแทบทุกวงการ ทุกองค์กร แม้กระทั่งการปกครองส่วนท้องถิ่น เรามักเห็นนามสกุลเดียวกันปรากฏอยู่ในทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน อบต. เทศบาล สส. หรือ สจ. แบบนี้เรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง”

“ในแม่สอดมีปรากฏการณ์ที่คนมีเงิน ทำผิดกฎหมายก็กลายเป็นเรื่องถูกต้อง เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงและเป็นมานาน โดยเฉพาะเมื่อผู้กระทำผิดเป็นลูกหลานของผู้มีอำนาจในพื้นที่ แม้จะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็ถูกส่งบำบัดเพียงไม่กี่สิบวันก่อนกลับออกมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม กลายเป็นว่าลูกท่านหลานเธอหรือคนมีสีทำอะไรก็ไม่ผิด ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับโครงสร้างอำนาจ และสุดท้ายก็คือเรื่องของส่วย”

“อีกเรื่องที่สำคัญคือ เราควรสามารถตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐได้ ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ไปจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะคนในพื้นที่ เราควรมีสิทธิ์ตรวจสอบทรัพย์สิน เพื่อให้รู้ว่าเงินในระบบนี้ใครเป็นผู้อนุญาตให้เก็บ เก็บมาจากไหน และไปตกอยู่กับใคร เพราะแม่สอดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงมาก คำถามจึงคือ ใครคือนายใหญ่ของวงการนี้ ซึ่งทั้งหมดคือหัวใจของความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน ว่าจะต้องไม่มีนอก ไม่มีใน และไม่มีส่วยชายแดน”

“หากมีการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการทำประชามติ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ ทิศทางของประเทศควรจะดีขึ้น และไม่ใช่แค่ ‘น่าจะ’ แต่ต้องเกิดขึ้นจริง ทั้งในเรื่องของการกำหนดทิศทางการเลือกตั้ง อายุของผู้ที่จะเข้ามารับราชการหรือบริหารท้องถิ่น รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำพืชผลทางการเกษตรข้ามพรมแดน ว่าสามารถทำได้หรือไม่ได้อย่างไร”

“ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาที่หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราจะสามารถเปิดช่องให้ตรวจสอบ ควบคุม และกำหนดทิศทางต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรงงานที่เข้ามาในแม่สอด และอาจส่งต่อไปยังเมืองหลวงหรือพื้นที่อื่นในอนาคต เราจะสามารถตรวจสอบได้อย่างแท้จริง ดังนั้น รัฐธรรมนูญใหม่ คือจุดเริ่มต้นของการแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สิ่งที่ควรจะเป็นอย่างที่ควรจะเป็น เราจึงอยากชวนทุกคนมาร่วมกันเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ 8 กุมภา กาเห็นชอบค่ะ”

อดิศรา ดารากุลรัศมี ประชาชนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

#ประชามติ #รัฐธรรมนูญใหม่ #8กุมภาเห็นชอบ #พร้อมเปลี่ยนเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ #รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ #กระจายอำนาจทั่วประเทศ #สื่อออนไลน์ภาคเหนือเพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน

12/01/2026

The People’s Voice 🏳️‍🌈

“พรรคของท่านฯ ยอมรับหรือไม่ว่า ปัจจุบันยังมีการเลือกปฏิบัติต่อบุคลากร LGBTQ+ ในสายการแพทย์ ทั้งในเรื่องการรับเข้าทำงาน การแต่งกาย คำนำหน้านาม และความก้าวหน้าในสายงานอาชีพ ถ้ายอมรับ พรรคจะเริ่มแก้จากจุดไหนก่อน แล้ว ทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืนโดยเท่าเทียม บนพื้นฐานโครงสร้างทางกฏหมาย”
— อดิศรา ดารากุลรัศมี, ผู้จัดงานแม่สอดไพรด์-maesot pride จังหวัดตาก

เสียงนี้เพื่อเปลี่ยนอนาคตความเท่าเทียมของพวกเราทุกคน โดยมีเป้าหมายให้นโยบายความเท่าเทียมเกิดขึ้นจริงและครอบคลุมทุกพื้นที่ผ่านพลังของเครือข่ายผู้จัดงานไพรด์ทั่วประเทศ มาเจอกัน!!!

