VERY CAT SOUND Compose your dream. Mont : (+66) 085-666-2425
https://linktr.ee/Verycat
[email protected]

VERYCATSOUND
Music Production : รับแต่งเพลง ทำ sound effect เสียงดนตรีประกอบ ภาพยนตร์ เพลงโฆษณา เพลงละคร และสื่อทุกชนิด ติดต่อบริการผลิตดนตรีที่
Game Music : รับทำดนตรีประกอบเกมส์ เพลงเกมส์ และซาวด์เอฟเฟค
Portfolio & Blog : https://www.verycatsound.co (new website)
https://www.verycatsound.com (old website)
Youtube Channel : youtube.com/user/verycatofficial

Community group about Shibuya-kei
คอมมูนิตี้คนรักดนตรีแนว Shibuya-kei
www.facebook.com/groups/shibuyakeith/

ติดต่อ (+66) 0856662425
www.verycatsound.co
[email protected]

ปัญหาของคนทำเพลงกับการยึดติด Ref : Demoเชื่อว่าหลายคนทำเพลงต้องเป็นกันบ้างกับ "อาการยึดติด Reference หรือ Demo" ไม่ว่าจะ...
20/09/2026

ปัญหาของคนทำเพลงกับการยึดติด Ref : Demo
เชื่อว่าหลายคนทำเพลงต้องเป็นกันบ้างกับ "อาการยึดติด Reference หรือ Demo" ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากฝั่งคนทำเพลงเอง หรือฝั่งลูกค้าและทีมงานฝ่ายอื่น ซึ่งมักจะทำให้แยกระหว่าง "แรงบันดาลใจ (Inspiration)" กับ "การก๊อปปี้ (Copying)" ไม่ออก จนนำไปสู่ปัญหาการรื้อแก้งานไม่รู้จบ หรือเสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่ตั้งใจ บทความนี้จะพามาวิเคราะห์ที่มาของปัญหา และแนวทางการรับมืออย่างเป็นมืออาชีพครับ
สำหรับใครที่ชอบนำเพลง Reference มาวางในโปรเจกต์ ซึ่งก็อาจจะทำเพลงโดยติดไลน์ของเสียงจากเพลง Reference โดยไม่รู้ ลองดูวิธีแก้แบบนี้ครับ
เลิกใช้นามธรรมสื่อสารกับตัวเอง: คำว่า "อยากให้เพลงดูสนุก" หรือ "อยากได้ซาวด์เท่ ๆ" เป็นคำนามธรรมที่กว้างเกินไป และทำให้เราไมเห็นภาพและอาจจะเริ่มคล้อยตามเพลง Reference ทางแก้คือต้องตีความออกมาเป็นองค์ประกอบดนตรีให้ชัดเจน เช่น จังหวะของกลอง (Drum Groove), ประเภทของเสียงเบส หรือโครงสร้างทางเดินคอร์ด

กฎ 3 ชิ้น: การใช้ลูปกลองที่คล้ายกับ Reference เพียงอย่างเดียว ถือเป็นเรื่องปกติในดนตรีสากล แต่ถ้าก็กลองเหมือน เบสก็เหมือน คีย์ยังบอร์ดเหมือน หรือการเดินเมโลดี้ยังเหมือนกันเกิน 3-4 ชิ้นส่วนขึ้นไป นั่นจะเข้าข่ายการก๊อปปี้มากกว่าการใช้เพลง Reference เป็นแรงบันดาลใจ

พลิกแพลงรายละเอียด: หากเลือกใช้รูปแบบจังหวะตาม Reference ให้ลองปรับเปลี่ยนทางเดินคอร์ด หรือกลับกันหากใช้คอร์ดชุดเดียวกัน ก็ให้เปลี่ยนดีไซน์ไลน์เครื่องดนตรีชิ้นอื่นใหม่ทั้งหมด
เมื่อกี๊ก็เป็นในมุมมองคนทำเพลง แต่ถ้าเป็นมุมมองของลูกค้า ที่อาจจะปักใจในเพลง Reference ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟังไปแล้ว ต่อให้ทำอย่างไรก็อาจจะชอบหรืออยากได้เพลงที่เหมือน Reference มาก ๆ ก็มีทางแก้ประมาณนี้

กรณีที่ลูกค้าติด Reference หนักมาก: โดยมากจะบังคับให้คนทำเพลงแก้จนคล้ายต้นฉบับ ซึ่งเสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธิ์ ทางแก้คือต้องชี้แจงข้อกฎหมายเรื่องลิขสิทธิ์ให้เห็นความเสี่ยง และใช้เทคนิค "บิดโน้ต" หรือเปลี่ยนรูปประโยคดนตรีให้ไม่ซ้ำโน้ต แต่ยังคงอารมณ์คล้าย Reference ที่ลูกค้าชอบให้ได้

กรณีที่ลูกค้าติด Final Demo: จะเกิดขึ้นเมื่อโปรดิวเซอร์เปลี่ยน Sound Sample จนในขั้นตอน Mix/Master ลูกค้ากลับรู้สึกว่าเพลงเปลี่ยนไป กรณีนี้จะต้องสื่อสารตั้งแต่ต้นว่า Demo เป็นเพียงโครงสร้างหลวม ๆ หรือลองใช้ Sound Sample ตัวจริงจบตั้งแตขั้นตอน Arranging
นอกจากนี้ ในยุคปัจจุบันก็จะมีอีกปัญหาคือ การนำ Demo จาก AI กลายมาเป็น Reference ซึ่งหลายคนก็ใช้ Generative AI มาสร้าง Demo หรือร่างไอเดียเบื้องต้นให้ลูกค้าฟัง ซึ่งทำให้มีปัญหารูปแบบใหม่ขึ้นมา

Velocity และ Dynamics เพี้ยน: เมื่อแปลงไฟล์ AI มาเป็น MIDI เพื่อ Edit หรือเปลี่ยน Sample เป็นซอฟต์แวร์ น้ำหนักโน้ต (Velocity) จะเปลี่ยนไปทันที ส่งผลให้มิติและอารมณ์เพลงไม่เหมือน Demo ต้นฉบับ

การทำสัญญาและตกลง Scope งานตั้งแต่แรก: AI เข้ามามีผลกระทบที่ทำให้คนทำเพลงต้องดูขอบเขตการทำงานให้ดี อย่างกรณีงบน้อย ก็อาจจะตกลงว่าเป็นงานปรับแก้จาก AI ซึ่งแก้จุดยิบย่อยเชิงลึกได้จำกัด หรือกรณีงบปกติ ก็ต้องแจงว่า AI เป็นเพียงไกด์ไลน์ภาพรวม จากนั้นต้องรื้อทำใหม่ (Rebuild) ทั้งหมด และแจ้งลูกค้าล่วงหน้าว่าซาวด์จริงจะมีความเป็นมนุษย์มากกว่าไฟล์ Demo
ฉะนั้นแล้ว ปัญหาการยึดติด Reference หรือ Demo จะลดลงอย่างมาก หากโปรดิวเซอร์วางระบบการทำงานและการสื่อสารกับลูกค้าให้ชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนแรก การกำหนดขอบเขตงาน การให้ความรู้เรื่องลิขสิทธิ์ และการคัดเลือกซาวด์ให้จบตั้งแต่ขั้น Composition จะช่วยประหยัดเวลา ลดความขัดแย้ง และทำให้ผลงานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดได้ครับ
สำหรับใครที่สนใจในการทำเพลงอยากเรียนรู้การทำเพลงอย่างมืออาชีพ เรามีหลักสูตร The Real Producer ที่รวบรวมเนื้อหาแบบตรงจุด ครบทุกประเด็นที่จำเป็นต่อการทำเพลง ช่วยให้คุณเป็นโปรดิวเซอร์ทำเพลงได้ทุกแนวอย่างแน่นอน หรือจะเริ่มต้นจากระบบ Membership ก่อนได้ ที่จุดคัดคอร์สคุณภาพที่สามารถเอาไปใช้ได้จริงหมุนเวียนมาให้ดูกันทุกเดือน
ใครที่มีความฝันในการทำเพลง และติดตามกันมาตลอด Verycatsound ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนครับ

-------------

เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง

1.
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
"ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง"
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official
คลิก: https://line.me/ti/p/
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425

2.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/

ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE :
จ้างทำเพลง ► LINE :
#สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง

อยากทำเพลงเก่ง แต่เรียนผิดวิชาอยู่หรือเปล่า?ปัญหาใหญ่ของคนอยากเป็นศิลปินหรือโปรดิวเซอร์ คือการตั้งเป้าหมายไว้อย่างหนึ่ง ...
14/09/2026

อยากทำเพลงเก่ง แต่เรียนผิดวิชาอยู่หรือเปล่า?
ปัญหาใหญ่ของคนอยากเป็นศิลปินหรือโปรดิวเซอร์ คือการตั้งเป้าหมายไว้อย่างหนึ่ง แต่กลับเลือกเรียนผิดวิชา จนเสียเงินและเวลาไปหลายปีโดยไม่ได้ทักษะที่ต้องการจริง บทความนี้จะพามาเจาะลึกโครงสร้างการเรียนทำเพลง เพื่อให้คุณเลือกเส้นทางดนตรีได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นครับ
สิ่งแรกที่อยากแนะนำเลย เพราะเป็นกันหลายคน คืออยากให้ทุกคนแยกให้ออกระหว่าง "Music Design" หรือ "Sound Engineering"?
หลายคนอยากทำเพลง แต่งเพลง หรือดีไซน์ซาวด์ใหม่ ๆ ขึ้นมา ทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องการเรียนทำเพลงโดยตรง หรือทาง Music Design ทั้ง Composer และ Arrange แต่หลายคนก็เลือกเรียนวิชาที่เกี่ยวกับ Sound Engineer ไม่รู้ตัว อย่าง Mix หรือ Master ซึ่งจริงมันเป็นแค่ 20% หรือก็คือจัดการเสียงให้มีคุณภาพ สมบูรณ์ในขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น แต่ 80% แรก ที่เกี่ยวข้องกับการแต่งเพลง ทำเพลง จะไม่เกี่ยวกับเรื่อง Mix หรือ Master เลย
ถัดไปที่อยากแนะนำเลย คือ พยายามเรียนเนื้อหาที่พุ่งเป้าสิ่งที่เราต้องการอยากทำให้ได้แบบเจาะลึกไปเลย เช่น เรียนแต่งเพลงก็วิชาหนึ่ง เรียนทำเพลงก็อีกวิชาหนึ่ง เพราะจะทำให้เราได้เรียนรู้กับสิ่งนั้นจริง ๆ ถ้าเราเลือกเรียนคอร์สที่พาเราเรียนภาพรวมแบบกว้าง ๆ ได้เรียนแต่งเพลงนิด ๆ เรียนทำเพลงหน่อย ๆ เรียนใช้โปรแกรมพื้นฐานมาก ๆ อาจจะทำให้เราสร้างสรรค์เพลงไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะมันยังขาดความรู้บางอย่าง ซึ่งอยู่ในจุดที่ลึกขึ้นของแต่ละวิชา
ฉะนั้น ในการทำเพลงเราต้องทุ่มเวลาให้กับมันเป็นหลักร้อยชั่วโมง เพราะเราไม่สามารถลัดวิชา หรือมาเรียนภาพรวมกว้าง ๆ ได้ เพราะการจะแต่งเพลงได้ลึกซึ้ง เข้าใจทางเดินคอร์ดขั้นสูง เช่น การใช้โหมด Phrygian แบบ K-Pop หรือ K-Drama และจัดวางการเรียบเรียง ได้ทุกแนวเพลง ต้องการเวลาเรียนรู้และเคี่ยวกรำทางทฤษฎี อย่างน้อย 300–500 ชั่วโมงขึ้นไป หากเรียนวิชาสร้างสรรค์ดนตรีเพียง 40–80 ชั่วโมง จะได้เพียงแค่ระดับพื้นฐานเท่านั้น
พอเข้าใจภาพรวมแล้ว ทีนี้มาดูกันว่า จะเป็นโปรดิวเซอร์ระดับมืออาชีพ ต้องเรียนวิชาอะไรบ้าง? ซึ่งหากเป้าหมายคือการเป็นคนทำเพลงที่สร้างสรรค์งานได้โดดเด่น มีลายมือเฉพาะตัว และเข้าใจโครงสร้างดนตรีเชิงลึก วิชาที่ต้องมุ่งเน้นเลยคือ

1. Advanced Harmony & Music Theory: ทฤษฎีดนตรีและฮาร์โมนีขั้นสูง เพื่อให้เข้าใจการใช้คอร์ด โหมด และการเปลี่ยนคีย์แบบมีชั้นเชิง

2. Music Composition & Songwriting: การแต่งทำนองหลัก (Melody) และการร้อยเรียงเนื้อร้องให้เข้ากับท่วงทำนอง

3. Arranging & Orchestration: การจัดวางไลน์เครื่องดนตรีทั้งหมดในเพลง (กลอง, เบส, กีตาร์, เปียโน, เครื่องสาย, เครื่องลม)

4. Sound Design & Synthesizer: การออกแบบคลื่นเสียงและเลือกใช้ซาวด์สังเคราะห์เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว
จริง ๆ แล้ว ไม่มีหลักสูตรที่ไม่ดีนะครับ แต่จะดีมากหรือน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าหลักสูตรนั้นให้สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ ได้มากน้อยแค่ไหน แน่นอนว่าถ้าเลือกเรียนได้ตรงกับความต้องการ ก็จะทำให้เราใช้เวลาและเงินได้อย่างคุ้มค่า ไม่ต้องเสียเปล่ากับการเรียนในสิ่งที่เราไม่ต้องการครับ
สำหรับใครที่สนใจในการทำเพลงอยากเรียนรู้การทำเพลงอย่างมืออาชีพ เรามีหลักสูตร The Real Producer ที่รวบรวมเนื้อหาแบบตรงจุด ครบทุกประเด็นที่จำเป็นต่อการทำเพลง ช่วยให้คุณเป็นโปรดิวเซอร์ทำเพลงได้ทุกแนวอย่างแน่นอน หรือจะเริ่มต้นจากระบบ Membership ก่อนได้ ที่จุดคัดคอร์สคุณภาพที่สามารถเอาไปใช้ได้จริงหมุนเวียนมาให้ดูกันทุกเดือน
ใครที่มีความฝันในการทำเพลง และติดตามกันมาตลอด Verycatsound ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนครับ

-------------

เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง

1.
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
"ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง"
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official
คลิก: https://line.me/ti/p/
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425

2.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/

ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE :
จ้างทำเพลง ► LINE :
#สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง

รีวิว AI ช่วยทำเสียงร้องและไลน์ดนตรี ACE Studioถ้าพูดถึง AI กับการทำเพลง คนส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับ Generative AI ประเภทป้อ...
07/09/2026

รีวิว AI ช่วยทำเสียงร้องและไลน์ดนตรี ACE Studio
ถ้าพูดถึง AI กับการทำเพลง คนส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับ Generative AI ประเภทป้อนคำสั่ง prompt แล้วได้เพลงสำเร็จรูปออกมาทั้งก้อน แต่สำหรับคนทำเพลงระดับมืออาชีพ สิ่งที่กำลังตามหาคือ "AI Assistant" หรือ AI ที่เข้ามาเป็นผู้ช่วย ทำงานร่วมกับโปรแกรม DAW ได้โดยไม่แย่งหน้าเรา ซึ่งวันนี้อยู่กับ ACE Studio AI ที่ช่วยเรื่องเสียงร้องโดยเฉพาะ และอาจจะเป็น Game Changer ในการทำเพลงได้เลย เป็นยังไงมาดูกัน
จุดเด่นระดับ Killer Features: 2 ฟังก์ชันที่ทำได้ดีเยี่ยม

ACE Studio ออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับโปรแกรม DAW (เช่น Logic Pro, Cubase) ผ่านระบบ Bridge เพื่อส่งผ่านข้อมูล MIDI ได้โดยตรง ซึ่งมี 2 ฟังก์ชันหลักที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น:

1. AI Voice Synthesis (สังเคราะห์เสียงร้อง):
สามารถเปลี่ยนเม็ด MIDI ให้กลายเป็นเสียงร้องของมนุษย์ได้อย่างสมจริง สามารถแก้ไขคำร้อง ปรับไดนามิก, Vibrato, Bending และเสียงลมหายใจได้อย่างละเอียด ซึ่งมีเสียงนักร้องคุณภาพสูงให้เลือกมากกว่า 8 ภาษา (เช่น อังกฤษ, ญี่ปุ่น, เกาหลี, จีน, อิตาลี) เหมาะสำหรับงานทำ Demo เพลงสากล แต่ยังไม่รองรับภาษาไทย แต่ถ้าอยากใช้ก็สามารถใช้วิธีพิมพ์ทับศัพท์แบบคาราโอเกะได้ ซึ่งความสมจริงของสำเนียงจะลดลง
2. AI Instruments & Real-time Articulation (เครื่องดนตรีอัจฉริยะ):

ปลั๊กอินนี้ยังสามารถเปลี่ยนเสียงให้เป็นเครื่องดนตรีต่าง ๆ ได้ด้วย โดยสามารถคำนวณน้ำหนักและการเล่นเน้นหนัก-เบา (Articulation) ของเครื่องสาย (Strings) และเครื่องลมไม้ (Woodwinds) เช่น Violin, Cello, Flute ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาการ Edit โน้ต MIDI ที่ปกติใช้เวลานับวัน ให้กลายเป็นไลน์เครื่องดนตรีที่เล่นสั้น-ยาวและพลิ้วไหวเหมือนมนุษย์เล่นจริงในทันที แต่ในส่วนนี้ก็ยังมีเสียงให้เลือกน้อยอยู่
อีกส่วนหนึ่งที่อยากพูดถึง คือ ACE Studio ยังมีฟังก์ชั่น AI ที่ช่วยวิเคราะห์คลิปวิดีโอความยาว 1–2 นาที แล้วสร้างดนตรีประกอบ (BGM) ให้สอดคล้องกับอารมณ์ของภาพได้ดี เหมาะกับ Production House ที่ต้องการงานดนตรีประกอบด่วน
นอกจากนี้ก็ยังมี AI สร้างไลน์ดนตรีซ้อนขึ้นมากับไลน์เดิม มีระบบ Chord track แต่ก็ยังสุ่มมั่วหรือไม่แม่นยำเท่าที่ควร ยังต้องพัฒนาเพิ่มเติมให้สามารถใช้งานได้จริงกว่านี้ (สามารถดูการทดลองใช้จากคลิปได้)
หากใครที่อยากลองใช้ ลองมาดูเรื่องราคากันสักนิดนึง ซึ่งอาจจะต้องระวังกันด้วยเพราะ หน้าเว็บระบุราคาประมาณ $16.58 - $22 ต่อเดือน แต่เป็นระบบ Billed Yearly (คิดเงินก้อนรายปี) เท่ากับไม่มีระบบสมัครรายเดือนชั่วคราว ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินเริ่มต้นก้อนแรกประมาณ 6,000 บาทขึ้นไป
รวมถึงการใช้งานที่จะต้องต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา และหากต้องการเปิด Turbo Mode เพื่อประมวลผลได้รวดเร็ว ฉะนั้นตัวคอมหรือ Cpu ก็ต้องใช้ชิปประมวลผลระดับสูงในระดับหนึ่ง (เช่น Apple Silicon M1 ขึ้นไป) หากใช้คอมพิวเตอร์สเปกทั่วไป อาจพบปัญหาประมวลผลช้าและมีเสียงตุกติก (Artifacts) แทรกเข้ามาขณะใช้งาน
ณ ตอนนี้ ACE Studio นั้นถือว่าเหมาะเฉพาะคนที่ต้องทำไลน์ Strings/Woodwinds หรือทำ Demo เสียงร้องสากลบ่อย ๆ หรือโปรดิวเซอร์ที่ต้องทำไลน์ดนตรีออเคสตร้าเป็นประจำ, งานทำ Demo เสียงร้องภาษาต่างประเทศ หรือ Production House ที่ต้องการเพลงประกอบวิดีโอแบบรวดเร็ว แต่ก็อาจจะยังไม่ตอบโจทย์กับคนทำเพลงภาษาไทยเป็นหลัก, คนที่ต้องการควบคุมทุกโน้ตด้วยตนเอง 100% แต่จากฟังก์ชั่นที่มี ACE Studio ก็ถือเป็นก้าวแรกที่น่าสนใจของ AI Assistant ในงานดนตรี แม้จะยังมีข้อจำกัดเรื่องคลังเสียงและระบบการชำระเงิน แต่ก็แสดงให้เห็นแนวโน้มว่าเทคโนโลยี AI ยุคใหม่จะเข้ามาช่วยผ่อนแรงงานเบื้องหลังของคนทำเพลงได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
สำหรับใครที่สนใจในการทำเพลงอยากเรียนรู้การทำเพลงอย่างมืออาชีพ เรามีหลักสูตร The Real Producer ที่รวบรวมเนื้อหาแบบตรงจุด ครบทุกประเด็นที่จำเป็นต่อการทำเพลง ช่วยให้คุณเป็นโปรดิวเซอร์ทำเพลงได้ทุกแนวอย่างแน่นอน หรือจะเริ่มต้นจากระบบ Membership ก่อนได้ ที่จุดคัดคอร์สคุณภาพที่สามารถเอาไปใช้ได้จริงหมุนเวียนมาให้ดูกันทุกเดือน
ใครที่มีความฝันในการทำเพลง และติดตามกันมาตลอด Verycatsound ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนครับ

-------------

เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง

1.
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
"ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง"
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official
คลิก: https://line.me/ti/p/
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425

2.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/

ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE :
จ้างทำเพลง ► LINE :
#สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง

เข้าใจ Tension Chord ด้วยผัดกะเพราเวลาเริ่มต้นทำเพลง เรามักจะเริ่มต้นจาก Triad Chord เช่น คอร์ด C Major (C - E - G) ซึ่ง...
05/09/2026

เข้าใจ Tension Chord ด้วยผัดกะเพรา
เวลาเริ่มต้นทำเพลง เรามักจะเริ่มต้นจาก Triad Chord เช่น คอร์ด C Major (C - E - G) ซึ่งเพียงพอที่จะสร้างทำนองที่ไพเราะได้แล้ว แต่เมื่อก้าวเข้าสู่การแต่งเพลงขั้นสูง เรามักจะได้ยินคำว่า Tension ซึ่งก็คือโน้ตส่วนขยายเพิ่มเติม เช่น ตัว 7, 9, 11 และ 13 วันนี้เราจะมาทมองโครงสร้างคอร์ดเหล่านี้ผ่าน "ผัดกะเพรา" กัน แล้วทำไมต้องผัดกะเพรา มันพิเศษยังไง ไปดูกัน
ในเชิงดนตรี Triad Chord นั้นเป็น คอร์ดที่มี 3 เสียงพื้นฐานประกอบอยู่ อย่างที่บอกไปเช่น คอร์ด C Major (C - E - G) หากเปรียบได้กับกะเพรา จะต้องเป็นวัตถุพื้นฐานที่ต้องใส่ในกะเพราทุกครั้งเหมือนกัน แต่สำหรับคอร์ดอื่น ๆ ที่มี Tension หรือเติมโน๊ตอื่น ๆ เข้าไป ในฝั่งผัดกะเพราก็คือการเติมวัตถุดิบอื่น ๆ ให้มีกลิ่นหอมขึ้น หรือมีรสชาติอื่น ๆ แทรกเข้าไป แต่ก็ยังเป็นผัดกะเพรา
1. Triad Chord (คอร์ด 3 เสียงพื้นฐาน) = ข้าวผัดกะเพราไก่
โครงสร้างคอร์ดพื้นฐาน 3 เสียง เปรียบเหมือนองค์ประกอบหลักที่ขาดไม่ได้ของข้าวผัดกะเพรา:
โน้ตตัวที่ 1 (Root: C) เปรียบได้กับใบกะเพรา เป็นตัวระบุเอกลักษณ์หลัก หากไม่มีโน้ตตัวนี้ คอร์ดจะเปลี่ยนไปเป็นคอร์ดอื่นทันที
โน้ตตัวที่ 3 (3rd: E) เปรียบได้กับข้าวสวยหรือเส้นมาม่า เป็นตัวกำหนดอารมณ์หลัก (Major = สดใสหากเป็นข้าวสวย / Minor = เศร้าหากเป็นมาม่า)
โน้ตตัวที่ 5 (5th: G) เปรียบได้กับเนื้อไก่ เป็นตัวเติมเต็มมวลเสียงหลักให้คอร์ดสมบูรณ์
2. Seventh Chord (คอร์ด 7) = การเพิ่ม "ไข่ดาว / ไข่เจียว"
เมื่อนำ Triad มาเติมโน้ตตัวที่ 7 (7th) ซาวด์จะกลมกล่อมและมีมิติขึ้น เหมือนการสั่ง "กะเพราไก่ไข่ดาว" ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก:
C Major 7 (C - E - G - B): กะเพราไก่ + ไข่ดาว (รสชาติกลมกล่อม ละมุน ละไม)
C Dominant 7 (C - E - G - Bb): กะเพราไก่ + ไข่เจียว (รสชาติจัดจ้าน เข้มข้นขึ้น มักพบในสเกลหรือบางโหมด เช่น Mixolydian)
C Minor 7 (C - Eb - G - Bb): ผัดมาม่ากะเพราไก่ + ไข่เจียว (เปลี่ยนอารมณ์ไปอีกเฉดสีหนึ่ง)
3. Tension Chords (9, 11, 13) = เครื่องปรุงและท็อปปิ้งเสริมรสชาติ
Tension (โน้ตตัวที่ 9, 11, 13) คือการเติมท็อปปิ้งพิเศษลงบนกะเพราไก่ไข่ดาวจานเดิม เพื่อให้เกิดรสชาติและสีสันที่แปลกใหม่:
Tension 9 (9th): เปรียบเหมือน "ไส้กรอก" ใส่แล้วกินง่าย อร่อย ปรับเป็น b9 หรือ #9 เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่
Tension 11 (11th): เช่น ถั่วฝักยาว / ใบโหระพา) ต้องเลือก ตัวที่ไม่ชนกับโน้ตหลัก
Tension 13 (13th): เปรียบเหมือน "กระเทียม" หอมกลมกล่อม มีมิติ ให้รสชาติเฉพาะตัว
การใส่ Tension ที่ดี: ไม่ควรใส่ท็อปปิ้งจน "รกจาน" หากเรานำวัตถุดิบทุกอย่างใส่ลงไปพร้อมกัน ทั้งข้าว, กะเพรา, ไก่, ไข่ดาว, ไส้กรอก, ถั่วฝักยาว, กระเทียม (1 - 3 - 5 - 7 - 9 - 11 - 13) รสชาติจะตีกันจนเสียเอกลักษณ์ ซาวด์รก พร่ามัว
ในการเลือกใช้ ควรคุมจำนวนวัตถุดิบ (Max 4-5 Notes): ควรเลือกใส่ Tension เพิ่มเพียง 1-2 ตัวต่อหนึ่งคอร์ดเท่านั้น หรือบางทีแล้วสามารถเปลี่ยนวัตถุดิบหลัก หรือก็คือ 3 โน๊ตพื้นฐานออกไปบ้าง เพื่อให้มีพื้นที่ในการใส่ท๊อปปิ้ง โดยวัตถุดิบพื้นฐานนั้น ก็ให้เครื่องดนตรีอื่นเป็นคนเล่นก็ได้ เช่น เอาโน๊ตตัวที่ 1 ออก เพราะเบสสามารถเล่นส่วนนี้แทนได้ สามารถเติมใบกะเพราเข้าไปในเพลงได้
ฉะนั้น Tension Chord ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่มันคือ "ส่วนขยายรสชาติ" ที่ช่วยเปลี่ยนคอร์ดธรรมดา 1 - 3 - 5 ให้มีความน่าสนใจ มีชั้นเชิง และถ่ายทอดอารมณ์ทางดนตรีได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขอเพียงเราเข้าใจหน้าที่ของโน้ตแต่ละตัว และเลือกปรุงแต่งให้เหมาะกับสไตล์เพลงครับ
สำหรับใครที่สนใจในการทำเพลงอยากเรียนรู้การทำเพลงอย่างมืออาชีพ เรามีหลักสูตร The Real Producer ที่รวบรวมเนื้อหาแบบตรงจุด ครบทุกประเด็นที่จำเป็นต่อการทำเพลง ช่วยให้คุณเป็นโปรดิวเซอร์ทำเพลงได้ทุกแนวอย่างแน่นอน หรือจะเริ่มต้นจากระบบ Membership ก่อนได้ ที่จุดคัดคอร์สคุณภาพที่สามารถเอาไปใช้ได้จริงหมุนเวียนมาให้ดูกันทุกเดือน
ใครที่มีความฝันในการทำเพลง และติดตามกันมาตลอด Verycatsound ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนครับ
-------------
เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง
1.
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
"ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง"
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official
คลิก: https://line.me/ti/p/
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425
2.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/
ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE :
จ้างทำเพลง ► LINE :
#สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง

04/09/2026

กว่าจะเป็นคนทำ "เพลงเกม" - คุยกับโบ๊ท Composer มือรางวัล TGA2026

คุยกับ **โบ๊ท ภวิศ ฤทธิ์ณรงค์ **
ผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบเกม **Lost and Found Co.**
เจ้าของรางวัล **ดนตรีและเพลงประกอบยอดเยี่ยม จาก Thailand Game Awards 2026**

ใน **Verycat Live ประจำเดือนนี้**

เจอกันวันนี้ ** เวลา 18.00 น.**
ตรงที่ช่อง **VERYCATSOUND YouTube Channel** นะครับ

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการแต่งเพลงให้เข้ากับภาพเกม แต่เราจะคุยกันตั้งแต่การสร้างตัวตนทางดนตรีให้กับโลกของเกม การตีความ Brief การเลือกคอร์ด เมโลดี้ จังหวะ และซาวด์ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับทีมพัฒนา

รวมถึงโจทย์สำคัญที่คนอยากทำอาชีพนี้ควรรู้—เพลงเกมแตกต่างจากเพลงศิลปินอย่างไร ทำอย่างไรให้เพลงวนซ้ำได้นานโดยไม่รบกวนผู้เล่น และคนทำเพลงจะเริ่มต้นหางานในวงการเกมไทยได้จากตรงไหน

หลายประเด็นอาจไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ทำตามแล้วจะได้รางวัลทันที แต่เป็นวิธีคิดและประสบการณ์จากคนที่นำดนตรีเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเกม จนผลงานได้รับการยอมรับจริง

แล้วคุณล่ะ…
คิดว่าอะไรทำให้ดนตรีประกอบเกมหนึ่งเกมกลายเป็นเพลงที่ผู้เล่นจดจำได้?

มาฟัง Case Study จากเบื้องหลัง **Lost and Found Co.** และมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ

---

From Music Lover to Music Maker.
ค้นพบ เข้าใจ และสร้างดนตรีในอุดมคติ
ที่ VERYCATSOUND

� New to streaming or looking to level up? Check out StreamYard and get $10 discount! �

จากนางแบบสู่ศิลปิน Kiko Mizuhara เปลี่ยนความไม่มั่นใจเป็น “Feelin’ Wee”Kiko Mizuhara (水原希子) เปิดตัวในฐานะศิลปินเดี่ยวด้ว...
03/09/2026

จากนางแบบสู่ศิลปิน Kiko Mizuhara เปลี่ยนความไม่มั่นใจเป็น “Feelin’ Wee”

Kiko Mizuhara (水原希子) เปิดตัวในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วยซิงเกิล “Feelin’ Wee” เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 ผ่าน Stones Throw ค่ายเพลงจากลอสแอนเจลิส โดยได้ John Carroll Kirby มารับหน้าที่โปรดิวซ์ และ Luke Casey กำกับมิวสิกวิดีโอ

จุดเริ่มต้นของเพลงนี้ย้อนกลับไปถึงการคัฟเวอร์ “福は内 鬼は外” ของ Haruomi Hosono ซึ่ง Kiko ทำร่วมกับน้องสาว Yuka Mizuhara และ Kirby ในปี 2025 ระหว่างการทำงาน Kirby ชวนให้เธอลองเขียนเนื้อเพลงของตัวเอง จากโปรเจกต์คัฟเวอร์ครั้งเดียวจึงค่อย ๆ พัฒนาเป็นการบันทึกผลงานออริจินัล

Kiko อธิบาย “Feelin’ Wee” ว่าเป็นเพลงที่มีทั้งความฟังกี้ ลึกลับ และขี้เล่น เปรียบมนุษย์เหมือนเพชรที่เผยให้เห็นตัวตนต่างกันเมื่อมองจากคนละมุม ภาพในมิวสิกวิดีโอจึงไม่ได้พยายามวางเธอไว้ในบทบาทนักร้องเพียงแบบเดียว แต่เชื่อมแฟชั่น การเต้น การแสดง และโลกเหนือจริงเข้ากับบุคลิกของเพลง

เบื้องหลังที่น่าสนใจคือ Kiko เคยรู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องฟังเสียงร้องที่บันทึกไว้ของตัวเอง แต่เลือกเดินหน้าต่อโดยอาศัยความไว้วางใจที่มีต่อโปรดิวเซอร์ กระบวนการนี้ชี้ให้เห็นว่า หน้าที่สำคัญของโปรดิวเซอร์ไม่ได้มีเพียงการออกแบบซาวด์ แต่รวมถึงการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ศิลปินค้นพบตัวตนที่ยังไม่เคยถูกบันทึกออกมาด้วย บางครั้งลายมือใหม่ไม่ได้เริ่มจากความมั่นใจ หากเริ่มจากการยอมรับเสียงที่ยังรู้สึกไม่คุ้นเคย

ฟังเพลง ชมมิวสิกวิดีโอ และอ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ที่คอมเมนต์แรก

————————————

From Music Lover to Music Maker.
ค้นพบ เข้าใจ และสร้างดนตรีในอุดมคติ
ที่ VERYCATSOUND

ไม่ใช่ทุกคนต้องเรียน Music Production... แต่คนกลุ่มนี้ต้องเรียนในยุคที่เทคโนโลยี Generative AI สามารถเนรมิตบทเพลงขึ้นมาไ...
31/08/2026

ไม่ใช่ทุกคนต้องเรียน Music Production... แต่คนกลุ่มนี้ต้องเรียน
ในยุคที่เทคโนโลยี Generative AI สามารถเนรมิตบทเพลงขึ้นมาได้ภายในไม่กี่วินาที หลายคนอาจเกิดคำถามว่า "เรายังจำเป็นต้องทุ่มเทเวลาเรียนรู้การผลิตดนตรี (Music Production) เชิงลึกอยู่อีกหรือไม่" คำตอบคือ "ยังคงจำเป็นอย่างยิ่ง" เพราะแม้ AI จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่ดีได้ แต่ทักษะของโปรดิวเซอร์ที่เป็นมนุษย์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ด้วย 5 เหตุผลหลักนี้ มาดูกันครับ
1. การทำงานเป็น "อาชีพ" ต้องพร้อมรับการแก้ไข

การทำเพลงเป็นอาชีพไม่ใช่แค่การสร้างผลงานตามใจตนเอง แต่คือการทำงานร่วมกับลูกค้า การแก้ปัญหา และการตอบโจทย์ความต้องการที่มีรายละเอียดซับซ้อน ซึ่งการแก้ไขงานด้วย AI เป็นเรื่องยาก เช่น การแก้รายละเอียดเล็กๆ น้อย ๆ ตัวโน้ตเพียงบางคำ ปรับทางเดินคอร์ดช่วงท่อน Hook หรือเปลี่ยนเฉพาะซาวด์ของกระเดื่อง แต่การเจน AI ใหม่มักจะเปลี่ยนโครงสร้างเพลงทั้งหมดจนไม่เหลือเค้าเดิม

