Bookdance imagination
knowledge
dance together

ประกาศรายชื่อผู้โชคดีกิจกรรม "แจก 8 เล่ม ต้อนรับเดือน 8"ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาร่วมสนุกกันนะคะ และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคอมเ...
23/08/2026

ประกาศรายชื่อผู้โชคดี
กิจกรรม "แจก 8 เล่ม ต้อนรับเดือน 8"

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาร่วมสนุกกันนะคะ และขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับคอมเม้นต์ที่เล่าเรื่องในบ้านกันมา อ่านแล้วเห็นเลยว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในหลายบ้านจริงๆ เพียงแต่ไม่ค่อยมีใครพูดออกมา

ขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีค่ะ
Chuliphon Tipakorn

รบกวนยืนยันสิทธิ์รับรางวัล โดยแจ้ง ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่จัดส่ง และเบอร์โทรศัพท์ มาที่ inbox เพจ Bookdance ภายในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 23.59 น. หากพ้นกำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์

20/08/2026

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณหมดรัก​?
จากมุมมองของนักจิตบำบัด
#โอบกอดเด็กน้อยในใจเรา

"ความงดงามของหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่การย้อนกลับไปโทษอดีตหรือโทษคนในครอบครัวแต่คือการเป็น "นักบำบัดฉบับพกพา" ที่ค่อยๆ จูงมื...
20/08/2026

"ความงดงามของหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่การย้อนกลับไปโทษอดีตหรือโทษคนในครอบครัว

แต่คือการเป็น "นักบำบัดฉบับพกพา" ที่ค่อยๆ จูงมือเรากลับไปสวมกอดเด็กคนนั้นอย่างอ่อนโยน

ผู้เขียนชวนเรามองเห็นรูปแบบอารมณ์ (Pattern) ของตัวเอง เรียนรู้ที่จะตั้งคำถามกับปฏิกิริยาทางอารมณ์อย่างเข้าใจ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยภายในใจขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ตัวเราในวัยผู้ใหญ่ ได้กลายเป็น "ผู้ปกครองที่อบอุ่นและใจดี" สำหรับเด็กน้อยคนนั้นเสียที

เมื่อเราเข้าใจที่มาของความเจ็บปวด เราจะเริ่มเลิกโทษตัวเอง และอนุญาตให้ตัวเองได้ค่อยๆ เติบโตไปข้างหน้าด้วยจังหวะที่เบาสบายกว่าเดิม"
ขอบคุณรีวิวจากเพจ Beer's Journey - เบียร์บันทึก ค่ะ

#โอบกอดเด็กน้อยในใจเรา

1.
เวลาที่ชีวิตเริ่มสะดุดหรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้
สิ่งที่เราชอบบอกตัวเองบ่อยๆ
มักจะเป็นคำว่า “ทำไมจัดการตัวเองได้แย่ขนาดนี้” หรือ “ทำไมถึงไม่รู้จักโตสักที”

แต่ถ้าลองถอยกลับมามองด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้น เราจะพบว่าเสียงที่กำลังโวยวายหรือสับสนอยู่ข้างใน ไม่ใช่ตัวเราในวัยผู้ใหญ่...

แต่เป็นเสียงร้องของ "เด็กน้อยในใจ" (Inner Child) ที่กำลังตื่นตระหนก และยังไม่เคยได้รับความเข้าใจจริงๆ เสียที


2.
ในทางจิตวิทยา ประสบการณ์ในวัยเด็กไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกฝังลงในจิตใต้สำนึกและคอยควบคุมสภาวะอารมณ์ของเราในยามที่เจอสถานการณ์คล้ายเดิม

การพยายามกดอารมณ์ลบไว้ หรือสั่งให้ตัวเองเข้มแข็งทันที จึงเหมือนการตะคอกใส่เด็กที่กำลังร้องไห้ให้เงียบเสียงลง โดยไม่เคยเข้าไปถามไถ่เลยว่า “หนูกลัวอะไรอยู่หรือเปล่า”


3.
ความงดงามของหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่การย้อนกลับไปโทษอดีตหรือโทษคนในครอบครัว
แต่คือการเป็น "นักบำบัดฉบับพกพา" ที่ค่อยๆ จูงมือเรากลับไปสวมกอดเด็กคนนั้นอย่างอ่อนโยน

