News1 ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก News1, ถ. พระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร, Bangkok.
(981)

ข่องทางรับชมสถานีข่าว NEWS1 ทาง ip tv
true ID ช่อง 19 / AISplay ช่อง 618
NETplay ช่อง 64 / iptv ช่อง 64
WWW : news1live.com ,mgronline.com
Facebook : mgrnews1 YouTube : news1vdo สถานีโทรทัศน์ “News1” หรือชื่อเดิมคือ เอเอสทีวี คือ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่นำเสนอเนื้อหาข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง ในหลากหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็น การเมือง บันเทิง กีฬา อาชญากรรม สุขภาพ การท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ฯล



ช่อง “News1” ถือเป็นเพียงหนึ่งในสื่ออันหลากหลายในเครือ “ผู้จัดการ”

NEWS1 is a media outlet under the leading conglomerate news enterprise in Thailand.

09/06/2026

ชวนคิดชวนคุย 09-06-69

 # สุชาติลุยภูเก็ต! ประกาศทวงคืนป่า-ชายหาด สะเทือนถึงเขากระโดงหรือไม่?การลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐม...
09/06/2026

# สุชาติลุยภูเก็ต! ประกาศทวงคืนป่า-ชายหาด สะเทือนถึงเขากระโดงหรือไม่?

การลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา กำลังได้รับความสนใจจากสังคม หลังเจ้าตัวยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนในการดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าและชายหาดในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ พร้อมประกาศทวงคืนทรัพยากรของชาติกลับมาเป็นของประชาชน

นายสุชาติระบุว่า ขณะนี้คดีบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายทั้งหมดแล้ว พร้อมย้ำว่าแม้จะเข้าใจผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อจากการซื้อที่ดินโดยไม่ทราบว่าเอกสารสิทธิ์มีปัญหา แต่ทรัพยากรของชาติจะต้องถูกนำกลับคืนสู่ส่วนรวม

> "ผู้ที่บุกรุกป่า บุกรุกชายหาด สุดท้ายจะไม่เหลืออะไร เพราะทรัพยากรเหล่านี้เป็นสมบัติของคนไทยทุกคน ต้องนำกลับคืนมาให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน"

ถ้อยคำดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ที่สนับสนุนการทวงคืนทรัพยากรของรัฐ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดคำถามตามมาในวงกว้างว่า หลักการที่รัฐมนตรีประกาศไว้อย่างหนักแน่นนั้น จะถูกนำไปใช้กับทุกกรณีอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่

โดยเฉพาะกรณีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อพิพาทด้านที่ดินของรัฐที่ถูกจับตามองมากที่สุดในรอบหลายปี และเป็นประเด็นที่ภาคประชาชน นักวิชาการ รวมถึงสื่อมวลชนจำนวนมากติดตามอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงที่ผ่านมา กระแสเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดงกลับมาเข้มข้นอีกครั้ง ขณะที่ภาคประชาชนยังเรียกร้องให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เดินหน้าตรวจสอบกลุ่มทุนพลังงานและผลประโยชน์สาธารณะอย่างจริงจัง จนกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงกว้าง

ด้วยเหตุนี้ จึงเริ่มมีการตั้งคำถามว่า หากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยืนยันหลักการว่า พื้นที่ป่า พื้นที่สาธารณะ หรือทรัพยากรของชาติที่ถูกบุกรุกจะต้องถูกนำกลับคืนสู่ประชาชน หลักการเดียวกันนี้จะถูกนำไปใช้กับกรณีเขากระโดงด้วยหรือไม่

คำถามดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความคาดหวังของสังคมที่ต้องการเห็นมาตรฐานเดียวกันในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าพื้นที่นั้นจะอยู่ที่ภูเก็ต บุรีรัมย์ หรือจังหวัดใดก็ตาม

