02/06/2026
พูดคุยหลังจบเกม Dragon Quest VII Reimagined
ผมเคยเล่นภาคนี้ในสมัย Original คือเมื่อประมาณปี 2000 หรือราว 25 ปีที่แล้ว
ความเป็นมากับซีรีย์ Draagon Quest :
สำหรับเกมนี้ถือว่าเก่ามากๆ ครับ อาจจะยากหน่อยที่บรรยายให้เห็นว่าสมัยนั้นเป็นอย่างไร ในยุคที่อินเตอร์เนตหรือโทรศัพท์มือถือยังไม่สิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้เหมือนในปัจจุบัน ในยุคนั้นเกมแนวนี้ค่อนข้างเล่นได้ลำบากมาก หลายคนมักจะเรียกเกม RPG แบบนี้ว่า "เกมภาษา" เพราะว่าจะมีบทพูดและการเล่าเรื่องราวที่เยอะกว่าเกมโดยทั่วไป โดยผมเองเริ่มชอบเกมแนวนี้หลังจากเล่นเกมอย่าง Final Fantasy VI หลังจากนั้นก็หาเกมแนวนี้มาเล่นต่อซึ่งก็คือซีรีย์ Dragon Quest ด้วย ก็เริ่มต้นด้วยภาคที่ 6 เช่นเดียวกัน
ในยุคที่ผมเล่น DQ7 เดิมนั้นยังไม่มีภาษาอังกฤษดังนั้นผมจึงเล่นด้วยภาษาญี่ปุ่น แน่นอนว่าไม่ได้มีความเข้าใจภาษาญี่ปุ่นเลยสักนิด ที่พึ่งของผมก็คือหนังสือบทสรุปเกมนี้ซึ่งปัจจุบันหนังสือเล่มนั้นผมก็ยังเก็บไว้อยู่เลย มันเก่าเอามากๆ แต่ถึงจะบอกว่าไม่รู้เลยก็คงไม่ใช่สะทีเดียว หลังจากได้เล่นเกมแนวนี้ผมก็อ่านคาตาคะนะได้ประมาณหนึ่ง (ท้ายหนังสือบทสรุป FF6 จะมีสอนอยู่ครับ) ไอเราก็จำอักษรและวิธีอ่านอยู่พักหนึ่ง ท่องไป คุ คะ เคะ โคะ ฮ่าๆๆ โดยภาษาชุดมักจะใช้เรียกทับศััพท์ต่างๆ ที่มาจากต่างประเทศ โดยใน DQ มักจะไว้ใช้เรียกชื่อเวทย์มนต์และสกิลต่างๆ จึงต้องพบเห็นได้บ่อยมากๆ ทำให้ผมจำคำศัพท์พวกนี้ได้ดีขึ้นไปโดยปริยาย
ในส่วนของเกมนี้มีการลงให้กับ PlayStation 1 และพัฒนาขึ้นนิดหน่อยและลงใน Nintendo 3DS ในปี 2013 ซึ่งครั้งนี้ผมไม่ได้เล่นเพราะช่วงนั้นน่าจะติดเรียน-งานจนห่างหายจากวงการเกมไปนานสอบกว่าปี หลังจากนั้นแทบไม่ได้ตามข่าวอีกเลย แต่หลังจากกลับมาเล่นเกมอีกครั้งผมก็มองหาเกมนี้ทันที และได้เล่นอีกครั้งคือภาค 11 และ DQ Hero 1-2 ตามลำดับ และล่าสุดอย่าง HD-2D Remake 1-3 ตำนานผู้กล้าโรโตะ ซึ่งไม่ว่าจะเล่นไปหลับไป (เล่นหลังเลิกงาน) แต่ก็รู้สึกเกมนี้อยู่เสมอ และเมื่อภาค 7 Reimagined ออกมาผมก็เลยไม่รอช้ารีบ Pre Order ทันที ถึงแม้ว่าจะโดนแทรกไปหลายครั้งจากทั้ง Nioh 3 ,Re Requiem ,Ghost of Yotei Legends แต่สุดท้ายก็ได้มาเล่นเสียที และจากนี้คือสรุปสิ่งที่ผมได้เจอในภาคนี้ครับ
โลกของเกม :
