01/11/2017
เอาสาระมาฝากกันน้า
สบู่ก้อน,สบู่เหลว =ทำความสะอาดร่างกาย
เจล,โฟมล้างหน้า=ทำความสะอาดใบหน้า
สบู่จะคุณสมบัติดีงามแค่ไหนก็ไม่ควรนำมาใช้กับผิวหน้าโดยตรงนะคะ ⚡️
🍁ศึกษากันดีๆน้าาสาวๆก่อนเอาสบู่ก้อนมาถูๆหน้าสวยๆของตัวเองนะคะ ผิวหน้าของแต่ละคนต่างกันน้าา🍁🍁🍁❤️
เมื่อวานก็ได้มีคนมาถามแอดเรื่องการทำสบู่จากที่ใช้ Potassium hydroxide (KOH) หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อภาษาไทยว่า “ด่างคลี” ซึ่งคำว่า “คลี” นั้นก็มาจากชื่อภาษาลาตินของ Potassium ก็คือ Kallium (K) นั่นเองน่ะครับ
ซึ่งมักจะพบได้จากการนำขี้เถ้าไม้ทั้งหลายมาละลายน้ำ เนื่องจากว่าพืชนั้นมีการดูดซึม Potassium มาใช้งานมากกว่า Sodium น่ะครับ
ซึ่งปกติแล้วเวลาเราจะทำสบู่จากกระบวนการ Saponification ของไขมันนั้น เราจำเป็นต้องทำการคำนวณปริมาณด่างให้เหมาะสมกับปริมาณไขมันน่ะครับ โดยที่ควรที่จะต้องเหลือปริมาณไขมัน (Superfat: SF) ที่เหมาะสมด้วย
ซึ่งก็ได้มีหลายแหล่งที่ได้มีการคำนวณปริมาณของด่างต่อไขมัน ที่เราสามารถเติมข้อมูลเป็นชนิดของไขมัน/ชนิดของด่าง/ปริมาณของไขมันที่ใช้ลงไปในตารางแล้วให้เค้าคำนวณทางออนไลน์ออกมาได้เลย ตัวอย่างเช่นลิงก์นี้นะครับ
https://www.thesage.com/calcs/LyeCalc.html
ซึ่งปริมาณ SF ที่เหลือจากการทำปฏิกิริยานั้น เค้ามักจะคำนวณให้เหลือประมาณ 5% น่ะครับ เนื่องจากว่าถ้าค่า SF ต่ำกว่า 5% มากๆนั้น ก็อาจจะทำให้มีด่างที่หลงเหลือบางส่วนมาทำร้ายผิวเราได้
ในขณะที่ถ้าเราคำนวณให้ค่า SF สูงกว่า 5% มากๆนั้นก็จะทำให้เหลือปริมาณไขมันมากเกินไป แน่นอนว่ามันมีส่วนช่วยบำรุงผิว/เคลือบผิวได้ดี แต่ก็ทำให้สบู่นั้นมีความแข็งที่ต่ำลง
ปกติแล้วด่างที่นิยมนำมาใช้ทำสบู่ก้อนได้ดีที่สุดนั้นมักจะเป็น Sodium hydroxide (NaOH) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อภาษาไทยว่า “โซดาไฟ” นั่นเอง
เนื่องจากสบู่ที่ทำจากโซดาไฟนั้นละลายน้ำได้น้อยกว่า/และแข็งตัวได้ดีกว่า/และขึ้นรูปเป็นก้อนได้ง่ายกว่า สามารถใช้กับน้ำปกติที่มีคุณภาพดีได้เหมาะสมมากๆ
แต่สบู่ที่ทำจากโซดาไฟนั้นจะมีค่าการละลายน้ำที่ค่อนข้างต่ำหากเจอน้ำที่มีความเข้มข้นของเกลือค่อนข้างสูง และเกิดไคลสบู่ (scum) เมื่อเจอกับน้ำกระด้างได้ง่ายมากครับ