ผู้เขียนชวนเรามองเห็นรูปแบบอารมณ์ (Pattern) ของตัวเอง เรียนรู้ที่จะตั้งคำถามกับปฏิกิริยาทางอารมณ์อย่างเข้าใจ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยภายในใจขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ตัวเราในวัยผู้ใหญ่ ได้กลายเป็น "ผู้ปกครองที่อบอุ่นและใจดี" สำหรับเด็กน้อยคนนั้นเสียที

เมื่อเราเข้าใจที่มาของความเจ็บปวด เราจะเริ่มเลิกโทษตัวเอง และอนุญาตให้ตัวเองได้ค่อยๆ เติบโตไปข้างหน้าด้วยจังหวะที่เบาสบายกว่าเดิม


4.
เบียร์มองว่าสุดท้านแล้วการเยียวยาจิตใจ อาจไม่ได้หมายถึงการลืมเรื่องราวในอดีตให้หมดสิ้น
แต่มันคือการเรียนรู้ที่จะนั่งลงข้างๆ ความทรงจำเหล่านั้น โดยไม่ปล่อยให้มันมาทำร้ายตัวเราในปัจจุบันได้อีกต่อไป 🙂

เมื่อคุณหมอเขียนว่า "เป็นหนังสือที่อ่านสนุกมาก ขำมาก ควรเป็นหนังสือที่ให้พร้อมกับสมุดฝากครรภ์ให้ พ่อ แม่ ทุกบ้านได้อ่าน"...
20/08/2026

เมื่อคุณหมอเขียนว่า "เป็นหนังสือที่อ่านสนุกมาก ขำมาก
ควรเป็นหนังสือที่ให้พร้อมกับสมุดฝากครรภ์
ให้ พ่อ แม่ ทุกบ้านได้อ่าน"

หัวใจบรรณาธิการก็ใจพองฟูอย่างยิ่งค่ะ

นี่คือเนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือ สำหรับพ่อๆ แม่ๆ ที่สนใจ...นำไปพิจารณาต่อว่าอยากพลิกอ่านเล่มนี้หรือไม่นะคะ
"เราพบว่าสิ่งที่พ่อแม่เชื่อว่าลูกๆคิด
กับสิ่งที่ลูกคิดจริงๆ นั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

หากถามเด็กๆ ว่าถ้าขอพรได้แค่ 1 ข้อ
ซึ่งจะทำให้งานของพ่อหรือแม่
ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็ก ๆ
เด็กๆ จะขอพรว่าอะไร

เราให้ผู้ใหญ่เดาว่า
ลูกๆของตัวเองจะตอบว่าอะไร
พวกเขาส่วนใหญ่เดาว่า ลูกจะขอพร
ให้พ่อกับแม่มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น

แต่เด็ก ๆ ไม่ได้ขออย่างนั้น
ความปรารถนาแรงกล้าที่สุดของเด็ก ๆ
คือขอให้พ่อแม่เครียดน้อยลง
และเหนื่อยน้อยลง

เวลาที่พ่อแม่เหนื่อยล้า
และเร่งร้อนทำอะไรอย่างหนึ่งต่อด้วยอีกอย่างหนึ่ง
เวลาที่แม้แต่สุดสัปดาห์
ยังกลายเป็นความตึงเครียด
เด็ก ๆ เขาสังเกตเห็นและเป็นทุกข์ไปด้วย"

จากหนังสือ
#วิธีรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสามีหลังมีลูก
How Not To Hate Your Husband After Kids

พิกัดในคอมเม้นต์

ในการศึกษาชิ้นแรกของโลก
ว่าเด็ก ๆ คิดยังไงกับพ่อแม่ของตัวเองที่ทำงานไปด้วย

ได้ข้อมูลจากเด็กวัย 8-18 ปีมากกว่า 1,000 คน

เราพบว่าสิ่งที่พ่อแม่เชื่อว่าลูกๆคิด
กับสิ่งที่ลูกคิดจริงๆ นั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

