RETAILman X ข่าวสาร ข่าวลือ อีเวนต์วงการค้าปลีกค้าส่ง อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจเด่นที่เกี่ยวข้องกับ Retail Estate

  #บางกอกเจมส์ ครั้งที่ 74 เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่คาดสร้างมูลค่าการค้าอัญมณีและเครื่องประดับได้กว่า 160 ล้านเหรียญสหรัฐมหกร...
08/09/2026


#บางกอกเจมส์ ครั้งที่ 74 เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่
คาดสร้างมูลค่าการค้าอัญมณีและเครื่องประดับได้กว่า 160 ล้านเหรียญสหรัฐ

มหกรรม “งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 74” หรือ “The 74th Bangkok Gems and Jewelry Fair” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) เริ่มต้นขึ้นแล้ววันนี้ (8 กันยายน 2569) โดย #กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ( ) #กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้จัดงานหลัก ร่วมกับ #สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ และผู้สนับสนุนทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงสมาคมการค้าสำคัญในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับกว่า 17 องค์กร จัดงานนี้ขึ้น ซึ่งมีคุณกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานเปิด เมื่อเวลา 10:00 น.ที่ผ่านมา ณ ห้องบอลรูม ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ( ) ถนนรัชดาภิเษก
ภายในการจัดงานครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมเป็น Exhibitor ทั้งในและต่างประเทศกว่า 1,300 บริษัท รวม 2,800 คูหา จัดแสดงเต็มพื้นที่ชั้น G และ LG (Hall 1 - 8) รวมถึง Plenary Hall คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานในครั้งนี้ กว่า 45,000 คน มีเงินสะพัดเข้าประเทศกว่า 160 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยกว่า 5 พันล้านบาท

•••

คุณกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับชั้นนำของโลก อีกทั้งยังเป็นอันดับหนึ่งของโลกเป็นผู้ส่งออกพลอยสีที่เจียระไนแล้ว และเป็นผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินอันดับ 2 ของโลกอีกด้วย จุดแข็งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่คุณภาพแต่รวมถึงความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ ที่ทำให้สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเป็นสินค้าที่ส่งออกสำคัญ 1 ใน 3 ของโลก”
.
“กระทรวงพาณิชย์มุ่งมั่นที่จะต่อยอดจุดแข็งนี้ด้วยการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นเวทีการค้าระดับโลกที่เปิดกว้างและเชื่อถือได้ Bangkok Gems and Jewelry Fair จึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของความมุ่งมั่นดังกล่าว โดยเป็นเวทีที่รวบรวมผู้ผลิต ผู้ค้า นักออกแบบ ผู้ซื้อ และพันธมิตรทางธุรกิจจากประเทศไทยและทั่วโลก ให้ได้พบปะ เชื่อมโยง สำรวจโอกาสทางธุรกิจ และสร้างความร่วมมือใหม่ๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้แนวคิด 'ตลาดนำการผลิต' อีกด้วย”
“การจัดงานปีนี้ได้จัดแสดงสินค้าเต็มพื้นที่ฮอลล์ 1-8 และ Plenary Hall 1-3 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องและตอกย้ำจุดยืน ในฐานะศูนย์กลางการค้าอัญมณีและ เครื่องประดับระดับนานาชาติของงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัว The Designer Zone โซนใหม่ที่นำเสนอดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์ ที่จะเชื่อมโยงดีไซเนอร์รุ่นใหม่ได้มีโอกาสพบกับกับผู้ผลิตตัวจริงและ Buyer จากทั่วโลก”

•••

นอกจากการจัดแสดงสินค้าแล้ว ภายในงานยังมีไฮไลต์ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ; นิทรรศการ The Craft of Brilliance ที่เล่าถึงประวัติศาสตร์การรังสรรค์อัญมณีและเครื่องประดับของไทย, นิทรรศการ The Ones to Watch นำเสนอผลงานสุดครีเอทีฟของดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากผู้เข้าแข่งขันเรียลลิตี้ The secret gems “เฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับไทย”, กิจกรรม Networking Reception การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจการบริการตรวจสอบอัญมณีโดย GIT เป็นต้น รวมทั้งงานสัมมนาให้ความรู้อีกมากมาย

“งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 74” หรือ “The 74th Bangkok Gems and Jewelry Fair” มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น G และ LG (Hall 1-8) และ Plenary Hall เข้าชมฟรี! (เพียงลงทะเบียนก่อนเข้าพื้นที่จัดงาน) ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bkkgems.com หรือ https://www.facebook.com/BangkokGemsOfficial



#อีเวนต์เด่นห้างโดนโดน

 #ทันข่าวแบรนด์ #กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ( )  #กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวรายการเรียลลิตี้   เฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์...
31/08/2026

#ทันข่าวแบรนด์
#กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ( ) #กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวรายการเรียลลิตี้ เฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับไทย ยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีไทยสู่ตลาดสากล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าส่งเสริมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ด้วยการเปิดตัวโครงการ “The Secret Gems - เฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับไทย” รายการเรียลลิตี้ในรูปแบบการแข่งขัน ภายใต้แนวคิด “เปิดคุณค่าที่ซ่อนอยู่ สู่เวทีโลก” มุ่งพัฒนาศักยภาพนักออกแบบ, ช่างฝีมือ, และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยต่อยอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย พร้อมเชื่อมโยงสู่โอกาสทางการค้าและตลาดต่างประเทศ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวได้ว่าจ้างผลิตโดยให้บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ผลิตรายการจำนวนทั้งสิ้น 8 ตอน ออกอากาศทางช่อง ช่วงเวลา 17:00-18:00 น. ระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม 2569 นี้

•••

คุณบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระพรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ มีบทบาทในการสร้างรายได้, การจ้างาน, และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอันดับ 4 ของไทย และในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) มีมูลค่าการส่งออกกว่า 8,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวถึงร้อยละ 11.58 สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและการผลิตทั้งในรูปแบบ OEM และ ODM ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลง กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมผ่านแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยนำการออกแบบ, ความคิด, และการตลาด มาต่อยอดจุดแข็งของไทยจาก OEM และ ODM สู่การสร้างแบรนด์ของตนเองหรือ OBM ในระดับสากล สร้างความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน”

