Channel Weez TH ถ้าเหงายังมีเราเป็นเพื่อนเติม

13/05/2026

กฎหมายปุ๊นไทย เหมาะสมหรือไม่ !?
วันนี้มาลองฟังความเห็นจากอินฟลูสายเขียวที่มาแรงที่สุดในขณะนี้กับ กัน เดินสโลว์

*คลิปวีดีโอนี้ถ่ายทำวันที่ 18 เมษา ก่อนที่กฎหมายสารสกัดจะถูกปลดล็อคทางการแพทย์

12/05/2026

ทุกวันนี้แค่หาเงินมาหาปุ๊นดูดก็เหนื่อยแล้ว
นี่กูยังต้องมาหาใบภท.อีกเหรอวะ

่ไหวแล้วว

สธ.ไฟเขียว พร้อมจับ ‘คนขาย-คนเติม’ ลั่นไทยไม่มีปุ๊นเสรี! อนุญาตเฉพาะทางการแพทย์  นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทร...
11/05/2026

สธ.ไฟเขียว พร้อมจับ ‘คนขาย-คนเติม’ ลั่นไทยไม่มีปุ๊นเสรี! อนุญาตเฉพาะทางการแพทย์
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในที่ประชุมวุฒิสภา ในกรณีคำถามของ สว.ที่ระบุว่าหากมีการจำหน่ายปุ๊นโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นเจ้าหน้าที่และท้องถิ่นสามารถจับได้ทันทีหรือไม่ นายพัฒนาชี้แจงว่า “จับได้ครับ หากปลูกใช้เองไม่มีความผิด แต่หากขายต้องมีใบรับรอง การขาย จำหน่าย ให้ผู้อื่นไปสูบ ทำไม่ได้”
นายพัฒนา ชี้แจงต่อว่า ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่จะบังคับใช้ให้ร้านค้าต้องปรับตัวเป็นสถานพยาบาลเท่านั้นภายในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า โดยจะต้องมีแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพ 6 วิชาชีพประจำตลอดเวลา พร้อมกำชับให้ส่งเอกสารเป็นอิเล็กทรอนิกส์เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและพร้อมตรวจสอบรายชื่อผู้ซื้อแพทย์ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น การจ่ายใบแพทย์ให้บุคคลเดิมซ้ำๆในช่วงระยะเวลาอันสั้นโดยไม่ได้ใช้รักษาจริง เป็นต้น

“ไม่เคยให้ใช้ปุ๊นเสรี มีเฉพาะใช้เพื่อการแพทย์ ทั้งนี้ยอมรับว่าปุ๊นเข้าถึงง่าย จึงพยายามควบคุมและตีกรอบการให้ใบอนุญาตและเร่งผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมการปลูก โดยตนเชื่อว่าการพัฒนาปุ๊นเป็นสารสกัดจะสามารถส่งเสริมเศรษฐกิจของไทยได้ ผ่านการส่งออกไปยังต่างประเทศ” นายพัฒนา กล่าว

นายพัฒนา กล่าวถึงความคืบหน้าการผลักดันพระราชบัญญัติปุ๊น (พ.ร.บ.) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น และจะสิ้นสุดในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 พร้อมยืนยันว่าจะเร่งผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวให้เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาและมีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้มีการควบคุมแหล่งปลูก ฟาร์มปลูก ที่ปัจจุบันไม่ได้ควบคุมเรื่องการลงทะเบียน จดทะเบียน ซึ่งยังคงไม่เพียงพอ

ผลวิจัยพบ!! สายเขียว 1 ใน 3 “เติมก่อนไปทำงาน” Gen Z ติดโผด้วยสำรวจเกี่ยวกับการใช้ยาเสพติดและสุขภาพระดับชาติของสหรัฐ (NSD...
10/05/2026

