Connect the Dots One Connextor. Infinite Dots.

คำว่า “กรุงเทพ Native” กลายเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดียมากในช่วงนี้ จากโพสต์หนึ่งใน Tiktok ช่อง น้องโด๋ย ที่แสดงความเห็นว่าก...
11/09/2026

คำว่า “กรุงเทพ Native” กลายเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดียมากในช่วงนี้ จากโพสต์หนึ่งใน Tiktok ช่อง น้องโด๋ย ที่แสดงความเห็นว่ากรุงเทพทำให้ชินกับการกินข้าวแพง แล้วมีคอมเมนต์หนึ่งบอกว่า “กรุงเทพไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะคนที่ไม่ใช่กรุงเทพ Native” จนทำให้หลายคนหยิบมาทำคอนเทนต์แซวกันว่า กรุงเทพ Native เป็นยังไง
ถ้าดูตามบริบทและความหมายโดยตรงของคำ ก็คงหมายถึงคนที่เกิดและเติบโตในกรุงเทพ เช่นเดียวกับการบอกว่าเป็นคน Native ในประเทศใด ๆ นั่นแหละ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราอาจพบว่า กรุงเทพ Native นั้นไม่มีอยู่จริงด้วยซ้ำ
ตามข้อมูลสถิติประชากรปี 2568 กรุงเทพมีประชากรตามทะเบียนราษฎรกว่า 5.4 ล้านคน แต่ในความเป็นจริง เมืองหลวงแห่งนี้มีผู้คนอัดแน่นมากกว่านั้น เพราะประเทศไทยยังมีกลุ่มที่เรียกว่าประชากรแฝงมากว่า 9.25 ล้านคน ซึ่งกรุงเทพเป็นจังหวัดที่มีประชากรแฝงมากที่สุด แบ่งเป็นประชากรแฝงกลางวัน คือผู้ที่เข้ามาทำงานร้อยละ 46.7 และเข้ามาเรียนหนังสืออีกร้อยละ 54.9 ถ้าตามข้อมูลของปี 66 คือ 2.8 ล้านคน รวมทั้งประชากรแฝงกลางคืน คือผู้ที่เข้ามาอยู่อาศัยประจำโดยมีทะเบียนบ้านอยู่ที่อื่นร้อยละ 32.9
คนเหล่านี้หลั่งไหลเข้ามาในกรุงเทพต่อเนื่องทุกปี อยู่จนกลายเป็นบ้านกันรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นคนที่บางคนมองว่าเป็นกรุงเทพ Native ทั้งที่ก็ครอบครัวของพวกเขาก็อาจเคยอยู่ในสถานะประชากรแฝงมาก่อน
นอกจากนี้ รูปแบบการใช้ชีวิตของประชากรแฝงจำนวนมากก็แทบไม่ต่างจากคนที่เกิดและโตในกรุงเทพ โดยเฉพาะคนที่อยู่ตามปริมณฑล ที่แม้ทะเบียนบ้านจะไม่ได้อยู่ในกรุงเทพ แต่เติบโตโดยใช้ชีวิต เรียน และทำงานในกรุงเทพมาโดยตลอด อาจพูดได้ว่าคนเหล่านี้ก็ผูกพันและคุ้นเคยกับกรุงเทพไม่น้อยไปกว่าคนที่มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพเลย
ที่สำคัญ กรุงเทพเป็นแหล่งรวมพหุวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่จากต่างถิ่น แต่รวมทั้งจากต่างประเทศด้วย ไม่ว่าจะเป็นจีนในเยาวราช หรืออินเดียที่พาหุรัด กรุงเทพจึงเต็มไปด้วยความหลากหลายที่หลอมรวมจนได้เป็นกรุงเทพแบบที่เป็นอยู่
ดังนั้น ความเป็น “กรุงเทพ” จริง ๆ มันจึงกว้างมาก จนยากจะจำกัดความให้มันได้
ทั้งนี้ ก็ใช่ว่าสิ่งที่คอมเมนต์ต้นเรื่องพูดจะผิดไปเสียทั้งหมด เพราะมหานครแห่งนี้ก็อาจไม่ได้มีแค่ด้านที่สวยงาม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในไทย ทั้งค่าที่อยู่อาศัยและค่าอาหาร เฉลี่ยราว 2 หมื่นกว่าบาท และแม้จะเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและขนส่งสาธารณะ แต่ก็มาพร้อมความวุ่นวายที่เลี่ยงได้ยาก
เมืองแห่งโอกาสที่หลายคนเข้ามาเพื่อหางาน เพื่อเรียนรู้ เพื่อเติบโต จึงแฝงมาด้วยภาระอันหนักอึ้งในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะสำหรับชนชั้นกลางลงไป ที่ต้องดิ้นรนใช้ชีวิตในเมืองนี้ด้วยรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท
ภาพฝันในกรุงเทพจึงอาจไม่ได้สวยงามอย่างที่ใครวาดไว้เมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่จริง ๆ แต่ถึงอย่างนั้นไปตีเก๊ใครว่าไม่ใช่กรุงเทพ Native และตัดสินได้แทนว่ากรุงเทพจะเหมาะหรือไม่เหมาะกับใครก็คงไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ เพราะทุกคนก็มีสิทธิ์ใช้ชีวิตที่นี่ในแบบของตัวเอง และถ้ามันดีหรือไม่ดีอย่างไร ก็ควรมีสิทธิ์มีเสียงในการวิพากษ์วิจารณ์ได้ในฐานะผู้อยู่อาศัยจริง ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพ Native หรือไม่ก็ตาม
#กรุงเทพNative #คนกรุงเทพ #สังคม #เศรษฐกิจ #ติ๊กต็อก