หากถามเด็กๆ ว่าถ้าขอพรได้แค่ 1 ข้อ
ซึ่งจะทำให้งานของพ่อหรือแม่
ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็ก ๆ
เด็กๆ จะขอพรว่าอะไร

เราให้ผู้ใหญ่เดาว่า
ลูกๆของตัวเองจะตอบว่าอะไร
พวกเขาส่วนใหญ่เดาว่า ลูกจะขอพร
ให้พ่อกับแม่มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น

แต่เด็ก ๆ ไม่ได้ขออย่างนั้น
ความปรารถนาแรงกล้าที่สุดของเด็ก ๆ
คือขอให้พ่อแม่เครียดน้อยลง
และเหนื่อยน้อยลง

เวลาที่พ่อแม่เหนื่อยล้า
และเร่งร้อนทำอะไรอย่างหนึ่งต่อด้วยอีกอย่างหนึ่ง

เวลาที่แม้แต่สุดสัปดาห์
ยังกลายเป็นความตึงเครียด
เด็ก ๆ เขาสังเกตเห็นและเป็นทุกข์ไปด้วย

พ่อแม่มักมีความกดดันว่า
พวกเขาต้องสร้างช่วงเวลาอันน่าจดจำ
ในวันหยุดไม่กี่วันของตัวเอง
แต่จากงานวิจัยบอกว่า
คุณไม่จำเป็นต้องนั่งเครื่อง
ไปดิสนีย์เวิลด์ตอนสุดสัปดาห์
เพื่อให้เด็ก ๆ ร้องว้าวหรอก
ไม่จำเป็นต้องไปสวนสนุกด้วยซ้ำไป

เราถามเด็กๆ ว่า
อะไรที่พวกเขาจดจำได้มากที่สุดจากวัยเด็ก
พ่อแม่มักทายว่า เป็นการพักร้อน
หรืองานเที่ยวใหญ่ระดับ 5 ดาว
ที่ต้องวางแผนกันละเอียดยิบ

ตรงกันข้ามเลย
สิ่งที่เด็กๆ จดจำ
คือพิธีกรรมและธรรมเนียมเล็กๆ
ที่ทำกันทุกวันซึ่งบ่งบอกว่า "เราคือครอบครัว"

เด็กหญิงคนหนึ่งบอกว่า
ตอนเธอออกจากบ้านไปโรงเรียน
พ่อจะพูดว่า
"ไปเลย แม่เสือไปจัดการพวกเขาเลย"

พิธีกรรมที่ดูเหมือนทำไปอย่างนั้น
แต่มันทำให้เรารู้สึกจุกในลำคอทุกครั้งที่คิดถึงมัน
สิ่งเล็กๆพวกนั้นสำคัญมาก
มากกว่าที่พ่อแม่คิดไว้ซะอีก

จากหนังสือ
วิธีรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสามีหลังมีลูก

========

เป็นหนังสือที่อ่านสนุกมาก ขำมาก

ควรเป็นหนังสือที่ให้พร้อมกับสมุดฝากครรภ์
ให้ พ่อ แม่ ทุกบ้านได้อ่าน

ป.ล. แต่ ย่อหน้าที่ยกมานั้น
อ่านแล้วแอบซึ้ง ในขณะที่ส่วนใหญ่จะอ่านแล้วขำ
ขำแบบแทงใจดำนะครับ แนะนำๆๆๆ

19/08/2026

เมื่อต้องเลิกคบเพื่อนสนิท มันคือความล้มเหลวของเราไหม?

#โอบกอดเด็กน้อยในใจเรา

18/08/2026

คุณเคยนอกใจคนรักมั้ย
หรือคุณเคยถูกนอกใจหรือเปล่า
ดร.แอนนี ซิมเมอร์แมน นักจิตบำบัด ได้พูดถึงประเด็นเรื่องการนอกใจไว้ในหนังสือ "โอบกอดเด็กน้อยในใจเรา" ไว้ว่า มันมีเหตุผลมากไปกว่ามุมมองเชิงศีลธรรม และหากคุณรู้สึกอยากคลี่คลายความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากการนอกใจแบบละเอียด สามารถพลิกอ่านได้ในหนังสือเล่มนี้