ในส่วนของโปรดิวเซอร์ที่ผ่านการเรียนรู้เชิงลึกจะเข้าใจระบบ Signal Flow และโครงสร้างไฟล์ MIDI ทำให้สามารถเข้าไปผ่าตัด อัดใหม่ หรือบิดแก้ไขเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ งานสเกลใหญ่ที่มีงบประมาณสูง ลูกค้ายังคงต้องการความประณีตระดับ Human-Made 100% เพื่อความออร์แกนิกเฉพาะตัว
2. คุณค่าทางจิตใจของการ "สร้างสรรค์ด้วยตนเอง"

ความรู้สึกหลังจากการกดสวิตช์ให้ AI สร้างเพลง กับการได้นั่งเรียบเรียงโน้ตแต่ละตัวด้วยตนเอง ให้ผลลัพธ์ทางจิตใจที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง สำหรับคนที่เป็นศิลปินโดยเนื้อแท้ มันไม่ได้อยู่แค่ผลลัพธ์ที่ออกมา แต่ "กระบวนการทำเพลง" คือพื้นที่ในการปลดปล่อยตัวตน หากไม่ได้คิดไลน์ดนตรี ไม่ได้เลือกซาวด์ หรือไม่ได้วางโครงสร้างฮาร์โมนีเอง พวกเขาจะไม่รู้สึกว่าสิ่งนั้นคือ "บทเพลงของตนเอง" การเรียน Music Production จึงเป็นไปเพื่อตอบสนองความต้องการสร้างสรรค์จากภายในที่ AI ให้ไม่ได้
3. AI ยังไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานแบบ "โมดูลาร์" ได้อย่างสมบูรณ์

โปรดิวเซอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการให้ AI Gen เพลงออกมาเสร็จสรรพทั้งก้อน แต่ต้องการ AI ที่ทำหน้าที่เหมือน "ชิ้นส่วนเลโก้" หรือใช้ AI Gen แค่บางส่วน เพื่อนำมาประกอบร่วมกับไอเดียของตนเอง ในข้อจำกัดในตอนนี้ หลายครั้งที่เราต้องการเพียงแค่บางไลน์ เช่น ไลน์กรูฟของกลองบางสไตล์ แต่ AI มักจะแถมเมโลดี้ เครื่องสาย หรือเสียงเบสติดมาด้วยจนเกะกะไอเดียหลัก ถ้าเป็นมืออาชีพ เราจะสามารถเขียนและเรียบเรียงเอง จึงได้ผลลัพธ์ตรงเป้าและรวดเร็วกว่าการนั่งสุ่มคำสั่ง Prompt ไปเรื่อย ๆ
4. ตลาดแยกสายชัดเจนระหว่าง "AI Artist" กับ "Real Artist"

ปัจจุบันอุตสาหกรรมดนตรีถูกแบ่งออกจากกันอย่างชัดเจน หากอยากเป็นศิลปินตัวจริง การเรียนรู้มิวสิกโปรดักชันยังคงเป็นหัวใจสำคัญ แต่การต่อยอดหรือโอกาสที่ก้าวต่อไปได้จะแตกต่างกัน
ในกระบวนการสร้างสรรค์: สาย AI Artist จะเน้นการป้อนคำสั่งเพื่อสุ่มสร้างผลงานออกมาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ Real Artist จะลงมือเขียนเนื้อร้อง ทำนอง ดีไซน์ซาวด์ และควบคุมการผลิตทุกขั้นตอนด้วยตนเอง

ในคุณค่าจากสายตาผู้ฟัง: ผลงาน AI มักถูกฟังเพื่อความบันเทิงชั่วคราวหรือเปิดเป็นเพลงบรรยากาศ (Background Music) แต่ผลงานของ Real Artist จะสร้างความศรัทธา ความอินในเรื่องราว และทำให้ผู้ฟังเชิดชูในฝีมือความสามารถ

การต่อยอดผลงาน: สาย AI มักเน้นการปล่อยเพลงสตรีมมิ่งเชิงปริมาณ แต่ Real Artist สามารถต่อยอดไปสู่การแสดงคอนเสิร์ตสด ออกทัวร์ ขายสินค้าออฟฟิเชียล และสร้างฐานแฟนเพลงที่พร้อมสนับสนุนในระยะยาวได้อย่างแท้จริง
5. การก้าวไปสู่การเป็น "ตัวจริง" ในวงการ

ผลงานที่ AI สร้างขึ้นในปัจจุบันมักจะอยู่ที่มาตรฐานระดับ 6–7 เต็ม 10 (ฟังดูดีตามมาตรฐานทั่วไป แต่ขาดเอกลักษณ์เฉพาะตัว) หากต้องการสร้างงานระดับ Masterpiece (8–10 เต็ม 10) ที่มีเอกลักษณ์ มีลายมือเฉพาะตัว หรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ก้าวข้ามกรอบดนตรีเดิม ๆ เราจะต้องมีความรู้เชิงลึกที่เหนือกว่าระบบฐานข้อมูลของ AI และเมื่อเราเป็น "ตัวจริง" ที่เข้าใจดนตรีอย่างแตกฉานแล้ว แม้จะดึง AI มาใช้เป็นเพียงเครื่องมือเสริม ผลงานก็จะมีคุณภาพโดดเด่นเหนือกว่าผู้ใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน

ฉะนั้น การเข้ามาของ AI ไม่ได้ทำให้การเรียน Music Production หมดความหมาย แต่มันยิ่งช่วย "คัดกรองตัวจริง" ออกจากผู้ใช้งานทั่วไป หากเราต้องการทำเพลงเป็นอาชีพ อยากมีลายมือเป็นของตัวเอง และอยากสร้างงานดนตรีที่มีคุณค่าต่อจิตใจ การศึกษาทฤษฎีดนตรีและกระบวนการผลิตเชิงลึกยังคงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเสมอครับ
สำหรับใครที่สนใจในการทำเพลงอยากเรียนรู้การทำเพลงอย่างมืออาชีพ เรามีหลักสูตร The Real Producer ที่รวบรวมเนื้อหาแบบตรงจุด ครบทุกประเด็นที่จำเป็นต่อการทำเพลง ช่วยให้คุณเป็นโปรดิวเซอร์ทำเพลงได้ทุกแนวอย่างแน่นอน หรือจะเริ่มต้นจากระบบ Membership ก่อนได้ ที่จุดคัดคอร์สคุณภาพที่สามารถเอาไปใช้ได้จริงหมุนเวียนมาให้ดูกันทุกเดือน
ใครที่มีความฝันในการทำเพลง และติดตามกันมาตลอด Verycatsound ขอขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนครับ

-------------

เราไม่ได้สอนให้คุณแค่ทำเป็น แต่สอนให้คุณเก่ง รู้ลึก รู้จริง
ถ้าคุณมีอาชีพโปรดิวเซอร์เป็นความฝัน มาคุยปรึกษากันได้ครับ
หากคุณสนใจการทำดนตรีจริงๆ แบบลึก จริงจัง คุณเลือกได้ ระหว่าง

