Reportto เศรษฐกิจ สังคม ยานยนต์ มอเตอร์สปอร์ต เทคโนโลยี

ติดอาวุธ AI สู่วงการสื่อ … ทรู ผนึก สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เดินหน้าปั้นนักข่าวสายฟ้าน้อย รุ่นที่ 21 ก้าวทันโลกด...
08/06/2026

ติดอาวุธ AI สู่วงการสื่อ … ทรู ผนึก สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เดินหน้าปั้นนักข่าวสายฟ้าน้อย รุ่นที่ 21 ก้าวทันโลกดิจิทัล

กรุงเทพฯ 8 มิถุนายน 2569 - สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย โดย คุณพีระวัฒน์ โชติธรรมโม นายกสมาคม ฯ และ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย คุณพิมลพรรณ ศิริวงศ์วานงาม หัวหน้าสายงานประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร เปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “นักข่าวสายฟ้าน้อย” รุ่นที่ 21 ประจำปี 2569 ณ ทรูดิจิทัล พาร์ค ตอกย้ำความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพนิสิต นักศึกษาด้านสื่อสารมวลชน ให้พร้อมก้าวสู่การเป็นสื่อรุ่นใหม่ที่มีทั้งทักษะวิชาชีพ ความเท่าทันเทคโนโลยี และความรับผิดชอบต่อสังคม

โครงการ “นักข่าวสายฟ้าน้อย” เป็นโครงการที่ทรูให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาที่สนใจสายงานด้านสื่อสารมวลชน จาก 22 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะการทำข่าวจากประสบการณ์จริง โดยในปีนี้มีนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจำนวน 80 คน

นายพีระวัฒน์ โชติธรรมโม นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า “ โครงการนักข่าวสายฟ้าน้อยเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของสมาคมฯ ในการเปิดพื้นที่ให้นิสิต นักศึกษาที่สนใจวิชาชีพสื่อ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทั้งการคิดประเด็น การตรวจสอบข้อมูล การลงพื้นที่ทำข่าว และการผลิตข่าวในหลายแพลตฟอร์ม โดยในปีนี้โครงการได้รับความสนใจจากนิสิต นักศึกษาจำนวนมาก และมีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมอบรม 80 คน ซึ่งนับเป็นจำนวนมากที่สุดครั้งหนึ่งของการจัดโครงการ สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ยังให้ความสนใจในวิชาชีพสื่อสารมวลชน และต้องการพัฒนาตนเองให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อ โดยเฉพาะปีนี้ที่ได้เพิ่มองค์ความรู้ด้าน AI ทั้งการรู้เท่าทันเทคโนโลยี การประยุกต์ใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรายงานข่าว การผลิตคอนเทนต์ และการทำคลิปข่าว เพื่อให้นักข่าวรุ่นใหม่มีทั้งทักษะวิชาชีพ ความเข้าใจเทคโนโลยี และจรรยาบรรณในการทำหน้าที่สื่ออย่างรับผิดชอบ”

นางพิมลพรรณ ศิริวงศ์วานงาม หัวหน้าสายงานประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะองค์กรเทคโนโลยีและโทรคมนาคม เชื่อว่า การสื่อสารมีพลังในการเชื่อมโยงผู้คน ความคิด และสังคมเข้าด้วยกัน และพลังของการสื่อสารจะสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง เมื่ออยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ความรับผิดชอบ และความเข้าใจต่อผู้คน ทรูจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนโครงการ ‘นักข่าวสายฟ้าน้อย’ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสื่อรุ่นใหม่ให้มีทั้งทักษะวิชาชีพ ความเท่าทันเทคโนโลยี และจิตสำนึกด้านจริยธรรม ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีคุณภาพ และการสร้างอนาคตที่ดีให้กับสังคมไทย”

ในโอกาสนี้ ทรูยังได้ร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีให้กับผู้เข้าร่วมอบรม ผ่านการบรรยายพิเศษหัวข้อ “โลกของ AI โลกที่คนรุ่นใหม่ต้องรู้เท่าทัน” โดย นายวศิน เจิดนภาพันธ์ หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ทรูดิจิทัล อคาเดมี เพื่อเตรียมความพร้อมให้นิสิต นักศึกษาคุ้นเคยกับเทคโนโลยี AI มองเห็นทั้งโอกาสและความท้าทายของ AI ต่อวิชาชีพสื่อ รวมถึงสามารถประยุกต์ใช้ AI ในการทำงานสื่อสารได้อย่างสร้างสรรค์ มีประสิทธิภาพ และมีความรับผิดชอบ

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมยังได้เข้าเยี่ยมชมการทำงานเบื้องหลังของสถานีโทรทัศน์ TNN พร้อมสัมผัส Center of Excellence หรือ COE ศูนย์กลางระบบนิเวศนวัตกรรมของทรู ที่เชื่อมโยงโลกชีวภาพ โลกดิจิทัล และโลกข้อมูล หรือ Data เข้าด้วยกัน เพื่อเปิดมุมมองด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สามารถนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ได้จริงในหลากหลายมิติ

