The Momentum Stay curious, be open.

ติดต่อกองบรรณาธิการ [email protected]
ติดต่อโฆษณา [email protected] The MOMENTUM

เช้าตรู่ที่ตลาดนัดริมทะเลสาบสงขลาตอนล่าง กุ้งในกะละมังบางตัวยังใส บางตัวยังดีดตัวอยู่ มันเพิ่งขึ้นจาก ‘ไซตู้’ เครื่องมือ...
08/09/2026

เช้าตรู่ที่ตลาดนัดริมทะเลสาบสงขลาตอนล่าง กุ้งในกะละมังบางตัวยังใส บางตัวยังดีดตัวอยู่ มันเพิ่งขึ้นจาก ‘ไซตู้’ เครื่องมือดักสัตว์น้ำรูปทรงคล้ายกล่องที่ชาวประมงนำไปวางกลางทะเลสาบตั้งแต่หัวค่ำ แขวนตะเกียงล่อไว้ทั้งคืน แล้วออกเรือไปยกตอนรุ่งเช้า
เราติดต่อ สามารถ สาเร็ม นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหาร พ่อครัวของเราในวันนี้เลือกวัตถุดิบสดๆ จากตลาดนัดตอนเช้า เพื่อไปหา ‘กุ้ง’ ที่เหมาะสมมาทำเป็นกุ้งต้มน้ำผึ้ง อาหารแห่งภูมิปัญญาของคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
“ถ้าเรามาเดินดูตลาดแถบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จะเห็นว่าคนขายปลาส่วนใหญ่เป็นมุสลิม หรือที่เราเรียกตัวเองว่า ‘คนแขก’ สามารถเป็นนักเขียนและนักวิชาการอิสระผู้เกิดและเติบโตที่บ้านควน ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ ชุมชนประมงริมทะเลสาบสงขลา บอกกับเรา
“สามีออกหากินตอนกลางคืน ภรรยารับหน้าที่พามาขายที่ตลาดนัดตอนเช้า แทบทุกตลาดรอบทะเลสาบเป็นแบบนี้”
ภาพแม่ค้าคลุมฮิญาบนั่งเรียงกันหลังกะละมังที่มีกุ้งและปลาสด คือประตูบานแรกสู่เมนูที่เรามาตามหา ‘กุ้งต้มน้ำผึ้ง’ อาหารหน้าตาเรียบง่ายที่ซ่อนทั้งภูมิปัญญาการถนอมอาหาร ประวัติศาสตร์ภาษา และคำถามใหญ่ว่าด้วยชะตากรรมของทะเลสาบสงขลาไว้ในหม้อใบเดียว
อ่านบทความ น้ำผึ้งที่ไม่ได้มาจากผึ้ง กุ้งที่ต้มด้วยน้ำตาลโตนด ชิมกุ้งต้มน้ำผึ้ง ภูมิปัญญา ‘คนแขก’ ริมทะเลสาบสงขลา ได้ทาง https://themomentum.co/feature-sweet-shrimp-songkhla/
เรื่อง: สุภชาติ เล็บนาค
ภาพ: ธนดิษ ศรียานงค์, ชมพูนุท สะราคำ
#สงขลา #หาดใหญ่ #กุ้งต้มน้ำผึ้ง #ทะเลสาบสงขลา

08/09/2026

ATLAS อยากถามอะไรคนถัดไป?

สำหรับคอนเสิร์ต ‘ATLAS: RISING UP CONCERT’ จัดขึ้นวันที่ 27 กันยายน 2569 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

สามารถซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ ทางแอปพลิเคชัน EVENTPOP และเว็บไซต์ www.eventpop.me

บัตรราคา: 5,600/ 5,200/ 4,600/ 4,200/ 3,600/ 3,200/ 2,600/ 2,200 และ 1,600 บาท

‘แอร์พอร์ต ลิงก์’ ดีเลย์ต่อเป็นวันที่ 3ปรับเวลาเดินรถทุก 15 นาทีรฟท.-ซีพี ยังคุยไม่จบหลัง 30 ก.ย. ใครจะเดินรถต่อวันนี้ (...
08/09/2026