ซึ่งหลายๆพื้นที่ที่มีน้ำกระด้างสูง/และแวดล้อมไปด้วยน้ำเค็ม เช่น คนที่ทำงานอยู่กลางทะเลในสมัยโบราณที่จำเป็นต้องใช้น้ำทะเลอาบน้ำแทน จึงจำเป็นที่จะต้องใช้สบู่ที่ทำจากด่างคลีแทน (ในสมัยที่วิทยาการของสารลดแรงตึงผิวที่ยังไม่เจริญอย่างในปัจจุบัน)
ซึ่งสบู่ที่ทำจากด่างคลีนั้น จะมีข้อดีกว่าตรงที่สามารถละลายน้ำได้ง่ายแม้จะเป็นน้ำที่มีปริมาณเกลือค่อนข้างสูงและเกิดไคลสบู่ได้ยากกว่า (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดไคลสบู่นะครับ) ซึ่งทำให้บางทีเรารู้จักสบู่ที่ทำจากด่างคลีว่า “สบู่น้ำเกลือ” (Saltwater soap) หรือว่า “สบู่ของทหารเรือ” (sailors' soap) นั่นเองครับ 😁
ดังนั้นหลายๆคนก็อาจจะสับสนถึงคำว่า Saltwater soap นั้นเป็นสบู่ที่ทำจากน้ำเกลือรึเปล่า?? ซึ่งตรงนี้แอดตอบได้เลยว่า “ไม่ใช่สบู่ทำจากน้ำเกลือ” ครับ แต่ “เป็นสบู่ที่ทำจากด่างคลีที่ใช้อาบด้วยน้ำทะเลได้” น่ะครับ 😁
ซึ่งปกติเวลาเราคำนวณปริมาณด่างสำหรับทำสบู่ ในตารางนั้นถ้าเราต้องการใช้ด่างคลีในการสบู่นั้นเราจำเป็นต้องใช้ปริมาณ 1.4 เท่าของโซดาไฟเลย ถ้าต้องการค่า SF เท่ากันน่ะครับ ซึ่งเจ้าตัวเลข 1.4 เท่านั้นมาจากมวลโมเลกุลของ KOH (56) ต่อมวลโมเลกุลของ NaOH (40) น่ะครับ ดังนั้นเมื่อ 56/40 ก็เท่ากับ 1.4 เท่าที่จะใช้เลยครับ
ซึ่งตรงนี้หลายๆคนก็อาจจะเคยใช้ด่างคลีแทนในปริมาณเท่ากันกับโซดาไฟแล้ว จึงทำให้ได้สบู่ที่มีลักษณะเละไม่เป็นก้อน นั่นเป็นเพราะว่าปริมาณ SF ที่ได้นั้นสูงกว่าครับ
แต่ถ้าคำนวณให้ค่าสมมูลย์พอดีแล้วเนี่ย (โดยใช้ตัวเลข 1.4 เท่า) มาคูณก็จะทำให้ได้สบู่นั้นเป็นก้อนได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามสบู่ที่ทำจากด่างคลีนั้นจะเละง่ายกว่าสบู่ที่ทำจากโซดาไฟนะครับ ทำให้ต้องเสียเวลาบ่มสบู่ให้เป็นก้อนแข็งนั้นนานกว่าตามไปด้วย 😅
เนื่องจากความสามารถในการละลายน้ำที่ดีกว่ามากๆ หลายๆคนจึงจัดการใช้งานมันอยู่ในรูปสบู่เหลว (liquid soap) มากกว่า
แต่ถ้าต้องการใช้สบู่ที่ทำจากด่างคลีในรูปของสบู่ก้อน (Soap bar) จริงๆนั้น เราควรที่จะต้องเลือกใช้ไขมันโซ่ยาว เช่น ไขสัตว์ น้ำมันปาล์ม กรดเสตียริค เป็นต้นน่ะครับ และพยายามงดเว้นการใช้ไขมันโซ่สั้นอย่างน้ำมันมะพร้าว เพื่อที่จะทำให้สบู่นั้นมีความแข็งตัวได้ดีและไม่เละเมื่อเจอกับน้ำง่ายๆครับ
#ว่าด้วยปริมาณสารสัมพันธ์ของการทำสบู่
#ว่าด้วยสบู่ไข่เค็มในตำนาน