Followonline News

Followonline News เกาะติดทุกกระแสข่าวสาร

เป็นวารสารรายเดือน เพื่อคนที่สนใจหรือต้องการความรู้ในเรื่องของธุรกิจเครือข่าย ประกันภัยและการตลาดแฟนไซส์ ของคนรุ่นใหม่ วางแผงหนังสือชั้นนำ ทุกวันที่ 5 ของเดือน

🍨 Café Buongiorno Gelato — เสน่ห์เจลาโต้สไตล์อิตาเลียน ที่ชวนให้หยุดเวลาไว้กับความหวานอีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจของ Café Buon...
11/09/2026

🍨 Café Buongiorno Gelato — เสน่ห์เจลาโต้สไตล์อิตาเลียน ที่ชวนให้หยุดเวลาไว้กับความหวาน

อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจของ Café Buongiorno คือ Café Buongiorno Gelato พื้นที่ที่เติมสีสันให้กับ Italian Lifestyle ด้วยเจลาโต้หลากหลายรสชาติ ที่ทั้งสวย น่ารัก และชวนให้เลือกจนอยากลองมากกว่าหนึ่งรสชาติ

เพียงก้าวเข้ามา ก็สะดุดตากับเจลาโต้สีสันสดใสที่จัดวางอย่างสวยงาม แต่ละรสมีคาแรกเตอร์แตกต่างกัน ตั้งแต่ Pistachio, Roman Chocolate, Prosecco, Lemon & Italian Basil, Raspberry และ Passion Fruit ไปจนถึงรสที่ถูกใจเด็ก ๆ อย่าง Cookie & Cream และ Blueberry

ความพิเศษอยู่ที่การคัดสรร วัตถุดิบอิตาเลียนคุณภาพ มาผสานกับวัตถุดิบไทย พร้อมองค์ความรู้จาก Gelato Master ประเทศอิตาลี โดยให้ความสำคัญกับวัตถุดิบธรรมชาติ และไม่ใช้สารปรุงแต่ง เพื่อให้ได้รสชาติและสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ของเจลาโต้

เนื้อสัมผัสของเจลาโต้มีความ นุ่ม เนียน ละมุน และให้ความรู้สึกเบากว่าไอศกรีมทั่วไป เหมาะกับการค่อย ๆ ชิมและค้นหารสชาติที่ถูกใจ ตั้งแต่ความหอมมันของ Pistachio ความเข้มข้นของช็อกโกแลต ไปจนถึงความสดชื่นของผลไม้

และไม่ได้มีเพียงเจลาโต้ในถ้วยหรือโคนเท่านั้น ยังมี Gelato Cake และ Gelato Pop ที่ทำแบบแฮนด์เมด สีสันสวยน่ารัก เหมาะทั้งสำหรับซื้อกลับไปเป็นของหวาน หรือเติมความสนุกให้กับปาร์ตี้และโอกาสพิเศษ

เสน่ห์อีกอย่างคือการนำเสนอรสชาติที่เปิดกว้าง ทั้งกลิ่นอาย อิตาเลียน ไทย และญี่ปุ่น ทำให้การแวะมาที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงการมาทานของหวาน แต่เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์เล็ก ๆ ของ Italian Lifestyle ที่เต็มไปด้วยสีสันและความละมุน

🍨 Café Buongiorno Gelato
สำหรับวันที่อยากเติมความหวานให้ชีวิตแบบไม่ต้องเร่งรีบ… เลือกรสที่ชอบ แล้วปล่อยให้ความเย็นละมุนค่อย ๆ พาอารมณ์ดีขึ้นอีกนิด

Cafè Buongiorno📍 Town Hall, สุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 🕘 เปิดให้บริการถึง 21.30 น. 📞 โทร. 063-934-6852

#เจลาโต้ #คาเฟ่ #รีวิวคาเฟ่ #ของหวาน #สุขุมวิท49

https://followonlinenews.com/v/9788

BAM ร่วมสนับสนุนงานนิทรรศการ “วัฒนธรรมแห่งแสงเงาและสายน้ำ” ส่งต่อคุณค่าศิลปวัฒนธรรมสู่การดูแลสังคมและผู้ป่วยมะเร็งเต้านม...
11/09/2026

BAM ร่วมสนับสนุนงานนิทรรศการ “วัฒนธรรมแห่งแสงเงาและสายน้ำ” ส่งต่อคุณค่าศิลปวัฒนธรรมสู่การดูแลสังคมและผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

