TB - Talk เปิดกว้างความคิด ชวนกันมาพูดคุย

11/03/2026

มีใครเชื่อทรัมป์บ้างที่ว่า #สงคราม จะยุติในเร็ววัน..

ติดตามฟังได้ในคลิปนี้

#สงครามอิหร่าน #สงครามตะวันออกกลาง #โดนัลด์ทรัมป์

มีใครเชื่อทรัมป์บ้างที่ว่าสงครามจะยุติในเร็ววัน..    อันนี้โทษใครไม่ได้เพราะคุณทรัมป์เองได้ชื่อว่าพูดจากลับไปกลับมาจนควา...
11/03/2026

มีใครเชื่อทรัมป์บ้างที่ว่าสงครามจะยุติในเร็ววัน..

อันนี้โทษใครไม่ได้เพราะคุณทรัมป์เองได้ชื่อว่าพูดจากลับไปกลับมาจนความน่าเชื่อถือของตนเองถูกทำลายป่นปี้แม้ว่าขณะพูดเขาจะอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอันทรงเกียรติก็ตาม

ที่พูดมาว่าจะเปลี่ยนระบอบการปกครองอิหร่าน จะลดขีดความสามารถของประเทศ จะทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน กับจะต้องมีส่วนเลือกผู้นำใหม่จองอิหร่าน จนบัดนี้สิ่งที่พูดมายังไม่เกิดขึ้นสักข้อ

นอกจากนั้นทรัมป์เองที่บอกว่าได้คุยกับปูติน และมีการแลกเปลี่ยนแนวทางยุติสงคราม โลกจึงคาดหวังว่าปูตินซึ่งเป็นห่วงวิกฤตพลังงานโลกจะพูดกับอิหร่านให้ยุติสงคราม และกรณีนี้อาจเป็นที่มาของการที่สหรัฐยอมให้อินเดียซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้ ในขณะที่พีท เฮคเซท รัฐมนตรีกลาโหมกลับพูดไปอีกอย่าง บอกว่ารัสเซียอย่ามายุ่ง พูดกันไปคนละทางแบบนี้ยิ่งมีส่วนทำให้ความน่าเชื่อถือของทรัมป์ลดลง

หรือว่าการออกมาพูดของผู้นำสหรัฐคือยุทธศาสตร์การสร้างความสับสนให้ศัตรูอย่างอิหร่าน..

ในเมื่อเชื่อคำพูดไม่ได้ เราก็มาวิเคราะห์กันเอง เริ่มจากยุทธศาสตร์การสู้รบ ทางฝ่ายอเมริกันนั้นต้องการปิดเกมเร็วเพื่อลดความเสี่ยงของกองทัพกับลดค่าใช้จ่าย ดังนั้นการที่อิหร่านโจมตีประเทศรอบอ่าวจึงเข้าทางอเมริกาที่ต้องการดึงกลุ่มอาหรับมาสู้รบกับอิหร่านแทน ตัวเองจะได้ถอยออกมาอย่างสง่างาม ส่วนทางฝ่ายอิหร่านนั้นใช้ยุทธศาสตร์การรบยืดเยื้อ ดึงเวลาออกไปให้นานเพราะรู้ว่าน้ำอดน้ำทนฝรั่งตาน้ำข้าว หรือจะมาสู้ชาวเปอร์เซียผู้เกรียงไกร ไหนจะค่าใช้จ่ายหล่อเลี้ยงเรือรบ เครื่องบินรบล้ำยุคกับทหารอีกเป็นหมื่นมันจะทนได้สักกี่มื้อสำหรับประเทศหนี้ท่วมหัว นอกจากนี้กระแสความไม่พอใจของประชาชนอเมริกันเองที่วัดจากโพลกับความไม่เห็นด้วยของประชาคมโลกที่ว่าครั้งนี้อเมริกันกับอิสราเอลผิดเต็มประตูที่ไปรุกรานเขา ไปทำลายกฎเกณฑ์โลกแล้วเอากฎป่ามาใช้ ซึ่งหากอิหร่านประวิงเวลาการรบได้เท่าไรกระแสเหล่านี้ก็จะพุ่งสูงขึ้นเท่านั้น เชื่อว่าสุดท้ายระบอบทรัมป์ที่ตั้งใจจะเอาการกำจัดอิหร่านมาเรียกคะแนนเลือกตั้งมิดเทอมปลายปีนี้แต่ผลทำท่าจะออกมาตรงข้าม ก็จะต้องเลิกราไปเอง

สำหรับอิหร่าน ได้เตรียมตัวมาตั้งแต่ที่โดนเจาะบังเกอร์โจมตีฐานนิวเคลียร์เมื่อมิถุนายนปีที่แล้ว จึงทำการโยกย้ายถ่ายเท สร้างเกราะกำบังเพิ่มเติมเพื่อรบเชิงรับให้ยืนระยะได้นานที่สุด ในส่วนของความไม่พอใจในประเทศ และการชุมนุมก่อความไม่สงบที่ผ่านมานั้น ก็ใช้ความโหดของหน่วยบาซิค สร้างความกลัวกดหัวแกนนำม็อบไว้ ผนวกกับการสร้างกระแสชาตินิยมต่อต้านศัตรูจากนอกประเทศมาช่วยเบี่ยงเบนความสนใจให้อิหร่านรอดเงื้อมือยิวอเมริกันไปให้ได้ก่อน

นอกจากนั้น การดึงโลกมาร่วมรับความยากลำบาก คือ อีกกลยุทธ์ที่อิหร่านใช้ การโจมตีคลังน้ำมัน และแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติ ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกที่ต้องพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลาง ด้วยเหตุนี้การประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุสจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเมื่อพลังงานร้อยละ 20 ของโลกในแต่ละวันผ่านออกไปไม่ได้ ประเทศทั้งหลายโดยเฉพาะจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี ย่อมไม่อยู่เฉยแต่จะต้องทำทุกทางเพื่อกดดันให้สงครามยุติโดยที่อิหร่านไม่ต้องออกแรงเอง

มันไม่ใช่แค่น้ำมันดิบเท่านั้นที่จะขาดแคลน แต่มันยังมีกำมะถันซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำมัน การกัดโลหะเพื่อผลิตแบตเตอร์รี่รถไฟฟ้า ผลิตชิบอิเล็กทรอนิกส์ ล้วนต้องใช้กรดกำมะถัน ส่วนก๊าซธรรมชาติ LNG ก็มีความจำเป็นต่อการปั่นกระแสไฟฟ้า ดังนั้นนอกจากน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีราคาแพงขึ้นแล้ว บรรดาห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมไฮเทคทั้งหลายก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย

เมื่อภาวะการณ์เป็นเช่นนี้ ท่านผู้อ่านคิดว่าสงครามจะยุติในเร็ววันหรือจะยืดเยื้อออกไป เชื่อใครดีระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน

แต่.. อย่าประมาททรัมป์เด็ดขาด หากต้องการเลิกสงครามวันนี้ เดี๋ยวนี้ เขาก็ทำได้ทันที แค่ออกมาโพสต์ลงทรูธโซเชียลว่าบัดนี้อเมริกาได้จัดการอิหร่านราบคาบเรียบร้อยแล้ว ยิงเรือกี่ลำ บอมบ์ที่ตั้งทางทหารไปกี่แห่ง ก็ว่าไป ดังนั้น อเมริกันจบภารกิจด้วยความสวยงาม ว่าแล้วก็ถอนกองเรือกลับบ้าน

ต่อให้แพ้ ฉันก็จะบอกว่าชนะแล้วสร้างทางลงให้ตนเองได้ ยี่ห้อทรัมป์ซะอย่าง ไว้ใจได้

และแล้ว ..หนังก็จะจบลงห้วนๆ จนคนดูงงเป็นไก่ตาแตก
..ว่าแต่มันจบจริง หรือจะมีเรื่องใหม่เข้ามาแทน เป็นหนังเก่าย้อนยุคเกี่ยวกับการจี้เครื่องบิน ก่อการร้าย จับตัวประกัน ใหญ่กว่านั้นก็ 911 หนังย้อนยุคที่ผู้สร้าง ผู้กำกับคนเดียวกันจะกลับมาฉายซ้ำอีก..

