Unlockmen Website: www.unlockmen.com
Instagram:
YouTube: channel
Twitter: Unlock Mean was first launched in June, 2013.

UNLOCKMEN is about unlocking men's potential and creating a publication that suit men lifestyle. We, editorial team, have sought to make a positive contribution to one of culture's most important creative mediums. The team has dedicated to post new interesting stuff, content for men everyday and had quickly become one of the largest men's publications online, with over 2 million page views per month, 900,000+ followers. Please visit
Website : www.unlockmen.com

เคยสังเกตไหมว่า ทำไมเวลาในภาพโปรโมตของ Apple ถึงมักเป็น 9:41? ย้อนกลับไปตอน Steve Jobs เปิดตัว iPhone รุ่นแรกในปี 2007 A...
11/09/2026

เคยสังเกตไหมว่า ทำไมเวลาในภาพโปรโมตของ Apple ถึงมักเป็น 9:41?
ย้อนกลับไปตอน Steve Jobs เปิดตัว iPhone รุ่นแรกในปี 2007 Apple ตั้งเวลาในภาพไว้ที่ 9:42 เพราะทีมวาง keynote ให้ช่วงเปิดตัวสินค้าสำคัญเกิดขึ้นราว 40 นาทีหลังเริ่มงาน และอยากให้เวลาบนหน้าจอใกล้เคียงกับเวลาจริงที่คนในฮอลล์กำลังเห็นบนข้อมือของตัวเอง

Scott Forstall อดีตหัวหน้าฝั่ง iOS เคยอธิบายว่า พวกเขารู้ว่าไม่มีทางเปิดตัวตรง 40 นาทีเป๊ะ ๆ จึงเผื่อเวลาไว้เล็กน้อย สำหรับ iPhone จึงใช้ 9:42 และจังหวะเปิดตัวก็ทำได้ใกล้เคียงมาก

พอถึงปี 2010 ตอน Steve Jobs เปิดตัว iPad เวลานั้นถูกขยับมาเป็น 9:41 และนับจากนั้น 9:41 ก็กลายเป็นเวลามาตรฐานที่ Apple ใช้ในภาพโปรโมตของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยยึดแนวทางของ Steve Jobs เป็นต้นมา

เป็นไอเดียที่ลึกล้ำแบบ Apple แม้แต่เวลาบนหน้าจอ รายละเอียดเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีใครสังเกต ก็ยังคิดมาครบหมดแล้วจริง ๆ

   ถ้าพูดถึงคอนโดที่ “น่าเก็บไว้ในลิสต์” ของกรุงเทพฯ ย่านสาทร ซอย 10 คือหนึ่งในโลเคชันที่น่าจับตากับ THE MONUMENT SATHON...
11/09/2026

ถ้าพูดถึงคอนโดที่ “น่าเก็บไว้ในลิสต์” ของกรุงเทพฯ ย่านสาทร ซอย 10 คือหนึ่งในโลเคชันที่น่าจับตากับ THE MONUMENT SATHON
ไม่ใช่แค่เพราะอยู่กลางสาทร แต่เพราะนี่คือย่านที่ยังมีความเป็นส่วนตัว มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และไลฟ์สไตล์รอบตัว ขณะที่ที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการใหม่ในโลเคชันลักษณะนี้ก็มีอยู่อย่างจำกัด
ล่าสุด แสนสิริ เปิดตัว THE MONUMENT SATHON คอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรีระดับ Legacy สูง 29 ชั้น จำนวนเพียง 185 ยูนิต ภายใต้แนวคิด “Monument of Nature and Heritage” ที่พยายามเชื่อมธรรมชาติ ประวัติของพื้นที่ และงานออกแบบเข้าด้วยกัน หนึ่งในรายละเอียดที่น่าสนใจคือแนวคิด “Bring Nature Back to Sathon 10” กับพื้นที่สีเขียวเกือบ 1 ไร่ และการเก็บต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เดิมอายุกว่า 50 ปีไว้เป็น Living Heritage ของโครงการ
ส่วนงานภายในถูกวางไว้ภายใต้แนวคิด “The Artisan Residence : Profound & Personal” ใช้วัสดุธรรมชาติ งานศิลปะ และ Craftsmanship มาสร้างบรรยากาศที่สงบ เป็นส่วนตัว และให้ความรู้สึกเหมือน Residence มากกว่าคอนโดมิเนียมในแบบทั่วไป
อีกจุดที่สะท้อนวิธีคิดเรื่องการอยู่อาศัยยุคใหม่คือ SANSIRI PAW & CO. ที่ออกแบบพื้นที่ให้คนและสัตว์เลี้ยงสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ได้มอง Pet-Friendly เป็นเพียงฟังก์ชันเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Lifestyle ของคนเมือง
สำหรับคนที่อยากเห็นตัวตนของโครงการมากกว่าภาพ Render ตอนนี้มี Experience Space ณ Kasnas BKK ภายใต้แนวคิด “In Your Neighbourhood” ที่ถ่ายทอดทั้งบรรยากาศ วัสดุ และรายละเอียดงานฝีมือของ THE MONUMENT SATHON ออกมาให้สัมผัสได้จริงแล้ววันนี้