โครงการนี้จัดอบรมระหว่างวันที่ 8-11 มิถุนายน 2569 ณ สวนนงนุชพัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้ ฝึกฝนทักษะ กระบวนการทำข่าวแบบมืออาชีพภายใต้ความกดดัน ทั้งการจำลองการทำหน้าที่ภายในกองบรรณาธิการข่าว การวางแผนการทำข่าว การลงพื้นที่ทำข่าว กระบวนการผลิตข่าวเพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ เว็บไซต์ โทรทัศน์ และโซเชียลมีเดีย พร้อมกับได้รับประสบการณ์โดยตรงจากสื่อมวลชนที่ร่วมเป็นวิทยากร ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วงการสื่อสารมวลชนอย่างมีคุณภาพ

MGC-ASIA จัดงาน ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2026’ ภายใต้แนวคิด ‘Connected City’ ยกทัพยนตรกรรมในเครือฯ, แบรนด์พันธมิตรระดับโล...
05/06/2026

MGC-ASIA จัดงาน ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2026’ ภายใต้แนวคิด ‘Connected City’ ยกทัพยนตรกรรมในเครือฯ, แบรนด์พันธมิตรระดับโลก พร้อมกิจกรรมและสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2569 พลาดไม่ได้กับศิลปินคู่จิ้น ‘นัท-ฮง’

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA หนึ่งในผู้นำธุรกิจโมบิลิตี้ อีโคซิสเทม ระดับพรีเมียม (Premium Mobility Ecosystem) ชั้นนำของประเทศไทย เปิดประสบการณ์ความยิ่งใหญ่ฉลองความสำเร็จกว่า 25 ปี ในงาน ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2026’ มาพร้อมคอนเซปต์สุดล้ำ ‘Connected City’ เนรมิตพื้นที่ 4 ชั้น ใจกลางศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้เป็นเมืองแห่งการเดินทางแห่งอนาคต โดยแบ่งออกเป็น 4 อาณาจักรไฮไลท์ ได้แก่ Future Mobility District, The Ultimate Prestige District, Urban United District และ Smart Everyday District จัดเต็มยนตรกรรมชั้นนำครบทุกเซกเม้นท์ อาทิ แอสตัน มาร์ติน, มาเซราติ, เรือยอทช์ อะซิมุท, เรือสันทนาการ คริส-คราฟท์, บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอ็กซ์เผิง, ซีเคอร์, จี๊ป และ ขณะเดียวกัน การบริการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อดูแลลูกค้าในทุกมิติ ทั้งธุรกิจประกันภัย ฮาวเด้น แมกซี่, รถยนต์มือสอง มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์, ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย, บริการทางการเงิน อัลฟ่า เอกซ์ รวมถึง Loyalty Program อย่าง MOBILIFE พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษแห่งปี ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2569

สนท.ประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 1/2569 มอบตำแหน่งกรรมการชุดใหม่ พร้อมเดินหน้าบูรณะอาคารสมาคมอายุ 30 ปี ให้กลับมาสง่า...
05/06/2026

สนท.ประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 1/2569 มอบตำแหน่งกรรมการชุดใหม่ พร้อมเดินหน้าบูรณะอาคารสมาคมอายุ 30 ปี ให้กลับมาสง่างามดังเดิม

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ อาคารสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขที่ 299 (สี่แยกการเรือน) ถนนราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนท.85 ปี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม ครั้งที่ 1/2569 พร้อมมอบตำแหน่งให้แก่คณะกรรมการบริหารทั้ง 19 ท่าน ตามข้อบังคับของสมาคม

ภายหลังการประชุม นายอนันต์ได้นำคณะกรรมการบริหารเยี่ยมชมอาคารสมาคมและพื้นที่โดยรอบ เพื่อสำรวจสภาพอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ใช้งานมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี โดยมีแผนเร่งดำเนินการซ่อมแซมและบูรณะในส่วนที่ชำรุดทรุดโทรม อาทิ ห้องสมุดประชาชน ห้องประชุมสัมมนา ห้องพิพิธภัณฑ์หนังสือพิมพ์ไทย ตลอดจนสาธารณูปโภคและพื้นที่สำคัญอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน

นายอนันต์ กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบันได้รับการส่งมอบงานและเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2569 และจะดำรงตำแหน่งบริหารงานสมาคมจนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2572 รวมระยะเวลา 3 ปี
โดยการประชุมครั้งนี้มีคณะกรรมการเข้าร่วมครบทั้ง 19 ท่าน ครบองค์ประชุม

ที่ประชุมได้ร่วมกันเสนอความคิดเห็นและแนวทางการพัฒนาองค์กรอย่างหลากหลาย โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการฟื้นฟูและพัฒนาสมาคมให้มีความเข้มแข็ง ทันสมัย และสามารถกลับมาเป็นศูนย์กลางของวิชาชีพสื่อมวลชนได้อย่างสง่างามอีกครั้ง พร้อมทั้งร่วมกันผลักดันโครงการต่าง ๆ เพื่อยกระดับกิจกรรมของสมาคม มูลนิธิหนังสือพิมพ์ไทย พิพิธภัณฑ์หนังสือพิมพ์ไทย และห้องสมุดประชาชนของสมาคมให้เกิดประโยชน์ต่อสมาชิกและสาธารณชนอย่างสูงสุด