หลายฝ่ายมองว่า การจัดระเบียบชายหาดและการทวงคืนพื้นที่อุทยานในจังหวัดภูเก็ตถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จำเป็นต้องตอบคำถามของสังคมให้ได้เช่นกันว่า หลักการเดียวกันนี้จะถูกนำไปใช้กับคดีที่ดินของรัฐทุกคดีอย่างเสมอภาคหรือไม่

เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นอาจไม่ใช่เพียงการทวงคืนพื้นที่บางแห่งเท่านั้น แต่คือการบังคับใช้กฎหมายด้วยมาตรฐานเดียวกันต่อทุกฝ่าย โดยไม่มีข้อยกเว้นและไม่มีพื้นที่ใดอยู่เหนือการตรวจสอบ

ด้วยเหตุนี้ การลงพื้นที่ภูเก็ตของนายสุชาติในครั้งนี้ จึงไม่ได้ถูกจับตาเฉพาะเรื่องการบุกรุกชายหาดหรือพื้นที่อุทยานเท่านั้น แต่ยังถูกมองว่าอาจเป็นบททดสอบสำคัญว่า จุดยืนเรื่องการทวงคืนทรัพยากรของชาติจะขยายไปถึงกรณีเขากระโดง ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมเฝ้ารอคำตอบอยู่หรือไม่

**News1 รายงาน**

09/06/2026

จับตาหลังนายกกลับจากฝรั่งเศส เร่งเข้า UNCLOS ทั้งที่เสียเปรียบ! 09/06/69 #นายกรัฐมนตรี #อนุทิน #ฝรั่งเศส #การเมือง

 # ชาวบ้านซัด! นายกไทยเป็นครีเอเตอร์? รู้ก็จัดการ มันจะ "อิอิ" อะไรกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังเกิดกระแส...
09/06/2026

# ชาวบ้านซัด! นายกไทยเป็นครีเอเตอร์? รู้ก็จัดการ มันจะ "อิอิ" อะไร

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์หรือ "ไถเงิน" จำนวน 5 ล้านบาท ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของสังคมในขณะนี้ โดยประเด็นดังกล่าวยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้น เมื่อมีการเผยแพร่ภาพการแสดงความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีที่เข้าไปคอมเมนต์ใต้โพสต์ของ **โจ-มณฑานี ตันติสุข** ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงถึงกรณีดังกล่าว

ข้อความในโพสต์ระบุว่า

"รู้จักวงในมานานแล้วแต่อุบไว้ กลุ่มคนดีย์ที่รุมขุดคุณพิพัฒน์และ PT เพื่อรีดเงินเดือนละ 5 ล้าน แต่แกมีศักดิ์ศรี แกไม่ให้ คุณขิงต้องสู้กลับ อย่ายอม"

จากนั้นมีผู้ใช้บัญชีที่เป็นนายกรัฐมนตรีเข้าไปแสดงความคิดเห็นว่า

"อิอิ ทายที่ก็ถูกว่าเป็นใคร"

ข้อความดังกล่าวถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงวิจารณ์จากประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของผู้นำประเทศในการแสดงออกผ่านสื่อสังคมออนไลน์

หนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงความเห็นคือเพจ "พี่ลุงแมน ไทยแลนด์แดนสวรรค์" ซึ่งโพสต์คลิปวิจารณ์ว่า หากนายกรัฐมนตรีทราบอยู่แล้วว่าบุคคลที่ถูกกล่าวหาคือใคร ก็ควรใช้กลไกของกฎหมายและอำนาจหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง มากกว่าการเข้าไปแสดงความคิดเห็นในลักษณะหยอกล้อหรือส่งสัญญาณทางการเมืองผ่านโลกออนไลน์

เจ้าของคลิปตั้งคำถามว่า

"ถ้ารู้ว่าใครไถเงินใคร ก็จัดการสิ มันผิดกฎหมายหรือเปล่า ถ้ารู้ก็ใช้กระบวนการตรวจสอบ ไม่ใช่มาอิอิ"

นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียบางส่วนมองว่า พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์ของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถูกลดทอนความน่าเชื่อถือ เพราะเป็นการเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับโพสต์ที่เป็นเพียงข้อกล่าวหา ซึ่งยังไม่มีหลักฐานถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างชัดเจน

สิ่งที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักในโลกออนไลน์ ไม่ได้อยู่ที่คำว่า "อิอิ" เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ต้นทางของเรื่องทั้งหมด ซึ่งเริ่มจากโพสต์กล่าวอ้างเรื่องการเรียกรับเงินจำนวน 5 ล้านบาท โดยไม่มีการแสดงหลักฐานต่อสาธารณะ ทำให้หลายคนมองว่าเนื้อหาดังกล่าวไม่ต่างจาก "บัตรสนเท่ห์" ที่สังคมยังไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้

ขณะเดียวกัน หากนายกรัฐมนตรีมีข้อมูลหรือมั่นใจจนสามารถกล่าวได้ว่า "ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร" ก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เหตุใดจึงไม่มีการนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย หรือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เพราะหากเป็นเรื่องจริงก็ถือเป็นข้อกล่าวหาร้ายแรงที่ควรได้รับการพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยเร็ว

อีกประเด็นที่หลายคนมองว่าผิดสังเกต คือเจ้าของโพสต์อย่าง **โจ-มณฑานี ตันติสุข** ไม่ได้เป็นบุคคลสาธารณะระดับประเทศ ไม่ใช่นักการเมืองระดับชาติ ไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่ และไม่ได้เป็นสื่อกระแสหลัก หากเป็นเพียงบุคคลที่เป็นที่รู้จักในวงจำกัด แต่กลับได้รับความสนใจจากทั้งนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีอย่างรวดเร็ว จนถึงขั้นเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ด้วยตนเอง

ความผิดปกตินี้ยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะในแต่ละวันมีประเด็นระดับประเทศจำนวนมากที่รอการตอบสนองจากรัฐบาล แต่กลับเป็นโพสต์จากบุคคลที่ไม่ได้มีอิทธิพลต่อสังคมในวงกว้างที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ จนหลายคนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าเหตุใดเรื่องดังกล่าวจึงถูกยกระดับให้กลายเป็นข่าวใหญ่ในเวลาอันรวดเร็ว

ที่น่าสนใจคือ กระแสนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่สังคมกำลังจับตาการตรวจสอบที่ดินเขากระโดง รวมถึงแรงกดดันจากภาคประชาชนที่เรียกร้องให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เดินหน้าตรวจสอบกลุ่มทุนพลังงานอย่างจริงจัง จึงทำให้เกิดข้อสังเกตว่าจังหวะเวลาของการปล่อยประเด็นดังกล่าวดูสอดคล้องกันอย่างน่าประหลาด

เมื่อข้อกล่าวหาที่ยังไม่มีหลักฐานรองรับถูกขยายจนกลายเป็นข่าวใหญ่ ความสนใจของสังคมจึงถูกดึงออกจากประเด็นการตรวจสอบผลประโยชน์สาธารณะ การตรวจสอบที่ดินเขากระโดง และการตรวจสอบกลุ่มทุนพลังงานที่กำลังเป็นที่ถกเถียงอยู่ก่อนหน้า

บ้านพระอาทิตย์และสื่อในเครือถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ติดตามและนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเขากระโดง รวมถึงการตรวจสอบกลุ่มทุนพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดข้อสงสัยในหมู่ผู้ติดตามการเมืองบางส่วนว่า การขยายประเด็นดังกล่าวในช่วงเวลานี้มีเป้าหมายเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของบุคคลหรือสื่อที่กำลังขับเคลื่อนการตรวจสอบเรื่องเหล่านั้นหรือไม่