#สงครามตะวันออกกลาง #สงครามอิหร่าน

08/03/2026

โลกเข้าสู่ยุคของสนาม ฟังบทวิเคราะห์ได้ในคลิปนี้

#สงครามอิหร่าน #สงครามตะวันออกกลาง #สหรัฐอิสราเอล

โลกเข้าสู่ยุคของสงคราม      ไม่กี่ปีมานี่เราได้เห็นสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่บัดนี้เข้าสู่ปีที่ 5 ได้เห็นสงครามในก...
08/03/2026

โลกเข้าสู่ยุคของสงคราม

ไม่กี่ปีมานี่เราได้เห็นสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่บัดนี้เข้าสู่ปีที่ 5 ได้เห็นสงครามในกาซ่าที่เริ่มจากฮามาสโจมตีอิสราเอล เมื่อตุลาคม ปี 2566 จากนั้นอิสราเอลก็ถล่มฮามาสในกาซ่าราบเป็นหน้ากลอง ซึ่งจนบัดนี้ยังไม่ทันจบดี อิสราเอลก็มาใส่กับเลบานอนต่อ สังหารผู้นำฮิซบอลเลาะห์ไป ยังไม่สาแก่ใจอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่านโดยตรงในฐานะที่เป็นลูกพี่ของฮามาส และฮิซบอลเลาะห์ โดยสังหารผู้นำกองกำลังสำคัญของอิหร่านไปหลายราย ไม่เท่านั้น ยังไปชวนลูกพี่อเมริกันมาถล่มฐานผลิตอาวุธนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่านไปเมื่อมิถุนายนปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าสหรัฐโดดเข้าร่วมวงไปแล้ว มาวันนี้สหรัฐร่วมมือกับอิสราเอลถล่มอิหร่านมา 1 สัปดาห์ อิหร่านก็โต้กลับ นอกจากไม่มีทีท่าว่าสงครามจะยุติแล้วยังทำท่าจะขยายตัวเป็นสงครามภูมิภาคซึ่งเป็นน้อง ๆ สงครามโลกก็ว่าได้

ปัจจัยที่จะทำให้สงครามขยายตัวในภูมิภาคคือการที่กลุ่มประเทศ GCC รอบอ่าวอาหรับโดดเข้าร่วมกับสหรัฐ และอิสราเอลรุมกินโต๊ะอิหร่าน ซึ่งดูจากสภาพการณ์ตอนนี้ อิหร่านหาได้เกรงไม่ เมื่อวาน (7 มีนาคม) พอประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่านออกมาขอโทษประเทศเพื่อนบ้านรอบอ่าวที่อิหร่านพลั้งมือถล่มขีปนาวุธใส่ไป ไม่ว่าจะเป็นบาห์เรน คูเวต ยูเออี การ์ตาร์ โอมาน ซาอุดี้ ก็ยับเยินไปพอสมควร ประธานาธิบดีอิหร่านบอกว่าจะไม่โจมตีแล้ว ยกเว้นว่ามีการใช้ประเทศเหล่านั้นเป็นฐานยิงจรวดมาใส่อิหร่าน พูดไม่ทันขาดคำ วันนี้อิหร่านก็ถล่มโรงแรมในคูเวตแต่เช้ามืดไฟลุกท่วม แล้วแบบนี้จะคุยกันรู้เรื่องหรือ

มองเกมตอนนี้ ฝ่ายอเมริกันกับอิสราเอลอยากให้กลุ่มประเทศอาหรับเข้าร่วมวงถล่มอิหร่านเต็มตัว เพื่อจะได้ใช้บริการของอาหรับเข้าโจมตีอิหร่านได้อย่างเต็มที่ เพราะทุกวันนี้แม้สหรัฐมีฐานทัพและกำลังบางส่วนประจำอยู่แล้วก็ตามแต่มันทำอะไรไม่ถนัดเพราะเจ้าของบ้านเขาก็ขอไว้ว่าอย่าทำอะไรที่เป็นการชักศึกเข้าบ้านเขา ดังนั้นถ้ายุให้อาหรับตีกับอิหร่านได้ก็เข้าทาง

ขณะเดียวกันทางฝ่ายอิหร่านก็ไม่เป็นเอกภาพ พวกสายแข็งอย่าง IRGC นั้นแค้นจัด ไม่ยอมฟังทางฝ่ายการเมือง จึงเกิดเหตุการณ์ที่ประธานาธิบดีว่าทาง แต่จรวดไปอีกทาง นี่ถ้าผู้นำสูงสุดคามาเนอียังอยู่คงสั่งลุยศัตรูแบบถึงไหนถึงกัน แต่น่าสังเกตว่าคามาเนอีเสียชีวิตไปตั้งแต่วันแรกของสงครามคือ 28 กุมภาพันธ์ ถึงตอนนี้ผ่านมา 1 สัปดาห์ การสั่งการรบของอิหร่านยังดำเนินต่อเนื่องมาอย่างไม่สะเปะสะปะ แสดงให้เห็นว่าคณะผู้รักษาการแทนผู้นำสูงสุดยังมีเอกภาพในการสั่งการกองทัพได้ หรือมีผู้นำสูงสุดขึ้นมาแทนแล้ว แต่ไม่ประกาศออกมาเพื่อความปลอดภัย มิฉะนั้นอาจมีอันเป็นไปเหมือนกับอาลีเรซ่า อาราฟี นักบวชคนสนิทของคามาเนอีที่มีข่าวว่าขึ้นมารักษาการผู้นำสูงสุดได้ไม่นานก็โดนสังหารไปอีกคน ซึ่งถ้าเรื่องนี้จริง อิหร่านก็จะเผชิญกับภาวะวิกฤติผู้นำ

ทางด้านสหรัฐเองก็ไม่อยากให้สถานการณ์สู้รบยืดเยื้อ หากปิดเกมช้ากระแสต่อต้านทรัมป์และการทำสงครามกับอิหร่านครั้งนี้จะพุ่งขึ้นจนเอาไม่อยู่ เนื่องจากสหรัฐยังไม่สามารถตอบข้อสงสัยของประชาชนได้ใน 2 ประเด็น คือ ทำไมต้องเอาชีวิตคนอเมริกันไปเสี่ยงตายเพื่ออิสราเอล กับทำไมไม่แสดงหลักฐานให้ชัดเจนว่าอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ที่อ้างว่าจะเป็นภัยคุกคามต่ออเมริกา กรณีนี้จะเป็นเหมือนตอนที่สหรัฐบุกอิรักแล้วมาพบตอนหลังว่าอาวุธทำลายล้างรุนแรงไม่มีอยู่จริงในอิรัก จะเห็นว่าตอนนั้นนายกโทนี่ แบร์ ของอังกฤษกับประธานาธิบดีบุชของสหรัฐ เข้ากันเป็นคอหอยกับลูกกระเดือกในการตัดสินใจบุกอิรัก พอสังหารซัดดัม ฮุสเซน ได้แล้วก็ ไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่เป็นข้ออ้าง มาครั้งนี้นายกเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษจึงลังเลที่จะให้สหรัฐใช่พื้นที่เป็นฐานโจมตีอิหร่าน เพิ่งจะมากลับลำให้ใช้พื้นที่ได้วันนี้ แต่ก็ช้าไปโดนทรัมป์ด่าไปแล้วว่ามาเข้าร่วมตอนเขาชนะไปแล้ว