นายอนันต์ ยังกล่าวด้วยว่า อาคารสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แห่งนี้ ก่อสร้างขึ้นในสมัย นายชัยรัตน์ คำนวณ อดีตนายกสมาคมฯ ซึ่งได้ระดมงบประมาณกว่า 20 ล้านบาทในการก่อสร้าง จนเป็นอาคารที่มีความสง่างามและเป็นศูนย์รวมของคนในวงการสื่อมวลชนไทยมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันอาคารมีอายุประมาณ 30 ปี จึงมีสภาพเสื่อมโทรมตามกาลเวลา คณะกรรมการบริหารชุดใหม่จึงมีความตั้งใจที่จะร่วมกันบูรณะ ซ่อมแซม และพัฒนาอาคารให้กลับมามีความสวยงามและพร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพดังเช่นในอดีต

ในโอกาสนี้ คณะกรรมการบริหารได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งและเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ พร้อมกันนี้ สมาคมฯ ขอขอบคุณ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ขนมปังและอาหารว่างสำหรับคณะกรรมการบริหาร สมาชิก และผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
#สนท85ปี
#มูลนิธิหนังสือพิมพ์ไทย
#พิพิธภัณฑ์หนังสือพิมพ์ไทย
#ห้องสมุดสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
#ประชุมคณะกรรมการบริหาร2569
#ร่วมบูรณะอาคารสมาคม30ปี

"คุ้มครองสิทธิฯ" จับมือ สมาคมส่งเสริมการไกล่เกลี่ยฯ ลงนาม MOU ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชนกรมคุ้มครองสิทธิแ...
03/06/2026

"คุ้มครองสิทธิฯ" จับมือ สมาคมส่งเสริมการไกล่เกลี่ยฯ ลงนาม MOU ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับ สมาคมส่งเสริมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและหนี้สินไทย การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน พร้อมให้ความรู้หลักสูตร “อาสาสมัครยุติธรรม” เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ

เมื่อเวลา 09.30 น. (28 พ.ค.69) นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับ ดร.กัญญนันทน์ สิรคุปต์ธรานนท์ นายกสมาคมส่งเสริมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและหนี้สินไทย ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ณ โรงแรม เบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ โดยมี นายธปภัค บูรณะสิงห์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท พร้อมด้วย ผู้บริหารกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และผู้บริหารสมาคมส่งเสริมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและหนี้สินไทย เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ การพัฒนาบุคลากรด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ตลอดจนการช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน

นอกจากนี้ยังได้มีการฝึกอบรมหลักสูตร “อาสาสมัครยุติธรรม” เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทภารกิจของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งผู้ผ่านการอบรมจะเป็นเครือข่ายภาคประชาชนในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน และสามารถนำไปเป็นหลักฐานประกอบการต่อทะเบียนตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจากภาคประชาชน จำนวน 145 คน อีกทั้งได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการให้ความรู้

ทั้งนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมยกระดับความร่วมมือ และสร้างเครือข่าย ความร่วมมือในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน ในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทภารกิจหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานในสังกัดกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพ สิทธิมนุษยชนชน พร้อมทั้งเสริมสร้างวัฒนธรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในสังคมต่อไป

"Honda One Make Race 2026 "แถลงยิ่งใหญ่ เดินหน้าความมันส์ปีที่ 6เปิดกฎใหม่ “Honda City Challenge” ดันเกมเดือด เปิดสนามแร...
30/05/2026

"Honda One Make Race 2026 "
แถลงยิ่งใหญ่ เดินหน้าความมันส์ปีที่ 6
เปิดกฎใหม่ “Honda City Challenge” ดันเกมเดือด เปิดสนามแรก 5-7 มิ.ย.นี้

(กรุงเทพฯ – 27 พฤษภาคม 2569) บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดย กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต โปรโมเตอร์มอเตอร์สปอร์ตชั้นนำของไทย และพันธมิตรหลัก ประกาศเดินหน้าจัดการแข่งขัน มอเตอร์สปอร์ตชั้นนำของประเทศไทย รายการ “Honda One Make Race 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันชิงชัยทั้งสิ้น 4 อีเวนต์ 8 สนาม ชูโรงด้วยรุ่น “Honda City Challenge” ที่ปรับกติกาใหม่ เปิดกว้างด้านการโมดิฟายมากขึ้น พร้อมรางวัลใหญ่สำหรับแชมป์ประจำปีเพียงหนึ่งเดียว กับโอกาสร่วมทีมแข่งในเครือ Honda Racing Corporation (HRC) สัมผัสประสบการณ์ลุยศึกดวลความเร็วระดับโลก รายการ “ซูเปอร์ ไทคิว 2026” ที่ประเทศญี่ปุ่น ในสนามฟูจิ สปีดเวย์ สนามแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตมาตรฐาน FIA พร้อมดึงคลาสระดับตำนานอย่าง “Honda Pro Cub” กลับมาสร้างความมันส์เอาใจคอเรซซิ่งตัวจริง และสานต่อรุ่น “Honda Club” เพื่อปูทางนักแข่งสมัครเล่นสู่เส้นทางนักแข่งระดับอาชีพ เตรียมเปิดฉากสนามแรกระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

งานแถลงข่าวเปิดฤดูกาลใหม่ของศึก Honda One Make Race 2026 จัดขึ้นวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 โดยมี คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดการแข่งขัน เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย คุณพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ นายกสมาคมราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณรัชนี จิรถาวรกุล ผู้จัดการทั่วไปหน่วยงานการตลาดและวางแผนผลิตภัณฑ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และคุณศิลป์ ธีรนิติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส63 โปรเจค จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

