Hear & Found Hear & Found is a creative social enterprise based in Thailand. We provide access to distinctive local music and sound around Thailand.

To expose these cultural treasures for media creators and adventurous listeners. We focus on increase public’s acceptance of the culturally diverse groups, particularly indigenous people. By building public awareness and creating more jobs opportunities in creative fields through showcasing their music and cultures as a medium of communication.

ขอบคุณ Urban Creature ที่มาทำความเข้าใจแนวคิดของการแสดงที่พวกเราตั้งใจสร้างพื้นที่ที่ความหลากหลายและดนตรีท้องถิ่นได้แสดง...
13/08/2026

ขอบคุณ Urban Creature ที่มาทำความเข้าใจแนวคิดของการแสดงที่พวกเราตั้งใจสร้างพื้นที่ที่ความหลากหลายและดนตรีท้องถิ่นได้แสดงตัวตนอย่างภาคภูมิใจ 💓

09/08/2026

ทุกคนเคยคิดไหมว่าธรรมชาติช่วยอะไรเราได้บ้าง และเราสามารถเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดได้อย่างไร?
ทริป ‘บายกาย บายใจ ไปกับทะเลจะนะ🌊’ ให้คำตอบนี้กับเรา จากการที่พี่ๆ กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น และชีวาสุข หาดใหญ่ พาเราไปทำกิจกรรมที่ชวนให้สัมผัสถึงพลังของธรรมชาติที่สามารถช่วยบำบัดและปรับสมดุลให้กับร่างกายเราได้ รวมถึงไปเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยรักษาสมดุลของธรรมชาติทางทะเลไปพร้อมๆ กัน ที่ชายหาดบ้านสวนกง ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา
ถ้าสนใจอยากสัมผัสบรรยากาศทริปแบบนี้ สามารถติดตามพี่ๆ ชุมชนจะนะรักษ์ถิ่น ได้ที่ Waves of love เพื่อให้ไม่พลาดทริปดีๆ แบบนี้ครั้งถัดไป
ขอบคุณ Greenpeace Thailand ที่ชวนพวกเราไปมีประสบการณ์ร่วมกับชุมชนและธรรมชาติในครั้งนี้ด้วยค่า

🌿Resting Room ห้องแห่งการพักกายใจ ด้วยเสียงธรรมชาติที่โอบอุ้มเราตั้งใจให้ห้องนี้ เป็นพื้นที่ที่ทุกคนได้มากพักกาย พักใจ ผ...
05/08/2026

🌿Resting Room ห้องแห่งการพักกายใจ ด้วยเสียงธรรมชาติที่โอบอุ้ม
เราตั้งใจให้ห้องนี้ เป็นพื้นที่ที่ทุกคนได้มากพักกาย พักใจ
ผ่านเสียงธรรมชาติที่ Hear & Found ได้มาจากการเดินทางตลอด 5 ปี
บางคนเมื่อเข้าไปในห้องนี้อยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง และออกมาพร้อมท่าทีที่สลึมสลือ เพราะมีความสุขกับการได้พักร่างกายอย่างเต็มที่ บางคนเมื่อฟังเสียงธรรมชาติเหล่านี้แล้วก็หวนคิดถึงประสบการณ์การเดินทางในที่ต่างๆ
พวกเราดีใจที่เสียงเหล่านั้นได้มีพื้นที่ในการส่งเสียง และทำให้ทุกคนได้พัก และอยู่กับตัวเอง หากมีโอกาสเราก็อยากจะพัฒนาให้เสียงเหล่านี้ได้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น ขอบคุณผู้ฟังทุกคนที่เปิดใจ เปิดหูรับฟังเสียงของธรรมชาติในประเทศของเรา
แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้าค่า

We built this space as a sanctuary to unwind through natural soundscapes gathered over our 5 year journey across Thailand.

