12/04/2026
นั่งคุยกับ #โค้ชการเงินวัยกลางคน กันครับ 🤣
คุยกับ ‘หนุ่ม The Money Coach‘ โลกเข้าสู่ ‘สงคราม’ เงินสำรอง 3 เดือน...อาจไม่พอ
“กรุงเทพธุรกิจ” ได้คุยกับ “หนุ่ม มันนี่โค้ช” นักวางแผนการเงินมือฉมัง ในเรื่องที่ว่าคนรุ่นใหม่ต้องรับมือยังไง เพราะตั้งแต่เกิดมาก็เจอกับสารพัดวิกฤติ แต่ที่หนักหนาที่สุดก็คงเป็นครั้งนี้ จะรับมือยังไงดีล่ะ?
ช่วงนี้มองไปทางไหนก็มีแต่ “ความไม่แน่นอน” ทั้งเรื่องเศรษฐกิจที่ยังไม่ทันฟื้นจากโควิด-10 ก็ดันมีเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน และความขัดแย้งใหม่ๆ เข้ามาซ้ำเติมอีก ล่าสุดก็เรื่องสงครามอิหร่านที่ทำให้ “น้ำมันแพง” และทำให้ต้นทุกทุกอย่างแพงขึ้น และ “ ค่าครองชีพ” ก็แพงขึ้นตามไปด้วย
คนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยเจอวิกฤติแบบนี้มาก่อน ถึงเวลาก็หันซ้ายหันขวาเราจะเอายังไงกับชีวิตดี? จนกรุงเทพธุรกิจต้องชวน "โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์" The Money Coach นักวางแผนการเงินมาช่วยแนะนำ "วิธีรับมือ" ในภาวะสงคราม
📍พี่หนุ่มมองสถานการณ์ตอนนี้ยังไงบ้างคะ?
โค้ชหนุ่ม: (ยิ้ม) ต้องบอกว่าเราแทบไม่ได้มีจังหวะตั้งหลักหายใจเลย...พอโควิดเริ่มซา สงครามก็ตามมาติดๆ
โจทย์สำคัญในช่วงเวลาแบบนี้คือ อย่าคิดเรื่องเงินด้วยหัว ให้คิดบนกระดาษหรือ Excel แทน ลิสต์ออกมาเลยว่ารายรับรายจ่ายที่จำเป็นจริงๆ มีอะไรบ้าง
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ให้ระมัดระวังการสร้างภาระที่ต้องผ่อนยาวๆ อย่างการซื้อบ้านหรือรถในช่วงนี้ต้องคิดให้หนัก “เพราะไม่มีใครเดาได้ว่ามันจะออกท่าไหน” (หมายถึงจุดจบของสงครามที่ไม่มีใครคาดเดาได้)
📍พูดถึงเรื่องการเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทุกสำนักพูดคล้ายๆกัน คือ ต้องมี “เงินสำรองฉุกเฉิน 3 เดือน” ยังใช้ได้กับตอนนี้มั้ย?
โค้ชหนุ่ม: ใช่ครับ นิยามเดิม 3 เดือนในสถานการณ์ปัจจุบันผมไม่แน่ใจว่ายังใช้ได้ดีอยู่ไหม ยิ่งถ้าเป็นช่วงวิกฤติหรือช่วงที่มีสงครามแบบนี้ “ผมแนะนำให้เขยิบเป็น 6-12 เดือนเลยครับ”
ถ้าใครทำได้มากกว่านั้น เช่น มีสำรอง 18 เดือน 24 เดือน หรือไปถึง 5 ปีได้เนี่ย ความกังวลทางการเงินจะเบาลงมาก แม้มันจะไม่หมดไป 100%
“แต่อย่างน้อยเราจะรู้ว่าในขณะที่คนอื่นกำลังเหนื่อย เรายังพออยู่ได้และไปรอด”
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/finance/wealth/1229226
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจWealth #กรุงเทพธุรกิจFinance #กรุงเทพธุรกิจEconomic