SM  Magazine Strategy and Marketing Magazine ธุรกิจจะดี อยู่ที่การสร้างสรรค์และออกแบบการตลาด

เจ้าตลาดตัวจริงทำแบบนี้สินะ! เมื่อมีลูกค้าบ่นว่าทำนูดเดิลคัพยังไงให้อร่อยเหมือนต้นตำรับ นิสชินเลยทำแบบนี้ #นิสชิน ( ) ผู...
03/10/2025

เจ้าตลาดตัวจริงทำแบบนี้สินะ!
เมื่อมีลูกค้าบ่นว่าทำนูดเดิลคัพยังไงให้อร่อยเหมือนต้นตำรับ นิสชินเลยทำแบบนี้
#นิสชิน ( ) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Cup Noodle ของญี่ปุ่น เปิดตัวสินค้าใหม่ที่แฟนๆ เรียกร้องมานาน คือ #ถ้วยตวงน้ำสำหรับCupNoodle อย่างเป็นทางการ และวางจำหน่ายสู่สาธารณะแล้ว
ถ้วยตวงนี้ออกแบบให้มีโลโก้ ลายเส้น และสีเหมือนบรรจุภัณฑ์ Cup Noodle จุดเด่นอยู่ที่ เส้นบอกปริมาณน้ำที่พอดีกับ Cup Noodle ทั้ง 3 ขนาด ได้แก่ Big, Standard และ Mini
สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ โดยมีการระบุเวลาอุ่นน้ำสำหรับแต่ละขนาดชัดเจน เช่น
• ขนาด Mini ใช้เวลา 2 นาที 10 วินาที
• ขนาดมาตรฐาน 3 นาที 40 วินาที
• ขนาด Big 4 นาที 40 วิน (ไมโครเวฟ 600 วัตต์)
นอกจากนี้ รุ่นที่วางขายจริงยัง เพิ่มเส้นบอกปริมาณทั่วไปได้สูงสุด 350 มิลลิลิตร เพื่อให้ใช้งานกับการปรุงอาหารอื่นๆ ได้ด้วย ไม่จำกัดแค่ Cup Noodle
ถ้วยตวงนี้วางจำหน่ายแบบเซ็ต พร้อมบะหมี่ Cup Noodle 9 ถ้วย แบบรวมรส Regular, Seafood และ Curry ในทั้ง 3 ขนาด ราคา 3,993 เยน (ราว 27 ดอลลาร์สหรัฐ) ผ่านช่องทางออนไลน์ของ Nissin, Yodobashi Camera และ Amazon Japan
สินค้าขาดตลาดทันทีที่ Nissin และ Yodobashi เปิดขาย แต่ยังพอหาซื้อได้ใน Amazon Japan

ใครว่าคนไทยไม่อ่านหนังสือ...ก็แค่เปลี่ยนวิธีอ่าน!ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยผลสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทย ปี 2567 ที่ผ่านมา ...
02/10/2025

ใครว่าคนไทยไม่อ่านหนังสือ...ก็แค่เปลี่ยนวิธีอ่าน!
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยผลสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทย ปี 2567 ที่ผ่านมา ชี้ชัดว่า พฤติกรรมการอ่านของคนไทยยังโตต่อเนื่อง เพียงแต่ เปลี่ยนจากหนังสือเล่มสู่โลกดิจิทัล
โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้
• เวลาที่อ่านออนไลน์ เฉลี่ย มากกว่าหนังสือเล่ม เพิ่มเป็น 100.7 นาที
• คนอ่าน E-book โตจาก 22% เป็น 33% ใน 5 ปี
• ราคา E-book ถูกกว่าหนังสือเล่มเฉลี่ย 27%
• ขณะที่หนังสือเล่มแพงขึ้นกว่า 40% ใน 5 ปี
ฝั่งร้านหนังสือเจอแรงกดดัน รายได้หดตัวต่อเนื่อง คาดปี 2568 นี้ จะลดลงอีก 4.5% แม้จะพยายามปรับตัวด้วยการขายออนไลน์ รวมถึงเปิดคาเฟ่ และ จัดกิจกรรมกับนักเขียน
จึงชัดเจนว่า “การอ่านยังอยู่” เพียงแค่ เปลี่ยนแพลตฟอร์ม และผู้เล่นในวงการต้องปรับตัวให้ทันคนอ่านดิจิทัล