Every sound is recorded live on-location, and every listen directly supports local communities in protecting and preserving their natural environments.
Whether visitors stayed for hours to catch up on deep rest or paused to reminisce about past travels, we are so grateful these sounds helped you recharge and reconnect with yourselves.
Thank you for opening your hearts and ears to nature's voice. Until next time! ✨

อีก 3 วันสำหรับการลงทะเบียนเวิร์กชอปดีๆ!มาไขข้อสงสัยต่างๆ ของ Time to RESETเผื่อใครยังลังเล สงสัย ไม่แน่ใจอะไร มาหาคำตอบ...
29/07/2026

อีก 3 วันสำหรับการลงทะเบียนเวิร์กชอปดีๆ!
มาไขข้อสงสัยต่างๆ ของ Time to RESET
เผื่อใครยังลังเล สงสัย ไม่แน่ใจอะไร มาหาคำตอบกัน
ถ้ามั่นใจแล้ว ลงทะเบียนเข้าร่วมเวิร์กชอปที่อยากทำที่ https://linktr.ee/resttoreset
มาพักและมาพบกันน้า

ในวันหยุด เราอยากให้บางอย่างกับตัวเอง...พื้นที่ปลอดภัย ▫️พลังงานบวก ▫️อาหารที่ดี ฯลฯเราขอแนะนำกิจกรรมที่พอจะเป็นของขวัญใ...
24/07/2026

ในวันหยุด เราอยากให้บางอย่างกับตัวเอง...
พื้นที่ปลอดภัย ▫️พลังงานบวก ▫️อาหารที่ดี ฯลฯ
เราขอแนะนำกิจกรรมที่พอจะเป็นของขวัญให้ทุกคนได้กลับมาดูแลตัวเอง เชื่อมโยงกับธรรมชาติข้างในตัวเราด้วยวิธีต่างๆ ในวันหยุด
✨ลงทะเบียนแต่ละกิจกรรมได้ที่ https://linktr.ee/resttoreset
พบกันที่งาน Time to RESET
วันที่ 1-2 สิงหาคม 2569
เวลา 9.30-17.30 น.
ที่ Sriwiang Heritage House
หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก https://www.facebook.com/share/p/18iGHNSiWq/?mibextid=wwXIfr
ปล.แต่ละกิจกรรมใกล้เต็มแล้ว รีบลงทะเบียนกันน้า :)

การแสดง North to South ที่ได้นำเสนอเพื่อต้อนรับเจ้าหญิงแอนน์ จากสหราชอาณาจักรที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งผลงานที่พวกเราตั้งใจ ...
22/07/2026