สำหรับในภาคนี้ เกมจะพาเราเข้าในอยู่ในโลก Fantasy ที่มีกลิ่นอายของเกมนี้แบบจัดเต็ม ทั้งลายเส้นของอ.โทกิยาม่า เพลงประกอบที่คุ้นเคย เรื่องราวที่เป็นความคลาสสิคของเกมนี้ เกมจะแสดงผลเป็น 3D ที่มีมุมมองจากด้านบน (Bird eye view) ที่น่าเสียดายมากๆ ที่เกมจะ Fix มุมกล้องของเราไม่ได้เป็นลักษณะแบบ Free Camera แบบในภาค 11 แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ดีกว่าภาค HD-2D Remake มากๆ ครับ เกมจะมีพื้นที่กว้างมากๆ เรียกว่าเป็นแนว Open World ได้เลย ถึงแม้ว่าแต่ละเกาะและแต่ละ Zone จะไม่ได้มีอะไรที่ต้องสำรวจมากนัก แต่ก็เพียงพอให้เข้าใจถึงเนื้อเรื่องที่อยู่ในที่นั้นได้ไม่ปัญหา มีสภาพแวดล้อมที่หลากหลายแต่บางทีก็ดูซ้ำๆ กันบ้างในบางจุดครับ
เนื้อเรื่อง :
เราจะเปิดเรื่องจากเด็กน้อยชาวประมงคนหนึ่งที่อยู่บนเกาะที่โดดเดียวล้อมรอบไปด้วยมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ ซึ่งเราจะแปลกใจมากว่าทำไมไม่เมืองอื่นหรือเกาะอื่นอยู่เลย โดนเราจะมีเพื่อนที่เป็นเจ้าชายที่ชื่อว่าคีเฟอร์ และเด็กสาวลูกผู้ใหญ่บ้านที่มีฐานะดีนามว่ามาลีเบล ด้วยความสงสัยและความรักในการผจญภัยของคีเฟอร์ได้เบาะแสว่าศาลเจ้าที่อยู่บนเกาะนั้น และด้วยเสียงประหลาดนำพาให้พวกเค้าพบกับแผ่นหินปริศนา เมื่อรวบรวมมันครบจะสามารถพาพวกเราย้อนอดีตไปตามที่ต่างๆ และเราจะเจอเรื่องราวต่างๆ ทั้งดราม่า ซับซ้อน รวมถึงสาเหตุที่ทำให้เมืองและเกาะต่างๆ หายไป ถ้าเราแก้ไขเรื่องราวๆ ต่างๆ แต่ละที่นั้นได้ เมืองพวกนั้นจะกลับคืนมาในยุคปัจจุบันด้วย และเมื่อผจญภัยไปเรื่อยๆ เราจะค้นพบตัวการสำคัญที่เป็นจอมมารร้ายในภาคนี้ เรื่องราวตำนานผู้กล้าอัศวินมังกรจึงได้เริ่มต้นขึ้น
ในเกมภาคนี้มีการตัดเนื้อหาและรายละเอียดบางส่วนที่บางทีแล้วอาจจะไม่ได้สำคัญมาก ทำให้เกมมีความกระฉับมากกว่าต้นฉบับ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเกมนี้ก็ยังมีความยาวในการเล่นพอสมควร และยังได้เพิ่มเนื้อหาสำคัญขึ้นมาบางจุดอีกด้วย (ไม่สปอย) เรียกว่าเป็นการแก้กรรมจากสมัย Original ก็ได้ ฮ่าๆ
เกมเพลย์ :
รูปแบบการเล่นในภาคนี้จะเป็น RPG Turn base แบบคลาสสิค ซึ่งคล้ายกับ Original เอามากๆ แต่ปรับปรุงมุมมองและรายละเอียดของอาวุธ-เวทย์มนต์ให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น ในภาคนี้จะแตกต่างกับ HD-2D Remake ตรงที่เราจะเลือกคำสั่งทีละคน ตัวละครที่มี Agi สูง ก็จะได้เทรินที่เร็วกว่า และเลือกคำสั่งได้บ่อยกว่า ต่างจากของภาคก่อนที่จะเลือกคำสั่ง 4 คนในเทรินเดียวแล้วกลับมาเลือกคำสั่งใหม่เป็นรอบๆ ไป เราจะเห็นตัวละครในมุมมองบุคคลที่ 3 เรียกว่าทำได้ดีขึ้นกว่า Original มาก (ของเดิมจะมุมมองบุคคลที่ 1) ในการเดินทางก็มีการใช้พาหนะต่างๆ ทั้งทางเดินทางในมหาสมุทร ทางอากาศ และเดินพื้น ในภาคนี้ศัตรูจะปรากฎตัวอยู่ในแมพเลย