โคตรแรร์ โคตรแรง Mercedes-AMG CLE 646 ตัวตึง V8 ขับหลังสุดดิบ ที่มีแค่ 30 คันบนโลกใครคิดถึงเสียงคำรามลั่นๆ ของเครื่อง V8...
11/09/2026

โคตรแรร์ โคตรแรง Mercedes-AMG CLE 646 ตัวตึง V8 ขับหลังสุดดิบ ที่มีแค่ 30 คันบนโลก
ใครคิดถึงเสียงคำรามลั่นๆ ของเครื่อง V8 ในตำนานอย่าง C63 เรามีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายมาบอก ข่าวดีคือจิตวิญญาณความดิบเถื่อนนั้นกลับมาแล้วในร่างของซูเปอร์คูเป้ขับหลัง แต่ข่าวร้ายคือ มันมีแค่ 30 คันในโลก

นี่คือ Mercedes-AMG CLE 646 Spezialanfertigung รหัสใหม่ที่มาแทนที่ตำนาน 'Black Series' เป็นคอลเลกชันที่สองในซีรีส์ Mythos ของค่ายดาวสามแฉกต่อจากตัว PureSpeed ของโคตรดีในอุดมคติที่สายซิ่งใฝ่ฝัน!
โยนเครื่อง 4 สูบปลั๊กอินไฮบริดทิ้งไป นี่คือเครื่อง V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ รหัส M177 Evo แบบ Hot-V ล้วนๆ (การจับเอาเทอร์โบคู่ไปซุกไว้ตรงกลางร่อง V ของเสื้อสูบแทนที่จะห้อยไว้ด้านข้าง Boost มาไว ไม่มีอาการ turbo-lag) ถึงเสียงอาจจะไม่ทุ้มลึกเท่ายุคก่อน แต่เร้าใจกว่าเยอะ พร้อมเพลาข้อเหวี่ยง Flat-plane crank แบบฉบับรถแข่ง 646 แรงม้า แรงบิด 843 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลังผ่านเกียร์ MCT แบบ Multi-clutch 9 สปีด พร้อม e-diff กระจายแรงบิด 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ใน 11.4 วินาที
ตัวรถมีพื้นฐานมาจาก CLE 53 แต่ถูกนำมาอัปเกรดแบบยกเครื่องใหม่หมด ลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 170 กก. ช่วงล่างได้ KW มาร่วมกันเซ็ตอัป Coilover แบบปรับได้ 4 ระดับ (4-way adjustable) โหลดหน้าลง 22 มม. และหลังลง 16 มม. ยัดระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกพร้อมจานหน้าขนาดยักษ์ 420 มม. และคาลิปเปอร์ 6 พอร์ต
ส่วนเรื่องบอดี้พาร์ทบอกเลยว่าโหดจัด เพราะโป่งล้อถูกตีขยายออกไปอีก 52 มม. ยัดยางไซส์ยักษ์ 305/30 ZR20 ที่ล้อหน้า และ 335 ที่ล้อหลัง ชิ้นส่วนบอดี้ส่วนใหญ่ทำจาก Carbon Fiber กระจกหลังเปลี่ยนเป็นโพลีคาร์บอเนตเพื่อรีดน้ำหนัก พร้อมช่องดักอากาศรอบคัน สปอยเลอร์และสปลิตเตอร์หน้าสามารถปรับระดับได้ตามหลักอากาศพลศาสตร์
ห้องโดยสารที่พร้อมลงสนามแข่ง เบาะหลังถูกโยนทิ้งไป แทนที่ด้วย Roll cage เต็มระบบ เบาะหน้าแบบ Racing bucket seats พร้อมระบบ Traction Control ปรับได้ 9 ระดับ
รถคันนี้กำลังบอกเราว่า AMG ยังคงมีของและความกระหายในการสร้างรถ V8 ขับหลังสุดระห่ำแบบที่เราต้องการได้เสมอ แต่ก็ทิ้งคำถามเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนมาใช้รหัส Spezialanfertigung (Special Order) ทั้งที่ไส้ในและพื้นฐานความดิบมันคือทายาท Black Series ชัด ๆ