จากข่าวการบุกจับ หลวงพ่อโชติ ธมฺมวโร เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ในข้อหาทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งยักยอกเงินวัดและมีสัมพันธ์ก...
10/09/2026

จากข่าวการบุกจับ หลวงพ่อโชติ ธมฺมวโร เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ในข้อหาทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งยักยอกเงินวัดและมีสัมพันธ์กับสีกา งานนี้ไม่ใช่แค่ลูกศิษย์ลูกหา ชาวพุทธที่ไปทำบุญที่วัดนี้เป็นประจำ แต่หนึ่งในกลุ่มคนที่น่าจะได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน คือเซียนพระเครื่องที่ถือเหรียญที่ออกโดยหลวงพ่อโชติอยู่
โดยธรรมชาติของวงการพระเครื่อง ราคาเช่าบูชานั้นสัมพันธ์กับความศรัทธาเป็นส่วนสำคัญ ยิ่งเป็นเหรียญหรือพระเครื่องที่สร้างโดยพระที่โด่งดัง เป็นที่นับถือ หรือร่ำลือว่ามีอิทธิฤทธิ์ ยิ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสม ซึ่งหลวงพ่อโชติก็เป็นหนึ่งในพระรูปดัง เขียนยันต์ ทำพิธีต่าง ๆ รวมทั้ง สร้างเหรียญองค์พ่อจตุคามรามเทพ
เหรียญเหนือดวง (ยกฐานะ) วัดพุทไธศวรรย์ 2549 คือหนึ่งในไอเทมที่เป็นที่นิยมในวงการพระเครื่อง จัดสร้างโดยหลวงพ่อโชติ พร้อมเกจิอาจารย์หลายองค์ที่ร่วมพิธีปลุกเสก เป็นที่ระลึกในโอกาสยกฐานะวัดเป็นพระอารามหลวง เชื่อกันว่ามีพุทธคุณช่วยเกื้อหนุนดวงชะตาชีวิต พลิกดวงชะตาจากร้ายกลายเป็นดี และแคล้วคลาดปลอดภัย เป็นที่นิยมขนาดนายกอนุทินยังมีไว้ห้อยคอ
ตัวเหรียญสร้างออกมาหลากหลายเนื้อ ทั้งทองแดง เงิน ทองคำ และเนื้ออื่น ๆ อย่างเนื้อปลอกลูกปืน ซึ่งมีช่วงราคาแตกต่างกันไป อย่างเนื้อทองแดงรับเช่ากันที่หมื่นต้น ๆ เนื้อเงินหลักแสน และเนื้อทองคำราคาสูงถึงหลักล้าน อย่างในเว็บไซต์ท่าพระจันทร์ ก็มีคนลงเนื้อเงินเปิดราคาไว้ที่ 240,000 บาท
ทั้งนี้ เมื่อมีข่าวเสื่อมเสียของหลวงพ่อโชติผู้เป็นประธานในการจัดสร้างเหรียญดังกล่าว ทำให้เกิดความกังวลว่าราคาเหรียญจะลดต่ำลง จนทำให้ผู้ที่ถือไว้ขาดทุนหรือไม่
คุณ อนุชา ทรงศิรี จากเพจ คัมภีร์นิวส์ ที่ลงข่าวเกี่ยวกับวงการพระเครื่อง ได้โพสต์คลิปให้ความเห็นว่า “ตัววัตถุมงคล กับตัวบุคคลเราต้องแยกออกจากกันนะ”
โดยได้อธิบายว่าองค์พ่อจตุคามศักดิ์สิทธิ์มากอยู่แล้ว และเหรียญรุ่นนี้ก็มีเกจิท่านอื่นอีกหลายรูปที่ทำพิธี อีกทั้งเหรียญก็จัดสร้างขึ้นในโอกาสที่วัดพุทไธศวรรย์ได้รับโปรดเกล้าสถาปนาให้เป็นพระอารามหลวง ทุกอย่างดีหมด เพียงแค่มีประธานเป็นหลวงพ่อโชติ “จะเหมารวมว่าอาจารย์โชติเสีย แล้ววัตถุมงคลนี้เล่นไม่ได้แล้ว มันจะไปอย่างนั้นไม่ได้”
นอกจากนี้ ชาวเน็ตหลายคนก็ยังแสดงความคิดเห็นว่า พุทธคุณอยู่ที่ใจไม่ใช่ที่ใครปลุกเสก
อย่างไรก็ตาม มีหลายคนที่บอกว่า เรื่องความศรัทธาและพุทธคุณเป็นคนละเรื่องกับตลาด แม้คนห้อยจะยังศรัทธาในเหรียญและเชื่อในพุทธคุณ โดยไม่ยึดโยงกับหลวงพ่อโชติ แต่ในแง่ความต้องการของตลาด ก็อาจต้องยอมรับว่าคงไม่เป็นที่ต้องการมากเท่าก่อนหน้านี้อีกแล้ว
แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไร? ราคาเหรียญนี้จะดิ่งเหวไหม หรือจะยังราคาสูงหลักแสนหลักล้านเหมือนเดิม
#พระเครื่อง #เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ #หลวงพ่อโชติธมฺมวโร