#โอบกอดเด็กน้อยในใจเรา

“ทำไมฉันถึงไม่อยากมีเซ็กซ์กับคนรักอีกต่อไปแล้ว”มุมมองจากนักจิตบำบัด ผู้เขียนหนังสือ  #โอบกอดเด็กน้อยในใจเรา1.เหตุผลที่พบ...
17/08/2026

“ทำไมฉันถึงไม่อยากมีเซ็กซ์กับคนรักอีกต่อไปแล้ว”

มุมมองจากนักจิตบำบัด
ผู้เขียนหนังสือ #โอบกอดเด็กน้อยในใจเรา

1.เหตุผลที่พบบ่อยที่สุดประการหนึ่งของการนอกใจคือ ไฟรักได้มอดดับลง ผู้คนจึงมองหาความปรารถนาจากที่อื่น

พวกเขาอาจจะรักคู่ของตนอย่างลึกซึ้งและอยากอยู่ด้วยกัน แต่ความต้องการทางเพศกลับไม่ได้รับการตอบสนองจากความสัมพันธ์นั้น

2.เอสเธอร์ เพอเรล นักจิตบำบัด ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในหนังสือ Mating in Captivity ว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ผู้คนจะรู้สึกดึงดูดใจต่อคู่รักในระยะยาวน้อยลง

เพราะความใกล้ชิดที่ “มากเกินไป” สามารถดับไฟปรารถนาได้

3.ทฤษฎีของเอสเธอร์ เพอเรล นักจิตบำบัด คือ เมื่อคนเราใกล้ชิดกันมากเกินไปจะเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน

แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคง แต่มันก็สามารถทำลายความลึกลับและความหลงใหลลงได้เช่นกัน

สัญชาตญาณทางชีวภาพของเราสั่งไม่ให้เราหลับนอนกับคนในครอบครัว ดังนั้นเราจึงไม่รู้สึกดึงดูดใจต่อพวกเขา

4.ในความสัมพันธ์มีความต้องการสองอย่างที่ต่อสู้กันอยู่คือ ความปลอดภัยและความปรารถนา เราต้องปรับสมดุลระหว่างความต้องการความใกล้ชิดและความคุ้นเคยกับความต้องการแรงดึงดูด

5.หากมีความใกล้ชิดมากเกินไป เราอาจรู้สึกดึงดูดใจต่อคนรักน้อยลงเพราะเขามีความรู้สึกเหมือนคนในครอบครัวมากเกินไป

หากมีความห่างเหินมากเกินไปและไม่มีความปลอดภัยที่เพียงพอ เคมีระหว่างกันอาจจะดีมาก แต่ความสัมพันธ์ทางอารมณ์กลับไม่ดีนัก

6.การกลับมาเชื่อมต่อกันใหม่คือการปรับสมดุลความต้องการที่ขัดแย้งกันระหว่างความปลอดภัยและความปรารถนา

หากคุณกำลังดิ้นรนกับเรื่องนี้ ผู้เขียนซึ่งเป็นนักจิตบำบัดขอสนับสนุนให้คุณสร้างพื้นที่ว่างในความสัมพันธ์บ้าง เช่น การทำงานอดิเรกที่แยกกันทำหรือให้ความสำคัญกับกลุ่มเพื่อน

ความปรารถนาคือเรื่องของการสัมผัสถึงคู่รักในฐานะบุคคลที่แยกขาดจากกัน ระยะห่างเล็กน้อยช่วยสร้างความรู้สึกลึกลับและน่าสนุก เพื่อให้คุณสามารถจดจำได้ว่าอะไรที่ดึงดูดใจคุณในตอนแรก และกลับมาเชื่อมต่อกันใหม่ได้อีกครั้ง

7.มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องซ้ำซาก แต่การนัดออกเดตสามารถช่วยให้คุณมองเห็นคู่ของคุณในฐานะคนรักที่น่าหลงใหล มากกว่าจะเป็นเพียงแค่คนช่วยเลี้ยงลูก เพื่อนร่วมบ้าน หรือเพื่อนสนิทเท่านั้น

8.
ที่มา “โอบกอดเด็กน้อยในใจเรา”
เยียวยาบาดแผล กับนักบำบัดฉบับพกพา
พิกัดในคอมเม้นต์

14/08/2026

friendship breakup | เมื่อคุณต้องเลิกคบกับเพื่อนสนิท

#โอบกอดเด็กน้อยในใจเรา

เคยรู้สึกไหม ว่าทำไมการสูญเสียใครคนหนึ่งถึงยากลำบากนักไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียคนรัก หรือแม้กระทั่งการจบสิ้นความสัมพันธ์กับ...
14/08/2026

เคยรู้สึกไหม ว่าทำไมการสูญเสียใครคนหนึ่งถึงยากลำบากนัก
ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียคนรัก หรือแม้กระทั่งการจบสิ้นความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิท
หนังสือ "โอบกอดเด็กน้อยในใจเรา Your Pocket Therapist" ซึ่งเขียนโดย ดร.แอนนี ซิมเมอร์แมน นักจิตบำบัดชื่อดัง ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้ว่า
"เป็นเรื่องธรรมดาที่หลังการเลิกรา (หรือการสูญเสียในรูปแบบใดก็ตาม) คุณจะรู้สึกถึงอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งความกลัว โกรธ เศร้า และเหงา หรือความรู้สึกช็อก มันเป็นเหมือนการตายดับของความสัมพันธ์ ของโลกที่คุณเคยรู้จัก รวมถึงแผนการและความหวังที่คุณวาดไว้ในอนาคต
เมื่อเผชิญกับความสูญเสีย มันเป็นเรื่องดีที่จะปล่อยให้ตัวเองรู้สึกถึงความเจ็บปวด การใส่ชุดนอนอยู่บ้านทั้งวัน การเลิกนัดเพื่อนฝูง การร้องไห้ในห้องน้ำที่ทำงาน หรือการตะโกนใส่โทรศัพท์ตอนคุยกับแม่ สิ่งเหล่านั้นคือรูปแบบหนึ่งของการยอมรับ และความเข้าใจว่าคุณได้สูญเสียใครคนนั้นไปแล้ว ถึงจะรู้สึกใจสลาย แต่ในท้ายที่สุดความเจ็บปวดก็จะแปรเปลี่ยนเป็นบางสิ่งซึ่งส่งผลทางบวกและสร้างสรรค์กว่าเดิม ความรู้สึกที่ก้าวหน้านี้จะช่วยให้คุณก้าวต่อไปเพื่อสร้างโลกของคุณขึ้นใหม่ แม้จะเป็นโลกใหม่ที่ดูแตกต่างไปโดยที่ไม่มีคนคนนั้นอยู่ด้วย
ฉันถือว่าอย่างนี้เป็นความโศกเศร้าที่มีสุขภาวะ มันอาจจะกินเวลานานกว่าที่คุณต้องการและอาจจะเจ็บปวดสาหัส แต่มันจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น และในที่สุดคุณก็จะไปต่อได้"
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่พบเจอการเลิกราและรู้สึกโศกเศร้า
นี่อาจเป็นหนังสือที่รอคุณพลิกอ่านอยู่
พิกัดในคอมเม้นต์

#โอบกอดเด็กน้อยในใจเรา

"ชีวิตนั้นยืนยาว หากคุณรู้จักใช้มันให้เป็นนั่นซิทุกวันนี้เราทำสิ่งต่างๆ มากมาย แต่เราไม่เคยตระหนักเลยว่าแต่ละงานที่เราทำ...
11/08/2026

"ชีวิตนั้นยืนยาว หากคุณรู้จักใช้มันให้เป็น

นั่นซิ
ทุกวันนี้เราทำสิ่งต่างๆ มากมาย แต่เราไม่เคยตระหนักเลยว่าแต่ละงานที่เราทำนั้นมีน้ำหนักความสำคัญมากน้อยแค่ไหน บางทีเราก็มุ่งเน้นกับงานที่แทบจะไม่มีควาสำคัญเลยแม้แต่น้อย
เอาจริง... ในมิติของความสำคัญ เราสามารถแบ่งได้หลายแบบ แต่สำหรับผมการแบ่งความสำคัญมีอยู่ 4 แบบด้วยกัน ดังนี้
1. ชีวิตประจำวัน เช่น งานประจำ ความรับผิดชอบในฐานะใดฐานะหนึ่งของครอบครัว
2. การเติมเต็มสำหรับตัวเอง เช่น การสร้างเสริมทักษะ การพักผ่อนในรูปแบบต่างๆ
3. การจัดการอนาคต เช่น การออม การลงทุน การวางแผนชีวิต
4. ความสำคัญในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เช่น การให้ความช่วยเหลือต่างๆ

