smeknowledge แหล่งความรู้ คลังปัญญา พัฒนาเอสเอ็?

C asean Business Groove กลับมาอีกครั้ง....ในรูปแบบ One-on-One!ในครั้งนี้ เราขอเปิดโอกาสให้คุณจองคิวเพื่อรับคำปรึกษาจากผู...
17/08/2016

C asean Business Groove กลับมาอีกครั้ง....ในรูปแบบ One-on-One!

ในครั้งนี้ เราขอเปิดโอกาสให้คุณจองคิวเพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเราในด้านต่างๆ แบบตัวต่อตัว! โดย 3 ผู้เชี่ยวชาญของเราจะมาให้คำปรึกษาแบบเฉพาะเจาะจง และตอบโจทย์ปัญหาธุรกิจของคุณอย่างตรงประเด็น ประกอบไปด้วย:

- ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ในด้าน Service Design & Excellence, Creative Business

- มล.ภาวินี สันติศิริ ในด้าน Design

- ดร.ภูมิพร ธรรมสถิตย์เดช ในด้าน Process Innovation, Operation and Risk Management

ลงทะเบียน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย (โดยมีเวลาให้ท่านละไม่เกิน 30 นาที):

1) Download แบบฟอร์มได้ที่ https://goo.gl/HY7LoS

2) กรอกรายละเอียด พร้อมแนบไฟล์ PowerPoint อธิบายธุรกิจของคุณ และปัญหาที่ต้องการรับคำปรึกษา (ไม่เกิน 3 สไลด์)

3) ส่งสไลด์นำเสนอธุรกิจของท่านพร้อมกับใบสมัครที่กรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว (ทั้ง 2 ส่วน) มาที่ [email protected] ภายในวันที่ 22 สิงหาคม 2559

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ คุณวาโยธิพล (บอล)

โทรศัพท์: 02 785 9959, มือถือ: 091 758 7171

C asean เป็นกิจการเพื่อสังคม ก่อตั้งเมื่อพ.ศ. 2556 C asean มีเป้าหมายที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับความเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน โดยการส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้มีอัตราการเติบโตสูง และเพิ่มพูนทักษะความรู้ ความเข้าใจของคนทั่วไปเกี่ยวกับการรวมตัวของภูมิภาคนี้ เรายังมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักธุรกิจแนวหน้าทั่วภูมิภาคเพื่อการสนับสนุนการพัฒนาสังคมอาเซียน

สิ่งที่คนสำเร็จมักทำในคืนวันอาทิตย์วันหยุดมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเข้าสู่เช้าวันจันทร์ของการทำงาน คุณรู้หรือไม่ว่า...
02/08/2016

สิ่งที่คนสำเร็จมักทำในคืนวันอาทิตย์

วันหยุดมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเข้าสู่เช้าวันจันทร์ของการทำงาน คุณรู้หรือไม่ว่าปกติแล้วคนที่ประสบความสำเร็จ พวกเขามักจะทำอะไรกันบ้างในคืนวันอาทิตย์

1. ใช้เวลาที่มีค่าไปกับครอบครัวและคนสำคัญ สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จ พวกเขารู้ดีว่าเวลาในระหว่างสัปดาห์ของพวกเขามีไม่เพียงพอในการให้กับครอบครัวและคนสำคัญ ดังนั้น ในคืนวันอาทิตย์จึงเป็นช่วงเวลาที่เขามักจะให้เวลาเต็มที่เพื่อใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและคนสำคัญ

2.ทำอะไรที่สนุกสนานสำหรับบางคนที่ประสบความสำเร็จ พวกเขามักจะหากิจกรรมที่สนุกสนานและผ่อนคลายทำในคืนวันอาทิตย์มากกว่าการโฟกัสไปที่วันจันทร์ เช่น การนัดรวมตัวญาติๆเพื่อกินข้าว ดูหนังดีๆสักเรื่อง หรือทำสปา ชาร์ตแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนเริ่มสัปดาห์ใหม่

3. วางแผนสำหรับสัปดาห์หน้า คืนวันอาทิตย์สำหรับหลายๆคน เป็นช่วงเวลาที่จะได้อยู่กับตัวเอง

เพื่อจัดระเบียบและวางแผนตารางชีวิตล่วงหน้าไปจนถึงสัปดาห์ต่อไป เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นตามแผน ลดความวุ่นวายต่างๆในระหว่างสัปดาห์เนื่องจากขาดการวางแผน