•••

คุณสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “กรมได้รับนโยบายในการยกระดับสินค้าไทย และผลักดัน SMEs ไทยสู่เวทีโลก จึงได้จัดทำรายการเรียลลิตี้ “The Secret Gems - เฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์เครื่องประดับไทย” เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวให้เห็นเป็นรูปธรรมที่สามารถถ่ายทอดความพร้อมด้านการผลิตแบบครบวงจร”
“รายการ The Secret Gems นั้นเป็นการรวมนักออกแบบเครื่องประดับไทย 8 แบรนด์ จับคู่ร่วมกับนิสิต/นักศึกษา และช่างฝีมือคนรุ่นใหม่ ทีมละ 4 คน ร่วมพัฒนาผลงานภายใต้โจทย์การแข่งขันที่ท้าทาย โดยมุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักคือ “ผู้ซื้อในตลาดต่างประเทศ” เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและแบรนด์ไทย รายการ “The Secret Gems” จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกในการส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ไทยให้ทั่วโลกได้รับรู้ถึงศักยภาพว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดโลก”

•••

ร่วมเฟ้นหาสุดยอดนักสร้างสร้างสรรค์เครื่องประดับไทย ในรายการเรียลลิตี้ “The Secret Gems” ไปพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เวลา 17:00-18:00 น. ออกอากาศทางช่อง 7HD จ๋านวน 8 ตอน ผลิตโดยบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด



#รอบรู้ทันแบรนด์

   จัดงาน Pattaya Sand & Art Festival 2026 ครั้งแรก! กับการเสพงานศิลปะบนชายหาดพัทยากลางผ่านงานประติมากรรมแกะสลักโฟมพ่นเม...
30/08/2026


จัดงาน Pattaya Sand & Art Festival 2026 ครั้งแรก! กับการเสพงานศิลปะบนชายหาดพัทยากลางผ่านงานประติมากรรมแกะสลักโฟมพ่นเม็ดทราย วันนี้-31ส.ค.'69 นี้

ศูนย์การค้า #เซ็นทรัลพัทยา ในฐานะแลนด์มาร์กระดับโลกริมชายหาด ตอกย้ำการเป็น “Place For All - พื้นที่ที่มากกว่าการใช้ชีวิตของทุกคน” ด้วยการผนึกกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน นำโดย #เมืองพัทยา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสาขาพัทยา, สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ชลบุรี, สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพัทยา และพาร์ทเนอร์ต่างๆ ชวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ครั้งแรกริมชายหาดพัทยากับงาน “Pattaya Sand & Art Festival 2026” งานศิลปะจากผืนทรายของพัทยา โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณชายหาดพัทยา ด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “From Sand to Art. From Art to a Landmark” เปลี่ยนผืนทรายให้เป็น Sand Art Installation ผ่านประติมากรรมแกะสลักโฟมพ่นเม็ดทรายด้วยคอนเซ็ปต์สุดสร้างสรรค์ ผสานศิลปะเข้ากับแสง-สี-เสียง เพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวริมชายหาด สู่การเป็น Art & Experience Destination ระดับนานาชาติ

•••

> 4 ไฮไลต์ห้ามพลาด! จาก “Sand to Art” สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่ริมหาดพัทยา

• 5 Sand Sculptures: เตรียมเช็คอิน 5 ประติมากรรมแกะสลักโฟมพ่นเม็ดทรายขนาดใหญ่ที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวเอกลักษณ์ของ
เมืองและวัฒนธรรมไทย 4 ภาค เพื่อสร้างสีสันให้ชายหาดพัทยากลาง

• Immersive Sand Art 3D-Mapping: การแสดงถ่ายทอดเรื่องราวเมืองพัทยาผ่านภาพ, แสง, และเอฟเฟกต์บนผลงานศิลปะประติมากรรมแกะสลักโฟมพ่นเม็ดทรายที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจในยามค่ำคืน 2 รอบต่อวัน คือ รอบเวลา 19:30 น. และรอบเวลา 20:30 น.

• Sand Illuminated: การแสดง Lights & Sounds ผสานแสง-สี-เสียง และบรรยากาศริมทะเลเข้าไว้ด้วยกัน โดยจะเปลี่ยนชายหาดพัทยากลางกลายเป็นพื้นที่แห่งความสนุกและน่าจดจำ 2 รอบต่อวัน คือ รอบเวลา 18:30 น. และ 20:00 น.

• Sand in a Botte: พื้นที่เวิร์กช้อปทำของที่ระลึกสุดพิเศษจากผืนทราย ถ่ายทอดความคิดสุดสร้างสรรค์ด้วยตัวนักช้อปเอง พร้อมเก็บความทรงจำสุดประทับใจจากพัทยากลับบ้าน

ทั้งนี้ การจัดงาน “Pattaya Sand & Art Festival 2026” ในครั้งนี้ได้ถูกออกแบบให้เป็น Destination Experience อีกงานใหม่ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเมืองพัทยาที่ผสาน Art - Beach - Entertainment - Technology เข้าไว้ด้วยกันในฐานะเมืองชายทะเลระดับโลก และห้ามพลาด! เพียง Photo Check-In กับ Sand Art Installation พร้อมแชร์ผ่าน Social Media โดยติดแฮชแท็ก ลุ้นรับฟรี! บัตรกำนัลจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ; Hug Craft, เบญจรงค์, GOOD GOODS, The Pizza Company, คําพูน, JianCha และ KOI Thé เป็นต้น

•••

สัมผัสประสบการณ์ศิลปะ “ประติมากรรมแกะสลักโฟมพ่นเม็ดทราย” ริมชายหาดภายในงาน “PATTAYA SAND & ART FESTIVAL 2026” ระหว่างวันที่ 27-31 สิงหาคม 2569 นี้ ณ บริเวณชายหาดพัทยา ด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา

ชมคลิปพาเที่ยวงานนี้ได้ผ่านรายการ "ตะลอนเฮ็ดม่วนห้าง" ช่อง Youtube: RETAILman ที่ https://youtu.be/5JE8PuuOOsw



#อีเวนต์เด่นห้างโดนโดน

#พัทยา #พัทยาเที่ยวได้ทุกวัน

#เซ็นทรัลพัฒนา

 #ตะลอนเฮ็ดม่วนห้างพาเที่ยวชมงาน Pattaya Sand & Art Festival 2026  ชายหาดพัทยากลางครั้งแรก! กับศูนย์การค้า  #เซ็นทรัลพัท...
30/08/2026