ยิ่งเมื่อมีการแสดงความคิดเห็นจากนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีตามมา ก่อนที่ประเด็นดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ต่อโดยสื่อและเครือข่ายทางการเมืองบางส่วน ก็ยิ่งทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมีลักษณะคล้ายการ "สาดสปอตไลท์" ให้กับข้อกล่าวหาที่เดิมอยู่ในวงจำกัด จนกลายเป็นวาระสาธารณะในเวลาอันสั้น

ในมุมของผู้ติดตามการเมืองจำนวนไม่น้อย จึงมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงประเด็นการคอมเมนต์ในโลกออนไลน์ แต่เป็นคำถามเรื่องภาวะผู้นำและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ เพราะเมื่อมีการกล่าวอ้างถึงการกระทำที่อาจผิดกฎหมาย สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่การส่งสัญญาณผ่านข้อความสั้น ๆ ที่เปิดช่องให้สังคมตีความกันไปต่าง ๆ นานา

**News1 รายงาน**

ตามรอย โบว์ ณัฏฐา บนข้ออ้างการต่อสู้ อุดมการณ์หรือกูอุดม
09/06/2026

ตามรอย โบว์ ณัฏฐา บนข้ออ้างการต่อสู้ อุดมการณ์หรือกูอุดม

ตามรอย “โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา” จากนักกิจกรรมที่เป็นที่รู้จักตั้งแต่ปี 2549 ผ่านบทบาทต้านการยึดอำนาจ แตะมือคนเสื้อแดง เคยเป็นพิธีกรวอยซ์ทีวี และร่วมกิจกรรมชูสามนิ้วกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ก่อนถูกจับตาเมื่อไปปรากฏตัวในรายการออนไลน์ที่ถูกมองว่าใกล้ชิดพรรคสีน้ำเงิน และเคยได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษก ศบก. จนนำไปสู่คำถามเรื่องจุดยืนตลอด 20 ปีที่ผ่านมา
อ่านต่อในคอมเมนต์ >>>
#โบว์ณัฏฐา #ณัฏฐามหัทธนา #การเมืองไทย #คนอยากเลือกตั้ง #วอยซ์ทีวี #พรรคสีน้ำเงิน #วอยซ์ทีวีสด #ปมร้อนข่าวลึก

09/06/2026

คุยคุ้ยหุ้น 09-06-69

 # ศิโรตม์แฉเดือด! อ้างแชตหลุดภูเก็ต ปลัดส่งไลน์สั่งช่วยผู้สมัครภูมิใจไทย ระบุชื่อใช้อาสาราชการหนุนการเมืองกลายเป็นประเด...
09/06/2026

# ศิโรตม์แฉเดือด! อ้างแชตหลุดภูเก็ต ปลัดส่งไลน์สั่งช่วยผู้สมัครภูมิใจไทย ระบุชื่อใช้อาสาราชการหนุนการเมือง

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองอีกครั้ง หลังนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว อ้างถึงกรณี “แชตไลน์หลุด” ในจังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่า มีข้าราชการระดับปลัดส่งข้อความในกลุ่มไลน์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายแทรกแซงการเลือกตั้ง พร้อมเยาะเย้ยหลักกฎหมายและความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐ

ศิโรตม์ระบุว่า ในข้อความดังกล่าวมีการเอ่ยชื่อ “อดีต สจ.ต้อม” อย่างชัดเจน พร้อมข้อความที่ถูกอ้างว่ามีการสั่งการให้ใช้เครือข่ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมถึง อาสารักษาดินแดน (อส.) และ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เข้าไปช่วยเหลือผู้สมัครที่สังกัดพรรคภูมิใจไทย ซึ่งหากเป็นความจริงอาจขัดต่อหลักการวางตัวเป็นกลางของข้าราชการในช่วงการเลือกตั้ง

