Sci-Env Today ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Sci-Env Today, สถานีวิทยุ, Sri Ayuthaya, Bangkok.

Pathfinder UGV หุ่นยนต์เบิกทาง FIBO มจธ. นวัตกรรมเพื่อแนวหน้า ความหวังใหม่ในการปกป้องชีวิตทหารไทยและความมั่นคงของประเทศ ...
02/07/2026

Pathfinder UGV หุ่นยนต์เบิกทาง FIBO มจธ. นวัตกรรมเพื่อแนวหน้า ความหวังใหม่ในการปกป้องชีวิตทหารไทยและความมั่นคงของประเทศ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติในเมืองและชุมชนที่ปลอดภัย ยังมีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และประชาชนตามแนวชายแดนอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเสี่ยงจาก "ทุ่นระเบิด" และ "วัตถุระเบิดตกค้างจากความขัดแย้ง" ที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน เป็นความเสี่ยงที่มองไม่เห็น ทุกก้าวที่เดินเข้าไปในพื้นที่ต้องอาศัยความระมัดระวังสูงสุด เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียชีวิต อวัยวะ หรือทรัพย์สินของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่

จากโจทย์ความท้าทายดังกล่าว นักวิจัยและนักพัฒนา FIBO Technovation ได้แก่ นายบุญเลิศ มณีฉาย นายศุภกร ชั้นเจริญศรี นายอาทิตย์ จุลคณานุศาสตร์ นายธีรภัทร เขษมเวสารัชวุฒิ นายทศพร บุญแท้ และนายอิสรินทร์ เสาะสูงเนิน จากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกันพัฒนา "Pathfinder UGV" หรือ "หุ่นยนต์เบิกทาง" นวัตกรรมหุ่นยนต์ภาคพื้นดินแบบบังคับระยะไกลที่ถูกออกแบบมาเพื่อเข้าไปทำหน้าที่แทนมนุษย์ในพื้นที่อันตราย ลดความเสี่ยงต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจหา ระบุตำแหน่งทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ได้รับการกู้ทำลาย

นายบุญเลิศ กล่าวว่า ทีมวิจัยพัฒนาหุ่นยนต์เบิกทางมาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการศึกษาหุ่นยนต์สี่ขาที่มีความคล่องตัวสูง แต่พบว่ามีต้นทุนการพัฒนาและการบำรุงรักษาสูงเกินความจำเป็นสำหรับการใช้งานจริงในพื้นที่เสี่ยง จึงปรับแนวคิดมาสู่การพัฒนาหุ่นยนต์ล้อที่เรียบง่าย แข็งแรง และตอบโจทย์ภารกิจได้ดีกว่า “เป้าหมายของเราไม่ใช่การสร้างหุ่นยนต์ที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือการสร้างเครื่องมือที่ช่วยลดความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ได้จริง เราออกแบบ Pathfinder UGV ภายใต้แนวคิดหุ่นยนต์พร้อมปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อันตรายด้วยต้นทุนที่เหมาะสม หากเกิดความเสียหายก็สามารถซ่อมแซมหรือผลิตทดแทนได้รวดเร็ว เพราะใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่หาได้ในประเทศ ที่สำคัญคือหุ่นยนต์พังเราสร้างใหม่ได้ แต่ชีวิตของผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถทดแทนได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราพัฒนาเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาเพื่อให้หุ่นยนต์เป็นผู้รับความเสี่ยงแทนมนุษย์ในพื้นที่อันตราย”

การพัฒนา Pathfinder UGV เริ่มต้นจากโจทย์ความต้องการของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ที่ต้องการเครื่องมือช่วยตรวจหาทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างที่ใช้งานได้จริงในภาคสนาม และมีต้นทุนไม่เกิน 100,000 บาท ทีมวิจัยจึงออกแบบหุ่นยนต์ให้ตอบโจทย์การใช้งานของเจ้าหน้าที่มากที่สุด ทั้งในด้านความคล่องตัว ความแม่นยำ และความปลอดภัย โดยติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามภารกิจ พร้อมระบบรักษาระดับหัวตรวจอัตโนมัติที่ช่วยให้การสแกนมีประสิทธิภาพแม้ในพื้นที่ขรุขระ หุ่นยนต์สามารถตรวจจับโลหะใต้ดินได้ลึกประมาณ 0.5 - 1 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ด้านหน้ากว้างราว 1 เมตร และส่งภาพจากกล้องแบบเรียลไทม์มายังสมาร์ทโฟนของผู้ควบคุม ซึ่งสามารถปฏิบัติงานอยู่ห่างจากพื้นที่เสี่ยงประมาณ 20-30 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ผู้ควบคุมจะปลอดภัย ไม่ได้รับอันตรายจากแรงระเบิด