10/09/2026

London is Red 🔴
Matchday madness, premium vibes, and the best crew.
We don’t just watch, we rise. 🥃🔥



#ไปให้สุดไปด้วยกัน

𝗡𝗲𝘄 𝗟𝗔𝗠𝗕𝗥𝗘𝗧𝗧𝗔 𝗝𝟮𝟬𝟬 : 𝗥𝗜𝗗𝗘𝗙𝗟𝗘𝗖𝗧𝗜𝗢𝗡𝙋𝙡𝙖𝙮 𝙇𝙞𝙠𝙚 𝙖 𝙥𝙧𝙤, 𝙍𝙞𝙙𝙚 𝙇𝙞𝙠𝙚 𝙖𝙣 𝙄𝙘𝙤𝙣‼️เปลี่ยนทุกเส้นทางให้เป็นสนามประลองความเท่... เต็มที...
10/09/2026

𝗡𝗲𝘄 𝗟𝗔𝗠𝗕𝗥𝗘𝗧𝗧𝗔 𝗝𝟮𝟬𝟬 : 𝗥𝗜𝗗𝗘𝗙𝗟𝗘𝗖𝗧𝗜𝗢𝗡
𝙋𝙡𝙖𝙮 𝙇𝙞𝙠𝙚 𝙖 𝙥𝙧𝙤, 𝙍𝙞𝙙𝙚 𝙇𝙞𝙠𝙚 𝙖𝙣 𝙄𝙘𝙤𝙣‼️
เปลี่ยนทุกเส้นทางให้เป็นสนามประลองความเท่... เต็มที่ในทุกจังหวะแบบมือ Pro และต้องไม่ลืมที่จะ Bold ความโดดเด่นในแบบของตัวเอง
ฉีกความจำเจ แล้วก้าวออกจากกรอบเดิม ๆ เพิ่มเติมด้วยความสนุกกับไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนความเป็นตัวเองแบบ 100% ไม่ว่าจะลุคเนี้ยบเรียบหรู หรือชิล ๆ แฝงความซ่า ก็เอาอยู่ทุกลุคกับ 𝗡𝗲𝘄 𝗟𝗔𝗠𝗕𝗥𝗘𝗧𝗧𝗔 𝗝𝟮𝟬𝟬
ปลดล็อกเสน่ห์เหนือกาลเวลาของตำนานยุค 60s ที่กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในร่างโมเดิร์นคลาสสิก ตอบสนองไว คล่องตัวในทุกการเคลื่อนไหว จัดเต็มฟีเจอร์ล้ำ พร้อมเป็น “𝗥𝗶𝗱𝗲𝗳𝗹𝗲𝗰𝘁𝗶𝗼𝗻" ที่สะท้อนวิถีชีวิตชาวแลมเบรตติสต้ายุคใหม่ได้ชัดเจนตั้งแต่ออกสตาร์ท
จะขี่จริงจังในวันทำงาน หรือขี่เล่นท่องเที่ยวตามใจ จะเกมไหนก็ไม่ต้องกลัว แค่เป็นตัวเองให้สุด แล้วออกไปสร้างตำนานบทใหม่ในสไตล์ที่เป็นตัวเอง กับ 𝗡𝗲𝘄 𝗟𝗔𝗠𝗕𝗥𝗘𝗧𝗧𝗔 𝗝𝟮𝟬𝟬 คันนี้
𝗡𝗲𝘄 𝗟𝗔𝗠𝗕𝗥𝗘𝗧𝗧𝗔 𝗝𝟮𝟬𝟬 มีทั้งหมด 2 สไตล์ ให้เลือกสะท้อนตัวตน
▪️Premium type เนี้ยบ เฉียบ เรียบหรู กับดีไซน์ตัดด้วยสีโครม
มาพร้อม 2 เฉดสี Gemma White และ Super Black
▪️Sport type เข้มจัด ดุดันด้วยดีไซน์ตัดด้วยสีดำ
มาพร้อม 4 เฉดสี Gemma White ,Super Black , Light Grey และ Cocoa Brown

