ESG Universe 📱 ติดต่อโฆษณา
090-549-2524 (ภู)
E-mail : [email protected]

Connect together for world a better place to live
เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เพื่อโลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น
www.esguniverse.com

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ / ติดต่อกองบรรณาธิการ
คุณยุ้ย 098 270 1553
ติดต่อโฆษณา
คุณเอก 097 054 8262

❄️ ทำไม Google เลือก “ประเทศหนาว” สร้างฐาน AI?เบื้องหลัง AI ที่เราใช้กันทุกวัน ไม่ได้มีแค่ชิปหรือโมเดลที่ฉลาดขึ้น แต่มีอ...
09/09/2026

❄️ ทำไม Google เลือก “ประเทศหนาว” สร้างฐาน AI?
เบื้องหลัง AI ที่เราใช้กันทุกวัน ไม่ได้มีแค่ชิปหรือโมเดลที่ฉลาดขึ้น แต่มีอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่บริษัทเทคทั่วโลกกำลังเผชิญ — พลังงาน
Google ประกาศลงทุนอย่างน้อย 13,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 15,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในฟินแลนด์ในช่วง 2 ปีข้างหน้า เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI รวมถึง Data Center ระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาด และระบบกักเก็บพลังงาน โดย Google ระบุว่านี่คือ การลงทุนครั้งเดียวในยุโรปที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท
แล้วทำไมต้อง “ฟินแลนด์”?

หนึ่งในแต้มต่อสำคัญคือ อากาศหนาว เพราะ Data Center สร้างความร้อนสูง สภาพอากาศเย็นช่วยลดพลังงานที่ต้องใช้ในการจัดการความร้อน ขณะเดียวกัน ฟินแลนด์ยังมีแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำจำนวนมาก ซึ่งตอบโจทย์ทั้งเรื่องต้นทุนพลังงานและเป้าหมายด้าน Climate ของบริษัทเทค
แต่ Google ไม่ได้ลงทุนแค่ Data Center

บริษัทเตรียมเพิ่มพลังงานลม ทำสัญญาระบบแบตเตอรี่ขนาด 94 MW และลงนามข้อตกลงระยะยาว 22 ปี เพื่อสนับสนุนการต่ออายุการเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Loviisa ซึ่งเป็นข้อตกลงด้านพลังงานนิวเคลียร์ครั้งแรกของ Google นอกสหรัฐฯ
เรื่องนี้กำลังสะท้อนภาพใหม่ของการแข่งขันในยุค AI

เมื่อ Data Center ต้องการไฟฟ้ามหาศาล ประเทศที่มีพลังงานคาร์บอนต่ำ ระบบไฟฟ้าพร้อม และทำเลที่ช่วยจัดการความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจกลายเป็น “ทำเลทอง” แห่งใหม่ของเศรษฐกิจ AI
และ Google เองก็ยอมรับว่า การขยาย AI Infrastructure กำลังเกิดขึ้นเร็วกว่าความเร็วที่โครงข่ายไฟฟ้าจะลดคาร์บอนได้เสียอีก

AI จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันว่าใครฉลาดกว่า แต่อาจเป็นการแข่งขันว่า “ใครมีพลังงานพร้อมกว่า” ด้วย

Sources: Google, Reuters | 9 Sep 2026

#พลังงานสะอาด

🐘 จาก “คนดู 1 คน” สู่คนแห่เที่ยวเมื่อพลังโซเชียล ช่วยต่อลมหายใจสถานที่ท่องเที่ยวไทยบางครั้ง การช่วยให้สถานที่หนึ่งกลับมา...
09/09/2026

🐘 จาก “คนดู 1 คน” สู่คนแห่เที่ยว
เมื่อพลังโซเชียล ช่วยต่อลมหายใจสถานที่ท่องเที่ยวไทย
บางครั้ง การช่วยให้สถานที่หนึ่งกลับมามีชีวิตอีกครั้ง อาจไม่ได้เริ่มจากแคมเปญใหญ่หรือเงินโฆษณามหาศาล

แต่อาจเริ่มจาก “คนดูเพียง 1 คน”