ส่วนฝรั่งเศสกับเยอรมัน ไม่เข้าร่วมวงไพบูลย์กับสหรัฐแต่ก็ช่วยประณามอิหร่านไปแล้วว่าเป็นประเทศสนับสนุนการก่อการร้าย จะมีใครบ้างที่คัดค้านสหรัฐและอิสราเอลอย่างเด็ดเดี่ยวเหมือนกับสเปน

ใครเป็นทรัมป์ก็คงต้องคิดหนักเพราะหันไปทางไหนก็ไม่ค่อยมีพวกเลย พันธมิตรยุโรปก็ไม่เอาด้วยกับการถล่มอิหร่านครั้งนี้ ก็เล่นไปโชว์กล้ามละลานเขาไว้เยอะ เรื่องยูเครนก็ไปบังคับเขาให้จ่ายมากขึ้น ยังไม่รวมเรื่องภาษีการค้า ไหนจะเรื่องประกาศจะยึดกรีนแลนด์อีก ยุโรปเขาไม่เห็นด้วย หันมาดูทางจีนกับรัสเซีย ไม่ต้องพูดถึง แม้ไม่แสดงท่าทีแต่ก็แอบช่วยอิหร่านอยู่แล้ว สงสัยว่าสงครามกับอิหร่านครั้งนี้จะมีแต่อิสราเอลเท่านั้นที่ร่วมรบเคียงไหล่

ทั้งหมดนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่าสหรัฐคงต้องรีบปิดเกมเร็ว แต่ช้าก่อน จะปิดเกมได้อย่างไรในเมื่อการรบยังเล่นแต่ลูกยาว ยิงขีปนาวุธกับโดรนพลีชีพใส่กันในขณะที่การยึดภาคพื้นดินยังไม่เกิดขึ้น เดิมทีสหรัฐคงตั้งใจทำลายกำลังรบของอิหร่านเพื่อเปิดทางให้ประชาชนอิหร่านที่กำลังชุมนุมประท้วงรัฐบาลของตนเองอยู่ลุกขึ้นมาขับไล่ผู้ปกครองของตนเอง อันจะเป็นการเปลี่ยนระบอบรัฐอิสลามออกไปตามเป้าหมาย แต่ก็ปลุกม็อบไม่ขึ้นเพราะคนอิหร่านแม้จะไม่ชอบระบอบอำนาจนิยมในประเทศแต่ก็ไม่ชอบอำนาจนิยมนอกประเทศอย่างสหรัฐมากกว่า ดังนั้นเมื่อประชาชนไม่เอา ก็ต้องส่งกำลังข้างนอกเข้าไปปฏิบัติการซึ่งคงไม่ใช่ทหารอเมริกันแน่เพราะเข้าไปแล้วมีแต่เรือหาย ถอนตัวก็ยาก ครั้นจะไปเอาทหารชาวเคริด์พวกนี้ก็แสบ คุมไม่ได้ ให้อาวุธไปแล้ววันหนึ่งจะย้อนกลับมาเล่นงานผู้ให้ได้ ซึ่งทรัมป์ก็พูดไปแล้วว่าจะไม่ใช้เคริด์ ก็เหลือแต่การส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปยึดเอาหลักประกันสำคัญของอิหร่านมา เช่น ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะพร้อมผลิตอาวุธนิวเคลียร์แล้วออกมาให้พ้นจากการครอบครองของอิหร่าน แต่มันคงไม่ง่ายเหมือนที่เดลต้าฟอร์สไปจับตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร มา เพราะนี่คืออิหร่านไม่ใช่เวเนซุเอลา

จากนี้ไป น่าจะมีฉากสำคัญ ๆ เกิดขึ้นเพื่อปิดเกมให้ได้เร็ว แต่โอกาสเกิดสงครามขยายพื้นที่ออกไปก็มีขึ้นได้ด้วยเงื่อนไขที่ว่ามา และหากมีกรณีแบบเรือดำน้ำสหรัฐจมเรือฟรีเกตของอิหร่านในมหาสมุทรอินเดียเกิดขึ้นอีกก็ถือว่าเป็นการขยายพื้นที่ อีกทั้งการปิดช่องแคบฮอร์มุสของอิหร่านก็กระทบต่อการขนส่งพลังงานอันเป็นประเด็นเปราะบางทางเศรษฐกิจโลกที่อาจเป็นปัจจัยเร่งให้มีคู่ขัดแย้งเข้าร่วมมากขึ้น ทำให้สงครามขยายพื้นที่ออกไป ซึ่งถ้าเกิดในหลายทวีป เขาเรียกว่า #สงครามโลก ได้นะ

#สงครามตะวันออกกลาง #สงครามอิหร่าน #ขีปนาวุธ #นิวเคลียร์ #สงครามโลกครั้งที่3 #โดนัลด์ทรัมป์ #อิสราเอลสหรัฐ

05/02/2026

ใครกำลังปั่นโลก และเราจะอยู่รอดอย่างไร
คลิปมีคำตอบ...

เตรียมรับแรงกระแทกจากภายนอก..ใช้สติเพื่อความอยู่รอด..      คนไทยจำนวนไม่น้อยตื่นตระหนกกับการเทราคาทองโลกเมื่อปลายสัปดาห์...
05/02/2026

เตรียมรับแรงกระแทกจากภายนอก..
ใช้สติเพื่อความอยู่รอด..

คนไทยจำนวนไม่น้อยตื่นตระหนกกับการเทราคาทองโลกเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทองคำโลกราคาดิ่งลงมาจาก 5,595 ดอลล่าร์สหรัฐ เหลือ 4,440 ดอลล่าร์ หรือ 26% ส่งผลให้ราคาทองไทยปรับตัวตามจากที่เคยพุ่งขึ้นไปถึงกว่า 80,000 บาทต่อทอง 1 บาท ร่วงไปเหลือ 69,000 บาท เล่นเอาลุงๆป้าๆ ที่คาดว่าทองจะขึ้นไปถึงบาทละ 1 แสน แล้วพากันไปเข้าคิวซื้อทองมาเก็บไว้เก็งกำไรถึงกับหน้ามืดลมใส่เข้าใจคำว่าติดดอยตอนนี้เอง ยังไม่รวมตัวเล็กตัวน้อยลงไปถึงรุ่นจิ๋วที่เดี๋ยวนี้อยากเป็นนักเทรดทองกระดาษ สลับไม้ 1 ถึงไม้ 3 เป็นพัลวันแล้วก็ยังไม่วายโดนกิน SL พอรต์แตกไปตามๆ กัน เรียกว่าเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