ผลวิจัยพบ!! สายเขียว 1 ใน 3 “เติมก่อนไปทำงาน” Gen Z ติดโผด้วย
สำรวจเกี่ยวกับการใช้ยาเสพติดและสุขภาพระดับชาติของสหรัฐ (NSDUH) ศึกษากลุ่มตัวอย่างปีละ 70,000 คนพบว่าวัยรุ่น Gen Z อายุ 18-25 คือกลุ่มที่เป็นสายเขียว Stoner เพราะมีสัดส่วน 1 ใน 3 หรือราว 35% ที่ชื่นชอบการเติมก่อนไปทำงาน เช่นเดียวกับชาว Millennial ที่ชื่นชอบการเติมระหว่างวันทำงานเช่นกัน กระแสดังกล่าวขับเคลื่อนด้วยเทรนด์ความรู้ที่เปิดรับปุ๊นมากขึ้นและเทรนด์สุขภาพที่มองสมุนไพรปลอดภัยกว่าแอลกอฮอล์
เช่นเดียวกับผลสำรวจของ Drug Rehab USA : สัดส่วนของคนรุ่น Gen Z กว่า 35% เติมก่อนไปทำงาน เนื่องจากหลังปลดล็อคปุ๊นเชิงการแพทย์และสันทนาการทำให้คนรุ่นใหม่เปิดกว้างกับสมุนไพรมากขึ้นโดยเน้นใช้ความรู้เชิงเหตุผลมากกว่าความเชื่อผิดๆในอดีต ประกอบกัเทรนด์ด้านสุขภาพที่คนรุ่นใหม่ห่างไกลจากแอลกอฮออล์มากขึ้น จึงเลือกใช้สมุนไพรทดแทน
การขวนขวายถึงแนวทางพักผ่อนจิตใจโดยไม่พึ่งแอลกอฮอล์นั้นเนื่องจากคนวัย Gen Z ต้องเผชิญกับความกดดันเชิงเศรษฐกิจและสังคมมากกว่าคนในยุคก่อน สอดคล้องกับผลสำรวจ Gen Z และ Millennial ปี 2024 ของ Deloitte ซึ่งสัมภาษณ์ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 23,000 คนใน 44 ประเทศ พบว่า 40% ของคนรุ่น Gen Z รายงานว่ารู้สึกเครียดตลอดเวลาหรือเกือบตลอดเวลา นี่
นอกจากนี้ยังพบอีกว่าคนรุ่น Millennial ช่วงอายุ 30-45 เติมปุ๊นก่อนไปทำงานในสัดส่วนสูงถึง 37% ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงมากกว่า Gen Z เสียอีก เนื่องจากคนรุ่นมิลเลนเนียลและ มองว่าการดื่มไม่เท่เหมือนแต่ก่อนจึงมองหาการพักผ่อนจิตใจรูปแบบใหม่ นั่นทำให้ผลสำรวจของ Gallup ในปีก่อนพบว่าอัตราการดื่มของชาวอเมริกันลดลงแตะระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 1939 หรือในรอบ 87 ปี

คนโบราณ ขาดปุ๊นไม่ได้!? งานวิจัยล่าสุดค้นพบงานวิจัยล่าสุดค้นพบว่า “ปุ๊น” คือพืชหลักของคนในยุคโบราณ ที่ต้องบริโภคทุกวัน ส...
07/05/2026

