Media Presentation

Media Presentation VDO , Presentation , media , production , post Production, Producer Freelance

05/05/2026
14/04/2026

กำลังคึกคักและทวีความยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ครับสำหรับเทศกาลสงกรานต์ปี ๒๕๖๙ ที่ตอนนี้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางเบอร์หนึ่งของโลกไปเรียบร้อยแล้ว

นี่ไม่ใช่แค่เทศกาลสาดน้ำ แต่คือการประกาศศักดาให้เห็นว่า "Songkran in Thailand" คือต้นตำรับที่โลกยอมรับ และไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบจิตวิญญาณนี้ได้

🔥 ตัวเลขที่โกหกไม่ได้ เป็นพยานและพลังศรัทธาและความเชื่อมั่น ในขณะที่มีความพยายามสร้างแคมเปญเลียนแบบขึ้นในพื้นที่ข้างบ้าน แต่สถิติจริงที่เกิดขึ้นในไทยตอนนี้คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดครับ

- การเดินทางด้วยรถไฟและรถไฟฟ้า… เพียงแค่ช่วงเริ่มต้นเทศกาล ยอดผู้ใช้บริการ รถไฟทางไกลและรถไฟฟ้าทุกสาย พุ่งสูงกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนต่อเที่ยว สะท้อนให้เห็นถึงการเคลื่อนตัวของมวลชนจำนวนมหาศาลที่ตั้งใจมาร่วมงานในจุดต่างๆ ทั่วประเทศ

- แลนด์มาร์คแตกทุกตารางนิ้ว… เช่นถนนข้าวสารมียอดนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามารวมตัวกันไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คนต่อวัน จนต้องมีการบริหารจัดการฝูงชนอย่างเข้มงวด ส่วนสีลมสถิติเพียงวันแรกก็พุ่งสูงถึง ๑๖๐,๐๐๐ คน ไปแล้วครับ

- ยอดนักท่องเที่ยวรวม… ททท. คาดการณ์จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางผ่านสนามบินทั่วประเทศในช่วงนี้พุ่งสูงถึง ๓,๗๐๐,๐๐๐ คน โดยเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่บินตรงเข้ามาสัมผัส "ของจริง" กว่า ๒,๒๖๐,๐๐๐ คน

🌗 ทำไมโลกถึงเลือกไทย... และทำไมเพื่อนบ้านถึงเทียบไม่ติด

ปรากฏการณ์ปีนี้ชี้ให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างเรากับกัมพูชาอย่างสิ้นเชิงครับ

๑. สเกลงานที่ห่างชั้น… แม้เพื่อนบ้านจะพยายามโปรโมทนางสังกรานต์หรือภาพลักษณ์ที่พยายามจะให้คล้ายคลึงเราเพียงใด แต่ในสายตาโลก "สงกรานต์ไทย" คือเทศกาลระดับ World Class ที่มีระบบการจัดการ การตลาด และความสนุกที่มีชีวิตชีวา ซึ่งกัมพูชายังตามหลังเราอยู่หลายก้าว

๒. ภาพจำระดับสากล… สื่อทั่วโลกไม่ได้รายงานข่าวสงกรานต์เพราะ "ความเหมือน" แต่เขาเลือกมาทำข่าวที่ไทยเพราะ "ความเป็นต้นฉบับ" ยอดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกคือเสียงสะท้อนว่า ของจริงย่อมดึงดูดใจได้มากกว่าของเลียนแบบเสมอ

๓. ความเชื่อมั่นในมรดกโลก… การที่ไทยปักหมุดมรดกโลก UNESCO ไว้สำเร็จ ทำให้ทุกกิจกรรมของเรามีความขลังและได้รับการยอมรับ ในขณะที่เพื่อนบ้านทำได้เพียงการเลียนแบบรูปลักษณ์ แต่ขาด "รากเหง้า" และการรับรองจากระดับสากลที่แท้จริง

👨‍🌾 ทิ้งท้ายบทความนี้ อยากจะบอกว่า สงกรานต์ ๒๕๖๙ ที่กำลังดำเนินอยู่นี้ คือชัยชนะทางวัฒนธรรมของคนไทยทุกคนครับ ใครจะพยายามสวมรอยหรือด้อยค่าอย่างไรก็ทำได้ยาก เพราะ "ความจริงและสถิติ" มันฟ้องชัดเจนว่า ประเทศไทยคือบ้านหลังเดียวของเทศกาลสงกรานต์ที่โลกจดจำและต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต !

ฝากช่วยกันแชร์ให้ชาวเขมรได้รับรู้ ให้ชาวโลกได้เห็นของจริงกันครับ เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษผมได้จัดทำมาด้วยแล้ว ขอบคุณครับ

วุฒิ วรคุณ
#สงกรานต์ไทย๒๕๖๙ #ของจริงไม่ต้องพูดเยอะ #มรดกโลก #ปกป้องมรดกไทย

The energy is electric as Thailand’s Songkran Festival 2026 continues to sweep across the nation, proving once again why it is a world-class destination.

This is more than just a water festival; it is a powerful declaration that "Songkran in Thailand" is the true original—an intangible heritage recognized by the world and unmatched in its spirit.

📊 The Numbers Don’t Lie : Global Confidence and Massive Turnouts
While other regions may attempt to emulate the branding, the real-time data from Thailand provides undeniable proof of where the world chooses to celebrate:

-Massive Transit Surge : At the start of the festival, the number of travelers using long-haul trains and the Bangkok mass transit (BTS/MRT) networks soared past 1,000,000 passenger-trips, reflecting a monumental movement of people heading to major celebration zones.

- Iconic Landmarks Overwhelmed : Bangkok’s famous Khao San Road has seen an influx of over 100,000 visitors per day, requiring high-tech crowd management. Meanwhile, Silom Road recorded a staggering 160,000 attendees on its very first day of festivities.

- Global Air Traffic : The Tourism Authority of Thailand (TAT) and aviation officials project over 3,700,000 passengers traveling through Thai airports during this period, including more than 2,260,000 international tourists who flew directly to experience the "authentic" Songkran.

🛡️ Why the World Chooses Thailand Over the Rest

The 2026 phenomenon highlights a clear distinction between Thailand and other regional attempts to claim the tradition :

1. A Different Class of Scale : While neighbors may promote similar visuals, "Songkran in Thailand" is a World-Class event with superior management, marketing, and a vibrant energy that remains several steps ahead of any imitation.

2. The Original Global Brand : Global media outlets aren't reporting on Songkran because of its "similarity" to other places; they are here for the Original Identity. The sheer volume of tourists from China, Europe, and the Americas is the ultimate vote of confidence.

3. The UNESCO Advantage : Thailand’s successful inscription as a UNESCO Intangible Cultural Heritage of Humanity gives every Thai activity an official seal of authenticity. While others can copy the look, they cannot replicate the deep-rooted heritage and international recognition that Thailand has secured.

Conclusion : As Songkran 2026 continues to unfold, it is a cultural victory for every Thai citizen. No matter the attempts to devalue or shadow our heritage, the facts and statistics remain clear: Thailand is the one and only home of the Songkran festival that the world remembers and dreams of visiting!
Wut Worakun

