10/04/2026
ชวนอ่านรีวิวจากหมอแพมชวนอ่านค่ะ....ดีต่อใจมากๆ ขอบคุณนะคะ
#5หลักการเลี้ยงลูกให้ได้ดี
(The 5 principles of parenting)
เป็นหนังสืออีกเล่ม
ที่แนะนำ หากคุณพ่อคุณแม่เชื่อว่า
"การเลี้ยงลูกแบบทางสายกลาง" ดีที่สุด
แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
และไม่รู้ว่า คำว่า "กลาง"
เอาอะไรมาชี้วัด
Dr.Aliza Pressman
นักจิตวิทยาพัฒนาการ
คุณแม่ผู้มีประสบการณ์ตรง
ทั้งการเลี้ยงลูกตนเอง
และ คอยให้คำแนะนำแก่ครอบครัวที่มีปัญหา
จะค่อยๆแนะนำเพื่อให้เรา
เป็นพ่อแม่ที่ "รู้ตัวไว"
ว่าพอดีของตัวเรา
และดีพอสำหรับลูกเราทำอย่างไร
จริงๆหลักการ
ก็เป็นสิ่งที่ทุกคน (เหมือนจะ) รู้
คือ ไม่ว่าอย่างไร
#ต้องเริ่มจากตัวคุณพ่อคุณแม่
(ผู้เลี้ยงดูหลัก)ก่อน
เด็กทุกคนมีช่วงวัยพัฒนาการเหมือนกัน
แต่กระนั้น พื้นฐานอารมณ์เฉพาะตัว
อาจจะทำให้พฤติกรรม
ของเด็ก หรือแม้แต่ตัวผู้เลี้ยงดูเอง
มีความยูนีค เฉพาะตัว
เหมือนความน่าจะเป็นนั่นแหละ
เรากับลูกมาเจอกัน
ก็จะเป็นส่วนผสมของประสบการณ์ที่ไม่เหมือนบ้านใดเลย
ดังนั้น เราจะไม่มีคำตอบ
ปัญหาที่แก้ได้กับทุกเรื่องของเรา
เราต้องทำความเข้าใจในหลักการ
เลข 5 ของหนังสือเล่มนี้
คือ 5R ได้แก่
● Relationships - สายสัมพันธ์อันดี พื้นที่ปลอดภัย
● Reflection - ไตร่ตรอง ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกันเสมอ
● Regulation - ควบคุมตนเอง (ของผู้เลี้ยงดู) แล้วเด็กจะเรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเอง
● Rules - กฏเกณฑ์ที่จะทำให้การอยู่ร่วมกันในครอบครัว ราบรื่น
● Repair - ซ่อมแซม จริงๆหนังสือจะสื่อว่า เราสามารถแก้ไขได้ในทุกๆความผิดพลาด
หนังสือเล่มนี้ ไม่ได้เสนอวิธีการรับมือกับพฤติกรรมเด็ก
แต่ให้คุณได้ใช้เวลาใคร่ครวญ
และบอกแนวทางที่เป็น #หลักการสำคัญ เพื่อให้คุณ เป็นคนที่พร้อมจะเลี้ยงดูมนุษย์คนหนึ่งได้อย่างดี
เราอาจจะควบคุมสถานการณ์
หรือ สิ่งที่จะเกิดไม่ได้ทั้งหมด
เพราะในการเลี้ยงดูเด็ก
เราต้องเจอกับสถานการณ์"หน้างาน" เสมอ
แต่ #เลือกวิธีการตอบสนองที่เหมาะสมได้
เมื่อเกิดปัญหา เด็กร้องไห้ โวยวาย พี่น้องหยุมหัวกัน ฯลฯ
เราส่วน มีชุดความรู้ว่า
การตอบสนองที่เรียกว่า เลี้ยงลูกเชิงบวก
เป็นอย่างไร
แต่!