นางวิภาศิริ แสงวัชระกุล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดูแลฝ่ายส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านธรรมาภิบาล และความยั่งยืน (ESG) พร้อมด้วย นายศรชัย พิชัยยุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านธรรมาภิบาล และความยั่งยืน บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) BAM เป็นผู้แทนร่วมส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปัน มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้กับศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม โดยได้รับเกียรติจาก คุณหญิงฟิโนล่า จาฏามระ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม และมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ การวิจัยภูมิคุ้มกันบำบัดระดับเซลล์ยกระดับการรักษามะเร็งเต้านม ส่งเสริมกิจกรรม การให้ความรู้ ตลอดจนการดูแลและช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ในงาน “วัฒนธรรมแห่งแสงเงาและสายน้ำ (A Culture of Light, Shadow and Flowing Stream)” ณ Jewel Dome ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

BAM เล็งเห็นคุณค่าของงานนิทรรศการ ที่มิได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะ และความงดงามของวัฒนธรรมไทยเท่านั้น หากยังเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปัน ส่งต่อคุณค่าเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมอย่างแท้จริง โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงงานศิลป์กับการสร้างสรรค์สังคม ที่มุ่งสนับสนุนองค์กรการกุศล ต่อยอด ความช่วยเหลือไปสู่ภารกิจด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล สอดคล้องกับเจตนารมย์ของ BAM ที่ให้ความสำคัญ มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ครอบคลุมทั้งในมิติด้านศิลปวัฒนธรรมและสาธารณสุข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างสังคมไทยให้เติบโตอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน

BAM ร่วมสนับสนุนงานนิทรรศการ “วัฒนธรรมแห่งแสงเงาและสายน้ำ” ส่งต่อคุณค่าศิลปวัฒนธรรมสู่การดูแลสังคมและผู้...

เอไอเอ ประเทศไทย มอบสินไหมช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่ ผู้เสียชีวิตจากการถูกเสือโคร่งทำร้ายเอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายสุว...
11/09/2026

เอไอเอ ประเทศไทย มอบสินไหมช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่ ผู้เสียชีวิตจากการถูกเสือโคร่งทำร้าย

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายสุวิรัช พงศ์เสาวภาคย์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการภายนอก มอบสินไหมทดแทนมรณกรรม จำนวน 100,000 บาท ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ของนายศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์ (กลางและที่ 2 จากขวา) พนักงานราชการทั่วไป เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ปฏิบัติหน้าที่ลาดตะเวนพื้นที่ป่าอนุรักษ์ สังกัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ภายใต้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เสียชีวิตจากเหตุถูกสัตว์ป่าทำร้ายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยที่ผ่านมาท่านได้ปฏิบัติภารกิจอย่างทุ่มเทและเสี่ยงภัยสูง แต่ด้วยความมุมานะท่านได้ทำหน้าที่ปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องมาจวบจนวาระสุดท้าย

โดยมี นายครรชิต ศรีนพวรรณ (ซ้ายสุด) กรรมการมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และนายสันต์ภพ อัศวปภาพงศ์ (ขวาสุด) ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นสักขีพยาน ซึ่งการมอบสินไหมในครั้งนี้ เป็นความคุ้มครองอุบัติเหตุกลุ่มภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือตามโครงการมอบความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ครอบคลุมทั้งสิ้น 3 แห่ง ได้แก่ 1) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ - ห้วยขาแข้ง 2) กลุ่มป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่ และ 3) กลุ่มป่าแก่งกระจาน (“พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ”) เพื่อมอบความคุ้มครองด้านอุบัติเหตุให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจให้แก่ครอบครัวในช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย อีกทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอในการร่วมดูแลและสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการดูแลผืนป่าและระบบนิเวศของประเทศไทย ผ่านโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างหลักประกันและความอุ่นใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง

เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าสนับสนุนภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด Healthier, Longer, Better Lives เพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตและความมั่นคงที่ดีขึ้นให้กับคนไทยและสังคมไทยอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมแสดงความเสียใจ และเป็นกำลังใจให้ครอบครัววิชาจารย์ ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปให้ได้ ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 จ.อุทัยธานี

เอไอเอ ประเทศไทย มอบสินไหมช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่ ผู้เสียชีวิตจากการถูกเสือโคร่งทำร้าย

กรุงไทย-แอกซ่า เปิดตัว "Life Protect+ พลัสชีวิตให้พร้อม คุ้มครองสองเท่า" ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเจ้าแรกในไทย ที่ให้ความคุ้ม...
11/09/2026

กรุงไทย-แอกซ่า เปิดตัว "Life Protect+ พลัสชีวิตให้พร้อม คุ้มครองสองเท่า" ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเจ้าแรกในไทย ที่ให้ความคุ้มครองสูงถึงสองเท่า พร้อมดึง “ปาล์มมี่ อีฟ-ปานเจริญ” เป็นพรีเซนเตอร์ สะท้อนเรื่องจริงคนวัย Prime Years มาเพื่อเรียนพิจารณาค่ะ

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำจุดยืนผู้นำธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างยิ่งใหญ่ “Life Protect+ พลัสชีวิตให้พร้อม คุ้มครองสองเท่า” ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเจ้าแรกในไทย ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดมากถึงสองเท่า พร้อมดึง “ปาล์มมี่ อีฟ-ปานเจริญ” พรีเซนเตอร์คนใหม่ ตัวแทนคนวัยทำงานช่วง Prime Years ร่วมถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์โฆษณาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบประกันตลอดชีพ ที่ออกแบบระดับความคุ้มครองให้เติบโตไปพร้อมกับชีวิต

มร.นิโคลา เดอ นาแซล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “จากสถานการณ์ภาพรวมของธุรกิจประกันชีวิต โดยอ้างอิงจากสมาคมประกันชีวิตไทย พบว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ธุรกิจยังคงมีแนวโน้มเติบโตตามเป้าหมายที่ ร้อยละ 2.50–3.50 แม้เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่กำลังซื้อของประชาชนยังฟื้นตัวดีขึ้น รวมถึงกระแสการใส่ใจสุขภาพ การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้ประชาชนหันมาเห็นความสำคัญของประกันชีวิตและประกันสุขภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงทางการเงินมากขึ้น ดังนั้นอุตสาหกรรมประกันชีวิตจึงสามารถรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายเช่นนี้ โดยจากสถิติและแนวโน้มในความต้องการประกันชีวิตของผู้บริโภคทั่วไป และความต้องการของตลาด ส่งผลให้บริษัทฯ ได้ริเริ่ม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ " Life Protect+ " ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างในธุรกิจประกันชีวิต

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มองว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ไม่ใช่แค่การแนะนำผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจว่า ชีวิตของเรามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นในแต่ละช่วงชีวิต โดยเฉพาะในช่วงที่เรียกว่า Prime Years ซึ่งเป็นช่วงที่เรามีภาระหน้าที่ดูแลครอบครัวและสร้างอนาคตมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการนี้ บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ “Life Protect+” ซึ่งเป็นประกันชีวิตที่เพิ่มความคุ้มครองในช่วง Prime Years ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องการความมั่นคงทางการเงินสูงสุด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เสริมสร้างความน่าสนใจของ “Life Protect+” ด้วยแคมเปญโฆษณาใหม่และพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดของบริษัทที่มุ่งมั่นเคียงข้างและดูแลทุกความเชื่อมั่นของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เราเชื่อว่าการออกแบบความคุ้มครองที่ดี ต้องเริ่มจากการเข้าใจชีวิตของผู้คนก่อน เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงชีวิต Prime Years ความต้องการในการเตรียมความพร้อม และดูแลอนาคตก็ชัดเจนขึ้นตามไปด้วย โดยแนวคิดนี้ขยายผ่านการใช้สัญลักษณ์ “ + ” เป็นส่วนหนึ่งในการเล่าเรื่องภาพยนตร์โฆษณา “Life Protect+” ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทและความรับผิดชอบต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นของคนช่วงวัย Prime Years ไม่ว่าจะพลัสสมาชิกใหม่ในครอบครัว พลัสอนาคตของคนสำคัญที่เราต้องดูแล ซึ่งเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ Life Protect+

โดยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว คือ การเพิ่มระดับความคุ้มครองให้มากขึ้น
1. สามารถเพิ่มความคุ้มครองได้สูงสุด 100% หรือเป็น 2 เท่าจนถึงอายุ 60 ปี
2. รับความคุ้มครองชีวิตต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 99 ปี
3. ทางเลือกการชำระเบี้ยที่ยืดหยุ่น ได้แก่ 9 ปี 19 ปี และครบอายุ 99 ปี
4. สามารถเลือกสัญญาเพิ่มเติมได้หลากหลาย เพื่อเติมเต็มความคุ้มครองให้สอดคล้องความต้องการในแต่ละช่วงวัย

