News Creator Thai

News Creator Thai สื่อสารทุกภารกิจ ถูกต้องตามกฎหมาย และสังคมดี สร้างสรรค์คอนเทนต์สายข่าว (Influencer สายข่าว) ที่ทำหน้าที่รายงาน วิเคราะห์ข่าวสารบนแพลตฟอร์มต่างๆ

✍️ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิรันดร์ 🙏
12/08/2026

✍️ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิรันดร์ 🙏

INSURANCE UPDATE : วิริยะประกันภัย ร่วมพิธีทอดผ้าป่า 32 ปี สัตวแพทย์ มช.สมทบทุนพัฒนารพ.ช้างแห่งแรกในเชียงใหม่ ​รศ.น.สพ.ด...
11/08/2026

INSURANCE UPDATE : วิริยะประกันภัย ร่วมพิธีทอดผ้าป่า 32 ปี สัตวแพทย์ มช.
สมทบทุนพัฒนารพ.ช้างแห่งแรกในเชียงใหม่

​รศ.น.สพ.ดร.ฉัตรโชติ ทิตาราม ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพช้างและสัตว์ป่า โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับมอบงบประมาณสนับสนุน จำนวน 152,500 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายประสิทธิ์ สุนะชูแสง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนมอบ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครบรอบ 32 ปี เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องให้การรักษาด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound Therapy) จำนวน 100,000 บาท และสมทบทุนกิจกรรมทอดผ้าป่าเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์และการบริหารจัดการโรงพยาบาลช้าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 52,500 บาท โดยการสนับสนุนดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานภายใต้โครงการ “รักษ์ช้างยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมการรักษาช้างและผลักดันแหล่งวิจัยทางการศึกษาให้กับนิสิตนักศึกษา คณาจารย์ นักวิจัย และควาญช้าง ในพื้นที่ตำบลแม่แตง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงหน่วยงานภายนอก อันนำไปสู่การยกระดับแนวทางอนุรักษ์ช้างให้คงอยู่คู่ชุมชนต่อไป ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

​สำหรับ “โครงการรักษ์ช้างยั่งยืน” บริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2563 โดยเริ่มต้นจากภารกิจสนับสนุนทุนวิจัยการพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตอาหารเลี้ยงช้าง คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อช่วยเหลือช้างให้รอดพ้นจากภาวะขาดแคลนอาหาร ช่วงวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ตลอดจนสร้างแหล่งอาหารช้างอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากภารกิจดังกล่าว บริษัทฯ ได้มีโอกาสดำเนินความร่วมมือกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะพันธมิตรเพื่อการอนุรักษ์และบริบาลช้างไทยอีกหลายกิจกรรม อาทิ โครงการพัฒนาผู้ช่วยสัตวแพทย์ การสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหารและยารักษาโรคช่วงภัยพิบัติ ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายร่วมมือระหว่างกลุ่มวิริยะจิตอาสากับชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและช้างไทยอย่างเป็นรูปธรรม

#วิริยะประกันภัย
#ความเป็นธรรมคือนโยบาย
#โครงการรักษ์ช้างยั่งยืน

TOURISM UPDATE : เปิดปรากฎการณ์สุดยิ่งใหญ่   พัทลุง-ททท. จัดงาน “397 ปีชัยบุรี ปาฏิหาริย์แห่งรักพัทลุง By Amazing Thaila...
11/08/2026

TOURISM UPDATE : เปิดปรากฎการณ์สุดยิ่งใหญ่ พัทลุง-ททท. จัดงาน “397 ปีชัยบุรี ปาฏิหาริย์แห่งรักพัทลุง By Amazing Thailand”ปลุกมนต์เสน่ห์เมืองเก่าชัยบุรี เชื่อมประวัติศาสตร์ ศรัทธา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

เมื่อเร็วๆนี้ที่วัดเขาเมืองเก่า ตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดพัทลุง ,บริษัท คอม อาร์ต โปรดักชั่น จำกัด และหน่วยงานพันธมิตร จัดพิธีเปิดงาน “397 ปีชัยบุรี ปาฏิหาริย์แห่งรักพัทลุง By Amazing Thailand”อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศที่งดงามและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ของเมืองเก่าชัยบุรี

พิธีเปิดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.นาที รัชกิจประการ ประธานชมรมลูกเสือชาวบ้าน 14 จังหวัดภาคใต้, นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง, นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นาวาอากาศเอก ดร.อธิคุณ คงมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง เขต 1, นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน สื่อมวลชน นักท่องเที่ยว และประชาชนชาวพัทลุง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดยการจัดงาน “397 ปีชัยบุรี ปาฏิหาริย์แห่งรักพัทลุง By Amazing Thailand” เมื่อ ระหว่างวันที่ 8–10 สิงหาคม 2569เป็นการสานต่อความสำเร็จจากงาน “390 ปีชัยบุรี เปิดวิถีเมืองเท่พัทลุง” สู่การยกระดับเมืองเก่าชัยบุรีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความเชื่อ ความศรัทธา และวิถีชุมชนร่วมสมัย โดยนำคุณค่าของพื้นที่ประวัติศาสตร์มาต่อยอดเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเมืองพัทลุงเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม
เมืองเก่าชัยบุรีถือเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญ และเป็นหนึ่งในรากฐานของเมืองพัทลุง เป็นพื้นที่ที่มีทั้งโบราณสถาน ศาสนสถาน เรื่องเล่า ความเชื่อ ความศรัทธา และธรรมชาติอันงดงาม โดยเฉพาะวัดเขาเมืองเก่า ซึ่งเป็นจุดหมายสำคัญที่สะท้อนความรุ่งเรืองของอดีต และยังคงมีพลังทางจิตใจต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาจนถึงปัจจุบันโดยการจัดงานครั้งนี้ชูแนวคิด “ปาฏิหาริย์แห่งรักพัทลุง” เพื่อสื่อถึงความรักในหลายมิติ ทั้งความรักต่อผืนแผ่นดินถิ่นกำเนิด ความรักของบรรพชนที่ร่วมกันสร้างบ้านแปงเมือง ความรักของชุมชนที่ร่วมกันอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และความรักของคนรุ่นใหม่ที่นำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดคุณค่าของบ้านเมืองให้กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

นักท่องเที่ยว ได้สัมผัสกิจกรรมในรูปแบบ “7 พื้นที่แห่งรัก” เชื่อมทุกความรู้สึก สร้างทุกประสบการณ์ ได้แก่ พลังรักและศรัทธา พิธีบวงสรวงและเส้นทางมงคล 3 สถานที่, มหัศจรรย์ขุนเขาแห่งรัก การประดับแสงไฟและ Lighting Installation ที่งดงามเหมาะแก่การถ่ายภาพ, เส้นทางแห่งรัก จุดถ่ายภาพและพื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว, หัตถศิลป์ร้อยรัก พื้นที่งานฝีมือและผลิตภัณฑ์ชุมชน, รสมือแห่งรัก เปิดครัวเมืองลุงให้ชิมอาหารพื้นถิ่น, รักษ์โลกรักเมืองลุง โซนบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และ โซนปาฏิหาริย์แห่งรัก เวทีการแสดง แสง สี เสียง และสื่อผสมสุดอลังการ

พร้อมกันนี้ ยังได้ชมการแสดง แสง สี เสียง และสื่อผสม ชุด “397 ปีชัยบุรี ปาฏิหาริย์แห่งรักพัทลุง” ที่เขียนบทและกำกับการแสดงโดย นายศุภวัฒน์ จงศิริ “ศุภักษร” ประธานบริษัท คอม อาร์ต โปรดักชั่น จำกัด ผู้กำกับแสง สี เสียงชื่อดัง ถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองพัทลุงและเมืองเก่าชัยบุรีผ่าน 8 องก์การแสดง ได้แก่ องก์ที่ 1 อัศจรรย์ ศรัทธา พระนางเลือดขาว, องก์ที่ 2 ฟ้าเต็มดาว พราวนาฏะ โนราสมัย, องก์ที่ 3 ปฐมบท ชัยบุรี รวีไกล, องก์ที่ 4 รุ่งไสว ความโรจน์เรือง เมืองปราการ, องก์ที่ 5 แดนศักดิ์สิทธิ์ จิตวิญญาณ การเสียสละ, องก์ที่ 6 อารยะ ดำรงอยู่ คู่ถิ่นฐาน, องก์ที่ 7 สืบตะวัน จันทรา เรืองตระการ และองก์ที่ 8 ปาฏิหาริย์แห่งรักพัทลุง พร้อมระบบแสง สี เสียง จอภาพ ระบบเอฟเฟกต์ เทคนิคพิเศษ พลุ ดอกไม้ไฟ และไพโรเทคนิค สร้างความประทับใจแก่ผู้ชม และปลุกเมืองเก่าชัยบุรีให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์

โดยตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสัมผัสกิจกรรมหลากหลาย ทั้งพิธีบวงสรวงบูชาสักการะเจ้าเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เส้นทางมงคลเชื่อมโยง 3 สถานที่ ได้แก่ วัดเขาเมืองเก่า ศาลหลักเมืองเก่าชัยบุรี และถ้ำน้ำบนหุบเขาชัยบุรี การตกแต่งกำแพงเมืองเก่าและเจดีย์ จุดถ่ายภาพอัตลักษณ์เมืองพัทลุง โซนงานฝีมือชุมชน โซนอาหารและเครื่องดื่มรวมกว่า 60 ร้านค้า กิจกรรมนันทนาการเพื่อสุขภาพโดยกรมพลศึกษา การแสดงศิลปวัฒนธรรม วงดนตรีพื้นบ้าน และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีการแสดงจากศิลปินชื่อดังตลอด 3 วัน

การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างความสุขให้แก่ประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และภาคบริการในพื้นที่ พร้อมทั้งช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัดพัทลุงในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่น และน้ำใจของผู้คน โดยเฉพาะเสน่ห์ของเมือง “เขา ป่า นา เล” ที่รอให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางมาค้นหา

#ท่องเที่ยวพัทลุง #ชัยบุรี
#ชมรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว
#ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว
#สมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยว

TOURISM NEWS : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย ร่วมกับชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนนครชุม และเทศบา...
10/08/2026

TOURISM NEWS : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย ร่วมกับชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนนครชุม และเทศบาลตำบลนครชุม ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจร่วมเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ภายใต้กิจกรรม “Feel all the feelings @ Kamphaeng Phet” ณ ตลาดย้อนยุคนครชุม ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อร่วมสัมผัสเสน่ห์ของชุมชนเก่าอันทรงคุณค่า ผ่านวิถีชีวิต วัฒนธรรม อาหาร และเรื่องราวที่ยังคงมีชีวิต

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569
นำโดย นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธาน พร้อมด้วยว่าที่ ร.ต.ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุโขทัย และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมพิธีเปิดงานดังกล่าวฯ
กิจกรรมจะจัดขึ้นจำนวน 2 ครั้ง ได้แก่ วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 และ วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 โดยมุ่งสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ให้นักท่องเที่ยวได้ “สัมผัสความรู้สึก” ของเมืองกำแพงเพชร ผ่านอัตลักษณ์ของชุมชนและการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่

ภายในงานพบกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การจำหน่ายอาหารพื้นเมืองและเมนูขึ้นชื่อของจังหวัดกำแพงเพชร การเดินเลือกซื้อสินค้าภายในตลาดย้อนยุคที่สะท้อนวิถีชุมชน พร้อมมุมถ่ายภาพบรรยากาศสุดคลาสสิกที่พร้อมสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกช่วงวัย

กิจกรรม “feel all the feelings @ Kamphaeng Phet” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Meaningful Travel) ที่มุ่งถ่ายทอดเสน่ห์ของชุมชนผ่านผู้คน เรื่องราว และวิถีชีวิต เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ค้นพบว่าจังหวัดกำแพงเพชรไม่ได้มีเพียงแหล่งท่องเที่ยวที่งดงาม แต่ยังเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความทรงจำ และความรู้สึกที่รอให้ทุกคนมาสัมผัสด้วยตนเอง

ทท.สำนักงานสุโขทัย ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมออกเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์ของชุมชนนครชุม และร่วม “feel all the feelings” ไปพร้อมกัน ณ ตลาดย้อนยุคนครชุม ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 และวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจFacebook ททท.สำนักงานสุโขทัย : TAT Sukhothai Office หมายเลขโทรศัพท์ 055 616 228 ในวันเวลาราชการ