1.
หลักสูตร The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
"ลึกและตรงประเด็นที่สุดกับการทำเพลง"
เนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นต่อการเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักทำดนตรี ในระดับมืออาชีพ
เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาดนตรีแท้ๆ ที่เป็นรากฐานในการสร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพทัดเทียมสากล
สนใจหลักสูตร หรือ และข้อมูลเพิ่มเติม ที่ link
► สอบถามหลักสูตร: LINE Official
คลิก: https://line.me/ti/p/
► ปรึกษา/นัดเวลา หรือขอ Demo เรียนฟรี! : http://mkt.verycatsound.academy/mf2
► โทร: 085-666-2425

2.
VERYCATSOUND Membership เริ่มต้นเส้นทางโปรดิวเซอร์ของคุณด้วยคลาสเรียน Exclusive รายเดือนในราคาที่เข้าถึงได้
► ดูรายละเอียดและสมัครเลย: https://verycatsound.com/join-member/

ติดต่อ
เรื่องเรียนทำเพลง ► LINE :
จ้างทำเพลง ► LINE :
#สอนทำเพลง #เรียนทำเพลง

K-pop ไม่จำเป็นต้องอัดทุกอย่างให้แน่น — TUIDE ใช้กรูฟและพื้นที่ว่างสร้างบุคลิกใน ‘TUNE & PLAY’TUIDE เกิร์ลกรุ๊ป 7 คนจาก ...
29/08/2026

K-pop ไม่จำเป็นต้องอัดทุกอย่างให้แน่น — TUIDE ใช้กรูฟและพื้นที่ว่างสร้างบุคลิกใน ‘TUNE & PLAY’

TUIDE เกิร์ลกรุ๊ป 7 คนจาก ABD ค่ายใหม่ในเครือ HYBE เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 พร้อม EP แรก ‘TUNE & PLAY’ จำนวน 5 เพลง โดยมี GroovyRoom ดูแลโปรดักชันตลอดทั้งชุด

กลุ่มเรียกภาษาดนตรีของตัวเองว่า “Soultronic” ซึ่งนำความอบอุ่นและกรูฟแบบ soul มาผสมกับ electronic music แต่แต่ละเพลงเลือกสำรวจคนละพื้นที่ “ABD” วางเสียงร้องลงบนพื้นผิว R&B และ lo-fi, “Echo” เคลื่อนไปทาง house พร้อมนำท่อนจาก “All for You” ของ Janet Jackson มาตีความใหม่ ขณะที่ “GRLS” ใช้จังหวะแบบ UK garage เป็นแกน

เพลงนำ “SUN KISS” น่าสนใจตรงการไม่เร่งทุกองค์ประกอบให้ใหญ่พร้อมกัน เพลงใช้กรูฟเบา ฮุกที่วนซ้ำ และพื้นที่ว่างรอบเสียงร้องเพื่อสร้างแรงดึงดูด ส่วนมิวสิกวิดีโอที่ถ่ายในไอซ์แลนด์ก็เลือกขยายบุคลิกที่แตกต่างกันของสมาชิก ผ่านหมู่บ้าน น้ำตก และหาดทรายดำ แทนการทำให้ทั้งเจ็ดคนกลายเป็นภาพเดียวตลอดทั้งเพลง

‘TUNE & PLAY’ แสดงให้เห็นอีกความเป็นไปได้ของ K-pop รุ่นใหม่ว่า บุคลิกไม่จำเป็นต้องมาจากการซ้อนเสียงและเปลี่ยนท่อนให้แน่นที่สุดเสมอไป กรูฟ พื้นผิวเสียง และสิ่งที่โปรดิวเซอร์เลือก “ไม่ใส่” ก็สามารถกลายเป็น artist direction ได้เช่นกัน แม้ EP จะยาวเพียง 12 นาที แต่การเคลื่อนจาก lo-fi R&B ไปสู่ house และ UK garage ทำให้แต่ละเพลงมีเหตุผลของตัวเองมากกว่าการเป็นเพียงส่วนขยายของเพลงนำ

ฟัง EP เต็ม ชมมิวสิกวิดีโอ และดูเดบิวต์โชว์เคสได้ที่คอมเมนต์แรก

————————————

From Music Lover to Music Maker.
ค้นพบ เข้าใจ และสร้างดนตรีในอุดมคติ
ที่ VERYCATSOUND

Maika Loubté ปล่อย “鋼の馬” — Electronic Pop ที่วางเครื่องจักร ร่างกาย และภาพยนตร์ไว้ในโลกเดียวกันMaika Loubté ปล่อยซิงเกิล...
26/08/2026

Maika Loubté ปล่อย “鋼の馬” — Electronic Pop ที่วางเครื่องจักร ร่างกาย และภาพยนตร์ไว้ในโลกเดียวกัน

Maika Loubté ปล่อยซิงเกิลใหม่ “鋼の馬” (Hagane no Uma) เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 เพลงประกอบหลักจากภาพยนตร์ดิสโทเปีย 本当にあった話(の話) หรือ F(R)ICTION ซึ่งเธอรับหน้าที่ทำดนตรีประกอบทั้งเรื่องด้วย การสร้างเพลงและสกอร์จากมุมมองเดียวกันจึงทำให้บรรยากาศของภาพยนตร์ต่อเนื่องมาถึงตัวซิงเกิลอย่างเป็นธรรมชาติ

Maika เขียนเนื้อร้องและทำนองเอง พร้อมเรียบเรียงร่วมกับ Sountrive ตัวเพลงนำคำศัพท์จากโลกของเครื่องจักรอย่างปุ่ม Play, sequencer, 808 และ 909 มาวางคู่กับถ้อยคำที่สื่อถึงร่างกายและความรู้สึกถูกควบคุม ก่อนถ่ายทอดผ่านบีตแข็งเย็น ซินธิไซเซอร์คมจัด และการเว้นพื้นที่รอบเสียงร้องเพื่อสร้างทั้งแรงกดดันและการเคลื่อนที่

แนวคิดเรื่อง “การควบคุมและการปลดปล่อย” ทำให้งานชิ้นนี้น่าสนใจมากกว่าเพลงประกอบภาพยนตร์ทั่วไป โดยเฉพาะสำหรับคนทำเพลงและนักออกแบบเสียงที่ต้องการเห็นวิธีพัฒนาแกนความคิดเดียวให้ทำงานผ่านเนื้อร้อง จังหวะ ซาวด์ดีไซน์ และโลกของภาพยนตร์พร้อมกัน เป็น electronic pop ร่วมสมัยที่มีบุคลิกชัดเจน โดยไม่ต้องอาศัยการเรียบเรียงจนแน่นเกินไป

มิวสิกวิดีโอฉบับเต็มซึ่ง Maika กำกับด้วยตัวเอง มีกำหนดเผยแพร่ทาง YouTube วันที่ 29 สิงหาคม 2026 เวลา 20.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น

Link ฟังเพลงและข้อมูลที่มาเพิ่มเติม ใน comment

ทำไมเพลงโฆษณาบางเพลงทำให้คนอยากแชร์โดยไม่รู้ตัว:         ทุกวันนี้เราเห็นโฆษณาหลายร้อยชิ้นผ่านตาในแต่ละวันครับ บางชิ้นเร...
25/08/2026

