CARINNER ข่าวสารรถยนต์และผลทดสอบสมรรถนะ พร้อมบทวิเคราะห์จากข้อมูลการทดสอบผ่านเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน

10/06/2026
NEW MG URBAN NEW MG URBAN รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) จาก เอ็มจี ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเ...
10/06/2026

NEW MG URBAN

NEW MG URBAN รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) จาก เอ็มจี ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ทำให้ทุกไลฟ์สไตล์สะดวก ง่าย และคล่องตัว โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ใช้งานง่าย พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ลงตัว ดีไซน์ที่มีความสดใส ขนาดห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ สะท้อนนิยามของ “LIFE EASY” ยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้นในทุกวัน

SAIC E3 PURE ELECTRIC PLATFORM โครงสร้างใหม่ที่ออกแบบเพื่อรองรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ

NEW MG URBAN คือยนตรกรรมที่พัฒนาขึ้นบนSAIC E3 PURE ELECTRIC PLATFORMแพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นในรูปแบบ “CELL-TO-BODY” (CTB) ซึ่งผสานโครงสร้างตัวถังและแบตเตอรี่เข้าเป็นหนึ่งเดียว มีความยืดหยุ่นสูง รองรับการพัฒนาได้หลากหลายเซกเมนต์ ช่วยให้ตัวรถเบาขึ้นแต่ยังคงความแข็งแกร่ง ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วง เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ และยังเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

SMART DESIGN

สะท้อนตัวตนของคนเมืองยุคใหม่ ผ่านดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ภายใต้แนวคิด “GENDER NEUTRAL TRENDY” ผสานความทันสมัย เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนทุกเพศทุกวัย พร้อมฟังก์ชันการใช้งานสำหรับชีวิตคนเมืองได้อย่างลงตัว

* มิติตัวถัง 4,395 x1,842 x 1,549 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง)
* ระยะความยาวฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร
* โลโก้เรืองแสง ILLUMINATED LOGO
* ไฟหน้า LED พร้อมระบบควบคุมการ เปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ
* ไฟท้าย LED ดีไซน์ Union Jack
* ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน(DAYTIME RUNNING LIGHTS)
* ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง สปอยเลอร์หลัง และระบบเปิด-ปิดประตูท้ายไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ
* กระจกมองข้างพับ และปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว ในรุ่น MAX และ ULTRA
* กระจกไฟฟ้า ONE-TOUCH UP-DOWN
* กระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่างด้านผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า
* ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) 50 วัตต์ ในรุ่น MAX และ ULTRA
* ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB TYPE C จำนวน 3 จุด
* ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
* ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อม AERO WHEEL COVER ในรุ่น STANDARD และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ในรุ่น MAX และ ULTRA
* รองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 3.3 kW ในทุกรุ่นย่อย

SMART CABIN
พื้นที่ห้องโดยสารที่ออกแบบอย่างเข้าใจการใช้งานจริง กว้างขวาง โปร่งสบาย มาพร้อมฟังก์ชันอัจฉริยะและเทคโนโลยีที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

* ระบบอัจฉริยะควบคุมด้วยชิปประมวลผลจากQUALCOMM SNAPDRAGON 8155 ในรุ่น ULTRA
* หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (MULTI-INFORMATION CLUSTER) ขนาด 7 นิ้ว
* หน้าจอสีระบบความบันเทิงแบบสัมผัส(Infotainment) ขนาด 12.8 นิ้ว ในรุ่น STANDARD และ ขนาด15.6 นิ้ว ในรุ่นMAX และ ULTRA
* INTERACTIVE AMBIENT LIGHTS 256 เฉดสี ในรุ่น MAX และ ULTRA
* ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 4 จุด ในรุ่นSTANDARD และ 6 จุด ในรุ่น MAX และ ULTRA
* พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง ปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
* เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางทุกรุ่น พร้อมระบบเป่าลม ในรุ่น MAX และ ULTRA
* เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง พร้อมระบบเป่าลม ในรุ่น MAX และ ULTRA
* เบาะหุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์ ลาย Diamond Cut โดยเบาะนั่งด้านหลังพนักพิงพับได้แบบ 60:40 พร้อมที่เท้าวางแขนเบาะหลัง เพิ่มความมั่นคงและความผ่อนคลายในทุกการเดินทาง และที่วางแก้วน้ำ
* ตกแต่งภายในด้วยวัสดุ SOFT TOUCH เพิ่มสัมผัสที่เหนือระดับ
* หลังคากระจกพาโนรามิกเต็มแผ่น พร้อมม่านบังแดด
* ช่องเก็บเอกสารด้านหลังเบาะด้านหน้า
* ระยะวางขาที่นั่งตอนหลัง 984 มิลลิเมตร
* พื้นที่เก็บสัมภาระสองชั้นด้านท้ายรถ จุได้มากสูงสุดถึง 480 ลิตร และเมื่อพับเบาะสามารถจุได้มากถึง 1,266 ลิตร
* รัศมีวงเลี้ยว 5.2 เมตร
* ระบบ INTELLIGENT SMART ACCESSเพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกและสตาร์ทรถ