4.ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การดูแลสุขภาพก็สำคัญ เพราะออกกำลังกายจะให้เหงื่อออก กระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด เพิ่มความกระฉับกระเฉง ฟิตทั้งกายและใจพร้อมที่จะทำงานในวันจันทร์

นอกจากนี้ พวกเขายังให้ความสำคัญกับรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะคงไม่ดีแน่ ถ้าหากตื่นเช้ามาแล้วแฮงก์จนหมดแรงทำงานในเช้าวันจันทร์

5. อ่านหนังสือสำหรับคนที่ประสบความสำเร็จมักจะอ่านหนังสือเป็นชีวิตประจำวันอยู่แล้ว โดยเฉพาะคืนวันอาทิตย์ การอ่านหนังสือดีๆก็เป็นกิจวัตรที่พลาดไม่ได้

6.พักผ่อนให้เต็มที่ การพักผ่อนที่ดีที่สุด คือการนอนหลับช่วยให้คุณมีสมองที่ปลอดโปร่ง แจ่มใส และดีต่อร่างกาย

7.ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต เวลาว่างในคืนวันอาทิตย์เป็นเวลาที่ดีในการทบทวนสิ่งที่ผ่านเข้ามา ทั้งเรื่องดีและไม่ดี เหมือนเป็นการระบายโดยคุณสามารถจดสิ่งที่อัดอั้นตันใจลงในกระดาษ เพื่อให้คุณได้มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนมากขึ้น

8 ทักษะการตัดสินใจทางธุรกิจ การเป็นเจ้าของธุรกิจมีเรื่องให้ต้องคิด และตัดสินใจเสมอ แต่จะตัดสินใจอย่างไรให้เฉียบคม เรามี ...
27/07/2016

8 ทักษะการตัดสินใจทางธุรกิจ

การเป็นเจ้าของธุรกิจมีเรื่องให้ต้องคิด และตัดสินใจเสมอ แต่จะตัดสินใจอย่างไรให้เฉียบคม

เรามี 8 เทคนิคดีๆมาแนะนำเพื่อช่วยในการลับคมธุรกิจ

1. ก่อนตัดสินใจต้องวิเคราะห์สถานการณ์ให้รอบคอบ ตีโจทย์ให้แตก อะไรคือจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และ อุปสรรคทางธุรกิจของคุณ

2. ตัดสินใจโดยใช้เทคนิคชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย นำทางเลือกต่างๆที่มีทั้งหมดมาลองหาข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเลือก
โดยพิจารณาทุกมิติอย่างรอบคอบ ทางเลือกไหนมีประโยชน์ที่สุด สร้างความพอใจที่สุด หรืออย่างน้อยก็เหมาะสมที่สุดกับบริษัทและพนักงาน

3. มองผลที่จะเกิดทั้งระยะสั้น ระยะยาว วิเคราะห์ผลดี ผลเสียที่จะเกิดตามมา เพราะบางเรื่องทางเลือกมีข้อดีมากกว่า แต่อาจเป็นผลดีในระยะสั้น แต่มีผลเสียในระยะยาวก็ได้

4. ใช้ข้อมูล หรือข้อเท็จจริง เช่น ตัวเลขทางสถิติต่างๆ ในการตัดสินใจ การตัดสินใจของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกล้วนให้ความสำคัญกับใช้ข้อมูลต่างๆ มาประกอบการการวิเคราะห์ทางธุรกิจที่แม่นยำ

5. เขียนสิ่งที่คิดลงบนกระดาษก่อนตัดสินใจ เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้การตัดสินใจของคุณเป็นไปอย่างรอบคอบ เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ จึงควรข้อดีและข้อเสียทั้งหมดลงบนกระดาษและพิจารณาถึงผลกระทบที่ตามมา เมื่อคิดครบหมดทุกองศาแล้วจึงค่อยทำการตัดสินใจ

6. ทำธุรกิจต้องกล้าเสี่ยง..แต่ต้องเสี่ยงอย่างมีสติ ถึงแม้จะมั่นใจแค่ไหน ก็ควรลองหันไปถามความคิดเห็นคนอื่นๆดูบ้าง
ครอบครัวที่อยู่ข้างๆ ทีมงานที่ร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน พวกเขาจะคิดอย่างไรกับการตัดสินใจครั้งนี้ของคุณ