NEWS UPDATE :  ร.อ.ธรรมนัส มอบรองหัวหน้าพรรคและคณะสส.“กล้าธรรม”ร่วมต้อนรับ จุฬาราชมนตรี วันที่ื 9 สิงหาคม 2569  ร.อ.ธรรม...
09/08/2026

NEWS UPDATE : ร.อ.ธรรมนัส มอบรองหัวหน้าพรรคและคณะสส.“กล้าธรรม”ร่วมต้อนรับ จุฬาราชมนตรี

วันที่ื 9 สิงหาคม 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม มอบหมายให้ รองหัวหน้าพรรค อาทิ พล.ต.ต. สุรินทร์ ปาลาเร่ นายนัจมุดดีน อูมา นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ พร้อมด้วย นางปวีณา หงสกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ตลอดจนคณะสส.ของพรรค อาทิ นายยูนัยดี วาบา สส.ปัตตานี นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ, นายลุตฟี หะยีอีแต สส.นราธิวาส ร่วมต้อนรับ นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี

โอกาสนี้ ยังร่วมกันเป็นตัวแทนหัวหน้าพรรคกล้าธรรม แสดงความยินดี กับบุตรชายทั้ง 3 คนของ ดร.อะห์มัด อิสัน อดีตประธานกรรมการอิสลามจังหวัดพัทลุง ปัจจุบัน ประธานฝ่ายกิจการสตรีและเยาวชน สำนักจุฬาราชมนตรี และที่ปรึกษานายกอบจ.พัทลุง ที่ได้เข้าพิธี มงคลสมรสกับเจ้าสาวทั้ง 3 คน ณ บ้านพักอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง

#จุฬาราชมนตรี
#พรรคกล้าธรรม

POLITIC UPDATE : “ธรรมนัส” นำทัพลงใต้ เตรียมตั้งศูนย์ประสานงานทั่วพื้นที่   “สถาบันการเมืองโรงเรียนต้นกล้า กล้าทำ” ปักธง...
08/08/2026

POLITIC UPDATE : “ธรรมนัส” นำทัพลงใต้ เตรียมตั้งศูนย์ประสานงานทั่วพื้นที่ “สถาบันการเมืองโรงเรียนต้นกล้า กล้าทำ” ปักธง 3 จชต. และ 4 อำเภอสงขลา

วันที่ 8 ส.ค. 69 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานบริหารและขับเคลื่อนภารกิจทางการเมืองพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 1/2569 ณ โรงแรมอัลฟาฮัจย์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีรองหัวหน้าพรรค อาทิ นายนัจมุดดีน อูมา , พล.ต.ต. สุรินทร์ ปา ลา เร่ , จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ และนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ รวมถึงนางปวีณา หงสกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหาร และสมาชิกพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญในการแต่งตั้งคณะทำงานบริหารและขับเคลื่อนภารกิจทางการเมืองในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเห็นชอบแนวทางจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานพรรคกล้าธรรม ในจังหวัดต่าง ๆ ที่มี สส. ของพรรค เพื่อเป็นกลไกเชื่อมโยงการทำงานกับประชาชน รับฟังปัญหา และประสานการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้เข้าถึงได้อย่างทั่วถึงและเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีแนวทางจัดตั้ง “สถาบันการเมืองโรงเรียนต้นกล้า กล้าทำ” ยกระดับโครงการอบรมเยาวชนให้เป็นสถาบันการเมืองของพรรค เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนและแกนนำเยาวชนในพื้นที่ ผ่าน 3 หลักสูตรหลัก พร้อมวางยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนพื้นที่ 4 ด้าน ได้แก่ การศึกษา กฎหมาย ศาสนา และวัฒนธรรม

โดยพรรคมีแนวทางเปิดพื้นที่ให้ภาควิชาการและภาคสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรและการทำงาน ทั้งสถาบันการศึกษา 4 มหาวิทยาลัยในพื้นที่ กลุ่มนักวิชาการ สถาบันปอเนาะ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา เพื่อให้การพัฒนาเยาวชนสอดคล้องกับบริบทและความต้องการของพื้นที่

ขณะเดียวกัน คณะทำงานฯ เตรียมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ด้านวิชาการ ร่วมกับ 4 มหาวิทยาลัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เพื่อระดมความคิดเห็นและวางแนวทางการทำงานร่วมกันในระยะต่อไป