นอกจากนี้ ภาพยนตร์โฆษณา Life Protect+ ยังได้รับเกียรติจาก คุณปาล์มมี่ อีฟ-ปานเจริญ มาร่วมถ่ายทอดในบทบาทของตัวแทนคนในช่วง Prime Years เพราะในชีวิตจริง คนหนึ่งคน ไม่ได้มีเพียงบทบาทเดียว เราอาจจะเป็นคนทำงาน เป็นลูก เป็นคู่ชีวิต เป็นพ่อและแม่ หรือเป็นใครบางคนที่กำลังพึ่งพาเราอยู่ และเมื่อบทบาทในชีวิตเพิ่มขึ้น สิ่งที่อยากดูแลก็เพิ่มขึ้นตาม ดังนั้น ภาพยนตร์โฆษณา Life Protect+ จึงเล่าเรื่องผ่าน เหตุผลที่ทำให้เราอยากปกป้อง เพราะสุดท้ายแล้ว คนสำคัญ สิ่งที่เราสร้าง และอนาคตที่เราอยากเห็น ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้เราอยากเตรียมความพร้อมมากขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ Life Protect+ สอดคล้องกับแนวคิดของบริษัทฯ ที่เชื่อว่า “ทุกคนทำได้” หรือ “Know You Can” เพราะเมื่อผู้คนมีความพร้อมและความมั่นใจในการรับมือกับความไม่แน่นอน พวกเขาก็สามารถเดินหน้าทำสิ่งที่มีความหมายในชีวิตได้อย่างเต็มที่ และนี่คือหัวใจของ Life Protect+ พลัสชีวิตให้พร้อม คุ้มครองสองเท่า”

ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์การสื่อสารภาพยนตร์โฆษณา Life Protect+ แบบครอบคลุมสื่อต่างๆ อาทิ สื่อดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย สื่อโฆษณานอกสถานที่ สื่อโฆษณาทางวิทยุและสตรีมมิ่ง การประชาสัมพันธ์ผ่าน KOL และ Influencer รวมถึงสื่อออนไลน์ในทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของบริษัทฯ เพียงแค่พิมพ์ Krungthai-AXA Life พร้อมทั้งจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงผู้บริโภค ซึ่งจะเริ่มสื่อสารพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนนี้ เป็นต้นไป

สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และแคมเปญโฆษณาผลิตภัณฑ์ Life Protect+ พลัสชีวิตให้พร้อม คุ้มครองสองเท่า ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/life-protect-plus-product-announcement หรือ แสกน QR Code ด้านล่างนี้ สำหรับท่านที่สนใจสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ และบริการด้านสุขภาพอื่นๆ ของบริษัทฯ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1159 หรือ https://www.krungthai-axa.co.th/th ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านรายละเอียดข่าวประชาสัมพันธ์นี้เพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Life_Protect_Plus_News

https://followonlinenews.com/v/9785

กรุงไทย-แอกซ่า เปิด “Life Protect ” คุ้มครองชีวิต 2 เท่า ดึง “ปาล์มมี่” ถ่ายทอดเรื่องจริงคนวัย Prime Years

FWD ประกันชีวิต และไทยพาณิชย์ ชวนเปิดมุมมองใหม่ของการสร้างความมั่งคั่ง ชูพลังแห่งการกระจายความเสี่ยง ในงาน “Resilient We...
11/09/2026

FWD ประกันชีวิต และไทยพาณิชย์ ชวนเปิดมุมมองใหม่ของการสร้างความมั่งคั่ง ชูพลังแห่งการกระจายความเสี่ยง ในงาน “Resilient Wealth - The Power of Diversification”

บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จับมือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จัดสัมมนาเอ็กซ์คลูซีฟ “Resilient Wealth - The Power of Diversification” เปิดมุมมองพลังของการกระจายความเสี่ยงรับโลกการลงทุนยุคใหม่

ชวนลูกค้าร่วมอัปเดตมุมมองการบริหารความมั่งคั่งในยุคใหม่ โดยได้รับเกียรติจากนางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย Head of Wealth Business ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวเปิดงาน พร้อมรับฟังแนวคิดการกระจายความเสี่ยงเพื่อสร้างสมดุลให้การวางแผนการเงินในระยะยาว จากผู้บริหารระดับสูงของทั้งสององค์กร นำโดยนายณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FWD ประกันชีวิต และ นางสาวณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล Head of Insurance Business ธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมร่วมพูดคุยกับนักธุรกิจคนดังในฐานะพรีเซนเตอร์ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ Multi Asset 14/6 (Index Linked) คุณส้ม ธนัษชญา พิทยศิริ และ คุณพีช พชร จิราธิวัฒน์ ในการถ่ายทอดมุมมองการบริหารธุรกิจ การวางแผนการเงิน และแนวคิดการดูแลสินทรัพย์ในแบบฉบับของตนเอง ผ่านหัวข้อ The Art of Diversification

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานได้รับฟังมุมมองและกลยุทธ์การบริหารความมั่งคั่งจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งครอบคลุมทั้งการวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนโลก แนวทางการกระจายความเสี่ยงผ่านสินทรัพย์หลากหลายประเภท รวมถึงการวางแผนสร้างความมั่งคั่งและสร้างโอกาสการเติบโตของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว จากนายอิษฎา หิรัญวิวัฒน์กุล ที่ปรึกษาอาวุโส บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (บีซีจี) นายรุ่งโรจน์ เสกสรรค์วิริยะ Head of Investment Product Selection ธนาคารไทยพาณิชย์ นายชาตรี โรจนอาภา Head of Investment Consultant ธนาคารไทยพาณิชย์ นางสาวศุภรัตน์ อารีย์วงศ์ Executive Director กลุ่มกลยุทธ์การตลาด และผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ และนายธนวงศ์ บุญยศิริวงศ์ Head of Product Strategy and Communication FWD ประกันชีวิต

งานสัมมนาครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ FWD ประกันชีวิต และธนาคารไทยพาณิชย์ ในการนำเสนอองค์ความรู้และโซลูชันด้านการบริหารความมั่งคั่งในรูปแบบการกระจายความเสี่ยง พร้อมกับแนะนำประกันชีวิตสะสมทรัพย์ Multi Asset 14/6 (Index Linked) ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือการรักษาเบี้ยประกันภัยเมื่อถือครองครบตามเงื่อนไขที่กำหนด มอบความคุ้มครองชีวิต การันตีเงินคืนทุกปี และเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นผ่านการลงทุนอ้างอิงจากดัชนี Canopy 11.5% Volatility with 3% Decrement Index ด้วยกลยุทธ์การลงทุนแบบ (Multi Asset) ที่มีกลไกการปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่หลากหลาย โดยใช้สัญญาณการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการวางแผนทางการเงินและการลงทุน รับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคตและสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืน



FWD ประกันชีวิต และไทยพาณิชย์ ชวนเปิดมุมมองใหม่ของการสร้างความมั่งคั่ง ชูพลังแห่งการกระจายความเสี่ยง ในงา....

SME D Bank คว้ารางวัลเลิศรัฐ 2569 จากผลงานโดดเด่น ‘DX Platform’ นวัตกรรม “พัฒนาคู่เติมทุน” ยกระดับเอสเอ็มอีครบวงจรสู่การ...
11/09/2026

SME D Bank คว้ารางวัลเลิศรัฐ 2569 จากผลงานโดดเด่น ‘DX Platform’ นวัตกรรม “พัฒนาคู่เติมทุน” ยกระดับเอสเอ็มอีครบวงจรสู่การเติบโตยั่งยืน

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank พร้อมผู้บริหาร และพนักงานธนาคาร เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทเลื่องลือขยายผล ระดับดี จากผลงาน “Smart SME Scale-up : ยกระดับขับเคลื่อนผู้ประกอบการด้วยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนสู่การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน” ด้วยผลการดำเนินงานโดดเด่นของ “DX Platform” (dx.smebank.co.th) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ SME D Bank พัฒนาขึ้น สำหรับยกระดับเสริมศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีครบวงจร ในรูปแบบ “Total Solution” เชื่อมโยงการ “พัฒนาคู่เติมทุน” เข้าไว้ด้วยกัน สามารถให้บริการและใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. ช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งการเติมความรู้ ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน การตลาด และขยายโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน สร้างการเติบโตและเดินหน้าสู่ความยั่งยืน

ทั้งนี้ DX Platform ทำงานโดยเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา มากกว่า 50 แห่ง โดยใช้ช่องทางดิจิทัล (LINE OA) เป็นกลไกหลักในการขยายสู่การเข้าถึงได้ง่าย สร้างการมีส่วนร่วมในวงกว้าง และวัดผลสำเร็จได้จริง มีฟีเจอร์สำคัญ ๆ เช่น Business Health Check ระบบตรวจประเมินสุขภาพธุรกิจ , E-Learning รวบรวมหลักสูตรความรู้สำคัญ ช่วยเพิ่มศักยภาพการประกอบธุรกิจ , Activities ระบบจองเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มทักษะแบบ Onsite-Online , SME D Coach บริการที่ปรึกษาแนะนำธุรกิจโดยโค้ชมืออาชีพ และ Privilege สิทธิประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น

สำหรับรางวัลเลิศรัฐ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อมอบรางวัลให้กับหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่มีความโดดเด่นในการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการ การบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม และการบริหารจัดการภาครัฐเพื่อให้ภาครัฐพัฒนาไปสู่ความทันสมัย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อระบบราชการและส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีและเกิดความเชื่อมั่นในระบบราชการ โดยปีนี้ (2569) ได้รับเกียรติจากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี และผู้มอบรางวัล ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569

https://followonlinenews.com/v/9783

SME D Bank คว้ารางวัลเลิศรัฐ 2569 จากผลงานโดดเด่น ‘DX Platform’ นวัตกรรม “พัฒนาคู่เติมทุน” ยกระดับเอสเอ็มอีครบวงจรสู่การเ....

