art4d Online media platform and print magazine covering art, architecture and design based in BKK-Thailand

art4d เปิดพื้นที่สำหรับทุกคนที่สนใจงานออกแบบ สถาปัตยกรรมและศิลปะทุกแขนงมาร่วมแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ นำเสนอผลงาน รวมไปถึงแสดงความคิดเห็นในทุกแง่มุมโดยเสรี

"A new space for sharing your attitude on design, architecture, art and culture."

CALENDAR: What’s on (5 June - 18 June 2026)บางครั้งศิลปะอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการมองเห็น แต่เริ่มจากการก้าวเข้าไปอยู่ภายใน...
05/06/2026

CALENDAR: What’s on (5 June - 18 June 2026)
บางครั้งศิลปะอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการมองเห็น แต่เริ่มจากการก้าวเข้าไปอยู่ภายในพื้นที่แห่งหนึ่ง พื้นที่ที่แสง เสียง วัตถุ และการเคลื่อนไหวค่อยๆ ทำงานร่วมกันเพื่อเปิดประสบการณ์การรับรู้รูปแบบใหม่ และเชื้อเชิญให้ผู้ชมไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ หากแต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่กำลังคลี่คลายอยู่ตรงหน้า what’s on สัปดาห์นี้จึงอยากเชิญชวนทุกคนไปสัมผัสกับประสบการณ์ที่เราจะไม่เพียงเป็นผู้ชมเท่านั้น หากแต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวนั้นด้วย
นิทรรศการ ‘Cosmic Bloom’ ประสบการณ์ Immersive Exhibition ที่พาผู้ชมเดินทางผ่านแสง เสียง และประติมากรรมจัดวาง เพื่อสำรวจการรับรู้ การเปลี่ยนแปลงของจิตสำนึก และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับจักรวาล
‘KLUEA SAMUT’ นิทรรศการที่ผสานศิลปะจัดวางและการแสดงสดเข้าด้วยกัน เพื่อสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตนาเกลือ ผ่านแนวคิด ‘ประติมากรรมมีชีวิต’ ที่ชวนผู้ชมเข้าไปสัมผัสระบบนิเวศที่กำลังเปลี่ยนแปลง
‘Ring of Life’ นิทรรศการที่ Tomoko Konno นำเสนอผลงานเซรามิกรูปทรงอินทรีย์ที่สะท้อนวัฏจักรชีวิต การห่อหุ้ม และการเปลี่ยนผ่านของสรรพสิ่ง พร้อมชวนผู้ชมสัมผัสความเชื่อมโยงระหว่างร่างกาย เวลา และงานศิลปะ
ดูรายละเอียดนิทรรศการทั้ง 7 ได้ใน Photo album
_
Text & Photo credit as noted

The Jim Thompson Art Center Numthong Art Space Neu Contemporary โครงการ ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ เยาวราช - The Luenrit, Yaowarat, Bangkok Maison Hotel Bangkok GalileOasis Explode Gallery


ARCHITECTURE: ปูนไม่หนัก ไม้ไม่เบา ตีความวัสดุเก่าบนสถาปัตยกรรมร่วมสมัยใน ‘Maibantat Design Office’บัณฑิตทัศน์ ทสยันไชย ...
05/06/2026