การแสดง North to South ที่ได้นำเสนอเพื่อต้อนรับเจ้าหญิงแอนน์ จากสหราชอาณาจักรที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งผลงานที่พวกเราตั้งใจ และพยายามละเมียดละไมทุกขั้นตอน
เวทีนี้ ไม่ได้แค่เป็นการโชว์ดนตรีทางวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว แต่เรามองว่า เป็นโอกาสในการทำให้ทุกคนได้เห็นว่า ดนตรีชนเผ่าสามารถบอกเล่าถึงวิถีชีวิต และสร้างการมีส่วนร่วมกับศิลปินชุมชนได้ ซึ่งเป็นความพยายามของทีมเรามาตลอด เพราะเราเชื่อว่า ดนตรีชนเผ่าและเสียงจากท้องถิ่นนั้นมีคุณค่าในการสะท้อนตัวตนและความเป็นคนไม่แพ้ศิลปะแขนงอื่น
ความประทับใจในการทำงานครั้งนี้ คือนอกจากจะร่วมกันออกแบบโชว์กับน้องๆ ไทใหญ่ และคณะรองเง็งแม่จิ้วพรสวรรค์ ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์อูรักลาโว้ย ยังได้รับความร่วมมือและคำแนะนำจากน้องสุ เครือข่าย TKN น้องคำอิง และเครือข่ายไทใหญ่ในกทม. ที่มาร่วมด้วยช่วยกันในการจัดหาอุปกรณ์การแสดงให้พร้อมสรรพ
และเป็นครั้งแรกที่พวกเราทดลองสร้างบรรยากาศแวดล้อมให้การแสดงทั้งภาพและเสียง เราดีใจที่ได้ใช้คลังที่พวกเราคอยบันทึกและสะสมกันมาหลายปี ไม่ว่าจะทิวทัศน์ภูเขา จาก อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน และแนวชายหาด ทะเล จากแหลมตุ๊กแก จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นบ้านจริงๆ ของทางคณะรองเง็งแม่จิ้วพรสวรรค์ ทั้งหมดนี้ เพราะเราอยากให้การแสดงนี้ครบอรรถรสมากยิ่งขึ้น อยากให้คนดูรู้สึกประทับใจ ได้เห็นทิวทัศน์และบรรยากาศสภาพแวดล้อมอันสมบูรณ์ที่เป็นบ้านของคนชนเผ่าพื้นเมือง
สำหรับเราแล้ว การแสดงเพียง 5 นาที ที่ถึงแม้จะดูสั้น แต่นี่คือเวทีของความภูมิใจ เวทีของศิลปวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ที่น่าชื่นชม เป็นโชว์ที่น่ารักแต่ทรงพลัง ทุกอย่างผ่านมาได้จากความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย รวมถึงทางคุณเจย์ และ British Council ที่ให้โอกาส เชื่อในสิ่งที่เราทำ และ make it possible ในครั้งนี้
We are honored to welcome the Royal Princess
ขอขอบคุณทุกกคนที่เป็นกำลังใจให้เราเสมอมา และเราเองก็ทำหน้าที่ในการเป็นสะพานเชื่อมผู้คนให้เห็นความหลากหลายและการอยู่กับธรรมชาติของเพื่อนๆ พวกเราต่อไป

Since Day 1 at Hear & Found, our dream has been to see indigenous music valued on the global stage.
That dream came true when the British Council invited us to curate "North to South"—a special performance by Tai Yai and Rong Ngeng artists to welcome HRH The Princess Royal (Princess Anne).
Despite the pre-show nerves, our artists owned the stage with pure pride, showing the world that ethnic music stands beautifully alongside classical art and theater. What we dreamed of 8 years ago finally happened.
To all our indigenous brothers and sisters: Your roots have immense value. Keep sharing your voice! We are honored to welcome the Royal Princess. Thank you to the British Council for supporting diversity. Thank you to everyone for your endless support. We will keep building bridges.

ถ้าอยากได้ยินเสียงธรรมชาติเหล่านี้ อยากชวนไปฟังที่...Resting Room ห้องของการพัก กลับมาอยู่กับตัวเอง เราออกแบบห้องแห่งเสี...
21/07/2026

ถ้าอยากได้ยินเสียงธรรมชาติเหล่านี้ อยากชวนไปฟังที่...
Resting Room ห้องของการพัก กลับมาอยู่กับตัวเอง
เราออกแบบห้องแห่งเสียงที่อยากให้ทุกคนได้มานั่งพัก ได้ digital detox ชั่วครู่ ให้เวลากับร่างกายและจิตใจได้พัก มีเสียงเสียงของธรรมชาติเป็นเพื่อน ที่เราคัดสรรมาจากคลังเสียงที่พวกเราไปเก็บสะสมจากหลากหลายพื้นที่ในประเทศไทย
ภายในห้องประกอบด้วยเสียงธรรมชาติ 4 แทรค 4 บรรยากาศ
วันที่ 1-2 สิงหาคม 2569
เวลา 9.30-17.30 น.
ที่ Sriwiang Heritage House ชั้น 2
ห้องนี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน Time to RESET ที่อยากชวนคนที่เหนื่อยล้า อยากกลับมาดูแลกายใจตัวเอง ผ่านกิจกรรมด้านต่างๆ ทั้งการกินดี การนอนดี การขยับร่างกายดี และดูแลจิตใจ จาก Facilitator ผู้เชี่ยวชาญ
สามารถเลือกลงทะเบียนกิจกรรมที่สนใจได้ที่ Link Bio ☝🏼
หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมจาก https://www.facebook.com/share/p/18iGHNSiWq/?mibextid=wwXIfr