‘แอร์พอร์ต ลิงก์’ ดีเลย์ต่อเป็นวันที่ 3
ปรับเวลาเดินรถทุก 15 นาที
รฟท.-ซีพี ยังคุยไม่จบหลัง 30 ก.ย. ใครจะเดินรถต่อ
วันนี้ (8 กันยายน 2569) นับเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) ให้บริการความถี่ทุกๆ 15 นาที ตลอดช่วงเวลาการให้บริการ ตั้งแต่ 05.30-00.00 น. โดยผู้ให้บริการให้เหตุผลว่า เนื่องจากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงและซ่อมบำรุงระบบ
ทำให้ปัจจุบันรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สามารถให้บริการได้เพียง 4 ขบวนเท่านั้น จากทั้งหมด 9 ขบวน (สำรอง 1 ขบวน) ทำให้การบริการมี ‘ความล่าช้า’ กว่าปกติ ทั้งนี้ผลจากการปรับความถี่การเดินรถ ทำให้ประชาชนผู้ใช้งานได้รับความเดือนร้อน ส่งผลให้ต้องยืนรอรถไฟฟ้านานกว่าปกติเพื่อเดินทางเข้ามาในเมือง หรือเดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นผู้ให้บริการได้ประสานไปยังองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อเพิ่มทางเลือกรถบัสและรถไฟในการเดินทาง
โดยบริการรถบัสเสริมจาก ขสมก.นั้นไม่มีค่าใช้จ่าย ในช่วงเช้าเวลา 06.00-10.00 น. จากสถานีหัวหมากไปกลับสถานีมักกะสัน และในช่วงเย็นเวลา 17.30-22.30 น. จากสถานีมักกะสันไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เป็นที่น่าสนใจว่า จากกรณีที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์เดินรถล่าช้านั้น มีผู้โดยสารบางส่วนเชื่อมโยงสาเหตุว่า เกิดขึ้นหลังจากสัญญาเดินรถของ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายนนี้ และบริษัทฯ ยื่นความประสงค์ให้ รฟท.ว่าต้องการยุติสัญญาการเดินรถ
ทั้งนี้มีรายงานจากสำนักข่าวอิสราว่า เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา รฟท.พร้อมด้วยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และบริษัท เอเชีย เอรา วัน มีการประชุมร่วมกันเพื่อหาทางออกถึงแผนการบริหารการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เพื่อให้การบริการนั้นไม่สะดุดลง โดยทาง รฟท.เสนอให้บริษัท เอเชีย เอรา วัน ยังคงเดินรถต่อไปอีก 4 เดือน อย่างไรก็ตาม ทางบริษัท เอเชีย เอรา วัน ยังไม่ได้ตกลง เพียงแต่จะนำข้อเสนอของ รฟท.กลับไปหารือกับผู้บริหารเสียก่อน
ภาพ: นนท์ มีวัฒนานนท์
#แอร์พอร์ตลิงก์ #รถไฟฟ้า #เอเชียเอราวัน #ซีพี #รฟท #การรถไฟแห่งประเทศไทย #คมนาคม

08/09/2026

Dr.PONG เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘ASTA X9 สูตร 9-in-1’ พร้อมเปิดตัว ‘ปอนด์-ภูวินทร์’ ในฐานะพรีเซนเตอร์คู่ใหม่ของแบรนด์ ‘Dr.PONG Max Dose Series’

การเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ ‘เสิร์ฟให้ถึง ใส่เต็มแม็กซ์ บูสต์เต็มโดส’ ณ M Grand Hall ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สไตล์ บางกะปิ พร้อมชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ของ ASTA X9 สูตร 9-in-1 ที่จัดเต็มในแบบฉบับ Dr.PONG