#ยอดเติบโตของebook #สถิติการอ่านของคนไทย #อนาคตหนังสือ

Thailand Taxonomy: จากมาตรฐานสู่โอกาส-เส้นทางใหม่ของธุรกิจไทยในยุคเศรษฐกิจสีเขียวเมื่อโลกกำลังแข่งขันกันด้วย “ความยั่งยื...
02/10/2025

Thailand Taxonomy: จากมาตรฐานสู่โอกาส-เส้นทางใหม่ของธุรกิจไทยในยุคเศรษฐกิจสีเขียว
เมื่อโลกกำลังแข่งขันกันด้วย “ความยั่งยืน” และไทยมี Thailand Taxonomy เป็นกุญแจที่พร้อมส่งเสริมธุรกิจไทยให้เริ่มธุรกิจได้ตั้งแต่วันนี้โดยไม่ต้องรอ
ชนิดที่ ใครปรับตัวก่อนได้เปรียบ เพราะโอกาสมากมายที่รออยู่ อาทิ
✅ การเจาะตลาดโลกที่ใส่ใจ ESG
✅ เข้าถึงเงินทุนสีเขียว ต้นทุนต่ำ
✅ ลดความเสี่ยง–เพิ่มความเชื่อมั่น
✅ สร้างโอกาสด้านนวัตกรรมและการตลาดใหม่ๆ
✅ ยืดหยุ่นให้กับ "กิจกรรมสีเหลือง" เพื่อสนับสนุนช่วงเปลี่ยนผ่าน
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ข้อกำหนด แต่เป็น เครื่องมือเพื่อหาธุรกิจผู้นำ ที่จะพาธุรกิจไทยโตไปพร้อมโลก
อ่านเพิ่มเติม https://www.smmagonline.com/2025/09/30/thailand-taxonomy/

บัตรเครดิตกรุงศรีปรับกลยุทธ์• ชูคอนเซ็ปต์ Life Worth Living เสนอภาพเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายให้มีค่า• เจาะทุกไลฟ์สไตล์ เพิ่มส...
02/10/2025

บัตรเครดิตกรุงศรีปรับกลยุทธ์
• ชูคอนเซ็ปต์ Life Worth Living เสนอภาพเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายให้มีค่า
• เจาะทุกไลฟ์สไตล์ เพิ่มสิทธิพิเศษเที่ยว–ช้อป–กิน
• ดีไซน์ 2 บัตรใหม่โดย Benzilla ปริญญา ศิริสินสุข ศิลปินร่วมสมัย เจ้าของผลงาน ‘LOOOK’ คาแรกเตอร์เอเลียนสามตา เอาใจคนรุ่นใหม่
เป้าหมายใหม่
• หวังดันยอดใช้จ่ายผ่านบัตรแตะ 2.4 แสนล้าน(+6%)ในปี 2569
• ตั้งเป้าออกบัตร 2.15 แสนใบ(+5%) ปี 2569
ปัจจุบันบัตรเครดิตกรุงศรีมีผู้ถือบัตรรวม 2.4 ล้าน ยอดใช้จ่ายรวม 145,000 ล้านบาท

รายละเอียดเพิ่มเติมในคอมเมนต์

#บัตรเครดิตกรุงศรี #กลยุทธ์การตลาดบัตรเครดิตกรุงศรี

รวมแบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยอดนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาไว้ครบจบที่เดียว ตลาดประเทศไหนใครครอง ตามนี้คือจบ! อินโดมี ...
01/10/2025

รวมแบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยอดนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาไว้ครบจบที่เดียว ตลาดประเทศไหนใครครอง ตามนี้คือจบ!
อินโดมี (Indomie – อินโดนีเซีย)
อินโดมี ผลิตโดยบริษัท อินโดฟู้ด (Indofood) เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่แทบจะกลายเป็นคำเรียกทั่วไปของบะหมี่ในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อันดับสองของโลก รองจากจีน มีส่วนแบ่งตลาดในประเทศมากกว่า 70% และส่งออกไปกว่า 100 ประเทศ มีกำลังการผลิตปีละกว่า 19,000 ล้านซอง
ครึ่งปีแรกของปี 2568 นี้ อินโดฟู้ดรายงานยอดขายสุทธิ 59.84 ล้านล้านรูเปียห์ (3.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบปีก่อน

ลักกี้มี! (Lucky Me! – ฟิลิปปินส์)
ลักกี้มี! เป็นแบรนด์อาหารที่ผู้บริโภคฟิลิปปินส์เลือกซื้อมากที่สุด ตามรายงาน Brand Footprint 2024 ของ Kantar เข้าถึง 98.7% ของครัวเรือนในประเทศ และอยู่คู่ครอบครัวฟิลิปปินส์มากว่า 36 ปี ผลิตโดยบริษัท มอนเด นิสซิน (Monde Nissin) ที่ทำสินค้าหลากหลาย เช่น ขนมปังกรอบ เวเฟอร์ และคุกกี้
ครึ่งปีแรกปี 2568 นี้ มียอดรายได้เพิ่มขึ้น 3.3% อยู่ที่ 84.44 พันล้านเปโซ (1.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

มาม่า (Mama – ไทย)
มาม่า ภายใต้บริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟู้ดส์ ครองส่วนแบ่งตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยราวครึ่งหนึ่ง และเป็นแบรนด์ที่รู้จักแพร่หลายที่สุด ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1972 มีจุดขายด้วยรสชาติต้มยำและแกงไทยหลายรสชาติ ในตลาดพรีเมียมยังมีซีรีส์ “Mama’s Ok” คิดเป็น 15% ของรายได้บะหมี่รวม
บริษัทพยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจาก “อาหารราคาถูก” โดยเปิดร้านพิเศษ เช่น Mama Station และ Zaab Museum ปี 2567 บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 7% แตะ 29.77 พันล้านบาท (932 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

เฮาเฮา (Hao Hao – เวียดนาม)
เฮาเฮา ของบริษัท Acecook Vietnam เป็นบะหมี่ที่เข้าถึงครัวเรือนเวียดนาม ด้วยราคาที่จับต้องได้และรสชาติหลากหลาย
Acecook มีโรงงาน 13 แห่งในประเทศ ขายบะหมี่ได้ 3.3 พันล้านซองในปีที่ผ่านมา ครองส่วนแบ่งตลาด 40%
เวียดนามยังเป็นตลาดบะหมี่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก (8.3 พันล้านซองต่อปี) โดยเฮาเฮาส่งออกไปกว่า 40 ประเทศ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหรัฐฯ และยุโรป
แม็กกี้ (Maggi – มาเลเซีย)
แม็กกี้ ภายใต้เนสเล่ (Nestlé) เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยอดนิยมในมาเลเซีย มีการบริโภคกว่า 2.5 ล้านมื้อทุกวัน ครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 40% ในประเทศ
เนสเล่ มาเลเซียมีโรงงาน 6 แห่ง ครึ่งปีแรกปี 2568 นี้ มียอดรายได้ 3.4 พันล้านริงกิต (809 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบปีก่อน
สรุป: แบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดมี (อินโดนีเซีย), ลักกี้มี! (ฟิลิปปินส์), มาม่า (ไทย), เฮาเฮา (เวียดนาม) และแม็กกี้ (มาเลเซีย) ครองตลาดภายในประเทศของตนเองอย่างแข็งแกร่ง และยังส่งออกจำนวนมหาศาลไปทั่วโลก