ภายหลังการประชุม ร.อ.ธรรมนัส ยังได้เดินทางไปพบปะแกนนำและ สส. ของพรรค ณ สำนักงานนายเดชอิศม์ ขาวทอง ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา เพื่อหารือและติดตามการขับเคลื่อนงานทางการเมืองในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

#การเมืองวันนี้
#สามจังหวัดชายแดนใต้
#พรรคกล้าธรรม
#ต้นกล้ากล้าทำ

NEWS UPDATE : คุณแม่สุดทน !  ร้องสื่อฯ ลูกชายนักกีฬาเจ็ตสกีทีมชาติ แขนหัก 2 ท่อนในโรงเรียน รอคำรับผิดชอบนานเกือบ 5 เดือน...
07/08/2026

NEWS UPDATE : คุณแม่สุดทน ! ร้องสื่อฯ ลูกชายนักกีฬาเจ็ตสกีทีมชาติ แขนหัก 2 ท่อนในโรงเรียน รอคำรับผิดชอบนานเกือบ 5 เดือน

ทางผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของ เด็กชาย “เต็งหนึ่ง” นักกีฬาเจ็ตสกีเยาวชนทีมชาติไทย ได้รับบาดเจ็บกระดูกแขนขวาหัก 2 ท่อนภายในโรงเรียน เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 69 จนต้องใส่เฝือกนานกว่า 1 เดือนครึ่ง และยังมีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว รวมถึงสภาพจิตใจ ทำให้ไม่สามารถกลับไปเล่นกีฬา เจ็ตสกี ได้ตามปกติ

ด้านผู้เป็นแม่เผย รอความชัดเจนและความรับผิดชอบจากทุกฝ่ายมานานเกือบ 5 เดือน แต่ยังรู้สึกว่าไม่ได้รับการเยียวยาหรือคำชี้แจงที่เพียงพอ จึงตัดสินใจเดินหน้าตามกระบวนการทางกฎหมาย และร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป หรือถ้าหากมีผู้ใดต้องการช่วยเหลือในเรื่องของรูปคดีและการร้องเรียนก็พร้อมทั้งหมด

#เต็งหนึ่ง #นักกีฬาเจ็ตสกีทีมชาติ

TOURISM UPDATE : กรุงเทพมหานคร – อพท. รวมพลังพันธมิตรและเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก เปิดงาน TCCN Forum 2026 เพื่อขับ...
07/08/2026

TOURISM UPDATE : กรุงเทพมหานคร – อพท. รวมพลังพันธมิตรและเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก เปิดงาน TCCN Forum 2026 เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเวที “Thailand Creative Cities Network: TCCN Forum 2026” ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) โดยมีภาคีเครือข่าย 5 หน่วยงานสำคัญร่วมเปิดงาน หวังสร้างเวทีต้นแบบในการรวมพลังภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาเมือง
ผ่านทุนวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับเมือง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยวยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรม

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากภาคีเครือข่ายสำคัญ รวม 7 หน่วยงาน ได้แก่ นางสาวสุนทรี เสริญสุขสัมฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองฯ (ผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม Ms. Soohyun Kim, Regional Director of UNESCO Regional Office in Bangkok นายเอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย นายพิชิต วีรังคบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นางสาวสุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ และนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. ร่วมเปิดงาน “Thailand Creative Cities Network: TCCN Forum 2026” ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) โดยมีผู้แทนเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) จากประเทศไทยและต่างประเทศ รวม 13 เมือง เข้าร่วม งานดังกล่าวถือเป็นการจัดเวทีเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการขับเคลื่อนการเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับโลก

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า การจัดงาน “Thailand Creative Cities Network: TCCN Forum 2026” อพท. ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ในการเชิญภาคีเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทั้งในประเทศไทย และในระดับนานาชาติ รวมมากถึง 13 เมือง เพื่อสร้างการรับรู้การพัฒนาเมือง ภายใต้แนวคิดเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN) และเผยแพร่ผลการดำเนินงานการพัฒนาเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโกของประเทศไทย ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวคิดและมุมมองการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์จากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “Creative Cities Connect: Connecting People • Culture • Creativity • Sustainability”