  รู้หรือไม่ว่า "โต๊ะกลม" ที่พวกเราคุ้นตา ในฐานะเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่แทบทุกบ้าน นั้นมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และมีมิติ...
10/09/2026

รู้หรือไม่ว่า "โต๊ะกลม" ที่พวกเราคุ้นตา ในฐานะเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่แทบทุกบ้าน นั้นมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และมีมิติที่ลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องของการออกแบบ เพราะรูปทรงนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางจิตวิทยา การเมือง และวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน
:: ตำนานกษัตริย์อาร์เธอร์ - โต๊ะกลมที่ถูกสร้างมาเพื่อรักษาชีวิต ::
แนวคิดเรื่องโต๊ะกลมของกษัตริย์อาร์เธอร์และเหล่าอัศวินโต๊ะกลม ถูกเขียนถึงครั้งแรกในปี ค.ศ. 1155 โดยกวีชื่อ Wace ตามตำนานดั้งเดิมไม่ได้บอกว่าอาร์เธอร์สร้างโต๊ะกลมเพื่อความโรแมนติก แต่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่บรรดาขุนนางและอัศวินมักจะทะเลาะเบาะแว้งและถึงขั้นหมายเอาชีวิตกันในงานเลี้ยง หรือการรวมตัวหารือ เพื่อแย่ง "ที่นั่งหัวโต๊ะ" ซึ่งหมายถึงยศที่สูงกว่า อาร์เธอร์จึงให้ช่างไม้ชาวคอร์นิชสร้างโต๊ะกลมขนาดยักษ์ขึ้นมา เพื่อตัดปัญหาเรื่องตำแหน่งหัวโต๊ะ ทำให้ทุกคนที่นั่งมีสถานะ "เท่าเทียมกัน"
:: การประชุมโต๊ะกลมที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์โลก ::
ในทางการเมือง คำว่า "การประชุมโต๊ะกลม" (Round Table Talks) มักหมายถึงการเจรจาที่ทุกฝ่ายมีสิทธิเท่ากัน แต่ที่โด่งดังที่สุดเกิดขึ้นจริงที่ประเทศโปแลนด์ในปี 1989 รัฐบาลคอมมิวนิสต์ยอมเปิดโต๊ะเจรจากับกลุ่มสหภาพแรงงานโซลิดาริตี (Solidarity) ที่เป็นฝ่ายค้าน พวกเขาลงทุน สั่งทำโต๊ะกลมขนาดยักษ์ขึ้นมาสำหรับใช้ในการเจรจาโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้มีฝ่ายใดได้นั่งตำแหน่งประธาน ผลของการนั่งโต๊ะกลมครั้งนั้นนำไปสู่การเลือกตั้งเสรี และเป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออก ซึ่งปัจจุบันโต๊ะกลมแห่งประวัติศาสตร์ตัวนี้ยังถูกตั้งแสดงอยู่ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงวอร์ซอ
:: โต๊ะจีน สัญลักษณ์ของ "ความกลมเกลียว" ที่ไม่ได้แปลว่า "เท่าเทียม" ::
ในวัฒนธรรมจีน โต๊ะกลมเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์และการที่ครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้า (คำว่า "กลม" ในภาษาจีนพ้องกับคำว่า "การรวมญาติ" หรือ ถวนหยวน 團圓) แต่ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ แม้โต๊ะจะเป็นทรงกลม แต่ตามธรรมเนียมจีนดั้งเดิม ตำแหน่งที่นั่งกลับไม่เท่าเทียมกัน ที่นั่งที่หันหน้าออกสู่ประตูหลัก (หรือมองเห็นวิวที่ดีที่สุด) จะถูกสงวนไว้สำหรับผู้อาวุโสที่สุดหรือแขก VIP เสมอ ส่วนที่นั่งใกล้ประตูหรือทางเดินเสิร์ฟอาหาร จะเป็นของผู้ที่ลำดับอาวุโสลดหลั่นกันลงมา
:: โต๊ะกลมในตำนานวงการสื่ออเมริกัน ::
ย้อนไปในยุค 1920s ณ โรงแรม Algonquin ในนิวยอร์ก มีแก๊งนักเขียนหัวกะทินัดกินข้าวเที่ยงกันทุกวัน ตอนแรกพวกเขานั่งโต๊ะสี่เหลี่ยมยาว แต่พอสมาชิกเยอะขึ้น วงสนทนาก็เริ่มแตก คนนั่งหัวกับท้ายโต๊ะไม่ได้ยินกัน ทำให้จังหวะสาดมุกตลก จิกกัด และต่อปากต่อคำแบบทันควันต้องสะดุด ผู้จัดการโรงแรมจึงแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนมาเป็น "โต๊ะกลม" เพื่อให้ทุกคนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างพูดคุย และได้ยินทุกคำวิจารณ์พร้อมกันแบบเรียลไทม์ โต๊ะกลมตัวนี้จึงกลายเป็น "ลานประลองฝีปาก" ชั้นยอดที่ไม่มีใครพลาดมุกเด็ด และเป็นจุดกำเนิดคอลัมน์วรรณกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอเมริกายุคนั้น