ARCHITECTURE: ปูนไม่หนัก ไม้ไม่เบา ตีความวัสดุเก่าบนสถาปัตยกรรมร่วมสมัยใน ‘Maibantat Design Office’
บัณฑิตทัศน์ ทสยันไชย สถาปนิกและผู้ก่อตั้งไม้บรรทัดดีไซน์ได้นำวัสดุจากบ้านหลังเก่ามาสร้างเป็นสำนักงานใหม่ของไม้บรรทัดดีไซน์ซึ่งมีลักษณะเป็น ‘บ้านครึ่งไม้ครึ่งปูน’ ที่มีความร่วมสมัยจากการหยิบจับคอนกรีตบล็อกและไม้เก่ามาเรียงร้อยเป็นภาษาใหม่ที่สะท้อนสัจจะวัสดุนั้นๆ
สำหรับบัณฑิตทัศน์ สัจจะวัสดุไม่ได้หมายแค่ถึงเรื่องของพื้นผิวหากแต่ยังหมายถึง tectonic ของวัสดุ ผนังไม้ที่ถูกตีชิดจึงสามารถมีความหนัก ทึบตันและปิดล้อม ในขณะที่บล็อกคอนกรีตที่เรียงสลับก็สามารถปรุโปร่งและดูเบาได้ พร้อมชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการตีความสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น (Vernacular Architecture) ที่ไม่ได้หมายถึงความเชยหรือเก่าเสมอไป
อ่านต่อได้ที่
https://art4d.com/2026/06/maibantat-design-office
_
Bandidtat Tosayanchai, founder and architect of Maibantat Design, repurposed salvaged materials from his family’s old house to construct his new studio. Through a contemporary lens, he reinvented the traditional 'half-wood, half-concrete house' by articulating a new way of utilizing salvaged wood and concrete blocks that honors the inherent honesty of the materials.
For him, material honesty is not merely about surface aesthetics, but also about the tectonics of the material itself. Thereby, tightly spaced timber walls can achieve a sense of weight, solidity, and enclosure, while staggered concrete blocks can appear porous and lightweight. This approach highlights the potential to reinterpret vernacular architecture, proving that it is not inherently old-fashioned or outdated.
Read more at
https://art4d.com/en/2026/06/maibantat-design-office
_
Text: Xaroj Phrawong
Photo: Bandidtat Tosayanchai


PHOTO ESSAY: SOMETHING IN EVERYTHINGภาพถ่ายชุด SOMETHING IN EVERYTHING จาก เปา-สุกฤษฎิ์ ปัจจันตดุสิต เป็นผลงานเชิงทดลองแ...
05/06/2026

PHOTO ESSAY: SOMETHING IN EVERYTHING
ภาพถ่ายชุด SOMETHING IN EVERYTHING จาก เปา-สุกฤษฎิ์ ปัจจันตดุสิต เป็นผลงานเชิงทดลองและสำรวจบนพื้นที่จริงในจังหวัดระยอง โดยใช้แผ่นฟิล์มในการบันทึกภาพและนำมาทดลองด้วยเทคนิค ‘ฟิล์มซุป’ (film soup) ที่ให้ผลลัพธ์ซึ่งต่างจากภาพปกติ
โดยสิ่งที่เขานำมาใช้ซุปฟิล์มนั้นล้วนเป็นของเหลวและสารเคมีปนเปื้อนซึ่งเขาได้ค้นพบในพื้นที่ น้ำทิ้งจากโรงงาน ขี้เถ้าของสารเคมี น้ำมันดิบที่รั่วไหลบนชายหาด ก่อให้เกิดภาพถ่ายที่สีสันผิดเพี้ยน ดูไม่ปกติ แต่บอกเล่าความเป็นจริงของปัญหาด้านมลพิษที่มีต้นตอจากโรงงาน และความผิดปกตินี้ก็ไม่ได้เพียงแต่เกิดขึ้นแต่ในแผ่นฟิล์มที่นำมาทดลอง หากแต่อาจสามารถทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นได้ในร่างกายมนุษย์ได้เช่นเดียวกัน
เปา–สุกฤษฎิ์ ปัจจันตดุสิต หรือ SiiXTY-4 (64) ช่างภาพและศิลปินภาพถ่าย ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระและศิลปินภาพถ่าย เปามีความสนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ร่องรอยการกระทำบางอย่าง และการตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์
นิทรรศการ SOMETHING IN EVERYTHING จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 พฤษภาคม - 23 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 - 20.00 น. ณ ชั้น 2 Fotoclub BKK สามารถเข้าชมได้ทุกวัน
พบกับกิจกรรมพิเศษในวันที่ 6 มิถุนายนนี้
เวลา 13:00-14:00 น. ฉายสารคดี ‘แดนมลพิษ’
เวลา 14:00-15:00 น. เสวนาเกี่ยวกับความเป็นมาและแนวคิดของภาพถ่ายชุด SOMETHING IN EVERYTHING
อ่านต่อได้ที่
https://art4d.com/2026/06/photo-essay-something-in-everything
_
SOMETHING IN EVERYTHING is an experimental photo essay developed through fieldwork in Rayong. Working with photographic film, Sukrit Patjuntadusit employs a process known as ‘film soup’—a photography technique that uses peculiar liquids to create unpredictable effects.
For this series, Sukrit developed his film with residues of industrial harm: wastewater from factory drainage pipes, ash from chemical drums, and crude oil stains on the beach. The resulting photographs reveal the material trace of these effects. Colors become distorted. Although the images are perceived as anomalous and ambiguous, the message is loud and clear: what corrodes the film also has the capability to affect the human body.
Pao–Sukrit Patjuntadusit, aka SiiXTY-4 (64), is a freelance commercial and event photographer, as well as a photographic artist. In his artistic practice, Pao focuses on environmental issues, traces of human actions, and existential questions about humanity.
The exhibition ‘SOMETHING IN EVERYTHING’ is held from May 23 to June 23, 2026, and is open daily from 11:00 AM to 8:00 PM on the 2nd Floor of Fotoclub BKK.
A special event on June 6th
1:00-2:00 PM the screening of the documentary.
2:00-3:00 PM an artist talk about the background and concepts behind the SOMETHING IN EVERYTHING series.
Read more at
https://art4d.com/en/2026/06/photo-essay-something-in-everything
_
Text & Photo: Sukrit Patjuntadusit