#แอสต้าตัวจบต้องDrPONGX9 #เสิร์ฟให้ถึงใส่เต็มแม็กซ์บูสต์เต็มโดส

“เฟมินิสต์เคยดีกว่านี้”เพราะอำนาจนิยมยุคไหนก็จะคอยอวยสตรีนิยมคลื่นก่อนตัวเองอยู่ร่ำไป“เห็นด้วยกับความเท่าเทียม แต่ไม่อิน...
08/09/2026

“เฟมินิสต์เคยดีกว่านี้”
เพราะอำนาจนิยมยุคไหนก็จะคอยอวย
สตรีนิยมคลื่นก่อนตัวเองอยู่ร่ำไป
“เห็นด้วยกับความเท่าเทียม แต่ไม่อินกับมูฟเมนต์ของผู้หญิงยุคนี้”
คือเจตคติที่ผู้อ่านหลายคนคงได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง และเอาเข้าจริง กระทั่งคนในขบวนเองบางครั้งก็ยังเป๋ เผลอกังขาในสิ่งที่กำลังทำ โดยเฉพาะเมื่อหันไปรอบตัวแล้วพบว่า คนด้านหนึ่งของสังคมไม่เพียงตีตัวออกหาก แต่ยังต่อต้านในสิ่งที่ตัวเราเชื่อว่าคือความคิดแบบสตรีนิยม
ใต้โพสต์ข่าว Femicide คดีฆาตกรรม ปาล์ม อโลศินี ท็อปคอมเมนต์คือข้อคิดสอนหญิงให้รู้จักเลือกผู้ชายที่ดีกว่านี้มาเป็นคู่ครอง
นักธุรกิจดังไปนั่งล้อมวงกับพอดแคสเตอร์เพื่อสอนคนฟังว่า การไม่ยอมมีลูกคือแนวคิดที่เห็นแก่ตัวและเป็นพิษต่อมนุษยชาติ
นักการเมืองหญิงจากพรรคที่ได้ชื่อว่าก้าวหน้า กลับตราหน้ามูฟเมนต์ ที่เกิดภายในพรรคตัวเองว่า ‘สุดโต่ง’ และ ‘หญิงเป็นใหญ่’ และอีกมากมายจนยากจะเชื่อว่า ทั้งหมดนี้คือความคิดเห็นที่เกิดขึ้นในปี 2026
แต่นี่แหละ คืออันตรายลูกหลงท่ามกลางกระแสลมหันขวาที่พัดกระโชก เส้นสามัญสำนึกกำลังค่อยๆ ไถลไปทางขวาทีละน้อย รู้ตัวอีกที ตัวละครผิวสีและ LGBTQIA+ ก็ไม่ใช่ความหลากหลาย แต่ถูกมองเป็นการเอาใจพวก Woke มูฟเมนต์ ไม่ใช่เรื่องกล้าหาญ แต่คือการล่าแม่มด ส่วนการเรียกร้องอะไรไปมากกว่าสิทธิเดิมก็ไม่ใช่เพื่อความเท่าเทียมอีกต่อไป แต่เพื่อสถาปนาระบอบหญิงเป็นใหญ่ที่ว่ากันว่าเผด็จการยิ่งกว่าปิตาธิปไตยเสียอีก หากถามว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดใคร คำตอบย่อมไม่พ้นนักสตรีนิยมยุคนี้ที่แสนเอาแต่ใจและอารมณ์ร้าย เรียกร้องแต่อะไรที่ไม่ควรได้ ไม่เหมือนกับมูฟเมนต์ก่อนๆ ในสมัยที่ที่เฟมินิสต์ยังมีสติ มีมารยาท และเรียกร้องเฉพาะสิ่งที่สมเหตุสมผล
…จริงหรือ?
• กระแสตีกลับ