ทำงานหนักมาครึ่งปี เรารู้ว่าทุกคนเหนื่อยแล้ว...และเรากำลังจะจัดงานให้ทุกคนได้พัก ให้เวลาคุณภาพกับตัวเองในงาน Time to RES...
14/07/2026

ทำงานหนักมาครึ่งปี เรารู้ว่าทุกคนเหนื่อยแล้ว...
และเรากำลังจะจัดงานให้ทุกคนได้พัก ให้เวลาคุณภาพกับตัวเองในงาน Time to RESET เดือนสิงหาคมนี้ โดยเราได้ curate กิจกรรมเชิง self-care และเชื่อมโยงกับธรรมชาติที่เน้นการดูแลตัวเราแบบครบวงจร ทั้งการกิน การนอน ร่างกายและจิตใจ เราตั้งใจ curate มาให้ทั้งหมด 9 กิจกรรม โดยมี 6 กิจกรรมหลักที่เน้นดูแลกาย-ใจ และ 3 กิจกรรมย่อยน่ารักๆ ทำได้ทั้งวันเหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย
พร้อม 🌿ห้อง immersive เสียงธรรมชาติจากทั่วประเทศไทย ชวนคุณมาพัก มานอน
🗓️วันเสาร์ที่ 1 และวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569
เวลา 9.30-17.30 น.
📍สถานที่ Sriwiang Heritage House (BTS สุรศักดิ์)
Location : https://maps.app.goo.gl/TtopbjB32K8yrsuj9

✨ดูรายละเอียด และเลือกลงทะเบียนเข้าร่วมแต่ละกิจกรรมหลักได้ที่ https://linktr.ee/resttoreset
ค่าใช้จ่าย 300 บาทต่อกิจกรรมเท่านั้น
-----------

ในงานมีอะไร?
✨กิจกรรมที่ชวนดูแลกายและใจ ชวน Pre-booked ก่อน เพราะมีที่จำกัด โดยทั้ง 6 กิจกรรม นำโดยกระบวนกรผู้เชี่ยวชาญ ทุกคนมีความตั้งใจสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้คนได้กลับมาหาตัวเอง เชื่อมโยงกับธรรมชาติและชุมชน
💓ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://linktr.ee/resttoreset
*จำกัดการลงทะเบียน 1 ท่าน ต่อ 1 กิจกรรม
**ทางทีมงานจะมีการยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรมผ่าน E-mail
***ค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรม Pre-booked 300 บาทต่อกิจกรรม สามารถนำมาแลกเข้าร่วมกิจกรรม Art & Craft ได้ 2 กิจกรรมภายในงาน

✨กิจกรรมเวิร์คชอป Art & Craft 3 กิจกรรมย่อย ที่สามารถ Walk-in เข้ามาได้ทั้งวัน มาพบกิจกรรมสร้างสรรค์จากคนอารมณ์ดี อย่าง Tanpopo ทำกรอบรูปด้วยดอกไม้ และเวิร์คชอปทำเครื่องประดับสไตล์ชนเผ่า โดยกลุ่มวัยรุ่นกะเหรี่ยงโผล่ว ชุมชนห้วยหินดำ และยังได้ระบายสีธรรมชาติ โดยศรีเวียง
*ค่าใช้จ่าย 150 บาทต่อกิจกรรม