ป. เปา 64

ART: ชวนสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างความรัก ความทรงจำ และการค้นพบตัวตนผ่านจิตรกรรมที่เคลื่อนไหวอยู่ระหว่างเรื่องจริงกับเรื่อ...
04/06/2026

ART: ชวนสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างความรัก ความทรงจำ และการค้นพบตัวตนผ่านจิตรกรรมที่เคลื่อนไหวอยู่ระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องสมมติของ อัญชลี อนันตวัฒน์ ในนิทรรศการ ‘Pedro teach me how to paint’
คุณเคยมีบุคคลผู้เป็นทั้งคนรักและแรงบันดาลใจในชีวิตไหม? เหมือนกับที่ อัญชลี อนันตวัฒน์ มี ‘Pedro Hernandez’ เป็นแรงผลักดันในการสร้างสรรค์ผลงานของเธอไงล่ะ
‘Pedro teach me how to paint’ นิทรรศการที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความรัก ความคิดถึง และการหวนคืนสู่สัญชาตญาณแห่งการสร้างสรรค์อย่างอิสระ ผ่านผลงานจิตรกรรมที่จะพาผู้ชมเดินทางระหว่างโลกความจริงกับโลกความทรงจำ โดย อัญชลี อนันตวัฒน์
นอกจากเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและ Predo แล้ว ผลงานในนิทรรศการได้ถูกจัดวางไว้ท่ามกลางร่องรอยเดิมของอาคาร นั่นจึงยิ่งขับเน้นบรรยากาศแห่งความคิดถึง การรอคอย และชวนให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าตัวเรานั้นเคยทิ้งใครบางคนไว้ข้างหลังหรือเปล่า? และใครบางคนที่ว่านี้ ก็อาจหมายถึงตัวเราในอดีตด้วยเช่นกัน
นิทรรศการ ‘Pedro teach me how to paint’ จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ที่ TARS Unlimited
อ่านต่อได้ที่
https://art4d.com/2026/06/pedro-teach-me-how-to-paint
_
Have you ever had someone who was both a lover and an inspiration in your life? Like Unchalee Anantawat, who has ‘Pedro Hernandez’ as a driving force in her creative work.
‘Pedro Teach Me How to Paint’, by Unchalee Anantawat, is an exhibition that tells the story of love, nostalgia, and a return to the instinct of free creativity, through paintings that take viewers on a journey between reality and memory,
Beyond the narrative of the artist's relationship with Pedro, the works in the exhibition are placed amidst the original traces of the building, which further heightens the sense of nostalgia and waiting.
Have we ever left someone behind? And who might that someone be? ‘Pedro teach me how to paint’ is on view at TARS Unlimited from May 1 to June 7, 2026.
Read more at
https://art4d.com/en/2026/06/pedro-teach-me-how-to-paint
_
Text: Sarunkorn Arthan
Photo courtesy of TARS Unlimited except as noted


Coohom AI มาพร้อมกับ Workflow ที่พัฒนา AI Instant และ AI Layout เพื่อช่วยนักออกแบบจบงานภายในคลิกเดียว  ในแวดวงการออกแบบส...
04/06/2026