ศึก Honda One Make Race เริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี 2021 ภายใต้ชื่อ “Honda City Hatchback One Make Race” ก่อนยกระดับสู่รายการ “Honda One Make Race” ในเวลาต่อมา และกลายเป็นหนึ่งในรายการมอเตอร์สปอร์ตที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากแฟนความเร็วชาวไทย
สำหรับฤดูกาล 2026 “กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต” ได้ประกาศปรับเปลี่ยนกฎการแข่งขันครั้งสำคัญ เพื่อเพิ่มความสดใหม่และยกระดับความเข้มข้นของเกมการแข่งขัน โดยเฉพาะในรุ่น “Honda City Hatchback One Make Race” ที่ถูกปรับรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ Honda City Challenge การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาพร้อมกฎด้านเทคนิคที่เปิดกว้างมากขึ้น เพื่อให้แต่ละทีมสามารถปรับแต่งและโมดิฟายรถแข่งได้อย่างอิสระ ส่งผลให้การแข่งขันจากเดิมที่เป็น “One Make Race” ภายใต้สเป็กพื้นฐาน ถูกยกระดับสู่รถแข่งที่เร็วและแรงยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มความดุเดือดของเกมการแข่งขันให้เข้มข้นกว่าเดิม
นอกจากนี้ แชมป์ประจำปีของรุ่น “Honda City Challenge” จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขัน

ในศึกมอเตอร์สปอร์ตสุดยิ่งใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น รายการ “ซูเปอร์ ไทคิว 2026” สนามสุดท้าย ณ สนามฟูจิ สปีดเวย์ ในรุ่น TCR ร่วมกับทีมแข่งในเครือ HRC อย่าง M&K Racing โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีนักแข่งไทยอย่าง “วี” ธนาศิวณัฐ พงสินณัชอาชัญ และ “กอล์ฟ” ประพจน์ ชื่นวิจิตร ได้รับโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน พร้อมสามารถคว้าโพเดียมกลับมาครองได้สำเร็จ
ขณะเดียวกัน ยังมีการเปิดตัวการแข่งขันรุ่น “Honda Pro Cup” ที่กลับมาอีกครั้ง เพื่อเติมความเข้มข้นให้กับสุดสัปดาห์การแข่งขัน และเอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตสายฮอนด้าโดยเฉพาะ โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 Class ได้แก่ Honda Pro Cub Class 1 ใช้กฎด้านเทคนิคเดียวกับการแข่งขัน ซูเปอร์ ทัวร์ริ่ง ชิงแชมป์ประเทศไทย และ Honda Pro Cup Class 2 สำหรับรถแข่งเครื่องยนต์แคมเดี่ยว N/A Modify

นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ในปีนี้ กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับให้การแข่งขัน Honda One Make Race มีความสดใหม่ เข้าถึงทีมแข่ง นักแข่ง และผู้ชมมากขึ้น เราเปลี่ยนจาก Honda City Hatchback One Make Race สู่ Honda City Challenge ด้วยการปรับกติกาทางเทคนิค เพื่อให้ทีมแข่งและนักแข่งมีอิสระในการเซตอัปรถมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่เกมการแข่งขันที่เข้มข้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน แชมป์ประจำปีของรุ่นนี้ ยังจะได้รับรางวัลใหญ่คือ สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในรายการ ซูเปอร์ ไทคิว สนามสุดท้าย ที่สนามฟูจิ สปีดเวย์ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่าสำหรับนักแข่งไทยทุกคน”

“นอกจากนี้ จากเสียงเรียกร้องของแฟนมอเตอร์สปอร์ต เราได้นำการแข่งขันรุ่น Honda Pro Cup กลับมาอีกครั้ง ซึ่งแฟนฮอนด้าจะทราบดีว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความเข้มข้นสูง เพราะรวบรวมรถแข่งฮอนด้าชั้นนำของไทยมาแข่งขันในสนามเดียวกัน โดยในปีนี้จะแข่งขันทั้งหมด 2 Class ได้แก่ Class 1 ภายใต้กฎเทคนิคของ ซูเปอร์ ทัวร์ริ่ง และ Class 2 สำหรับรถแข่งเครื่องยนต์ N/A ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสร้างกระแสความนิยมให้กับ Honda One Make Race ได้อย่างมาก”

“ส่วนตารางการแข่งขัน เรายังคงร่วมเดินทางกับรายการ พีที แม็กซ์นิตรอน เรซซิ่ง ซีรีส์ ทั้ง 3 อีเวนต์ โดยเริ่มต้นสนามแรกที่ จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายนนี้ ก่อนปิดฤดูกาลอย่างยิ่งใหญ่ที่ สงขลา กรังด์ปรีซ์ สนามสตรีทเซอร์กิตอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย ในเดือนตุลาคม”
นอกจากนี้ ในอีเวนต์ที่ 2 เรายังร่วมแข่งขันในสุดสัปดาห์เดียวกับรายการ RAAT Thailand Endurance Championship 2026 ซึ่งผมเชื่อว่าทุกเรซ จะยังคงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เข้มข้น และการลุ้นแชมป์ที่สนุกตลอดทั้งฤดูกาล พร้อมถ่ายทอดสดผ่านหลากหลายช่องทางเพื่อแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยเช่นเคย” นายอโณทัย กล่าวทิ้งท้าย