🌳🔊Resting Room ห้องแห่งการพัก กลับมาอยู่กับตัวเอง ด้วยภาพและเสียงในประเทศไทยที่พวกเราตั้งใจทำ มาพัก มานอนฟังเสียงป่า เสียงลำธาร เสียงทะเล และโลกใต้ทะเลกันได้แบบส่วนตัวๆ
โพสต์นี้ เป็นเพียงการช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ติดตาม Hear & Found ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ ภายใต้โครงการ Rest to Reset หรือหากใคร อยากทราบดีลหรือโปรโมชั่นด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ สามารถติดตามได้ที่เพจ Rest to Reset

สิ่งที่มีค่าคือ เสียงพี่ๆ น้องๆ ชนเผ่าพื้นเมืองทุกคน และเสียงของธรรมชาติที่รอการรับฟัง เราทำในสิ่งที่เราเชื่อ และสิ่งที่...
08/07/2026

สิ่งที่มีค่าคือ เสียงพี่ๆ น้องๆ ชนเผ่าพื้นเมืองทุกคน และเสียงของธรรมชาติที่รอการรับฟัง

เราทำในสิ่งที่เราเชื่อ และสิ่งที่เราพอส่งต่อให้ผู้คนได้รับฟัง รวมถึงเพื่อนทุกคนของเรายังส่งเสียงของตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ

ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ชนเผ่าที่ยังคงส่งเสียงและเป็นตัวเองอยู่
ขอบคุณประชาไท และพจน์ที่เป็นอีกพื้นที่ให้เสียงที่หลากหลายค่า