EV ไซส์กะทัดรัดฟีลลิ่งขับสนุกจากค่ายสี่ห่วง ต้องถูกใจสิ่งนี้กับ All-New Audi A2 รถไฟฟ้ารุ่นเริ่มต้นที่เกิดมาเสียบแทนที่ ...
10/09/2026

EV ไซส์กะทัดรัดฟีลลิ่งขับสนุกจากค่ายสี่ห่วง ต้องถูกใจสิ่งนี้กับ All-New Audi A2 รถไฟฟ้ารุ่นเริ่มต้นที่เกิดมาเสียบแทนที่ A1 และ Q2 โดยเฉพาะ คันนี้ไม่ได้ทำมาแค่วิ่งซื้อแกงหน้าปากซอย แต่ตั้งเป้าให้เป็นรถที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ครบจบในคันเดียว

ดีไซน์รอบนี้ไม่ได้มาเวย์เรโทรจ๋า แต่เน้นความลู่ลมแบบจัดเต็มจนกดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Drag Coefficient) ลงไปได้ถึง 0.24 ตัวถังดูโตขึ้น มีมัดกล้าม ซุ้มล้อกว้างดูดุดัน จับคู่กับล้อลวดลายแอโรไดนามิกขนาด 18-20 นิ้วที่รัดด้วยยางหน้ากว้าง 225-235 มิลลิเมตร แถมยังมีกิมมิกเท่ๆ อย่างกระจกบานหลังแบบแยกส่วนให้ด้วย

เรื่องสเปกขุมพลังก็จัดว่าตึงมือ เพราะ Audi ยกมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดรหัส APP350 และ 550 มาปรับแต่งชิ้นส่วนและสารหล่อลื่นภายในใหม่เพื่อรีดประสิทธิภาพให้สุดกว่าเดิม มีระดับความแรงให้เลือกตั้งแต่ 167 ไปจนถึง 322 แรงม้า โดยทุกรุ่นย่อยจะเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลังล้วน ไม่มีตัวขับสี่ quattro มาให้ แต่อัตราเร่งในรุ่นท็อปสามารถกดจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาแค่ 5.7 วินาที ซึ่งแค่นี้ก็เร้าใจเหลือเฟือแล้ว ส่วนแบตเตอรี่มีให้เลือก 3 ไซส์ คือ 52, 61 และ 84 kWh