7. จัดลำดับความสำคัญของการคิดอย่างเป็นระบบ อย่ามัวเสียเวลาในเรื่องไม่สำคัญ หรือตัดสินใจนานเกินไป เพราะเวลาและโอกาสไม่เคยรอใคร

8. อย่าตัดสินใจโดยไม่มีแผนสำรอง เพราะความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน

ดังนั้น ต้องคิดเผื่อด้วยว่าถ้าอะไรๆ ไม่เป็นไปตามที่คุณคาด จะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร บางทีเมื่อถึงคราวจำเป็นอาจถึงเวลาต้องงัดแผนสองออกมาใช้ให้ทันการณ์

จำไว้ว่า โลกยุคนี้ ธุรกิจเกิดและตายในทุกๆวัน คนที่สามารถแก้ปัญหาและตัดสินใจตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเท่าทันเท่านั้น..จึงจะอยู่รอด

15/07/2016

ด้วยภาวะที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ผู้ประกอบการจึงต้องเผชิญกับปัญหารอบด้าน โดยเฉพาะในแง่ของผู้บริโภคที่กำลังซื้อดูจะไม่คล่องเหมือนแต่ก่อน และมีความพิถีพิถันมากขึ้นในการซื้อสินค้า

ไม่เก่งเรื่องบัญชี ทำธุรกิจยังไงให้รอดคิดจะทำธุรกิจให้ยืนยาว ยังไงก็หนีเรื่องบัญชีไม่พ้น แต่ถ้าคุณเป็น SMEs ที่เก่งแต่เร...
15/07/2016

ไม่เก่งเรื่องบัญชี ทำธุรกิจยังไงให้รอด

คิดจะทำธุรกิจให้ยืนยาว ยังไงก็หนีเรื่องบัญชีไม่พ้น แต่ถ้าคุณเป็น SMEs ที่เก่งแต่เรื่องธุรกิจอย่างเดียว แต่ไม่ถนัดเรื่องบัญชีเลยสักนิด จะแก้ปัญหายังไงดี มาดูกันเลย เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนที่ไม่ชอบตัวเลขเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มักจะรู้สึกว่าบัญชีเป็นเรื่องยาก แต่จริงๆแล้ว การเริ่มต้นทำบัญชี สามารถทำได้ง่ายๆ และไม่จำเป็นต้องเริ่มทำเป็นระบบใหญ่โต ซับซ้อน

สำหรับกิจการขนาดเล็ก เพียงแค่จดบันทึกรายรับ -รายจ่ายเพื่อให้รู้ถึงผลกำไรที่แท้จริง ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นการทำบัญชีที่ถูกต้องแล้ว

วิธีทำบัญชีง่ายที่สุด คือ เก็บเอกสารทุกอย่าง ทั้งที่จ่ายและรับ จากนั้นให้เก็บแยกแฟ้มรายรับกับรายจ่ายออกจากกันอย่างชัดเจน วิธีนี้ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามาถเริ่มต้นทำบัญชีแบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง
เพราะการมีแฟ้มที่แยกจากกัน จะทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้น เช่น เดือนที่แล้วรายจ่ายมากขึ้น ในขณะที่รายรับไม่ค่อยเข้ามา

กรณีนี้ ผู้ประกอบการก็สามารถจะย้อนกลับไปดูได้ว่าในเดือนที่ผ่านมาจ่ายไปกับเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งจะทำให้สามารถวางแผนงานในเดือนต่อไปได้ว่าต้องจ่ายอย่างไร เพื่อให้เหมาะสมกับรายรับที่จะเข้ามา

ส่วนเจ้าของธุรกิจที่กิจการที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย ถึงแม้คุณไม่จำเป็นต้องลงไปทำบัญชีด้วยตัวเอง เพราะส่วนใหญ่จะใช้วิธีจ้างพนักงานบัญชี หรือสำนักงานบัญชีมาทำแทนแต่อย่าคิดว่าไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องบัญชีก็ได้

อย่างน้อยก็ควรต้องมีความรู้เบื้องต้นไว้บ้าง เพื่อป้องกันความเสี่ยงว่าบัญชีที่ทำให้มาให้เรานั้นถูกต้องหรือไม่