เสร็จแล้วนักวิเคราะห์ทั้งหลายก็พากันชี้นิ้วโทษไปที่โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเพราะปากของคนๆ นี้เองที่ทำให้ทองขึ้นลงแบบติดจรวด อยู่ๆ ก็บอกว่าจะยึดกรีนแลนด์ จะเคลมแคนาดา จะถล่มอิหร่าน ส่งผลให้ทองคำพุ่งกระฉูด แต่พอพูดว่าจะตั้งเควิน วอร์ช เป็นประธาน FED คนใหม่คราวนี้ทองดิ่งเหวเพราะหมอนี่ได้ชื่อว่าเข้มงวดวินัยการเงิน ไม่ลดดอกเบี้ย กดเงินเฟ้อ ทำให้ดอลล่าร์แข็งค่าขึ้น คนพากันทิ้งทองคำไปถือดอลล่าร์แทนทำให้ราคาทองตก

ทรัมป์ ไม่ใช่แนวเข้มงวด เขาต้องการลดดอกเบี้ยเพื่อให้การค้าขายคล่องตัว แล้วทำไมเขาจึงพูดและทำในสิ่งที่ไม่ใช่แนวตัวเอง !!

อย่าไปโทษใครเลยครับ โทษความรู้ไม่เท่าทันเขาดีกว่า มันไม่ใช่แต่คนไทยหรอก แต่รวมไปถึงคนทั้งโลกที่ถูกโดนัลด์ทรัมป์ปั่นหัวด้วยคำพูด อย่าลืมว่าเขาเป็นถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เขาก็ต้องทำหน้าที่เขาเพื่อให้อเมริกาได้ประโยชน์แต่บังเอิญว่าเขาทำงานด้วยปากมันได้ผลมากกว่าเพราะคนไปหลงเชื่อเขาเอง รู้หรือไม่ว่าแมลงเม่าทั้งหลายในตลาดหุ้นและทองคำอาจมีส่วนช่วยกันสละเงินอย่างไม่ตั้งใจเพื่อให้บางประเทศมีเงินไปใช้หนี้สาธารณะที่พวกเขาก่อขึ้น

สรุปแล้วใครคือนักโฆษณาชวนเชื่อตัวยง ! แต่หลักของการ propaganda มันต้องมีความจริงปนอยู่ด้วย แบบเทาๆ แล้วค่อยบิดออกไปให้คนเชื่อตามทิศทางที่ต้องการ อย่างการขู่ถล่มอิหร่านมันก็ต้องมีการเคลื่อนกำลังบ้างให้ดูสมจริง อีกทั้งต้องมีเหตุผลเพื่อความน่าเชื่อถือและชอบธรรม ซึ่งการเลือกเอาการปราบปรามผู้ประท้วงในอิหร่านเป็นเหตุของการนำกำลังเข้าไปช่วยก็พอฟังได้แต่การจะเข้าไปเปลี่ยนระบอบการปกครองของเขามันไม่ใช่เหตุที่ยอมรับได้

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราไม่อาจหนีพ้นความเปลี่ยนแปลงที่มาจากโลกภายนอก สมัยนี้โลกแคบลงกว่าแต่ก่อนมากนัก แค่คนๆ เดียวออกมาพูดโลกทั้งใบก็เปลี่ยนได้ แต่พอพูดออกไปแล้วบางทีก็ต้องทำให้มันเกิดขึ้นจริงมิฉะนั้นคนจะไม่เชื่อถือ และนี่คือ อันตราย ที่เกิดจากอาการหลุดปากของผู้มีอำนาจ

โลกใบนี้กำลังปริร้าวจากการที่โลกเสรีตะวันตกขัดแย้งกันเอง อเมริกากับยุโรปหวาดระแวงกัน ในขณะที่ภายในอเมริกายังเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำในทุกๆ ด้านลุกลามไปสู่ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางกับมลรัฐ ทั้งหมดคือปัญหาที่รอวันปะทุ หันไปดูขั้วจีนก็มีปัญหา เกิดรอยร้าวภายในจากการรวบอำนาจยาวนานเกินไปของคนๆ เดียว ส่วนโลกมุสลิมตะวันออกกลางก็เริ่มเผยความขัดแย้งภายในจากการชิงดีชิงเด่นกันเป็นผู้นำภูมิภาคกับการถือหางมหาอำนาจ ไม่ต่างจากอาเซียนของเราที่มีความขัดแย้งภายในอันเนื่องจากการถือหางมหาอำนาจอย่างออกนอกหน้าของบางประเทศและการรณรงค์ความรู้สึกชาตินิยมเพื่อประโยชน์ทางการเมืองส่งผลให้ประชาชนของอาเซียนต้องมาขัดแย้งกันเอง

เรื่องของทองคำและโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ของผลกระทบจากโลกภายนอกที่ตรงมาถึงเราเหมือนกับที่มาบีบให้เราเจรจากับเขมรและขณะนี้ยังมีโจทย์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อีกหลายประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นที่จะส่งผลกระทบมาเช่นกันซึ่งต้องรอรัฐบาลใหม่ใช้ฝีมือเข้ามาจัดการ ยังไม่รวมเรื่องภาษีการค้าที่หากประกาศตัวเลขจริงออกมาเมื่อไรคงได้เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า

ปัญหาภายนอกไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ไม่ว่าการเมืองภายในจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ไม่อาจหลบหนีความเปลี่ยนแปลงจากภายนอกที่ถาโถมเข้ามาซ้ำเติมปัญหาภายใน ดังนั้นสิ่งที่ควรตระหนักแต่บัดนี้คือจะลดแรงกระแทกจากภายนอกอย่างไรเพื่อให้เราอยู่รอดมากกว่า หมายความว่าผู้ที่จะมาบริหารประเทศจากนี้ไปจะต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์จริงในการรับมือกับสถานการณ์โลกเพื่อพาเรารอดไปพร้อมๆ กัน

ที่พูดมาก็อยากลงท้ายว่าโลกนี้ถูกปั่นได้ด้วยคนไม่กี่คนกับการสร้างสถานการณ์ให้สมจริง ทุกอย่างมันปั่นกันได้หมดโดยเฉพาะในโซเชียลมิเดีย แค่จะแยกข่าวปลอมออกจากข่าวจริง ยังไม่ง่าย !

เมื่อ Influencers ทั้งหลายไม่มีความเป็นกลางมาบวกกับสื่อที่ถือหางมันเหมือนการปั่นยกกำลัง 2 มันคือความเหนื่อยของประชาชนที่จะต้องใช้สติกับวิจารณญาณที่มากขึ้นในการกลั่นกรองข้อเท็จจริงและความถูกต้องชอบธรรม

ขอให้ประเทศไทยรอดพ้น คนไทยมีความสุข
อย่าลืม 8 กุมภา ออกไปใช้สิทธิกันทุกคน

#โลกปั่นได้ #ใช้สติไม่ใช้อารมณ์
#ข่าวจริงข่าวปลอม #ทองคำ #เศรษฐกิจโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
#ทรัมป์ #สื่อกับอำนาจ
#ประชาชนต้องรู้เท่าทัน #แรงกระแทกจากภายนอก
#การเมืองโลก
#เลือกตั้ง8กุมภา
#ออกไปใช้สิทธิ
#อนาคตประเทศไทย