เราสามารถวิ่งไปสู้ได้เลยหรืออยากจะหลบเลี่ยงก็ได้ แต่ในการเรือศัตรูจะออกมาแบบสุ่มแบบภาคอื่นๆ ในภาคนี้จะเพิ่ม QOL มาเหมือนกับภาค HD-2D Remake โดยเราสามารถปรับความเร็วในฉากต่อสู้สามารถตั้ง Auto Battle ได้ โดยส่วนใหญ่ผมจะตั้ง No Mercy เพื่อให้การต่อสู้ที่รวดเร็วขึ้นไม่ต้องทำอะไรซ้ำๆ กันจนเกินไป และหากเราจะเก็บเลเวลก็จะมีคำสั่งเรียกมอนมาสู้ได้เลยโดยไม่ต้องไปเดินหา เรียกว่าทำให้เล่นสะดวกขึ้นมากๆ
การพัฒนาตัวละคร :
เราจะมีพื้นฐานการพัฒนาตัวละครพื้นฐานเหมือนกับภาคอื่นๆ เริ่มจากเลเวลตัวละคร, ค่า Stat ต่างๆ เช่น Str ,Agi ,Magic ฯลฯ พอเลเวลอัพค่าพลังต่างๆ ก็จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ แต่สิ่งที่ทำให้ตัวละครแต่ละคนต่างกัน ก็คือระบบอาชีพ (Vocations) โดยเริ่มต้นเราจะยังเปลี่ยนอาชีพไม่ได้ แต่ละคนจะมีอาชีพประจำตัว อย่างตัวละครเอกก็จะเป็นชาวประมง มาลีเบลก็จะออกไปทางนักเวทย์ คีเฟอร์ก็จะเป็นสายนักดาบ แต่เมื่อเราเล่นไปสักพักเราจะได้เจอเมืองที่เราเปลี่ยนอาชีพได้ โดยอาชีพพื้นฐานสามารถเปลี่ยนได้เลย และอาชีพชั้นสูงก็จะต้องเก็บอาชีพทั่วไปให้ Master ก่อน 2-3 อาชีพก่อนจะเปลี่ยนได้ซึ่งต้องมีอาชีพพื้นฐานให้ตรงกับสายที่กำหนดไว้ด้วย ถึงจะมีความหลากหลาย แต่ส่วนตัวกลับมองว่าสกิล-เวทย์บางอย่างของบางอาชีพมันดีมากๆ แต่พอเราต้องไปอัพไปอาชีพอื่น เราจะใช้สกิล-เวทย์พวกนี้ไม่ได้เลย เช่น ไบคิทโตะ ลูกานี่ ฯลฯ และถ้าเราไปเริ่มเก็บอาชีพใหม่ เราจะตัวเปล่าเลยเพราะไม่มีสกิลให้ใช้ ซึ่งการเล่นในบางจังหวะเราจะต่อสู้อยู่เสมอทำให้บางทีต้องเปลี่ยนอาชีพไปมาแล้วไม่ค่อยสะดวกเท่าไร ถึงแม้ว่าภาคนี้เราจะเปลี่ยนอาชีพที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องกลับไปเปลี่ยนที่เมือง แต่อยากให้มีระบบคล้ายๆ เกมอย่าง Metaphor ที่เราสามารถเลือกบางสกิลมาใช้ร่วมกับอาชีพอื่นได้ (2-3 สกิลก็ได้)
อาวุธและอุปกรณ์ต่างๆ จะมีความหลากหลาย แต่ละชิ้นความสามารถที่ติดมากับอุปกรณ์ เช่นอาวุธอย่างบูมเมอแรงสามารถโจมตีมอนได้ทุกตัว แซ่สามารถโจมตีได้เป็นกลุ่ม ชุดต่างๆ ที่นอกจากค่าพลังป้องกัน ยังมีออฟต่างๆ เช่น กันไฟ กันเวทย์ เราสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสม ในส่วนเครื่องรางนอกจากเป็นอุปกรณ์เสริมที่เราเห็นโดยทั่วไปแล้ว ภาคนี้ยังมี Monster Heart ด้วย โดยไอเทมตัวนี้จะได้มาจากการปราบมอนที่เป็นเจ้าที่แต่ละโซน ตัวมันจะมีสีแปลกๆ หน่อย ซึ่งจะให้ความสามารถพิเศษหลายอย่างให้เรา ซึ่งสามารถนำไปทำบิวด์ต่างๆ นานาได้มากมายอีกด้วย