อ้างอิง: VnExpress International – Business Section ผู้เขียน: Dat Nguyen. 29 กันยายน 2025

#ส่วนแบ่งตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป #ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในอาเซียน

 #บัซซี่บีส์ ( ) จากจุดเริ่มต้นในฐานะผู้สร้าง Loyalty Platform เข้าใจง่าย ๆ คือ ระบบสะสมแต้ม-แลกของรางวัล เป็นผู้อยู่เบื...
01/10/2025

#บัซซี่บีส์ ( ) จากจุดเริ่มต้นในฐานะผู้สร้าง Loyalty Platform เข้าใจง่าย ๆ คือ ระบบสะสมแต้ม-แลกของรางวัล เป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต จนถึงวันนี้เป็นผู้ให้บริการระบบ CRM และ Loyalty ที่ใหญ่ที่สุดในตลาด โดยมีธุรกิจทั้งระดับองค์กร (Enterprise) และ SME กว่า 3,000 แพลตฟอร์ม ทั้งในไทย เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และกัมพูชา
เรียกได้ว่า ใครที่เคยใช้ระบบสะสมคะแนน แลกแต้ม บริการหรือสินค้าอะไรสักอย่างบนมือถือ คิดว่าร้อยทั้งร้อยต้องผ่านการเป็นผู้ใช้บริการระบบของบัซซี่บีส์มาแล้วทั้งนั้น
แต่บริษัทฯก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น ผู้ให้บริการ Loyalty Platform และ CRM แม้จะเป็นที่ 1 อย่างมั่นคงมานานแล้วก็ตาม โดยปัจจุบันบัซซี่บีส์พัฒนาไปจนถึงการสร้าง Ecosystem ดิจิทัลครบวงจร ที่ครอบคลุมทั้ง CRM, E-Commerce, Influencer และ Affiliate Marketing รวมกันเป็น Ecosystem และจัดเป็นผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานในโลกดิจิทัลที่ช่วยให้ทุกธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ตั้งเป้าหมายที่จะทำรายได้กว่า 3,400 ล้านบาท และก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งแพลตฟอร์มรายใหญ่ในอาเซียน หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไทยเบฟเดินหน้าต่อตามแผน PASSION 2030 ต่อเนื่องจาก PASSION 2025แผนการดำเนินงานและทิศทางธุรกิจไทยเบฟ ปี 2569 จากการแถลงของ...
30/09/2025

ไทยเบฟเดินหน้าต่อตามแผน PASSION 2030 ต่อเนื่องจาก PASSION 2025
แผนการดำเนินงานและทิศทางธุรกิจไทยเบฟ ปี 2569 จากการแถลงของ ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ช่วงเช้าของวันนี้ (30 กันยายน 2568)
แผนงาน PASSION 2030 ภายใต้วิสัยทัศน์การเติบโตอย่างยั่งยืน
• เป็นการต่อยอดจากแผน PASSION 2025 ไปสู่ PASSION 2030 โดยมุ่งสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน (Enabling Sustainable Growth)
• โดยแม้จะมีความท้าทายด้านเศรษฐกิจมหภาคและต้นทุนที่ผันผวน แต่ ฐาปนเชื่อว่า ไทยเบฟสามารถ “ก้าวข้ามอุปสรรค” ได้ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่ง และการบริหารอัตรากำไรและความเสี่ยงอย่างมีวินัย
• ไทยเบฟจะใช้จุดแข็งการแข่งขันและขีดความสามารถหลักของตนมาเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มในทุกธุรกิจ
กลยุทธ์หลัก: Reach Competitively และ Digital for Growth
• Reach Competitively ขยายศักยภาพการกระจายสินค้าและบริการ ให้มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่องทางและทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง
• Digital for Growth ขยายการนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัล มาใช้ในระบบขายอัตโนมัติ, การดำเนินงาน, การผลิต, การกระจายสินค้า รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ตอบสนองลูกค้ายุคใหม่
ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.–ก.ย.)
ไทยเบฟเปิดเผยผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ดังนี้:
• รายได้รวมจากการขาย ~ 258,621 ล้านบาท (ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน)
• EBITDA รวม ~ 45,026 ล้านบาท ลด ~4.0 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
• แยกตามกลุ่มธุรกิจ:
• สุรา: รายได้ ~92,778 ล้านบาท (ลด ~0.8 %) / EBITDA ลด ~5.4 %

