White news รวดเร็ว ถูกต้อง เป็นประโยชน์ต่อสังคม

UPDATE : อิหร่านเผย เตรียมประชุมระดับภูมิภาคเรื่องการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ จันทร์นี้ กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเ...
11/09/2026

UPDATE : อิหร่านเผย เตรียมประชุมระดับภูมิภาคเรื่องการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ จันทร์นี้
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยว่า จะมีการประชุมระดับภูมิภาคที่ประเทศโอมานในวันจันทร์นี้ โดยมีอิรักและประเทศในกลุ่มอ่าวเข้าร่วม เพื่อหารือเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือเชิงพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ
อิสมาอีล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า ที่ประชุมจะหารือถึงผลการเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานเกี่ยวกับการจัดตั้งเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยสำหรับเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเผยด้วยว่า อิหร่านและโอมานสามารถบรรลุความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการกำหนด เส้นทางเดินเรือชั่วคราว ในช่องแคบดังกล่าว
พร้อมย้ำจุดยืนว่า “อิหร่านยังคงมุ่งมั่นที่จะรับประกันความปลอดภัยของการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ”
การประชุมครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความสำคัญด้านยุทธศาสตร์ของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและสินค้าระหว่างประเทศ

UPDATE : เจ้าหน้าที่อิหร่านยกย่องฮูซี ชื่นชมการยืนหยัดต่อต้าน “มหาอำนาจจักรวรรดินิยม”นายอิบราฮิม อาซิซี ประธานคณะกรรมาธิ...
11/09/2026

UPDATE : เจ้าหน้าที่อิหร่านยกย่องฮูซี ชื่นชมการยืนหยัดต่อต้าน “มหาอำนาจจักรวรรดินิยม”
นายอิบราฮิม อาซิซี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน ออกมาแสดงความชื่นชมกลุ่มฮูซีในเยเมน หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูซีสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนได้ทั้งหมด
อาซิซีโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า ในช่วงเวลาที่ผู้นำบางประเทศในภูมิภาคยอมแลกอธิปไตยของตนกับคำมั่นสัญญาที่ว่างเปล่า เยเมนกลับยืนหยัดเพียงลำพัง เพื่อต่อต้านการครอบงำของมหาอำนาจในนามของภูมิภาคทั้งหมด
เขากล่าวว่า เยเมนยังคง “ไม่ยอมก้มหัว” แม้ต้องเผชิญกับการปิดล้อมที่ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำมาเป็นเวลานานนับทศวรรษ พร้อมย้ำว่า การยืนหยัดของเยเมนเป็นหลักฐานว่า “อธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่สามารถนำไปขายได้”
อาซิซียังเตือนว่า กลุ่มพันธมิตรของอิหร่านจะตอบโต้ในเวลาที่เหมาะสม โดยระบุว่า ฮิซบุลลอฺ ฮะมาส และกลุ่มต่อต้านในอิรัก จะเปิดเผย “การตอบโต้ครั้งสำคัญ” เมื่อถึงเวลาที่กำหนด

INFO : ยุทธวิธีล่อศัตรู หรือ ข้ออ้างของการสูญเสีย? คำถามตัวโตถึงกองทัพเยเมนและชาวโลก เมื่อ "ฮูษี่" ประชิดชายฝั่งจ่อคอหอย...
11/09/2026

INFO : ยุทธวิธีล่อศัตรู หรือ ข้ออ้างของการสูญเสีย? คำถามตัวโตถึงกองทัพเยเมนและชาวโลก เมื่อ "ฮูษี่" ประชิดชายฝั่งจ่อคอหอยเส้นทางการค้า

ความมั่นคงของระบบการค้าโลกเปราะบางถึงขั้นที่กลุ่มติดอาวุธสามารถยืนริมชายฝั่ง แล้วใช้อาวุธปืนระดับกลางยิงคุกคามเรือสินค้าข้ามทวีปได้เลยหรือไม่? การเข้าควบคุมชายฝั่งตะวันตกของเยเมนโดยกลุ่มฮูษี่กำลังเปลี่ยนข้อเท็จจริงด้านความปลอดภัยทางทะเลไปอย่างสิ้นเชิง เพราะระยะห่างที่ลดลงทำให้การโจมตีไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีขีปนาวุธราคาสูงอีกต่อไป

สิ่งที่ชวนตั้งข้อสงสัยมากที่สุดในสถานการณ์นี้คือ ท่าทีของกองทัพเยเมนที่ระบุว่าการล่าถอยเป็นเพียง "ยุทธวิธีดึงศัตรูออกสู่พื้นที่โล่ง" นั้น เป็นแผนการที่ประเมินความเสี่ยงอย่างรัดกุมแล้วจริงหรือ? การยอมแลกด้วยการปล่อยให้พื้นที่ริมช่องแคบบับอัลมันดับไร้กองกำลังลาดตระเวน จนเครือข่ายลักลอบขนอาวุธและยาเสพติดกลับมาทำงานได้อิสระ คือความจงใจตามแผน หรือเป็นเพียงข้ออ้างของการสูญเสียพื้นที่ยุทธศาสตร์ และในขณะที่มหาอำนาจระดับโลกทำได้เพียงออกแถลงการณ์เตือนถึงวิกฤตซ้ำรอยช่องแคบฮอร์มุซ คำถามที่แท้จริงคือ ประชาคมโลกกำลังมีมาตรการยับยั้งที่เป็นรูปธรรม หรือกำลังทำได้แค่นั่งรอรับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการถูกตัดขาดเส้นทางเดินเรือ?

SOCIAL : เริ่มแล้ว! กลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต เคลื่อนขบวนคัดค้านงานปีใหม่ยิวป่าตอง มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติร่วมแสดงจุดย...
11/09/2026

SOCIAL : เริ่มแล้ว! กลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต เคลื่อนขบวนคัดค้านงานปีใหม่ยิวป่าตอง มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติร่วมแสดงจุดยืนด้วย
เมื่อเวลา 16.00 น.ที่ผ่านมา กลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต นำโดยนายสายชล หนูเชต ได้เคลื่อนขบวนประชาชนจากบริเวณลานโลมาหาดป่าตอง เพื่อคัดค้านการจัดงานเทศกาลปีใหม่ยิวของ ชาบัด ป่าตอง ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ (11 ก.ย. 2569)
การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีประชาชนและเครือข่ายต่าง ๆ เข้าร่วมจำนวนมากจาก 10 ภาคีเครือข่าย อาทิ กลุ่มเครือข่ายจัดการตนเองภูเก็ตมหานคร กลุ่มคนไทยรักปาเลสไตน์ กลุ่มผู้ประกอบการแท็กซี่และตุ๊กตุ๊ก รวมถึง มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ที่เข้าร่วมแสดงจุดยืนต่อการจัดงานดังกล่าว
ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนพร้อมป้ายแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไปตามถนนพระบารมีและถนนราชอุทิศ 200 ปี โดยมีเป้าหมายไปยังบริเวณใกล้ชาบัด เฮ้าส์ ป่าตอง สถานที่จัดงาน ก่อนจัดกิจกรรมแสดงพลังและปราศรัย เพื่อยืนยันจุดยืนคัดค้านการจัดงาน
ทางแกนนำฯ เปิดเผยว่า ได้รับการยืนยันแล้วว่า “เต้ อาชีวะ” และ “ทราย สมุทร” จะมาร่วมเคลื่อนไหวคัดค้านด้วย

11/09/2026

จอร์แดนโต้ "อิหร่านขี้ขลาด!"

UPDATE : ภาพยนตร์เปิดโปงอิสราเอลใช้ “AI ฆ่าชาวกาซ่า” ผู้ชมที่เวนิสปรบมือยาว 25 นาที(คลิปในคอมเมนต์)ภาพยนตร์สารคดี “นาซ่า...
11/09/2026