🗓 14 มกราคม 2569
⏰ 17:00 - 19:00 น.
📍 SCBx Next Tech ชั้น 4 สยามพารากอน

#ความเท่าเทียม #นโยบายพรรคการเมือง #เลือกตั้ง69 #เครือข่ายไพรด์ไทย

29/12/2025
24/06/2025

🌟คงจะดี… ถ้ามีหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกพื้นที่ 🤝

เวลาถูกเอาเปรียบ ซื้อของไม่ได้คุณภาพ
เจอบริการไม่เป็นธรรม หรือถูกหลอกขายออนไลน์
หลายคนอยากร้องเรียน แต่ไม่รู้จะไปที่ไหน ไม่รู้จะเริ่มยังไง
เพราะทุกอย่างถูก “รวมศูนย์” อยู่ที่ส่วนกลาง

📌 ถ้ามีหน่วยงานคอยช่วยเหลือ ใกล้บ้าน
📌 ถ้ามีคนฟัง เข้าใจ และดำเนินการให้จริง
📌 ถ้า “สิทธิผู้บริโภค” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

เราจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเวลาถูกเอาเปรียบ

#คงจะดีถ้ามีใกล้บ้าน #สิทธิผู้บริโภค #คุ้มครองผู้บริโภคต้องเข้าถึงได้ #ไม่ใช่แค่ส่วนกลาง #ผู้บริโภคต้องมีที่พึ่ง #สภาองค์กรของผู้บริโภค #ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพะเยา #เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน #ขสย. #ทุกคนคือผู้บริโภค #เชื่อมเพื่อนชวนเพื่อน #1502สายด่วนผู้บริโภค