“เราออกแบบทุกองค์ประกอบจากสภาพการทำงานจริงของเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่ขนาดตัวรถที่กว้างเพียง 50 เซนติเมตรที่เป็นระยะความกว้างเท่าตัวคนจริงเพื่อให้วิ่งผ่านทางเดินในป่าได้สะดวก ไปจนถึงระบบแจ้งเตือนเมื่อพบวัตถุต้องสงสัย เป้าหมายคือให้หุ่นยนต์เป็นด่านหน้าในการสำรวจพื้นที่อันตราย เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายศุภกร กล่าว

ปัจจุบัน Pathfinder UGV ผ่านการทดสอบจนมีความพร้อมในระดับ TRL 7 และ SRL 7 ซึ่งหมายถึงสามารถใช้งานและทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงได้ รวมถึงมีความพร้อมในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมผู้ใช้งาน โดยทีมวิจัยได้ร่วมทดสอบกับศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ในสภาพพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับการปฏิบัติงานจริง ทั้งสนามหญ้า พื้นหิน และพื้นที่ที่มีรากไม้ พร้อมใช้เปลือกระเบิดโลหะจำลองเป็นเป้าหมายในการตรวจจับ ผลการทดสอบพบว่าหุ่นยนต์สามารถตรวจจับและระบุตำแหน่งวัตถุได้อย่างถูกต้องในระดับ 80-90%

“ผลลัพธ์ที่ได้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าระบบสามารถช่วยสนับสนุนภารกิจภาคสนามได้จริง อย่างไรก็ตาม เรายังคงเดินหน้าพัฒนาต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับปรุงระบบล้อให้สามารถข้ามรากไม้หรือสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น รวมถึงเพิ่มความเสถียรของระบบสื่อสารในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เพื่อให้หุ่นยนต์มีความพร้อมสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายมากยิ่งขึ้นในอนาคต” นายศุภกร กล่าวถึงการต่อยอดในอนาคต

นายบุญเลิศ กล่าวว่า คุณค่าของ Pathfinder UGV ไม่ได้อยู่ที่ตัวหุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชีวิตของผู้คนและความมั่นคงของประเทศ “ด้วยต้นทุนการผลิตเพียงประมาณ 100,000 บาทต่อเครื่อง เราสามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดการพึ่งพาระบบนำเข้าราคาหลักล้านบาทจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังใช้อุปกรณ์ที่หาได้ในประเทศ ทำให้สามารถซ่อมบำรุง ผลิตซ้ำ และต่อยอดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งต่ออุตสาหกรรมหุ่นยนต์และห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยีของไทย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่วยลดความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่อันตราย เพราะทุกครั้งที่หุ่นยนต์ถูกส่งเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ก่อน นั่นหมายถึงโอกาสที่คนจะปลอดภัยมากขึ้น ลดความกังวลของครอบครัว ลดความสูญเสียของหน่วยงาน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย นอกจากนี้เทคโนโลยียังสามารถต่อยอดไปสู่ภารกิจค้นหาและกู้ภัย การสำรวจพื้นที่ภัยพิบัติ หรือภารกิจด้านความมั่นคงอื่น ๆ ได้ในอนาคต จึงนับเป็นการลงทุนด้านวิจัยที่สร้างผลตอบแทนทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศไปพร้อมกัน”

Pathfinder UGV คืออีกตัวอย่างของงานวิจัยไทยที่ต่อยอดจากปัญหาจริงของประเทศ สู่เทคโนโลยีที่ช่วยปกป้องชีวิตผู้คนด้วยองค์ความรู้และการพัฒนาของคนไทย คุณค่าของนวัตกรรมนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ตัวหุ่นยนต์ แต่อยู่ที่ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นของเจ้าหน้าที่และชุมชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เป็นภาพสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคงได้ด้วยตนเอง เป็นนวัตกรรมที่ดูแลคนไทยและประเทศได้จริง See less

13/06/2026

“เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” เมื่อครั้งปฏิบัติพระกรณียกิจ ให้กำลังใจเยาวชนในสโมสร BBG Club ที่ก่อตั้งขึ้นจากดำริของพระองค์

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิริพระชันษา 47 ปี​สำนักพระราชวังออกประ...
12/06/2026

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิริพระชันษา 47 ปี

​สำนักพระราชวังออกประกาศอย่างเป็นทางการ แจ้งข่าวการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47
​ตามที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2565 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น
​กระทั่งตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 พระอาการได้ทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ร่วมกับความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ และการแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ
​แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนสิ้นพระชนม์ในที่สุด
​ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี และประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
​ประกาศ ณ วันที่ 12 มิถุนายน พุทธศักราช 2569