รุ่นความจุน้อยจะใช้เซลล์แบตแบบ LFP ที่เน้นทนทานและต้นทุนดี ส่วนรุ่นความจุเยอะจะขยับไปใช้เคมีแบบ NMC เพื่อให้วิ่งได้ไกลสุดทะลุ 401 ไมล์ต่อการชาร์จ พร้อมรองรับชาร์จไว DC สูงสุด 183kW ที่น่าสนใจคือรุ่น 187 แรงม้าที่พ่วงแพ็กเกจ Efficiency สามารถทำตัวเลขความประหยัดไฟได้ดีที่สุดเท่าที่ Audi เคยผลิตรถมาเลยทีเดียว ถือเป็น EV ไซส์คอมแพกต์ที่หน้าตาหล่อเอาเรื่อง สเปกแน่น และน่าเอามาขับใช้งานในชีวิตประจำวันแบบสุดๆ

  ให้ทุกจังหวะของชีวิตไม่เงียบเหงา ด้วย “ซาวด์แทร็ก” ดี ๆ ที่คอยขับเคลื่อนอยู่ข้างกาย กับ 𝗛𝗮𝗿𝗺𝗮𝗻 𝗞𝗮𝗿𝗱𝗼𝗻 𝗟𝘂𝗻𝗮 𝟮 ลำโพงพกพา...
10/09/2026

ให้ทุกจังหวะของชีวิตไม่เงียบเหงา ด้วย “ซาวด์แทร็ก” ดี ๆ ที่คอยขับเคลื่อนอยู่ข้างกาย กับ 𝗛𝗮𝗿𝗺𝗮𝗻 𝗞𝗮𝗿𝗱𝗼𝗻 𝗟𝘂𝗻𝗮 𝟮 ลำโพงพกพาที่พร้อมมูฟไปกับคุณในทุกโมเมนต์ ตั้งแต่จิบกาแฟยามเช้าไปจนถึงช่วงเวลาแฮงเอาต์กับเพื่อนที่รู้ใจได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 12 ชั่วโมง
สิ่งที่ทำให้เราประทับใจตั้งแต่สัมผัสแรกคืองานดีไซน์ที่ดึงเสน่ห์ความโค้งมนของดวงจันทร์มาผสานกับเทคโนโลยีสุดล้ำได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยตะแกรงอลูมิเนียมพรีเมียมและรูปทรงที่ออกแบบให้จับกระชับมือพกพาสะดวก พร้อม Ambient Light แสงไฟสุดละมุนปรับมู้ดได้ 6 ธีม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานจริงด้วยมาตรฐาน IP67 ป้องกันน้ำและฝุ่นได้อย่างดีเยี่ยม จะเปิดเพลงปาร์ตี้ริมสระหรือเผลอทำน้ำหกใส่ก็ไร้กังวล
แม้ไซซ์จะกะทัดรัด แต่มิติเสียงของ 𝗛𝗮𝗿𝗺𝗮𝗻 𝗞𝗮𝗿𝗱𝗼𝗻 𝗟𝘂𝗻𝗮 𝟮 กลับทรงพลังเกินตัว ด้วยระบบ AI Sound Boost คอยวิเคราะห์และจูนเสียงแบบเรียลไทม์ มอบเสียงเบสที่ทุ้มลึกและไดนามิกที่สมบูรณ์แบบ ถึงจะเร่งวอลลุ่มเต็มที่ เสียงก็ยังคมชัด ไม่แตกพร่า
ยิ่งถ้านัดเพื่อนมาสังสรรค์ก็สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนสลับกันเปิดเพลงได้ 2 เครื่อง หากต้องการขยายสเกลความสนุก แค่วาง 𝗛𝗮𝗿𝗺𝗮𝗻 𝗞𝗮𝗿𝗱𝗼𝗻 𝗟𝘂𝗻𝗮 𝟮 สองตัวใกล้กัน ฟีเจอร์ AirTouch™ จะจับคู่เป็นเสียงสเตอริโอซ้าย-ขวาให้ทันที หรือจะเลือกเปิดโหมด Auracast™ เชื่อมต่อลำโพงหลายตัวให้เล่นเสียงเดียวกันได้พร้อมกัน เพื่ออัพระบบเสียงให้กระหึ่มรอบทิศทางก็ทำได้สบาย ซึ่งลูกเล่นทั้งหมดนี้สามารถคัสตอมได้เองง่าย ๆ ผ่านแอป Harman Kardon One
สุดท้ายนี้ ถ้าจะให้คำนิยามถึง 𝗛𝗮𝗿𝗺𝗮𝗻 𝗞𝗮𝗿𝗱𝗼𝗻 𝗟𝘂𝗻𝗮 𝟮 แบบสั้น ๆ คงบอกได้แค่เพียงว่า “นี่ไม่ใช่แค่ลำโพงบลูทูธพกพา แต่มันคือ Lifestyle Gadget ชิ้นเท่ที่สะท้อนรสนิยม และพร้อมเป็นซาวด์แทร็กคู่ใจที่พร้อมไปกับเราได้ในทุก ๆ วัน