• เบียร์: รายได้ ~96,497 ล้านบาท (เพิ่ม ~4.8 %) / EBITDA เพิ่ม ~4.0 %

• เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์: รายได้ ~49,326 ล้านบาท (ลด ~0.7 %) / EBITDA ลด ~6.3 %

• อาหาร: รายได้ ~16,563 ล้านบาท (ลด ~1.4 %) / EBITDA ลด ~19.5 %
แผนการลงทุน ปี 2569
• ไทยเบฟตั้งงบลงทุน (CAPEX) สำหรับปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาท
• การลงทุนส่วนใหญ่จะถูกจัดสรรไปยังธุรกิจ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากการแข่งขันสูงและโอกาสเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ และ ดิจิทัล
• ไทยเบฟยังมีแผนขยายธุรกิจในมาเลเซียและสิงคโปร์ ผ่านการบริหารบริษัทในเครือ F&N ซึ่งถือเป็น “ประตู” สู่ตลาดมุสลิมและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
โอกาส ความท้าทาย และบทบาทด้าน ESG รวมถึงความยั่งยืน
• ฐาปนกล่าวถึงความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และต้นทุนที่ผันผวน แต่ยืนยันว่าไทยเบฟมี “รากฐานที่แข็งแกร่ง” ที่ช่วยให้ผ่านช่วงยากลำบากได้
• ESG เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์องค์กร ซึ่งไทยเบฟมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Net-Zero) ครอบคลุม Scope 1, 2 และ 3 ภายในปี 2050
• การดำเนินงานที่ผ่านมา เช่น ติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่โรงงานในไทย, ประเมินความเสี่ยงภูมิอากาศที่สถานประกอบการต่าง ๆ, งานเก็บขยะบรรจุภัณฑ์, การพัฒนาแพ็กเกจจิ้งแบบรีไซเคิล ฯลฯ
มุมมองตลาดแนวโน้มธุรกิจมีทั้งสดใสและท้าทาย
• ธุรกิจเบียร์ได้แรงส่งจากการท่องเที่ยวฟื้นตัว และสภาพอากาศร้อน ซึ่งช่วยกระตุ้นการบริโภคเบียร์ในไทย
• อย่างไรก็ตาม ตลาดเบียร์ในเวียดนามมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกฎระเบียบภายในประเทศ
• ไทยเบฟมองว่าโอกาสอยู่ในทุกตลาด หากสามารถปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค, ใช้เทคโนโลยี, และบริหารต้นทุนได้ดี

#ไทยเบฟ ิริวัฒนภักดี #เบียร์ช้าง #กลยุทธ์การตลาดไทยเบฟ #แผนธุรกิจไทยเบฟ

 #ยูนิโคล่ ( ) สานต่อโครงการเพื่อสังคมระดับโลก “The Heart of LifeWear” ส่งมอบ ฮีทเทค (HEATTECH) เพิ่มเติมอีก 1 ล้านชิ้น ...
30/09/2025