8 ปีของ ‘Hear & Found’
คนเมืองที่ใช้ ‘เสียง’ เชื่อม ‘คนนอก’ ให้ได้ยินเสียงคนชาติพันธุ์
ชงรัฐส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรม
ในปี 2018 มีคนกรุงเทพฯ สองคนที่เกิดความคิดอยากศึกษาเรื่องราวความหลากหลายของชุมชนชาติพันธุ์ในไทยอย่างจริงจัง พวกเขาเริ่มหาข้อมูล และหาคำตอบว่าทำไมเสียงของชุมชนชาติพันธุ์ในเวลานั้นถึงเป็นเสียงที่ไม่มีคนได้ยินและสนใจ จนทั้งสองไปเจอหนังสือชุด "ผู้คน ดนตรี ชีวิต" ซึ่งเป็นหนังสือรวมบทความจากการประชุมทางด้านมานุษยวิทยา ครั้งที่ 8 ที่มีคำกล่าว สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ อาจารย์และนักมานุษยวิทยาชาวปกาเกอะญอ ที่กล่าวไว้ว่า “วัฒนธรรมที่สูญหายไป หลายๆ ครั้งมันเกิดจากความที่คนไม่เข้าใจ”
สุวิชานใช้การเล่นดนตรีเตหน่าเพื่อทำให้คนนอกสนใจ เครื่องดนตรีรูปร่างแปลกตาลักษณะคล้ายพิณ และเสียงร้องภาษากะเหรี่ยงที่ไม่คุ้นหู ดึงดูดความสนใจและความหมายที่ซ่อนวิถีชีวิตของชาวปกาเกอะญอในเนื้อเพลง เสียงนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในจุดเริ่มต้นของ Hear & Found ธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อสังคมที่เป็นสื่อกลางให้คนได้เข้าถึงดนตรีและเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศไทย
โดยเม (ศิรษา บุญมา) อดีตนักศึกษาคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรที่เคยลงพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์สมัยเป็นนักศึกษา และไปเจอกับเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ ที่เธอไม่เคยเจอ กลายเป็นความรู้สึกผูกพันกับเครื่องดนตรีแปลกๆ เหล่านี้ และ รักษ์ (ปานสิตา ศศิรวุฒิ) อดีตนักศึกษาวารสารศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่สมัยเป็นนักศึกษาชื่นชอบการไปค่ายอาสาพัฒนาชนบท และได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงจนเกิดเป็นความเชื่อมโยงกับชุมชน
เป็นเวลา 8 ปีแล้วที่ Hear & Found ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมต่อให้คนภายนอกได้ทำความรู้จักกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ผ่านเครื่องมืออย่างเสียงและการฟัง เพื่อให้คนเมืองแบบเดียวกันกับพวกเขาทั้งสอง ที่เติบโตมาโดยไม่มีโอกาสได้ทำความเข้าใจเสียงเหล่านั้น ได้มีโอกาสเข้าถึงเรื่องราวเสียงชาติพันธุ์
“คนที่เราเคยเจอเขาบอกว่า เขาไม่มีบัตรประชาชน ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีโอกาสเท่าเราที่โตในเมืองหลวง มันจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่าเป็นไปได้อย่างไรกัน”
เมเล่าย้อนประสบการณ์สมัยที่เรียนอยู่ระดับชั้นปีที่ 3 ที่เธอมีโอกาสเข้าไปในชุมชนชาติพันธุ์ เมมองว่า การที่คนเมืองอย่างเธอไม่เข้าใจคนในป่าอย่างกลุ่มชาติพันธุ์ เพราะพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้สิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรจะได้รับ กลายเป็นปัจจัยที่ตัดขาดคนเมืองกับกลุ่มชาติพันธุ์ออกจากกัน
แต่ด้วยความสงสัยและอยากเข้าใจวิถีชีวิตของผู้คนที่แตกต่าง เมจึงเริ่มเดินทางไปยังชุมชนชาติพันธุ์ต่างๆ ชุมชนแรกที่เธอเข้าไปคือชุมชนดอยช้างป่าแป๋ ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ทำให้เธอได้เจอกับ บัญชา มุแฮ หรือชื่อปกาเกอะญอ ดี ปุ๊ นุ๊ ศิลปินชาวกะเหรี่ยง
“เราเริ่มพูดคุยกับเขาเรื่องดนตรี ขอบันทึกเสียงและชวนเขามาเล่นดนตรีที่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เขาเล่าเรื่องราวผ่านดนตรี”
ในขณะที่เมใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการฟัง เพื่อทำความเข้าใจวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ รักษ์ที่มีทักษะด้านการสื่อสารมองว่าช่วงก่อนปี 2561 ความเข้าใจของสังคมไทยต่อชุมชนชาติพันธุ์มีน้อยมาก
ทั้งสองจึงเริ่มพูดคุยกันว่าจะสื่อสารเรื่องของเสียงและดนตรีชาติพันธุ์ออกไปอย่างไรให้คนภายนอกได้ยิน รักษ์กล่าวว่ากิจกรรมหลักของกลุ่ม Hear & Found ที่ทำประกอบด้วย การทำนิทรรศการเสียง ใช้เสียงเป็นสื่อนำให้คนใช้หูรับฟังเรื่องราวของเสียงนั้นๆ ทั้งเสียงดนตรีชนเผ่า และเสียงธรรมชาติที่ปรากฏในชุมชน ที่ยกนิทรรศการเหล่านั้นมาอยู่ในเมือง