“เฟมินิสต์สมัยนี้ทำตัวไม่ดี สมควรแล้วที่เจอกระแสตีกลับ” ไม่ใช่วาทกรรมที่เพิ่งเกิด แต่แทรกซึมอยู่ในนิยาย หนัง โฆษณา วัฒนธรรมประชานิยม ประวัติศาสตร์ งานวิจัย และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายมาเสมอ ช่วงทศวรรษที่ 1890 ผู้หญิงตะวันตกเริ่มได้รับการศึกษาสูงขึ้น ออกไปทำงานมากขึ้น และแต่งงานช้าลง ร้อนถึง ธีโอดอร์ รูสเวลต์ (Theodore Roosevelt) ประธานาธิบดีคนที่ 26 ของสหรัฐฯ ต้องออกมากล่าวว่า การที่ผู้หญิงไม่ยอมแต่งงานมีลูกนั้นคือ ‘อาชญากรรมต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์’ ขณะที่สื่อและศาสนจักรผลัดกันออกมาโทษสตรีนิยมว่าเป็นต้นเหตุของ ‘วิกฤตสถาบันครอบครัว’ ครั้งนี้
ปี 1913 นิตยสาร The Academy ตีพิมพ์บทความพาดหัวว่า “ยายนักสิทธิเลือกตั้งสตรีเสียสติพวกนั้น” (Those Mad Suffragettes) เนื้อความเขียนอธิบายว่า ผู้หญิงในขบวนเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งเป็นบ้ากันทั้งนั้น เราจึงไม่ควรไปรับฟังความเห็นทางการเมืองของพวกเธอ
ปี 1998 นิตยสาร TIME ขึ้นปกว่า “แนวคิดสตรีนิยมตายแล้ว?” (IS FEMINISM DEAD?) เนื้อหาด้านในวิพากษ์สังคมว่า แนวคิดสตรีนิยมอาจถึงคราวตกยุค เพราะเฟมินิสต์ยุค 90s หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องไร้สาระอย่างตัวตน ร่างกาย เซ็กซ์ ความสัมพันธ์ คนดัง และไลฟ์สไตล์
เป็นเรื่องง่ายที่คนที่เกิดมาในยุคที่ผู้หญิงไปโรงเรียนได้ ประกอบอาชีพได้ เลือกตั้งได้ และมีสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกายตนอยู่แล้ว (ในบางพื้นที่) จะออกปากบอกว่าตน “เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของเฟมินิสต์ยุคก่อนนะ แต่…” เพราะมูฟเมนต์ที่โดนแปะป้ายว่าบ้า ไร้สาระ และถึงขั้นเป็นอาชญากรรมมาก่อน คือกระบวนการที่ทำให้ได้มาซึ่งสิทธิสามัญธรรมดาที่ใครๆ ในชีวิตของพวกเขาต่างก็มีอยู่ในมือแล้วตั้งแต่เกิด ในหนังสือชื่อ Backlash ประพันธ์โดย ซูซาน ฟาลูดี (Susan Faludi) นักข่าว นักเขียน และนักสิทธิสตรีชาวอเมริกัน เธอเรียกกระแสตีกลับจากกลุ่มต่อต้านสตรีนิยมว่า ‘Preemptive Strike’ หรือการโต้ตอบด้วยการเตะตัดขาเพื่อยั้งการเปลี่ยนแปลงเสียตั้งแต่มูฟเมนต์ยังไม่ทันจะไปถึงจุดหมาย
ฟาลูดียังเขียนต่ออีกว่า แรงต้านลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผู้หญิงอยู่ในสังคมที่เท่าเทียมอยู่แล้ว แล้วดันไปเรียกร้องอะไรเกินความจำเป็น แต่มักเกิดขึ้นในจังหวะที่ข้อเรียกร้องใหม่ๆ เริ่มมีแนวโน้มสำเร็จต่างหาก เนื่องจากความสำเร็จดังกล่าวอาจไปเปลี่ยนแปลงและสั่นคลอนสภาพการณ์ปัจจุบัน (Status Quo) บางประการ ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อคนบางกลุ่ม
• อุดมการณ์กับการไม่เป็นที่รัก