คนโบราณ ขาดปุ๊นไม่ได้!? งานวิจัยล่าสุดค้นพบ
งานวิจัยล่าสุดค้นพบว่า “ปุ๊น” คือพืชหลักของคนในยุคโบราณ ที่ต้องบริโภคทุกวัน สำคัญไม่ต่างจากข้าว! มันเป็นพืชที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของมนุษย์เมื่อ 10,000 ปีที่แล้ว ทั้งด้านอาชีพ เศรษฐกิจ เครื่องนุ่งห่ม ไปจนถึงเรื่องจิตวิญญาณ ผู้คนยุคนั้นใช้มันในวิถีชีวิตประจำวันตามปกติ ดังนั้นปุ๊นจึงถูกขนานนามในยุคนั้นว่าเป็นพืชที่ "ขาดไม่ได้" และ "ผสานรวมอย่างลึกซึ้ง" กับชีวิตประจำวัน
คนโบราณเติมทุกวัน!? ผลวิจัยจาก Journal of Archaeological Science จัดทำโดยมหาวิทยาลัยซานตง ระบุว่า ได้ทำการสกัดและวิเคราะห์ไฟโตไลท์จากตัวอย่าง 132 ตัวอย่างที่พบในแหล่งโบราณคดีอายุมากกว่า 10,000 ปี ในเมืองเป่ยไต้ชางและเฉียนจงจื่อโถว พบว่าปุ๊นคือพืชหลักในภาคเหนือของจีน โดยส่วนใหญ่ใช้เป็นอาหารหรือเส้นใย สะท้อนให้เห็นถึง “กิจกรรมการแปรรูปและการบริโภคเมล็ดพันธุ์ในครัวเรือนทุกวัน” ” โดยพบหลักฐานตัวอย่าง เช่น หลุมเถ้า พื้น และฐานรากในชุมชนขนาดเล็ก ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีค่าเกี่ยวกับบทบาทของปุ๊นในระบบเศรษฐกิจการเกษตรในท้องถิ่น
“งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่าปุ๊นได้กลายเป็นหนึ่งในธัญพืชสำคัญที่คนยุคนั้นต้องบริโภคเรียกว่า ธัญพืชห้าชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวฟ่าง ข้าวบาร์เลย์ ถั่วเหลือง จึงพิสูจน์ได้ว่าการแปรรูปและการบริโภคปุ๊นได้ผสานรวมเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยอย่างลึกซึ้ง ทำให้มันเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ในการดำรงชีพ การค้นพบนี้หักล้างข้อกล่าวหาที่ว่าปุ๊นเป็นเพียงยาเสพติด แต่อันที่จริงแล้วมันคือชีวิตและเศรษฐกิจกของจีนตอนเหนือในยุคก่อนประวัติศาสตร์” หยง เกอ หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยซานตง กล่าว
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์สังคมแห่งชาติของจีนพบว่าประวัติศาสตร์ของพืชชนิดนี้ผ่านการติดต่อกับมนุษย์มานับหมื่นปีในประเทศจีน โดยสังเกตถึงมรดกของพืชชนิดนี้ในฐานะแหล่งของเส้นใย โภชนาการ ยา การแพทย์ จิตวิญญาณ และความสุข ดังนั้นการค้นพบครั้งล่าสุดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนทั้งในบริบทที่ขุดพบและส่วนต่างๆ ของพืช โดยเน้นย้ำถึงการใช้ปุ๊นในชีวิตประจำวันและการดำรงชีพในมณฑลชานตง ไม่ใช่แค่การใช้ในพิธีกรรมหรือทางศาสนาเหมือนกับหลักฐานประวัติศาสตร์จากทวีปยุโรป

สำหรับข้อมูล Data รายงานระบุว่าที่แหล่งโบราณคดีเป่ยไต้ชาง พบไฟโตลิธของปุ๊นใน 22 จาก 32 ตัวอย่าง คิดเป็น 68.8% จากยุคหลงซาน ที่แหล่งโบราณคดีเฉียนจงจื่อโถว พบไฟโตลิธของปุ๊นใน 47 จาก 65 ตัวอย่าง คิดเป็น 72.3% จากยุคหลงซาน และใน 16 จาก 31 ตัวอย่าง คิดเป็น 51.6% จากยุคเย่ว์ซือ

06/05/2026

ดูดมดูด EP.3 ภูเก็ตทำถึงงง !! รีวิวดอกไม้หอมๆ 5 สายพันธุ์จาก Green Club - Phuket Old town