UPDATE : ภาพยนตร์เปิดโปงอิสราเอลใช้ “AI ฆ่าชาวกาซ่า” ผู้ชมที่เวนิสปรบมือยาว 25 นาที
(คลิปในคอมเมนต์)
ภาพยนตร์สารคดี “นาซ่า” (NAZA) ผลงานของผู้กำกับชาวอิสราเอล ราเชล ซอร์ และ ยูวัล อับราฮัม ได้รับเสียงปรบมือยาวนานถึง 25 นาที หลังฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์เวนิส ครั้งที่ 83 ที่ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 10 กันยายน
ภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดจากการสืบสวนนานเกือบ 3 ปี โดยอาศัยคำให้การจากอดีตทหารและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอิสราเอล ซึ่งขอปกปิดตัวตน เนื้อหามุ่งเปิดเผยการใช้เทคโนโลยีและระบบปัญญาประดิษฐ์ในการคัดเลือกเป้าหมายโจมตีในฉนวนกาซ่า
หนึ่งในระบบที่ถูกกล่าวถึงคือ “ลาเวนเดอร์” (Lavender) ซึ่งผู้ให้ข้อมูลอ้างว่าใช้ข้อมูลจากเครือข่ายโทรคมนาคมในกาซ่า ทั้งการสื่อสาร การเคลื่อนไหว และปฏิสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อช่วยระบุบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมาย
ผู้ให้สัมภาษณ์ในภาพยนตร์รายหนึ่งเปรียบกระบวนการดังกล่าวว่าเป็นการทำงาน “เหมือนโรงงาน” ขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำหนดเป้าหมาย เปรียบประสบการณ์การปฏิบัติการจากระยะไกลว่า “เหมือนวิดีโอเกม”
ภาพยนตร์ยังนำเสนอคำให้การเกี่ยวกับการโจมตีบ้านเรือนพลเรือน การเพิกเฉยต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรม และบรรยากาศของความเกลียดชังต่อชาวปาเลสไตน์
ผู้ให้ข้อมูลรายหนึ่งระบุว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรอง “รู้เรื่องนี้” และเคยเห็นว่าบ้านที่ถูกระบุเป็นเป้าหมายมีครอบครัวอาศัยอยู่
ผู้กำกับ ยูวัล อับราฮัม กล่าวว่า เขาต้องการให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลตะวันตก ให้ทบทวนการสนับสนุนอิสราเอลและใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ด้านผู้กำกับทั้งสองเขียนในนิตยสาร +972 ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า การเสียชีวิตของพลเรือนในกาซ่าไม่ได้เป็นเพียง “ผลพวงที่น่าเศร้า” ของสงคราม แต่เป็นผลจากกระบวนการที่พวกเขากล่าวว่ามีการวางแผนและคำนวณไว้ล่วงหน้า
🎬 เสียงสะท้อนจากวงการภาพยนตร์
สกรีน อินเตอร์เนชันแนล (Screen International) ยกย่อง นาซ่า ว่าเป็นภาพยนตร์ที่สะเทือนอารมณ์และบีบคั้นหัวใจ ขณะที่ เดอะ ฮอลลีวูด รีพอร์เตอร์ (The Hollywood Reporter) ระบุว่าภาพยนตร์สร้างความรู้สึกทั้งโกรธแค้น อับอาย และรังเกียจต่อรัฐบาลอิสราเอลในปัจจุบัน
ภาพยนตร์เรื่องนี้มี โจนาธาน เกลเซอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ “โซนแห่งความสนใจ” (The Zone of Interest) ซึ่งคว้ารางวัลออสการ์ปี 2024 ร่วมเป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร
นาซ่า ยังถูกจับตามองในฐานะภาพยนตร์ที่สานต่อกระแสจาก “เสียงของฮินด์ รอญับ” (The Voice of Hind Rajab) ซึ่งฉายที่เวนิสเมื่อปีที่แล้วและได้รับเสียงปรบมือนานถึง 23 นาที
ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขในกาซ่าระบุว่า สงครามนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 ทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตประมาณ 73,500 คน และบาดเจ็บกว่า 174,500 คน
25 นาทีแห่งเสียงปรบมือที่เวนิส จึงไม่ได้เป็นเพียงเสียงชื่นชมภาพยนตร์ แต่สะท้อนแรงสั่นสะเทือนจากคำถามสำคัญว่า
เมื่อสงครามถูกขับเคลื่อนด้วย AI ใครเป็นผู้ตัดสินว่าใครจะมีชีวิตหรือเสียชีวิต

UPDATE: อิหร่านปฏิเสธมติบอร์ด IAEA ปมส่งเรื่องแฟ้มรังสีนิวเคลียร์ให้ ‘คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ’คาเซม ฆาริบาบาดี...
11/09/2026

UPDATE: อิหร่านปฏิเสธมติบอร์ด IAEA ปมส่งเรื่องแฟ้มรังสีนิวเคลียร์ให้ ‘คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ’