18/06/2025
30/04/2025

🎤 "การสื่อสารพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ในวันนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องความสำคัญของการปกป้องสิทธิชุมชน แต่ยังต้องสื่อสารเพื่อสร้างการเรียนรู้และประสบการณ์ร่วมให้คนข้างนอกได้มารู้จักชุมชนของพวกเรา"
📌🌳 SPACE : นับแต่วันที่ 26 เมษายน 2567 บ้านแม่ปอคี (ขุนแม่เหว่ย) ชุมชนกะเหรี่ยงในอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ได้สถาปนาเป็นพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งที่ 22 จนถึงวันนี้ที่ครบรอบ 1 ปี เราได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนกับหนึ่งในเยาวชนบ้านแม่ปอคีอย่าง "ประหยัด เสือชูชีพ" หรือนุโหย่ว ผ่านกิจกรรมทดลองจัดทริปท่องเที่ยวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
🌳 ปูพื้นหลัง ชวนทำความเข้าใจกับบริบทพื้นที่
บ้านแม่ปอคีเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่มีกลุ่มคนพยายามสื่อสารให้คนภายนอกได้รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับทั้ง "คนกับคน" และ "คนกับป่า" ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์การเตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติแม่เงาที่คนที่นี่ได้ต่อสู้และเรียกร้องให้กันพื้นที่ทำกินของชาวบ้านออกจากเขตเตรียมประกาศอุทยานฯ เพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องได้รับผลกระทบทั้งในด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรรม เพราะพื้นที่ป่าส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อของชาวบ้านด้วย
"จริง ๆ แล้วเมื่อก่อนบ้านแม่ปอคีไม่ได้เป็นที่ที่คนข้างนอกจะเข้ามาได้ง่าย ๆ ด้วยอุปสรรคจากสภาพเส้นทางเข้าหมู่บ้าน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ผู้คนสัญจรเข้าออกได้ยากลำบากมาก แต่ก็มีกลุ่มนิสิตนักศึกษาและคณะจากองค์กรต่าง ๆ ขึ้นมาทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง"
"กลุ่มพี่ ๆ เหล่านี้ก็มีส่วนบอกต่อให้คนข้างนอกรู้จักบ้านเราในด้านบรรยากาศธรรมชาติและวิถีชีวิตมากขึ้น จนกระทั่งพี่โอ โพควา โปรดักชั่น พาอินฟลูเอ็นเซอร์ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง พี่พลอย Pigkaploy และพี่เฉียง เฉียง ไปอยู่ไหนมา มาเรียนรู้วิถีชุมชนด้วยกันในช่วงหน้าฝน แล้วพอพี่ ๆ กลับไปแล้วสื่อสารเรื่องราวของที่นี่บนช่องทางออนไลน์ของพวกเขา ปรากฏว่ามีคนสนใจและติดต่อเข้ามาเยอะมาก เพราะอยากตามรอยพี่ ๆ สองคนนี้"
แต่ด้วยอุปสรรคและข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงสาธารณูปโภคจำเป็นอย่างไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตในขณะนั้นได้ทำให้การติดต่อสื่อสารและประสานงานกับคนที่ติดต่อเข้ามาเป็นไปอย่างยากลำบากและขาดความต่อเนื่อง ซึ่งประหยัดได้มองว่าอุปสรรคเหล่านี้ทำให้กิจกรรมเรียนรู้ต่าง ๆ ขาดช่วงไปพอสมควร
🌳 เมื่อได้เล่าเรื่อง "พื้นที่คุ้มครองฯ" ให้คนข้างนอกฟัง
เยาวชนบ้านแม่ปอคีไม่ได้มีแค่ประหยัดที่มีศักยภาพการบอกเล่าเรื่องราวของชุมชน แต่ยังมีเยาวชนคนอื่น ๆ อย่างปราโมทย์ อำนวย หรือครูเล็กที่มีศักยภาพทั้งการสื่อสาร การจัดการ และการทำงานแบบรวมกลุ่ม เชื่อมโยงเป็นกลุ่มเครือข่ายเล็ก ๆ ได้
"จริง ๆ พวกเรามีการรวมกลุ่มเยาวชนและตั้งชื่อกลุ่มว่า "ชอเดอ" หมายถึงการสร้างบ้านและการเติบโต ไม่เร่งรีบแต่หนักแน่น ซึ่งสอดรับวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองของพวกเขาด้วย"
ถ้าเปรียบเทียบ "ชอเดอ" เป็นภาษาเมืองจะคล้ายกับคำว่า "ตั้งเก๊า"
"หลังจากที่บ้านแม่ปอคีประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองฯ พวกเรามีโอกาสสื่อสารเรื่องราวของบ้านเราออกสู่สังคมภายนอกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์กับสื่อกระแสหลักหรือสื่อออนไลน์ The Active ของไทยพีบีเอสก็เคยขึ้นมาทำข่าวตอนประกาศพื้นที่คุ้มครองฯ หรือการไปออกบูธกิจกรรมร่วมกับเครือข่ายที่เราทำงานด้วย เช่น ขอบป่าสคูล Rotate และเครือข่ายอื่น ๆ ก็ทำให้คนในเมืองรู้จักบ้านแม่ปอคีมากขึ้น"
ประหยัดได้มีโอกาสเล่าเรื่องบ้านแม่ปอคีผ่านการเล่นดนตรีพื้นเมืองอย่าง "เตหน่า" ที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายพิณ และการอธิบายให้ผู้มาเที่ยวชมบูธกิจกรรมแล้วสงสัยหรือสอบถามเพิ่มเติม ซึ่งผู้คนที่สอบถามส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องธรรมชาติ วัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ชอเดอ
"ทุกครั้งที่พวกผมไปออกบูธข้างนอก กลับมาจะมีการถอดบทเรียนและสรุปงานกัน ผมมีบทบาทด้านการสื่อสารก็สะท้อนไปว่า ถ้าคนข้างนอกยังเข้าใจและสนใจแค่ว่า พี่น้องปกาเกอะญอบ้านเรามีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมยังไง แล้วเราจะปรับรูปแบบการสื่อสารยังไงต่อไป"