เริ่มใช้กฎใหม่!! ‘อวสานร้านปุ๊น’บังคับใช้ทันที ปิดฉาก Dispensary-คาเฟ่สายเขียว ในยุคนายก ‘เสี่ยหนู’ ราชกิจจานุเบกษา เผยแ...
01/05/2026

เริ่มใช้กฎใหม่!! ‘อวสานร้านปุ๊น’บังคับใช้ทันที ปิดฉาก Dispensary-คาเฟ่สายเขียว ในยุคนายก ‘เสี่ยหนู’

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎกระทรวงฉบับใหม่ มีผลเริ่มบังคับใช้ทันที กระทบโดยตรงกับธุรกิจร้านปุ๊นทั่วประเทศ ซึ่งจะต้องปรับรูปแบบตามเงื่อนไขใหม่ มีตั้งแต่การเป็นคลินิกไปจนถึงใบรับรองจากกรมพารแพทย์แผนไทยฯ พร้อมยกมาตรฐานเก็บรักษา และบังคับติดเครื่องดูดควัน-แต่ยังห้ามเติมในร้าน!?
• โดยกฎใหม่มีเงื่อนไขกำหนดว่า
• (1) สถานประกอบการต้องเป็นสถานพยาบาล/คลินิก/ร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร/ร้านขายยาเภสัชกร/สถานที่ปฏิบัติงานของหมอพื้นบ้าน ซึ่งล้วนถูกครอบคลุมโดยกฎหมายและมีเงื่อนไขในการขอแตกต่างกัน
• (2) สถานประกอบการต้องมีบัดเทนเดอร์ที่ได้รับใบรับรองการฝึกอบรมจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (จ่ายเงินค่าอบรม) และต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนตลอดเวลาที่เปิดทำการ
• (3) สถานที่เก็บปุ๊นต้องมีขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมต่อปริมาณการจำหน่าย หรือแปรรูป มีอุปกรณ์ การเก็บรักษาที่ถูกสุขลักษณะ
• (4) ใบอนุญาตต้องมีระยะเวลาเท่ากับหรือไม่น้อยกว่าใบอนุญาตกรรมสิทธิ์ครอบครองสถานที่ประกอบการ (5) สิทธิในสถานที่ ต้องเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิครอบครองในสถานที่ที่ขออนุญาต หากไม่ใช่เจ้าของต้องมีหนังสือยินยอม
• (6) ต้องมีระบบกำจัดกลิ่นและควัน ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องจัดให้มีระบบกำจัดกลิ่นและควันที่มีประสิทธิภาพภายในสถานประกอบการ
• (7) โทษฐานผิดกฎระเบียบ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตเนื่องจากฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องสมุนไพรควบคุม ผู้อนุญาตมีอำนาจพิจารณา 'ไม่ต่ออายุใบอนุญาต' ให้

ดังนั้นกฎใหม่จึงทำให้เราจะไม่ได้เห็นร้านปุ๊นแบบเดิมๆ ที่ตกแต่งด้วยสีสันสวยงามและมีดีไซน์ที่สร้างสรรค์ทันสมัย เหมือนช่วงเพิ่งเริ่มเสรีอีกแล้ว เพราะเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตใหม่จำกัดรูปแบบการดีไซน์ร้านไว้ตามประเภทที่กำหนดที่ต้องเป็นไปในทางการแพทย์

****สำหรับใบอนุญาตที่ออกให้ก่อนหน้านี้ ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุ ส่วนคำขอที่ค้างอยู่ก่อนกฎกระทรวงนี้บังคับใช้ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ใหม่นี้ด้วย****

เปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง??

การปรับกฎดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบกิจการมีความซับซ้อนมากขึ้นจากเดิมที่ต้องรับมือกับใบรับรองแพทย์ ภท.33 ใบ ภท.27-28 ใบรับรอง GACP แต่ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือการที่บัดเทนเดอร์ต้องได้รับใบรับรองจากกรมการแพทย์ฯ (จ่ายเงินค่าอบรม) ไปจนถึงเรื่องข้อกำหนดการออกแบบร้านที่ผูกมากับกฎหมาย เช่น กฎหมายสถานพยาบาลกำหนดให้คลินิกจะต้องมีอนามัยขั้นสูงและมีหมอตลอดเวลา ร้านขายยาจะต้องจดขออนุญาตโดยผู้มีใบวิชาชีพเภสัชกร หรือร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ต้องมีผู้มีใบประกอบวิชาชีพดูแลตลอดเวลา หรือแม้แต่การเปิดในรูปแบบสถานปฏิบัติการของหมอพื้นบ้านกฎหมายก็กำหนดให้ผู้ขออนุญาตต้องมีใบวิชาชีพหมอพื้นบ้าน เป็นต้น

ปลูกใช้เองยังได้อยู่มั้ย???

ได้แน่นอน กฎควบคุมใหม่นี้ได้ยกเว้นสำหรับสถานที่เพาะปลูก ซึ่งตามกฎหมายเดิมก็ไม่มีการกำหนดโทษของผู้ปลูกบริโภคเองที่บ้าน สามารถดำเนินการได้ตามปกติ เพียงแต่ห้ามจำหน่ายเท่านั้น

ไฟเขียว!! ‘สารสกัดปุ๊น’ อนุญาตผลิต-ส่งออก-จำหน่าย มีผลบังคับใช้แล้ว!!ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ประเทศไทยได้เริ่ม...
01/05/2026

ไฟเขียว!! ‘สารสกัดปุ๊น’ อนุญาตผลิต-ส่งออก-จำหน่าย มีผลบังคับใช้แล้ว!!
ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ประเทศไทยได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่เกี่ยวกับการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง สารสกัดปุ๊นที่มี THC เกิน 0.2% ซึ่งถือว่าอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 โดยอนุญาตให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอุตสาหกรรม ด้านการแพทย์และการวิจัยได้ โดยเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่ห้ามใช้ในทุกกรณี
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การปรับกฎหมายดังกล่าวเพื่อดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมปุ๊นของเวทีโลก ซึ่งจะครอบคลุมทั้งการปลูก การจำหน่าย การแปรรูป และการใช้ เพื่อยกระดับสารสกัดปุ๊นให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลและนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับการผลิตนั้น ผู้ขออนุญาตต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่ไม่เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมาย และต้องได้รับใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันหรือใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือเป็นผู้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตดังกล่าว โดยต้องจัดให้มีการวิเคราะห์สารสกัดที่ผลิตขึ้นก่อนนำออกจากสถานที่ผลิต รวมถึงผลตรวจวิเคราะห์ปริมาณ THC พร้อมติดฉลากที่มีชื่อผู้ผลิตและสถานที่ตั้งของสถานที่ผลิต โดยสถานที่ผลิตต้องติดป้ายชัดเจน ตลอดจนเสนอรายงานการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตต่อผู้อนุญาตเป็นรายเดือนในทุกเดือน
สำหรับการนำเข้าและส่งออกนั้น ผู้ขออนุญาตต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่ไม่เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมาย โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ การส่งออก ต้องติดฉลากแปะคำว่า Thailand พร้อมข้อมูลระบุชื่อผู้ส่งออกและสถานที่ประกอบการส่งออก รวมถึงชื่อผู้ผลิตและสถานที่ตั้งของสถานที่ผลิต ต้องจัดให้มีป้ายแสดงสถานที่ส่งออก รวมทั้งเสนอรายงานการดำเนินการเป็นรายเดือน ส่วนด้านการนำเข้านั้น ต้องติดระบุชื่อผู้นำเข้า สถานที่ประกอบการผู้นำเข้า ชื่อผู้ผลิตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศ พร้อมต้องจัดให้มีป้ายแสดงสถานที่นำเข้า อย่างไรก็ตามทั้งการนำเข้าและส่งออกจะต้องเสนอรายงานการดำเนินการรายเดือนในทุกเดือน
ส่วนด้านการจำหน่ายเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ หรือเพื่อประโยชน์ในทางอุตสาหกรรม ผู้ขออนุญาตต้องจัดให้มีป้ายแสดงสถานที่จำหน่าย และให้จำหน่ายให้แก่ผู้รับอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้เท่านั้น ตลอดจนเสนอรายงานการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตต่อผู้อนุญาตเป็นรายเดือนในทุกเดือนขณะที่ผู้ครอบครองเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ หรือเพื่อประโยชน์ในทางอุตสาหกรรม ต้องเสนอรายงานการดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตต่อผู้อนุญาตเป็นรายเดือนภายในระยะเวลา 1 เดือนนับแต่วันสิ้นเดือน เป็นต้น
ทั้งนี้ ใบอนุญาตเดิมทั้งหมดถูกกำหนดให้ใช้ได้ถึงแค่วันที่ 31 ธันวาคม 2569 เท่านั้น ซึ่งใบอนุญาตเดิมนั้นที่ออกตามกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิตนำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะปุ๊น พ.ศ.2563 และกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิตนำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะปุ๊น พ.ศ.2564 ตั้งแต่วันที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับจนถึงวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