ปลายเดือนสิงหาคม ผู้ใช้ TikTok บัญชี โพสต์คลิปบรรยากาศการแสดงช้างที่ ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ ภาพบนอัฒจันทร์วันนั้นมีผู้ชมนั่งอยู่เพียงคนเดียว แต่การแสดงยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ
คลิปธรรมดา ๆ กลับแตะความรู้สึกของผู้คน จนมียอดรับชมทะลุ 4.5 ล้านครั้ง และเกิดกระแสชวนกันกลับไปเที่ยวสถานที่ซึ่งหลายคนคุ้นเคยมาตั้งแต่วัยเด็ก
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ไม่ได้หยุดอยู่แค่ยอดวิว

เพียงประมาณหนึ่งสัปดาห์ บรรยากาศที่เคยเงียบกลับมาคึกคัก มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก จนทางฟาร์มต้อง เพิ่มรอบการแสดงโชว์จับจระเข้ เพื่อรองรับผู้ชมที่เพิ่มขึ้น
🐬 และพลังแบบเดียวกันกำลังถูกส่งต่อไปยังอีกสถานที่

เมื่อภาพการแสดงของ Oasis Sea World จันทบุรี ซึ่งบางรอบมีผู้ชมเพียงครอบครัวเดียว ถูกส่งต่อบนโลกออนไลน์ ก่อนเกิดกระแสชวนกันไปเที่ยวและให้กำลังใจ จนบรรยากาศเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง
เบื้องหลังสถานที่แห่งนี้ยังมีเรื่องราวที่ไม่ง่ายนัก

ในช่วงวิกฤตโควิดที่นักท่องเที่ยวหายไป ไทยรัฐรายงานโดยอ้างข้อมูลจาก Oasis Sea World ว่า เจ้าของเคยตัดสินใจขายที่ดินกว่า 40 ไร่ เพื่อระดมเงินประมาณ 12 ล้านบาท สำหรับประคองพนักงานและการดูแลสัตว์ในช่วงเวลานั้น

วันนี้ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับทั้งสองสถานที่จึงน่าสนใจกว่าแค่คำว่า “ไวรัล”

เพราะมันแสดงให้เห็นว่า พฤติกรรมเล็ก ๆ บนโลกออนไลน์ สามารถเปลี่ยนเป็นผลกระทบในโลกจริงได้
วันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับทั้งสองสถานที่ จึงอาจมีความหมายมากกว่าคำว่า “ไวรัล”

เพราะจากอัฒจันทร์ที่เคยมีคนดูเพียงหนึ่งคน
กลับมีผู้คนจำนวนมากเลือกเดินทางไปนั่งบนที่นั่งเหล่านั้นด้วยตัวเอง

หนึ่ง View ทำให้คนมองเห็น
หนึ่ง Share ทำให้เรื่องเดินทางไกลขึ้น
และหนึ่งการเดินทาง อาจช่วยให้รายได้กลับไปหมุนเวียนถึงธุรกิจ คนทำงาน และผู้คนรอบพื้นที่อีกครั้ง

ไม่มีใครรู้ว่ากระแสครั้งนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน
แต่สิ่งหนึ่งที่มันได้ทิ้งไว้ คือภาพเล็ก ๆ ของพลังสังคมในวันที่ผู้คนเลือกช่วยกันส่งต่อเรื่องของใครบางคน

จากวันนั้นที่การแสดงยังดำเนินต่อไป
แม้จะมีคนดูเพียง 1 คน

มาถึงวันนี้ที่มีคนมากมายบอกว่า
“ครั้งหน้า...ที่นั่งตรงนั้นจะมีเรา”

บางทีการช่วยให้สถานที่หนึ่งกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
อาจเริ่มต้นง่าย ๆ แค่การที่ใครสักคนไม่ปล่อยให้เรื่องของเขาผ่านหน้าจอไปเฉย ๆ

และนั่นอาจเป็นพลังของ Social Impact
ที่วัดไม่ได้ด้วยยอดวิวเพียงอย่างเดียว
Sources: TNN, Thairath,เพจเฟซบุ๊ก Oasis Sea World, เพจเฟซบุ๊ก ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ สมุทรปราการ-Samutprakan crocodile farm&zoo Thailand

