News1 ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก News1, ถ. พระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร, Bangkok.
(997)

ข่องทางรับชมสถานีข่าว NEWS1 ทาง ip tv
true ID ช่อง 19 / AISplay ช่อง 618
NETplay ช่อง 64 / iptv ช่อง 64
WWW : news1live.com ,mgronline.com
Facebook : mgrnews1 YouTube : news1vdo สถานีโทรทัศน์ “News1” หรือชื่อเดิมคือ เอเอสทีวี คือ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่นำเสนอเนื้อหาข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง ในหลากหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็น การเมือง บันเทิง กีฬา อาชญากรรม สุขภาพ การท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ฯล



ช่อง “News1” ถือเป็นเพียงหนึ่งในสื่ออันหลากหลายในเครือ “ผู้จัดการ”

NEWS1 is a media outlet under the leading conglomerate news enterprise in Thailand.

นัท เลอทาน่าเดือด! ถูกลูกบิ๊กการเมืองท้องถิ่นกล่าวหาสร้างภาพ ลั่นอย่าดูถูกประชาชนนายกิตติพัชร์ เลิศวิทยากุล หรือ "นัท เล...
11/07/2026

นัท เลอทาน่าเดือด! ถูกลูกบิ๊กการเมืองท้องถิ่นกล่าวหาสร้างภาพ ลั่นอย่าดูถูกประชาชน

นายกิตติพัชร์ เลิศวิทยากุล หรือ "นัท เลอทาน่า" นักธุรกิจและเจ้าของโรงแรมเลอทาน่า จังหวัดสมุทรปราการ ออกมาเผยแพร่คลิปวิดีโอตอบโต้ หลังระบุว่าถูกลูกของนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งโพสต์พาดพิง กล่าวหาว่าสิ่งที่ตนทำเป็นเพียงการ "สร้างภาพ" เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง พร้อมมีการดูถูกประชาชนว่าเป็นผู้ที่ไม่มีความรู้และถูกชักจูงได้ง่าย

นายกิตติพัชร์ ระบุว่า ตนรับไม่ได้กับแนวคิดที่มองว่าประชาชนไม่มีวิจารณญาณ พร้อมย้ำว่าตัวเองก็เป็นเพียงประชาชนธรรมดา เป็นลูกพ่อค้าแม่ค้า เติบโตจากการทำมาหากินสุจริต ไม่ได้เกิดมาพร้อมอำนาจหรือฐานะทางการเมือง จึงเชื่อว่าประชาชนทุกคนมีความสามารถในการแยกแยะว่าอะไรถูกอะไรผิด และไม่ใช่คนที่จะถูกชักจูงได้ง่ายอย่างที่มีผู้กล่าวอ้าง

เจ้าตัวยังยืนยันว่า สิ่งที่ทำทั้งหมดเกิดขึ้นในพื้นที่ของตนเอง ใช้เงินของตนเอง และไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อปูทางสู่การเมือง พร้อมย้ำว่าไม่มีความคิดจะลงเล่นการเมือง ดังนั้นการกล่าวหาว่าทำทุกอย่างเพื่อสร้างภาพจึงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม

นายกิตติพัชร์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตั้งใจทำก็เพียงหวังให้ธุรกิจและสถานที่ที่สร้างขึ้นสามารถเป็นประโยชน์ต่อสังคม หากมีผลดีเกิดขึ้นกับกิจการของตนก็ถือเป็นผลพลอยได้ตามปกติของผู้ประกอบการ ไม่ใช่เหตุผลหลักของการลงมือทำ

ช่วงท้ายของคลิป เขาฝากถึงผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่ควรนำบรรทัดฐานของตัวเองไปตัดสินผู้อื่น และไม่ควรดูถูกประชาชน เพราะเชื่อว่าคนธรรมดาทุกคนมีความคิดและมีวิจารณญาณเพียงพอที่จะตัดสินว่าอะไรดีหรือไม่ดี

ทั้งนี้ นายกิตติพัชร์ไม่ได้เปิดเผยชื่อหรือระบุชัดเจนว่าบุคคลที่กล่าวถึงเป็นใคร ขณะที่คลิปดังกล่าวมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก

รายงาน

11/07/2026

สนธิ ยืนยัน ร้ายกว่าทักษิณ! พรรคสีน้ำเงินยึดประเทศ? 11/07/69 #สนธิ #ร้ายกว่าทักษิณ #พรรคสีน้ำเงิน #การเมือง

นายกแป้นยืนยันคำเดิม! งบรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ถูกตัด เหลือเรือยางแค่ 4 ลำนายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ "นายกแป้น" นายกเทศมนตรีน...
11/07/2026

นายกแป้นยืนยันคำเดิม! งบรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ถูกตัด เหลือเรือยางแค่ 4 ลำ

นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ "นายกแป้น" นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ยืนยันคำชี้แจงเดิมถึงกรณีงบประมาณเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย โดยระบุว่างบที่เทศบาลเสนอขอเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมในปีงบประมาณ 2570 ถูกตัดออกหลายรายการ เหลือเพียงเรือยาง 4 ลำ รถบรรทุก 10 ล้อ 3 คัน และโครงการถนน 1 สาย ซึ่งยังต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการและขั้นตอนงบประมาณต่อไป
นายกแป้นเปิดเผยว่า เทศบาลได้เสนอของบจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม รวมถึงเจ็ตสกี แต่รายการดังกล่าวถูกตัดออกทั้งหมด เหลือเพียงเรือยาง 4 ลำ พร้อมย้ำว่าแม้งบจะถูกปรับลด ก็ต้องบริหารจัดการด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยกล่าวว่า "เขาให้อะไรมาก็เอาตามนั้น"
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงโครงการห้องเรียนอัจฉริยะ นายกแป้นชี้แจงว่าเป็นโครงการในสมัยผู้บริหารชุดก่อน ไม่ใช่โครงการที่เกิดขึ้นในช่วงการบริหารของตน และขอให้สอบถามรายละเอียดจากผู้บริหารชุดเดิม
นอกจากนี้ นายกแป้นยังชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าเทศบาลนครหาดใหญ่มีเงินสะสมกว่า 200 ล้านบาท โดยระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลเมื่อหลายเดือนก่อน ปัจจุบันเทศบาลได้นำงบประมาณไปใช้ซ่อมแซมโรงเรียน ถนน สถานพยาบาล ขุดลอกคูคลอง จัดหาเครื่องสูบน้ำ และจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น ทำให้ปัจจุบันเหลือเงินสะสมประมาณ 42 ล้านบาท
ทั้งนี้ นายกแป้นยืนยันว่า แม้งบประมาณจะถูกตัดและมีข้อจำกัดหลายด้าน แต่เทศบาลนครหาดใหญ่ยังคงเดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเกิดอุทกภัย

รายงาน

ไทกรแฉ! ซ่อมหอพักครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 92 ล้าน แพงกว่าสร้างใหม่นายไทกร พลสุวรรณ ออกมาเปิดเผยข้อมูลระหว่างการอภิปร...
11/07/2026

ไทกรแฉ! ซ่อมหอพักครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 92 ล้าน แพงกว่าสร้างใหม่

นายไทกร พลสุวรรณ ออกมาเปิดเผยข้อมูลระหว่างการอภิปรายและตรวจสอบการใช้งบประมาณของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) โดยตั้งข้อสังเกตถึงโครงการซ่อมแซมและปรับปรุงหอพักครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 92 ล้านบาท ทั้งที่เป็นเพียงการปรับปรุงอาคารเดิมสูง 4 ชั้น ไม่มีลิฟต์
นายไทกรระบุว่า อาคารดังกล่าวมีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 1,700 ตารางเมตร มีห้องพักทั้งหมด 61 ห้อง เมื่อนำงบประมาณมาคำนวณเฉลี่ย พบว่าค่าซ่อมแซมตกอยู่ที่ประมาณ 54,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งสูงกว่าค่าก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูของภาคเอกชนที่มีทั้งงานโครงสร้างและงานตกแต่งภายใน รวมถึงสูงกว่าราคากลางงานก่อสร้างของภาครัฐอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ นายไทกรยังตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของผู้บริหาร สกสค. โดยอ้างว่า ผู้บริหารที่ลงนามในเอกสารจัดซื้อจัดจ้างและสัญญาโครงการ กลับชี้แจงต่อกรรมาธิการว่าไม่ทราบรายละเอียดของโครงการ ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการกำกับดูแลและการใช้งบประมาณแผ่นดิน
นายไทกรยังเปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลว่าทีมงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการดังกล่าวแล้ว หลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับความคุ้มค่าของงบประมาณ ขณะที่มีรายงานว่าผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการตรวจรับงานบางส่วน ไม่ต้องการเข้าร่วมดำเนินการ เนื่องจากกังวลต่อความรับผิดชอบที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง ซึ่งเป็นข้อมูลที่นายไทกรกล่าวอ้างระหว่างการอภิปราย
พร้อมกันนี้ นายไทกรเรียกร้องให้มีการตรวจสอบโครงการดังกล่าวอย่างละเอียด หากพบการใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า หรือมีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบราชการ ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบ พร้อมเห็นว่าการบริหารงานของผู้บริหาร สกสค. ชุดปัจจุบันควรได้รับการประเมินอย่างจริงจัง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของครู บุคลากรทางการศึกษา และเงินภาษีของประชาชน

รายงาน

ทวง 'สรรพากร-คปภ.' เร่งตรวจสอบ ปมบริษัทต่างชาติขายประกัน แย่งอาชีพคนไทยชัดเจน
11/07/2026

