03/08/2026
คุมเข้มปุ๊นไทย ‘เติมคือใช้ผิดประเภท’ สั่งปิดร้านนับร้อยแห่ง-ยึดปุ๊นรวมกว่า 2,000 กิโล สธ.ย้ำกฎหมายใหม่ป้องกันใช้สันทนาการ
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า อยู่ระหว่างผลักดัน พ.ร.บ.ปุ๊น เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมที่เหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมการใช้อย่างถูกต้องคือเฉพาะเชิงการแพทย์ และป้องกันการนำไปใช้เพื่อสันทนาการ รวมถึงลดผลกระทบต่อเด็ก-เยาวชน ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่การปลูก แปลงปลูก ไปจนถึงการจำหน่าย (ซึ่งบังคับให้ผู้ซื้อต้องมีใบรับรองแพทย์ ภท.33 ในการใช้ทุกครั้ง) โดย รมว.สาธารณสุข ยืนยันว่ากฎหมายใหม่มีมาตรฐานใกล้เคียงกับแนวทางสากล!
“ในช่วง10 เดือนที่ผ่านมาได้ดำเนินการด้านพักใช้/เพิกถอนใบอนุญาตรวมทั้งสิ้น 127 แห่ง แบ่งเป็น พักใช้ใบอนุญาต 84 ราย เพิกถอนใบอนุญาต 4 ราย และพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต 39 คำขอโดยมีการใช้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสถานประกอบการจากการเฝ้าระวังเชิงรุกรวม 1,326 ร้าน ยึดอายัดของกลางจำนวน 2,495 กิโลกรัม รวมมูลค่าของกลางกว่า 109 ล้านบาท” รมว.สาธารณสุข กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะนำปุ๊นกลับไปเป็นยาเสพติดหรือไม่ นายพัฒนา ระบุว่า ปัจจุบันสารสกัดที่มีสาร THC เกินร้อยละ 0.2 ถือเป็นยาเสพติดอยู่แล้ว ส่วนการจะกลับไปเป็นยาเสพติดทั้งระบบหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา แต่จุดยืนของกระทรวงสาธารณสุขยังคงชัดเจนคือ “ปุ๊นใช้เฉพาะเพื่อการแพทย์เท่านั้น”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่าหากร่าง พ.ร.บ.ปุ๊นฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ ผู้ที่เคยขึ้นทะเบียนปลูกหรือได้รับอนุญาตเดิมจะต้องดำเนินการใหม่หรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า ผู้ปลูกจะต้องขออนุญาตตามกฎหมายใหม่ ส่วนผู้ประกอบการร้านค้าที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว ยังสามารถประกอบกิจการได้ตามอายุใบอนุญาต ซึ่งแต่ละแห่งมีอายุไม่เท่ากัน โดยปัจจุบันใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการรีเซ็ตระบบใหม่ทั้งหมดหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเป็นการรีเซ็ตทั้งหมด เพราะต้องรอดูรายละเอียดของกฎหมายฉบับสุดท้าย รวมถึงระยะเวลาที่กฎหมายมีผลบังคับใช้
ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางการส่งเสริมผู้ประกอบการในช่วงก่อนกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ นายพัฒนา กล่าวว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจะจัดอบรมและให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ขอให้ผู้ประกอบการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมายในอนาคต