02/05/2026
รมต.แรงงานประกาศ 5 ยุทธศาสตร์ ยกทักษะและคุณภาพชีวิตของแรงงาน ทุกกลุ่มแรงงาน"วันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนปัจจุบัน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้กล่าวรายงานต่อรองนายก
ถึงว่า จะมีการยกทักษาและคุณภาพชีวิตของแรงงานไปข้างหน้าในทุกกลุ่มแรงงาน ทั้งแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ และแรงงานกึ่งอิสระ หรือแรงงานแพลตฟอร์ม ให้เติมโตไปกลับเศรษฐกืิจมูลค่าสูงอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม และยั่งยืน เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ดังกล่าวรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีโดยกระทรวงแรงงาน จึงมุ่งมั่นพัฒนาผ่าน 5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วนเพื่อสร้างรากฐานให้แข็งแกร่งให้กับแรงงานดังนี้
1. การปฏิรูประบบประกันสังคม ยุคใหม่มุ่งเน้นการการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ โดยมีการศึกษาแนวทางการคำนวนบำนาญชราภาพ หรือสูตรแคร์ให้สอดคล้องเหมาะสมกับค่าจ้างตลอดช่วงชีวิตเพื่อสวัสดิการที่มั่นคงของผู้ประกันตน
2. การพัมนาทักษะแห่งอนาคต เรียนจบได้งานเพื่อสร้างสดุลดีมานและทรัพพายในตลาดแรงงานที่แท้จริงในเรื่องของAi ดริบรับชั่น เพื่อนำเรื่องของAi ปัญญาประดิษฐ์มาเสริมศักยภาพแรงงานไทยให้เป็นผู้ส่งออกทางปัญญาในระดับสากล
3. การคุ้มครองสิทธิเชิงรุกกับโครงการรีสกิล อัฟสกิล เพื่อสร้างทางเลือกให้กับนายจ้างเน้นการพัฒนาบุคลากร แทนการเลิกจ้าง พร้อมยกระดับเรื่องความปลอดภัยในการทำงานอย่างเป็นรูปะรรม
4. การบริหารจัดการโครงการตลาดแรงงาน เร่งขยายโอกาสเปิดตตลาดแรงงานฝีมือในต่างประเทศเพื่อให้ผลตอบแทนสูงควบคู่กับการจัดการแรงงานข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพ
5. การยกระดับแรงงานกึ่งอิสระและแรงงานแพลตฟอร์มและสร้างระบบประกันสังคมที่ยืดหยุ่น เพื่อให้พี่น้องแรงงานกึ่งอิสระและแรงงานแพลตฟอร์มได้รับการคุ้มครองและเข้าถึงสวัสดิการอย่างครอบคลุมยุทธสาสตร์ทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายสูงสุดในการพาแรงงานไทยก้าวสู่การสร้างภาพแห่งความท้าทายไปสู่ความมั่งคั้งเศรษฐกิจดีงานดีเพื่อให้ทุกท่านมีงานที่มีคุณภาพมีรายได้ที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่สมศักดพิืศรีอย่างแท้จริงใน 4 ปีข้างหน้า...
โดย 8 ข้อเรียกร้องวันแรงงาน
สำหรับวันที่ 1 พ.ค. วันแรงงานแห่งชาติและวันกรรมกรสากล ผู้ใช้แรงงานรวมทั้งหมด 27 องค์กร มีดังนี้
ข้อ 1. ให้รัฐบาลเร่งรัดการรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว ค.ศ. 1948 และฉบับที่ 98 ว่าด้วยเรื่องสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง ค.ศ. 1949
ข้อ 2. ให้รัฐบาลตราพระราชบัญญัติหรือประกาศเป็นกฎกระทรวงให้มีการจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง เพื่อเป็นหลักประกันในการทำงานของลูกจ้าง
ข้อ 3. ให้รัฐบาลยกเว้นการจัดเก็บภาษีเงินได้จากเงินก้อนสุดท้ายที่นายจ้างจ่ายให้กับลูกจ้าง เมื่อพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างในทุกกรณี ทั้งภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท)
ข้อ 4. ให้พนักงานรัฐวิสาหกิจสามารถ สมัครเป็นผู้ประกันตนตาม ม.40 เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองทางสังคมอย่างเป็นธรรม
ข้อ 5. ให้รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานปรับปรุงระบบประกันสังคมดังนี้
5.1 ให้ขยายวงเงินกรณีการคลอดบุตรจากเดิม 15,000 บาท เป็น 30,000 บาท
5.2 เมื่อผู้ประกันตนได้รับบำนาญแล้วให้คงสิทธิไว้ 3 กรณี คือ
5.2.1 กรณีเจ็บป่วย
5.2.2 กรณีทุพพลภาพ
5.2.3 กรณีตาย
5.3 กรณีที่ผู้ประกันตนเข้ารับการรักษาโรคร้ายแรงและเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็งทุกชนิดให้ครอบคลุมถึงการใช้ยารักษาพยาบาลตามคำสั่งแพทย์
5.4 ให้ขยายอายุเริ่มเป็นผู้ประกันตนจากอายุ 15-60 ปี เป็น 15-75 ปี เพื่อให้เข้ากับสังคมผู้สูงอายุ
ข้อ 6. ให้รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงาน ตรวจสอบและดำเนินการให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างเหมาค่าแรงต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.11/1 อย่างเคร่งครัด
ข้อ 7. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวงฉบับที่ 7 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2541 กฎกระทรวงฉบับที่ 8 ลงวันที่ 14 กันยายน 2541 และกฎกระทรวงฉบับที่ 13 ลงวันที่ 27 มกราคม 2543 ซึ่งกฎกระทรวงทั้งสามฉบับออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยกฎกระทรวงทั้งสามฉบับมีข้อความตัดสิทธิลูกจ้างรายเดือนที่ทำงานล่วงเวลาไม่ให้ได้รับค่าล่วงเวลาหนึ่งเท่าครึ่งเช่นเดียวกับพนักงานรายวัน
ข้อ 8. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่งตั้งคณะทำงานติดตามข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติปี พ.ศ. 2569 ภายใน 30 วันและจัดให้มีการประชุมเพื่อติดตามข้อเรียกร้องทุกๆ 2 เดือน