#พลังโซเชียล #ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ #ท่องเที่ยวไทย

✈️🌿 ครั้งต่อไปที่คุณซื้อตั๋วบินออกจากสนามบินชางงี ในราคานั้นมีส่วนหนึ่งที่ถูกส่งตรงไปซื้อน้ำมันเครื่องบินสีเขียวตั้งแต่ต...
09/09/2026

✈️🌿 ครั้งต่อไปที่คุณซื้อตั๋วบินออกจากสนามบินชางงี ในราคานั้นมีส่วนหนึ่งที่ถูกส่งตรงไปซื้อน้ำมันเครื่องบินสีเขียว


ตั้งแต่ต้นปี 2027 สิงคโปร์จะเริ่มเก็บ SAF Levy หรือ "ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน" จากผู้โดยสารทุกคนที่บินออกจากสนามบินชางงี ไม่ว่าจะชั้นประหยัดหรือชั้นธุรกิจ ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ S$1 ถึง S$41.60 ต่อที่นั่ง ขึ้นอยู่กับระยะทางและชั้นโดยสาร


เงินที่เก็บได้ทั้งหมดจะไม่เข้ากระเป๋ารัฐบาล แต่ถูกส่งตรงไปยัง SAF Fund ที่บริหารโดย SAFCo องค์กรไม่แสวงผลกำไร เพื่อจัดซื้อ SAF หรือเชื้อเพลิงอากาศยานที่ผลิตจากพลังงานทดแทน และนำไปผสมในน้ำมันเจ็ทของเที่ยวบินที่ออกจากสิงคโปร์


Han Kok Juan · ผู้อำนวยการใหญ่ CAAS ระบุว่า "CAAS มุ่งวางรากฐานให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางที่น่าเชื่อถือสำหรับกิจกรรมเศรษฐกิจด้าน SAF ในภูมิภาค"


สิ่งที่น่าสนใจคือสิงคโปร์ไม่ได้รอให้สายการบินทำเองโดยสมัครใจ แต่สร้างกลไกที่ทำให้ทุกคนร่วมกันจ่าย และร่วมกันได้รับผลโดยอัตโนมัติ SAF ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าน้ำมันเจ็ทแบบเดิมได้ถึง 80% และ UNEP ประเมินว่าเชื้อเพลิงชนิดนี้จะต้องรับผิดชอบการลดคาร์บอนในภาคการบินเกือบ 2 ใน 3 เพื่อให้ถึงเป้า Net Zero ปี 2050


เป้าหมายแรกของระบบนี้คือให้เที่ยวบินทุกเที่ยวจากสิงคโปร์ใช้ SAF อย่างน้อย 1% ตั้งแต่ปีนี้ และจะค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนขึ้นในปีต่อๆ ไป SAFCo วางแผนเปิดจัดซื้อ SAF ภายในสิ้นปี 2026 โดยคาดว่าชุดแรกจะส่งมอบได้กลางปี 2027


นี่คือ model ใหม่ของการ Crowd-fund การเปลี่ยนผ่านสีเขียวในอุตสาหกรรมบิน ไม่ใช่ภาษีลงโทษ แต่เป็นกองทุนร่วมที่ผู้โดยสารทุกคนช่วยกันสร้างทีละนิด เพื่อเปลี่ยนอุตสาหกรรมที่ยากที่สุดอุตสาหกรรมหนึ่งในโลกให้สะอาดขึ้น


ที่มา: ESG Today (3 ก.ย. 2026) · Civil Aviation Authority of Singapore (CAAS)

#เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน #สิงคโปร์ #การบินยั่งยืน #ความยั่งยืน #นวัตกรรมสีเขียว

✈️🌏 เที่ยว 1 ทริป…อะไรปล่อยคาร์บอนมากที่สุด?หลายคนอาจนึกถึงโรงแรม อาหาร ขยะจากการท่องเที่ยว หรือของที่เราซื้อกลับบ้านแต่...
08/09/2026

✈️🌏 เที่ยว 1 ทริป…อะไรปล่อยคาร์บอนมากที่สุด?