Coohom AI มาพร้อมกับ Workflow ที่พัฒนา AI Instant และ AI Layout เพื่อช่วยนักออกแบบจบงานภายในคลิกเดียว
ในแวดวงการออกแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน ปัญหาคลาสสิกที่นักออกแบบมักเผชิญร่วมกันคือ ‘เวลา’ ที่สูญเสียไปกับการปรับแก้ตามความต้องการของลูกค้า เช่น การขยับแนวผนังเพียงไม่กี่เซนติเมตร ซึ่งส่งผลให้ต้องกลับมาเริ่มต้นกระบวนการจัดเลย์เอาต์ คัดเลือกวัสดุ และรอเรนเดอร์ภาพใหม่ ฯลฯ ทั้งหมด แม้จะเป็นเรื่องจำเป็นที่กระบวนการสร้างสรรค์จำเป็นต้องมีการพัฒนาแบบร่วมกันอยู่เสมอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Workflow ที่ยุ่งยากก็อาจกลับไปลดเวลาที่นักออกแบบควรใช้ไปกับการสร้างสรรค์และความคิดพอสมควร
ท่ามกลาง Generative AI จำนวนมากในปัจจุบันที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันไป Coohom คือหนึ่งในแพลตฟอร์มออกแบบภายในที่ได้พัฒนาระบบประมวลผลบนโมเดล AI แบบ multi-model และ Spatial Large Model (Spatial LM) ที่สามารถเข้าใจพื้นที่ ตำแหน่ง วัตถุ และสภาพแวดล้อม 3 มิติ อีกทั้ง Coohom AI ยังสามารถส่งมอบแพ็กเกจครบชุดตั้งแต่การทำใบเสนอราคา แบบพรีเซนต์ และภาพเรนเดอร์เพื่อให้นักออกแบบทำงานต่อได้ทันที
Coohom AI มาพร้อมกับเครื่องมือที่โดดเด่น 2 อย่างคือ AI Instant และ AI Layout
AI Instant รวบรวมทุกขั้นตอนการทำงานตั้งแต่การรับบรีฟจนถึงการส่งมอบงานครบชุดไว้ใน Workflow เดียวภายใน 5 นาที โดยสิ่งที่ระบบประมวลผลออกมาให้ในคลิกเดียว ประกอบด้วย แปลนพื้น เล่มนำเสนอโครงการ (Proposal PPT) และภาพจำลองเสมือนจริงแบบ Panorama 360 องศา ซึ่งประสิทธิภาพความเร็วในส่วนนี้ได้รับการยืนยันและใช้งานจริงแล้วจากแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับสากลอย่าง OPPEIN, ZBOM และ KUKA Home
AI Layout ระบบที่เน้นมอบความถูกต้องและความละเอียดเป็นพิเศษซึ่งถูกพัฒนาสำหรับงานออกแบบครัวโดยเฉพาะ เริ่มจากการใส่ขนาดห้องจริงและวางอุปกรณ์หลักจาก template ที่มี spec มาตรฐานอยู่แล้ว AI จะจัดวาง layout ให้อัตโนมัติ คำนวณระยะร่น และล็อกโมดูลตู้โดยอ้างอิงจากรหัสสินค้าและแคตตาล็อกจริงของแบรนด์ทั้งหมด นอกจากนี้ ระบบยังเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานให้กลายเป็นการพรีเซนต์ที่เห็นภาพอัปเดตแบบเรียลไทม์ เพียงลากฟังก์ชันหลักไปวาง AI จะทำหน้าที่คำนวณระยะร่นและจัดวางโมดูลเข้ามุมให้ลงล็อกโดยอัตโนมัติ ช่วยให้นักออกแบบสนุกกับการจัดสรรสเปซและสร้างสรรค์ไอเดียได้โดยไม่ต้องกังวลกับข้อจำกัดที่อาจมองข้ามไป
แม้ทั้งสองเครื่องมือจะมีความแตกต่างกันในแง่ของกระบวนการทำงาน แต่สุดท้ายกลับมาบรรจบกันที่เป้าหมายเดียวคือการใช้ได้จริงในหน้างาน ไม่ว่าจะเป็นภาพเรนเดอร์ที่อ้างอิงจากแคตตาล็อกสินค้าจริง หรือชุดเอกสารที่พร้อมส่งต่อเข้าไลน์ผลิตได้ทันที
Coohom AI ได้นำเสนอเครื่องมือที่ช่วยลดระยะเวลาในการทำงานบนเป้าหมายในการคืน ‘เวลา’ ในการสร้างสรรค์ให้กับนักออกแบบ เพื่อให้นักออกแบบทุกคนได้ทำสิ่งที่ AI ไม่สามารถทำแทนได้ คือการตั้งใจรับฟังบทสนทนาอย่างเข้าใจ ตีความทั้งมิติทางความคิดและอารมณ์ เพื่อนำไปสู่การออกแบบที่ตอบรับความต้องการและมีความหมายในท้ายที่สุด
ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบผ่าน browser โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรม ทดลองใช้งาน Coohom AI สำหรับองค์กรฟรี พร้อมรับคำแนะนำ Workflow ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ จากผู้เชี่ยวชาญของ Coohom ได้ที่: https://www.coohom.com/b2b/schedule-thai-demo?utm_source=Paid%20Advertising&utm_medium=Industry%20Media&utm_campaign=Art%204D&utm_content=AI-Instant%20and%20AI-Layout
_
Text: Ran Limtawin
Image courtesy of Coohom