ทางด้าน คุณรัชนี จิรถาวรกุล ผู้จัดการทั่วไปหน่วยงานการตลาดและวางแผนผลิตภัณฑ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก ฮอนด้ามองว่า Honda One Make Race ไม่ได้เป็นเพียงแค่เพียงการแข่งขันรถยนต์ แต่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโลกของมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับชีวิตของลูกค้าฮอนด้า การแข่งขันนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะและเทคโนโลยีของฮอนด้าที่อยู่ในรถที่ลูกค้าใช้จริง ว่าสามารถเข้ามาอยู่ในสนามแข่งได้ ซึ่งเทคโนโลยีการขับเคลื่อน นับเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ฮอนด้าที่ถ่ายทอดมาอย่างยาวนาน ทั้ง DNA ความสปอร์ต และจิตวิญญาณความท้าทาย (Challenging Spirit) การแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นเวทีที่ช่วยพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตในไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สร้างโอกาสให้ทั้งนักแข่งมืออาชีพและหน้าใหม่ได้เติบโต และให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับโลกของมอเตอร์สปอร์ต”
Honda One Make Race 2026 ยังเติมเต็มสุดสัปดาห์แห่งความเร็วด้วยรุ่น Honda Club ศูนย์รวมของผู้ที่มีใจรักรถแข่งฮอนด้าจากทั่วประเทศไทย ทั้งนักแข่งระดับอาชีพและมือสมัครเล่น กว่า 30 คัน ลงประชันความเร็วอย่างเข้มข้น พร้อมเป็นเวทีสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้นักแข่งหน้าใหม่ก้าวสู่เส้นทางนักแข่งระดับอาชีพในอนาคต

นอกจากความมันส์ในสนามแข่งขันแล้ว ฮอนด้า ยังเตรียมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าคนพิเศษ ได้แก่ Honda Driving Clinic ฝึกทักษะการขับขี่เชิงเทคนิค ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าฮอนด้าได้เรียนรู้ทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัยและถูกต้อง พร้อมเทคนิคการควบคุมรถในสไตล์สปอร์ต ถ่ายทอดโดยทีม ผู้ฝึกสอนมืออาชีพรวมถึงกิจกรรม Honda Track Experience ที่เปิดประสบการณ์สุดพิเศษในการขับขี่บนสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามแข่งรถมาตรฐานระดับ FIA รวมถึงยังมีกิจกรรมให้ลูกค้าร่วมสนุกในสนามสุดท้ายอย่าง สงขลา สตรีท เซอร์กิต อีกด้วย

ทั้งนี้ ศึก Honda One Make Race 2026 มีกำหนดดวลความเร็วทั้งสิ้น 4 อีเวนต์ อีเวนต์ละ 2 สนาม ดังนี้
อีเวนต์ 1 : วันที่ 5-7 มิถุนายน 2026 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ (PT Maxnitron Racing Series)
อีเวนต์ 2 : วันที่ 18-19 มิถุนายน 2026 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ (RAAT Thailand Endurance Championship)
อีเวนต์ 3 : วันที่ 14-16 สิงหาคม 2026 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ (PT Maxnitron Racing Series)
อีเวนต์ 4 : วันที่ 14-18 ตุลาคม 2026 สนาม พีที สงขลา สตรีท เซอร์กิต จ.สงขลา (PT Maxnitron Racing Series)
สำหรับแฟนๆมอเตอร์สปอร์ต สามารถรับชมการถ่ายทอดสดความมันส์ การแข่งขันรายการ Honda One Make Race 2026 ผ่านหน้าจอสด ๆ ได้เช่นเคย ทางเพจ Honda Thailand, Honda One Make Race, GP Motorsport และ XO autosport

“NEXZTER BRIC Superbike 2026” เปิดจักรวาลความเร็วฮีโร่นักบิดไทยสไตล์มังงะ ปรับกติกา-บุกตลาดจีนเต็มสูบ ดันไวรัลทั้งฤดูกาล...
28/05/2026

“NEXZTER BRIC Superbike 2026” เปิดจักรวาลความเร็วฮีโร่นักบิดไทยสไตล์มังงะ ปรับกติกา-บุกตลาดจีนเต็มสูบ ดันไวรัลทั้งฤดูกาล

กกท.ร่วมกับสนามช้างฯ แถลงข่าวใหญ่ใจกลางกรุงเทพ พลิกโฉม Key Visual รับฤดูกาลใหม่ ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งชัยชนะผ่านงานศิลปะลายเส้นการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่สุดเฟี้ยว สะท้อนความร่วมมือของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับ World Class ทั้งไทยและญี่ปุ่น ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของมอเตอร์สปอร์ตอย่างยาวนาน พร้อมเปิดตัวสปอนเซอร์ใหม่ “MFZ Racing” จากจีน สนับสนุน 3 ปีรวด เดินหน้าขยายฐานผู้ชมสู่ประเทศจีน ทั้งผ่านกิจกรรมไวรัล และการถ่ายทอดสดการแข่งขันตลอดฤดูกาลบนแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Douyin, Weibo, iQIYI และ Huya เพื่อเข้าถึงฐานแฟนมอเตอร์สปอร์ตขนาดใหญ่ และต่อยอดโอกาสสู่ระดับนานาชาติ