SUCCESSMORE เปิดภาพอนาคต Wellness & Longevity เดินหน้าสร้าง Ecosystem สุขภาพ เชื่อม SCM WELLNEXT – Creator Economy ยกระด...
10/09/2026

SUCCESSMORE เปิดภาพอนาคต Wellness & Longevity เดินหน้าสร้าง Ecosystem สุขภาพ เชื่อม SCM WELLNEXT – Creator Economy
ยกระดับโอกาสธุรกิจ พร้อม CEO ใหม่ ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตยั่งยืน

กรุงเทพฯ – 9 กันยายน 2569 – บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Wellness & Longevity มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านการเชื่อมโยงสุขภาพ เทคโนโลยี นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกัน จัดงานยิ่งใหญ่แห่งปี “SCM HEALTH TO WEALTH: The Wellness Opportunity Event” เปิดทิศทางสำคัญขององค์กรสู่การสร้าง Wellness & Longevity Ecosystem แบบครบวงจร พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน SCM WELLNEXT, ระบบ MCN Creator Hub และผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคดิจิทัล

ภายในงาน คุณนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ภายใต้หัวข้อ “The New Era of Wellness & Longevity” สะท้อนทิศทางใหม่ของ SCM ที่ก้าวข้ามการดูแลเพียงแค่สุขภาพกาย แต่เจาะลึกถึงสุขภาพใจ และความมั่นคงทางการเงิน ภายใต้ความเชื่อที่ว่า 'Health is the New Wealth' สุขภาพที่ดีคือความมั่งคั่งที่แท้จริง

คุณนพกฤษฏิ์ กล่าวว่า “วันนี้ Wellness & Longevity ไม่ใช่เพียงกระแสด้านสุขภาพ แต่คือเป้าหมายสูงสุดของการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ SUCCESSMORE จึงเดินหน้าพัฒนาองค์กรจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ไปสู่การสร้าง Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ ผ่าน 3 เสาหลัก คือ ร่างกายที่แข็งแรงจากการดูแลเชิงป้องกัน จิตใจที่มีพลัง และการเงินที่มั่นคง เราได้เชื่อมโยงจิ๊กซอว์สำคัญ ทั้งเทคโนโลยี (Personalized Health Tech) นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Solution) และคอมมูนิตี้สร้างรายได้ (Wealth) เข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้บริโภคและนักธุรกิจของเรามีเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกมิติ” อีกหนึ่งก้าวสำคัญของ SCM คือการเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหาร ภายใต้การนำของ ดร.สุชาติ ธนฐิติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ซึ่งเข้ามารับบทบาทในการยกระดับการดำเนินงาน และนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการเติบโตขององค์กร เพื่อทำให้ยุทธศาสตร์ Wellness & Longevity เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงาน ดร.สุชาติ ได้เปิดตัว SCM WELLNEXT APPLICATION ผู้ช่วยอัจฉริยะด้านสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “Unlock Your Health” ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ด้านเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด โดยมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Healthcare) ผสานฟีเจอร์การประเมินร่างกายอัจฉริยะ ภารกิจสุขภาพรายวันที่เชื่อมต่อข้อมูลกับสมาร์ทโฟนอย่างไร้รอยต่อ และศูนย์รวมความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

ดร.สุชาติ กล่าวว่า “ก้าวต่อไปของ SCM คือการนำ Digital Technology มาสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้จริง SCM WELLNEXT จะเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพที่ซับซ้อนให้เป็นแผนการดูแลตัวเองที่ง่าย สนุก และตรงจุดที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มแอปพลิเคชัน แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้าน Health-Tech ให้ SCM พร้อมสำหรับการแข่งขันและสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน”

เชื่อม Creator Economy สู่โอกาสใหม่ของนักธุรกิจ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว WELLNEXT MCN ภายใต้แนวคิด “The Future of Wealth” จิ๊กซอว์ด้านความมั่งคั่งที่ SCM นำแนวคิด Creator Economy เข้ามาผสานกับระบบธุรกิจ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางการเงินและเพิ่มศักยภาพให้นักธุรกิจและครีเอเตอร์หน้าใหม่ สามารถสร้างรายได้ผ่านระบบ Affiliate โดยไม่ต้องสต็อกสินค้า
WELLNEXT MCN มีเป้าหมายในการเชื่อมโยงนักธุรกิจ SUCCESSMORE, Health Creator และผู้บริโภค ผ่านการสร้างคอนเทนต์และ Community พลังบวก พร้อมส่งเสริมทักษะด้าน Digital Content ช่วยขยายการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มโอกาสในการเติบโตบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ควบคู่กับการสร้างมาตรฐานการสื่อสารด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ

เติมพอร์ต Wellness & Beauty เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเติมเต็มจิ๊กซอว์ด้าน Solution
SCM ยังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมการดูแลคุณภาพชีวิต ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Personal Care 2 รายการ ได้แก่ Bodycheer Frozen Soap สบู่เย็นฟองชีสที่ช่วยล็อกความชุ่มชื้นและระงับกลิ่นกาย และ Bodycheer Glowii Soap สบู่สกินแคร์ฟองชีส ตอบโจทย์เทรนด์การดูแลผิวที่ผสานประสบการณ์แบบสกินแคร์เข้ากับการทำความสะอาด เพื่อเข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภครุ่นใหม่

การจัดงาน SCM HEALTH TO WEALTH ในครั้งนี้ สะท้อนทิศทางการเปลี่ยนผ่านของ SUCCESSMORE จากองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยผลิตภัณฑ์ สู่การเป็น Wellness & Longevity Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ การผสานพลังระหว่างวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิต เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง SCM WELLNEXT และโอกาสทางธุรกิจจาก MCN ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะขับเคลื่อน SUCCESSMORE สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และพร้อมส่งมอบความมั่งคั่งที่แท้จริงให้กับทุกคน

https://followonlinenews.com/v/9782

ออมสิน ผนึกพลังภาคการเงิน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิดนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคา...
10/09/2026

ออมสิน ผนึกพลังภาคการเงิน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิด

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมประกาศเจตนารมณ์การป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิด ภายใต้ความร่วมมือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กับ 6 สมาคมภาคการเงิน และหน่วยงานธุรกิจการเงินที่เกี่ยวข้อง โดยธนาคารออมสินในฐานะสมาชิกสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (GFA) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับการป้องกันเชิงรุก มิให้ภาคการเงินเป็นเครื่องมือ ทางผ่าน หรือถูกใช้เป็นช่องทางสนับสนุนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การทุจริต และธุรกรรมผิดกฎหมายทุกประเภท พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อน ‘กฎบัตรการป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิด’ ให้เป็นกรอบความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในการป้องกันการกระทำผิด ปกป้องประชาชน และรักษาความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ ภายในงาน “หนึ่งเจตนารมณ์ ผสานพลัง ปกป้องภาคการเงินไทย” ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569

ออมสิน ผนึกพลังภาคการเงิน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิด

BAM มองอนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย ชี้ “ตลาดไม่ได้หายไป แต่กำลังเปลี่ยนรูป” เดินหน้า 4 เครื่องยนต์ ฟื้นคน ฟื้นทรัพย์ ฟื้นเศร...
10/09/2026

BAM มองอนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย ชี้ “ตลาดไม่ได้หายไป แต่กำลังเปลี่ยนรูป” เดินหน้า 4 เครื่องยนต์ ฟื้นคน ฟื้นทรัพย์ ฟื้นเศรษฐกิจ รับโครงสร้างตลาดยุคใหม่

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมถ่ายทอดมุมมองอนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย ในหัวข้อ “Thailand Beyond Tomorrow : มองอนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย ในฐานะผู้นำธุรกิจ AMC” บนเวที TNN Future Forum ชี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจ กำลังซื้อ เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากร โดยมองว่า “ตลาดไม่ได้หายไป แต่กำลังเปลี่ยนรูป” พร้อมชูบทบาท AMC ยุคใหม่ในการนำหนี้และสินทรัพย์ที่หยุดนิ่งกลับมาสร้างคุณค่า และหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง

โดยอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจ และความต้องการมีที่อยู่อาศัยของคนไทยยังคงมีอยู่ แต่พฤติกรรมและเงื่อนไขในการตัดสินใจซื้อกำลังเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่อาจให้ความสำคัญกับคำถามว่าบ้านใหม่แค่ไหนมาสู่คำถามที่สำคัญกว่าในวันนี้ว่าคุ้มค่าแค่ไหน ผ่อนไหวหรือไม่ และตอบโจทย์ชีวิตจริงเพียงใด ขณะเดียวกัน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตจะไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน เนื่องจากผู้สูงอายุ คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ รวมถึงผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ล้วนมีรูปแบบการใช้ชีวิต ความต้องการ และข้อจำกัดทางการเงินที่แตกต่างกัน การพัฒนาและบริหารสินทรัพย์จึงต้องเปลี่ยนจากแนวคิด One Size Fits All ไปสู่การเข้าใจความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มอย่างลึกซึ้งมากขึ้น