#ตะลอนเฮ็ดม่วนห้าง
พาเที่ยวชมงาน Pattaya Sand & Art Festival 2026 ชายหาดพัทยากลาง

ครั้งแรก! กับศูนย์การค้า #เซ็นทรัลพัทยา ริเริ่มจัดงาน “Pattaya Sand & Art Festival 2026” เปลี่ยนผืนทรายสู่งานศิลปะประติมากรรมแกะสลักโฟมพ่นทราย เพื่อตอกย้ำเมืองแลนด์มาร์กระดับโลก โดยตั้งอยู่บนชาย #หาดพัทยา กลาง #เมืองพัทยา #ชลบุรี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “From Sand to Art. From Art to a Landmark - เปลี่ยนผืนทราย…ให้เป็น Sand Art Installation”

•••

ไฮไลต์พิเศษนอกจากประติมากรรมแกะสลักโฟมพ่นทรายในธีมแลนด์มาร์ควัฒนธรรม 4 ภาค + เมืองพัทยาแล้ว ในยามค่ำคืนยังมีการแสดงแสง-สี-เสียงประกอบเพลง และการแสดง Immersive Sand Art 3D-Mapping รวมทั้งสิ้น 4 รอบการแสดงต่อวัน ระยะเวลาการแสดงรอบละ 5 นาที และ 10 นาที ตามลำดับ (Light & Sounds = 18:30 น., 20:00 น. // Immersive Sand Art 3D-Mapping = 19:30 น., 20:30 น.)

และห้ามพลาด! กับกิจกรรมเวิร์กช้อป Sand in a Botte รังสรรค์ของที่ระลึกสุดพิเศษจากผืนทรายในแบบฉบับของตนเองกลับบ้าน




https://youtu.be/5JE8PuuOOsw

#พัทยา #พัทยาเที่ยวได้ทุกวัน


#เซ็นทรัลพัฒนา

#ตะลอนเฮ็ดม่วนห้าง ั้งแรก! กับศูนย์การค้า...

 ฉลองปีครบวาระ 8 ปี   ฉลองความสำเร็จการเป็น Global Destination เริ่มต้นด้วย “มหัศจรรย์ความสุข แจกสุดอินฟินิตี้” กับช็อป ...
21/08/2026


ฉลองปีครบวาระ 8 ปี ฉลองความสำเร็จการเป็น Global Destination เริ่มต้นด้วย “มหัศจรรย์ความสุข แจกสุดอินฟินิตี้” กับช็อป 800 รับอิ่มฟรี 800 บาท

ศูนย์การค้า #ไอคอนสยาม (ICONSIAM) ภายใต้เครือ #สยามพิวรรธน์ ( ) ฉลองใหญ่ตลอดปีในวาระครบรอบ 8 ปีแห่งความสำเร็จ “The 8th ANNIVERSARY ICONSIAM, INFINITE ICON” ประเดิมเริ่มต้นแคมเปญแรกกับ “INFINITE WONDERS - มหัศจรรย์ความสุขสุดอินฟินิตี้” ส่งต่อความคุ้มค่าและประสบการณ์เหนือความคาดหมายกับนักช้อป ด้วย;

• แจกสุดอินฟินิตี้ - เพียงช็อปปิ้งครบตั้งแต่ 800 บาทขึ้นไป* รับอิ่มฟรีเพิ่มอีก 800 บาททันที กับโปรสุดคุ้มเพียง 8 วันเท่านั้น!
• รับคุ้มอินฟินิตี้ - แลกรับสยามกิฟท์การ์ด มูลค่าสูงสุดถึง 10,150 บาทต่อวัน* เมื่อช็อปปิ้งครบตามกำหนด

ทั้งนี้ แคมเปญ “INFINITE WONDERS - มหัศจรรย์ความสุขสุดอินฟินิตี้” นี้ถือเป็นแคมเปญแรกของการฉลองและตอกย้ำการเป็น Global Destination จุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคจากทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่องโดยเริ่มแคมเปญตั้งแต่ 18 สิงหาคม จนถึง 18 กันยายน 2569 นี้ นักช้อปสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://iconsiam.com/th/promotions/iconsiam-8th-anniversary-infinite-wonders หรือ Facebook Official Page ที่โพสต์ https://www.facebook.com/share/p/1PPnQBuX45/

•••

คุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “วาระโอกาสครบรอบ 8 ปี ศูนย์การค้าไอคอนสยาม (ICONSIAM) ทางศูนย์การค้าฯ ได้จัดฉลองใหญ่ 8 ปีแห่งความสำเร็จ The 8th ANNIVERSARY ICONSIAM, INFINITE ICON ด้วยการเดินหน้ากลยุทธ์ Experience-Led Retail เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกด้วยการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับนักช้อปทุกๆ คน โดยผสานการช็อปปิ้ง, การรับประทานอาหาร, ความบันเทิง, และไลฟ์สไตล์รวมไว้ภายในจุดหมายปลายทางเดียวกัน”
“พร้อมทั้งยังยกระดับ Customer Engagement และ Loyalty Program ผ่านแคมเปญที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ทั้งนักช็อป, นักชิม, และกลุ่มฐานลูกค้าสมาชิก OneSIAM ซึ่งแต่ละกิจกรรมการตลาดตลอดปีนี้จะได้รับการออกแบบจากความเข้าใจพฤติกรรมและแรงจูงใจของนักช้อป เพื่อส่งมอบคุณค่าที่แตกต่าง และคุ้มค่า (Value for Money) เหมาะสมกับแต่ละเซ็กเมนต์ โดยประเดิมแคมเปญแรกด้วย INFINITE WONDERS - มหัศจรรย์ความสุข แจกสุดอินฟินิตี้”
“สำหรับไฮไลต์แรก ‘มหัศจรรย์ความสุข แจกสุด อินฟินิตี้ - ช็อป 800 อิ่มฟรี 800’ คือ เมื่อช็อปปิ้งครบ 800 บาทขึ้นไป* แลกรับฟรี E-Gift Card มูลค่าจำนวน 800 บาท เพื่ออิ่มฟรี โดยไม่มีขั้นต่ำในการใช้ ซึ่งจัดขึ้นเพียง 8 วันเท่านั้น คือตั้งแต่วันที่ 18-25 สิงหาคม 2569 นี้ โดยได้สะท้อนถึงแนวคิดการคืนคุณค่ากลับสู่นักช้อปอย่างเต็มที่ และเป็นการเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายให้สามารถต่อยอดเป็นประสบการณ์ความสุขครั้งใหม่ภายในศูนย์การค้าไอคอนสยาม (ICONSIAM) อีกด้วย”
“ทั้งนี้นักช้อปสามารถนำ E-Gift Card ไปใช้กับร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ ซึ่งเป็นการช่วยกระตุ้นการกลับมาใช้บริการซ้ำภายในศูนย์การค้าฯ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งตอบโจทย์แสดงถึงความหลากหลายของร้านค้าภายในศูนย์ได้เป็นอย่างดี” คุณสุมา กล่าว