Coohom Thailand

INTERVIEW: บทสัมภาษณ์ของ Steffen Larbig ที่กล่าวถึงบทบาทของ Light+Building ในฐานะกระจกสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ...
02/06/2026

INTERVIEW: บทสัมภาษณ์ของ Steffen Larbig ที่กล่าวถึงบทบาทของ Light+Building ในฐานะกระจกสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และสะพานเชื่อมระหว่างยุโรป เอเชีย และผู้คนจากทั่วโลก
เมื่อความยั่งยืน การใช้พลังงานไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ กลายเป็นโจทย์สำคัญที่กำลังกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมแสงสว่างและอาคาร Steffen Larbig ตำแหน่ง Director Brand Management งาน Light + Building ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นว่า บทบาทของ Light + Building ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแสดงนวัตกรรม แต่คือพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับโลก ระหว่างยุโรป เอเชีย และผู้คนจากหลากหลายวิชาชีพ เพื่อร่วมกันตีความทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง
อ่านต่อได้ที่
https://art4d.com/2026/06/steffen-larbig
_
As sustainability, electrification and intelligent infrastructure become key challenges shaping the future of the lighting and building technology industry, Steffen Larbig, Director Brand Management, Light + Building 2026, reflects that Light + Building's role is not just a platform for innovation, but a space for knowledge exchange and global networking between Europe, Asia, and people from diverse professions, to collectively reinterpret the industry's direction in a changing world.
Read more at
https://art4d.com/en/2026/06/steffen-larbig
_
Text: Nathanich Chaidee
Photo: Rungladda Chakputra


PHOTO ESSAY: 10.96% โปรเจกต์การถ่ายภาพทุกวันนี้เริ่มต้นจากความรู้สึกของการขาดแรงบันดาลใจในการถ่ายภาพ เลยคิดว่าโปรเจกต์นี...
30/05/2026

PHOTO ESSAY: 10.96%
โปรเจกต์การถ่ายภาพทุกวันนี้เริ่มต้นจากความรู้สึกของการขาดแรงบันดาลใจในการถ่ายภาพ เลยคิดว่าโปรเจกต์นี้น่าจะทำให้เราจับกล้องง่ายขึ้น ตลอดระยะเวลาในการทำโปรเจกต์นี้ทำให้เรารู้ว่า การถ่ายภาพสตรีทนอกจากประสบการณ์แล้ว ต้องพึ่งพาเรื่องของโชคชะตาด้วยเหมือนกัน เพราะบางวันเดินถ่ายภาพหลายชั่วโมงกลับไม่ได้ภาพที่พอใจ แต่ในบางวันเดินแค่ไม่กี่นาทีก็ได้ภาพที่พอใจแล้ว นั้นมันคือเสน่ห์ของการถ่ายภาพสตรีทในทุกๆ วัน
ภาพชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘10.96%’ โปรเจกต์ photobook ของ เจษฎา อินเอก ที่เกิดจากการถ่ายภาพวันละหนึ่งรูปทุกวันเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม โดยใน photobook นี้ เจษฎาได้คัดเลือกและตีพิมพ์รูปภาพที่เขาชอบที่สุดเป็นจำนวน 40 รูป หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.96% ของ 365 อันเป็นจำนวนรูปภาพทั้งหมดที่เขาได้ถ่ายไว้ในโปรเจกต์นี้
เจษฎา อินเอก เป็นช่างภาพ Street ที่ถ่ายภาพอย่างจริงจัง และเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม 365 Days Street Photography โดยตอนนี้เขากำลังทำ photobook ในชื่อ ‘40/365 Days Street Photography’
อ่านต่อได้ที่
https://art4d.com/2026/05/photo-essay-10-96
_
This photographic project began with a loss of momentum, a moment when the impulse to take pictures no longer came naturally. I thought that starting a project might make picking up the camera feel easier again. Over the course of the year, it taught me that street photography relies not only on experience, but also on chance. There were days when I walked for hours and found no image that felt right. On others, only a few minutes were enough. This unpredictability is part of the enduring appeal of photographing the street every day.
This series forms part of 10.96%, a photobook project by Jedsada In-ek, built around the simple discipline of taking one photograph each day for an entire year. From the 365 images produced through the project, Jedsada selected and published 40 photographs that he considered his strongest, representing 10.96 percent of the whole.
Jedsada In-ek, also known as Jad Jadsada, is a street photographer and the founder of 365 Days Street Photography. He is currently working on the photobook 40/365 Days Street Photography.
Read more at
https://art4d.com/en/2026/05/photo-essay-10-96
_
Text & Photo: Jad Jadsada