ทุกคนคงเคยมีประสบการณ์
ต่อให้มีความรู้มากมายเท่าไหร่
ไม่ง่ายเลยที่เราจะตอบสนองได้อย่างที่ ความรู้เหล่านั้นบอกไว้
ดังนั้นเริ่มที่การควบคุมตัวเอง
Dr.Aliza เสนอหลักการ BALANCE ถ้าให้หมอเล่าง่ายๆคงประมาณ
คาถาเรียกสติ ขั้นตอน ดึงให้อารมณ์เดินทางช้าลง สติปัญญาที่จะแก้ไขจะได้มาทัน
ฺB: breathing หายใจเข้าออกลึกๆ เวลาอารมณ์ปั่นป่วนกับเหตุการณ์ตรงหน้า หายใจเข้าออกยาวๆ เหมือนเป็นการใส่ password ให้ สติ ของตัวเราเอง
A: acknowledge ยอมรับ และประเมินเร็วๆว่า เรารับมือกับอะไรอยู่
L: let it go ปล่อยวาง ภาระทางใจเสียบ้าง
A: assess ประเมิน ตัวเรา และ ลูก ว่าอยู่ในภาวะไหน
์N: notice สังเกตร่างกาย ตัวเรา และลูก
C: connect เชื่อมต่อกับลูกให้ได้ก่อน
E: engage ตอบสนอง
หมอมีประโยคทองของหนังสือ ที่อ่านแล้วชอบมาก
หลายหน้ามากค่ะ จะเล่าเป็น Highlight
"งานวิจัย ไม่เคยหยุดนิ่ง
การศึกษาทดลองทั้งหลายดำเนินตามบริบทบางอย่าง ซึ่งนั่นไม่ใช่บริบท
เฉพาะของครอบครัวคุณ....
คำตอบแบบตายตัว อาจชวนให้สบายใจ เหมือนว่ามีบางวิธีที่ใช้เลี้ยงลูกให้บรรลุผลได้ ถ้าเพียงแค่คุณกับลูกทำตัวให้เป๊ะ ทำนองว่า โอ้ ดีจัง มีคำตอบที่ชัดเจนเสียที
ภาพลวงตาของความแน่นอน
ดึงดูดใจอย่างเหลือเชื่อ
แต่อย่างที่คุณรู้ ไม่มีคำตอบที่แน่นอนสำหรับปัญหาการเลี้ยงลูกของคุณบอกไว้หรอก
ทางสายกลางอาจจะไม่เร้าใจ
แต่เชื่อเถอะ ว่าไปต่อได้ง่ายกว่า"
"ใครๆก็อยากให้ลูกตัวเองมีชีวิตที่ราบรื่นสุขสบาย ไม่ค่อยเจ็บปวด ได้หัวเราะรื่นเริง
แต่มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นได้ทุกวันหรอก ชีวิตจริงย่อมต้องเผชิญปัญหาและอุปสรรค อย่างไม่อาจเลี่ยง
เราไม่จำเป็นต้องทำให้วัยเด็ก
เป็นเหมือนวัยผู้ใหญ่ได้ทันที
แต่เราช่วยให้ลูกยอมรับความจริง
ของการมีชีวิตในโลกที่ไม่สมบูรณ์แบบได้....วิทยาศาสตร์บอกให้เรารู้ว่าการเลี้ยงดูของพ่อแม่ มีอิทธิพลที่สุดต่อสุขภาวะของลูก ซึ่งเราเป็นพ่อแม่ที่ควบคุมพฤติกรรมตัวเองได้ "บ่อยกว่า" ไม่ได้ นั่นก็เพียงพอแล้ว (เราจะพัฒนาได้เรื่อยๆ)"
พ่อแม่สมัยนี้ ตระหนักว่าสายสัมพันธ์เป็นเรื่องสำคัญ และพวกเขาก็หวาดกลัวว่าการทำพลาดเพียวครั้งเดียวจะทำลายสายใยนั้น.....ยืนยันกับคุณตรงนี้เลยว่า
เด็กส่วนใหญ่ สร้างสายสัมพันธ์ที่มั่นคงได้ แม้พ่อแม่จะมีตารางงาน
หรือเวลานอนที่แตกต่างกัน
แม้พ่อแม่จะมีการตอบสนองต่อความเครียดตามประสามนุษย์ก็เถอะ
วิทยาศาสตร์บอกเราว่า
หากผู้ดูแลตอบสนองต่อความต้องการของทารก ไ ด้ บ่ อ ย ก ว่ า ไ ม่ ไ ด้
นั่นก็เพียงพอแล้ว ต่อการสร้างสายสัมพันธ์ที่มั่นคง
นี่เป็นตัวอย่าง
หมอคิดว่าถ้อยคำในหนังสือ
ไม่ได้ปลอบประโลม แบบโลกสวย
แต่มีหลักฐานยืนยัน
ซึ่งพอเราอ่านแล้ว ใจความสำคัญคือ
แค่เรา ทำได้ มากกว่ ทำไม่ได้
ควบคุมตัวเอง เข้าใจตัวเองและลูก
เราก็เป็นพ่อแม่ที่ดีพอสำหรับลูกของเราแล้ว
หนังสือดีค่ะ ลองไปหามาอ่านกัน
หมอแพม