26/06/2024
มะเมียะ เป็นใคร!!
มะเมียะ เป็นสาวแม่ค้าชาวพม่าที่อยู่ในเรื่องเล่าของประวัติศาสตร์เชียงใหม่ ซึ่งในขณะนั้นเชียงใหม่ยังคงเป็นส่วนหนึ่งในมลฑลพายัพของสยาม มะเมียะปรากฏตัวครั้งแรกอยู่ในหนังสือ "เพ็ชร์ลานนาเล่ม 1" ของปราณี ศิริธร ณ พัทลุง ที่กล่าวถึง ความรักของมะเมียะหญิงสาวชาวพม่ากับกับเจ้าอุตรการโกศลแห่งนครเชียงใหม่
จาก “เพ็ชร์ลานนา” ที่คุณปราณีนำเสนอนั้น เรื่องมีอยู่ว่า ในปี พ.ศ. 2441 เจ้าศุขเกษม บุตรของเจ้าแก้วนวรัฐกับเจ้าแม่จามรี ตอนนั้นอายุ 15 ปี ถูกส่งไปเรียนหนังสือที่มะละแหม่ง ขณะนั้นเจ้าแก้วนวรัฐผู้บิดาดำรงตำแหน่งเจ้าอุปราช ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ตำแหน่งสำคัญของระบบการปกครองล้านนา ที่เรียกว่า “เจ้าขัน 5 ใบ” อันประกอบด้วย เจ้าเมือง เจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์ เจ้าราชบุตร และเจ้าบุรีรัตน์
ด้วยเหตุที่เจ้าศุขเกษมเป็นบุตรเจ้าอุปราช จึงถือว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญไม่น้อย ต่อมาเจ้าศุขเกษมได้พบรักกับสาวพม่าเป็นแม่ค้าขายบุหรี่ชื่อ “มะเมี๊ยะ” และทั้งสองก็ได้เสียเป็นผัวเมียกัน พอถึงปี พ.ศ. 2446 หลังจากอยู่มะละแหม่งได้ 5 ปี เจ้าศุขเกษมต้องกลับเชียงใหม่ เจ้าศุขเกษมก็พามะเมี๊ยะกลับมาด้วย ตอนแรกให้คนสนิทปิดเรื่องนี้เป็นความลับ
แต่ในที่สุดเมื่อความจริงเปิดเผย ความรักของคนทั้งสองก็ต้องอวสาน เหตุเพราะว่ามะเมี๊ยะเป็นพม่าเป็นคนสัญชาติอังกฤษ เจ้าศุขเกษมซึ่งต่อไปจะได้เป็นเจ้าเมืองครองเชียงใหม่ จะมีชายาเป็นพม่าซึ่งเป็นคนของอังกฤษไม่ได้ เพราะอังกฤษอาจใช้เป็นข้ออ้างเพื่อแทรกแซงหรือยึดเชียงใหม่ และเรื่องนี้ทำให้สยามไม่พอใจ เพื่อไม่ให้เรื่องลุกลามใหญ่โต ทางเชียงใหม่ต้องตัดไฟแต่ต้นลม มะเมี๊ยะต้องกลับพม่าและทั้งสองต้องจากกันอย่างตลอดกาล และแล้วก็มาถึงฉาก “the great goodbye” ที่ประตูหายยา หนังสือ “เพ็ชร์ลานนา” พรรณนาไว้ว่า…
“…เจ้าศุขเกษมพูดพม่ากับมะเมี๊ยะได้ไม่กี่คำ เสียงร้องไห้โฮของฝ่ายหญิงก็ดังขึ้น เจ้าศุขเกษมก็พลอยสะอื้นตื้นตันใจคร่ำครวญสุดแสนอาดูรพูนเทวษ จนท้าวบุญสูงมาเตือนครั้งแล้วครั้งเล่าว่าถึงเวลาจะเคลื่อนขบวนเดินทางนั่นแหละทั้งสองจึงยอมแยกจากโอบกอดกัน
แม้จะขึ้นไปบนกูบช้างแล้วก็ตาม มะเมี๊ยะก็ขอลงมาหาเจ้าศุขเกษมอีกจนได้ เธอคุกเข่าลงกับพื้นก้มหน้าสยายผมออกเช็ดเท้าสามีด้วยความอาลัยรัก เรียกน้ำตาของเจ้าศุขเกษมไหลลงนองสองแก้ม แล้วก็โผเข้ากอดรัดกันอีก…ท้าวบุญสูงต้องอึดอัดใจอย่างยิ่งเพราะไหนจะปลอบใจให้มะเมี๊ยะกลับขึ้นไปบนหลังช้าง ไหนมะเมี๊ยะจะดึงดันกลับลงมาอีกเป็นหนที่สองวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดเจ้าศุขเกษมอีก กว่าขบวนจะออกเดินทางได้ก็เลยกำหนดเวลาไปนานอักโข เจ้าศุขเกษมยืนเหม่อมองดูจุดเล็กๆ ที่ขยับเขยื้อนเหลียวมองด้านหลังจากบนหลังช้างนั้นตลอดเวลา จนลับจากสายตาจึงยอมกลับสู่คุ้ม”
ภาพประกอบ เจ้าอุตรการโกศล (ศุขเกษม ณ เชียงใหม่) หรือเจ้าน้อยศุขเกษม กับภาพมะเมียะในจินตนาการ
ข้อมูลจากศิลปวัฒนธรรม
เครดิตข้อความ : เรื่องเล่า โบราณ ตำนาน