BOOK: Le Labo: The Essence of Slow Perfumery หนังสือ 551 หน้าจาก Le Labo ที่พาผู้อ่านร้อยเรียง 'ภาษาของกลิ่นหอม' ที่ถูกบ...
29/05/2026

BOOK: Le Labo: The Essence of Slow Perfumery
หนังสือ 551 หน้าจาก Le Labo ที่พาผู้อ่านร้อยเรียง 'ภาษาของกลิ่นหอม' ที่ถูกบอกเล่าผ่าน 10 บทหลักที่ไล่เรียงตั้งแต่ วัตถุดิบ (Ingredients) พื้นที่ทดลอง (Labs) ไปจนถึงงานหัตถศิลป์ (Artisanship) ผ่านบทความและภาพถ่ายที่เปี่ยมไปด้วยปรัชญาของแบรนด์บนบรรยากาศของความเนิบช้า อันสะท้อนกลับไปถึงวิถีแห่งงานหัตถกรรม (Handcrafted) ความละเมียดละไม และสุนทรียภาพที่ซ่อนอยู่ในเบื้องหลังของน้ำหอมทุกๆ ขวด
อ่านต่อได้ที่
https://art4d.com/2026/05/le-labo-the-essence-of-slow-perfumery
_
In this 551-page book, Le Labo curates the 'language of scent' across ten core chapters, moving from ingredients and laboratories to artisanship. Through slow-paced essays and photographs steeped in the brand’s philosophy, celebrating the handcrafted nature, delicacy, and underlying beauty that define the soul of every perfume.
Read more at
https://art4d.com/en/2026/05/le-labo-the-essence-of-slow-perfumery
_
Text: Ran Limtawin
Photo credit as noted


DESIGN: LINEAR BOUND KITCHEN ฉากหลังสำคัญของการดำเนินชีวิตที่ตอบรับทั้งการใช้งานและบรรยากาศของบ้าน โดย PODIUM และ Barazz...
29/05/2026