10/09/2026

เนเน่ รอยัล มีสิทธิ์คว้าแชมป์ America's Got Talent มากแค่ไหน? [Move มันส์ 🍿]

เนเน่ รอยัล สาวน้อยวัย 16 ชาวภูเก็ตที่คว้า Golden buzzer จาก America's Got Talent กำลังเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่ความเป็นไปได้ที่จะคว้าแชมป์ของเธออยู่ที่เท่าไหร่ ติดตามเรื่องนี้ได้ใน Move มันส์ มูฟให้มันส์เรื่องการเงินและบันเทิง

ันส์ #เนเน่

โต๊ะกลมในความคุ้นเคยของคนไทย ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงโต๊ะจีนตามร้านอาหารเหลา แต่จริง ๆ แล้วที่มาของโต๊ะกลม มีเรื่องราวที่น่าส...
10/09/2026

โต๊ะกลมในความคุ้นเคยของคนไทย ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงโต๊ะจีนตามร้านอาหารเหลา แต่จริง ๆ แล้วที่มาของโต๊ะกลม มีเรื่องราวที่น่าสนใจจากทั้งตำนานตะวันตกในยุโรปยุคกลางและประวัติศาสตร์ตะวันออกจากจีนราชวงศ์ชิง

โต๊ะกลมของกษัตริย์อาเธอร์ถูกกล่าวถึงครั้งแรกในวรรณกรรมเรื่อง Roman de Brut เมื่อปี 1155 โดยระบุว่าอาเธอร์สร้างโต๊ะกลมขึ้นเพื่อยุติการทะเลาะแย่งชิงตำแหน่งของเหล่าขุนนาง เพราะโต๊ะที่ไม่มีหัวโต๊ะย่อมไม่มีใครอ้างได้ว่าตนสำคัญกว่าใคร
แนวคิดนี้ขัดกับธรรมเนียมยุคกลางอย่างสิ้นเชิง โต๊ะในราชสำนักทั่วไปเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า กษัตริย์และราชินีนั่งบนแท่นสูง ส่วนขุนนางถูกจัดลำดับที่นั่งตามยศถาบรรดาศักดิ์ ยิ่งนั่งใกล้แท่นยิ่งมีเกียรติ โต๊ะกลมจึงเป็นการปฏิเสธระบบลำดับชั้นแบบเดิมโดยสิ้นเชิง
ต่อมาในปี 1522 พระเจ้าเฮนรีที่ 8 สั่งให้วาดภาพตนเองลงบนตำแหน่งกษัตริย์อาเธอร์ พร้อมดอกกุหลาบราชวงศ์ทิวดอร์ตรงกลาง เพื่อสร้างความประทับใจให้จักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 5 แห่งโรมันที่เสด็จมาเยือน
จากสัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียมในตำนาน ก็ถูกกษัตริย์ผู้ทรงอำนาจของอังกฤษหยิบมาใช้สร้างบารมีให้ตัวเอง