เจ้าของธุรกิจที่ไม่มีความรู้เรื่องบัญชีเลย สามารถทำให้ตัวเองมีความรู้ได้โดยไม่จำเป็นต้องไปเข้าคอร์สที่ไหนก็ได้

ง่ายที่สุด คือ เริ่มต้นการสอบถาม พูดคุยกับผู้ที่ดูแลระบบบัญชี ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามทุกเดือนเหมือนเป็นการสั่งสมไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเจ้าของธุรกิจก็จะเข้าใจเองความเข้าใจผิดเรื่องบัญชีของเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ เวลาดูงบการเงิน มักจะดูกันแค่บรรทัดสุดท้ายที่จะเขียนว่า“กำไรหรือขาดทุน”

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าดูในรายละเอียด รายการที่อยู่ก่อนบรรทัดสุดท้ายก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เช่น ถ้าบรรทัดสุดท้ายที่ดูเป็นกำไรก็จริง แต่เนื้อในกลับพบว่ามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับออฟฟิศ สำนักงาน สูงผิดปกติ ในขณะที่ยอดขายไม่ได้เพิ่มขึ้น

หากดูแค่บรรทัดสุดท้ายจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่าเกิดความผิดปกติขึ้นกับออฟฟิศ หรือค่าใช้จ่ายอะไรที่ถูกเบิกไปผิดปกติ เป็นต้น

นอกจากนี้ การรู้บัญชียังสามารถช่วยในเรื่องของการวางแผนด้านต้นทุนทางธุรกิจอีกด้วยเพราะสิ่งหนึ่งที่จะทำให้SME อยู่รอดได้นั้น คือต้องรู้จักวางแผนการใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ นั่นหมายถึงเงินทุกบาทที่คุณจ่ายไป ต้องก่อให้เกิดรายได้กลับมาด้วย

แม้คนที่ทำธุรกิจอาจไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง แต่ต้องมีทักษะเรื่องการบริหารจัดการ และอย่างน้อยต้องมีความรู้บัญชีพื้นฐานไว้บ้าง ดีกว่ามาเรียนรู้อีกทีวันหลังตอนมีปัญหา

สัมมนาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โครงการ C asean Business Groove ซึ่งเป็นโครงการที่ C asean จัดขึ้นเพื่อให้คำปรึกษา แบ่งปันประส...
13/07/2016

สัมมนาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการ C asean Business Groove ซึ่งเป็นโครงการที่ C asean จัดขึ้นเพื่อให้คำปรึกษา แบ่งปันประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์แก่เจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการรายย่อย โดยผู้มีประสบการณ์และผู้บริหารชั้นนำจากหลากหลายธุรกิจ

สำหรับในครั้งนี้ C asean Business Groove กลับมาในหัวข้อ How to Reach Your Pool of Funds (การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SME)

ซึ่งได้รับเกียรติจากคุณมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Bank) มาเป็นวิทยากร

ในการให้คำปรึกษาและแนะนำขั้นตอนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนแก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ให้สอดคล้องกับความต้องการและประเภทของแหล่งเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิผล

งานมีในวันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 เวลา 10:00 - 12:00 น. ณ C asean ชั้น 10 อาคารไซเบอร์เวิลด์ โดยมีกำหนดการดังนี้

09:30-10:00 น. ลงทะเบียน

10:00-11:30 น. ให้คำปรึกษาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SME

11:30-12:00 น. ถาม-ตอบ

เพื่อให้เนื้อหาการสัมมนาตอบโจทย์ของ SME อย่างแท้จริง

สามารถส่งคำถามล่วงหน้าหรือบอกเล่าปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการขออนุมัติเงินทุน พร้อมกับลงทะเบียนเพื่อสำรองที่นั่งได้ที่ http://goo.gl/forms/7158DG523rHznssi2

ขายของออนไลน์ต้องเข้าใจภาษีภาษีกับการ E-Commerce ไม่ใช่เรื่องใหม่ แถมยังเป็นเรื่องใหญ่ที่บรรดาแม่ค้าออนไลน์ต้องรู้ ถึงแม...
11/07/2016

ขายของออนไลน์ต้องเข้าใจภาษี

ภาษีกับการ E-Commerce ไม่ใช่เรื่องใหม่ แถมยังเป็นเรื่องใหญ่ที่บรรดาแม่ค้าออนไลน์ต้องรู้ ถึงแม้คุณจะไม่ได้จดทะเบียนในรูปแบบบริษัทก็เถอะ ไม่อย่างนั้นอาจได้ไม่คุ้มเสี่ยงโดนสรรพากรเช็คบิลย้อนหลัง