โดย 13 เมือง ที่จะมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเมืองและปัจจัยต่างๆ ให้เอื้อต่อการยกระดับขีดความสามารถของเมือง ทำให้เมืองน่าอยู่ และกลายเป็นเมืองน่าเที่ยว และมีการจัดนิทรรศการของแต่ละเมือง ประกอบด้วย
เมืองสร้างสรรค์ 4 ประเภท รวม 9 เมือง ได้แก่
เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (City of Gastronomy) ได้แก่ ภูเก็ต เพชรบุรี และสงขลา เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (City of Crafts and Folk Art) ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย และน่าน เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (City of Design) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และเชียงราย เมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี (City of Music) ได้แก่ สุพรรณบุรี

โดยใน 9 เมืองสร้างสรรค์ของไทย อพท. ได้เป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนรวมทั้งสิ้น 6 เมือง ได้แก่ สุโขทัย น่าน สงขลา เชียงราย สุพรรณบุรี และเพชรบุรี เมืองสร้างสรรค์ 3 ประเภท จากต่างประเทศ จำนวน 4 เมือง ที่เข้าร่วมในครั้งนี้ ได้แก่ เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (City of Design) ได้แก่ เบอร์ลิน สหพันธรัฐเยอรมนี
และเซบู สาธารณรัฐฟิลิปินส์ เมืองสร้างสรรค์ด้านวรรณกรรม (City of Literature) ได้แก่ จาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (City of Crafts and Folk Art) ได้แก่ อิชิเซน ประเทศญี่ปุ่น

ไฮไลต์ในงาน มีการปาฐกถาพิเศษและกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อาทิ
ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “กรุงเทพมหานครภายใต้เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO”
โดย นางสาวสุนทรี เสริญสุขสัมฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองฯ ผู้แทนจากกรุงเทพมหานคร ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การพัฒนาเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกภายใต้ทุนวัฒนธรรมของประเทศไทย” โดย นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรม เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาระบบการเงินของเมืองสร้างสรรค์ และการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ในสาขาต่างๆ จากผู้แทนเมืองสร้างสรรค์ทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนิทรรศการนำเสนออัตลักษณ์และศักยภาพของเมืองสร้างสรรค์ การแสดงศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้และต่อยอดความร่วมมือระหว่างเมืองสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาคและระดับโลก และเพื่อให้เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทั้งในและต่างประเทศได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้สัมผัสประสบการณ์จริง อพท. ยังได้จัดกิจกรรม Creative City Tour นอกสถานที่ 2 กิจกรรม ได้แก่
กิจกรรม Bangkok Technical Tour แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ กรุงเทพมหานคร เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ เพื่อเยี่ยมชมพิพิธตลาดน้อย ชุมชนเก่าแก่กว่า 200 ปี ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ปัจจุบันเป็นย่านรอยต่อทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานวิถีชีวิตเข้ากับสตรีทอาร์ท เยี่ยมชมนิทรรศการศิลปะ ริเวอร์ ซิตี้ และเยี่ยมชมศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC
กิจกรรม Pattaya Technical Tour ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ อพท. ได้เตรียมความพร้อมขับเคลื่อนสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ (City of Film)
เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN) เป็นอีกหนึ่งโครงการใหญ่ที่ยูเนสโกดำเนินงานควบคู่กับการประกาศแหล่งมรดกทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของโลก โดยเริ่มมาตั้งแต่ ปี 2004 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดย “เมืองสร้างสรรค์” (Creative City) จะเน้นความร่วมมือระหว่างชุมชนท้องถิ่นภาครัฐและภาคเอกชน ในการสร้างสรรค์เมืองผ่านนโยบายและกิจกรรมการพัฒนาสภาพแวดล้อม โครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ และการนำสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นมาพัฒนาและสร้างคุณค่าและเชื่อมโยงความเป็นเมืองต่างๆ ทั่วโลกเข้าด้วยกัน
ปัจจุบันมีเมืองกว่า 408 เมืองทั่วโลก ได้รับการประกาศเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์จากยูเนสโก สำหรับในประเทศไทย น่านและสงขลาเป็น 2 จังหวัดล่าสุด ที่ได้รับได้การประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ในระดับโลก (UCCN) ประจำปี 2025 ที่ผ่านมา อพท. มีนโยบายในการขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวและเมืองในพื้นที่พิเศษโดยเริ่มต้นจากการใช้เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือเครื่องมือที่เรียกว่า Global Sustainable Tourism Criteria (GSTC) เป็นเกณฑ์ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) ซึ่งมีทั้งหมด 4 มิติ ได้แก่ การบริหารจัดการความยั่งยืน ความยั่งยืนด้านสังคม-เศรษฐกิจ ด้านวัฒนธรรมและด้านสิ่งแวดล้อม
อพท. ศึกษาศักยภาพและความเหมาะสมของเมืองที่สามารถขับเคลื่อนตามแนวทาง UCCN มายกระดับเมือง
สู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก โดยขับเคลื่อนร่วมกับจังหวัด และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเริ่มขับเคลื่อนเมืองในพื้นที่พิเศษของ อพท. และพื้นที่เชื่อมโยง สู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์มาตั้งแต่ปี 2561 และมีเมืองที่ได้รับการประกาศเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกเมืองแรก คือ สุโขทัย ได้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (City of Crafts and Folk Art) เมื่อปี 2562 พร้อมกับกรุงเทพมหานคร ที่ได้เป็น
เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (City of Design)