01/03/2026

เปิดหลักฐาน UN ตอกหน้าเหมร ค่ายอพยพหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว คือ "แผ่นดินไทย"
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวกัมพูชาพยายามบิดเบือนประวัติศาสตร์เพื่อ "ฮุบดินแดน" บริเวณ บ้านหนองจาน และ หนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว โดยอ้างว่าพื้นที่เหล่านี้เป็นของตน แต่ความจริงนั้นมีหลักฐานที่ระบุชัดเจนว่า พื้นที่เหล่านี้คืออธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งไทยเคยหยิบยื่นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่เพื่อนบ้านในยามยากลำบากเท่านั้น
1. แผนที่ UN และ UNHCR ไม่เคยโกหก
ตามรายงานและแผนที่ของ UNHCR (ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ) และ UNBRO ในยุคทศวรรษ 1980 ระบุตำแหน่งของค่ายอพยพ "แคมป์ 511" (หนองจาน) ไว้อย่างชัดเจนว่าตั้งอยู่ในเขตแดนไทย
หลักฐาน: สระน้ำขนาดใหญ่ (UN Pond) ที่องค์กรระหว่างประเทศขุดไว้ให้ผู้อพยพใช้ ตั้งอยู่ในเขตบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ซึ่งเอกสารทุกฉบับระบุว่าเป็นจุดพักพิงชั่วคราวบน "แผ่นดินไทย"
ความจริง: หากเป็นที่ดินกัมพูชาแต่แรก ไทยจะไม่มีสิทธิ์อนุญาตให้ UN เข้ามาตั้งศูนย์พักพิงในเขตอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลไทยได้เลย
2. ประวัติศาสตร์ "ไทยใจดี" แต่กลับถูก พี่เนร
ในช่วงปี 2522-2526 ที่กัมพูชาหนีตุยจากสงคราม ประเทศไทยได้เปิดประตูรับชาวเขมรนับหมื่นคนให้มาพักพิงที่ หนองจาน และ หนองหญ้าแก้ว
ไทยใช้หลักมนุษยธรรมดูแลทั้งข้าวปลาอาหารและที่พึ่งพิง แต่เมื่อสงครามจบลง ผู้อพยพบางส่วนกลับไม่ยอมย้ายออก และเริ่มทำการตั้งถิ่นฐานรุกคืบจนเกิดเป็นหมู่บ้าน (Prey Chan) ขึ้นมาในภายหลัง
การที่กัมพูชาเอาภาพหมู่บ้านที่เกิดจากการ "บุกรุก" มาอ้างสิทธิ์เหนือน่านน้ำและน่านดินไทย จึงเป็นการกระทำที่บิดเบือนความจริงอย่างรุนแรง
⚖️ 3. หลักเขต 46 และ 47: เส้นแบ่งอธิปไตยที่ชัดเจน
ตามอนุสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 เส้นเขตแดนบริเวณนี้ถูกลากเป็นเส้นตรงระหว่าง หลักเขตที่ 46 ถึง 47
เจ้าหน้าที่ไทยตรวจสอบพบเสมอ ฝั่งกัมพูชาพยายามขยายชุมชนและปักธงชาติในเขตที่ยังไม่ได้มีการปักปันเขตแดนที่สมบูรณ์ หรือแม้กระทั่งในเขตที่ชัดเจนว่าเป็นแผ่นดินไทย
การที่ไทยต้องล้อมรั้วลวดหนามตั้งตู้คอนเทรนเนอร์และคัดค้านการตั้งสำนักงานบริหารของกัมพูชาในพื้นที่นี้ คือการ "รักษาสิทธิเหนืออธิปไตย" ไม่ใช่การละเมิดดินแดนผู้อื่น
หลักฐานจาก UNHCR และสนธิสัญญาสากลยืนยันว่า หนองจานและหนองหญ้าแก้วคือของไทย และประวัติศาสตร์จะไม่ถูกลบเลือนด้วยวาทกรรมที่สร้างขึ้นมาเพื่อปลุกปั่นกระแสชาตินิยมในปัจจุบัน!
#คืนความเป็นธรรมให้ประวัติศาสตร์ #หนองจานหนองหญ้าแก้วคือไทย #หยุดเคลม #อธิปไตยไทย #ชายแดนไทยกัมพูชา

24/02/2026

มีคนหน้าชา
เมื่อทูตสี ตอบสื่อฝรั่งเศษ
ตอกเขมรหงายเก๋ง

ในทางการทูต เวทีที่ยากที่สุดไม่ใช่โต๊ะเจรจา

แต่คือ “หน้ากล้องสื่อโลก”

เพราะบนโต๊ะเจรจา คุณมีเอกสาร มีคณะ มีเวลาให้คิด

แต่ในรายการข่าวต่างประเทศ คุณมีเพียงคำถามสดไม่กี่วินาที

และคำตอบเดียวที่พลาดไม่ได้

การให้สัมภาษณ์กับสื่อยุโรปอย่าง France 24 ครั้งนี้ของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว จึงไม่ใช่แค่การพูดกับนักข่าว
มันคือการพูดต่อ “สายตานานาชาติ”
โจทย์ที่เขาเจอหนักกว่าปกติ เพราะคำถามไม่ได้เริ่มจากศูนย์

สื่อฝรั่งเศสเปิดด้วยกรอบความคิดที่ถูกปูไว้ก่อนแล้ว จากการให้สัมภาษณ์ของ ฮุน มาเนต ที่กล่าวหาไทยวางตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามล้ำแดน
นี่คือเทคนิคการสื่อสารระหว่างประเทศแบบหนึ่ง

เรียกว่า framing the narrative

คือทำให้โลกเชื่อก่อนว่า “มีผู้กระทำผิด” แล้วให้คู่กรณีเป็นฝ่ายต้องแก้ตัว

และนั่นแหละคือกับดัก

ถ้าตอบแรง ไทยจะกลายเป็นประเทศก้าวร้าว

ถ้าตอบอ่อน ไทยจะกลายเป็นประเทศยอมรับผิด

ถ้าตอบหลบ ไทยจะกลายเป็นประเทศไม่มีข้อเท็จจริง

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ สีหศักดิ์เลือก “เส้นทางที่สี่”