วัน แบงค็อก กรุงเทพฯ – 25 พฤษภาคม 2569 : งานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike 2026 (เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์) โดยมี ภาครัฐ-เอกชน ผู้สนับสนุน, ทัพนักบิดระดับแชมป์ประเทศไทย นำโดย อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์, ต่อศักดิ์ นวลสาย และนักบิดดาวรุ่งมากมาย ร่วมพูดคุยบนเวที รวมทั้งสื่อมวลชนจากหลายร้อยสำนักร่วมงานมากมาย

ภายในงานมีการแถลงความพร้อมการจัดการแข่งขันและการเปิดตัวธีมเรซซิ่ง มังงะ (Racing Manga) ใครๆ ก็เป็นฮีโร่นักบิดสายเลือดไทยได้ โดยนำเอาลายเส้นการ์ตูนมาถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้บนแทร็ก แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรากฐานทั้งในด้านเทคโนโลยีการพัฒนาแบรนด์ และประสบการณ์ในโลกมอเตอร์สปอร์ตจากแบรนด์ญี่ปุ่น ตั้งแต่ NEXZTER, Honda, Yamaha ซึ่งไปจนถึง IRC ต่างมีบทบาทสำคัญในการผลักดันวงการสองล้อไทยมาอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวสปอนเซอร์ใหม่ “MFZ Racing” ผู้ผลิตล้อแม็กสัญชาติจีน ที่บรรลุข้อตกลงสนับสนุนระยะยาว 3 ปี (2026-2028) โดยชูจุดเด่นด้านน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ควบคู่ความแข็งแกร่งและความเสถียรสำหรับการใช้งานในระดับแข่งขันสำหรับนักแข่งในรุ่น 250cc, SB2 และ SB3 สะท้อนทิศทางการยกระดับเทคโนโลยีอุปกรณ์การแข่งขัน และการขยายความร่วมมือสู่ตลาดจีนอย่างเป็นรูปธรรมในฤดูกาลนี้

นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและ กีฬามวย (กกท.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมี “ระบบนิเวศมอเตอร์สปอร์ต” ที่เชื่อมต่อกันครบวงจร ตั้งแต่ NEXZTER BRIC Superbike ในระดับประเทศ, Asia Road Racing Championship ในระดับทวีป ไปจนถึง MotoGP ในระดับโลก โดย BRIC Superbike ทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานักแข่ง ทีมแข่ง และบุคลากรในอุตสาหกรรม ให้เติบโตภายใต้มาตรฐานสากล ควบคู่กับการต่อยอดผลเชิงเศรษฐกิจจากการแข่งขันระดับนานาชาติสู่การท่องเที่ยว การจ้างงาน และภาพลักษณ์ประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ กกท. ในการใช้กีฬาเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า ปีที่ 12 นี้จะเป็นฤดูกาลที่การแข่งขันเข้มข้นขึ้น จากการปรับกติกาให้สอดคล้องกับรายการระดับเอเชีย Asia Road Racing (ARRC) และเป็นปีแรกที่ขยายฐานผู้ชมต่างประเทศ ด้วยการถ่ายทอดสดตลอดทั้งฤดูกาลไปยังประเทศจีน ผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง โต่วอิน Douyin หรือ Tiktok จีน, เว่ยป๋อ Weibo, อ้ายฉีอี้ iQIYI และ ฮูย่า Huya ไลฟ์สตรีมมิงชั้นนำระดับโลก ซึ่งมีฐานแฟนมอเตอร์สปอร์ตขนาดใหญ่ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน ยังต่อยอดประสบการณ์แฟนจาก MotoGP และ ARRC สู่ BRIC Superbike ผ่านกิจกรรมและความบันเทิงภายในสนามให้เข้าถึงง่ายและสนุกยิ่งขึ้น สะท้อนพฤติกรรมผู้ชมยุคใหม่ที่ต้องการทั้งการแข่งขันและไลฟ์สไตล์ควบคู่กันไป โดย BRIC Superbike ก้าวสู่การเป็น Motorsport Platform ระดับภูมิภาค ที่เชื่อมโยงทั้งกีฬา ธุรกิจ และอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมชูไฮไลต์การสร้างกิจกรรม Viral Challenge ทั่วเอเชีย ผ่านเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และนักบิดชื่อดัง เพื่อดึงดูดแฟนความเร็วรุ่นใหม่และกลุ่มตลาดใหม่ให้เข้าถึงเสน่ห์ของโลกสองล้อได้สนุกและใกล้ชิดยิ่งขึ้น

นายยศวีร์ โกวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส.ซี.เอช. อินดัสตรี้ จำกัด ผ้าเบรก NEXZTER กล่าวว่า ปี 2026 เป็นปีที่ 2 ของการเป็น Title Sponsor โดยล่าสุดได้ขยายสัญญาถึง ปี 2570 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของรายการและมอเตอร์สปอร์ตไทย สำหรับ NEXZTER สนามแข่งเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี โดยร่วมทำงานใกล้ชิดกับทีมแข่ง เก็บข้อมูลทั้งอุณหภูมิ การตอบสนองของผ้าเบรก และพฤติกรรมการเบรก เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ทั้งในสนามแข่งระดับสูง และสามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน การขับขี่บนท้องถนนในมาตรฐานเดียวกัน ขณะเดียวกัน ฤดูกาลนี้ยังเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานผู้ชม สู่ตลาดจีน ซึ่งมีศักยภาพสูง เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเติบโตในระดับนานาชาติ และเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่เข้มข้น สนุก และเต็มไปด้วยสีสันมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