ต่อมาคือการจัดกิจกรรม เปิดพื้นที่ให้คนชาติพันธุ์นำเรื่องราวและภูมิปัญญาต่างๆ ของตนเอง มาถ่ายทอดผ่านกิจกรรม Workshop ยกตัวอย่างเช่น การย้อมสีจากวัสดุจากธรรมชาติ การบอกเล่าเรื่องราวผ่านอาหารชนเผ่า เป็นต้น
“คนที่เคยมาร่วมกิจกรรม ส่วนใหญ่เป็นคนเมืองที่บางครั้งพวกเขาก็ยอมรับว่า ไม่รู้จักคำว่าชาติพันธุ์มาก่อน หรือยังมีอคติที่มองว่าคนเหล่านี้ทำลายธรรมชาติ”
รักษ์กล่าวว่าเวลา 8 ปีที่ผ่านมา เธอได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยที่มีความเข้าใจต่อชุมชนชาติพันธุ์มากขึ้น เมเสริมว่าการจะทำให้คนเปิดใจนั้น ไม่ใช่แค่การทำให้เขาได้ยินเสียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างประสบการณ์การฟัง ที่ทาง Hear & Found พยายามออกแบบพื้นที่หรือกระบวนการ โดยใช้ดนตรีเป็นสื่อนำ
“ดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์มักมีเรื่องราวอยู่เบื้องหลัง มันเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนฟังแล้วใจเย็นที่จะฟัง แต่เสียงชาติพันธุ์ไม่ได้มีแค่เสียงดนตรี มันมีเสียงของธรรมชาติที่เปล่งเสียงถึงพวกเขาตลอดเวลา ถ้าไม่มีกลุ่มชาติพันธุ์ป่าก็คงไม่สมบูรณ์” เมกล่าว
เมมองว่า วันนี้เสียงกลุ่มชาติพันธุ์ดังขึ้น สามารถเข้าถึงติดตามเรื่องราวของพวกเขาได้ง่ายขึ้นผ่านโซเชียลมีเดีย คนชาติพันธุ์หลายคนปรากฏตัวออกสู่สังคมอย่างมั่นใจ หลายคนมีสื่อในมือที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก วันนี้พวกเขารู้ว่าต้องการสื่อสารอะไร โดยที่ไม่ต้องรอสื่อหรือคนจากภายนอก มาสื่อสารเรื่องราวของตนเอง
“แต่เสียงที่หายไปก็มี เสียงดนตรีหลายๆ บ้านที่หายไป เสียงวิถีชีวิตบางอย่างก็เริ่มไม่มีแล้ว มันเกิดจากความที่โลกหมุนเร็ว และกฎหมายที่บีบบังคับทำให้วิถีบางอย่างหายไป” เมกล่าว
รักษ์เสริมว่าดังนั้นทุกครั้งที่ Hear & Found ลงพื้นที่ทำงานกับชุมชน ก่อนที่ทั้งสองจะถ่ายทอดเรื่องราวใดๆ ออกมา คำถามสำคัญที่ต้องถามคือ ‘พวกเขาอยากเล่าเรื่องนี้ไหม หรืออยากให้คนนอกเข้าใจเรื่องเหล่านี้ว่าอย่างไร’
แต่สิ่งที่ตามหลังคนได้ยินและรับฟังเสียงของชุมชนชาติพันธุ์แล้วนั้น เมเห็นว่าประเด็นเรื่องชาติพันธุ์เป็นหัวข้อที่คนพูดถึงกันมากขึ้น แต่ก็อยู่ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านและสร้างความเข้าใจใหม่ บนพื้นฐานความไม่แน่ใจของคนเมือง ที่หลายคนก็ยังมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว
“แต่ถ้าคนที่สนใจก็จะอินไปเลย” เมเล่าประสบการณ์ของตนเอง “การได้ยินเรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ทำให้เราเข้าข้างชุมชนโดยไม่รู้ตัว และยิ่งเราอินกับเรื่องชาติพันธุ์มากขึ้นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีระยะห่างกับคนภายนอกโดยไม่รู้ตัว”
ในหลายครั้งเมและรักษ์ต้องกลับมาทบทวนบทบาทของ Hear & Found ว่ามีความตั้งใจเป็นสะพานเชื่อมระหว่างชุมชนชาติพันธุ์กับสังคมภายนอก แต่กลับกันพวกเขาเคยได้รับเสียงสะท้อนว่า การที่พวกเขาทำงานกับชุมชนชาติพันธุ์อย่างใกล้ชิด ทำให้คนนอกรู้สึกว่าจุดยืนของกลุ่มมันไกลออกไปจนคนนอกไม่สามารถเข้าถึงได้
“ต่อให้คนนอกอย่างเราจะผูกพันหรืออยากปกป้องชุมชนเพียงใด เราต้องตระหนักเสมอว่าจริงๆ แล้วชุมชนเขาก็สามารถดูแลตัวเองได้” เมกล่าวทิ้งท้าย
โดยรักษ์สรุปว่า วันนี้ชุมชนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองมีเครื่องมือในการปกป้องตนเองผ่านพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 เสียงที่ตามมาหลังกฎหมายดังกล่าวประกาศใช้คือ ความหวังที่ควบคู่กับความกังวล คนชาติพันธุ์หวังจะใช้กฎหมายนี้ในการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิของตนเอง แต่ก็กังวลถึงความทับซ้อนกับกฎหมายอื่นๆ เช่น กฎหมายในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เป็นต้น
ในฐานะกลุ่มคนเมืองที่เข้าไปฟังเสียงชุมชนชาติพันธุ์มาตลอด 8 ปี ทั้งรักษ์และเมมองว่าทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ยังมีศักยภาพอีกมาก ที่รอคอยให้รัฐส่งเสริมผ่านช่องทางกฎหมายที่วันนี้เริ่มเปิดรับ