#ยูนิโคล่ ( ) สานต่อโครงการเพื่อสังคมระดับโลก “The Heart of LifeWear” ส่งมอบ ฮีทเทค (HEATTECH) เพิ่มเติมอีก 1 ล้านชิ้น ภายในปี 2568
เพื่อส่งต่อความอบอุ่นให้แก่ผู้ที่ต้องการทั่วโลก อาทิ ผู้ถูกบังคับให้พลัดถิ่น เด็กๆ ที่ขาดแคลน และผู้ประสบภัยพิบัติทั่วโลก ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้คนทั่วโลก
โดยหลังเปิดตัวโครงการ “The Heart of LifeWear” และส่งมอบฮีทเทคไปแล้ว 1 ล้านชิ้นในช่วงฤดูหนาวปี 2567

#บริจาคเสื้อผ้า #ซีเอสอาร์ระดับโลก

KTO ตั้งเป้าดึง 40,000 นักเดินทางกลุ่ม MICE ไทยสู่เกาหลีในปี 2568 นี้ #องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ( ) รุกตลาด   ...
30/09/2025

KTO ตั้งเป้าดึง 40,000 นักเดินทางกลุ่ม MICE ไทยสู่เกาหลีในปี 2568 นี้
#องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ( ) รุกตลาด ไทย ตั้งเป้าดึงนักเดินทางกลุ่ม Incentive, ท่องเที่ยวดูงาน, สัมมนา กว่า 40,000 คน หรือราว 400 กรุ๊ป ภายในปี 2568 พร้อมเพิ่มตลาดจากไทยอีก 20% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า
โดยนำเสนอจุดแข็งของประเทศเกาหลีใต้ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก สนามบินอินชอน ระบบ Wi-Fi ครอบคลุม มาตรฐานความปลอดภัยสูง ผสาน Soft Power K-Culture เช่น K-pop, K-food และกิจกรรม Wellness ผ่านงาน IT&CMA กรุงเทพฯ และต่อยอดด้วย Korea MICE Roadshow เชียงใหม่ เพื่อเข้าถึงตลาดผู้แทนเอเจนซี่ ภาคธุรกิจ และองค์กรกว่า 120 ราย
นักเดินทางกลุ่ม MICE จัดเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เพราะโดยส่วนใหญ่มีการใช้จ่ายสูงเกือบ 2 เท่าของนักท่องเที่ยวทั่วไป
ซึ่งเกาหลีใต้เอง ก็มีความพร้อมรองรับ ทั้งสิทธิประโยชน์และโปรแกรมสนับสนุน เช่น Gala Dinner, Team Building, K-pop Booth, K-food Truck และบริการจัดทำวิดีโอทริป นอกจากนี้ เมืองคยองจูและจังหวัดคยองบุกยังเป็นเจ้าภาพ APEC Summit 2025 ในปีนี้ด้วย

#เที่ยวเกาหลี #อุตสาหกรรมไมซ์

ศุภจี แถลงสภาวันแรกเสนอ 6 มาตรการช่วยเอสเอ็มอี ทำได้ใน 4 เดือน29 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรี...
30/09/2025