เขาไม่เถียงแบบอารมณ์
ไม่รับกรอบคำถาม
และไม่ปล่อยให้ไทยเป็นจำเลย

รัฐมนตรีต่างประเทศไทยเริ่มจากสิ่งที่นักการทูตมืออาชีพใช้ก่อนเสมอ

“ข้อเท็จจริง”

เขาย้ำว่า ทั้งสองประเทศอยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงแล้ว แต่สถานการณ์ยังเปราะบาง ต้องลดการยั่วยุและข่าวบิดเบือน จากนั้นจึงพลิกประเด็นทันทีว่า พื้นที่ที่ถูกกล่าวหาเป็นพื้นที่อธิปไตยไทย และในอดีตกลับเป็นฝ่ายกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามา

นี่ไม่ใช่การโต้เถียง

แต่มันคือการ “ย้ายสถานะ”

จากไทยที่ถูกกล่าวหา

กลายเป็นไทยที่กำลังอธิบายข้อเท็จจริง

ต่างกันอย่างมหาศาลในทางการทูต
เพราะทันทีที่ผู้ให้สัมภาษณ์พูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ใช้เหตุผล และย้ำคำว่า “หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง” ซ้ำ ๆ ผู้ชมต่างชาติจะตีความทันทีว่า ประเทศนี้กำลังควบคุมสถานการณ์ ไม่ได้ต้องการปะทะ

และนั่นทำให้กรอบที่ถูกปูไว้ก่อนหน้าเริ่มพัง

ช่วงที่คมที่สุดของการสัมภาษณ์ คือคำถามเรื่องตู้คอนเทนเนอร์

ผู้ดำเนินรายการพยายามชี้นำว่า การไม่ถอนกำลังเท่ากับยอมรับว่าทหารไทยอยู่ในดินแดนกัมพูชา

สีหศักดิ์ไม่เถียงยาว
ไม่โกรธ
ไม่ใช้อารมณ์
เขาตอบสั้น และชัด

พื้นที่นั้นอยู่ในอธิปไตยของไทย
จบประโยค

และจบกรอบคำถาม

นี่คือเทคนิค “cut the premise”
ตัดสมมติฐานของคำถามทิ้งทั้งก้อน
ทันทีที่สมมติฐานพัง คำถามทั้งหมดก็หมดความหมาย

ที่สำคัญ เขาไม่เพียงปกป้องอธิปไตย แต่ยังล็อกปลายทางไว้ว่า ไทยต้องอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างสันติ และทุกฝ่ายต้องใช้ความอดกลั้น

ผลที่เกิดขึ้นคือ ไทยไม่ได้ดูเป็นประเทศคู่ขัดแย้ง

แต่กลายเป็นประเทศที่พยายามประคองเสถียรภาพภูมิภาค

ในเวทีสื่อสากล ภาพลักษณ์สำคัญกว่าคำพูด

และการทูตสมัยใหม่คือ “สงครามการรับรู้” มากกว่าสงครามอาวุธ

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่การตอบคำถามนักข่าวฝรั่งเศส

แต่มันคือการป้องกันไม่ให้เวทีโลกถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดันไทย

เขาไม่ได้ชนะด้วยเสียงดัง
เขาชนะด้วยความนิ่ง
และในโลกการทูต ความนิ่งนี่แหละ
คืออำนาจ

เพราะบางครั้ง ประเทศไม่ได้เสียเปรียบจากกำลังทหาร

แต่เสียเปรียบจาก “เรื่องเล่า”
ครั้งนี้ เรื่องเล่าไม่ได้เป็นของใครอื่น

มันกลับมาอยู่ในมือประเทศไทยอีกครั้ง.