ทวง 'สรรพากร-คปภ.' เร่งตรวจสอบ ปมบริษัทต่างชาติขายประกัน แย่งอาชีพคนไทยชัดเจน

ผู้ร้องเรียนยื่นหนังสือติดตามความคืบหน้าต่อกรมสรรพากรและ คปภ. หลังเคยร้องเรียนเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2569 ให้ตรวจสอบบริษัท แปซิฟิค ไพร์ม คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท แปซิฟิค ไพร์ม เทคโนโลจีส์ จำกัด หรือกลุ่มบริษัท แปซิฟิค ไพร์ม กรณีถูกกล่าวหาว่าใช้คนต่างชาติเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันในประเทศไทย ทั้งที่อาชีพนายหน้าประกันเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยและต้องได้รับใบอนุญาต พร้อมขอให้ตรวจสอบประเด็นกรมธรรม์ประกันต่างประเทศและภาษีที่เกี่ยวข้อง
#สรรพากร #คปภ #แปซิฟิคไพร์ม #ประกันภัย #นายหน้าประกัน #อาชีพสงวน

มีข้าราชการดี20% พูดไม่ออกได้แต่กลอกหน้า
11/07/2026

มีข้าราชการดี20% พูดไม่ออกได้แต่กลอกหน้า

กรณีโกงสอบเข้าข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทย ถูกระบุว่าเป็นมหกรรมโกงแผ่นดิน หลังตรวจสอบพบว่าตำแหน่งเปิดรับกว่า 6,000 อัตรา แต่มีการขึ้นบัญชีบรรจุ 2 ปี รวมเกือบ 15,000 คน โดยจากบัญชีผู้สอบได้ 14,990 คน พบรายการผิดปกติ 5,372 คน หรือเกือบ 36% ของผู้สอบได้ และถูกระบุว่าเป็นสัดส่วนถึง 80% ของผู้ที่ได้บรรจุ
#ปมร้อนข่าวลึก #โกงสอบ #ข้าราชการท้องถิ่น #กระทรวงมหาดไทย #มหาดไทย #สอบท้องถิ่น #ทุจริต

11/07/2026

รอบวันทันเหตุการณ์ 11-07-69

11/07/2026

เชื่อไม่ได้! สหรัฐฯ พลิกลิ้นจ่อฉีก MOU เดินหน้าเปิดศึกอิหร่าน! 11/07/69 #สนธิ #สหรัฐฯ #อิหร่าน

สื่อดังทำพิษ สร้างชื่อสมมุติผู้ต้องหาละเมิด นร. ไปตรงกับชื่อ ผอ.โรงเรียนดังนครปฐมกลายเป็นอีกประเด็นที่ได้รับความสนใจในโล...
11/07/2026

สื่อดังทำพิษ สร้างชื่อสมมุติผู้ต้องหาละเมิด นร. ไปตรงกับชื่อ ผอ.โรงเรียนดังนครปฐม

กลายเป็นอีกประเด็นที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ หลัง ดร.เอกชัย ภูมิระรื่น ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความไม่สบายใจ ภายหลังสื่อมวลชนบางสำนักใช้นามสมมุติว่า "เอกชัย" ในการรายงานข่าวผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดนักเรียน จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด และมีชาวเน็ตบางส่วนเข้าใจว่าเป็นบุคคลเดียวกัน

ดร.เอกชัย ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองอย่างมาก เพราะมีผู้คนโทรศัพท์และส่งข้อความเข้ามาสอบถาม รวมถึงมีการแชร์ข้อมูลพร้อมโยงชื่อของตนในโลกออนไลน์ ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีแต่อย่างใด ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ของทั้งตัวบุคคลและสถานศึกษาที่ตนรับผิดชอบ

เจ้าตัวย้ำว่า แม้การใช้นามสมมุติจะมีเจตนาปกปิดตัวตนของผู้ต้องหา แต่หากเลือกใช้ชื่อที่ตรงหรือพ้องกับบุคคลจริง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นที่รู้จักในพื้นที่หรือดำรงตำแหน่งสาธารณะ ก็อาจสร้างความเสียหายต่อผู้บริสุทธิ์ได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดร.เอกชัย ยังเรียกร้องให้สื่อมวลชนและผู้เผยแพร่ข่าวสารเพิ่มความรอบคอบในการเลือกใช้นามสมมุติ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในลักษณะเดียวกันอีก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เสรีภาพในการนำเสนอข่าวควรดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังระบุว่า หากท้ายที่สุดจำเป็นต้องใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตน ก็พร้อมดำเนินการตามขั้นตอน และหากได้รับค่าเสียหายจากคดี จะนำเงินดังกล่าวไปสมทบทุนพัฒนาอาคารเรียนของโรงเรียน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษา

ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนมากแสดงความคิดเห็น โดยหลายคนเห็นตรงกันว่า การใช้นามสมมุติในข่าวอาชญากรรมควรหลีกเลี่ยงชื่อที่อาจไปตรงกับบุคคลจริง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี

รายงาน

ที่อยู่

ถ. พระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
Bangkok
10200

เบอร์โทรศัพท์

+6626293949

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ News1ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์