ศุภจี แถลงสภาวันแรกเสนอ 6 มาตรการช่วยเอสเอ็มอี ทำได้ใน 4 เดือน
29 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นครั้งแรก โดยยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้จะเร่งเจรจารายละเอียดทางเทคนิคของ Agreement on Reciprocal Tax ให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน ขณะเดียวกันได้รายงานความคืบหน้าเรื่องการป้องกันการสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้า โดยออก Certificate of Origin (C/O) ที่มีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น ทั้งระบบตรวจสอบย้อนกลับ การใช้ลายน้ำ และระบบดิจิทัลที่ทำให้ปลอมแปลงได้ยาก
สำหรับ ผู้ประกอบการ SME กระทรวงพาณิชย์ได้วางมาตรการช่วยเหลือครบ 6 ด้าน ดังนี้
1. ขยายตลาดใหม่ – เจาะลึกความต้องการของตลาดเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา และละตินอเมริกา พร้อมจับคู่ธุรกิจกับสมาคมและเครือข่ายเอกชน เพื่อให้ SME ไทยเข้าถึงตลาดเกิดใหม่ได้จริง
2. เพิ่มศักยภาพธุรกิจ – สนับสนุนแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านบัญชีและสินค้าคงคลัง โดยร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมมอบทุนสนับสนุนรายละ 10,000 บาท เพื่อให้ SME เข้าถึงการใช้เครื่องมือดิจิทัล
3. พัฒนาสินค้าเป้าหมาย – มุ่งเน้น 6 กลุ่มธุรกิจศักยภาพ ได้แก่ อาหาร สุขภาพ ความงาม สุขภาพครอบครัว ค้าส่ง-ค้าปลีก และบริการผู้สูงอายุ เพื่อสร้างความต่างและยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย
4. ลดต้นทุนและค่าครองชีพ อาทิ เดินหน้ามหกรรมธงฟ้าในพื้นที่ชายแดน และขยายความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชน ให้ผู้ป่วยรู้ราคายาก่อนจ่ายเงิน และสามารถเลือกซื้อยาภายนอกได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดได้กว่า 34,000 ล้านบาทต่อปี
5. คุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความเชื่อมั่นสินค้าไทย – เร่งกวาดล้างสินค้าปลอม/ผิดกฎหมาย ทั้งตลาดจริงและออนไลน์ โดยใช้มาตรการ Notice & Takedown ควบคู่กับการเสริมตราสัญลักษณ์คุณภาพ เช่น GI, Thai Select, Thailand Trust Mark ฯลฯ

6. เพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุนและโลจิสติกส์ – ส่งเสริมการเข้าถึงสินเชื่อ ลดต้นทุนขนส่ง และผลักดันให้ SME ได้มีส่วนร่วมในโครงการจัดซื้อจัดจ้างทั้งภาครัฐและเอกชนรายใหญ่
นอกจากนี้ รมว.พาณิชย์ยังกล่าวถึงมาตรการด้านสินค้าเกษตร การพยากรณ์อุปสงค์-อุปทานด้วย AI และการหาพืชมูลค่าสูงทดแทน เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวให้เกษตรกร พร้อมทั้งมาตรการเร่งด่วน 4 เดือน เช่น การช่วยเหลือค่าปุ๋ย 1,000 บาทต่อครัวเรือนเกษตรกร 4.63 ล้านครัวเรือน และโครงการสินเชื่อชะลอการขายผลผลิตกว่า 3 ล้านตัน
ในด้านการส่งออก รัฐบาลจะเร่งเจรจาการค้ารัฐต่อรัฐ กับจีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ พร้อมขยายตลาดใหม่ เช่น ซาอุดีอาระเบีย ฮ่องกง และยุโรป เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก
ศุภจี ย้ำว่า แม้เวลาจะมีเพียง 4 เดือน แต่รัฐบาลและคณะเศรษฐกิจมีความตั้งใจที่จะสร้างผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ และขอความร่วมมือทุกฝ่ายในการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้เศรษฐกิจไทย

#รมวพาณิชย์ #มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี #เอสเอ็มอีไทย

ความกังวลสูงสุดของ ชนินทร์ โทณวณิก อยู่ที่ความเชื่อว่า แบรนด์อยู่ในความเสี่ยงสูงถึงขั้นอาจหายไปหากคู่แข่งเข้ามาควบคุม “ด...
29/09/2025