คาเซม ฆาริบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกมาปฏิเสธการตัดสินใจของคณะผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ที่จะส่งเรื่องแฟ้มรังสีนิวเคลียร์ของอิหร่านไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี

ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันพุธ (9 ก.ย.) ฆาริบาบาดีกล่าวว่า การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อสิ่งอำนวยความสะดวกด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านที่อยู่ภายใต้มาตรการคุ้มกันของ IAEA ได้สร้างความหยุดชะงักให้กับกระบวนการตรวจสอบและการทวนสอบที่ IAEA เรียกร้อง

“พวกเขาโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านนิวเคลียร์ที่อยู่ภายใต้การคุ้มกันของเรา ขัดขวางกระบวนการทวนสอบตามปกติ แล้วจึงใช้ความหยุดชะงักนี้เองเป็นข้ออ้างในการผลักดันมติจากคณะผู้ว่าการ IAEA” เขากล่าว

ฆาริบาบาดีอธิบายแนวทางดังกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ “กุขึ้นมา” โดยระบุว่า “ด้วยการกุเรื่องเหล่านี้ พวกคุณไม่สามารถกลบเกลื่อนความล้มเหลวของนโยบายและการกระทำของตัวเองได้ และไม่สามารถบรรลุผลลัพธ์ใดๆ ที่คณะมนตรีความมั่นคงได้เช่นกัน”

ก่อนหน้านี้ในวันพุธ คณะผู้ว่าการ IAEA ได้รับมติส่งเรื่องแฟ้มรังสีนิวเคลียร์ของอิหร่านไปยังคณะมนตรีความมั่นคง (UNSC) และสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) โดยระบุว่าอิหร่าน “ล้มเหลวในการให้ข้อมูลที่จำเป็นและไม่อนุญาตให้เข้าถึงตามที่ต้องการ” เกี่ยวกับกิจการนิวเคลียร์ของตน

IAEA ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงสถานที่ตั้งทางนิวเคลียร์ของอิหร่านนับตั้งแต่การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลสร้างความเสียหายให้กับสถานที่เหล่านี้ในช่วงความขัดแย้ง 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายน 2025

UPDATE : สัญลักษณ์การต่อสู้ ! อียิปต์เพิ่มภาพเด็กชายชาวปาเลสไตน์ มูฮัมหมัด อัดดุรเราะฮฺ เข้าไปในหลักสูตรการศึกษาระดับปริ...
11/09/2026

UPDATE : สัญลักษณ์การต่อสู้ ! อียิปต์เพิ่มภาพเด็กชายชาวปาเลสไตน์ มูฮัมหมัด อัดดุรเราะฮฺ เข้าไปในหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรี
อียิปต์ได้บรรจุภาพของเด็กชายชาวปาเลสไตน์ มูฮัมหมัด อัดดุรเราะฮฺ ไว้ในหลักสูตรการศึกษาระดับมัธยมปลายของประเทศ ตามคำกล่าวของญะมาล อัดดุรเราะฮฺ บิดาของเขา
มูฮัมหมัดถูกสังหารเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2000 หลังจากถูกยิงโดยกองทัพอิสราเอลในฉนวนกาซ่า ระหว่างการลุกฮือครั้งที่สอง เนื่องจากการกดขี่ของอิสราเอล ซึ่งภาพเหตุการณ์ที่เด็กชายหลบอยู่หลังพ่อของเขา กลายเป็นหนึ่งในภาพที่เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์
ญะมาลอัดดุรเราะฮฺ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ว่า เขาได้รับรู้ถึงการตัดสินใจนี้ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความภาคภูมิใจและความเสียใจ โดยอธิบายว่าการที่ภาพของลูกชายเขาปรากฏอยู่ในหนังสือเรียนของโรงเรียนในอียิปต์นั้นเป็นการยอมรับที่สำคัญต่ออุดมการณ์ของชาวปาเลสไตน์
อัดดุรเราะฮฺกล่าวว่า การเก็บรักษาเรื่องราวของลูกชายไว้ในหนังสือเรียนนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่การให้เกียรติครอบครัวของเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงความเคารพต่อเด็กชาวปาเลสไตน์และผู้เสียชีวิตอีกด้วย
เขากล่าวขอบคุณผู้นำและประชาชนของอียิปต์ รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีมุฮัมหมัด อับดุลลาตีฟที่ให้ความสำคัญกับสิทธิและประวัติศาสตร์ของชาวปาเลสไตน์ในการศึกษาของนักเรียน
เขายังเรียกร้องให้นักเรียนชาวอียิปต์อย่ามองภาพของศาสดามูฮัมหมัดเป็นเพียงสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ แต่ให้เข้าใจถึงความทุกข์ทรมานของมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลัง และพิจารณาเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านประสบการณ์ของผู้ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น
อัดดุรเราะฮฺกล่าวว่า ภาพของลูกชายของเขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ระดับโลกของความทุกข์ทรมานของเด็กชาวปาเลสไตน์ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างชาวอียิปต์และชาวปาเลสไตน์
ROYANEWS