22/02/2026

ลัดเลาะรอบคลองเที่ยวเมืองเก่ากับเรือแท็กซี่ไฟฟ้าจาก MuvMi เชื่อมต่อเส้นทางตั้งแต่หัวลำโพงถึงบางลำพู พร้อมจุดจอด 14 ท่าตลอดสาย หนีรถติดมานั่งรับลมชิลๆ ดูวิถีชีวิตริมน้ำแบบคนกรุงสมัยก่อน เพียงแค่โหลดแอปฯ MuvMi ก็เริ่มล่องเรือได้เลย 🚤

🔗 อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่: https://www.timeout.com/bangkok/th/news/muvmi-boat-taxi-021926

ุงเทพ

18/02/2026

หมัดเด็ด "นายกฯ อนุทิน" รื้อวิชาประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง
ดัดนิสัยพวกใช้ความรุนแรง.. ปั้นเด็กไทยยุคใหม่ให้มีหัวใจรักชาติและรู้จักหน้าที่

ปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนไม่ได้แก้ได้ด้วยการทำโทษเพียงอย่างเดียว
แต่มันต้องแก้ที่รากเหง้าของ "นิสัย" และ "จิตสำนึก" ตั้งแต่ยังเด็ก

"นายกฯ อนุทิน" จึงสั่งลุยรื้อหลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง
เปลี่ยนจากการท่องจำแบบเก่าๆ ให้กลายเป็นความเข้าใจที่กินใจกว่าเดิม

ใส่ความรักชาติและความภาคภูมิใจในวีรกรรมของบรรพบุรุษลงไปในบทเรียน
เพื่อให้เด็กๆ เห็นคุณค่าของแผ่นดินและรู้ว่าการเป็นพลเมืองที่ดีนั้น "เท่" แค่ไหน

แกพยายามผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อสร้าง คุ้มกันทางความคิด
ไม่ให้เยาวชนต้องหลงทางไปกับค่านิยมผิดๆ หรือการใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา

ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ได้ใจพ่อแม่ผู้ปกครองและประชาชนไปเต็มๆ
เพราะการปลูกฝังสิ่งดีๆ ตั้งแต่เด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ

ต่อไปนี้เด็กไทยจะไม่ได้แค่เรียนเก่งเพื่อเอาตัวรอดเพียงอย่างเดียว
แต่จะมีหัวใจที่รักชาติ.. รู้จักกตัญญูต่อแผ่นดิน.. และเคารพสิทธิของผู้อื่น

ต้องยอมรับในวิสัยทัศน์และความเด็ดขาดของนายกฯ อนุทินในครั้งนี้จริงๆ
ที่กล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนอนาคตของชาติด้วยการวางรากฐานทางปัญญาที่มั่นคง

เชื่อมั่นว่าถ้าเด็กไทยมี "หน้าที่พลเมือง" อยู่ในหัวใจ.. ปัญหาความรุนแรงจะลดลง
และเราจะได้เห็นเยาวชนที่เติบโตมาเป็นกำลังสำคัญที่สง่างามของบ้านเมือง

ขอบคุณที่มองเห็นความสำคัญของรากเหง้าไทย.. และลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อลูกหลานนะคะ

16/02/2026

สถาบันการแพทย์ชั้นนำของไทย (จุฬาฯ-มหิดล) ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่รับปี 2026 ด้วยนวัตกรรม “ยามีชีวิต” (CAR T-cell) ที่ใช้การตัดต่อพันธุกรรมเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยให้กลายเป็น “เซลล์นักฆ่า” มุ่งเป้าทำลายมะเร็งอย่างแม่นยำ โดยไทยสามารถจัดตั้งโรงงานผลิตเองได้แล้ว ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาลงกว่า 10 เท่า พร้อมเดินหน้าโครงการ Cellular Rejuvenation ผ่านโมเลกุล “มณีแดง” และการฟื้นฟูเซลล์ไฟโบรบลาสต์เพื่อย้อนวัยอวัยวะภายในและผิวพรรณถึงระดับดีเอ็นเอ
นวัตกรรมเหล่านี้เปลี่ยนโฉมการแพทย์ไทยจากการ “รักษาตามอาการ” สู่การ “ฟื้นฟูเชิงลึก” เพื่อยืดอายุขัยที่มีคุณภาพ ให้คนไทยเข้าถึงการรักษามะเร็งและเทคโนโลยีชะลอวัยขั้นสูงได้อย่างเท่าเทียม พร้อมผลักดันไทยสู่การเป็น Medical Hub ด้านยีนบำบัดระดับโลกอย่างเต็มตัว
https://www.salika.co/2026/02/13/salika-news-vol-44-6/
Knowledge Sharing Space | www.salika.co

ที่อยู่

180 Soi Somdej Prachao Taksin 27 Samreh Thonburi
Bangkok
10600

เบอร์โทรศัพท์

0814222712

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Media Presentationผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Media Presentation:

แชร์