DESIGN: LINEAR BOUND KITCHEN ฉากหลังสำคัญของการดำเนินชีวิตที่ตอบรับทั้งการใช้งานและบรรยากาศของบ้าน โดย PODIUM และ Barazza
ในยุคที่ครัวนั้นมีฟังก์ชันมากกว่าพื้นที่ทำอาหาร PODIUM ผู้เชี่ยวชาญด้านงานไม้ จึงได้ร่วมพัฒนา LINEAR BOUND KITCHEN อันเป็นส่วนหนึ่งในคอลเล็กชัน BLOC SMITH กับ Barazza แบรนด์สเตนเลสจากอิตาลี ซึ่งนำเข้าโดย CUCINA GALLERIA
LINEAR BOUND KITCHEN เป็นการผสานของสองวัสดุอย่างไม้และสเตนเลส ด้วยเส้นสายอันประณีต โดดเด่น และกลมกลืนไปกับงานสถาปัตยกรรม อย่างหน้าบานระแนงซึ่ง PODIUM ประยุกต์เทคนิคละเอียดอ่อนอย่าง Kumiko ของญี่ปุ่น เพื่อเส้นระแนงที่บาง พร้อมสร้างมิติของแสงเงาที่เปลี่ยนตลอดวัน และด้วยประสบการณ์มากกว่า 50 ปีของ Barazza จึงได้ออกแบบให้งานสเตนเลสตอบโจทย์การใช้งานต่างๆ ตามแนวคิด Italian complete kitchen system พร้อม stainless steel finishes 5 รูปแบบที่สะท้อนตัวตนและวิถีชีวิตของผู้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ
อ่านต่อได้ที่
https://art4d.com/2026/05/linear-bound-kitchen-by-podium-x-barazza
_
When the kitchen is no longer just a space for preparing food, PODIUM, a Thai wood furniture brand, has developed LINEAR BOUND KITCHEN, part of the BLOC SMITH collection, in collaboration with Barazza, an Italian stainless steel specialist, which is imported and officially represented in Thailand by CUCINA GALLERIA.
LINEAR BOUND KITCHEN is a seamless, finely crafted union between wood and stainless steel. PODIUM introduces the wooden slatted cabinet fronts, inspired by Kumiko, the Japanese meticulous woodworking technique, creating a complex play of light and shadow, changing subtly throughout the day. Meanwhile, with more than 50 years of expertise in stainless steel kitchen systems, Barazza designs stainless steel worktops under the logic of the Italian complete kitchen system, and also offers five finishes to reflect the character of its users and the way they live.
Read more at
https://art4d.com/en/2026/05/linear-bound-kitchen-by-podium-x-barazza
_
Text: Ran Limtawin
Photo courtesy of PODIUM except as noted


ART: สำรวจชีวิตของสถาปนิก ผ่านเรื่องราวของ ‘ฮาจิมิ’ ใน Brand New Landscape ที่ ‘วงการสถาปนิกไม่ได้อยู่รอดกันง่ายๆ’ โดย ย...
28/05/2026

ART: สำรวจชีวิตของสถาปนิก ผ่านเรื่องราวของ ‘ฮาจิมิ’ ใน Brand New Landscape ที่ ‘วงการสถาปนิกไม่ได้อยู่รอดกันง่ายๆ’ โดย ยูอิกะ ดันซึกะ
Brand New Landscape คือภาพยนตร์คานส์เดบิวต์เรื่องแรกของผู้กำกับในวัยเพียง 26 ปีอย่าง ยูอิกะ ดันซึกะ (Yuiga Danzuka) โดยมาพร้อมกับเรื่องราวชีวิตของ 'ฮาจิมิ' (Hajimi) ชายที่ควบ 2 บทบาทคู่ขนานระหว่างสถาปนิกและการเป็นหัวหน้าครอบครัว บนคำถามที่ว่าเมื่อการทำงานหนักกลายเป็นภาษาบอกรักเพียงอย่างเดียวที่เขารู้จัก เขาจะยังสามารถส่งต่อรักที่อบอุ่นในแบบที่ครอบครัวต้องการได้บ้างหรือเปล่า
ภายใต้เรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอกและครอบครัว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังแอบซ่อนประเด็นบางอย่างที่ชวนให้นึกถึงโลกความในจริงในการทำงานของสถาปนิกทั้งอำนาจในที่ทำงาน ความโดดเดี่ยวของ Starchitect ไปจนถึงตัวตนของสถาปนิกที่สุดท้ายแล้วก็เป็นปุถุชนคนธรรมดาที่กำลังใช้ชีวิตอยู่เท่านั้นเอง
*เนื้อหาบทความมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์*
อ่านต่อได้ที่
https://art4d.com/2026/05/brand-new-landscape
_
Brand New Landscape, the Cannes debut of 26-year-old director Yuiga Danzuka, follows the life of Hajimi, a man suspended between two parallel roles: architect and head of the family. At its center lies a difficult question: when hard work has become the only language of love he knows, can he still give his family the warmth they need?
Beyond the narrative relationship with Hajimi and his family, the film subtly portrays a story relatable to the real world of architects - office cultures that extract perfection from their workers, the solitary life of the ‘starchitect,’ the architect as nothing but an ordinary human trying to live their life well.
*This article contains spoilers.
Read more at
https://art4d.com/en/2026/05/brand-new-landscape
_
Text: Ran Limtawin
Image courtesy of SIGLO Ltd.


ที่อยู่

7th Floor, Krung Thai Tractor Building, 3675 Rama4 Road, Prakanong, Klongtoey
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622602606

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ art4dผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง art4d:

แชร์

ประเภท