SMART TECHNOLOGY
ยกระดับทุกการเดินทางและการใช้งานรถด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ รองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ควบคุมรถได้ทุกที่ ทุกเวลา เพียงปลายนิ้วสัมผัส ผ่านสมาร์ทโฟน

* ระบบ i-SMART PRO ในรุ่น ULTRA
* ฟังก์ชันระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (SMART PARKING ASSIST)
* ฟังก์ชันระบบสั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล(REMOTE AUTO PARKING)
* ฟังก์ชันปลดล็อครถ และเปิดเครื่องปรับอากาศผ่านโทรศัพท์มือถือ
* ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (SMART CHECK) ระบบสั่งการอัจฉริยะ(SMART COMMAND) และ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (SMART CONNECT)
* ฟังก์ชันเปิดระบบ COOLING SEATผ่านมือถือในรุ่น ULTRA
* ระบบ i-SMART ในรุ่น MAX
* ฟังก์ชันระบบควบคุมการจอดระยะไกล(REMOTE PARKING)
* ฟังก์ชันปลดล็อครถ และเปิดเครื่องปรับอากาศผ่านโทรศัพท์มือถือ
* ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (SMART CHECK) ระบบสั่งการอัจฉริยะ(SMART COMMAND) และ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (SMART CONNECT)
* ระบบ ONE PEDAL
* รองรับระบบการเชื่อมต่อ APPLE CARPLAYและ ANDROID AUTO แบบไร้สาย
* ระบบ AI VOICE COMMAND*
บริการเสริมพิเศษ อัตราค่าบริการเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด (พร้อมรับสิทธิ์ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน)

มอบประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัว ตอบรับทุกจังหวะชีวิตของคนยุคใหม่ ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและสมรรถนะที่ออกแบบมาอย่างลงตัว

* ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบPERMANENT MAGNET SYNCHRONOUS MOTOR
* รุ่น STANDARD ให้พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์)
* รุ่น MAX และ ULTRA ให้พละกำลังสูงสุด 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์)
* แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทั้งสามรุ่น
* แบตเตอรี่แบบ LITHIUM-IRON PHOSPHATE (LFP) จาก CATL
* รุ่น STANDARD ความจุ 42.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 435กิโลเมตร* ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
* รุ่น MAX และ รุ่น ULTRA ความจุ 53.9กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 530 กิโลเมตร*ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
* ชาร์จง่าย สบายทุกเส้นทาง รองรับทั้งแบบQUICK CHARGE และ NORMAL CHARGE
* รุ่น STANDARD ชาร์จแบบเร็ว QUICK CHARGE จาก 10% - 80% ใช้เวลาประมาณ 28 นาที** ที่ความเร็วสูงสุด 82 kW ชาร์จแบบธรรมดา NORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW
* รุ่น MAX และ รุ่น ULTRA ชาร์จแบบเร็ว QUICK CHARGE ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% - 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที** ที่ความเร็วสูงสุด 88 kW ชาร์จแบบธรรมดาNORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW
* ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบMACPHERSON STRUT ที่ช่วยควบคุมรถได้มั่นคงและแม่นยำ
* ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ TORSION BEAM ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่และควบคุมง่าย
* ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรกด้านหน้าแบบ VENTILATED DISC และด้านหลังแบบ DISC
* โหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ ECO, NORMAL, SPORT, SNOW, CUSTOM
*ทดสอบตามมาตรฐานความประหยัดพลังงาน NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE (NEDC)
**ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

SMART SAFETY
มอบความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย และเหนือสุดในคลาสด้วยระบบADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) ระดับ L2 และระบบ SMART AUTO PARKING SOLUTION ช่วยอำนวยความสะดวกในการควบคุมรถ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP และ ANCAP

* ระบบแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ พร้อมมุมมองหลายเลน (MULTI-LANE VIEW)
* ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ SAPS (SMART AUTO PARKING SOLUTION)
* ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ALC (AUTO LANE CHANGE WITH ALERT)
* ระบบระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน LCC (LANE CENTERING CONTROL)
* ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (ELECTRONIC PARKING BRAKE) พร้อมระบบป้องกันการไหล AVH (AUTO VEHICLE HOLD)
* ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (ANTI-LOCK BRAKING SYSTEM) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (ELECTRONIC BRAKE FORCE DISTRIBUTOR)
* ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (ELECTRONIC BRAKE ASSIST)
* ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (STABILITY CONTROL SYSTEM)
* ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (CURVE BRAKE CONTROL)
* ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (TRACTION CONTROL SYSTEM)
* ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (HILL START ASSIST SYSTEM)
* ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (INTELLIGENT HIGH-BEAM CONTROL)
* ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันACC (ADAPTIVE CRUISE CONTROL)
* ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันอัฉริยะICA (INTELLIGENT CRUISE ASSIST)
* ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (TRAFFIC JAM ASSIST)
* ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน พร้อมระบบช่วยควบคุมเมื่อออกนอกเลน ELK (EMERGENCY LANE KEEPING ASSIST) โดยผสานการทำงานของ LKA (LANE KEEPING ASSIST), LDP (LANE DEPARTURE PREVENTION) และ LDW (LANE DEPARTURE WARNING)
* ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้าFCW (FORWARD COLLISION WARNING)
* ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (AUTONOMOUS EMERGENCY BRAKING)
* ระบบช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากมุมอับสายตาที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่ LCA (LANE CHANGE ASSIST), BSD (BLIND SPOT DETECTION), RCTA (REAR CROSS TRAFFIC ALERT), RCTB (REAR CROSS TRAFFIC BRAKING), DOW (DOOR OPENING WARNING) และ RCW (REAR COLLISION WARNING)
* ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยางTPMS (TIRE PRESSURE MONITORING SYSTEM)
* ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (DRIVER MONITORING SYSTEM)
* เพิ่มความอุ่นใจด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ เซ็นเซอร์ 12 ตำแหน่ง กล้องรอบคัน 6 ตัว และเรดาร์ 3ตำแหน่ง รวมทั้งหมด 21ตำแหน่ง
* กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ ในรุ่นMAX และ ULTRA พร้อมสัญญาณเตือนระยะด้านหน้าและหลัง
* จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
* เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ
* ถุงลมนิรภัย รวม 7 ตำแหน่ง คู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมกลาง

NEW MG URBAN รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้า ประกอบด้วย 3 รุ่นย่อย โดยมีสีตัวถังให้เลือก 5 สี คือ ม่วง (LAVENDER PURPLE), เบจ (MODERN BEIGE), ขาว (ARCTIC WHITE),เทา (ANDES GREY) และดำ (PEARL BLACK)พร้อมตกแต่งภายในโทนสีทูโทน เทา–ดำ

10/06/2026

NEW NISSAN KICKS e-power 2026 เพิ่มระบบความปลอดภัย PROPILOT หน้าตาสดใหม่ทั้งคัน มองหารถไฮบริด ประหยัด แรง คล่องตัว ปลอดภัยครบ ต้องไม่พลาด


10/06/2026

น้องใหม่มาแล้ว NEW MG URBAN สีสันและเทคโนโลยี โดนใจวัยรุ่น

CHANGAN ส่งแบรนด์น้องใหม่ “NEVO” รุกตลาดไทย ปักธงก้าวแรก เดินหน้าขยายสู่ตลาดโลกCHANGAN NEVO กับบทบาทใหม่ในยุครถยนต์พลังง...
29/05/2026

CHANGAN ส่งแบรนด์น้องใหม่ “NEVO” รุกตลาดไทย ปักธงก้าวแรก เดินหน้าขยายสู่ตลาดโลก

CHANGAN NEVO กับบทบาทใหม่ในยุครถยนต์พลังงานใหม่อัจฉริยะ

CHANGAN NEVO คือแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่หลักของ CHANGAN Automobile และถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัทในยุคยานยนต์พลังงานใหม่อัจฉริยะ โดยแบรนด์นี้ถูกวางให้เป็นกำลังสำคัญทั้งในด้านยอดขายและการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต

ภายใต้แนวคิด “Smart Mobile Living Partner” CHANGAN NEVO มุ่งส่งมอบประสบการณ์การเดินทางอัจฉริยะให้กับครอบครัวทั่วโลก ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ควบคู่กับคุณค่าที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้จริง

ปัจจุบัน CHANGAN NEVO เติบโตอย่างรวดเร็ว และกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ของจีนที่น่าจับตามอง เคียงข้างแบรนด์ชั้นนำอย่าง Geely Galaxy และ BYD Dynasty ในการผลักดันอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ของจีนสู่เวทีโลก

ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนพลังของแบรนด์

จากการตอบรับของตลาด ทำให้ CHANGAN NEVO กำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตอย่างเต็มรูปแบบ

* เดือนเมษายน มียอดส่งมอบ 32,118 คัน ติดอันดับ 7 ของแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศจีน จากยอดจดทะเบียนจริง
* ยอดขายสะสมปัจจุบันทะลุ 500,000 คัน สร้างปรากฏการณ์ “ความเร็วแบบฉีหยวน” ที่ได้รับความสนใจจากทั้งตลาดและอุตสาหกรรม

ด้านผลิตภัณฑ์ก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน

* CHANGAN NEVO Q05 ใหม่ มียอดส่งมอบ 12,600 คันในเดือนมีนาคม และ 16,128 คันในเดือนเมษายน ครองอันดับ 1 ตลาด Compact Pure EV SUV ของจีนต่อเนื่อง 2 เดือน
* CHANGAN NEVO A06 มียอดส่งมอบสะสมกว่า 30,000 คัน ภายใน 4 เดือนหลังเปิดตัว
* CHANGAN NEVO Q07 มียอดขายสะสมทะลุ 100,000 คัน ภายใน 1 ปี พร้อมติดอันดับต้น ๆ ของเซกเมนต์

ความสำเร็จในตลาดจีนสะท้อนศักยภาพของผลิตภัณฑ์ CHANGAN NEVO ได้อย่างชัดเจน และ NEVO Q05 ที่เปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้ ก็ถือเป็น SUV พลังงานไฟฟ้ารุ่นขายดีที่สุดของแบรนด์ในประเทศจีน

บริษัทเชื่อมั่นว่า NEVO Q05 จะสามารถมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือความคาดหมายให้กับครอบครัวชาวไทย และก้าวสู่การเป็น Global Bestseller ในอนาคต

เดินหน้ากลยุทธ์ “Vast Ocean Plan” ขยายธุรกิจทั่วโลก

การเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ รวมถึงโอกาสจากตลาดต่างประเทศ ถือเป็นจังหวะสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน ทำให้การขยายธุรกิจสู่ระดับโลกกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของ CHANGAN Automobile

ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2023 บริษัทได้เปิดตัวกลยุทธ์ “Vast Ocean Plan” เพื่อเร่งขยายธุรกิจในระดับสากล และภายในปี 2025 CHANGAN มีเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายในต่างประเทศกว่า 1,124 แห่ง และช่องทางบริการรวมมากกว่า 19,000 จุด ครอบคลุม 118 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว CHANGAN NEVO กำลังเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยหลังเปิดตัวแบรนด์ในประเทศไทย บริษัทมีแผนรุกตลาดสำคัญเพิ่มเติม ได้แก่

* มิถุนายน : เอเชียกลาง (อุซเบกิสถาน)
* สิงหาคม : อินโดนีเซีย และลาตินอเมริกา
* ตุลาคม : ประเทศและภูมิภาคในยุโรป

สำหรับ CHANGAN NEVO การขยายสู่ต่างประเทศไม่ได้หมายถึงเพียงการนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายในตลาดใหม่ แต่คือการเติบโตไปพร้อมกับผู้ใช้งานทั่วโลก และร่วมสร้างรูปแบบการเดินทางแห่งอนาคตที่ดียิ่งขึ้น

บริษัทหวังว่าในระยะยาว CHANGAN NEVO จะสามารถหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละประเทศได้อย่างแท้จริง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์ ชุมชน และวัฒนธรรม จาก “การเข้าสู่ตลาดโลก” สู่ “การเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค” อย่างแท้จริง