นายคณิน เหล่าจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) "ผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์ ไออาร์ซี" กล่าวว่า IRC ยังคงเดินหน้าสนับสนุนการแข่งขันในฐานะ Official Single Tire รุ่น Supersport 250cc พร้อมต่อสัญญาอีก 2 ปี จนถึงปี 2570 เพื่อสานต่อการพัฒนานักแข่งไทยสู่ระดับสากลอย่างเป็นระบบ ซึ่งคลาสนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของนักแข่งดาวรุ่งไทย โดย “IRC เป็นแบรนด์ที่เติบโตจากความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่น มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและองค์ความรู้จากญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถพัฒนายางที่ตอบโจทย์ทั้งการแข่งขันระดับสูงและผู้ใช้งานทั่วไปได้ในมาตรฐานเดียวกัน และเราเชื่อว่าการเติบโตของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยในวันนี้ คือแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยพัฒนาไปพร้อมกันทั้งระบบ”

ส่วนปฏิทินการแข่งขันรายการ NEXZTER BRIC Superbike ฤดูกาล 2026 เตรียมระเบิดความมันส์ตลอดทั้งปี แบ่งเป็น 4 สนาม 5 เรซ โดยสนามแรก วันที่ 19-21 มิถุนายน, สนามที่ 2 วันที่ 31 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม, สนามที่ 3 วันที่ 16-18 ตุลาคม และปิดท้ายฤดูกาลสุดเข้มข้นในสนามที่ 4 ดวลความเร็วรวม 2 เรซ ระหว่างวันที่ 19-22 พฤศจิกายน 2569 เพื่อตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาลและฉลองแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งถ่ายทอดสดการแข่งขันในประเทศตลอดฤดูกาลผ่าน True Visions และ True Visions Now และยังคงยิงสดกลุ่มประเทศ AEC ผ่านช่อง MVTV

แข่งขันทั้งสิ้น 4 คลาส นำโดยคลาสสูงสุดของประเทศไทย ได้แก่ Super Bike 1000cc., Super Stock 1000cc., Super Sport 600cc., Super Sport 250cc. ซึ่งผู้ชนะเลิศในรุ่น Super Stock 1000cc. (ST1), Super Sport 600cc. (SS1 Pro) และ Super Sport 250cc (SS1 Pro) จะได้รับสิทธิไวลด์การ์ดเข้าแข่งขันในศึกสองล้อรายการใหญ่แห่งทวีป “Asia Road Racing Championship” 2027 ช่วยให้นักแข่งทุกระดับได้พัฒนาฝีมือในเวทีที่เหมาะสมกับศักยภาพของตัวเอง ขณะเดียวกันจำนวนทีมแข่งและนักแข่งที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงความสนใจจากนักแข่งต่างชาติ สะท้อนถึงมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของรายการในระดับนานาชาติ ขับเคลื่อนวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ภายใต้แนวคิด “Anyone can be a hero” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนก้าวตามความฝันบนเส้นทางนักบิดอาชีพได้จริง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือ BRIC Superbike 2026

"เหตุการณ์โศกนาฏกรรม รถไฟชนรถเมล์" แล้วมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตายที่บริเวณแยกอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พฤษ...
21/05/2026

"เหตุการณ์โศกนาฏกรรม รถไฟชนรถเมล์" แล้วมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตายที่บริเวณแยกอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นับเป็นบทเรียนราคาแพงที่สะท้อนถึงปัญหาความปลอดภัยในระบบขนส่งมวลชนและโครงสร้างพื้นฐานของไทยอย่างรุนแรง
บทความนี้จะวิเคราะห์ “ข้อเท็จจริงในคดีล่าสุด” เปรียบเทียบกับ “บรรทัดฐานคำพิพากษาศาลฎีกา” ที่เคยมีมา เพื่อหาคำตอบว่า “ ในทางกฎหมายแล้ว "ใคร" คือ ผู้ที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบ

https://www.reportto.news/2026/05/blog-post_21.html

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมาสำนักงานอัยการสูงสุดจัด “ พิธีรับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ” เบื้องหน้าพระบรม...
21/05/2026

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
สำนักงานอัยการสูงสุด
จัด “ พิธีรับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ” เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี
นายอิทธิพร แก้วทิพย์
อัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุม 120 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

https://www.reportto.news/2026/05/2568.html

“อนันต์ นิลมานนท์” นั่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ คนใหม่ สมาชิก “สนท.” ไว้วางใจเลือกไร้คู่แข่ง พร้อมคณะกรรมการบ...
18/05/2026

“อนันต์ นิลมานนท์” นั่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ คนใหม่ สมาชิก “สนท.” ไว้วางใจเลือกไร้คู่แข่ง พร้อมคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เดินหน้าพัฒนาองค์กรต่อเนื่อง

สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 พร้อมเลือกตั้งนายกสมาคมและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ อาคารสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขที่ 299 ถนนราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ในการประชุมครั้งนี้ นายนคร วีรประวัติ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมแถลงผลการดำเนินกิจกรรมของสมาคมในรอบปีที่ผ่านมา ก่อนเข้าสู่วาระสำคัญในการเลือกตั้งนายกสมาคมและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายอนันต์ นิลมานนท์ ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกสมาคมให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยไม่มีผู้สมัครแข่งขัน และจะดำรงตำแหน่งวาระ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569–2571

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม จำนวน 12 ท่าน ประกอบด้วย คุณภากร ยังแจ่ม, คุณสุพัตรา สมถวนิช, คุณพิพัฒน์ นวสวัสดิ์, คุณนำชัยชนะ ดีวิ, คุณภักดี วีระรัตน์, คุณปิยสุดา จันทรสุข, ดร.ปัณฑิพาณ์ ธาราภิบาล, คุณบุญเลิศ พุทธเจริญ, คุณวิรัชวิชญ์ ศรีสวัสดิ์, คุณธีรพัชร์ สามัคคีธรรม, คุณกรทอง ชาญณรงค์ และ อ.วันชัย สุพรรณ

นายอนันต์ กล่าวขอบคุณสมาชิกสมาคมฯ ที่ให้ความไว้วางใจตนเองและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่บริหารองค์กร พร้อมระบุว่า จะมีการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมอีก 6 ท่าน เพื่อให้คณะกรรมการบริหารชุดใหม่มีความครบถ้วนตามข้อบังคับ รวมทั้งสิ้น 19 ท่าน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนางานของสมาคมต่อไป

ทั้งนี้ นายอนันต์ ยังกล่าวถึงแนวทางการบริหารงานว่า จะสานต่อนโยบายและเจตนารมณ์ของอดีตนายกสมาคมและคณะกรรมการชุดที่ผ่านมา ที่ได้ร่วมกันพัฒนาและปรับปรุงองค์กรสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้มีความเข้มแข็ง มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และกลับมามีภาพลักษณ์ที่สง่างามดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา อีกทั้งจะเดินหน้าส่งเสริมบทบาทขององค์กรสื่อมวลชนให้มีความเข้มแข็งและเป็นศูนย์กลางความร่วมมือของวิชาชีพสื่อสารมวลชนต่อไปในอนาคต./

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.85ปี)

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางเมื่อเวลา 1...
11/05/2026

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 8 พ.ค.69 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี รองประธานคณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดร้านอาหารเพื่อรองรับการฝึกอาชีพ ร้าน “Chance and Change Café” พร้อมตรวจเยี่ยมโครงการบำบัดฟื้นฟูรูปแบบชุมชนบำบัดและการฝึกวิชาชีพผ่านนิทรรศการแสดงงานศิลปะ Prison Contemporary Art โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายสมบูรณ์ ศิลา รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายขวัญไชย สันติภราภพ ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ผู้บัญชาการเรือนจำ และ ผู้อำนวยการทัณฑสถาน ให้การต้อนรับ ตลอดจน คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอสแอนด์พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) คุณวาเลนท์ แซ่ลู่ ผู้แทนบริษัท ตัดดีบาร์เบอร์ จำกัด และ ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี เข้าร่วม ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง

ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกรมราชทัณฑ์ มีหน้าที่และความรับผิดชอบหลักในการควบคุมผู้ต้องขังคดียาเสพติด รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติของผู้ต้องขัง โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้ ทักษะการดำรงชีวิต การศึกษา และการฝึกวิชาชีพ ควบคู่กับกระบวนการบำบัดฟื้นฟู ในการดำเนินภารกิจด้านการพัฒนาพฤตินิสัยเพื่อแก้ไขและฟื้นฟู ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ร่วมกับ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ดำเนินโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพรูปแบบชุมชนบำบัดในทัณฑสถานฯ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง โดยมีวัตถุประสงค์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พัฒนาความคิดและจิตใจ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านทักษะอาชีพแบบครบวงจร อันเป็นการดำเนินงานตามนโยบาย “คืนคนดี สู่สังคม” โดยเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ทางเทคนิคและทักษะฝีมือแรงงาน ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน เช่น ช่างตัดผม ผู้ประกอบอาหาร และด้านมัลติมีเดียและโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นต่อระบบงานราชทัณฑ์ระยะยาว ซึ่งในปัจจุบันได้ดำเนินการไปแล้ว จำนวน 3 รุ่น มีผู้ผ่านการอบรมจำนวน 216 คน

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินกิจกรรมตามแนวทางโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ภายใต้การกำกับติดตามของมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาโอกาส และเตรียมความพร้อมของผู้ต้องขังก่อนกลับคืนสู่สังคม ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง จึงได้จัดนิทรรศการแสดงงานศิลป์ Prison Contemporary Art ขึ้น เพื่อแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์จากการฝึกทักษะวิชาชีพของผู้ต้องขัง และได้ต่อยอดพัฒนาทักษะความรู้ กับร้าน Chance & Change Cafe (ชานซ์ แอนด์ เชนท์ คาเฟ่) ที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม แก่บุคคลภายนอก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเห็นคุณค่าในตนเองของผู้ต้องขังให้พร้อมกลับไปใช้ชีวิตในสังคม โดยไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำอีก

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Reporttoผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Reportto:

แชร์