ก่อนหน้านี้ ประเด็นแชตไลน์หลุดในจังหวัดภูเก็ตได้ถูกนำมาเปิดเผยโดยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งอ้างว่ามีข้อความจากกลุ่มไลน์ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูงในฝ่ายปกครอง โดยหนึ่งในข้อความที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักคือข้อความลักษณะ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ซึ่งถูกตีความว่าอาจสื่อถึงการสนับสนุนผู้สมัครหรือพรรคการเมืองบางฝ่าย ขณะที่มีการนำเรื่องเข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและความเหมาะสมของพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว ([YouTube][1])

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ถูกพาดพิงได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ส่งข้อความดังกล่าว และระบุว่าบัญชีไลน์มีการเชื่อมต่อกับหลายอุปกรณ์ จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อความที่ปรากฏมาจากผู้ใด พร้อมมองว่าการนำข้อมูลดังกล่าวมาเผยแพร่อาจเป็นความพยายามดิสเครดิตฝ่ายตนท่ามกลางความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ภูเก็ต ([Thai Post][2])

ขณะเดียวกัน กระแสในสังคมออนไลน์ยังคงจับตาว่า หากมีหลักฐานยืนยันได้ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่หรือเครือข่ายราชการเข้าไปช่วยเหลือผู้สมัครทางการเมืองจริง อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหลักความเป็นกลางของข้าราชการ และอาจนำไปสู่การตรวจสอบทางวินัยหรือกระบวนการตามกฎหมายเลือกตั้งต่อไป

ทั้งนี้ ยังไม่มีผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจาก กกต. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อข้อกล่าวหาล่าสุดดังกล่าว และทุกฝ่ายยังคงมีสิทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมาย

**News1 รายงาน**

กทม.เสียหายหลักร้อยล้าน? จบที่ค่าปรับ 600 บาทกลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลัง นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพมหานคร พรร...
09/06/2026

กทม.เสียหายหลักร้อยล้าน? จบที่ค่าปรับ 600 บาท

กลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลัง นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยผลการสอบสวนกรณีจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเคยถูกสังคมตั้งคำถามอย่างหนัก โดยเฉพาะกรณีลู่วิ่งออกกำลังกายราคาสูงถึง 750,000 บาทต่อเครื่อง

นายศุภณัฐ ระบุว่า เนื่องในวาระครบรอบ 2 ปีของการเปิดโปงโครงการดังกล่าว คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งขึ้น ได้สรุปผลสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวม 32 ราย

ผลการสอบสวนพบว่า เจ้าหน้าที่ 20 ราย ไม่มีความผิด ขณะที่อีก 12 ราย ถูกชี้ว่ามีความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง และได้รับโทษปรับ 2% ของเงินเดือน หรือประมาณ 600 บาทต่อคน ก่อนปิดเรื่อง

สส.พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า แม้โครงการดังกล่าวจะถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าและความเสียหายที่อาจมีมูลค่าระดับหลายร้อยล้านบาท แต่บทลงโทษที่เกิดขึ้นกลับอยู่ในระดับต่ำ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของผลการสอบสวน

นายศุภณัฐยังระบุอีกว่า ตลอดกระบวนการจัดซื้อที่ผ่านมา มีข้อครหาหลายประเด็น ทั้งเรื่องคุณลักษณะเฉพาะของสินค้า การกำหนดราคากลาง และขั้นตอนการจัดหาที่ถูกตั้งคำถามจากสังคมมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม ผลสอบของคณะกรรมการกลับสรุปว่าเป็นเพียงความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

ทั้งนี้ นายศุภณัฐ ยืนยันว่าจะติดตามเรื่องดังกล่าวต่อไป พร้อมระบุว่า การปกป้องผลประโยชน์สาธารณะไม่ควรมีเงื่อนไขเรื่องเวลา และประชาชนมีสิทธิได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนต่อกรณีที่เกิดขึ้น

News1 รายงาน

รวบม้าไทย! เส้นเงินโยงจีนเทาฝั่งกัมพูชาเจ้าหน้าที่ บก.ป. จับกุมชายรายหนึ่งซึ่งมีหมายจับติดตัวถึง 3 คดี หลังตรวจพบเส้นทาง...
09/06/2026