หลายคนอาจนึกถึงโรงแรม อาหาร ขยะจากการท่องเที่ยว หรือของที่เราซื้อกลับบ้าน

แต่ตัวการใหญ่ที่สุดกลับเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ “ระหว่างทาง”
ข้อมูลจาก World Travel & Tourism Council (WTTC) ระบุว่า ในปี 2024 การเดินทาง (Transport) คิดเป็นประมาณ 40% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก มากที่สุดเมื่อเทียบกับกิจกรรมอื่น
🚗✈️ “เดินทางเหมือนกัน” ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยคาร์บอนเท่ากัน

ข้อมูลจาก Our World in Data ซึ่งเปรียบเทียบการปล่อยต่อผู้โดยสารต่อระยะทาง พบว่า เครื่องบินและรถยนต์ที่ใช้น้ำมันมี Carbon Footprint สูงกว่าการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะและรถไฟอย่างชัดเจน

นั่นไม่ได้แปลว่าเราต้อง “เลิกเที่ยว”

แต่การเลือกวิธีเดินทางอาจเปลี่ยน Footprint ของทริปได้มากกว่าที่คิด เช่น เลือกรถไฟหรือขนส่งสาธารณะเมื่อทำได้ เที่ยวใกล้ขึ้น พักนานขึ้นแทนการเดินทางหลายทริป หรือเลือกธุรกิจท้องถิ่นและที่พักที่มีแนวทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ที่มา: World Travel & Tourism Council (WTTC) · Our World in Data

#เที่ยวรักษ์โลก #ท่องเที่ยวยั่งยืน

⚡🌊สิ่งที่เคยคิดว่าเป็น “ศัตรูของแบตเตอรี่” กลับช่วยให้เก็บประจุได้เกือบ 2 เท่าในวงการแบตเตอรี่ “น้ำ” มักเป็นสิ่งที่ต้องค...
08/09/2026

⚡🌊สิ่งที่เคยคิดว่าเป็น “ศัตรูของแบตเตอรี่” กลับช่วยให้เก็บประจุได้เกือบ 2 เท่า

ในวงการแบตเตอรี่ “น้ำ” มักเป็นสิ่งที่ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด เพราะอาจรบกวนการทำงานและความเสถียรของแบตเตอรี่

แต่ทีมนักวิจัยจาก University of Surrey ประเทศอังกฤษ ลองตั้งคำถามกลับว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้า “ไม่เอาน้ำออก” จากโครงสร้างของวัสดุแคโทดชนิดหนึ่ง?

คำตอบที่ได้กลายเป็นเรื่องน่าสนใจของวงการ Sodium-ion Battery


🔋 ทีมวิจัยศึกษาวัสดุ Sodium Vanadate Hydrate (NVOH) ซึ่งมีน้ำอยู่ภายในโครงสร้างผลึก โดยแทนที่จะผ่านกระบวนการให้ความร้อนเพื่อกำจัดน้ำออก พวกเขากลับคงน้ำส่วนนี้เอาไว้

ผลการทดลองพบว่า วัสดุ NVOH แบบ hydrated สามารถให้ความจุสูงสุดประมาณ **280 mAh/g** ในการทดสอบแบบ organic half-cell และ University of Surrey ระบุว่า มีความสามารถในการเก็บประจุเกือบ **2 เท่า** เมื่อเทียบกับวัสดุ Sodium-ion ทั่วไปที่ใช้อ้างอิง

ในบางเงื่อนไขการทดลอง วัสดุยังแสดงความเสถียรในการทดสอบมากกว่า **400 รอบ**


🌊 แต่ความน่าสนใจยังไม่จบแค่เรื่องแบตเตอรี่

นักวิจัยยังนำวัสดุนี้ไปทดสอบเป็นขั้วไฟฟ้าในระบบ **Electrochemical Desalination** และพบว่าสามารถดึงไอออนโซเดียมและคลอไรด์ออกจากน้ำเกลือได้

โดยงานวิจัยประเมินความสามารถในการแยกเกลือไว้ที่ประมาณ **173 มิลลิกรัม NaCl ต่อวัสดุ 1 กรัม**