สถานการณ์อิหร่าน .. จะไปทางไหน     การชุมนุมประท้วงในอิหร่านที่เริ่มจากความไม่พอใจในปัญหาปากท้องอันเนื่องมาจากการไร้ความ...
14/01/2026

สถานการณ์อิหร่าน .. จะไปทางไหน
การชุมนุมประท้วงในอิหร่านที่เริ่มจากความไม่พอใจในปัญหาปากท้องอันเนื่องมาจากการไร้ความสามารถของรัฐบาลที่ไม่อาจควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคได้ ปล่อยให้ข้าวของแพงขึ้นหูฉี่จนประชาชนเดือดร้อนจนทนไม่ไหวต้องลงถนนประท้วง ทีนี้รัฐบาลที่ไม่เข้าใจพลวัตของคนรุ่นใหม่ก็ใช้ไม้แข็งออกมาหวด หวังใช้ความกลัวกำราบม็อบแต่ยิ่งปราบปรามคนยิ่งออกมา ยิ่งมีคนบาดเจ็บล้มตาย ทีนี้ก็เอาไม่อยู่แน่นอน

ตอนนี้การประท้วงขยายตัวออกไปทั้งเมืองหลวงและเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ไม่มีใครรู้ยอดผู้เสียชีวิตที่แน่นอน เป็นร้อย เป็นพัน หรือมากกว่านั้น เนื่องจากการสื่อสารกับโลกภายนอกถูกตัด ทั้งสัญญานโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต โดนหมดเนื่องจากรัฐบาลอิหร่านเชื่อว่ามีต่างชาติหนุนหลังการชุมนุมประท้วงที่ลุกลามไปสู่การจลาจลก่อความไม่สงบ

อันที่จริงการชุมนุมประท้วงของประชาชนอิหร่านมีมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ แต่ไม่ค่อยเป็นข่าว ที่แรงหน่อยคงจะเป็นการชุมนุมเพื่อเสรีภาพของสตรีอิหร่านเมื่อปี 2565 หลังการเสียชีวิตของจีน่า อามินี่ หญิงสาววัย 22 ปีที่กล้าออกมาเรียกร้องให้หยุดการบังคับเข้มงวดกับสตรีอิหร่านแล้วถูกตำรวจศาสนาจับข้อหาคลุมฮิญาบไม่ถูกต้อง ต่อมาจีน่าเสียชีวิตในที่คุมขัง เหตุการณ์นี้ได้จุดประกายการชุมนุมของสตรีและคนรุ่นใหม่ทั่วอิหร่านเป็นล้านๆ คนที่ออกมาชุมนุมโดยไม่สวมฮิญาปเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายบังคับสิทธิเสรีภาพของสตรี และทำให้ประชาชนอิหร่านรู้สึกคุกรุ่นกับรัฐบาลของตนเองมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตามการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐจะมาฉวยโอกาสพูดเอาหล่อ เข้าไปอยู่ข้างผู้ชุมนุมแล้วอ้างว่าจะโจมตีอิหร่านหากทำร้ายผู้ชุมนุม มันคงไม่ง่ายอย่างนั้นที่จะได้ใจคนอิหร่าน นี่คือลีลานักการเมืองที่เก่งแต่ฉกฉวยโอกาสโดยไม่เข้าใจความละเอียดอ่อนของปัญหาแม้แต่น้อยว่าคนอิหร่านเขาไม่ได้ชอบสหรัฐ ยิ่งเมื่อกลางปีที่แล้วไปร่วมมือกับอิสราเอลถล่มอิหร่าน 12 วัน ทำให้บ้านเมืองเขาบอบช้ำ ใครจะลืมได้

แม้เขาจะไม่พอใจรัฐบาลของเขาแต่มันเป็นการเรียกร้องให้ผ่อนคลายความเข้มงวดอันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิเสรีภาพกับให้บริหารเศรษฐกิจให้มันฉลาดหน่อย ไม่ได้เกี่ยวอะไรสหรัฐเลย ต่อให้ทรัมป์สามารถส่งทีมมาฉกตัวผู้นำอิหร่านออกไปได้เหมือนกับที่ทำกับเวเนซุเอลาก็อย่าหวังจะได้เป็นฮีโร่ในหัวใจคนอิหร่าน โดยเฉพาะการเปลี่ยนเอาเรซาห์ ปาลาวี ของอิหร่านกลับมามันก็ไม่ง่ายเพราะระบอบเดิมทำอะไรไว้ คนอิหร่านรู้ดี ถึงได้ลุกฮือขึ้นมาทำปฏิวัติอิสลามตั้งแต่ปี 2522 จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าระบอบการปกครองปัจจุบันอาจต้องล่มสลายไปเนื่องจากการยึดมั่นแต่สิ่งเดิมๆ มาครึ่งศตวรรษโดยไม่ปรับตัวในขณะที่โลกเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่จะมาแทนคือรัฐบาลที่เข้มงวดเรื่องศาสนาน้อยลงแต่ยังคงมองยิวและสหรัฐเป็นฝ่ายตรงข้ามอยู่นั่นเอง

ถามว่ามีโอกาสไหมที่สถานการณ์จะลุกลามถึงขั้นกลายเป็นสงครามในภูมิภาคขึ้นมา คำตอบคือมีโอกาสมากแต่ยังไม่ใช่เร็วๆนี้ เนื่องจากสหรัฐเลือกที่จะใช้วิธีแซงชั่นทางการเงินโดยเรียกเก็บภาษี 25% จากประเทศที่ค้าขายกับอิหร่านแทน แปลว่ายังไม่มีเงื่อนไขที่มีน้ำหนักพอที่จะโจมตีด้วยอาวุธ อีกทั้งสหรัฐยังสนใจจะไขว้ในประเด็นกรีนแลนด์มากกว่าเพราะได้ประโยชน์ตามประสาทรัมป์ ประการที่ 2 ชาติอาหรับดูเฉยๆ กับสถานการณ์ในอิหร่าน แบบว่าเชียร์ในใจให้เพื่อนมีอันเป็นไป ชาติใหญ่ในอาหรับอย่างซาอุดีอาระเบียกับ UAE แม้จะคืนดีกับอิหร่านแต่ก็ไม่ได้ดีกันมากถึงขนาดจะเห็นอกเห็นใจกันเพราะอิหร่านยังมีลูกไล่อย่างพวกฮูตีที่พร้อมจะก่อกวนได้ทุกเวลา ส่วนการ์ตาร์แม้จะคุยกับอิหร่านได้แต่ที่โดนอิสราเอลถล่มไปทั้งๆ ที่มีฐานทหารสหรัฐในประเทศก็ทำให้แหยงๆ ไปเหมือนกัน ประการสุดท้ายท่าทีของจีนกับรัสเซียแม้จะอยู่ข้างรัฐบาลอิหร่านแต่ก็ยังคงวางเฉย

ถ้าหากสถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่านครั้งนี้จะลุกลาม ก็เป็นเพราะการชุมนุมประท้วงสมัยนี้มันรุนแรง แพร่ระบาดรวดเร็วเหมือนแฟชั่น มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ โดยเฉพาะผ่านโซเชียลมิเดียเพื่อบั่นทอนภาครัฐขณะเดียวกันก็ดึงคนออกมาร่วมมากขึ้น แต่จะไปถึงขั้นเปลี่ยนระบอบในอิหร่านหรือไม่อยู่ที่การสนับสนุนจากโลกภายนอกเหมือนกับอาหรับสปริง แต่ขณะนี้สหรัฐยังไม่มีเหตุผลในการเข้าแทรกแซง ส่วนอาหรับนั้นเฉยๆ แต่อิสราเอลศัตรูเบอร์ 1 ของอิหร่านนั้นพร้อมตลอดที่จะบวกเพราะถ้าอิหร่านอ่อนแอลง ฮามาสกับฮิซบอลล่าห์ก็จะอ่อนลงไปด้วยเท่ากับภัยคุกคามของอิสราเอลลดลง