เพราะต้องทำความเข้าใจว่า การขายออนไลน์ คือ การทำธุรกิจอย่างเงิน

ดังนั้น เมื่อมี “รายได้”เกิดขึ้นไม่ว่าจากรูปแบบใดๆ ตามกฎหมายจึงถือว่าต้องมีหน้าที่เสียภาษี ไม่ต่างจากธุรกิจอื่นๆ

ข้อควรรู้ ก็คือ ถึงแม้คุณจะเป็นคนธรรมดาที่ลุกขึ้นมาขายของออนไลน์ ผ่านเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ โดยไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบบริษัท แต่ถ้ามีรายได้กินกว่า 30,000 บาทต่อปี ก็ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ภ.ง.ด.90 โดยหากมีเงินได้ไม่ถึง 1.5 แสนบาทต่อปีจะได้รับยกเว้น แต่ถ้าเกิน 1.5 แสนขึ้นไปก็จะต้องเสียภาษีไต่เป็นขั้นไดตามกฎหมายกรมสรรพากร เช่น รายได้สุทธิ 1.5-3 แสน เสียในอัตรา 5%

รายได้สุทธิ 3-5 แสน ต้องเสีย 10%

รายได้สุทธิ 5 -7.5 แสนเสีย 20% เป็นต้น โดยเพดานสูงสุดคือ รายได้สุทธิตั้งแต่ 4 ล้านขึ้นไปต้องเสียในอัตรา 35%

อีกเรื่องที่ต้องรู้ คือ กรณีถ้ามีรายได้จากการขายสินค้าเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี นอกจากภาษีเงินได้แล้ว จะต้องมีหน้าที่ไปจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรด้วย

สำหรับใครที่มีลูกค้าอยู่ต่างประเทศ ถ้าจัดส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์จะได้รับสิทธิไม่จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ทางสรรพากรเริ่มมีการตรวจสอบธุรกิจ e-commerce มาได้หลายปีแล้วนับตั้งแต่ปี 2555

และถ้าสังเกตดีๆจากแบบฟอร์มยื่นภาษีแต่ละปีจะเห็นว่าเริ่มมีการให้ระบุชื่อเว็บไซต์เข้าไปด้วย

เพราะฉะนั้นถึงแม้จะเป็นบุคคลธรรมดาที่ค้าขายผ่านอินเตอร์เน็ต ก็อย่าชะล่าใจว่าจะไม่เสี่ยงโดนตรวจสอบภาษีย้อนหลัง

9 เหตุผลสุดฮิตทำธุรกิจครั้งแรกเจ๊งไม่ว่าใครก็คงไม่อยากทำธุรกิจล้มเหลว แต่จากสถิติพบว่า SMEs ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 80 ต้องลงเ...
06/07/2016

9 เหตุผลสุดฮิตทำธุรกิจครั้งแรกเจ๊ง

ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากทำธุรกิจล้มเหลว แต่จากสถิติพบว่า SMEs ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 80 ต้องลงเอยเลิกกิจการภายในเวลาไม่ถึง 5 ปี
เหตุผลยอดฮิตที่ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่เจ๊งไม่เป็นท่ามีอะไรกันบ้าง

1.คิดว่าทำธุรกิจเป็นเรื่องง่าย ลงทุนโดยไม่มี business plan ทำธุรกิจแบบงูๆปลาๆ ขาดความรู้จริงในธุรกิจที่จะทำ ศึกษาตลาดยังไม่ดีพอ คิดว่ามีเงินเดี๋ยวก็จ้างคนมาทำได้ เห็นคนอื่นทำแล้วรวยเลยทำตาม

2.มองภาพธุรกิจดีเกินไป เวลาอยากทำธุรกิจที่หลงใหล หลายคนมักคิดในมุมเข้าข้างตัวเอง แต่ละวันน่าจะทำยอดขายได้แค่นั้นแค่นี้ ไม่น่ามีปัญหา ทำให้มองตลาดผิด หรือมองข้ามรายละเอียด ปัจจัยความไม่แน่นอนที่อาจต้องเผชิญ เช่น คิดว่าลูกค้าที่อุดหนุนเราประจำจะอุดหนุนต่อไป

