21/08/2026
สุดยอด ขอบคุณ ลาไปอ่านหนังสือ ค่ะ
ยุคนี้เป็นยุค "เทคโนศักดินา" แบบจริงจังและจริงๆ
ต้องอ่าน ต้องมี ต้องซื้อค่ะ
ผมใช้เวลาอยู่นานมาก... กว่าจะอ่านและทำความเข้าใจ 'ระบอบเทคโนศักดินา' ที่เชื่อมโยงภาพระบบเศรษฐกิจ ความเป็นมา และสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน
หนังสือ Technofeudalism เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวความต่อเนื่อง พัฒนาการ และการล่มสลายของระบอบต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกของเรา
จากระบอบศักดินา ที่ไพร่ทั้งหลายต้องทำงานให้กับเจ้านาย โดยได้รับสิ่งตอบแทนตามแต่เจ้านายจะมอบให้ ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิใดๆ ได้ จนการเริ่มต้นของระบบทุนนิยมเกิดขึ้น ทำให้ระบอบศักดินาค่อยๆ ล่มสลายไป
แรงงานได้รับค่าจ้างตามปริมาณและความสามารถ ที่ดินและทรัพย์สินถูกแปรรูป เกิดการเปลี่ยนมือ พัฒนาสู่ตลาดทุน ใดๆ ก็ตามด้วยความเข้มแข็งของสหภาพแรงงานทำให้เกิดการต่อรองและเรียกร้องสิทธิต่างๆ ได้ แต่.. ก็ด้วยระบบทุนนิยม ทำให้เกิดสินค้าและบริการที่กระตุ้นการบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นแรงงานที่มีกำลังซื้อมาก เม็ดเงินก็กลับสู่ผู้ผลิต และกลุ่มทุนนิยมหลักอีกครั้ง
แต่... ก็ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว นำไปสู่ลำดับความสำคัญที่ลดลง จาก 'วิกฤตการณ์ทางการเงินเมื่อปี ค.ศ. 2008' ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากภาคอสังหาริมทรัพย์ บ้านที่เดิมมีวัตถุปรสงค์เพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น การเก็งกำไรในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์นั้นมีไม่มาก แต่เมื่อราคาบ้านปรับสูงขึ้น ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ผู้คนจึงแห่กันมาขอสินเชื่อ ภาคธนาคารเองก็เห็นโอกาสในการสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบใหม่ การนำเอาลูกหนี้สินเชื่อมาผนวกและสร้าง 'เป็นผลิตภัณฑทางการเงินที่ให้ดอกเบี้ยสูง' ก่อนจะซื้อขายและแลกเปลี่ยนราวกับผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากความเสี่ยง เพราะการจัดชั้นหนี้ลูกค้าเหล่านี้ผ่านการประเมินโดยกระบวนการที่ไม่รัดกุมขนาดนั้น และเมื่อผลิตภัณฑ์ทางการเงินซับซ้อนมาก การจะประเมินความเสี่ยงก็ยากขึ้น ดังนั้น... ผลพวงจากเศรษฐกิจที่ร้อนแรงเกินไป นำไปสู่การปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น สุดท้ายผู้คนจำนวนมากไม่สามารถชำระสินเชื่อไป ทั้งหมดจึงนำไปสู่วิกฤตการทางการเงินในปี 2008
ธ. กลางสหรัฐ จึงตัดสินใจพิมฑ์เงินออกมา และอุ้มธนาคารหลายแห่ง การยื่นเงินกู้ที่แทบจะปราศจากดอกเบี้ยให้กับภาคธุรกิจต่างๆ ก็ไม่สามารถกระตุ้นให้เม็ดเงินเหล่านั้นสร้างงาน สร้างรายได้ได้เลย ยกเว้นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีที่มองเห็นโอกาสในการลงทุนจากเงินกู้ดังกล่าว
นี่เป็นจุดเริ่มต้นจากการล่มสลาย หรือลดทอนความสำคัญของระบบทุนนิยม เมื่อกลุ่มเทคโนโลยีเข้มขึ้น ที่ดินที่เป็นรูปธรรม ร้านค้า ห้างสรรพสินค้าต่างๆ และชนชั้นแรงงาน กลุ่มทุนนิยมที่เคยครอบพื้นที่และกำลังคนทั้งหมด กำลังจะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในอนาคตข้างหน้าไป โดยที่ดินถูกเปลี่ยนเป็นที่ดินคลาวด์ ดังที่เราได้เห็นแล้วว่าอเมซอนได้สร้างพื้นที่ขนาดใหญ่ รองรับสินค้าจำนวนมาก และได้รับความนิยม ความสะดวกสบายในการใช้จ่ายอย่างมาก และหลายครั้งสินค้าก็พุ่งเป้าได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค โดยไม่ต้องเดินไปค้นหาสินค้าด้วยตัวเอง
และบางครั้ง... เรายังเจอกับการว่านล้อมอย่างง่ายจากกลุ่มอินฟลูและการตลาดที่ทำให้สินค้าเหล่านั้นแมสได้ง่ายๆ นั่นกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้ 'ทุนนิยม' ยังต้องปรับตัว เพื่อเช่าและขอพื้นที่คลาวด์ดังกล่าวด้วย
เทียบเคียงได้กับปัจจุบันที่แอพหนึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก มีทั้งโค้ดส่วนลด ส่งด่วน ด้านหนึ่งผู้บริโภครู้สึกเหมือนได้ประโยชน์ อีกด้านก็ปรับเพิ่มค่าเช่าพื้นที่ออนไลน์ได้อย่างไม่จำกัด การต่อรองของเจ้าของสินค้าเป็นเรื่องยาก เพราะผู้บริโภคติดการใช้งานนี้แล้ว ที่ดินคลาวด์นี้เข้มแข็งและยากจะเจาะได้ง่ายๆ ขณะเดียวกันกลุ่มไพร่คลาวด์ที่โพสต์ถึงสินค้าต่างๆ ก็ไม่ได้รับค่าจ้าง หรือได้เพียงแค่ตามที่ระบบให้เท่านั้น เหมือนกับเรากำลังย้อนไปสู่ยุคของศักดินาอีกครั้ง
ถ้าจะให้เขียนต่อก็อีกยาวเลย...
แต่เอาเท่านี้ก็ทำให้เราเห็นภาพของ "เทคโนศักดินา" ที่มีพัฒนาการและความเข้มแข็งอย่างมาก ปัจจุบันระบบทุนนิยมแบบ old fashion กลายเป็นกลุ่มที่ตกอยู่ในภาวะจำยอม นั่นเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไข การต่อรองหรือการสร้างให้เกิดการแข่งขันก็ยาก สหภาพเองก็หากมองในแง่นี้ก็แทบจะไม่มีความำสคัญเลย เพราะพวกเราที่เป็นผู้ใช้งานยินดีที่จะโพสต์หรืออัพเดทสเตตัสต่างๆ โดยไม่ต้องเสียเงินจ้าง ยกเว้นทุนคลาวด์จะให้ก็ยินดีรับไว้
ความรู้สึกหลังอ่าน
เป็นเล่มที่ได้ความรู้ครบถ้วน แม้จะมีมุมมองที่เป็นลบต่อกลุ่มเทคโน แต่ก็ไม่ได้เกินจริงไปมากนัก สำคัญที่สุดคือ 'ทำให้เรามี awareness หรือการรับรู้' ต่อภาพรวมของเทคโนศักดินา
Saltread