UPDATE : 25 ปีหลัง 9/11 กับ “สงครามต่อต้านการก่อการร้าย”"ตัวเลขที่สะท้อนต้นทุนมหาศาลต่อโลก"25 ปีหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน...
11/09/2026

UPDATE : 25 ปีหลัง 9/11 กับ “สงครามต่อต้านการก่อการร้าย”
"ตัวเลขที่สะท้อนต้นทุนมหาศาลต่อโลก"
25 ปีหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001
เมื่อสมาชิกอัลกออิดะฮฺ 19 คนจี้เครื่องบินโดยสาร 4 ลำ และพุ่งชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน
เหตุการณ์ครั้งนั้นนำไปสู่สิ่งที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เรียกว่า “สงครามต่อต้านการก่อการร้าย” และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามและปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในหลายประเทศ
⛔ ตัวเลขสำคัญที่ควรรู้
4.5–4.7 ล้านคน คือจำนวนผู้เสียชีวิตโดยตรงและโดยอ้อมจากสงครามที่นำโดยสหรัฐฯ หลังเหตุการณ์ 9/11 ตามการประเมินของโครงการ Costs of War แห่งมหาวิทยาลัยบราวน์
ในจำนวนนี้ประมาณ 940,000 คน เสียชีวิตโดยตรงจากสงคราม
ขณะที่อีก 3.6–3.8 ล้านคน เสียชีวิตทางอ้อมจากโรค การขาดสารอาหาร และปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสงคราม
⛔ อัฟกานิสถาน
สหรัฐฯ บุกอัฟกานิสถานเมื่อ 7 ตุลาคม 2001 หรือไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังเหตุการณ์ 9/11
แม้รัฐบาลตาลีบันถูกโค่นลงภายในเวลาไม่นาน แต่สงครามดำเนินต่อเนื่องเกือบ 20 ปี ครอบคลุมประธานาธิบดีสหรัฐฯ 4 สมัย และกลายเป็นสงครามที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
มีผู้เสียชีวิตโดยตรงจากสงครามประมาณ 176,000 คน
ขณะเดียวกัน ปัญหาความอดอยาก โรคภัย บาดเจ็บที่ไม่ได้รับการรักษา รวมถึงกับระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังตกค้าง ยังคงคร่าชีวิตและทำให้ประชาชนพิการ
ปี 2021 ตอลีบันกลับมายึดอำนาจในอัฟกานิสถานอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ ถอนกำลังออกจากประเทศ
⛔ อิรัก
วันที่ 19 มีนาคม 2003 สหรัฐฯ เปิดฉากบุกอิรัก
สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อกล่าวหาว่าอิรักมี อาวุธทำลายล้างสูง แต่ต่อมาข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ได้
ตัวเลขจากโครงการ Costs of War ประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตโดยตรงจากสงครามอิรักประมาณ 315,000 คน
ชาวอิรักจำนวนมากต้องเผชิญกับการสูญเสียชีวิต บ้านเรือน และการพลัดถิ่น
⛔ จากอัฟกานิสถานและอิรัก สู่สงครามทางอากาศทั่วภูมิภาค
นอกจากสงครามภาคพื้นดินแล้ว สหรัฐฯ ยังดำเนินปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและโดรนในหลายประเทศ เช่น ปากีสถาน เยเมน โซมาเลีย อัฟกานิสถาน รวมถึงอิรักและซีเรีย
ข้อมูลที่รวบรวมโดย Bureau of Investigative Journalism ระบุว่า
⛔ ปากีสถาน
มีการโจมตีของสหรัฐฯ ราว 423 ครั้ง
มีผู้เสียชีวิตประมาณ 2,499–4,001 คน
ในจำนวนนี้เป็นพลเรือนประมาณ 424–966 คน
⛔ เยเมน
มีการโจมตีและปฏิบัติการอย่างน้อย 186 ครั้ง
มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 853 คน
รวมพลเรือนอย่างน้อย 158 คน
⛔ โซมาเลีย
ระหว่างปี 2001–2016 มีการโจมตีประมาณ 19–23 ครั้ง
มีผู้เสียชีวิตประมาณ 188–276 คน
⛔ ลิเบีย
ปี 2011 สหรัฐฯ และ NATO เปิดปฏิบัติการทางอากาศในลิเบีย ภายใต้มติสหประชาชาติที่ระบุเป้าหมายเพื่อปกป้องพลเรือนจากการปราบปรามของรัฐบาลมูอัมมาร์ กัดดาฟี
ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 เดือน มีการโจมตีเกือบ 9,700 ครั้ง ท้ายที่สุด กัดดาฟีถูกฝ่ายกบฏจับกุมและสังหาร
⛔ อิรัก–ซีเรีย กับสงคราม ISIL
ปี 2014 สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการ Operation Inherent Resolve เพื่อต่อสู้กับกลุ่ม ISIL ในอิรักและซีเรีย
ปฏิบัติการดังกล่าวใช้ทั้งกำลังทางอากาศและภาคพื้นดิน พร้อมการทิ้งระเบิดจำนวนมหาศาล
แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เคยยอมรับตัวเลขพลเรือนเสียชีวิตประมาณ 1,417 คน แต่ Airwars ซึ่งติดตามผลกระทบต่อพลเรือนจากปฏิบัติการทางทหาร ประเมินว่าตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงถึง 8,264–13,360 คน
⛔ สงครามทำให้คนกว่า 38 ล้านคนต้องพลัดถิ่น
หนึ่งในตัวเลขที่สะท้อนผลกระทบระยะยาวมากที่สุดคือ มากกว่า 38 ล้านคน
คือจำนวนผู้ที่ต้องพลัดถิ่นจากบ้าน ทั้งภายในประเทศและข้ามพรมแดน อันเป็นผลจากสงครามหลังเหตุการณ์ 9/11 ใน อัฟกานิสถาน อิรัก ปากีสถาน เยเมน โซมาเลีย ฟิลิปปินส์ ลิเบีย และซีเรีย
แม้สงครามบางแห่งสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผลกระทบยังคงอยู่
เมื่อปีที่ผ่านมา มีชาวอัฟกันประมาณ 2.9 ล้านคน ถูกผลักดันหรือเดินทางกลับจากอิหร่านและปากีสถาน ขณะที่ในอิรักยังมีประชาชนมากกว่า 1 ล้านคน ที่อยู่ในภาวะพลัดถิ่น หลังการบุกอิรักผ่านมากว่าสองทศวรรษ