NEVO Q05 ไม่ได้เป็นเพียงรถไฟฟ้า SUV แต่คือผู้ช่วยอัจฉริยะบนท้องถนนที่ผสานดีไซน์ เทคโนโลยีและความสะดวกสบาย ไว้ในคันเดียวอย่างลงตัว พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.changan.co.th/th/nevo-q05/

28/05/2026

CHANGAN NEVO Q05 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว


CHANGAN NEVO Q05 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมพรีเซ็นเตอร์ขวัญใจวัยรุ่น BILLKIN  มาพร้อมกับการทำตลาด 2 รุ่นย่อยดังนี้...
28/05/2026

CHANGAN NEVO Q05 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมพรีเซ็นเตอร์ขวัญใจวัยรุ่น BILLKIN มาพร้อมกับการทำตลาด 2 รุ่นย่อยดังนี้

📍 รุ่น Max (รุ่นเริ่มต้น) ราคาพิเศษในช่วงเปิดตัว 599,900 บาท จากนั้นจะปรับเป็น 629,900 บาท

📍 รุ่น Ultra (รุ่นท็อป) ราคาพิเศษในช่วงเปิดตัว 679,900 บาท จากนั้นจะปรับเป็น 709,900 บาท

NEVO Q05 รถยนต์ B-SUV พลังงานไฟฟ้า 100% ประกอบในประเทศไทยโดดเด่นด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว ระบบความปลอดภัยพร้อมเซนเซอร์และ LiDAR ตกแต่งห้องโดยสารทันสมัย มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 51.9 kWh วิ่งได้ระยะทาง 462 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จเร็ว DC แบบ 3C สูงสุด 162 kW!! ชาร์จจาก 30% - 80% ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เท่านั้น

NEVO Q05 มีขนาดและมิติตัวถัง ยาว 4,435 มม. กว้าง 1,855 มม. สูง 1,600 มม. และระยะฐานล้อ 2,735 มม.

โหมดการขับขี่ น้ำหนักพวงมาลัยไฟฟ้า เบรก สามารถจูนได้ละเอียด ตั้งแต่ 0-100%

Changan NEVO Q05 ออกแบบโดย Klaus Zyciora ดีไซเนอร์ระดับโลก ตัวรถจึงมีความสมดุล สัดส่วนตัวรถ ดูลงตัวเหมือนดีไซน์ของรถระดับพรีเมียม มีค่าสัมประสิทธิแรงต้านอากาศ 0.265 Cd

มิติตัวรถยาว 4,435 มม. / กว้าง 1,855 มม. / ความสูง 1,600 มม. และระยะฐานล้อ 2,735 มม. มีระยะห่างจากพื้น หรือ (Ground Clearance)อยู่ที่ 170 มม. หรือ 17 ซม. ขนาดยาง ในรุ่นท็อป 225/55 R18 ส่วนรุ่นเริ่มต้น เป็นล้อขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/60 R17

ห้องโดยสารมี 2 สี ให้เลือก โทนสีขาวตกแต่งทูโทน และ โทนสีดำ มาพร้อมหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ส่วนหน้าจอเรือนไมล์เป็นจอขนาด 10.17 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่แบบหน้าจอสี ให้รายละเอียดครบ พร้อมไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร มากถึง 256 เฉดสี สามารถเลือกปรับแต่ง เฉดสีแบบทูโทนได้ด้วย

ขุมกำลัง ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อคู่หน้า ให้กําลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ หรือ 163 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็วสูงสุด 164 กม./ชม. จากมาตรวัดเรือนไมล์ ให้อัตราเร่ง 0 - 100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที มีระยะทางในการวิ่ง/การชาร์จ อยู่ที่ 462 กม. (NEDC)

ติดตั้งแบตเตอรี แบบ Lithium Iron Phosphate (LFP) ขนาด 51.9 kWh รองรับการชาร์จ DC ได้สูงสุด 162 kw ใช้ระย เวลาชาร์จ DC ตั้งแต่ 30%- 80% ในเวลา 15 นาที

ระบบความปลอดภัย ADAS พร้อม กล้องมองภาพรอบทิศทาง แบบ 360 องศา 3 มิติ มีระบบบันทึกวีดีโอการขับขี่รอบทิศทาง รองรับการสั่งงานและตรวจสอบสถานะรถผ่านแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

ระบบรองรับ ใช้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สัน สตรัท ด้านหลังเป็น ทอร์ชั่นบีม

มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีชมพู (AURORA PINK), สีดำ (DEEP SPACE BLACK), สีขาว (MOONLIGHT WHITE), สีเงิน (MERCURY SILVER) และสีเทา (STARLIGHT GRAY


#รถใหม่ #รถไฟฟ้า

ตลาดรถยนต์เดือนเมษายน ยอดขาย 48,394 คัน เพิ่มขึ้น 2.54% สำหรับโตโยต้า ยอดขายสะสม 4 เดือน รวม 79,180 คัน เติบโต 4.76%ตลาด...
27/05/2026

ตลาดรถยนต์เดือนเมษายน ยอดขาย 48,394 คัน เพิ่มขึ้น 2.54% สำหรับโตโยต้า ยอดขายสะสม 4 เดือน รวม 79,180 คัน เติบโต 4.76%

ตลาดรถยนต์เดือนเมษายน 2569 โดยยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 48,394 คัน เพิ่มขึ้น 2.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) มีปริมาณการขาย 33,654 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา 9.07% ในขณะที่รถกระบะ มีปริมาณการขาย 9,831 คัน ลดลงจากเดือนเมษายนปีที่แล้ว 10.11% รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีปริมาณการขาย 109 คัน เพิ่มขึ้น 36.35% จากเดือนเมษายนปีที่แล้ว และรถ PPV มีปริมาณการขาย 2,619 คัน ลดลง 16.57% จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา

*อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเว็บไซต์ https://fti.or.th/News/details?id=1334
ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries – FTI) ประกาศ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569

🔷ประเด็นสำคัญ

♦️ ตลาดรถยนต์เดือนเมษายน 2569 มียอดขาย 48,394 คัน เพิ่มขึ้น 2.54%
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
♦️ รถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) ยอดขาย 33,654 คัน
เพิ่มขึ้น 9.07% จากปีที่ผ่านมา
♦️ รถกระบะ ยอดขาย 9,831 คัน ลดลง 10.11% จากปีที่ผ่านมา
♦️รถกระบะไฟฟ้า (BEV) ยอดขาย 109 คัน เพิ่มขึ้น 36.35% จากปีที่ผ่านมา
♦️รถ PPV ยอดขาย 2,619 คัน ลดลง 16.57% จากปีที่ผ่านมา

🚗 สำหรับยอดขายรถยนต์สะสมสี่เดือนแรก มียอดขาย 230,477 คัน เพิ่มขึ้น 15.02%
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน
♦️รถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) ยอดขาย 157,099 คัน
เพิ่มขึ้น 23.91% จากปีที่ผ่านมา
♦️รถกระบะ ยอดขาย 48,324 คัน ลดลง 5.84% จากปีที่ผ่านมา
♦️ รถกระบะไฟฟ้า (BEV) ยอดขาย 423 คัน เพิ่มขึ้น 144.51% จากปีที่ผ่านมา
♦️ รถ PPV ยอดขาย 14,746 คัน เพิ่มขึ้น 16.35% จากปีที่ผ่านมา

🚗 โตโยต้า มียอดขายสะสม 4 เดือนแรก 79,180 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 34.35% เติบโต 4.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ) 25,194 คัน และ Eco segment (Yaris และ Yaris ATIV) 23,952 คัน

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มตลาดรถยนต์เดือนพฤษภาคม ว่า “ตลาดรถยนต์เดือนพฤษภาคมมีแนวโน้มฟื้นตัวและเติบโตจากเดือนที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยบวกจากดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) ประกอบกับการทยอยส่งมอบรถยนต์จากยอดจองในช่วงงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
สำหรับโตโยต้า ในเดือนพฤษภาคมนี้ได้เริ่มส่งมอบ LAND CRUISER FJ เป็นเดือนแรก ซึ่งถือเป็น

ยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่สร้างปรากฏการณ์และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยคาดว่าในเดือนพฤษภาคมยอดจองของ LAND CRUISER FJ นับตั้งแต่การเปิดตัว จะสูงถึง 2,000 คัน นอกจากนี้กระแสความนิยมในรถยนต์รุ่นนี้ ยังจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้โตโยต้าสามารถรักษาความเป็นผู้นำทางด้านส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไว้ได้”

หมายเหตุ: ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเว็บไซต์ https://fti.or.th/News/details?id=1334
ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries – FTI) ประกาศ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569