แม้ไม่ได้ลงมาเล่นตลาดนี้เป็นเจ้าแรก เพราะ Apple เลือกที่จะรอจนกว่าเทคโนโลยีจะนิ่งและได้มาตรฐานความเนี้ยบของตัวเอง จนกระท...
10/09/2026

แม้ไม่ได้ลงมาเล่นตลาดนี้เป็นเจ้าแรก เพราะ Apple เลือกที่จะรอจนกว่าเทคโนโลยีจะนิ่งและได้มาตรฐานความเนี้ยบของตัวเอง จนกระทั่งเมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว "iPhone Duo" สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของค่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ตัวเครื่องมาในดีไซน์พับได้ที่พอดีกระเป๋า เพิ่มความแข็งแกร่งและหรูหราด้วยกรอบและฝาครอบบานพับที่ทำจากวัสดุไทเทเนียมเกรด 5
เรื่องหน้าจอและกล้องรอบนี้จัดมาให้สะใจสายคอนเทนต์ ตอนพับใช้งานด้านนอกจะได้จอ Super Retina XDR ขนาด 5.4 นิ้ว คล่องตัวสุด ๆ เวลาใช้งานมือเดียว พอกางออกปุ๊บจะพบกับหน้าจอ Super Retina XDR พื้นผิว Nano-texture ขนาดใหญ่เต็มตาถึง 7.6 นิ้ว ทำให้การทำงานแบบมัลติทาสก์ด้วย Split View เพื่อเปิดแอปคู่กัน หรือลากวางโยนไฟล์ระหว่างแอปทำได้สบาย ๆ
และเป็นครั้งแรกที่ Apple ยอมใส่เทคโนโลยีกล้องซ่อนใต้หน้าจอ (Under-display FaceTime camera) ทำให้จอกางออกแล้วได้ความคลีน ดูคอนเทนต์ ใช้งานต่าง ๆ ได้แบบไร้จุดดำหรือรอยบากมากวนใจ ส่วนจอด้านนอกก็ใช้กล้องหน้าความละเอียด 12MP พร้อมฟีเจอร์ Center Stage ขณะที่กล้องหลังจัดจ้านด้วยระบบกล้อง Dual Fusion 48MP ทั้งเลนส์หลักและเลนส์อัลตร้าไวด์พร้อมฟีเจอร์ Duo Preview ให้ใช้จอด้านนอกเป็นจอพรีวิว เพื่อเอาเลนส์กล้องหลังสุดเทพขึ้นมาถ่ายเซลฟี่ตัวเองได้เลย นอกจากนี้ฟีเจอร์ที่หลายคนคิดถึงอย่างสแกนนิ้ว Touch ID ก็คัมแบ็กกลับมาแล้ว โดยจับไปฝังไว้ที่ปุ่มด้านข้างตัวเครื่องแบบเนียน ๆ ใช้งานโคตรสะดวก
ภายใต้ความหล่อคือขุมพลังชิป A20 Pro ที่แรงทะลุพิกัด พ่วงมากับระบบระบายความร้อนVapor Chamber รองรับการทำงานระดับโปรโดยเฉพาะ พร้อมระบบแบตเตอรี่คู่ที่อึดจัดจ้าน รองรับการใช้งานเล่นวิดีโอต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 31 ชั่วโมงเมื่อกางออกมาใช้จอใหญ่ด้านใน
สำหรับสาวกค่ายผลไม้ที่หลงใหลในดีไซน์จอพับที่รอคอย เตรียมจัด iPhone Duo ได้แล้ว มีให้เลือก 2 สีคือ Star White และ Night Sky เปิดราคาเริ่มต้นที่ 79,900 บาท (สำหรับความจุ 256GB) พร้อมให้กดพรีออเดอร์กันได้เลยวันที่ 16 ตุลาคมนี้ เวลา 19:00 น. ก่อนวางจำหน่ายจริง 23 ตุลาคม นี้