ฉะนั้นคำถามว่า “เฟมินิสต์ควรสื่อสารอย่างไรให้ไม่ถูกเกลียด” จึงมาจากจุดตั้งต้นที่ผิด เพราะความเกลียดคือสิ่งที่ไม่เคยมีมูฟเมนต์ไหนหลีกเลี่ยงได้มาตั้งแต่ต้น ใครก็ตามที่เดินเข้ามาชมเปาะว่า เชื่อในความเท่าเทียมและยกย่องสตรีนิยมยุคก่อน เพื่อจะตำหนิน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของสตรีนิยมยุคนี้ในวินาทีต่อมา คนเหล่านี้ที่ไม่รู้เอาเสียเลยว่า ขบวนการซัฟฟราเจ็ตต์ (Suffragette) คลื่นสตรีนิยมลูกแรกที่พวกเขานับถือนักหนานั้น สื่อสารด้วยระเบิด การวางเพลิง การปล้นสะดม และกองกำลังติดอาวุธขนาดย่อมๆ เฟมินิสต์ถูกเกลียดโดยคนในยุคของตัวเองเสมอ พวกเธอไม่เคยละมุนละม่อม เพราะการสื่อสารอย่างสุภาพชนนั้นนำมาซึ่งเสียงเรียกร้องที่ถูกเมินเฉยได้ง่ายที่สุด มันไม่เคยนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนแท้จริง
องค์กรสตรีนิยมยุคปัจจุบันไม่แม้แต่จะเยื้องย่างเข้าไปใกล้เชื้อเพลิงและวัตถุระเบิด แต่เราก็ยังถูกมองว่าทำตัว ‘ไม่น่ารัก’ และสุดโต่งด้วยแนวคิด ซารา อาห์เหม็ด (Sara Ahmed) นักทฤษฎีสตรีนิยม ตั้งชื่อปรากฏการณ์นี้ว่า ‘Feminist Killjoy’ หมายถึงการที่เฟมินิสต์มักถูกมองเป็น ‘มารความสุข’ เมื่อเราชี้ให้เห็นว่า ความปกติบางประการตั้งอยู่บนความไม่เป็นธรรม ว่าความสบายใจของพวกเขาในบางเรื่องตั้งอยู่บนความทุกข์ทรมานของผู้อื่น “ทันทีที่เราชี้ให้เห็นปัญหา เราก็กลายเป็นตัวปัญหา” อาห์เหม็ดเขียน
และบางที นี่อาจเป็นค่างวดรูปแบบหนึ่งที่เราต้องจ่ายเพื่อซ่อมบำรุงอุดมการณ์ไม่ให้สึกหรอไปตามกระแสสังคม แด่ใครก็ตามที่กำลังหวั่นไหวและเต็มไปด้วยข้อกังขา นี่ไม่ใช่จดหมายเหตุที่เขียนขึ้นเพื่อบอกให้คุณเลิกตั้งคำถามกับตัวเอง หรือเพื่อให้ท้ายว่าเราควรอวดเบ่งอย่างภูมิใจที่ถูกเกลียด แต่เพื่อเตือนว่า หวังเป็นที่รักของทุกคนไปก็ป่วยการ เพราะต่อให้สื่อสารอย่างอ่อนหวานสมเป็นกุลสตรีเพียงใด สำหรับคนที่ตั้งธงมาแต่ต้นแล้วว่าเฟมินิสต์คือแนวคิดสุดโต่ง อย่างดีที่สุดเขาก็แค่มองเราเป็นแมลงรำคาญที่ส่งเสียงหึ่งๆ ได้ไพเราะขึ้น
อ้างอิง:
- Ahmed, Sara. Living a Feminist Life. Durham, NC: Duke University Press, 2017.
- Bellafante, Ginia. “Feminism: It’s All About Me!” TIME, June 29, 1998.
- Faludi, Susan. Backlash: The Undeclared War Against American Women. New York: Crown, 1991.
เรื่อง: ศิรอักษร จอมใบหยก
ภาพ: ชมพูนุท สะราคำ
#ความเท่าเทียม #ผู้หญิง #เฟมินิสต์ #มูฟเมนต์