ชวนน้องๆ เยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองกว่า 90 ชีวิต หลายชนเผ่าทั่วประเทศไทย  มารู้จักหู รู้จักเสียงรอบตัว และเสียงของตัวเองกิจกร...
05/07/2026

ชวนน้องๆ เยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองกว่า 90 ชีวิต หลายชนเผ่าทั่วประเทศไทย มารู้จักหู รู้จักเสียงรอบตัว และเสียงของตัวเอง
กิจกรรมเสียงสร้างสรรค์แนวใหม่ ให้น้องๆ เยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองได้ใช้หูของตัวเองให้ลึกมากยิ่งขึ้น โดยการสำรวจเสียงโดยรอบ ทั้งเสียงนก ลม ใบไม้ ผู้คน ไปจนถึงสังเกตเสียงที่มีความสำคัญต่อตัวเอง เป็น workshop ที่เน้นการให้เวลาตัวเองได้ลงมือสำรวจความเคลื่อนไหวผ่านหู
และที่สำคัญ ยังได้ชวนให้น้องๆ ทุกคนได้ส่งเสียงของตนเอง เสียงของภาษาแม่ ปล่อยพลังแห่งความรัก หลอมรวมความหลากหลายด้วยกันภายในวง เราได้เห็นแต่ละคนเปล่งเสียงภาษาแม่อย่างสุดหัวใจ ดังก้องกังวาลอย่างมั่นใจ เป็นซุ่มเสียงที่ส่งถึงรากและตัวตนของตัวเองออกมาได้ไพเราะที่สุด
แม้จะเป็นเวลาสั้น ๆ ที่ได้ฟังอย่างลึกซึ้งและเปล่งเสียง แต่ก็เต็มไปด้วยพลัง พลังที่สรรพเสียงมีชีวิตขึ้นมาในช่วงเวลานี้ และได้ถูกโอบรับด้วยมิตรภาพที่เกิดขึ้น
ขอบคุณน้องๆ เครือข่ายเยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองทุกคนที่แสดงให้เห็นพลังในการเป็นตัวเอง พวกเราได้รับพลังของความหลากหลายที่น้องๆ ส่งมาให้
ขอบคุณ ที่เชื่อใจและชวนพวกเราให้ไปร่วมจัดกิจกรรมในงานสมัชชาเยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง ในครั้งนี้
At our recent sound workshop during the Indigenous Youth Festival, we invited Indigenous youth to practice deep listening—exploring the sounds of nature, community, and ultimately, themselves.
Hearing everyone boldly and confidently speak in their mother languages. Within our circle, those voices became a powerful celebration of identity, roots, and shared friendship.

ที่อยู่

Ladprao
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 19:00
อังคาร 10:00 - 19:00
พุธ 10:00 - 19:00
พฤหัสบดี 10:00 - 19:00
ศุกร์ 10:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 15:00

เบอร์โทรศัพท์

+66821929239

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Hear & Foundผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Hear & Found:

ทางลัด

แชร์