"แต่เรื่องสิทธิชุมชน เหตุผลที่ทำไมพวกเราต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้อง ยังไงพวกเราก็ต้องสื่อสารเรื่องนี้เรื่อย ๆ เพียงแต่ยังไม่ใช่เรื่องที่อธิบายให้คนข้างนอกเข้าใจได้เพียงครั้งเดียว การสื่อสารพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ในวันนี้จึงไม่ได้มีแค่เรื่องความสำคัญของการปกป้องสิทธิชุมชน แต่ยังต้องสื่อสารในด้านที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย เพื่อสร้างการเรียนรู้และประสบการณ์ร่วมให้คนข้างนอกได้มารู้จักชุมชนของพวกเราถึงพื้นที่จริง"
🌳 ทดลองออกแบบทริปการเรียนรู้ เพื่อสร้างประสบการณ์และความเข้าใจรอบด้านแก่ผู้มาเยือน
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา กลุ่มเยาวชนบ้านแม่ปอคีได้มีโอกาสทดลองจัดทริป 3 วัน 2 คืน โดยมีกิจกรรมเรียนรู้หลักคือ เก็บพืชผักในไร่หมุนเวียนไปทำอาหารมื้อกลางวันที่น้ำตกแม่ปอคี และ Workshop ย้อมสีธรรมชาติที่ชอเดอ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก ผศ.ดร.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ (อาจารย์ชิ) และ เครือข่ายกะเหรี่ยงฯ- KNCE
"เราได้เห็นว่านักท่องเที่ยวมีหลายรูปแบบ บางคนอาจมาแค่เพื่อต้องการฮีลใจหรือพักผ่อน แต่ในขณะที่บางคนอาจมาเพื่ออยากเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชน ซึ่งเป็นโจทย์ที่พวกเราต้องกลับไปคิดต่อว่าจะบูรณาการอย่างไรให้รองรับนักท่องเที่ยวได้หลากหลายความต้องการ"
"พี่ ๆ นักท่องเที่ยวหลายคนได้สะท้อนว่ากิจกรรม กำหนดการไม่ควรอัดแน่นจนเกินไป เน้นสบาย ๆ เป็นกันเองให้ได้มากที่สุด เพราะแผนที่เตรียมไว้กับสิ่งที่เกิดขึ้นหน้างานสามารถทำให้กิจกรรมและกำหนดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งพวกเรายืดหยุ่นตามสถานการณ์ ความพร้อมของคน พื้นที่ และสภาพอากาศอยู่แล้ว"
🌳 โอกาสและอนาคตแม่ปอคี สื่อสารแบบคู่ขนาน "การเรียนรู้วิถีชุมชน" กับ "การปกป้องสิทธิชุมชน" ต้องไปด้วยกัน
จากกรณีถกเถียงเรื่อง Human Zoo ที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้ ประหยัดได้เคยพูดถึงประเด็นดังกล่าวว่า ถ้าจะออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยวและการเรียนรู้ ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นจากสิ่งที่ชาวบ้านทำกันเป็นวิถีชีวิตประจำวันอยู่แล้ว และทุกกิจกรรมต้องเห็นการมีส่วนร่วมและเกิดปฏิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างชาวบ้านกับนักท่องเที่ยว
"บ้านแม่ปอคีมีการเก็บข้อมูลชุมชนจนสามารถสรุปเป็นปฏิทินชุมชน 12 เดือน เราใช้เป็นฐานข้อมูลออกแบบกิจกรรมเรียนรู้ต่าง ๆ ได้"
🌾 "แต่ถ้าในอนาคตเราจะรับนักท่องเที่ยวเป็นทริป เราจะเลือกฤดูกาลและกิจกรรมที่เหมาะสมกับการจัดทริปจากปฏิทินชุมชน 12 เดือน และชุมชนมั่นใจว่าจะสามารถดูแลทุกคนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งพวกเราเคยคิดกันไว้ว่าอาจเป็นช่วงฤดูปลูกข้าว เพราะที่ผ่านมาเราไม่ได้สื่อสารเรื่องการปลูกข้าวเลย สื่อสารแต่การขนข้าว รวมไปถึงพิธีกรรมต่าง ๆ ที่อยากให้คนข้างนอกได้รับรู้ถึงวัฒนธรรม ความเชื่อ และจิตวิญญาณของพวกเรา ก็จะสามารถสอดแทรกความรู้ความเข้าใจเรื่องการปกป้องสิทธิชุมชนและความสำคัญของพื้นที่คุ้มครองฯ ได้"
🌾 "ผมว่าการปลูกข้าวเป็นกระบวนการที่สำคัญไม่แพ้การเก็บเกี่ยวเลย ผมเคยเห็นในสื่อกระแสหลัก ภาคใต้เขาว้าวกับการปลูกข้าวที่เขาขุดเป็นหลุมโดยไม่ใช้เสียม แต่เขาใช้ไม้เจาะลงไปในดินแล้วหยอดเมล็ดข้าว ซึ่งไอเดียตรงนี้สามารถนำมาต่อยอดเป็นทริปหรือกิจกรรมเรียนรู้ได้ โดยที่นักท่องเที่ยวได้มาช่วยชาวบ้านปลูกข้าว กินข้าวในไร่ด้วยกัน ซึ่งเป็นการมีส่วนร่วมกับชุมชนที่เกิดขึ้นโดยกระบวนการทางธรรมชาติ"
"อีกเรื่องหนึ่งคือบทบาทและความเท่ากันระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง เราจะเห็นว่าหน้างานจะเป็นเยาวชนชายส่วนใหญ่ที่มีบทบาทหลักในการนำกิจกรรม ส่วนเยาวชนหญิงจะคอยซัพพอร์ตอยู่ข้างหลัง ดูแลเรื่องอาหาร ที่พัก และการจัดการต่าง ๆ แต่ในอนาคตผู้หญิงอาจไม่ได้มีบทบาทแค่เป็นคนทำงานหลังบ้านเสมอไป เพราะหลายคนมีศักยภาพมากพอที่สามารถเป็นผู้นำการเรียนรู้ร่วมกับผู้ชายได้ เรื่องนี้ก็เป็นสิทธิความเสมอภาคที่ชุมชนสามารถสื่อสารให้นักท่องเที่ยวได้เช่นกัน"
เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากการเล่าสู่กันฟังของประหยัดยังเป็นแค่จุดเริ่มต้น และการยกระดับเป็นพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ของบ้านแม่ปอคียังมีความท้าทายอีกมากที่กำลังรอให้มีคนเข้าไปช่วยคลี่คลายอยู่
#กฎหมายชาติพันธุ์ #พื้นที่คุ้มครองชาติพันธุ์ #ชาติพันธุ์ก็คือคน #คนเท่ากัน #ชนเผ่าพื้นเมือง #ไร่หมุนเวียน #คนกับป่า #แม่ปอคี

ที่อยู่

Bangkok
10240

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Fast Thime Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์