•••

ไฮไลต์ถัดมากับ ‘มหัศจรรย์ความสุข รับคุ้ม อินฟินิตี้ - แลกรับ Siam Gift Card สูงสุด 10,150 บาทต่อวัน’ ซึ่งศูนย์การค้าไอคอนสยาม (ICONSIAM) ได้มอบความมหัศจรรย์ความสุข รับคุ้ม อินฟินิตี้ด้วยการคืนความคุ้มค่าและสิทธิพิเศษที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นขั้นบันได สะท้อนแนวคิด Customer Loyalty และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับสมาชิก OneSIAM โดยสมาชิก ONESIAM ได้รับเพิ่มความคุ้มค่า เมื่อช็อปครบตามยอดซื้อที่กำหนด* ทั้งร้านค้าภายในศูนย์การค้าไอคอนสยาม (ICONSIAM) และห้างสรรพสินค้า #สยามทาคาชิมายะ ( ) ตั้งแต่ 18 สิงหาคม จนถึง 18 กันยายน 2569 นี้ โดยแลกรับ SIAM Gift Card ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ดังนี้;

• ใช้จ่ายครบ 8,000 บาท รับ SIAM Gift Card มูลค่าจำนวน 150 บาท
• ใช้จ่ายครบ 80,000 บาท รับ SIAM Gift Card มูลค่าจำนวน 2,000 บาท
• ใช้จ่ายครบ 280,000 บาท รับ SIAM Gift Card มูลค่าจำนวน 8,000 บาท

รวมทุกขั้นการซื้อ ลูกค้าสามารถรับ SIAM Gift Card มูลค่าสูงสุด ถึง 10,150 บาทต่อวัน*

•••

ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ศูนย์การค้าไอคอนสยาม (ICONSIAM) ได้พัฒนาบทบาทจากการเป็นศูนย์การค้าสู่การเป็น Global Experiential Destination ที่ผสานการค้า, ศิลปะ, วัฒนธรรม, การท่องเที่ยว, และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ การเฉลิมฉลองในปีนี้จึงไม่ใช่เพียงการฉลองความสำเร็จของโครงการ แต่ยังเป็นการขอบคุณนักช้อปทุกท่านที่ร่วมสร้างเรื่องราวแห่งความประทับใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ด้วยคอนเซปต์ “The 8th ANNIVERSARY ICONSIAM, INFINITE ICON” ศูนย์การค้าไอคอนสยาม (ICONSIAM) พร้อมเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการค้าปลีก และตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายอย่างไม่สิ้นสุด เพื่อให้ทุกการมาเยือนศูนย์การค้าไอคอนสยาม (ICONSIAM) เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และความสุขที่ไร้ขีดจำกัด สมกับการฉลองครบรอบ 8 ปีแห่งความเป็นที่สุดของแลนด์มาร์กระดับโลกของประเทศไทย
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสุขแห่งการช็อป เพื่อฉลองครบรอบ 8 ปี กับ “INFINITE WONDERS - มหัศจรรย์ความสุข แจกสุดอินฟินิตี้” ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม จนถึง 18 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม และห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ (SIAM TAKASHIMAYA) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 1338 หรือ Facebook Official Page: https://www.facebook.com/ICONSIAM



#อีเวนต์เด่นห้างโดนโดน

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด โปรดเช็ครายละเอียดและเงื่อนไขได้ที่จุดประชาสัมพันธ์หรือจุดบริการลูกค้าของศูนย์การค้าไอคอนสยาม

#มหัศจรรย์ความสุขสุดอินฟินิตี้

 เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เปิดตัวแพลตฟอร์ม   ผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะ เสริมให้ Intelligent Health Ecosystem ของเครือฯ แข็งแ...
20/08/2026


เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล เปิดตัวแพลตฟอร์ม ผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะ เสริมให้ Intelligent Health Ecosystem ของเครือฯ แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อพร้อมดูแลสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ

#เครือโรงพยาบาลพญาไท และ #เครือโรงพยาบาลเปาโล เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมสุขภาพ ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid ผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะ (Clinical Intelligence Platform) โดยพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยแพทย์ประเมินและค้นหาความเสี่ยงของโรคร่วม (Comorbidity) อย่างเป็นระบบ ซึ่งครอบคลุม 9 ระบบสำคัญของร่างกาย พร้อมช่วยให้แพทย์มองเห็นข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยได้รอบด้านยิ่งขึ้น และเชื่อมต่อการดูแลไปยังแพทย์เฉพาะทาง รวมทั้งทีมสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team: MDT) ตามความเหมาะสม เพื่อยกระดับการดูแลให้แม่นยำ, ปลอดภัย, และต่อเนื่องมากขึ้น ทั้งนี้ได้จัดการเปิดตัวแพลตฟอร์มนี้ขึ้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องเปาโลคุณพ่อ ชั้น 11 อาคาร 1 โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน-สะพานควาย ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