นี่จึงเปิดความเป็นไปได้ว่า วัสดุชนิดเดียวกันอาจมีบทบาทได้ทั้งใน **ระบบกักเก็บพลังงาน** และ **เทคโนโลยีแยกเกลือออกจากน้ำ** ในอนาคต


💬 Dr. Daniel Commandeur จาก University of Surrey อธิบายว่า Sodium Vanadate เป็นวัสดุที่มีการศึกษามานาน แต่โดยทั่วไปมักผ่านการให้ความร้อนเพื่อเอาน้ำออก ทีมวิจัยจึงลองตั้งคำถามว่า **ถ้าเก็บน้ำไว้ จะเกิดอะไรขึ้น?**

ผลที่ได้กลับดีกว่าที่คาด

สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ควรกำจัด จึงอาจกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะของวัสดุได้


ทำไมเรื่องนี้ถึงน่าจับตา?

เพราะ Sodium-ion Battery กำลังถูกมองเป็นอีกทางเลือกของระบบกักเก็บพลังงาน เนื่องจาก **โซเดียมเป็นธาตุที่มีอยู่มากและกระจายตัวในธรรมชาติกว่าลิเทียม**

และหากงานวิจัยนี้พัฒนาต่อไปได้สำเร็จ แนวคิดของวัสดุที่สามารถเชื่อมโลกของ **Energy Storage** เข้ากับ **Water Desalination** อาจกลายเป็นอีกหนึ่งเส้นทางของเทคโนโลยีพลังงานและน้ำสะอาดในอนาคต

แต่ตอนนี้ยังเป็น **งานวิจัยระดับวัสดุและห้องทดลอง** ไม่ใช่แบตเตอรี่เชิงพาณิชย์ที่สามารถผลิตน้ำดื่มจากทะเลได้โดยตรง

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของงานนี้จึงอาจไม่ใช่แค่ตัวเลขความจุที่เพิ่มขึ้น แต่คือการพิสูจน์ว่า—

**บางครั้ง นวัตกรรมไม่ได้เริ่มจากการหาวัสดุใหม่
แต่อาจเริ่มจากการตั้งคำถามกับสิ่งที่เราเคยคิดว่า “ต้องทำแบบนี้มาตลอด”**


ที่มา: University of Surrey · Journal of Materials Chemistry A

#แบตเตอรี่โซเดียมไอออน #นวัตกรรม #พลังงานสะอาด

🦠 ถ้าลวดลายบนเสื้อ ไม่ได้ถูกวาดโดยมนุษย์ แต่ถูก “เดิน” ขึ้นมาโดยสิ่งมีชีวิต?นี่คือหนึ่งในการทดลองที่กำลังพาโลกของ แฟชั่น...
07/09/2026

🦠 ถ้าลวดลายบนเสื้อ ไม่ได้ถูกวาดโดยมนุษย์ แต่ถูก “เดิน” ขึ้นมาโดยสิ่งมีชีวิต?
นี่คือหนึ่งในการทดลองที่กำลังพาโลกของ แฟชั่น × ธรรมชาติ × Bio Design มาเจอกัน
นักทดลองนำ “ราเมือก” (Slime Mold) ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเคลื่อนที่และสร้างเครือข่ายได้ มาทดลองร่วมกับเม็ดสีและสิ่งทอ เมื่อมันเคลื่อนตัวผ่านพื้นผิว เม็ดสีที่ไม่ถูกย่อยจะทิ้งร่องรอยตามเส้นทาง กลายเป็นลวดลายที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมหรือสร้างซ้ำได้เหมือนกันทุกชิ้น
การทดลองนี้ไม่ได้ลองแค่ครั้งสองครั้ง แต่ทดสอบกับ สีย้อม 11 ชนิด × ราเมือก 3 สายพันธุ์ × สิ่งทอ 3 ประเภท เพื่อดูว่าแต่ละคู่ตอบสนองกันอย่างไร โดยหนึ่งในวัสดุที่ให้ผลลัพธ์โดดเด่นคือ ผ้าไหม ซึ่งให้พื้นผิวและรายละเอียดของลวดลายที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ ยังอยู่ในขั้นทดลอง ไม่ใช่วิธีผลิตเสื้อผ้าเชิงอุตสาหกรรมในวันนี้ เพราะยังต้องแก้โจทย์ทั้งความคงทนต่อการซัก การเสียดสี ความสม่ำเสมอของสี และความสามารถในการผลิตในระดับใหญ่
แต่มันกำลังเปิดอีกประตูให้เห็นว่า อนาคตของ Sustainable Fashion อาจไม่ได้มีแค่การใช้วัสดุรีไซเคิลหรือสีจากพืช แต่อาจรวมถึงการออกแบบ “ร่วมกับสิ่งมีชีวิต”
อ่านฉบับเต็มได้ที่ ESG Universe – “สีจากราเมือก” นวัตกรรมสิ่งทอจากธรรมชาติ