เพลงประกอบและดนตรี :
จุดเด่นที่เกมนี้มีอยู่ทุกภาคคือเพลงประกอบที่ติดหู ฟังเพลินๆ ในภาคนี้ยังได้นำเอาดนตรีเดิมมาพัฒนารายละเอียดให้ดีขึ้น ดนตรีมีความหลากหลายที่ดึงเอาเสน่ห์ความคลาสสิคของเกมนี้ออกมาได้ดี รวมกับบรรยากาศและเหตุการณ์ภายในเกม เรียกว่าได้ยินทีไรก็รู้สึกชอบทุกครั้ง แทบไม่ต้องบรรยายอะไรเยอะเลยครับ
สรุปจุดที่น่าสนใจอื่นๆ ของเกม :
Dragon Quest 7 reimagined เป็นเกมที่ Remake ขึ้นมาใหม่ได้ดีกว่าของเก่ามากในทุกๆ ด้าน เพิ่มเนื้อหา และการพากษ์เสียงตัวละครทำให้เราอินกับเรื่องราวได้มากขึ้น การเพิ่ม QOL เช่น
- ปรับความยาก-ง่าย ของเกม เราสามารถปรับค่า EXP และค่า Vocation ให้เพิ่มขึ้นได้ ไม่ต้องเสียเวลาเก็บเลเวลมากนัก
- เพิ่มศัตรูในแมพ ทำให้เราเลือกสู้ก็ได้ไม่สู้ก็ได้ แถมถ้าเราเลเวลมากกว่าศัตรูมาก เราสามารถตีศัตรูให้ตายได้เลย ไม่ต้องเข้าฉาก Turn Base
- แก้ปัญหาความน่าเบื่อในการหาเหรียญเล็ก (Mini Madel) เกมจะใส่รายละเอียดไว้ว่าเราหาเหรียญอันไหนไม่พบ พร้อมทั้งบอกว่าที่ไหน (แต่ไม่ได้ระบุเป๊ะๆ นะ เราต้องไปค้นในที่นั้นๆ อยู่ดี)
- กราฟฟิคมีความสวยงามมาก โดยไม่ทิ้งสไตล์ภาพของตัวเอง ที่ผมชอบมากๆ เลยก็คือพวกน้ำทะเล
- การ Optimize ของเกม ถือว่าดีมาก ไม่มีบัคไม่มี Error ใดๆ และน่าแปลกใจมากที่เกมมีขนาดแค่ 7Gb. เท่านั้น
- เกมคงความคลาสสิคแบบสมัยก่อน มองมุมหนึ่งคือมันก็มีข้อดีในตัวมันเอง เพราะมันมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เราชอบเกมนี้อยู่เสมอ หากเปลี่ยนแปลงไปมันอาจจะได้ผลลัพธ์ที่แย่กว่านี้ก็ได้ มันก็เหมือนดาบ 2 คม ที่ขึ้นอยู่ว่ามันเราจะมองมันที่ด้านไหน
จุดสังเกตุุของเกม :
ถ้ามีข้อดีก็ต้องมีข้อด้อยของเกมนี้อยู่เหมือนกัน อย่างที่ผมเคยพูดในหลายคลิปว่า DQ remake นั้นเป็นเกมที่คงความเป็น Original มากจนเกินไป ในภาคนี้ทีมงานน่าจะทราบดีก็เลยพยายามปรับแต่งเพิ่มเติมในส่วนของความน่าเบื่อในเกมออกไป เราไม่ต้องทำอะไรซ้ำๆ กันมากเกินไป แต่โดยรวมส่วนตัวของผมยังมองว่า Play Save จนเกินไป ยังขาดความคิดสร้างสรรค์ และตีกรอบตัวเองค่อนข้างมาก อาจจะเป็นเพราะกลัวว่าถ้าเปลี่ยนแปลงไปมากจะโดนกระแสตีกลับ? ซึ่งตรงจุดนี้ก็พอเข้าใจได้ครับ แต่บางจุดก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน อาทิเช่น
- ตัด Content บางอย่างออก เช่นระบบการสร้างเมืองผู้อพยพ หรือการจับมอนสเตอร์ ซึ่งเป็นอะไรที่มันเปรียบเสมือนมินิเกมให้เรา ถึงจะดูเยอะไปบ้างแต่ถ้าพัฒนาดีก็อาจจะเป็นส่วนทำให้เกมมีอะไรน่าสนใจเพิ่มขึ้นมาได้