หากพูดถึงสปอร์ตซีดานสำหรับคนรักความแรงแต่ไปไม่ถึงขั้น M3 ชื่อของ BMW M340i คือหนึ่งในรถใช้งานประจำวันที่ขับสนุกที่สุดเท่...
09/09/2026

หากพูดถึงสปอร์ตซีดานสำหรับคนรักความแรงแต่ไปไม่ถึงขั้น M3 ชื่อของ BMW M340i คือหนึ่งในรถใช้งานประจำวันที่ขับสนุกที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่กาลเวลาก็ต้องเดินหน้าต่อไป เมื่อ 3 Series เจเนอเรชันที่ 8 (G50) กำลังจะมาถึง BMW ก็เตรียมที่จะปลดระวางรหัสตำนานนี้ พร้อมส่งไม้ต่อให้กับรหัสใหม่ที่จะมาเขย่าวงการในชื่อ "BMW M350"

สิ่งที่สายซิ่งอยากรู้ที่สุดคือเรื่องของเครื่องยนต์ M350 บนแพลตฟอร์ม CLAR ในหลายตลาดทั่วโลกจะมาพร้อมขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 6 สูบเรียง ผสานการทำงานกับระบบ Mild-hybrid 48-volt ปั่นพละกำลังรวมออกมาได้ถึง 437 แรงม้า พร้อมแรงบิด 428 ปอนด์-ฟุต จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 4.1 วินาที ซึ่งเร็วกว่า M340i xDrive รุ่นปัจจุบันอยู่ 0.2 วินาที และแน่นอนว่ารุ่นนี้จะไม่มีเกียร์แมนนวลให้เลือก

คาดว่าของแต่งจะใส่มาเต็มตารางตั้งแต่ Adaptive M suspension, M Sport differential และระบบพวงมาลัย Variable steering ที่ปรับแต่งอัตราทดตามองศาพวงมาลัย เพื่อเพิ่มความคล่องตัวตอนจอด และนิ่งสนิทเมื่อซัดความเร็วสูง แต่ไฮไลต์คือฟังก์ชันใหม่ ‘Drift Moment’ ที่ออกแบบมาเพื่อส่งกำลังทั้งหมดไปที่ล้อหลัง 100% ให้คุณกวาดท้ายออกได้อย่างสะใจ โดยฟีเจอร์นี้จะถูกปล่อยออกมาให้อัปเดตผ่านซอฟต์แวร์ (OTA) ในช่วงปลายปี 2027

ในยุคที่วงการยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่าน และ M3 รุ่นต่อไปเตรียมขยับไปสู่ขุมพลังที่ฮาร์ดคอร์ยิ่งขึ้น (โดยมีให้เลือกทั้ง EV และ ICE เป็นครั้งแรก) การมาของ BMW M350 จึงกลายเป็นจุดสมดุลที่ลงตัวที่สุดสำหรับผู้ชายที่ยังหลงใหลในฟีลลิ่งของ Sports Sedan สไตล์ดั้งเดิม

ที่อยู่

265 Chan Road, Thung Wat Don, Sathon
Bangkok
10120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Unlockmenผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Unlockmen:

ทางลัด

แชร์