•••

การเปิดตัวแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวอันสำคัญของการเปลี่ยนผ่านระบบสุขภาพของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลในการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นอีกก้าวของพัฒนาการที่สำคัญของวงการแพทย์ไทย อันต่อยอดจากรากฐาน Digital Health Ecosystem ที่เชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยในหลากหลายมิติ ตั้งแต่แอปพลิเคชัน Health Up ที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการสุขภาพในโรงพยาบาลเครือข่ายได้สะดวกและต่อเนื่องยิ่งขึ้น ไปจนถึงแอปพลิเคชัน Telecare ที่ขยายการเข้าถึงทางการแพทย์ผ่านบริการที่ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ทำให้การดูแลสุขภาพสามารถเชื่อมต่อกับผู้ป่วยได้ทั้งในและนอกโรงพยาบาลอย่างไร้รอยต่อ
อีกหนึ่งหมุดหมายอันสำคัญของการก้าวแห่งการพัฒนาการในครั้งนี้ คือแอปพลิเคชัน Health Up ที่มียอดดาวน์โหลดสะสมทะลุ 1 ล้านครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของการเข้าถึงบริการสุขภาพผ่านช่องทางดิจิทัล และบทบาทของเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้น
และจากรากฐานที่ทำให้การดูแลสุขภาพเข้าถึงและเชื่อมต่อได้มากขึ้น วันนี้เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลกำลังก้าวไปอีกขั้นจาก Digital Health Ecosystem สู่ Intelligent Health Ecosystem ด้วยแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid ที่เข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศในมิติของ Clinical Intelligence โดยผสานข้อมูลสุขภาพ ความชาญฉลาดทางคลินิก และความเชี่ยวชาญของแพทย์เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้แพทย์เข้าใจผู้ป่วยได้รอบด้าน และมองเห็นความเสี่ยงที่อาจซ่อนอยู่ได้เร็วขึ้น ผ่านการเชื่อมต่อข้อมูลไปสู่การดูแลอันเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน

•••

> จาก “โรคที่เห็น” สู่ “ความเสี่ยงที่อาจซ่อนอยู่”

พันตำรวจตรี นายแพทย์อนันตศักดิ์ อภัยรัตน์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กล่าวว่า “ปัจจุบันโจทย์สุขภาพมีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้ป่วยหนึ่งคนอาจไม่ได้มีเพียงโรคเดียว แต่อาจมีโรคร่วมหรือปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่เชื่อมโยงกัน และบางความเสี่ยงอาจยังไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน การดูแลจึงต้องก้าวข้ามการมองเฉพาะโรคหรืออาการตรงหน้า ไปสู่การเข้าใจสุขภาพของผู้ป่วยอย่างเป็นองค์รวม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทาง Value-Based Healthcare ที่มุ่งสร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน
“กว่า 40 ปีของการดูแลผู้ป่วย ทำให้เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลมีทั้งประสบการณ์ทางการแพทย์, ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์, และความเข้าใจ Patient Journey ซึ่งวันนี้เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลกำลังนำรากฐานเหล่านั้นมาเชื่อมกับข้อมูลและเทคโนโลยี เพื่อให้เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลรู้จักผู้ป่วยได้ดีขึ้น และมองเห็นความเสี่ยงได้เร็วขึ้น รวมทั้งเชื่อมต่อไปสู่การดูแลที่เหมาะสมยิ่งขึ้น สำหรับแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid จึงไม่ใช่เพียงแพลตฟอร์มใหม่ แต่เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของการยกระดับ Healthcare Ecosystem สู่ New Standard of Care โดยแนวทางดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับแนวคิด Partner for Life ที่มองบทบาทของโรงพยาบาลมากกว่าการรักษาเมื่อเกิดความเจ็บป่วย แต่คือการเข้าใจและดูแลสุขภาพของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องตลอด Health Journey
“สำหรับ Partner for Life ของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลนั้นไม่ใช่แค่การอยู่กับคนไข้ให้นานที่สุด แต่คือการรู้จักผู้รับบริการให้ดีพอที่จะมองเห็นความเสี่ยงได้เร็วขึ้น และเชื่อมไปสู่การดูแลที่เหมาะสมในทุกช่วงของชีวิต”

•••

> แพลตฟอร์ม Addwise Comorbid เปลี่ยน “ข้อมูล” ให้เป็นข้อมูลที่มีความหมายต่อการดูแล

นายแพทย์เจตน์ จอห์น เทพทรงวัจจ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลและสารสนเทศทางการแพทย์ โรงพยาบาลพญาไท 2 และที่ปรึกษาฝ่ายข้อมูลและสารสนเทศทางการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล กล่าวว่า “แพลตฟอร์ม Addwise Comorbid ถูกพัฒนาขึ้นจากโจทย์สำคัญที่ต้องการยกระดับซอฟต์แวร์ที่ใช้ตรวจรักษาคนไข้ เพื่อให้แพทย์สามารถมองเห็นข้อมูลสุขภาพและประเด็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยได้อย่างเป็นระบบและรอบด้านยิ่งขึ้น”
“แพลตฟอร์มนี้ได้พัฒนาจากการใช้ Review of Systems (ROS) มาช่วยในการประเมินอาการและความเสี่ยงของโรคร่วมอย่างเป็นระบบ โดย Algorithm ของซอฟต์แวร์ถูกพัฒนาโดยยึดหลักการของ Evidence-Based Medicine ซึ่งใช้ Clinical Practice Guideline ที่มีการตีพิมพ์และประกาศใช้ในปัจจุบัน เพื่อช่วยจัดระบบข้อมูล และชี้ให้แพทย์เห็นประเด็นความเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม ก่อนนำไปประกอบการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม”
“คุณค่าของระบบไม่ได้อยู่เพียงว่าเทคโนโลยีฉลาดแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าสามารถช่วยให้แพทย์ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเป็นระบบและปลอดภัยขึ้นอย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์ม Addwise Comorbid จะทำหน้าที่เป็น Clinical Decision Support System โดยการประเมิน, วินิจฉัย, และตัดสินใจด้านการรักษายังคงอยู่ภายใต้ Clinical Judgment ของแพทย์ผู้ดูแล”

•••

> “Longevity Assistant” นวัตกรรมคนผสานเทคโนโลยี เชื่อม Clinical Intelligence สู่การดูแลที่ต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต

นายแพทย์ทวนทศพร สุวรรณจูฑะ ผู้อำนวยการฝ่ายมาตรฐานการแพทย์ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล เปิดเผยว่า “อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของกระบวนการดูแลรักษาคือการยกระดับบุคลากรสู่บทบาท Longevity Assistant (LA) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น Clinical Navigator ที่จะช่วยเชื่อมโยงระหว่างผู้ป่วย, แพทย์, และแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับฟัง, รวบรวมข้อมูลสุขภาพ, ตลอดจนความเข้าใจในพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วย เพื่อให้ข้อมูลทุกมิติมีความครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด ก่อนส่งต่อสู่การประเมินและการตัดสินใจรักษาของแพทย์อย่างแม่นยำ”
“เมื่อแพลตฟอร์ม Addwise Comorbid ช่วยชี้ให้เห็นประเด็นความเสี่ยง แพทย์จะยังคงเป็นผู้ประเมินและตัดสินใจทางคลินิค ขณะที่ Longevity Assistant จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนและประสานกระบวนการดูแลตามแนวทางที่แพทย์กำหนด ทั้งการเชื่อมต่อไปยังแพทย์เฉพาะทางหรือทีมสหวิชาชีพ (Multidisciplinary Team : MDT) และช่วยให้การติดตามดูแลมีความต่อเนื่องมากขึ้น ถือเป็นบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ากับการดูแลที่เกิดขึ้นจริงตลอดเส้นทางของคนไข้ (Patient Journey)”
“เทคโนโลยีช่วยให้เรามองเห็นข้อมูลได้เป็นระบบ แต่ Human Touch ช่วยให้ทีมแพทย์ของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลเข้าใจบริบทผู้ป่วยได้ลึกขึ้น Longevity Assistant จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเชื่อม Clinical Intelligence เข้ากับ Clinical Workflow ทำให้ข้อมูล, ความเชี่ยวชาญของแพทย์, และการดูแลผู้ป่วยสามารถเดินหน้าไปด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพและต่อเนื่อง”

•••

พร้อมกันนี้ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลได้พัฒนา Addwise Comorbid Academy ควบคู่ไปกับตัวแพลตฟอร์ม เพื่อวางมาตรฐานการนำระบบไปใช้จริง ครอบคลุมทั้งการฝึกอบรมแพทย์, การพัฒนาศักยภาพของ Longevity Assistant, และการวางระบบรับรองความสามารถ (Certification) เพื่อให้เทคโนโลยี, บุคลากร, และกระบวนการดูแลรักษาทั้งหมด โดยทำงานอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน
นี่คือหมุดหมายสำคัญของ Intelligent Health Ecosystem ที่เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลกำลังขับเคลื่อน โดยการตกผลึกประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์กว่า 40 ปี มาผสานเข้ากับพลังข้อมูล นวัตกรรมเทคโนโลยี และการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ เพื่อปักธงสู่ New Standard of Care มาตรฐานการรักษาพยาบาลยุคใหม่ที่ไม่ได้วัดความก้าวหน้าจากความล้ำสมัยของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จากความสามารถในการหลอมรวมข้อมูล, เทคโนโลยี, และจิตวิญญาณความเชี่ยวชาญของแพทย์ให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโลสามารถมองผู้ป่วยให้ครบและลึกซึ้งกว่าโรคที่เห็น พร้อมส่งมอบการดูแลที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสมและตรงจุดที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล



#แบรนด์โดดเด่นอีเวนต์โดนโดน

#เครือโรงพยาบาลพญาไทเปาโล #โรงพยาบาลพญาไท #โรงพยาบาลเปาโล

 #ทันข่าวห้าง  ยิมสัญชาติอเมริกันพร้อมบุกสาขาแรกในไทยแล้ว มอบสิทธิ์ราคาพรีเซลสุดพิเศษ ตั้งเป้าขึ้นท็อป 5 ในไทยสถานออกกำล...
19/08/2026

#ทันข่าวห้าง
ยิมสัญชาติอเมริกันพร้อมบุกสาขาแรกในไทยแล้ว มอบสิทธิ์ราคาพรีเซลสุดพิเศษ ตั้งเป้าขึ้นท็อป 5 ในไทย

สถานออกกำลังกายแบรนด์ #เวิลด์ยิม ( ) แบรนด์ยิมระดับโลกที่มีจุดเริ่มต้นจาก Muscle Beach ในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 1976 แถลงข่าวเตรียมเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ณ ชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง ถนนสุขุมวิท จังหวัดสมุทรปราการ โดยการเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นการนำประสบการณ์ยิมระดับโลกมาสู่ชาวไทยอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสากล, เทคโนโลยีล้ำสมัย, และทางเลือกการสมัครสมาชิกที่ทุกคนเข้าถึงได้

•••

ทั้งนี้ สถานออกกำลังกายแบรนด์เวิลด์ ยิม (World Gym) เติบโตจากยุคทองของวงการเพาะกายบริเวณ Muscle Beach สู่การเป็นหนึ่งในชื่อแบรนด์ยิมออกกำลังกายที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับมากที่สุดในโลก ปัจจุบันสถานออกกำลังกายแบรนด์เวิลด์ ยิม (World Gym) มีสาขากว่า 300 แห่ง จาก 6 ทวีปทั่วโลก และให้บริการสมาชิกมากกว่าหนึ่งล้านคนทั่วโลก จากสนามฝึกซ้อมของนักเพาะกายระดับตำนานอย่างคุณอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ (Arnold Schwarzenegger) และคุณลู เฟอริกโน (Lou Ferrigno) ในช่วงยุค 70
สำหรับสถานออกกำลังกายแบรนด์เวิลด์ ยิม (World Gym) ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน (2762.TWSE) และดำเนินงานกว่า 140 สาขาในไต้หวัน ซึ่งถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท โดยปัจจุบันตลาดยิมภายในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และการเข้ามาของสถานออกกำลังกายแบรนด์เวิลด์ ยิม (World Gym) ในครั้งนี้ ถือเป็นการนำความเชี่ยวชาญระดับนานาชาติและตำนานความสำเร็จกว่า 50 ปี มามอบให้แก่คนไทยเป็นครั้งแรก