ความกังวลสูงสุดของ ชนินทร์ โทณวณิก อยู่ที่ความเชื่อว่า แบรนด์อยู่ในความเสี่ยงสูงถึงขั้นอาจหายไปหากคู่แข่งเข้ามาควบคุม “ดุสิตธานี”
ชนินทร์ โทณวนิก แถลงการณ์หลังการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นดุสิตธานี เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ประเด็นสำคัญหนึ่งคือความกังวลต่อความเสี่ยงของแบรนด์ดุสิตธานี
โดยเขาชี้แจงว่า ธุรกิจของ ดุสิตธานี และ กลุ่มเซ็นทรัล แข่งขันกันโดยตรงมานาน หากปล่อยให้คู่แข่งเข้ามามีกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงในบอร์ด หมายถึงการปล่อยทิศทางการบริหารให้ถูกควบคุมโดยคู่แข่งทางการค้า
สิ่งที่น่าห่วงคือ คู่แข่งจะเข้าถึง ข้อมูลภายในที่มีค่ามหาศาล เช่น ฐานลูกค้า กลยุทธ์การตลาด และการบริหารที่ทีมงานดุสิตธานีสั่งสมมา แล้วนำไปสร้างประโยชน์ต่อธุรกิจของตนเอง ขณะที่ดุสิตธานีอาจเสียหายจนยากจะแก้ไข
ทั้งย้ำด้วยว่า ความเสี่ยงนี้ไม่เพียงกระทบต่อบริษัท แต่ยัง ไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้น คู่ค้า และผู้บริโภค เพราะสุดท้ายแบรนด์ไทยอย่างดุสิตธานีอาจถูกกลืนหายไปจากตลาดได้
พร้อมกันนี้ เขาได้ขอบคุณผู้ถือหุ้นที่ร่วม ปกป้อง “ดุสิตธานี” โดยโหวต "วาระถอดถอน" เขาจากกรรมการ ด้วยคะแนนของผู้ถือหุ้นกว่า 86.5% ที่ลงมติ "ไม่เห็นด้วย" ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเสียงจากผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ลุกขึ้นมาปกป้องแบรนด์ไทย
เขายืนยันจะทำงานด้วยความโปร่งใส มุ่งพัฒนาโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค และผลักดันดุสิตธานีให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง พร้อมสัญญาจะรักษา “ดุสิตธานี” ให้เป็นมรดกยั่งยืนของคนไทย

#ผลประชุมผู้ถือหุ้นดุสิต #ดุสิตเซ็นทรัล #คู่แข่งทางการค้า

EU CBAM: เกมใหม่ที่ผู้ประกอบการไทยหนีไม่พ้นศูนย์วิจัยกสิกรไทยเตือน ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งรับมือมาตรการเก็บภาษีคาร์บอน (...
29/09/2025

EU CBAM: เกมใหม่ที่ผู้ประกอบการไทยหนีไม่พ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเตือน ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งรับมือมาตรการเก็บภาษีคาร์บอน (EU CBAM) ที่จะเริ่มต้นปีหน้า(2569) แม้สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์จะไม่จริงจังเรื่องโลกร้อนและทำให้เกิดการผ่อนปรน แต่กระแสความยั่งยืนยังเป็นเมกะเทรนด์โลกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยคาดว่า EU CBAM อาจส่งผลกระทบการส่งออกไทยเพิ่มจาก 1.1 หมื่นล้าน เป็น 2.8 หมื่นล้านบาทในปี 2573 หากไม่ลดการปล่อยคาร์บอน ผู้ประกอบการอาจเสียภาษีเฉลี่ย 5 แสนบาทต่อการส่งออกทุก 1 ล้านบาท เสี่ยงเสียเปรียบคู่แข่ง
ปัจจุบัน ถือว่าไทยยังล่าช้าเรื่องกฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ทำให้ไม่สามารถเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนกลับมาใช้ในประเทศเหมือน EU แนะผู้ประกอบการเลือก “รอหรือลุย” โดยช่วงปี 2568–2573 คือหัวเลี้ยวหัวต่อ ใครเริ่มปรับตัวก่อนจะได้เปรียบ
แนวทางเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก เช่น ใช้พลังงานคุ้มค่า จัดการของเสีย เลือกซัพพลายเออร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยลดต้นทุน เสริมแบรนด์ และค่อย ๆ ขยับตามมาตรฐานโลก

#ภาษีคาร์บอน

ที่อยู่

SM Magazine บริษัท เอส สแควร์ แมกกาซีน จํากัด 1511/53-54 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SM Magazineผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง SM Magazine:

แชร์