ฝั่งจีนมีเส้นทางที่ต่างออกไป ก่อนสิ้นราชวงศ์หมิงในปี 1644 งานเลี้ยงทางการของจีนใช้โต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางเรียงชิดผนังห้อง แขกนั่งหันหน้าเข้าหากลางห้องเพื่อชมการแสดง แทบไม่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างโต๊ะเลย ส่วนงานเลี้ยงง่าย ๆ มักใช้โต๊ะสี่เหลี่ยมที่เรียกกันว่าโต๊ะแปดเซียน
โต๊ะกลมเริ่มเข้ามาแทนที่ในช่วงต้นราชวงศ์ชิง ตามงานวิจัยของนักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง และในศตวรรษที่ 18 แนวคิดเรื่องความเท่าเทียมก็ผูกติดกับรูปทรงกลมอย่างชัดเจน จิตรกรชื่อดังนามหลัวผินเคยเขียนบทกวีเปรียบเทียบโต๊ะกลมกับโต๊ะเหลี่ยม โดยสื่อว่าแขกที่นั่งร่วมโต๊ะกลมไม่มีใครมีลำดับชั้นเหนือกว่ากัน เพราะฟ้าดินเองก็มีลักษณะเป็นวงกลม
ทั้งนี้ จีนอาจไม่ได้หยิบยืมแนวคิดนี้มาจากยุโรป แต่พัฒนาความหมายเดียวกันขึ้นเองจากปรัชญาเต๋าเรื่องวงกลมเป็นสัญลักษณ์ของฟ้าดิน
นอกจากความเท่าเทียม คำว่ากลมในภาษาจีนยังพ้องกับความหมายการกลับมาพบกันของครอบครัว โต๊ะกลมจึงกลายเป็นศูนย์กลางของมื้ออาหารในเทศกาลสำคัญที่ครอบครัวกลับมาพร้อมหน้า
ส่วนถาดหมุนกลางโต๊ะแบบโต๊ะจีน แม้พบเห็นได้ทั่วไปในร้านอาหารจีน แต่ต้นกำเนิดแท้จริงยังเป็นปริศนา นักประวัติศาสตร์เครื่องเรือนหลายคนสืบย้อนไปได้ถึงอังกฤษช่วงต้นศตวรรษที่ 18 เลยด้วยซ้ำ
นั่นหมายความว่า หากไล่ดูตามไทม์ไลน์ก็เป็นได้ว่าโต๊ะกลมจากสองวัฒนธรรมอาจมีส่วนที่ทับซ้อนกันอยู่บ้าง และอาจมีอิทธิพลต่อกันและกันนั่นเอง

คำว่าโต๊ะกลม ที่สื่อความหมายถึงความเท่าเทียมได้ถูกหยิบมาเป็นชื่อเรียกในการตั้งโต๊ะเจรจาหลายครั้งในศตวรรษที่ 20 จนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเท่าเทียมทางขั้วอำนาจในการเจรจา โดยเฉพาะระหว่างประเทศ แล้วต่อมาก็กลายเป็นศัพท์ทั่วไปที่ใช้กันทั่วไป เวลาประชุม ระดมความคิด พูดคุยกันหลาย ๆ คน ในบริบทที่ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงในการพูดเท่าเทียมกัน เรียกว่า Round Table Discussion
#โต๊ะกลม #ประวัติศาสตร์ #การเมือง

หลังจากทางหลวงพิเศษ M6 สายบางปะอิน-โคราช เปิดให้ทดลองวิ่งมาอย่างต่อเนื่อง ก็พบฟีดแบ็กจากผู้สัญจรจำนวนหนึ่งที่วิจารณ์เรื่...
09/09/2026

