05/02/2026
#เงินเฟ้อไทยลดลงต่อเนื่อง แต่ทำไมเรายังรู้สึกว่า “ของแพง”?
ตัวเลขอย่างเป็นทางการจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า
เงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนมกราคม 2569 ลดลง -0.66% (YoY)
ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ และอยู่ในกลุ่มประเทศเงินเฟ้อต่ำสุดของโลก
แต่คำถามคือ…
👉 ทำไมหลายครัวเรือนยังรู้สึกว่าค่าครองชีพสูงขึ้น ใช้เงินเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลง?
คำตอบอยู่ที่ “สินค้าที่นำมาคำนวณเงินเฟ้อ” กับ “ชีวิตจริงของผู้บริโภค” ไม่เหมือนกัน
เงินเฟ้อลด เพราะอะไร?
เงินเฟ้อที่ลดลงรอบนี้ ถูกกดลงแรงจาก
ราคาพลังงาน: น้ำมันและค่าไฟฟ้าปรับลด จากราคาพลังงานโลกและมาตรการรัฐ
ของใช้ส่วนบุคคลและของทำความสะอาด: ลดราคาจากโปรโมชันและการแข่งขัน
เสื้อผ้าและสินค้าบางประเภท ราคาลดลงต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้มี “น้ำหนักสูง” ในการคำนวณดัชนีเงินเฟ้อ ทำให้ตัวเลขรวมออกมาติดลบ
แล้วทำไมคนยังรู้สึกว่าของแพง?
เพราะในชีวิตประจำวัน เราใช้เงินกับ “ของจำเป็น” มากกว่าสินค้าที่ราคาลดลง เช่น
หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ยังเพิ่มขึ้น +0.92% (YoY)
โดยเฉพาะ
อาหารสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว
กาแฟ เครื่องดื่ม ไม่มีแอลกอฮอล์
ผักสดหลายชนิด ปลาและสัตว์น้ำ
นี่คือค่าใช้จ่าย “รายวัน” ที่เลี่ยงไม่ได้
แม้ราคาจะเพิ่มไม่มากในเชิงตัวเลข แต่กระทบความรู้สึกอย่างแรง
เงินเฟ้อไม่สูง แต่ค่าครองชีพ “ตึง”
อีกจุดสำคัญคือ
ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง รถไฟฟ้า ค่าบริการต่าง ๆ ยังปรับขึ้น
เงินเฟ้อพื้นฐาน (ตัดอาหารสดและพลังงานออก) ยังอยู่ที่ +0.60%
สะท้อนว่าต้นทุนชีวิตจริงยังไม่ได้ลดตามตัวเลขรวม
พูดง่าย ๆ คือ
เงินเฟ้อลด เพราะของบางอย่างถูกลง
แต่ของที่เราต้องซื้อทุกวัน ยังแพงขึ้น
ตัวเลขเงินเฟ้อบอกว่าเศรษฐกิจ “ไม่ร้อน”
แต่ความรู้สึกของประชาชนบอกว่า ชีวิตยังแพง และเปราะบาง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่
นโยบายค่าครองชีพ ต้องดู “ของจำเป็น” มากกว่าค่าเฉลี่ย
ตัวเลขสวย ไม่ได้แปลว่าคนอยู่สบายขึ้นทันที
เพราะสุดท้าย…
เงินเฟ้อวัดจากสถิติ แต่ความแพง วัดจากเงินในกระเป๋าคเราเอง