12/05/2026

เขย่าวงการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์! เปิดตัว " " หุ่นยนต์กู้ภัยก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์

หางโจว, จีน – Unitree Robotics ผู้นำด้านหุ่นยนต์สี่ขาจากประเทศจีน สร้างเสียงฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัว "Unitree GD01"หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อภารกิจกู้ภัยและลุยงานในสภาวะสุดขั้ว โดยชูจุดเด่นด้านความคล่องตัวที่เหนือชั้นและระบบ AI ประมวลผลอัจฉริยะ

นิยามใหม่ของความแกร่งและคล่องตัว
GD01 ถูกพัฒนาขึ้นต่อยอดจากความสำเร็จของรุ่น H1 และ G1 โดยเน้นไปที่การเคลื่อนที่ในภูมิประเทศที่ยากลำบาก ตัวหุ่นมาพร้อมกับข้อต่อที่มีแรงบิดสูง (High-torque joints) ทำให้สามารถวิ่ง กระโดด และทรงตัวบนพื้นผิวที่ขรุขระได้อย่างมั่นคง แม้จะถูกกระแทกจากภายนอกก็ตาม

ไฮไลท์ฟีเจอร์ของ GD01:
โครงสร้างวัสดุน้ำหนักเบา: ผลิตจากวัสดุผสมที่ทนทานสูงแต่มีน้ำหนักเบา ช่วยให้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำงานได้นานขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ระบบรับรู้ 360 องศา: ติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR และกล้อง Depth Camera รอบตัว ทำให้สามารถสร้างแผนที่จำลอง 3 มิติของสภาพแวดล้อมได้แบบ Real-time แม้ในที่มืดหรือพื้นที่มีหมอกควัน

มือหุ่นยนต์อัจฉริยะ:มือของ GD01 ออกแบบมาให้มีความละเอียดอ่อนสูง สามารถหยิบจับอุปกรณ์กู้ภัย หรือเปิดประตูได้เหมือนกับมนุษย์

พลังงาน AI: ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลระดับสูง รองรับการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Reinforcement Learning) เพื่อปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ในพื้นที่ภัยพิบัติ

ความหวังใหม่ของงานกู้ภัย
ทาง Unitree ระบุว่า GD01 ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเดินโชว์ในห้องแล็บเท่านั้น แต่เป้าหมายหลักคือการส่งเข้าไปในพื้นที่อันตรายที่มนุษย์เข้าไม่ถึง เช่น อาคารที่เสี่ยงต่อการถล่ม พื้นที่ที่มีสารเคมีรั่วไหล หรือการสำรวจหลังเกิดแผ่นดินไหว

บทวิเคราะห์: การแข่งขันที่ดุเดือด
การมาของ GD01 ถือเป็นการท้าชนโดยตรงกับคู่แข่งระดับโลกอย่าง Tesla Optimus หรือ Boston Dynamics Atlas โดย Unitree อาศัยข้อได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในจีน เพื่อทำให้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้าถึงตลาดเชิงพาณิชย์ได้เร็วขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าเราอาจได้เห็น GD01 เริ่มทดสอบการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยภายในปีหน้า ซึ่งจะถือเป็นก้าวสำคัญที่หุ่นยนต์จะเข้ามามีบทบาทในการรักษาชีวิตมนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม

จากพื้นโลกสู่อวกาศ...
12/05/2026

จากพื้นโลกสู่อวกาศ...