หลังจากทางหลวงพิเศษ M6 สายบางปะอิน-โคราช เปิดให้ทดลองวิ่งมาอย่างต่อเนื่อง ก็พบฟีดแบ็กจากผู้สัญจรจำนวนหนึ่งที่วิจารณ์เรื่องการจำกัดความเร็วของเส้นทางเพียง 80 กม./ชม. เท่านั้น ซึ่งช้ากว่าเส้นทางปกติ M6 เป็นทางด่วน ก็ควรมีขีดจำกัดความเร็วที่สูงกว่า ไม่อย่างนั้นจะขึ้นมาวิ่งทำไม
นอกจากนี้ยังพบว่าผู้สัญจรหลายรายได้นำหลักฐานใบสั่งจราจรใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนดมาโพสต์ลงโซเชียลมีเดียประกอบการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้
แต่ก็ไม่รอดชาวเน็ตตาดีพบว่าในใบสั่งของหลายคนระบุความเร็วที่กล้องจับได้สูงกว่า 120 กม./ชม. ตั้งแต่ 130-140 หรือมากกว่านั้นเลยก็มี
งานนี้หลายโพสต์จึงโดนกระแสตีกลับว่า “วิ่งเกิน 120 ก็สมควรแล้ว” เพราะความเร็วขนาดนี้ ไม่ว่าจะขับถนนเส้นไหนก็คงโดนปรับอยู่ดี เพราะความเร็วสูงสุดที่กฎหมายจราจรในไทยกำหนดให้ใช้ได้คือ ไม่เกิน 120 กม./ชม. (ขึ้นอยู่กับประเภทถนนและรถ)
ในขณะเดียวกันก็มีฟีดแบ็กจากผู้ใช้เส้นทางอีกฝั่งที่ให้ข้อมูลว่ากล้องตรวจจับความเร็วไม่ได้จับที่ 80 กม./ชม. เป๊ะ ๆ เพราะหลายคนใช้ความเร็วตั้งแต่ 90-100 หรือ แม้แต่ 100+ แต่ไม่เกิน 120 ก็ยืนยันว่าไม่โดนใบสั่งจาก M6 เลย
ส่วนสาเหตุที่ M6 ขึ้นป้ายเตือนจำกัดความเร็วไว้ที่ 80 กม./ชม. ทั้งที่เป็นทางพิเศษ เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ ระบบไฟส่องสว่าง โครงสร้างพื้นฐาน จุดพักรถ และพื้นถนนในบางจุด ยังก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้เส้นทาง M6 ยังมีบางจุดเป็นทางยกระดับและทางโค้ง อาจเกิดอันตรายจากลมกระโชกแรงได้ ทำให้ต้องมีการจำกัดความเร็วเพื่อความปลอดภัยเฉพาะจุดด้วย
มอเตอร์เวย์ M6 มีกำหนดการส่งมอบในเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ และจะเปิดให้บริการฟรีตลอดสายให้ทันช่วงเทศกาลปีใหม่ ก่อนจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบพร้อมเก็บค่าผ่านทางภายในเดือนเมษายน 2570
แล้วคุณล่ะคิดอย่างไร? ขับเร็วเกิน 120 ก็ควรโดนใบสั่งแล้วไหม หรือผิดที่ติดป้ายจำกัดความเร็วไว้ 80 ?
#ทางหลวงพิเศษM6 #มอเตอร์เวย์M6 #บางปะอินโคราช #การเดินทาง #รถยนตร์ #จราจร

“รถเร่งมรดก” ศัพท์ไม่เป็นทางการที่สังคมใช้นิยาม รถสามล้อไฟฟ้า ซึ่งมักขับขี่โดยผู้สูงอายุ เป็นคำที่ถูกพูดถึงบ่อยมากในช่วง...
09/09/2026