Source: FabCafe

#นวัตกรรม #แฟชั่นยั่งยืน #สิ่งทอยั่งยืน #ความยั่งยืน

07/09/2026

เวลาสั่งเครื่องดื่ม คุณอยู่ทีมไหน?"
1. ทีมหลอดกระดาษ: สายรักษ์โลก ย่อยสลายง่าย
2. ทีมหลอดพลาสติก: ไม่เปื่อย ไม่เสียอารมณ์

🌏 134 ล้านวิวใน 3 วัน… แต่ “LISA Effect” อาจมีค่ามากกว่ายอดวิวMV “SaWaDiKa” ของ LISA ไม่ได้ทำให้โลกเห็นแค่ศิลปินไทยที่ไป...
07/09/2026

🌏 134 ล้านวิวใน 3 วัน… แต่ “LISA Effect” อาจมีค่ามากกว่ายอดวิว
MV “SaWaDiKa” ของ LISA ไม่ได้ทำให้โลกเห็นแค่ศิลปินไทยที่ไปไกลระดับโลก แต่กำลังทำให้สิ่งที่คนไทยเห็นจนคุ้นตา ตั้งแต่ภาษา มวยไทย ตุ๊กตุ๊ก ว่าว ไปจนถึงพื้นที่ของเมือง กลับกลายเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกหยุดมองอีกครั้ง
คำถามที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ “MV นี้จะไปถึงกี่ล้านวิว?” แต่คือ เมื่อสายตาของคนนับร้อยล้านหันมามองประเทศไทยพร้อมกัน เราจะเปลี่ยน Attention นี้ให้กลายเป็น Value ที่อยู่ได้นานกว่ากระแสได้อย่างไร?
ถอด 5 บทเรียนจาก LISA Effect
01 | ของธรรมดาสำหรับเรา อาจไม่ธรรมดาสำหรับโลก

“สวัสดีค่ะ” ตุ๊กตุ๊ก มวยไทย ว่าว หรือภาพของกรุงเทพฯ ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

สิ่งที่เปลี่ยนคือ “วิธีเล่า”

เมื่อ Cultural Asset เดิมถูกนำมาเล่าด้วยภาษาและสุนทรียะร่วมสมัย สิ่งที่เราเห็นจนชินก็สามารถกลับมามีคุณค่าใหม่ได้

บทเรียนจึงอาจไม่ใช่การพยายามสร้างของใหม่ตลอดเวลา แต่คือการกลับมามองว่า เรามีอะไรดีอยู่แล้ว ที่ยังเล่าได้ไม่ดีพอ


02 | เมืองเดิม สร้างมูลค่าใหม่ได้

เมื่อสถานที่จริงกลายเป็นส่วนหนึ่งของคอนเทนต์ระดับโลก เมืองไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียง “ฉาก”

คนดูอาจกลายเป็นคนค้นหา
คนค้นหาอาจกลายเป็นนักเดินทาง
และนักเดินทางสามารถสร้างการใช้จ่ายให้พื้นที่

นี่คือโอกาสของย่านเก่า อาคารเก่า และพื้นที่ทางวัฒนธรรม ที่ไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่เพื่อสร้างมูลค่าใหม่เสมอไป