สำหรับทรัมป์ นั้น โลกก็ไม่เห็นด้วยที่เขาจะไปแทรกแซงบ้านเมืองใครอีก คิดใหม่เถอะลุง อย่าสร้างปัญหาเพิ่มอีกเลย ศาลสูงจะตัดสินเรื่องภาษีศุลกากรอย่างไร จะฉิบหายอย่างที่สบถออกมาเองหรือไม่ คืนนี้รู้กัน

14/01/2026

สถานการณ์อิหร่านจะไปทางไหน... ฟังได้ในคลิปนี้

#ประท้วงอิหร่าน

 #เล่ห์เหลี่ยมเฒ่าสารพัดพิษ       คืนก่อน นายกอนุทินคุยกับทรัมป์เสร็จแล้วก็ต้องรีบรายงานประชาชนทันทีเพราะรู้ว่านาทีนี้คน...
14/12/2025

#เล่ห์เหลี่ยมเฒ่าสารพัดพิษ

คืนก่อน นายกอนุทินคุยกับทรัมป์เสร็จแล้วก็ต้องรีบรายงานประชาชนทันทีเพราะรู้ว่านาทีนี้คนไทยใจจดจ่ออยู่กับปัญหาเขมร ทรัมป์บอกว่าอยากให้ไทยกับเขมรกลับไปสู่จุดเดิมที่ทำปฏิญญาร่วมที่กัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเราตอบว่า ..เรื่องนี้ต้องไปบอกเขมรที่ละเมิดข้อตกลงแล้วทำให้คนของเราเสียชีวิต คนที่ละเมิดต่างหากที่ต้องแก้ไข ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ก็เข้าใจและบอกว่ามีอะไรก็ให้โทรหาหรือให้รัฐมนตรีต่างประเทศคุยกันได้

เชื่อว่านายกอนุทินคงพอจะรู้เหลี่ยมผู้เฒ่าทรัมป์ดีจึงต้องรีบชิงแถลงก่อนว่าได้คุยอะไรกัน ขนาดอีลอน มัสก์ ที่ว่าแน่ในวงการสื่อโซเชียลระดับโลกยังถูกหลอกใช้ข้อมูลของ X เพื่อเอาชนะเป็นประธานาธิบดีมาแล้ว ต่อมาทรัมป์ให้อำนาจกับเขา ให้ตำแหน่ง ให้เอาลูกไปวิ่งเล่นทำเนียบขาวอยู่พักหนึ่งก็ปลดเขาออกไป

และแล้วก็จริงดังว่า ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเฒ่าทรัมป์โพสต์ว่าไทยกับกัมพูชาตกลงหยุดยิงและยังบอกว่าระเบิดข้างถนน หรือ roadside bomb นั้นเป็นอุบัติเหตุแต่ไทยได้ตอบโต้อย่างรุนแรง แทนที่จะใช้คำว่า land mines หรือกับระเบิดสังหารบุคคลตามข้อเท็จจริง ส่งผลให้รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยที่ฟังการสนทนาอยู่ด้วยต้องออกมาแสดงความผิดหวังกับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐในทันที โดยระบุว่าการที่ทรัมป์โพสต์ว่าเป็นระเบิดข้างทางและเป็นอุบัติเหตุนั้นคลาดเคลื่อนจากความจริง

การออกมาตีขลุมว่าไทยตกลงหยุดยิงกับกัมพูชาแล้วทั้งที่ไม่ได้มีการตกลงเช่นนั้น สะท้อนเล่ห์เหลี่ยมของทรัมป์ในการกดดันให้ไทยต้องจำยอมเออออไปกับการหยุดยิงด้วยความเกรงใจที่ไม่ต้องการให้ผู้นำสหรัฐเสียหน้า อีกทั้งเรื่องนี้น่าจะมีการเตี๊ยมกับนายกอันวาร์ของมาเลเซียกับฮุนมาเนตของกัมพูชาด้วย ทำให้การพูดของทั้ง 3 ผู้นำสอดรับไปในทำนองว่าจะมีการหยุดยิงภายในเวลา 22.00 น. คืนวานนี้ ขณะที่นายกอนุทินของไทยปฏิเสธไม่ทราบเรื่องการหยุดยิงที่ว่า

การที่ผู้นำไทยกับสหรัฐคุยโทรศัพท์กันแล้วออกมาให้ข่าวไม่ตรงกันแปลว่าต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่พูดไม่จริง

แต่การที่ทรัมป์ใช้คำว่า roadside bomb แทนคำว่า land mines (กับระเบิด) มองได้ว่าทรัมป์กำลังเอียงไปข้างเขมรจึงหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำพูดที่จะเป็นการด้อยค่าเขมร สอดคล้องกับการพูดว่าระเบิดที่ทำให้ทหารไทยเสียชีวิตเป็น “อุบัติเหตุ” ซึ่งนอกจากไม่ตรงกับความจริงแล้วยังเป็นการเหยียบย่ำความรู้สึกของคนไทยและไม่ว่าที่มาของข้อมูลที่อคตินี้จะมาจากทีมงานของสหรัฐหรือเป็นเล่ห์เหลี่ยมส่วนตัวของนายทรัมป์เองเพื่อบีบให้ไทยต้องเป็นฝ่ายยอมสยบกับความไม่ถูกต้องนั้น ขอบอกว่าคนไทยนั้นใจดี เป็นมิตรและรักสงบแต่ถ้ามารังแกกันแบบนี้ก็จะได้เห็นอีกด้านหนึ่งของคนไทยและเมื่อนั้น “อุบัติเหตุ” ก็คงจะได้เกิดขึ้นจริงในแผ่นดินกัมพูชา

จากนี้ไปหากเขมรหยุดยิง แต่ไทยยังไม่หยุดก็จะมีการใช้ระบบดาวเทียมของสหรัฐเก็บหลักฐานเพื่อนำไปสู่การกล่าวหาไทยภายหลังว่าไม่นำพากับความตกลงสันติภาพทั้งๆ ที่ฝ่ายไทยยืนยันแล้วว่าไม่เคยมีการตกลงว่าจะหยุดยิงตามที่นายกมาเลเซียและประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวอ้าง