“รถเร่งมรดก” ศัพท์ไม่เป็นทางการที่สังคมใช้นิยาม รถสามล้อไฟฟ้า ซึ่งมักขับขี่โดยผู้สูงอายุ เป็นคำที่ถูกพูดถึงบ่อยมากในช่วงปีนี้ หลังมีข่าวผู้สูงอายุขับขี่ออกมาบนท้องถนนและสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้รถคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขับย้อนศร ขับขี่กีดขวางช่องจราจร ขับขี่ประมาทหวาดเสียว จนเรียกกันว่ารถเร่งรัดมรดกเพราะเสี่ยงทำให้ผู้สูงอายุที่ขับขี่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนถึงชีวิตได้
ชาวเน็ตมากมายก็พยายามเรียกร้องให้ตำรวจเอาผิดผู้ขับขี่รถลักษณะนี้เต็มที่ มองว่าแก่แล้วไม่ควรมักง่ายให้เดือดร้อนคนอื่น บ้างก็ลามไปถึงขั้นกล่าวโทษผู้ขายว่าไม่ควรจำหน่ายรถแบบนี้เลย แต่ส่วนหนึ่งก็ตั้งประเด็นว่า “ทำไมลูกหลานไม่ดูแล” ซึ่งนี่อาจเป็นปัญหาชั้นลึกที่แท้จริงของรถเร่งมรดก
แม้ผู้สูงอายุจะผิดที่นำยานพาหนะแบบนี้มาใช้งานผิดประเภท ขับออกถนนหลวงทั้งที่ไม่สามารถจดทะเบียนและใช้งานได้อย่างปลอดภัย แต่พฤติกรรมของพวกเขาเหล่านั้นก็อาจผลลัพธ์จากปัญหาอื่นที่ต้องเผชิญ
ตามข้อมูลของกรมสถิติผู้สูงอายุ ปัจจุบันผู้สูงอายุในไทยมีมากกว่า 14 ล้านคน คิดเป็น 22% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ และในจำนวนนี้ มีกลุ่มที่ติดสังคมกว่า 7 ล้านคน ที่ยังสุขภาพแข็งแรงดี ต้องการไปไหนมาไหนและเข้าสังคมเป็นประจำ
แต่ในผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติเมื่อปี 2564 พบว่ามีผู้สูงอายุที่ต้องอยู่อาศัยตามลำพังมากถึง 12% ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ทั้งการไม่ได้เข้าสังคม ไม่สามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ ซึมเศร้า หรือแม้แต่จะออกไปไหนก็ตาม ทั้งที่ผู้สูงอายุกว่าครึ่งต้องการให้ลูกหลานดูแลในวัยชรา ตามผลสำรวจของ 101 PUB และสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส.
นี่ก็เป็นผลพวงจากสภาพสังคมสมัยใหม่ที่ขนาดครัวเรือนเล็กลง เมื่อลูกหลานต้องทำงาน ก็ไม่มีคนอยู่คอยดูแลหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาที่หลายครอบครัวเลือกใช้ หรือบางครั้งก็เป็นตัวผู้สูงอายุเอง คือ รถสามล้อไฟฟ้า ที่มีราคาไม่แพง ขับขี่ง่าย ใช้งานสะดวก เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงและช่วยเหลือตัวเองได้ สามารถเดินทางไปไหนมาไหนเองได้ในระยะทางไม่ไกลนัก เช่นในหมู่บ้านหรือชุมชนเล็ก ๆ
รถแบบนี้ไม่ได้ออกแบบมาให้วิ่งบนถนนหลวงร่วมกับรถยนต์หรือจักรยานยนต์ทั่วไปได้ เนื่องจากมีกำลังขับเคลื่อนต่ำ ทำความเร็วได้ไม่มาก ทำให้เสี่ยงอันตราย แต่ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยก็ขับออกมาเสี่ยงทั้งที่อาจเคยถูกเตือนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ผู้สูงอายุบางคนอาจไม่รู้ บางคนไม่ได้ใส่ใจ แต่บางคนก็เลี่ยงไม่ได้เพราะหากมองดูสภาพผังเมืองโดยเฉพาะในกรุงเทพ แทบทุกหน้าบ้านถูกตัดด้วยถนนหลวงอยู่แล้ว จึงทำให้ต้องจำยอมฝ่าฝืนกฎหมาย เพียงเพื่อจะใช้บั้นปลายชีวิตได้อย่างภาคภูมิใจในฐานะคนคนหนึ่ง แม้จะเข้าใจว่าไม่ควรก็ตาม
การเอามือผู้สูงอายุไปจับแฮนด์สามล้อไฟฟ้าให้พึ่งพาตัวเองในวัยสู้สังขาร จึงไม่ต่างจากการเลี้ยงเด็กเล็กด้วยจอ เพื่อชดเชยเวลาและการดูแลที่พร่องไปของพ่อแม่ และทำให้เกิดความเสี่ยงต่อพัฒนาการของเด็ก แต่ทั้งสองอย่างนี้ก็ล้วนเป็นการแก้ปัญหาระดับผิวเผิน โดยที่ปมปัญหาจริงอย่างการดูแลไม่ถูกแก้ไข และสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา
ถึงอย่างนั้น หากหันมองชีวิตจริง ลูกหลานที่ไม่มีเวลาจะพาคนแก่ในบ้านไปไหนมาไหนก็อาจไม่ใช่ผู้ร้ายตัวจริง แต่ทุกคนล้วนเป็นเหยื่อของสภาพสังคมที่บีบให้คนชนชั้นกลางต้องทำงานหนักจนไม่มีเวลามาดูแลครอบครัว ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้มีเงินมากพอจะจ้างคนมาดูแล รถไฟฟ้าสามล้อที่ให้อิสระกับพ่อแม่ที่แก่เฒ่าได้ใช้ชีวิตอีกครั้ง หรือแท็บเล็ตสักเครื่องที่ให้ลูกเล็กได้หยุดร้องได้ในตอนที่ตัวเองทำงานตัวเป็นเกลียว ก็อาจเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด ถึงจะไม่ได้ดีที่สุดก็ตาม
ชั้นในของปัญหาอาจเป็นนโยบายของรัฐที่ยังไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุและสนับสนุนการมีลูกได้จริง ทำให้วัยทำงานที่รับบทเป็นทั้งพ่อแม่และลูกหลาน ต้องเผชิญสถานการณ์ที่บีบคั้นจนต้องเลือกทางที่ไม่อยากเลือก เพื่อให้ครอบครัวใช้ชีวิตต่อไปได้ แม้จะมีความเสี่ยงที่รู้อยู่แก่ใจก็ตาม
#รถเร่งมรดก #รถสามล้อไฟฟ้า #ผู้สูงอายุ #ครอบครัว #เศรษฐกิจ