03 | คนหนึ่งคนดัง แต่โอกาสเกิดขึ้นได้ทั้ง Ecosystem

เบื้องหลัง Global Content หนึ่งชิ้น ไม่ได้มีเพียงคนที่เราเห็นอยู่หน้ากล้อง

ข้อมูลจาก Thailand Film Office ระบุว่า การผลิต SaWaDiKa มีทีมงานชาวไทยเข้าร่วมมากกว่า 100 คน

ตั้งแต่งาน Production, Art, Location, Styling, Technical Services, Transportation ไปจนถึงบริการต่าง ๆ ที่อยู่รอบกองถ่าย เมื่อคอนเทนต์ระดับโลกสามารถสร้างงานและเปิดโอกาสให้ Local Talent อยู่ใน Value Chain เดียวกัน


04 | 134 ล้านวิว คือ “ทราฟฟิก” ไม่ใช่ปลายทาง

ยอดวิวทำให้โลก มองเห็น แต่สิ่งที่ประเทศไทยและธุรกิจต้องทำต่อ คือเปลี่ยนการมองเห็นให้กลายเป็นการกระทำ

ถ้าจบที่ View เราได้ “กระแส” ถ้าไปถึง Spend เราได้ “มูลค่าทางเศรษฐกิจ”
และถ้าทำให้คนอยากกลับมาอีกครั้ง เราจึงเริ่มสร้างมูลค่าที่อยู่ได้นานขึ้น
05 | จาก Spotlight สู่ Sustainable Value

LISA ทำให้โลกเห็นประเทศไทย แต่ความท้าทายคือ เปลี่ยนการมองเห็นครั้งนี้ให้กลายเป็นโอกาสที่กระจายไปถึงผู้คนและเศรษฐกิจในระยะยาว

Sources: LLOUD / Thailand Film Office / Tourism Authority of Thailand


ส่องอนาคต Wellness 2027 การปฏิรูปโครงสร้างข้อมูลสู่ Healthspan ที่ยั่งยืน และการกำเนิดของ Neuroimmune Beauty
06/09/2026

ส่องอนาคต Wellness 2027 การปฏิรูปโครงสร้างข้อมูลสู่ Healthspan ที่ยั่งยืน และการกำเนิดของ Neuroimmune Beauty

โลกของ Wellness กำลังจะก้าวข้ามจากการ "รักษาโรค" (Disease Management) ไปสู่การสร้าง "ช่วงเวลาแห่งสุขภาพที่ดี" หรือ Healthspan อย่างเต็...

05/09/2026

เมื่อการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว ไม่ใช่ทางเลือก... แต่คือทางรอด! 🌿✨

SME D Bank ร่วมกับ CBiS และพันธมิตร เปิดตัวโครงการ “Thailand SD SME Awards 2026” เวทีที่จะช่วยติดปีกให้ SME ไทยยกระดับธุรกิจสู่มาตรฐาน ESG และความยั่งยืนระดับสากล!

💡 สิทธิประโยชน์สำหรับผู้เข้าร่วม:
- อบรมเพิ่มศักยภาพ & บริการที่ปรึกษาเชิงลึก
- ใช้ฟรี! แพลตฟอร์มคำนวณ Carbon Footprint
- โอกาสเข้าถึงสินเชื่อ Green Finance ดอกเบี้ยพิเศษ
- โอกาสร่วม Supply Chain กับผู้ค้ารายใหญ่และภาครัฐ

🏆 เฟ้นหา 4 สุดยอด SME ต้นแบบด้านความยั่งยืนแห่งปี!
📅 สมัครฟรี! ตั้งแต่วันนี้ – 21 ก.ย. 2569

📲 สอบถามเพิ่มเติม/สมัคร: Call Center 1357 หรือ www.smebank.co.th

#ธุรกิจยั่งยืน #นวัตกรรมสีเขียว

ที่อยู่

47, 49 Soi Ladprao140 Ladprao Road , Klongjan, Bangkapi
Bangkok
10240

เบอร์โทรศัพท์

+66905492524

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ESG Universeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ESG Universe:

ทางลัด

แชร์

ประเภท