8 กันยายน 1966Star Trek ออกอากาศครั้งแรกทางช่อง NBCในโลกภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ ชื่อของ Star Trek มักถูกยกขึ้นมาพูดถึงเสม...
08/09/2026

8 กันยายน 1966
Star Trek ออกอากาศครั้งแรกทางช่อง NBC
ในโลกภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ ชื่อของ Star Trek มักถูกยกขึ้นมาพูดถึงเสมอเป็นลำดับต้นๆ เดิมทีแฟรนไชส์อเมริกันเรื่องนี้สร้างโดย ยีน ร็อดเดนเบอร์รี (Gene Roddenberry) นักเขียนบทและโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกัน โดยมีจุดเริ่มต้นจากซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่ออกอากาศเมื่อทศวรรษ 1960 ชื่อ Star Trek: The Original Series
Star Trek: The Original Series ออกอากาศครั้งแรกทางสถานีโทรทัศน์ NBC ในวันที่ 8 กันยายน 1966-3 มิถุนายน 1969 เป็นเวลา 3 ปี ก่อนที่จะได้รับความนิยมอย่างมาก จุดกระแสปรากฏการณ์ป็อปคัลเจอร์ไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว จนมีการขยายเป็นแฟรนไชส์ไปยังสื่ออื่นๆ ได้แก่ ภาพยนตร์ ซีรีส์ วิดีโอเกม นวนิยาย รวมถึงหนังสือการ์ตูน ทำให้ Star Trek เป็นหนึ่งในสื่อแฟรนไชส์ที่เป็นที่รู้จักและมีอิทธิพลมากที่สุดตลอดกาล
Star Trek เป็นการเล่าเรื่องราวการเดินทางของยานอวกาศ ยูเอสเอส เอนเทอร์ไพรส์ (USS Enterprise) ยานพาหนะสำรวจอวกาศที่สร้างโดยสหพันธ์แห่งดวงดาว ในช่วงศตวรรษที่ 23 โดยมีภารกิจคือ สำรวจโลกใหม่ที่ไม่รู้จัก ค้นหาชีวิตและอารยธรรมใหม่ และก้าวไปยังที่ที่ไม่เคยมีใครไปอย่างกล้าหาญ โดยร็อดเดนเบอร์รีได้แรงบันดาลใจในการสร้าง Star Trek จากนวนิยายของ ซี. เอส. ฟอเรสเตอร์ (C.S. Forester) เรื่อง โฮเรโช ฮอร์นโบลเวอร์ (Hornblower Saga) การผจญภัยของกัลลิเวอร์ (Gulliver’s Travels) ของ โจนาทาน สวิฟต์ (Jonathan Swift) และละครโทรทัศน์แนวตะวันตกที่ได้รับความนิยมในช่วงทศวรรษ 1950 และ 1960 เช่น แวกอนเทรน (Wagon Train)
Star Trek ยังสร้างชื่อให้กับนักแสดงในเรื่องที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก เช่น ลีโอนาร์ด นีมอย (Leonard Nimoy) จากบทบาทของ สป๊อก (Spock) ที่แฟนหนังต่างจำบุคลิกลักษณะ ใบหน้า และทรงผมอันมีเอกลักษณ์ได้ และเดฟอเรสต์ เคลลี (DeForest Kelly) จากบทโบนส์ (Bones) ที่ในเวลานั้น แม้เขาจะปรากฏตัวในภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่อง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการรับบทบาทเล็กๆ เท่านั้น
ด้วยความที่ Star Trek เป็นหนึ่งในซีรีส์ทางโทรทัศน์ยุคแรกๆ ที่ออกอากาศในสหรัฐอเมริกาโดยมีนักแสดงหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีอิทธิพลทางวัฒนธรรมสูง และมีจุดยืนด้านสิทธิพลเมืองที่ก้าวหน้า ทั้งยังเป็นตัวแทนของภาพความเป็นจริงในวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่สะท้อนปัญหาในช่วงทศวรรษดังกล่าว ทั้งเรื่องสงครามและสันติภาพ ลัทธิอำนาจนิยม การต่อสู้ระหว่างชนชั้น เชื้อชาติ ศาสนา ไปจนถึงบทบาทของเทคโนโลยี ซึ่งร็อดเดนเบอร์รีเคยกล่าวไว้ว่า “อันที่จริงเราใส่สิ่งเหล่านั้นลงไปใน Star Trek และโชคดีที่คนดูทุกคนรับรู้ถึงสิ่งนั้นจากทางโทรทัศน์”
นอกจากนี้ ร็อดเดนเบอร์รียังตั้งใจให้ Star Trek ซ่อนสาระทางการเมืองที่ก้าวหน้า ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมการต่อต้านที่เกิดขึ้นใหม่ของคนหนุ่มสาวในช่วงทศวรรษ 1960 โดยเขาต้องการให้ Star Trek เป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นว่า มนุษยชาติจะพัฒนาไปสู่จุดใด หากได้เรียนรู้จากบทเรียนในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของการยุติความรุนแรง เนื่องจากยุคดังกล่าวเป็นยุคที่เกิดสงครามมากมาย โดยเฉพาะสงครามเวียดนาม
ภาพ: StarTrek.com
#วันนี้ในอดีต #สตาร์เทรค