3.สอบตกเรื่องบริหารเงิน ค้าขายเก่ง ลุยงานไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่ไม่ดูแลเรื่องการเงิน การบัญชี ธุรกิจมีแต่เจ๊งปัญหาบริหารเงินในกิจการไม่เป็น ขาดความรอบคอบทางบัญชี ไม่แยกเงินส่วนตัวกับเงินในการทำธุรกิจออกจากกัน เมื่อไม่รู้สถาะทางการเงินที่แท้จริง หลายคนชักหน้าไม่ถึงหลัง ขาดเงินทุนหมุนเวียน จนไปไม่รอด

4.ไว้ใจคนอื่นมากไป ลงทุนทำธุรกิแต่ไม่มีเวลาไปดูแล บางคนคิดว่าการเอาญาติ เพื่อนฝูง คนรู้จักที่สนิทกันมาเป็นหุ้นส่วนแล้วจะเชื่อใจได้ หรือไว้ใจลูกน้องมากเกินไป สุดท้ายเลยโดนโกง

5.ธุรกิจผูกไว้ที่คนแค่คนเดียว เถ้าแก่ใหม่ไฟแรงหลายคนเริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวคนเดียว เลยเหมาทำเองทุกอย่างไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ ไม่กล้าใช้ลูกน้องหรือคนอื่น เพราะคิดว่าไม่มีใครทำได้ดีเท่าตัวเอง สุดท้ายเลยหมดแรง ธุรกิจขยายต่อไปได้ยาก

ขณะที่เจ้าของธุรกิจบางคนลงทุนบนความเสี่ยงยืมจมูกคนอื่นหายใจ เช่น เปิดร้านอาหารโดยพึ่งแม่ครัวคนเดียว ถ้าแม่ครัวหยุด ร้านก็ต้องหยุดด้วยการผูกธุรกิจไว้ที่คนๆเดียวไม่ว่าทางไหนจึงเป็นความเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น

6. ทำธุรกิจเกินตัวทุนน้อยแต่คิดการใหญ่เป็นจุดอ่อนของบรรดานักธุรกิจมือใหม่แต่ใจใหญ่ เพราะคิดเข้าข้างตัวเองว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จสูง จึงพร้อมเสี่ยงแบบหมดหน้าตัก แถมบางครั้งยังไปกู้เงินมาขยายธุรกิจเพิ่มเติม ลงทุนใหญ่ไปจบท้ายด้วยการเป็นหนี้

7. มั่นใจมากเกินไป อวดดีทั้งที่ประสบการณ์น้อย ไม่เปิดใจรับฟังคนอื่นที่มีประสบการณ์มากกว่า มุ่งมั่นสุดโต่ง คิดว่าตัวเองแน่ แต่พอลองมาทำธุรกิจที่ไม่ถนัด หรือไม่มีความรู้มาก่อน สุดท้ายเลยเจ๊งไม่เป็นท่า

8. ไม่มีแผนและเงินทุนสำรอง ลืมคิดถึงความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ในการทำธุรกิจ เลยขาดการวางแผนล่วงหน้า ไม่มี “แผนสำรอง”และ “เงินทุนสำรอง” เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ยอดขายไม่ตามเป้า ลูกค้าไม่จ่ายเงิน สินค้าผลิตไม่ทัน อาจส่งผลทำให้ธุรกิจต้องสะดุด

9. หนีปัญหา หลายคนทำธุรกิจด้วยความอยากทำ แต่ขาดความมุ่งมั่น อดทน พอทำแล้วเกิดปัญหา ไม่เป็นอย่างที่หวัง แทนที่จะหาทางแก้ปัญหา กลับถอดใจยอมแพ้ ล้มเลิกธุรกิจไปในที่สุด
หวังว่าทั้ง 9 ปัญหาสุดฮิตที่เรารวบรวมมานี้ จะช่วยให้บรรดามือใหม่ที่อยากทำธุรกิจได้เรียนรู้และระวังกันมากขึ้น

30/06/2016
Industry 4.0 เทรนด์เปลี่ยนโลกที่ SMEs ต้องรู้
30/06/2016

Industry 4.0 เทรนด์เปลี่ยนโลกที่ SMEs ต้องรู้

Industry 4.0 หรือยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ระดับโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่เกิน 20 ปีข้างหน้า ในยุคที่การผลิตสินค้าจะถูกพลิกโฉมด้วยการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีดิจิทัล ในรูปแบบ Internet of thing หรือถ้านึกภาพตามง่ายๆ...