- ฉาก Cutscene ทำออกมาได้ไม่ดีเลยครับ หลายฉากควรแสดงภาพที่อลังการ หรือเห็นภาพรวมของฉากที่มากกว่านี้
- เสียงพากย์ที่ไม่มีครบทั้งหมด โดยส่วนใหญ่จะเป็นการอ่านบทพูดเหมือนกับเช่นเดิม
- ตัวเอกพูดไม่ได้ เป็นข้อเสียสุดคลาสสิคที่มีมานานของเกมนี้ ทำให้เราไม่รู้ว่าตัวเอกแสดงความรู้สึก หรือมีนิสัยใจคอเป็นยังไง ประกอบการแสดงท่าทางจะแข็งๆ ตามสไตล์เกม เรียกว่าเป็นตัวละครที่แบนเรียบไม่มีมิติใดๆ เลย
- การแปลงทับศัพท์ภาษาญี่ปุ่นเป็นอังกฤษ ตรงนี้เรียกว่าพังมาทุกภาค เพราะแปลคาถาหรือคำเรียกต่างๆ พวกนี้ออกมาได้แย่มากๆ ครับ ดูไม่ Fantasy และไม่ได้ฟิวริ่งของความเป็นเวทย์มนต์เลย
- การเก็บแพลตินั่มของเกมยังน่าลำคาญเหมือนเดิม จากที่เพิ่ม qol ให้มินิเกมเก็บเหรียญได้ดี แต่กลับเพิ่มเกมกระดาน Lucky Panel ที่โอเคว่าเกมก็สนุกดี แต่ถ้าเล่นสัก 20-30 กระดานก็พอทน แต่การจะได้แพลตนั้นอาจจะต้องเล่นเกมนี้มากถึง 100กระดาน+ ใช้เวลากว่า 10ชม. เพื่อผ่านถ้วยรางวัลนี้ เพราะมันจะต้องเสี่ยงดวงให้ออกไอเทมที่เราต้องการ ซึ่งด้วยความที่ผมดวงซวยมากๆ ในการเล่นเกม เล่นคิดว่ามันน่าเบื่อเอามากๆ ครับ
- Final Boss ดูง่อยไปหน่อย ทั้งในส่วนของเนื้อราว ภูมิหลัง วิธีคิดล้วนเป็นตัวร้ายที่ไม่ค่อยมีมิติเท่าไร คือข้าคือต้วร้ายอยากยยึดครองโลก 101 ซึ่งก็ตามสไตล์เกมยุคก่อน แต่ที่น่าเศร้าแทนคือทีมงานไม่ได้ทำฉากคัตซีนหรือฉากเปิดตัวดีๆ ให้เลย แถมยังเป็นบอสที่จัดการได้ไม่ยากอีกด้วย ถึงแม้จะมีหลายร่างก็ตาม บางร่างออกไปทางน่าสงสารมากกว่าน่าเกรงขามด้วยซ้ำ
สรุปสุดท้าย :
เขียนมาถึงตรงนี้ผมคิดในใจว่าผมน่าจะทำเป็นคลิปมากกว่านะเนี่ย ฮ่าๆ สำหรับเกม Dragon Quest 7 reimagined ในส่วนตัวของผมถือว่าเป็นการสร้างใหม่ที่พัฒนาขึ้นในหลายด้าน เป็นเกมที่ดีอีกเกมหนึ่งสำหรับแฟนเกมนี้ ทำให้เราหวนนึกถึงเรื่องราวการเดินทางการผจญภัยของผู้กล้า และยังย้อนถึงได้คิดถึงเรื่องราวในอดีตที่ไม่ได้เกี่ยวกับเกมด้วย (Nostalgia) สมัยนั้นผมมีเพื่อนเยอะแยะมากมายที่ชอบเล่นเกมด้วยกัน สำหรับเกมนี้เปรียบเสมือนเพื่อนของผมในวัยเด็ก การได้กลับมาเล่นเกมนี้อีกครั้งก็เหมือน "การได้กลับมาเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน" มันเป็นความคิดถึงสิ่งดีๆ และทำให้มีความสุขมากๆ อีกครั้งหนึ่งครับ
สำหรับเพื่อนๆ ที่อ่านมาถึงจุดนี้ก็ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง ใจจริงมีอะไรอยากจะเขียนอีกเยอะเลยครับ แต่เอาเป็นว่าแค่นี้ก่อนดีกว่า สำหรับเกมนี้ลงให้กับหลาย Platform ทั้ง PC, PS5 ,NWS2
สามารถหาเล่นได้แล้ววันนี้ครับผม ไว้เราเจอกันในเกมถัดไป สวัสดีค้าบบบ