สำหรับกรณีที่มีผู้เชี่ยวชาญการบินโดรนสังหารเข้าไปช่วยเหลือทหารเขมรรบกับทหารไทยเป็นประเด็นที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนกันสักหน่อย ที่เห็นเป็นฝรั่งก็อย่าด่วนสรุปว่าประเทศใดอยู่เบื้องหลัง ทหารรับจ้างมีอยู่หลายบริษัททั่วโลก สมัยสงครามเย็นทั้งสหรัฐและโซเวียตต่างทุ่มงบประมาณขยายกำลังพลหน่วยข่าวกรองอย่างไม่อั้น พอสงครามสงบลง พวกหน่วยข่าวกรองที่ตกงานก็ผันตัวไปเป็นทหารรับจ้างในพื้นที่สงครามทั่วโลก เช่น กลุ่มวาคเนอร์ที่รับจ้างรัสเซียรบกับทหารยูเครนอยู่ในปัจจุบัน แต่ต้องไม่ลืมว่าพวกจีนเทาที่ซ่อนตัวอยู่ในเขมรก็มีทุนมหาศาลพอที่จะจ้างทหารรับจ้างฝีมือดีที่สุดมาอารักขาธุรกิจและหัวหน้าของพวกมันเช่นกัน การที่ตึกกาสิโนที่แก๊งค์ สแกมเมอร์จีนเทาใช้เป็นสำนักงานถูกทหารไทยทิ้งบอมบ์แล้วทหารรับจ้างของพวกจีนเทาเหล่านี้จะช่วยใครถ้าไม่ใช่ฝ่ายเขมร อย่างไรก็ตามทหารรับจ้างที่เป็นอดีตหน่วยข่าวกรองอเมริกันก็มีให้เห็นทำงานฝึกอบรมให้กองกำลังชนกลุ่มน้อยต่อสู้กับทหารพม่าเช่นกัน

ที่ผ่านมาไทยพยายามวางตัวเป็นกลางท่ามกลางความขัดแย้งของมหาอำนาจอย่างสหรัฐและจีนแต่จากท่าทีของสหรัฐครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นความไม่เป็นกลางของผู้นำหรือการใช้บริษัทเอกชนในการส่งผู้เชี่ยวชาญการบินโดรนสังหารเข้าไปช่วยกัมพูชารบกับไทยซึ่งแม้ว่ายังไม่มีการยืนยันข้อมูลดังกล่าวแต่การใช้ทหารรับจ้างเอกชนนั้นเป็นสิ่งที่สหรัฐถนัดในการอำพรางตนเข้าไปแทรกแซงความขัดแย้งในพม่ามาโดยตลอด

โลกรู้จักลีลาของโดนัลด์ ทรัมป์ดีว่าเขาสามารถพลิกลิ้นได้เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่เขาทำไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษีการค้า การกีดกันผู้อพยพ การก่อสงครามร่วมกับอิสราเอล ฯลฯ นั้นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศสหรัฐจริงหรือเพื่อวาระส่วนตัวแต่ที่แน่ๆ สหรัฐกำลังสูญเสียความน่าเชื่อถือในฐานะพันธมิตรอันเก่าแก่ที่สุดของไทย

ใกล้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ไทยต้องเลือกข้างอย่างจริงจัง เพื่อให้อิทธิพลของสหรัฐหายไปจากภูมิภาคแห่งนี้

#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด

สิทธิป้องกันตนเอง ..อยู่ที่พลังอำนาจที่หนุนหลัง         ไทยเรามีสิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎบัตรสหประชาชาติมาตรา 51 ที่จร...
11/12/2025

สิทธิป้องกันตนเอง ..อยู่ที่พลังอำนาจที่หนุนหลัง

ไทยเรามีสิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎบัตรสหประชาชาติมาตรา 51 ที่จริงเราสามารถโจมตีก่อน หรือที่เรียกว่า preemptive self defense ได้หากพบว่ามีภัยคุกคามจากการใช้อาวุธทำลายล้างกำลังจะคืบคลานมาถึงแต่จะต้องมีหลักฐานเกี่ยวกับภัยคุกคามนั้น แต่เราก็ไม่ได้เลือกที่จะโจมตีก่อนแม้จะมีหลักฐานว่าทหารของเราถูกซุ่มยิง ถูกกับระเบิดสังหารบุคคลในดินแดนของเราเองซึ่งเราได้แสดงหลักฐานชัดๆ ไปแล้วในที่ประชุมภาคีอนุสัญญาออตตาว่า ดังนั้นจึงไม่ต้องเสียเวลาเถียงกันว่าใครยิงใครก่อน ขนาดทหารเรายืนอยู่เฉยๆ ถูกซุ่มยิงคาเสื้อเกราะยังแถไปได้ ในยามนี้การเจรจากับแถจึงไม่เกิดประโยชน์ ต้องรอให้ฝ่ายเขาได้ปรับตัวปรับใจเสียก่อนค่อยมาคุยกัน ยังไงเสียเราก็รักสงบและใฝ่หาสันติภาพดังที่ได้พูดกันมาตลอด

ส่วนที่บอกว่าการโจมตีจะต้องได้สัดส่วนกับภัยคุกคามและจะต้องรีบรายงานให้สหประชาชาติทราบนั้น การใช้ปืนใหญ่และอากาศยานโจมตีอาคารกาสิโนเขมรตรงข้ามช่องอานม้า ช่องจอม ตาพระยา และบ้านท่าเส้นเพราะอาคารกาสิโนเหล่านี้ถูกใช้เป็นศูนย์บัญชาการโดรนสังหารซึ่งก็คืออากาศยานติดระเบิดพุ่งชนที่อันตรายยิ่งนั่นเอง ดังนั้นเมื่ออากาศยานเราทำลายศูนย์บัญชาการอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธของข้าศึกจึงได้สัดส่วนที่สมน้ำสมเนื้อกันหากมองด้วยสายตาเป็นธรรม

บัดนี้สถานการณ์ล่วงเลยเข้าสู่ภาวะสงครามแล้ว จึงต้องมาทบทวนปรับเปลี่ยนท่าทีกันใหม่ด้วยความระมัดระวังว่าเราจะต้องไม่เป็นฝ่ายแพ้ทั้งสงครามบนดิน สงครามข่าวสาร สงครามไซเบอร์ และกับประชาคมระหว่างประเทศ ที่ผ่านมาอิสราเอลใช้จรวดโจมตีเป้าหมายฮามาสในกาตาร์ ในอิหร่าน ขณะที่สหรัฐใช้ระเบิดขนาดยักษ์โจมตีฐานปฏิบัติการนิวเคลียร์ในอิหร่าน และยังโจมตีเรือบรรทุกยาเสพติดและอาวุธของเวเนซุเอลาในทะเลแคริเบียน ทั้งหมดนี้ล้วนแต่อ้างสิทธิป้องกันตนเองตามมาตรา 51 โดยเฉพาะสหรัฐยังอ้างหลัก “ความไม่เต็มใจ” กับ “ความไร้ความสามารถ” ของบางรัฐในการจัดการกับภัยคุกคามที่มีต่อสหรัฐ จึงจำเป็นที่สหรัฐจะต้องเข้าไปกำจัดภัยคุกคามนั้นเองโดยไม่สนว่าจะเป็นขอบเขตประเทศหรืออธิปไตยของใครซึ่งแบบนี้ดูแล้วเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสันติภาพโลก สิทธิในการป้องกันตัวเองมีเหมือนกันแต่ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับพลังอำนาจที่ไม่เท่ากัน หากว่าคณะมนตรีความมั่นคงไม่สามารถยับยั้งการโจมตีข้ามพรมแดนตามอำเภอใจเพียงเพราะประเทศเหล่านั้นมีอิทธิพลใหญ่หนุนหลัง เช่นนี้แล้วต่อไปประเทศเล็กๆ ก็จะถูกริดรอนสิทธิในเวทีระหว่างประเทศและถูกรังแกได้ในที่สุด ในขณะที่มหาอำนาจจะไม่หยุดยั้งแค่เพียงประโยชน์ของตนเองแต่จะก้าวล่วงไปสู่การกัดเซาะพลังอำนาจของคู่แข่งลงไปด้วย