รวบม้าไทย! เส้นเงินโยงจีนเทาฝั่งกัมพูชา

เจ้าหน้าที่ บก.ป. จับกุมชายรายหนึ่งซึ่งมีหมายจับติดตัวถึง 3 คดี หลังตรวจพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงเครือข่ายออนไลน์ที่สร้างความเสียหายให้ประชาชนหลายพื้นที่ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 260,000 บาท

จากการตรวจสอบพบว่า ชายรายดังกล่าวมีชื่อเกี่ยวข้องกับทั้งกรณีลงทุนออนไลน์ สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และชักชวนทำภารกิจผ่านระบบออนไลน์ ก่อนถูกติดตามจับกุมตัวเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย

ระหว่างการสอบถาม ผู้ถูกจับกุมอ้างว่า เคยถูกชักชวนให้เดินทางข้ามแดนไปยังกัมพูชา ก่อนถูกพาไปสแกนใบหน้าให้กับกลุ่มชาวจีน โดยได้รับค่าตอบแทนเพียง 1,000 บาท และเดินทางกลับประเทศไทยในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เนื่องจากพบข้อมูลเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลไกการทำงานของขบวนการข้ามแดนที่มักใช้ข้อมูลส่วนบุคคล บัญชีธนาคาร หรือข้อมูลยืนยันตัวตนของผู้อื่น มาใช้เป็นช่องทางในการเคลื่อนย้ายเงินและอำพรางเส้นทางธุรกรรม

เจ้าหน้าที่จึงฝากเตือนประชาชนอย่ารับจ้างเปิดบัญชี รับจ้างสแกนใบหน้า หรือส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลให้บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด เพราะอาจกลายเป็นผู้ที่ต้องรับผลทางกฎหมายในภายหลังโดยไม่รู้ตัว

News1 รายงาน

เวทนาหรือไม่? รองประธานวุฒิสภาเอ่ยคำว่า “กราบขอโทษ” รมช.กลางที่ประชุม หลัง สว.นันทนาอภิปรายร้อนกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถ...
09/06/2026

เวทนาหรือไม่? รองประธานวุฒิสภาเอ่ยคำว่า “กราบขอโทษ” รมช.กลางที่ประชุม หลัง สว.นันทนาอภิปรายร้อน

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังการประชุมวุฒิสภาเกิดการอภิปรายอย่างเข้มข้นจาก น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีการตั้งคำถามและแสดงความเห็นต่อฝ่ายบริหารด้วยถ้อยคำที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา

ภายหลังการอภิปราย นางสาวบุญธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุม พร้อมแสดงความไม่สบายใจต่อถ้อยคำบางช่วงที่ถูกกล่าวพาดพิง

อย่างไรก็ตาม จุดที่กลายเป็นกระแสวิจารณ์มากที่สุด เกิดขึ้นเมื่อ พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการประชุมในขณะนั้น ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า

“ผมต้องกราบขอโทษท่านรัฐมนตรี ที่ไม่ได้ตักเตือนเพื่อนสมาชิก ที่อภิปรายในลักษณะดังกล่าว”

คำกล่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว และก่อให้เกิดการถกเถียงในสังคม โดยบางส่วนมองว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบของผู้ควบคุมการประชุม ขณะที่อีกส่วนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการใช้คำว่า “กราบขอโทษ” ต่อฝ่ายบริหาร ภายใต้บทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

เหตุการณ์ดังกล่าวจึงกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนทางการเมือง ที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด พร้อมจุดประกายการถกเถียงถึงบทบาท หน้าที่ และความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารในระบอบประชาธิปไตย

News1 รายงาน

ที่อยู่

ถ. พระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
Bangkok
10200

เบอร์โทรศัพท์

+6626293949

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ News1ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์