ใน 4 รูปแบบนี้ ไม่ต่างกันปิรามิดที่ให้เป็นลำดับสูงและต่ำลดหลั่นกัน ในมุมมองของผมแล้ว รากฐานะที่เข้มแข็งจะเริ่มต้นที่ความสำคัญในชีวิตประจำวัน การเสริมจุดตั้งต้นให้มีความมั่นคงได้ทันที
ยากแต่จำเป็น การเรียนรู้ ประสบการณ์ชีวิต ความรับผิดชอบ สิ่งเหล่านี้ต้องผ่านกระบวนการฝึกตน ใช่ที่เราทุกคนมีความขี้เกียจและไม่อยากจะรับผิดชอบ แต่ก็อีกนั่นแหละ สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำไมต้องพยายามหลีกเลี่ยง การตระหนักและยอมรับต่างหากที่จะทำให้เราเข้าใจตัวเองได้ชัดเจนขึ้น
ทำแล้วไม่ชอบ ก็ตัดสิ่งนั้นออกไป
ยิ่งรู้เร็ว เรายิ่งมีเวลาเหลือเพิ่มมากขึ้น"

ขอบคุณรีวิวเล่ม "สิ่งที่สำคัญ Things That Matter" จากเพจ ลาไปอ่านหนังสือ ด้วยค่ะ

#สิ่งที่สำคัญ

ชีวิตนั้นยืนยาว หากคุณรู้จักใช้มันให้เป็น

นั่นซิ
ทุกวันนี้เราทำสิ่งต่างๆ มากมาย แต่เราไม่เคยตระหนักเลยว่าแต่ละงานที่เราทำนั้นมีน้ำหนักความสำคัญมากน้อยแค่ไหน บางทีเราก็มุ่งเน้นกับงานที่แทบจะไม่มีควาสำคัญเลยแม้แต่น้อย
เอาจริง... ในมิติของความสำคัญ เราสามารถแบ่งได้หลายแบบ แต่สำหรับผมการแบ่งความสำคัญมีอยู่ 4 แบบด้วยกัน ดังนี้
1. ชีวิตประจำวัน เช่น งานประจำ ความรับผิดชอบในฐานะใดฐานะหนึ่งของครอบครัว
2. การเติมเต็มสำหรับตัวเอง เช่น การสร้างเสริมทักษะ การพักผ่อนในรูปแบบต่างๆ
3. การจัดการอนาคต เช่น การออม การลงทุน การวางแผนชีวิต
4. ความสำคัญในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เช่น การให้ความช่วยเหลือต่างๆ

ใน 4 รูปแบบนี้ ไม่ต่างกันปิรามิดที่ให้เป็นลำดับสูงและต่ำลดหลั่นกัน ในมุมมองของผมแล้ว รากฐานะที่เข้มแข็งจะเริ่มต้นที่ความสำคัญในชีวิตประจำวัน การเสริมจุดตั้งต้นให้มีความมั่นคงได้ทันที
ยากแต่จำเป็น การเรียนรู้ ประสบการณ์ชีวิต ความรับผิดชอบ สิ่งเหล่านี้ต้องผ่านกระบวนการฝึกตน ใช่ที่เราทุกคนมีความขี้เกียจและไม่อยากจะรับผิดชอบ แต่ก็อีกนั่นแหละ สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำไมต้องพยายามหลีกเลี่ยง การตระหนักและยอมรับต่างหากที่จะทำให้เราเข้าใจตัวเองได้ชัดเจนขึ้น
ทำแล้วไม่ชอบ ก็ตัดสิ่งนั้นออกไป
ยิ่งรู้เร็ว เรายิ่งมีเวลาเหลือเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เรากำลังให้ความสำคัญกับชีวิต เราสามารถแทรกการเติมเต็มสำหรับตัวเองได้เช่นกัน การพักผ่อนที่เพียงพอ การได้ทำกิจกรรมอื่นๆ จะลดทอนโอกาสที่เราจะเหนื่อยล้าจน Burnout ได้ หรืออาจจะช่วยชะลอการ Burnout ที่จะมาเยือนเรา...