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน อพท. ได้ร่วมขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ร่วมกับจังหวัดและภาคีเครือข่าย จนมีเมืองสร้างสรรค์ที่ได้รับประกาศจากยูเนสโกแล้วรวมทั้งสิ้น 6 เมือง ได้แก่ สุโขทัย น่าน สงขลา เชียงราย สุพรรณบุรี และเพชรบุรี และในปี 2570 กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับเมืองพัทยา และ อพท. วางเป้าหมายขับเคลื่อนพื้นที่พิเศษเมืองพัทยา สู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ (City of Film)
การขับเคลื่อนเมืองสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ถือเป็นการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลที่จะพัฒนาเมืองให้เกิดความยั่งยืนและตอบโจทย์การนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มและกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท้องถิ่น และตอบโจทย์บทบาทหน้าที่ของ อพท. ในการกำหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยการประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการของทุกภาคส่วนในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่พิเศษฯ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวมีคุณภาพ มีมาตรฐาน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมายของนักท่องเที่ยวคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป

รวมพลังเมืองสร้างสรรค์ UNESCO ไทย–นานาชาติ ขับเคลื่อนเมืองแห่งอนาคต
ผ่านความคิดสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวยั่งยืน

TAT UPDATE : ททท. เปิดเวที “TAT SM Connect” รับฟังเสียงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 5 ภูมิภาค ผนึกพลังทุกภาคส่วน ร่วมออกแบบอนาคต...
05/08/2026

TAT UPDATE : ททท. เปิดเวที “TAT SM Connect” รับฟังเสียงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 5 ภูมิภาค ผนึกพลังทุกภาคส่วน ร่วมออกแบบอนาคตการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “TAT SM Connect : สื่อสารทิศทาง ร่วมสร้างบทบาท รับฟังเสียงเพื่ออนาคต” ครอบคลุมพื้นที่ 5 ภูมิภาค ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ อุดรธานี เชียงใหม่ ระยอง และพังงา เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ ชุมชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลและทิศทางการตลาด เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของแต่ละพื้นที่ ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน รองรับ ความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

นางอร ดวงจันทร์ ผู้อำนวยการกองบริหารความยั่งยืน ททท. กล่าวว่า ททท. ให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ Partnership 360° กองบริหารความยั่งยืนจึงจัดกิจกรรม “TAT SM Connect: สื่อสารทิศทาง ร่วมสร้างบทบาท รับฟังเสียงเพื่ออนาคต” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้ง 7 กลุ่มได้มีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ตลอดจนสะท้อนมุมมอง ความต้องการ และความคาดหวังที่มีต่อการดำเนินงานของ ททท. โดยกิจกรรมดังกล่าวมุ่งส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมและการสร้างสรรค์แนวทางการดำเนินงานร่วมกัน หรือ Co-Creation เพื่อให้ ททท. สามารถนำข้อมูลและข้อคิดเห็นที่ได้รับไปวิเคราะห์และบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ รวมทั้งประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของแต่ละพื้นที่ ภายใต้แนวทางการบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ ททท. 3 ด้านหลัก ได้แก่ การกำกับกระบวนการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ การสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับภาคีเครือข่าย และการยกระดับศักยภาพบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน อันจะช่วยเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