สธ.ขานรับ ‘ทรัมป์’ คลายล็อคปุ๊น ยืนยันไทยเดินหน้าเพื่อการแพทย์เต็มสูบ พร้อมเปิดตลาดส่งออกสารสกัด จากกรณีที่นายโดนัลด์ ทร...
30/04/2026

สธ.ขานรับ ‘ทรัมป์’ คลายล็อคปุ๊น ยืนยันไทยเดินหน้าเพื่อการแพทย์เต็มสูบ พร้อมเปิดตลาดส่งออกสารสกัด
จากกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามคำสั่งเปลี่ยนสถานะปุ๊น จากยาเสพติดประเภทที่ 1 เปลี่ยนเป็นประเภทที่ 3 ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เพื่อลดโทษทางกฎหมายและเปิดกว้างการเข้าถึงเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น นั้น กระทรวงสาธาณสุขของประเทศไทยได้เตรียมผลักดันปุ๊นทางการแพทย์แบบเต็มสูบ เพื่อยกระดับปุ๊นไทยไปสู่ด้านเศรษฐกิจ
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ประเทศไทยขานรับนโยบายการปลดล็อกในต่างประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมไปในทิศทางปุ๊นเชิงการแพทย์จะสามารถนำไปสู่เศรษฐกิจเชิงเมดิคอลและเศรษฐกิจสุขภาพให้สอดคล้องกับเงื่อนไขในเวทีโลก ซึ่งประเทศไทยเตรียมเรื่องการปรับกฎหมาย เรื่องพ.ร.บ. ให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมปุ๊นในโลกสากล ซึ่งจะดูแลและควบคุมไปถึงเรื่องของการปลูก การจำหน่าย การจับจำหน่าย การแปรรูป และการใช้ ทางกระทรวงได้มีแนวทางคิดกรอบกันไว้แล้ว
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า หลังจากตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว เรื่องปุ๊นจะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะผลักดัน โดยขอยืนยันว่าจะทำปุ๊นเพื่อการแพทย์ไปในทางเศรษฐกิจสุขภาพ ตลอดจนยกระดับสารสกัดต่างๆให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในการกระจายต่อไปยังสภาพเศรษฐกิจ โดยหลังจากนี้จะมีการพูดคุยหารือกัน ควบคู่ไปกับเรื่องการออกแบบกฎหมายปุ๊นที่ส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ ซึ่งตรงนี้หลายประเทศก็มองด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะการลักลอบส่งออกสิ่งของผิดกฎหมายไปยังประเทศปลายทาง
นอกจากนี้ กฎกระทรวง “สารสกัดปุ๊น” (ฉบับใหม่) มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 26 เม.ย.2569 เปิดช่องให้สารสกัดที่มี T8C เกิน 0.2% สามารถผลิต-จำหน่าย-นำเข้า-ส่งออก-ครอบครอง-วิจัย แต่ต้องขออนุญาต เป็นนิติบุคคล และห้ามธุรกิจต่างด้าวจดทะเบียน และต้องได้รับใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันหรือใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรอีกด้วย ซึ่งจะกล่าวถึงในตอนต่อไป