"ถ้าให้งดจอแล้วเด็กจะฉลาด คนสมัยก่อนคงเป็นอัจฉริยะกันหมด" ฟังผ่าน ๆ อาจดูเป็นข้อโต้แย้งที่คมคายมาก ๆ  เพราะคิดตามแล้วก็ ...
08/09/2026

"ถ้าให้งดจอแล้วเด็กจะฉลาด คนสมัยก่อนคงเป็นอัจฉริยะกันหมด" ฟังผ่าน ๆ อาจดูเป็นข้อโต้แย้งที่คมคายมาก ๆ เพราะคิดตามแล้วก็ เอ้อ จริงด้วยแฮะ แต่พอแกะดูเนื้อในจริง ๆ จะเห็นว่าประโยคนี้มันตื้นเขินมากและเป็นการแทงสวนผิดประเด็น
อย่างแรกเลย ไม่มีนักวิชาการหรือองค์กรเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กที่ไหนบอกว่างดจอแล้วจะฉลาดขึ้นทันที แต่มีงานวิจัยจำนวนมากที่ชี้ผลเสียจากการให้เด็กดูจอเร็วเกินไปหรือมากเกินไป โดยเฉพาะก่อน 2 ขวบ และล่าสุดงานวิจัยในวารสาร Translational Psychiatry ปี 2025 ที่เก็บข้อมูลเด็กกว่า 6,000 คน ก็ยืนยันว่ายิ่งใช้เวลาหน้าจอมาก ยิ่งเสี่ยงต่ออาการสมาธิสั้นและการเติบโตของกล้ามเนื้อสมองบางส่วนที่ช้าลง พูดง่าย ๆ คือสิ่งที่เขาเป็นห่วงกันคือพัฒนาการของเด็ก ไม่เกี่ยวกับทำให้เด็กฉลาดหรือโง่เลย
การเทียบพัฒนาการเด็กข้ามรุ่นก็อาจไม่สมเหตุสมผล เพราะคนแต่ละรุ่นฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ มาตลอดจากปัจจัยหลากหลาย งานวิจัยด้านจิตวิทยาที่ติดตามคะแนนไอคิวทั่วโลกตลอดศตวรรษที่ 20 พบปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Flynn Effect คือคะแนนไอคิวเฉลี่ยของประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ราวสามจุดต่อทศวรรษ ตั้งแต่ก่อนที่ทีวีจะแพร่หลายด้วยซ้ำ สาเหตุหลักมาจากโภชนาการที่ดีขึ้น การศึกษาที่เข้าถึงคนหมู่มากขึ้น ครอบครัวที่มีลูกน้อยลง และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
นอกจากนี้เรื่องที่มักถูกมองข้ามคือ "ฉลาด" ของแต่ละยุคไม่ได้วัดด้วยไม้บรรทัดอันเดียวกัน ข้อมูลจาก Our World in Data ระบุว่าปี 1900 ประชากรโลกที่อ่านออกเขียนได้มีเพียงราว 20% เท่านั้น ขณะที่ปัจจุบันตัวเลขนี้ขยับมาอยู่ที่ 87% นั่นแปลว่าคนส่วนใหญ่ในยุค "ไม่มีจอ" ที่ยกมาเทียบ อ่านหนังสือไม่ออกด้วยซ้ำ ทักษะที่ยุคนั้นให้ความสำคัญคือความจำ การท่องจำ และการเอาตัวรอดตามบริบทของตัวเอง ไม่ใช่การคิดเชิงนามธรรมหรือการประมวลข้อมูลจำนวนมากแบบที่โลกปัจจุบันต้องการ เอาสองยุคที่นิยาม "ฉลาด" ไม่เหมือนกันมาเทียบกันจึงเหมือนเทียบแอปเปิลกับส้ม
ที่สำคัญไม่แพ้กันไม่ใช่แค่จอ แต่คือสิ่งที่อยู่ในจอและพฤติกรรมการใช้งาน งานวิจัยในวารสาร Scientific Reports ที่ศึกษาเด็กวัย 6 ถึง 36 เดือน ก็พบว่าการเปิดจอทิ้งไว้เป็นพื้นหลัง แม้เด็กจะไม่ได้ตั้งใจดู ก็ทำให้ความสนใจที่มีต่อการเล่นลดลงได้ และงานทบทวนวิจัยที่รวบรวมข้อมูลตั้งแต่ปี 2019 ถึง 2025 ก็ชี้ไปทางเดียวกันว่า การเสพคอนเทนต์วิดีโอสั้นแบบ TikTok หรือ YouTube Shorts อย่างหนัก สัมพันธ์กับสมาธิสั้นลงและผลการเรียนแย่ลงชัดเจนกว่าการดูจอทั่วไป เพราะแพลตฟอร์มเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้เล่นต่อเนื่องอัตโนมัติและป้อนคอนเทนต์ตามอัลกอริทึมเพื่อดึงความสนใจแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ ต่างจากทีวีสมัยก่อนที่ผังรายการถูกออกแบบมาตอบโจทย์คนดูหลายประเภทในแต่ละช่วงเวลา
สรุปคือข้อโต้แย้งนี้ สวนผิดประเด็นมาตั้งแต่ต้น และคำถามที่น่าคิดก็ไม่ใช่แค่เด็กดูจอแล้วจะโง่หรือฉลาด แต่เด็กได้และเสียอะไรบ้างจากการดูจอ หรือสิ่งที่อยู่ในจอ เพื่อหาแนวทางที่ตอบโจทย์การเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัวให้มากที่สุด แต่ก็เป็นผลดีที่สุดกับเด็กเช่นกัน
#พัฒนาการเด็ก #เด็กติดจอ #ครอบครัว #งานวิจัย