จากพื้นโลกสู่อวกาศ! ร่วมภาคภูมิใจกับภารกิจ TIGERS-X งานวิจัยฝีมือคนไทยบนสถานีอวกาศนานาชาติ
เตรียมตัวนับถอยหลังสู่ก้าวสำคัญของวงการอวกาศและวิทยาศาสตร์ไทย! ในเช้าวันพรุ่งนี้ (13 พฤษภาคม) เวลา 06.16 น. ตามเวลาประเทศไทย ยานอวกาศ Cargo Dragon ของ SpaceX ภายใต้ภารกิจ CRS-34 ของ NASA จะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) และสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดคือ ภายในยานลำนี้มี "TIGERS-X" ชุดอุปกรณ์ทดลองทางวิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทยร่วมเดินทางไปด้วย นี่ไม่ใช่แค่งานวิจัยธรรมดา แต่เป็นภาพสะท้อนศักยภาพของคนไทยในยุคเศรษฐกิจอวกาศใหม่ (New Space Economy) ที่เกิดจากการทำงานข้ามศาสตร์อย่างลงตัวระหว่าง "แพทยศาสตร์" และ "วิศวกรรมศาสตร์"
🤝ผนึกกำลังครั้งใหญ่ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย
โครงการนี้เป็นบทพิสูจน์ชั้นดีว่าเมื่อหน่วยงานระดับแนวหน้าของไทยและสากลร่วมมือกัน สิ่งที่ยิ่งใหญ่ก็เกิดขึ้นได้ โดยมี คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (Chulabhorn Royal Academy, CRA) เป็นหน่วยงานหลักผู้บุกเบิกและดูแลโจทย์ด้านการแพทย์อวกาศ (Space Medicine) พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM), ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) ,สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA), องค์การอวกาศยุโรป (ESA), บริษัทสเปซแอพพลิเคชันเซอร์วิส (Space Application Services) โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สกสว. ภายใต้กระทรวง อว. ซึ่งถือเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ฝันนี้เป็นจริง
⚗️ TIGERS-X: การทดลอง "ผสมสาร" ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง
หลายคนอาจสงสัยว่า TIGERS-X ขึ้นไปทำอะไรบนอวกาศ? คำตอบคือ เป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์เพื่อศึกษา พฤติกรรมการผสมสารเคมีในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง (Microgravity) ลองจินตนาการถึงการผสมน้ำกับน้ำมันบนโลก ซึ่งปกติจะแยกชั้นกันอย่างชัดเจน แต่ถ้าเราใส่ตัวช่วยประสาน (Emulsifier) เช่น ไข่ไก่ลงไปผสมกับน้ำมันและน้ำส้มสายชู เราก็จะได้ "มายองเนส" ที่เนื้อเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน งานวิจัยของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ใช้หลักการคล้ายกันนี้ แต่เปลี่ยนห้องทดลองจากบนโลกไปเป็นบนอวกาศ เพื่อสังเกตว่าเมื่อไม่มีแรงโน้มถ่วงเข้ามาเกี่ยวข้อง สารของเหลวสองชนิดที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ จะมีพฤติกรรมการผสมตัวเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบใด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้อาจต่อยอดสู่นวัตกรรมทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ ได้ในอนาคต
🚀 GISTDA เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนโครงการนี้ใน 2 ส่วนหลัก ได้แก่
* การสนับสนุนด้านสถานที่และเครื่องมือ (Facility) โดยให้บริการ ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (AIT) เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการประกอบ Payload จัดเตรียมพื้นที่สำหรับการทดสอบอุปกรณ์จริงที่จะใช้บิน (Flight Model)
* การให้คำปรึกษา คำแนะนำทางเทคนิค (Consulting & Advisory) ด้วยมาตรฐานความปลอดภัย โดยให้คำแนะนำในการพัฒนา Flight Model ให้มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสำหรับการส่งขึ้นอวกาศ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ต้องมีมนุษย์ (นักบินอวกาศ) เข้ามาใช้งานหรือสัมผัส
ด้านการควบคุมความสะอาด ได้แนะนำแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปนเปื้อน (Contamination) ของสารเคมีและอุปกรณ์ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและร่วมประเมินการทดสอบความทนทานของอุปกรณ์ เช่น การทดสอบการสั่นสะเทือน (Vibration Test) เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์จะทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนขณะนำส่ง
ชุดการทดลอง TIGERS-X จากคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะออกเดินทางสู่สถานีอวกาศนานาชาติไปพร้อมกับภารกิจ SpaceX CRS-34 จากฐานปล่อยจรวด SLC-40 แหลมคานาเวอรัล สหรัฐอเมริกา ในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.16 น. ตามเวลาประเทศไทย
วิดีโอโดยย่อของภารกิจ: https://youtu.be/rvxuJwOxfH4
สามารถรับชมการถ่ายทอดสดการปล่อยจรวด SpaceX Falcon 9 ในภารกิจ CRS-34 ได้ที่: https://www.youtube.com/live/dF-GsJmqJA8?si=La3WVA_tKV6nyv04

ข้อมูลภาพรวมของภารกิจ: https://shorturl.at/hNcXv

ข้อมูลเชิงเทคนิคของภารกิจ: https://shorturl.at/aBR4d

ช่องทางการติดตาม: https://tigers-x.ishalab.space/

#งานวิจัย #อวกาศไทย #มาตรฐาน #เทคโนโลยี

25/04/2026

นักวิจัยไทยสุดยอดมากๆ

24/04/2026

ทางรอดพลังงานไทย...

ที่อยู่

Sri Ayuthaya
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sci-Env Todayผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์