ย้อนกลับมาที่เรื่องของเรา แม้ว่าเราจะได้รายงานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้แถลงข่าวออกไปแต่ทำไมดูเหมือนไม่ค่อยมีต่างประเทศออกมาเข้าข้างเราเท่าใดนัก อธิบายได้ว่าในข้อเท็จจริงแล้วตรรกะในการตัดสินใจกำหนดท่าทีไม่ใช่เรื่องใครถูกใครผิดแต่มันคือเรื่องของผลประโยชน์ล้วนๆ เมื่อตัดสินใจแล้วค่อยมาหาเหตุผลกำกับการกระทำให้ดูดี อย่างกรณีของระบอบฮุนเซน ใครๆ ก็รู้ว่ามีอำนาจอยู่บนด้านมืดทั้งแก๊งสแกมเมอร์ ฟอกเงิน แต่ที่ยังอยู่ในอำนาจได้เพราะความเป็นฮุนเซนนี่แหละที่ยังประโยชน์ให้ได้โดยง่าย เรียกได้ว่าประเทศนี้แค่คุยกับฮุนเซนได้ทุกอย่างก็จบ ในขณะที่กัมพูชาก็อยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ทั้งสหรัฐและจีนต่างต้องการมีอิทธิพล โดยสหรัฐต้องการท่าเรือเพื่อวางกำลังคานอำนาจจีนกับต้องการน้ำมันในทะเล ส่วนจีนก็ต้องการทางออกทะเลตามโครงการ BRI กับท่าเรือเพื่อคุมยุทธศาสตร์ทะเลจีนใต้ ดังนั้นการที่ไทยมีปัญหากับกัมพูชาครั้งนี้แม้ไทยเป็นฝ่ายถูกแต่กัมพูชาให้ประโยชน์กับพวกเขาได้ ทั้งสหรัฐและจีนจึงเลือกที่จะวางตัวในโซนกลางๆ มากกว่า ไม่ต้องพูดถึงประเทศอื่นที่เลือกจะเป็นกลางตามกันมากกว่าจะชี้ถูกชี้ผิดตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ระหว่างไทยกับเขมรถ้าเทียบโปรไฟล์กันแล้ว แม้ไทยมีโปรไฟล์ดีกว่าแต่โลกกลับรู้จักเขมรมากกว่า คือรู้จักในภาพลบว่าเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์อันโหดร้ายของเขมรแดงในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่มีการสังหารคนตายไปเป็นล้านๆ จนสหประชาชาติต้องเข้าไปแทรกแซง ภาพจำของเขมรในสายตาชาวโลกคือความยากจนและด้อยพัฒนากับภาพเด็กๆ ที่เนื้อตัวมอมแมมรายล้อมขอเศษเงินและขนมจากนักท่องเที่ยว เขมรจึงเป็นที่น่าสงสารเสมอ ดังนั้นเมื่อเขมรมีปัญหากับไทยคนก็จะสงสารและเห็นใจเขมรไปก่อนตามความรู้สึกมากกว่าความเป็นจริง ด้วยเหตุนี้ ข่าวที่ออกไปว่าไทยใช้เครื่องบินรบด้วยเทคโนโลยีสูงอย่างเอฟ 16 และกริฟเพ่นทิ้งระเบิดใส่ประเทศที่ไม่มีเครื่องบินรบจึงคิดได้ทันทีว่าโลกจะเข้าข้างใคร ยิ่งพวกยุโรปอดีตเจ้าอาณานิคมทั้งหลายแต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีใจเคียงข้างเรา อยากจะเขมือบไทยมาหลายครั้งแต่ติดที่พระปรีชาสามารถของบูรพกษัตริยาธิราชในอดีตจึงทำให้เอาเราไม่ลง ได้แต่แบ่งแยกดินแดนออกไปได้บางส่วน

มาวันนี้ โจทย์ของเราชัดเจนแล้ว ตรงหน้าคือปฏิบัติการทางทหารเอาชนะเขมรโดยยึดเอาพื้นที่ที่ถูกรุกล้ำกลับคืนมา ซึ่งก็จะทำให้ปัญหาจบลงได้ตามที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ ขณะนี้มาตรการทางทหารดำเนินไปพร้อมกับมาตรการปิดด่าน ตัดไฟ ตัดสัญญาณสื่อสาร เชื้อเพลิง อีกทั้งกองทัพก็มีความเป็นเอกภาพ ทหารมีขวัญกำลังใจดี ในขณะที่ประชาชนแม้จะแบ่งเป็นฝ่ายที่อยากให้ยุติการสู้รบแล้วเจรจากับฝ่ายที่ต้องการสั่งสอนเขมรให้มันจบๆ ไปซึ่งฝ่ายหลังคือเสียงส่วนใหญ่หากสำรวจจากการแสดงออกทางโซเชียลมิเดีย ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสทองแล้วที่จะปฏิบัติการเพื่อยุติปัญหากับเขมรแบบถาวรในขณะที่ฝ่ายเราไม่เคยมีเอกภาพอย่างนี้มาก่อน รัฐบาลกับทหารไปกันได้ดีกับกระทรวงต่างประเทศทำให้เราไม่เสียเปรียบกัมพูชาในเวทีโลก ขณะที่ฝ่ายค้านอย่างหัวหน้าเท้งก็ยังเห็นด้วย ก็เหลือแต่พ่อใหญ่ทรัมป์ตัวยุ่งนี่แหล่ะที่จะมาขัดจังหวะเราได้

ถ้าพ่อใหญ่ทรัมป์ดันโทรมาตอนนี้จะออกยังไงดี?
1 เตรียมข้อมูลในใจไว้เลย ตั้งแต่เซ็นข้อตกลงกันมาเขมรไม่เคยทำตามเลย บ่ายเบี่ยงตลอดโดยเฉพาะการถอนอาวุธหนักและการร่วมกันกู้กับระเบิด
2 เอาล่ะถ้าเขายอมรับว่าเขมรบ่ายเบี่ยงจริง แล้วต้องการให้เขมรทำอะไรเราถึงจะพอใจ ? อันนี้ตอบไม่ยาก ขอแค่ทำตามข้อตกลง GBC ที่รับรองโดยปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ให้ครบก็รับได้
3 ถ้าหากทรัมป์ยังบี้มามากๆ จริง บี้ไม่หยุด ก็บอกไปเลยว่าขอเวลา..กี่ชั่วโมงๆ ซึ่งอันนี้ต้องรีบคุยกับทหารไว้ก่อนว่าต้องการเวลาอีกเท่าไรในการยึดคืนพื้นที่เป้าหมายกลับมา

ไม่ว่าจะอย่างไร การสู้รบก็ต้องยุติลงด้วยการเจรจาแต่ต้องเป็นการเจรจาบนความพร้อมและจริงใจโดยต้องรู้ว่าแท้จริงแล้วใครอยู่ข้างหลังการเจรจานั้นและมีอำนาจบังคับให้เขมรทำตามที่พูดได้จริง

#ชายแดนไทยกัมพูชา
#พ่อใหญ่ทรัมป์
#ยุติการเจรจา
#เจรจาบนความจริงใจ
#สิทธิป้องกันตนเอง

04/11/2025

#แร่ธาตุหายาก : เกมใหม่ของมหาอำนาจ

ติดตามรับฟังได้ในคลิปนี้...

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TB - Talkผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์