เรียนรู้วิถีการทำธุรกิจเรียบง่ายแบบ Muji จากความเรียบง่ายสวนกระแสภาพลักษณ์ของโลกยุคสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความเจริญของเทคโ...
30/06/2016

เรียนรู้วิถีการทำธุรกิจเรียบง่ายแบบ Muji

จากความเรียบง่ายสวนกระแสภาพลักษณ์ของโลกยุคสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความเจริญของเทคโนโลยีต่างๆ มากมายจนกลายเป็นเอกลักษณ์ทำให้Muji กลายเป็นแบรนด์ที่แตกต่างและเป็นที่จดจำในใจจากผู้บริโภคทั่วโลกจำนวนไม่น้อย ไม่เพียงภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้นที่เป็นเอกลักษณ์ วิถีการดำเนินธุรกิจ แนวคิดต่างๆ มากมายของ Muji ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีการพูดถึงไม่น้อยเช่นกัน

Muji เกิดขึ้นมาในปีค.ศ.1980ในยุคที่ญี่ปุ่นกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นทางด้านเศรษฐกิจผู้คนต่างแห่มาใช้สินค้าฟุ่มเฟือย แบรนด์เนม แต่ผู้บริหารของ Muji กลับเลือกที่จะสร้างแบรนด์สวนกระแสผลิตสินค้าออกมาในรูปแบบของแพ็กเก็ตจิ้งเรียบง่าย คุณภาพดี และขายในราคาถูกกว่า จากการพยายามเป็นสินค้าที่ดี Muji ได้พัฒนาปรับปรุงแบรนด์และตั้งโจทย์การทำธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้บริโภคและสังคมเพิ่มมากขึ้นโดยใช้หลักการพัฒนาสินค้า 3 ข้อด้วยกัน ได้แก่ การคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ กระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ และความเรียบง่ายของบรรจุภัณฑ์

โดยเมื่อได้เสาะแสวงหาวัตถุดิบที่ต้องการได้แล้ว จะใช้วิธีการสั่งซื้อคราวละมากๆ เพื่อให้ได้ราคาที่ถูก สามารถนำมาผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ในราคาไม่แพงได้ จากนั้นจึงนำมาผ่านกระบวนการผลิตที่มุ่งเน้นใส่ใจสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดมลพิษต่อโลกน้อยที่สุด และพยายามนำวัตถุดิบที่เหลือใช้มาผลิตเป็นสินค้าอื่นๆ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่าที่สุด

โดยผลิตภัณฑ์ทุกตัวจะมุ่งเน้นออกแบบเพื่อประโยชน์การใช้สอยที่พอเหมาะ ตัดฟังก์ชั่นทีไม่จำเป็นออก รวมถึงการจำกัดโทนสีที่เรียบง่าย มีแค่สีขาว ดำ น้ำตาล น้ำเงิน และสีเงินบรรจุภัณฑ์ก็มีแค่เพียงแบบเดียวเพื่อการประหยัดต้นทุน นอกจากนี้สินค้าทุกตัวของ Muji มักจะไม่มีโลโก้แบรนด์ติดอยู่ เน้นติดแค่ไซส์เพื่อการใช้งานที่จำเป็นต่อลูกค้าเท่านั้น มากกว่าจะเน้นสร้างแบรนด์ตัวเอง ในด้านการตลาดของ Muji ใช้สื่อโฆษณาน้อย เน้นการบอกต่อปากต่อปาก และสื่อสารความเคลื่อนไหวกับผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ทำให้ประหยัดต้นทุนในการลงโฆษณา ผู้บริโภคไม่ต้องแบกรับต้นทุนไปด้วย

แง่คิดที่ได้จากแบรนด์ Muji แสดงให้เห็นว่าการคิดดี ทำดี และไม่ได้มองแต่แค่ตัวเอง จากจุดด้อยที่ดูไม่ค่อยโดดเด่น วันหนึ่งอาจเป็นเอกลักษณ์ สร้างการภาพลักษณ์การจดจำที่ดีต่อในใจลูกค้าก็ได้

.com

ที่อยู่

Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

+6622024553

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ smeknowledgeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง smeknowledge:

แชร์