05/09/2026
‘คนเปลี่ยนน้ำ น้ำเปลี่ยนอนาคต’ (1) : ‘ยศชนัน’ ชวนคิดเปลี่ยนการตั้งรับไปสู่เรื่อง ‘เศรษฐกิจน้ำ’ ทุกมิติ
| Sustainability | เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ‘ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาเรื่อง “Science, Innovation and the Future of Water Smart Communities” บนเวที Water Resilience Forum ครั้งที่ 3 /2026 ภายใต้แนวคิด SMART WATER COMMUNITIES: คนเปลี่ยนน้ำ น้ำเปลี่ยนอนาคต จัดโดยศูนย์กันก่อนท่วม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือข่ายพันธมิตร
ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ในการรับมือกับสถานการณ์น้ำ รัฐบาลได้มีการแบ่งหน้าที่กันกำกับดูแล โดยตนได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมด และเมื่อเกิดสถานการณ์ที่มีแนวโน้มว่าจะต้องใช้ความช่วยเหลือจากหลายจังหวัด ก็จะลงไปในพื้นที่จริง ภายใต้การทำงานแบบ Single Command แต่ไม่ไปก้าวก่ายผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการเหตุการณ์โดยตรง
ทั้งนี้ บทบาทของส่วนกลางคือการคอยเชื่อมโยงและระดมความช่วยเหลือจากกำลังทหาร เครื่องจักรกล และคนจากกระทรวงอื่นๆ ในกรณีที่จังหวัดไม่สามารถระดมกำลังได้ทัน โดยก่อนจะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ได้ประชุมร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.), กรมอุตุนิยมวิทยา, และกรมชลประทาน เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับการปฏิบัติงาน
ดร.ยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า ความจำเป็นของการแก้ปัญหาน้ำท่วมคือการแจ้งเตือน แต่ต้องรู้ว่า “First Principle” ของน้ำคืออะไร เพราะน้ำไม่รู้ว่าพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่สำคัญหรือไม่สำคัญ แค่ไหลจากบนลงล่าง ดังนั้นหากเรารู้ว่าน้ำมีปริมาณเท่าไหร่ และไหลจากบนลงล่าง นี่คือ First Principle ของการบริหารจัดการน้ำที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านตรัสไว้เสมอ
แต่วันนี้มีการบดบังทางน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วม เพราะฉะนั้นการทำแผนที่น้ำแบบ Overlay Map อย่างที่จังหวัดนครปฐมทำ เป็นสิ่งที่ดีมาก เพื่อให้ชุมชนสามารถดูแลทางน้ำด้วยตนเองได้
อีกส่วนสำคัญคือเรื่องของเมือง ที่ปัจจุบันแบ่งแผนที่การจัดการน้ำตามเขตการปกครอง ตามหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ โดยตั้งรับและแก้ปัญหาเฉพาะจุดที่เกิดเหตุ แต่ในความเป็นจริง ควรแบ่งความรับผิดชอบตามทางเดินของน้ำ ให้เชื่อมโยงตามแรงโน้มถ่วงและภูมิประเทศ มองเห็นภาพรวมทั้งระบบจากภูเขาสู่เมือง เพื่อจะได้คาดการณ์และจัดการได้ก่อนเกิดเหตุ
อีกประเด็นคือ เวลาทำงานเรื่องน้ำอยู่กรุงเทพฯ เราจะใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก แต่ในพื้นที่จริง อยากให้เริ่มจากภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) เป็นหลัก เพราะชาวบ้านเขารู้ว่าจะต้องทำอย่างไร เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ไหมที่จะอำนวยความสะดวกด้วยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาผสานให้เหมาะกับภูมิปัญญาท้องถิ่นแต่ละที่ เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของ “Water Smart Community”
ส่วนเรื่องการแจ้งเตือนภัย ต้องเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับระยะเวลาและพื้นที่ เช่น การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมประเมินล่วงหน้า 24 ชั่วโมง หรือการใช้จุดโทรมาตรบนภูเขาเพื่อแจ้งเตือนระยะสั้น เป็นต้น
อ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้ที่ [คอมเมนต์]
#คนเปลี่ยนน้ำน้ำเปลี่ยนอนาคต #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #อว #ไทยพับลิก้า