•••

ด้วยพันธกิจที่ชัดเจนในการบุกตลาดไทยกับการมอบประสบการณ์ยิมออกกำลังกายระดับพรีเมียมตามมาตรฐานโลกภายใต้ราคาที่เข้าถึงได้ โดยสาขาแรกของสถานออกกำลังกายแบรนด์เวิลด์ ยิม (World Gym) นั้นได้ผสานสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์มาตรฐานสากลจากพันธมิตรชั้นนำ ทั้งแบรนด์ Matrix และ Abs Company เข้ากับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบประเมินท่าทางร่างกายด้วย AI (AI Posture Diagnostics) ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะบุคคลด้านสรีระ การทรงตัว และความยืดหยุ่นของร่างกายได้ภายใน 3 นาที ไปจนถึงอุปกรณ์ติดตามการออกกำลังกายอย่าง MyZone Switch เพื่อการฝึกซ้อมที่วัดผลตามระดับการใช้พลังงานจริง และด้วยแนวคิดที่ยึดสมาชิกเป็นศูนย์กลางนี้ จึงออกแบบมาเพื่อสมาชิกคลับออกกำลังกายอย่างมีคุณภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ สถานออกกำลังกายแบรนด์เวิลด์ ยิม (World Gym) ยังได้เตรียมยกระดับรูปแบบการฝึกระดับสากลในประเทศไทย ผ่านความร่วมมือกับ HYROX โดยปัจจุบันสถานออกกำลังกายแบรนด์เวิลด์ ยิม (World Gym) ถือเป็นพันธมิตรรายใหญ่ที่สุดของ HYROX ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อันมาจากความร่วมมือในสาขาต่างๆ ทั้งภายในไต้หวัน และในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ ซึ่งสถานออกกำลังกายแบรนด์เวิลด์ ยิม (World Gym) มีแผนที่จะขยายความร่วมมือดังกล่าวมายังประเทศไทยภายในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย

•••

คุณจอห์น คารัคซิโอ (Mr. John Caraccio) ประธานกรรมการและประธานบริษัท World Gym Corporation จำกัด กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นอีกก้าวเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของแบรนด์เวิลด์ ยิม (World Gym) ตลาดยิมออกกำลังกายภายในประเทศนี้เต็มไปด้วยพลัง, ความมุ่งมั่น, และกระแสการดูแลสุขภาพที่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับหัวใจหลักในการสร้างแบรนด์ของเวิลด์ ยิม (World Gym) โดยคำมั่นสัญญาของเวิลด์ ยิม (World Gym) นั้นเรียบง่าย และไม่ได้มาเพียงเพื่อเปิดยิม แต่ต้องการทำให้ยิมออกกำลังกายระดับเวิลด์คลาสกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของทุกคน พร้อมกันนี้ เวิลด์ ยิม (World Gym) จะนำตำนานความเชี่ยวชาญกว่า 50 ปี และเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาขับเคลื่อนเป้าหมายนี้ให้เป็นจริง พร้อมตั้งเป้าเป็นหนึ่งในท็อปไฟว์ผู้เล่นในตลาดไทย”
และสำหรับชาวไทยที่สนใจเป็นสมาชิกคลับของเวิลด์ ยิม (World Gym) สามารถสมัครเป็นสมาชิกรุ่นแรกได้แล้ววันนี้! เพื่อรับสิทธิ์ในราคาสุดพิเศษ (ข้อเสนอพิเศษมีจำนวนจำกัด) โดยลงทะเบียนหรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.worldgym.co.th/en-us/landing-page/samrong



#รอบรู้ทันข่าวห้าง

#อิมพีเรียลเวิลด์ #อิมพีเรียลเวิลด์สำโรง

 #ทันข่าวห้าง  ร่วมกับ  #ศิริราชพยาบาล ฉลอง   ก้าวสู่ปีที่ 4 ตอกย้ำ “Happy - Healthy - Holistic” เพื่อดูแลสุขภาพแบบองค์ร...
07/08/2026

#ทันข่าวห้าง
ร่วมกับ #ศิริราชพยาบาล ฉลอง ก้าวสู่ปีที่ 4 ตอกย้ำ “Happy - Healthy - Holistic” เพื่อดูแลสุขภาพแบบองค์รวมผสานความร่วมมือทางการแพทย์ ตอบโจทย์นักช้อปสายรักสุขภาพ

ศูนย์การค้า #ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ICS Lifestyle Complex) ฉลองความสำเร็จของ Siriraj H Solutions ที่มีผู้ใช้บริการกว่า 600,000 ราย พร้อมสานต่อความร่วมมือกับ #คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ #โรงพยาบาลศิริราช #มหาวิทยาลัยมหิดล ในการให้บริการ Siriraj H Solutions ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิตสู่ปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “3H” คือ “Happy - Healthy - Holistic” โดยมุ่งเน้นยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบองค์รวมที่ผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และโรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดลเข้ากับเทคโนโลยีทางการแพทย์ และการบริการอันตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ ซึ่งได้สะท้อนถึงเทรนด์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกและการวางแผนสุขภาพระยะยาวมากขึ้น

•••

คุณไพรัช วิเศษศิริลักษณ์ ผู้บริหารสายงานบริการลูกค้า บริษัท ไอซีเอส จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาศูนย์สุขภาพ Siriraj H Solutions ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งไม่ได้สะท้อนถึงความสำเร็จในความร่วมมือระหว่างศูนย์การค้าไอซีเอส (ICS) และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และโรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดลเพียงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น และมองสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิต”
“สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ยังเป็นการผสานความเป็นเลิศทางด้านการแพทย์ให้เข้ากับแนวคิดการใช้ชีวิตไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ซึ่งทำให้บริการสุขภาพคุณภาพสูงสามารถเข้าถึงผู้คนง่ายขึ้น, สะดวกสบาย, และผสานอยู่ในชีวิตประจำวันได้ สอดคล้องกับบทบาทของศูนย์การค้าไอซีเอส (ICS) ที่มุ่งพัฒนาให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการใช้ชีวิตอันตอบโจทย์ผู้คนในหลากมิติ ทั้งการใช้ชีวิต, สุขภาพ, และความเป็นอยู่ที่ดี”
“และในปีที่ 4 ที่กำลังก้าวไปนี้ ศูนย์การค้าไอซีเอส (ICS) จะเดินหน้าสนับสนุนความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาประสบการณ์อันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน พร้อมผลักดันให้การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน”