สำหรับมนุษย์แล้ว
การจัดการกับอนาคตเป็นเรื่องที่หลายคนมักจะไม่ค่อยได้คิดถึงเท่าไหร่นัก เพระอาจจะมองว่ารามีเวลาเหลือเฟือ ทั้งที่เราทุกคนมีเวลาจำกัด...
ดังนั้นหากเราต้องการมีเวลา มีแรง และได้ทำในสิ่งที่อยากทำ การเลือกสละ 'เวลา' ในปัจจุบันบางส่วน มาวางแผนทางการเงินให้ถูกทิศทาง ย่อมทำให้ในอนาคตเราจะเหนื่อยน้อยลง เริ่มต้นตั้งแต่เก็บออม หาความรู้ และลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนกับเรามากกว่าเงินเฟ้อที่กัดกินเงินออมของเรา โดยรวมแล้วนี่เป็นลำดับของปิรามิดขั้นถัดไป

เมื่อทุกอย่างถึงพร้อมแล้ว การยื่นมือช่วยเหลือคนอื่นๆ ย่อมเป็นไปได้ง่าย จะยังทำให้เรามองเห็นคุณค่าที่ชัดเจนในตัวเราด้วย แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าระหว่างทางจะไม่ต้องให้ความช่วยเหลือใครเลย เพราะในชีวิตประจำวัน การมีปฏิสัมพันธ์และการทำงานย่อมต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นปกติ
เพียงแต่...
ในลำดับสุดท้ายนี้เป็นการเติมช่องว่างที่เหลืออยู่ หลังจากเราได้เข้าถึงการบริหารจัดการเวลาอย่างดีแล้ว นั่นไม่ต่างกับผู้ที่แข็งแรงพอจะนำพาคนรุ่นถัดๆ ไป ไปยังเป้าหมายที่พวกเขาต้องการผู้ชี้แนะและนำเสนอหนทางที่ใกล้เคียงกับความเป็นไปได้ ที่เหลือคนเหล่านี้ก็จะออกเดินทาง วางแผน และจัดการในแบบเดียวกับที่เราผ่านมา

ชีวิตก็ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้แล้ว เวลา... ที่ใช้ไปจึงนับว่ามากและชีวิตก็ยืนยาวได้ตามที่ข้อความข้างต้นกล่าวไว้

- อย่าปล่อยให้ความสำคัญสลับลำดับนานและเบียดเบียนส่วนอื่นมากและนานเกินไป
การให้ช่วยเหลือผู้อื่นจนกลายเป็นคนที่ "ได้ครับ / ค่ะ" ตลอด ย่อมทำให้เรามีเวลาไม่เพียงพอ
- การมุ่งแต่งานจนเกินไป ย่อมทำให้เราไม่เหลือเวลาสำหรับตัวเอง และคนรอบข้าง
การสนใจแต่เรื่องของตัวเอง ก็ทำให้ขาดความรับผิดชอบ และการเรียนรู้ในมุมต่างๆ ของชีวิต
- การคิดถึงแต่อนาคต ก็มีแนวโน้มที่เราจะขาดความสุขในปัจจุบัน

ชีวิตที่ดีและมีความยืนยาวจะเป็นไปได้ ถ้าเราเริ่มต้นได้ถูกต้องในแบบที่เหมาะสมกับแต่ละคน และสำหรับผมก็เป็นไปตามที่เขียนมาครับ

ปล. ระหว่างหยิบ Things that matter สิ่งที่สำคัญ Bookdance ก็ให้มีความคิดและสิ่งที่ตกผลึกประมาณนี้

ที่อยู่

315/8 ซอยลาดพร้าว 94 (ปัญจมิตร) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง
Bangkok
10310

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Bookdanceผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์