08/09/2026

ค่าใช้จ่ายวันนั้นของเดือนจะหายไป ด้วยแบรนด์ฝีมือนักศึกษาไทย Bare Minimum [มา Get Market Cast 88]

นโยบายที่รัฐบาลชุดก่อนเคยดำหริไว้เรื่อง ‘ผ้าอนามัยฟรี’ กลายเป็นที่ฮือฮาแต่ก็ไม่ได้นำมาใช้จริง ผ่านเวลาไปหลายปี สิ่งนี้ก็เงียบหายไปจากสังคมไทย จนเมื่อนักศึกษาสาวรายหนึ่ง คิดจะแก้ปัญหานี้ด้วยตัวคนเดียว ติดตามเรื่องนี้ได้ใน มา Get Market ชวนคุณมา Get กับการตลาดสุดฉลาดจากทั่วโลก กับ ทักษ์ ทัพสุริย์

#ประจำเดือน #ผ้าอนามัย

ใครจะไปคิดว่าฉากปล้นกลางถนนสุดระห่ำจากหนังแฟรนไชส์ Fast&Furious จะเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่ที่ฮ...
08/09/2026

ใครจะไปคิดว่าฉากปล้นกลางถนนสุดระห่ำจากหนังแฟรนไชส์ Fast&Furious จะเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่ที่ฮอลลีวูด แต่เป็นอียิปต์
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 25 สิงหาคมที่ผ่านมาใน อัลโชรุก ไคโร รถกระบะคันหนึ่งขับไปจ่อท้ายรถบรรทุก และมีชายกลุ่มหนึ่งขโมยของจากหลังรถบรรทุกมาไว้ท้ายรถกระบะ ทั้งหมดเกิดขึ้นในขณะที่รถยังทั้งสองคันยังวิ่งอยู่บนทางหลวง
ภายหลังมีรายงานเปิดเผยว่าของที่ถูกขโมยจากรถบรรทุกคือไก่แช่แข็งน้ำหนักรวม 105 กิโลกรัม โดยที่คนขับไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
หลังเกิดเหตุขึ้นหน่วยงานด้านความมั่นคงของอียิปต์เผยว่ามีผู้ต้องสงสัย 6 รายเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ซึ่งสามารถติดตามไปที่อยู่ในไคโรและคาลิยูเบีย ขณะนำกำลังเข้าจับกุม เกิดเหตุยิงปะทะขึ้น ทำให้ผู้ต้องสงสัย 3 รายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และที่เหลือถูกจับกุมพร้อมของกลางเป็นอาวุธและรถกระบะที่ใช้ก่อเหตุ
#อียิปต์ &Furious

08/09/2026

จรรยาบรรณสื่อมีไหม? เมื่อเอาข่าวคนตายมาตอบคำถามชิงรางวัล
#สื่อออนไลน์ #จรรยาบรรณสื่อ #ข่าว

ที่อยู่

Bangkok
10900

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Connect the Dotsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Connect the Dots:

ทางลัด

แชร์