⛔ ต้นทุนที่สหรัฐฯ ต้องจ่าย
สงครามหลัง 9/11 ไม่ได้สร้างความสูญเสียเฉพาะในประเทศที่ถูกโจมตี แต่ยังส่งผลต่อทหารและประชาชนสหรัฐฯ เอง
มีทหารสหรัฐฯ มากกว่า 800,000 นาย ที่เคยประจำการในอัฟกานิสถาน
ประมาณ 2,500 นายเสียชีวิต และกว่า 20,000 นายได้รับบาดเจ็บ ก่อนสหรัฐฯ ถอนกำลังในปี 2021
สำหรับสงครามอิรัก มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตประมาณ 3,481 นาย และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 31,000 นาย
ขณะเดียวกัน ต้นทุนด้านสุขภาพจิตก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
สเตฟานี ซาเวลล์ ผู้อำนวยการโครงการ Costs of War ระบุว่า
จำนวนทหารและทหารผ่านศึกสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย มีมากกว่าผู้ที่เสียชีวิตในการสู้รบถึง 4 เท่า
⛔ สงคราม 20 กว่าปี ใช้เงินเท่าไร?
โครงการ Costs of War ประเมินว่า สหรัฐฯ ใช้เงินไปแล้วประมาณ 5.8 ล้านล้านดอลลาร์ กับสงครามในช่วงกว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา
และยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลทหารผ่านศึกในอนาคตอีกประมาณ 2.2–2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้ต้นทุนรวมอาจแตะอย่างน้อย 8 ล้านล้านดอลลาร์ และภายในปี 2030 สหรัฐฯ อาจจ่าย ดอกเบี้ยจากหนี้สงครามในระดับใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายในการทำสงครามเอง
📌 25 ปีหลัง 9/11 โลกเปลี่ยนไปอย่างไร?
จากเหตุการณ์โจมตีที่คร่าชีวิตคนเกือบ 3,000 คน
สหรัฐฯ เปิดฉากสงครามในอัฟกานิสถาน ก่อนขยายไปสู่อิรัก และปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้
ผลที่ตามมาคือ
ผู้เสียชีวิต 4.5–4.7 ล้านคน
ผู้พลัดถิ่นมากกว่า 38 ล้านคน
ค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 8 ล้านล้านดอลลาร์
และผลกระทบด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงที่ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปัจจุบัน
นักวิเคราะห์มองว่า แม้ชาวอเมริกันจำนวนมากไม่สนับสนุนการทำสงครามในต่างประเทศ แต่แนวนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงหลังยังคงมีการใช้กำลังทางทหารเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่
สเตฟานี ซาเวลล์ ระบุว่า นอกจากปฏิบัติการในโซมาเลียและเยเมนที่เข้มข้นขึ้นแล้ว ยังรวมถึง การเปิดสงครามกับอิหร่าน การโจมตีเรือในทะเลแคริบเบียน และการเพิ่มการใช้กำลังของสหรัฐฯ ในหลายพื้นที่
เธอสรุปว่า สิ่งเหล่านี้สะท้อนภาพรวมของ การเพิ่มระดับการใช้ความรุนแรงทางทหารของสหรัฐฯ มากกว่าการยุติ “สงครามที่ไม่มีวันจบ”
25 ปีหลัง 9/11 จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเหตุการณ์ก่อการร้ายในวันเดียว แต่เป็นเรื่องของสงครามที่ลากยาวหลายทศวรรษ และทิ้งตัวเลขความสูญเสียไว้กับผู้คนทั่วโลก
สรุปเนื้อหาจาก ALJAZEERA