27/05/2026

BYD SEALION 5 DMi เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด ลองขับโหมด EV ใช้งานในเมืองรถติดๆ แบตเตอรี่ 18.3 KWh วิ่งได้ไกลแค่ไหน วิ่งในเมืองน่าห่วงมั้ย

นิสสันเริ่มส่งมอบ “คิกส์ อี‑พาวเวอร์ ใหม่” หลังการเปิดตัว “นิสสัน คิกส์ อี‑พาวเวอร์ ใหม่” ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นิสสัน ...
25/05/2026

นิสสันเริ่มส่งมอบ “คิกส์ อี‑พาวเวอร์ ใหม่”

หลังการเปิดตัว “นิสสัน คิกส์ อี‑พาวเวอร์ ใหม่” ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นิสสัน ประเทศไทย ได้เริ่มส่งมอบรถยนต์รุ่นดังกล่าวให้กับลูกค้ากลุ่มแรกในประเทศไทย โดย ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย เป็นประธานในพิธีส่งมอบรถ นิสสัน คิกส์ อี‑พาวเวอร์ ใหม่ จำนวน 10 คัน ให้กับ ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล (Drive Car Rental) โดยมีธนวัต ตียาภรณ์ ผู้จัดการทั่วไป เป็นผู้รับมอบ

นิสสัน ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าตามแผนการเปิดตัวของ นิสสัน คิกส์ อีพาวเวอร์ ใหม่ อย่างต่อเนื่อง โดยการส่งมอบในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์

ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “นิสสันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ส่งมอบ นิสสัน คิกส์ อี‑พาวเวอร์ ใหม่ ให้กับลูกค้ากลุ่มแรกในประเทศไทย ขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ และเชื่อมั่นในนิสสัน ด้วยเทคโนโลยี อี‑พาวเวอร์ อันเป็นเอกลักษณ์ของนิสสัน และระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง ProPILOT เรามีความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์การขับขี่เสมือนรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งนุ่มนวล ทรงพลัง และตอบสนองได้อย่างดี โดยไม่ต้องพึ่งพาการชาร์จไฟจากภายนอก ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอทางเลือกการเดินทางพลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัย เข้าถึงได้ง่าย และตอบโจทย์ลูกค้า”

ธนวัต ตียาภรณ์ ผู้จัดการทั่วไป ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล กล่าวว่า “ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ใช้บริการเช่ารถกับทาง ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล ให้ความสนใจในเทคโนโลยี อีพาวเวอร์ เป็นอย่างมาก ทำให้เราตัดสินใจเพิ่ม นิสสัน คิกส์ อี‑พาวเวอร์ ใหม่ เข้ามาเสริมในฟลีทรถเช่า เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่ใช้งานง่าย และเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน”

ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล (Drive Car Rental) เป็นแบรนด์รถเช่าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในธุรกิจ พร้อมการันตีคุณภาพด้วยรางวัล Customer Favorite Award จาก Rentalcars.com โดยให้บริการรถเช่าทั้งแบบรายวันสำหรับนักเดินทาง และบริการเช่าระยะยาวครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย ซึ่งลูกค้าสามารถเช่ารถได้จากจังหวัดต่างๆ อาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เป็นต้น

สำหรับลูกค้าที่สนใจเช่ารถนิสสัน คิกส์ อี‑พาวเวอร์ ใหม่ เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย สามารถติดต่อ ไดรฟ์ คาร์ เร้นทอล สาขาศรีนครินทร์ โทร.02-821-5992 หรือติดตามโปรโมชั่นพิเศษและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ drivecarrental.com

นิสสัน คิกส์ อี‑พาวเวอร์ ใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย โฉบเฉี่ยว และพรีเมียมยิ่งขึ้น มาพร้อมเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ที่มอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า โดยไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ในชีวิตประจำวัน เสริมด้วยระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง ProPILOT และเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan 360 Safety Shield ที่ครบครัน ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกสถานการณ์ พร้อมยกระดับความสบายด้วยเบาะนั่ง Zero Gravity ช่วยลดความเมื่อยล้าและรองรับการใช้งานในสภาพอากาศร้อน มอบประสบการณ์ขับขี่ที่สนุกและลงตัวในทุกเส้นทาง ภายใต้แนวคิด "KICKS ON. GAME ON. หรือ อิสระใหม่แบบคิกส์"

ที่อยู่

Ladpraow
Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66818666559

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CARINNERผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CARINNER:

แชร์