ในร่างกายของเรามีเซลล์มนุษย์ประมาณ 30 กว่าล้านล้านเซลล์ แต่กลับมีเซลล์จุลินทรีย์อาศัยอยู่ด้วยถึงราว 38 ล้านล้านเซลล์ ในเ...
07/09/2026

ในร่างกายของเรามีเซลล์มนุษย์ประมาณ 30 กว่าล้านล้านเซลล์ แต่กลับมีเซลล์จุลินทรีย์อาศัยอยู่ด้วยถึงราว 38 ล้านล้านเซลล์ ในเชิงจำนวน เราจึงอาจเป็น ‘บ้านของจุลินทรีย์’ มากพอๆ กับการเป็นมนุษย์ และอาหารทุกคำที่กินเข้าไปก็ไม่ได้เลี้ยงเพียงร่างกายของเรา แต่ยังเลี้ยงสิ่งมีชีวิตมหาศาลเหล่านี้ด้วย
จุลินทรีย์ในลำไส้เกี่ยวข้องอย่างไรกับผนังลำไส้ การอักเสบ ภูมิคุ้มกัน อารมณ์ ตลอดจนสัญญาณความอิ่มจากลำไส้ไปยังสมอง เหตุใดอาหารที่เต็มไปด้วยน้ำตาลและผ่านการแปรรูปขั้นสูงจึงอาจทำให้ ‘สวน’ ภายในร่างกายเสียสมดุล ขณะที่ไฟเบอร์จากพืชหลากหลายชนิดกลับช่วยให้ระบบนิเวศแห่งนี้เติบโต
Life, Actually ตอนนี้ ชินนี่ชวนทำความรู้จักชุมชนจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Microbiome) พร้อมอธิบายความแตกต่างระหว่าง Probiotics, Prebiotics และ Postbiotics รวมถึงวิธีดูแลลำไส้ด้วยอาหารใกล้ตัว ตั้งแต่โยเกิร์ต กิมจิ นัตโตะ ไปจนถึงการลองกินผักให้หลากหลายอย่างน้อย 30 ชนิดต่อสัปดาห์
เพราะสุขภาพลำไส้ไม่เพียงส่งผลเรื่องการขับถ่าย แต่ยังเชื่อมโยงกับการอักเสบ ภูมิคุ้มกัน อารมณ์ และการควบคุมความอิ่ม หากอยากมีสุขภาพดีไปนานๆ อาจต้องเริ่มจากการกินเผื่อจุลินทรีย์กว่า 38 ล้านล้านตัวที่อาศัยอยู่กับเราด้วย
อ่านบทความ สุขภาพลำไส้ คือสุขภาพเรา อยากสุขภาพดีไปนานๆ เริ่มที่กินเผื่อ 38 ล้านล้านจุลินทรีย์ในตัวเรา ได้ทาง https://themomentum.co/lifeactually-eat-for-your-gut/
เรื่อง: ชินนี่-พิมพ์ลภัส ลี้กิจเจริญผล
ภาพ: เบญญทิพย์ สิทธิเวช
#ชินนี่พิมพ์ลภัส #สุขภาพลำไส้ #สุขภาพ #สุขภาพลำไส้ #อาหาร #การกิน