ครั้งแรก!! รวบพระสงฆ์ขนปุ๊น 100 โล จับคาสนามบิน สะเทือนวงการผ้าเหลืองสกัดจับพระศรีลังกาลักลอบนำเข้าปุ๊นเข้าประเทศรวม 22 ...
28/04/2026

ครั้งแรก!! รวบพระสงฆ์ขนปุ๊น 100 โล จับคาสนามบิน สะเทือนวงการผ้าเหลือง
สกัดจับพระศรีลังกาลักลอบนำเข้าปุ๊นเข้าประเทศรวม 22 รูป หลังบินกลับจากไทย ถูกจับกุมคาสนามบินในกรุงโคลัมโบ ของศรีลังกา หลังเจ้าหน้าที่สนามบินพบว่ามีปุ๊นซุกอยู่ในกระเป๋าเดินทาง 5 กิโลกรัม/ใบ รวม 22 รูป น้ำหนัก 110 กิโลกรัม
หนังสือพิมพ์เดลี มิร์เรอร์ (Daily Mirror) ของศรีลังการายงานว่า พระแต่ละรูปถูกตรวจพบว่ามีปุ๊นสายพันธุ์ "คุช" (Kush) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีฤทธิ์รุนแรง รูปละประมาณ 5 กิโลกรัม อยู่ในช่องลับ และปะปนอยู่กับอุปกรณ์การเรียนและขนมต่างๆ ซึ่งพระส่วนใหญ่ยังเป็นระดับนักศึกษา หลังจากถูกนำตัวขึ้นศาลแล้ว พระทั้ง 22 รูปก็ถูกนำตัวไปฝากขังเป็นเวลา 7 วัน เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม
กรณีดังกล่าวเป็นหนึ่งในขบวนการส่งออกปุ๊นใต้ดินซึ่งมีไปถึงเครือข่ายพระสงฆ์ในศรีลังกา โดยมีพระสงฆ์ 3 รูปในกลุ่มนี้เป็นผู้จัดหาและชักชวนพระรูปอื่น ๆ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยยื่นข้อเสนอเป็นการออกค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ที่พัก และอาหารให้ฟรีตลอดการเดินทาง เพื่อแลกกับการขนปุ๊นกลับประเทศ โดยในกรณีนี้คล้ายกับที่เกิดขึ้นในฝั่งยุโรป โดยเฉพาะสหราชอาณาจักรที่มีการทำกันเป็นขบวนการผ่าน Telegram โดยหลอกชักชวนให้ลักลอบขนปุ๊นจากไทยกลับประเทศโดยแลกกับการท่องเที่ยวฟรีตลอดทริปในไทย
ทั้งนี้ เชื่อกันว่านี่เป็นครั้งแรกของศรีลังกา ที่มีการจับกุมกลุ่มพระสงฆ์ในฐานะผู้ต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศผ่านทางสนามบิน
นอกจากนี้ สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของศรีลังกายังตรวจพบรูปภาพและวิดีโอในโทรศัพท์มือถือของพระบางรูป ซึ่งมาจากวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศศรีลังกา โดยเป็นภาพขณะที่พวกเขากำลังสนุกสนานกับการพักผ่อนและสวมใส่ชุดไปรเวท (เสื้อผ้าธรรมดา) ในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ด้วย

28/04/2026

พาเที่ยวร้าน CANABANGKA ชิมดอก Clearrance จากทางฟาร์ม ของดีต้องบอกต่อ!!!

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Channel Weez THผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์