•••

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า “ศูนย์สุขภาพ Siriraj H Solutions ได้เปิดดำเนินการมาครบ 3 ปีแล้ว ถือเป็นอีกขั้นของความสำเร็จในการให้บริการทางการแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และโรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดลที่ขยายการบริการนอกพื้นที่ย่านวังหลังเป็นครั้งแรก โดยให้บริการตรวจรักษากว่า 19 คลินิกเฉพาะทาง รวมถึงการให้บริการการให้คำปรึกษาการดูแลสุขภาพและการดูแลฉีดวัคซีนตามช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนไข้หวัดใหญ่, วัคซีน HPV, วัคซีนไข้เลือดออก, วัคซีนงูสวัด, ตลอดจนการให้บริการคัดกรองความเสี่ยงทางด้านสุขภาพในทุกๆ ด้าน ทั้งการตรวจ Low-Dose CT Chest เพื่อคัดกรองโรคมะเร็งปอดในผู้สูบบุหรี่, การคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการตรวจ Mammogram โดยศูนย์ถันยรักษ์, และการตรวจสุขภาพก่อนสมรส โดยคลินิกสุขภาพหญิงเพื่อการวางแผนก่อนตั้งครรภ์ รวมถึงการฝากครรภ์และบริการล่าสุดคือ การตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging) เพื่อรองรับการติดตามวินิจฉัยที่แม่นยำ”
“ทั้งนี้ ศูนย์สุขภาพ Siriraj H Solutions ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ทางศูนย์ฯ ยังคงตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์อันมุ่งเน้นถึงการดูแลสุขภาพประชาชนตามหลักแนวคิด 3H นั่นก็คือ Happy - Healthy - Holistic ซึ่งตลอด 3 ปีที่ผ่านมาทางศูนย์ฯ ได้ประสพความสำเร็จในการได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการทั้งในรูปแบบบุคคลและรูปแบบองค์กร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีสถิติผู้รับบริการตั้งแต่เปิดให้บริการ (ปี 2566) จนถึงปัจจุบันจำนวนกว่า 600,000 คน หรือคิดเป็นการเติบโตกว่า 30% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานการรักษาและแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันของทางศูนย์ฯ ได้รับการยอมรับมากขึ้น”
“สำหรับคลินิกเฉพาะทางที่มีผู้เข้ารับบริการสูงสุด 5 ลำดับแรก คือ คลินิกอายุรศาสตร์, คลินิกเลเซอร์ผิวหนังและความงาม, ศูนย์ตรวจสุขภาพ, คลินิกทันตกรรม, และศูนย์ภาพวินิจฉัย ตามลำดับ โดยตลอดระยะเวลาศูนย์สุขภาพ Siriraj H Solutions เปิดดำเนินการนั้น มีอัตราผู้เข้าใช้บริการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทย สัดส่วนถึง 95% และชาวต่างชาติ สัดส่วน 5% ทั้งนี้ กลุ่มผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงานอายุ 36-60 ปีกว่า 50% และกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป อีกกว่า 30%”
“และเพื่อรองรับจำนวนผู้มาใช้บริการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทางศูนย์สุขภาพ Siriraj H Solutions ได้มีแผนขยายพื้นที่ศูนย์ฯ เต็มรูปแบบจากเดิมที่บางพื้นที่ไม่ได้เปิดใช้งาน โดยจะครอบคลุมตั้งแต่ชั้น 5, ชั้น 5M, และชั้น 5R รวมพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร นับเป็นต้นแบบของการผสานความแข็งแกร่งระหว่างความเป็นเลิศทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้น”
“นอกจากนี้ ผู้รับบริการยังมั่นใจได้ในความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจากใช้ฐานข้อมูลเดียวกันกับโรงพยาบาลศิริราช ทำให้ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อกับอาจารย์แพทย์เฉพาะทาง ทางศูนย์ฯ สามารถประสานและส่งต่อได้อย่างสะดวก, รวดเร็ว, และไร้รอยต่อ”

•••

ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต Siriraj H Solutions ตั้งอยู่บนชั้น 5, ชั้น 5M, และชั้น 5R ภายในศูนย์การค้าไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ICS Lifestyle Complex) โดยเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2566 นับเป็นศูนย์บริการนอกพื้นที่ย่านวังหลังแห่งแรกในรูปแบบโมเดล Decentralized Health Care Model ซึ่งศูนย์ฯ เน้นการดูแลเชิงป้องกัน ครอบคลุมสมดุลชีวิต 5 ด้าน คือ; ตรวจคัดกรองเชิงลึก, ฟื้นฟูศักยภาพ, ดูแลเชิงป้องกัน, ชะลอความเสื่อม, และเสริมสร้างสมดุลชีวิต
ปัจจุบันทางศูนย์สุขภาพ Siriraj H Solutions เปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 19 คลินิกเฉพาะทาง คือ; ศูนย์ตรวจสุขภาพ, ศูนย์ฉีดวัคซีน, ศูนย์ถันยรักษ์, ศูนย์ภาพวินิจฉัย, คลินิกสุขภาพหญิง, คลินิกเด็กและวัยรุ่น, คลินิกสุขภาพใจ, คลินิกออร์โธปิดิกส์, คลินิกศัลยศาสตร์, คลินิกสัปปายะ โดยแพทย์แผนไทยประยุกต์, คลินิกฟื้นฟูกายภาพ, คลินิกเลเซอร์ผิวหนังและความงาม, คลินิกอายุรศาสตร์, คลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟู, คลินิกเท้าและสุขภาพเท้า, คลินิกพัฒนาสมรรถภาพการกีฬา, คลินิกทันตกรรม, คลินิกเพศหลากหลาย (Pride Clinic), และคลินิกตรวจการนอนหลับ (Sleep @ Siriraj H Solutions) โดยศูนย์สุขภาพ Siriraj H Solutions เปิดให้บริการตรวจรักษาและให้คำปรึกษาดูแลสุขภาพทุกวันไม่มีวันหยุด ระหว่างเวลา 7:00-21:00 น. สำหรับผู้สนใจเข้ารับบริการสามารถสอบถามข้อมูลหรือติดต่อนัดขอรับบริการได้ทาง Siriraj H Solutions Call Center: 024141144 หรือ LINE Official Account (LINE OA): สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Official Page: Siriraj H Solutions หรือเว็บไซต์ https://www.sirirajhsolutions.com



#รอบรู้ทันข่าวห้าง

#ศิริราช #ศิริราชเฮชโซลูชั่น #ไอซีเอสไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ #ไอคอนสยาม
#สยามพิวรรธน์

ที่อยู่

69/166 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 23 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย
Bangkok
10700

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 02:00
อังคาร 10:00 - 02:00
พุธ 10:00 - 02:00
พฤหัสบดี 10:00 - 02:00
ศุกร์ 10:00 - 02:00
เสาร์ 10:00 - 02:00
อาทิตย์ 10:00 - 02:00

เบอร์โทรศัพท์

+66924944042

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ RETAILman Xผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์