เมื่อคลื่นของสงขลากำลังเปลี่ยนทิศสงขลาเติบโตมากับคลื่นทั้งคลื่นจากทะเลที่หล่อเลี้ยงผู้คน คลื่นผู้คนหลากเชื้อชาติที่เดินท...
07/09/2026

เมื่อคลื่นของสงขลากำลังเปลี่ยนทิศ
สงขลาเติบโตมากับคลื่น
ทั้งคลื่นจากทะเลที่หล่อเลี้ยงผู้คน คลื่นผู้คนหลากเชื้อชาติที่เดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐาน คลื่นการค้าและความเจริญที่ทำให้หาดใหญ่กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ตลอดจนคลื่นความเปลี่ยนแปลงที่ครั้งหนึ่งเคยพัดพาเมืองให้รุ่งเรือง แต่บางครั้งก็ทิ้งบาดแผลไว้เบื้องหลัง
วันนี้คลื่นของสงขลากำลังเปลี่ยนทิศอีกครั้ง
ปีนี้ The Momentum กลับมายังสงขลา เพื่อมองเมืองแห่งนี้ให้ลึกกว่าเดิม และชวนคนสงขลาพูดคุยกันในมิติที่หลากหลายขึ้น ตั้งแต่การตามหารากของอาหารจานที่คุ้นเคย ภูมิปัญญาที่ส่งต่อผ่านผู้คน งานฝีมือซึ่งบันทึกความทรงจำของท้องถิ่น ไปจนถึงการฟังเสียงของผู้คนที่กำลังขับเคลื่อนเมืองในคนละทิศทาง
ขณะเดียวกันเรายังชวนมองปัญหาที่เมืองต้องเผชิญ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วม ภัยพิบัติที่ย้อนกลับมาทิ้งร่องรอยครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมตั้งคำถามว่า เมื่อฤดูฝนเวียนมาถึง เมืองนี้พร้อมเพียงใด และปีนี้น้ำจะท่วมอีกหรือไม่
เพราะสงขลาไม่ได้มีเพียงอดีตให้หวนคิดถึง หรือของอร่อยให้ตามหา หากยังเป็นเมืองที่กำลังเดินทางมาถึงหัวเลี้ยวหัวต่อบางอย่าง ระหว่างสิ่งเก่าที่พยายามรักษาไว้ กับสิ่งใหม่ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา ระหว่างความทรงจำของผู้คน กับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้
Songkhla Cityscape: The Tide Turns ภายใต้การสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนสำรวจสงขลาในวันที่กระแสน้ำไม่เหมือนเดิม ผ่านผู้คน รสชาติ งานฝีมือ สีสัน อำนาจ และคำถามถึงอนาคตของเมือง
ติดตาม Songkhla Cityscape: The Tide Turns ได้ทาง The Momentum ตลอดสัปดาห์นี้
#สงขลา #หาดใหญ่ #เมืองหาดใหญ่ #สงขลาหาดใหญ่

07/09/2026

หมาก-ปริญ สุภารัตน์, อิ้งค์-วรันธร เปานิล และกลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ นักแสดงนำจากภาพยนตร์ ‘อัศจรรย์วันทอง In the Name of Love’ ตอบคำถามเกี่ยวกับความรักของวันทอง ขุนช้าง และขุนแผน

สำหรับอัศจรรย์วันทอง เป็นการหยิบยกเนื้อหาในตำนานมาตีความใหม่ เมื่อนางวันทองคือหญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่ข้ามเวลาไปในอดีต แล้วความรักของทั้ง 3 คนจะลงเอยต่างจากที่ผ่านมาหรือไม่ รับชมได้ในโรงภาพยนตร์แล้ววันนี้

#อัศจรรย์วันทอง

ที่อยู่

33 พระราม9 ซอย 26 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10310

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Momentumผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง The Momentum:

ทางลัด

แชร์