​ กิจกรรม TAT SM Connect : สื่อสารทิศทาง ร่วมสร้างบทบาท รับฟังเสียงเพื่ออนาคต กำหนดจัดครอบคลุมพื้นที่ 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรม จี หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ มอลล์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์, ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรม อโมรา ท่าแพ, ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรม โกลเด้น ซิตี้ ระยอง และภาคใต้ จังหวัดพังงา จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 ณ โรงแรม เดอะแซนด์ เขาหลัก หัวใจสำคัญของกิจกรรมอยู่ที่การบูรณาการบทบาทของทุกภาคส่วน โดย ททท. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงข้อมูลและทิศทางการตลาดที่เป็นประโยชน์สู่พื้นที่และผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้ประกอบการและชุมชนสามารถนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานได้อย่างแม่นยำและสอดคล้องกับสถานการณ์ขณะเดียวกัน ททท. ยังมุ่งส่งเสริมและเชื่อมโยงคุณค่าของอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งสินค้า บริการ และประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อนำไปสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายและช่องทางการตลาดที่เหมาะสม พร้อมเปิดพื้นที่และสร้างกลไกประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ชุมชน และพันธมิตร ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมวางแผนการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การร่วมกันแก้ไขปัญหา ตอบสนองต่อความต้องการของคนในพื้นที่ และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

การลงพื้นที่และการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญที่ ททท. จะได้พูดคุยและรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ ทั้งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อกังวลจากทุกภาคส่วน ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนำไปออกแบบการดำเนินงาน การสื่อสาร และการสร้างความร่วมมือให้ตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเป้าหมายสุดท้ายคือการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สร้างความสุขและประโยชน์สุขให้แก่ทั้งนักท่องเที่ยวและชุมชนเจ้าของพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไปในระยะยาว

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางการบริหารความสัมพันธ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ ททท. สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://www.tat.or.th/about-tat/stakeholder หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารความยั่งยืน ททท. หมายเลข 0 2250 5500 ต่อ 1640-44

#ชมรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว

LOCAL NEWS : “ร.อ.ธรรมนัส” มอบ “บีลา-อามินทร์” ผู้แทนมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าฯ มอบเงินเยียวยา 100,000 บาท ช่วยครอบครัวนักฟ...
05/08/2026

LOCAL NEWS : “ร.อ.ธรรมนัส” มอบ “บีลา-อามินทร์” ผู้แทนมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าฯ มอบเงินเยียวยา 100,000 บาท ช่วยครอบครัวนักฟุตบอลเสียชีวิตจากเหตุฟ้าผ่า

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และประธานมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าเพื่อการกุศล มอบหมายให้นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ (สส.บีลา) และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.จังหวัดนราธิวาส พรรคกล้าธรรม เป็นผู้แทนมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าเพื่อการกุศล พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ ฝ่ายปกครองท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา จำนวน 100,000 บาท แก่ครอบครัวของนายซอฟวัน อาแว นักฟุตบอลสโมสร FC Yala ที่เสียชีวิตจากเหตุฟ้าผ่าขณะลงแข่งขันฟุตบอลรายการ “โก-ลก เอฟเอ คัพ” ณ สนามสันติภาพ (สนามบาบู) เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

นายอามินทร์ กล่าวว่า การช่วยเหลือครั้งนี้เป็นไปตามความห่วงใยของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ได้มอบหมายให้มูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าเพื่อการกุศลเร่งดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเหตุ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้

“ผมและคณะผู้แทนของร้อยเอกธรรมนัส มาร่วมแสดงความอาลัยต่อการจากไปของผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกช่วงเวลาที่ประสบความเดือดร้อน และขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมวิงวอนต่อองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) โปรดทรงเมตตาผู้วายชนม์ และประทานความอดทน ความเข้มแข็งแก่ครอบครัวและญาติพี่น้องทุกคน” นายอามินทร์ กล่าว

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ช่วยเหลือในครั้งดังกล่าว สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าเพื่อการกุศล ที่มุ่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สูญเสียอย่างไม่คาดคิด

#มูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าเพื่อการกุศล

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ News Creator Thaiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์