INFO : วิกฤตพลาสติกถล่มโลก: ดับเครื่องชนต้นทางดีกว่าวิ่งไล่เก็บขยะปลายเหตุการระดมกำลังคนนับแสนลงพื้นที่กวาดล้างขยะชายฝั่...
11/09/2026

INFO : วิกฤตพลาสติกถล่มโลก: ดับเครื่องชนต้นทางดีกว่าวิ่งไล่เก็บขยะปลายเหตุ

การระดมกำลังคนนับแสนลงพื้นที่กวาดล้างขยะชายฝั่งนับสิบล้านชิ้นตลอดหลายทศวรรษ เป็นเพียงการวิ่งไล่เงาตราบใดที่สายพานการผลิตบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งทิ้งยังคงโหมกระหน่ำป้อนสินค้าเข้าสู่ตลาดอย่างไร้ขีดจำกัด

สถิติตัวเลขจากปี 2025 ยืนยันชัดเจนว่าปัญหาขยะพลาสติกทะลักล้นหาดและคร่าชีวิตสัตว์ทะเลไม่ใช่ความบกพร่องในการจัดการปลายทาง แต่เป็นผลพวงจากโครงสร้างอุตสาหกรรมที่ผลักภาระให้สังคมต้องตามเช็ดตามล้างไม่รู้จบ

ทางออกที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่การชวนกันมาเดินเก็บขยะริมหาด หรือหวังพึ่งพาระบบรีไซเคิลที่รองรับปริมาณขยะจริงไม่ไหว แต่คือการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมด้วยการบังคับให้ภาคธุรกิจผู้ผลิตร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกำจัดอย่างจริงจัง และตัดวงจรการผลิตขวดใหม่หันมาเน้นระบบเติมและใช้ซ้ำเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตออย่างยั่งยืน

ที่อยู่

Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 05:00 - 19:00
อังคาร 07:00 - 19:00
พุธ 07:00 - 19:00
พฤหัสบดี 05:00 - 19:00
ศุกร์ 05:00 - 19:00
เสาร์ 07:00 - 19:00
อาทิตย์ 07:00 - 19:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ White newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง White news:

ทางลัด

แชร์