ภายใต้บริบทดังกล่าว บทบาทของบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC จึงต้องก้าวไกลกว่าการเป็นเพียงผู้บริหารหนี้และจำหน่ายทรัพย์สู่การเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยนำศักยภาพที่หยุดนิ่งไม่ว่าจะเป็นคน ธุรกิจ หรือสินทรัพย์ ให้กลับมาสร้างคุณค่าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกครั้ง BAM จึงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 4 เครื่องยนต์สำคัญ ได้แก่ การบริหาร NPL เพื่อสร้างทางกลับและโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ให้แก่ลูกหนี้ การยกระดับ NPA จากทรัพย์พร้อมขายสู่บ้านพร้อมอยู่ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย การขยายศักยภาพการบริหารสินทรัพย์ผ่าน JV AMC ตลอดจนการนำ Data, AI และศักยภาพของ People ภายใต้ BAMX มายกระดับกระบวนการทำงานให้รวดเร็ว แม่นยำ และเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงทำให้หนี้ถูกบริหาร หรือทำให้ทรัพย์ถูกขาย แต่คือการทำให้คน ธุรกิจ ทรัพย์ และเงินทุน กลับมาเดินต่อได้อีกครั้ง เพราะเมื่อสิ่งที่เคยหยุดนิ่งกลับมาสร้างคุณค่าได้ นั่นหมายถึงโอกาสใหม่ที่เกิดขึ้นทั้งกับลูกค้า สังคม และระบบเศรษฐกิจ และสำหรับ BAM แนวคิด “Thailand Beyond Tomorrow” จึงไม่ได้หมายถึงการมองว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการเตรียมพร้อมและลงมือสร้างอนาคตตั้งแต่วันนี้ ด้วยความเชื่อว่า อนาคตที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การสร้างทุกอย่างขึ้นใหม่ แต่คือการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ยังมีศักยภาพ และไม่ทิ้งคน ธุรกิจ หรือทรัพย์ใดไว้ข้างหลัง ภายใต้แนวคิด “ฟื้นคน ฟื้นทรัพย์ ฟื้นเศรษฐกิจ” และพร้อมยกระดับบทบาทจาก Asset Management Company สู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทย ที่” ดร.รักษ์ กล่าว

BAM มองอนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย ชี้ “ตลาดไม่ได้หายไป แต่กำลังเปลี่ยนรูป” เดินหน้า 4 เครื่องยนต์ ฟื้นคน ฟื้นทร.....

วิริยะประกันภัย ร่วมลงนาม MOU ชมรมศูนย์ซ่อมฯ – วก.คำชะอี ปั้นนศ.อาชีวะ เพิ่มพูนทักษะวิชาชีพช่างซ่อมตัวถัง - สีรถยนต์นางส...
10/09/2026

วิริยะประกันภัย ร่วมลงนาม MOU ชมรมศูนย์ซ่อมฯ – วก.คำชะอี ปั้นนศ.อาชีวะ เพิ่มพูนทักษะวิชาชีพช่างซ่อมตัวถัง - สีรถยนต์

นางสาวกรรณิการ์ โมลาขาว ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพคำชะอี นายนที ไชยกาล ผู้จัดการฝ่ายมาตรฐานงานคู่ค้า บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) และนายชาญชัย ลุนทอง ผู้อำนวยการโครงการไตรภาคี ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี (MOU) ระหว่างวิทยาลัยการอาชีพคำชะอี กับชมรมศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ภาค 6 ภายใต้ “โครงการไตรภาคี” รุ่นที่ 14 ประจำปี พ.ศ.2569 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านงานซ่อมตัวถังและสีรถยนต์แก่นักศึกษาและบุคลากรอาชีวศึกษา ให้มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพและเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลอดจนตอบสนองต่อความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี คณะผู้บริหารวิริยะประกันภัย คณะกรรมการโครงการไตรภาคี ชมรมศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ภาค 6 และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดมุกดาหาร เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

สำหรับ “โครงการไตรภาคี” เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ชมรมศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ภาค 6 และสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2559 โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากวิทยาลัยการอาชีพทั่วประเทศ ได้สัมผัสกระบวนการทำงานและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผ่านสถานประกอบการที่มีเทคโนโลยีการจัดซ่อมที่ทันสมัยและเป็นมาตรฐานสากล สอดรับกับการดำเนินนโยบายการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (ESG) ในมิติด้านสังคม (Social) ของวิริยะประกันภัย ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ตลอดจนสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาคการศึกษา ในการร่วมกันพัฒนากำลังคนสายอาชีวศึกษาให้มีความรู้ความสามารถ พร้อมเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนมาตรฐานงานจัดซ่อมและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

วิริยะประกันภัย ร่วมลงนาม MOU ชมรมศูนย์ซ่อมฯ – วก.คำชะอี ปั้นนศ.อาชีวะ เพิ่มพูนทักษะวิชาชีพช่างซ่อมตัวถัง - สี...

ที่อยู่

รัชดาภิเษก
Bangkok
10900

เบอร์โทรศัพท์

+66954254056

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Followonline Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์