ทำไมเพลงโฆษณาบางเพลงทำให้คนอยากแชร์โดยไม่รู้ตัว
:
ทุกวันนี้เราเห็นโฆษณาหลายร้อยชิ้นผ่านตาในแต่ละวันครับ บางชิ้นเรากดข้ามทันที บางชิ้นดูจนจบ แต่ก็ลืมภายในไม่กี่นาที ขณะที่บางโฆษณา เรากลับส่งให้เพื่อน ดูซ้ำหลายรอบ หรือถึงขั้นเปิดฟังเพลงนั้นแยกต่างหาก ทั้งที่จริงแล้วเราไม่ได้ตั้งใจจะดูโฆษณาด้วยซ้ำ
สิ่งที่น่าสนใจคือ หลายครั้งคนไม่ได้แชร์โฆษณาเพราะสินค้าดีที่สุด หรือโปรโมชันคุ้มที่สุด แต่กลับแชร์เพราะ "เพลง" ที่อยู่ในโฆษณาทำให้รู้สึกบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความซึ้ง ความสนุก ความคิดถึง หรือแม้แต่ความอบอุ่นเล็ก ๆ ที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ยากครับ
พอเพลงสามารถสร้างอารมณ์ได้ คนก็เริ่มลืมไปว่า สิ่งที่กำลังดูอยู่คือโฆษณา แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังสั้นหรือมิวสิกวิดีโอมากกว่า และเมื่อความรู้สึกเกิดขึ้นจริง ๆ การกดปุ่มแชร์ก็กลายเป็นเรื่องธรรมชาติครับ

1. คนแชร์ "ความรู้สึก" มากกว่าการแชร์สินค้า
ลองสังเกตเวลาที่เราแชร์คลิปอะไรสักอย่างให้เพื่อนดูครับ ส่วนใหญ่เราไม่ได้พิมพ์ว่า "สินค้าชิ้นนี้ดีนะ" แต่จะบอกว่า "เพลงเพราะมาก" "ดูแล้วน้ำตาจะไหล" หรือ "ลองดูอันนี้สิ ฟีลดีมาก"
นั่นเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้อยากส่งต่อข้อมูล แต่กำลังส่งต่อความรู้สึกที่ตัวเองได้รับ เพลงเป็นเครื่องมือที่ทำหน้าที่นี้ได้ดีมาก เพราะสามารถสร้าง อารมณ์ได้ภายในไม่กี่วินาที บางครั้งแค่เปลี่ยนคอร์ดหรือเปลี่ยนเมโลดี้ ความรู้สึกของคนดูก็เปลี่ยนตามทันที
เมื่อโฆษณาทำให้คนรู้สึกบางอย่างได้จริง ๆ ผู้ชมก็อยากให้คนอื่นรู้สึกแบบเดียวกัน และนั่นก็มักเป็นจุดเริ่มต้นของการแชร์ครับ

2. เพลงทำให้โฆษณาไม่รู้สึกเหมือนกำลังขายของ
ปัญหาของโฆษณาหลายชิ้นคือ คนดูรู้ทันตั้งแต่วินาทีแรกว่ากำลังจะขายของ ทำให้เกิดความรู้สึกต่อต้านโดยอัตโนมัติ หลายคนจึงกดข้ามก่อนที่จะรู้ด้วยซ้ำว่าเนื้อหาคืออะไร
แต่ถ้าโฆษณาเริ่มต้นด้วยเพลงที่น่าสนใจ เรื่องราวที่ชวนติดตาม หรือบรรยากาศที่ทำให้คนอิน คนดูก็จะโฟกัสกับอารมณ์ของเรื่องมากกว่าการขายสินค้า
พอถึงตอนที่แบรนด์หรือสินค้าปรากฏขึ้น คนก็เปิดใจรับสารไปแล้ว ทำให้โฆษณาดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และไม่รู้สึกว่ากำลังถูกยัดเยียดให้ซื้อของครับ

3. เพลงที่ดี ทำให้คนอยากกลับมาฟังซ้ำ
มีโฆษณาหลายชิ้นที่คนกลับไปค้นหาอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะอยากดูสินค้า แต่เพราะจำเพลงได้
บางเพลงอาจไม่ได้ติดหูแบบร้องตามได้ทันที แต่มีเมโลดี้ที่ฟังแล้วสบาย มีอารมณ์ที่ชัด หรือเข้ากับเรื่องราวได้พอดี จนเมื่อโฆษณาจบลง คนยังรู้สึกอยากฟังต่อ
ยิ่งถ้าเพลงสามารถแยกออกมาฟังได้โดยไม่ต้องดูภาพ โอกาสที่คนจะเปิดฟังซ้ำ แชร์ต่อ หรือเพิ่มเข้าเพลย์ลิสต์ก็ยิ่งมากขึ้น
เมื่อเพลงเดินทางต่อได้ด้วยตัวเอง โฆษณาก็เหมือนได้เดินทางต่อไปพร้อมกับเพลงนั้นด้วยครับ

4. เพลงช่วยสร้างประสบการณ์ที่คนอยากแบ่งปัน
จริง ๆ แล้ว เวลาคนแชร์คลิปสักคลิปหนึ่ง หลายครั้งไม่ได้แชร์เพราะคลิปนั้นสมบูรณ์แบบ แต่แชร์เพราะคลิปนั้นทำให้รู้สึกอะไรบางอย่าง
เพลงสามารถทำให้ภาพธรรมดาดูมีความหมายมากขึ้น ทำให้เรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องที่น่าจดจำ หรือทำให้ฉากที่เรียบง่าย กลายเป็นฉากที่คนดูรู้สึกอินได้มากกว่าเดิม
เมื่อคนรู้สึกว่าตัวเองได้รับประสบการณ์ที่ดี ก็จะอยากส่งต่อประสบการณ์นั้นให้กับคนรอบตัว เหมือนเวลาเราเจอร้านอาหารอร่อย หรือหนังที่ประทับใจ แล้วรีบส่งให้เพื่อนดูทันที
หลายครั้งสิ่งที่ถูกแชร์จึงไม่ใช่ตัวโฆษณา แต่เป็นประสบการณ์ที่โฆษณาชิ้นนั้นสร้างขึ้นครับ

5. เพลงที่ถูกแชร์ ไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงที่ดังที่สุด
หลายคนอาจคิดว่า ถ้าอยากให้โฆษณาเป็นไวรัล ก็ต้องใช้เพลงฮิต หรือจ้างศิลปินดังเท่านั้น
แต่ความจริงแล้ว มีโฆษณาหลายชิ้นที่ใช้เพลงแต่งใหม่ทั้งหมด และกลับกลายเป็นเพลงที่คนจดจำได้มากกว่าเพลงดังเสียอีก
เหตุผลก็เพราะเพลงเหล่านั้นถูกแต่งขึ้นมาเพื่อรองรับเรื่องราวโดยเฉพาะ ทุกจังหวะ ทุกคอร์ด และทุกอารมณ์ถูกออกแบบให้เดินไปพร้อมกับภาพ ทำให้คนดูรู้สึกว่าเพลงกับเรื่องราวเป็นสิ่งเดียวกัน
สุดท้ายแล้ว คนจึงไม่ได้จำแค่ว่าเพลงเพราะ แต่จำได้ว่าตอนที่เพลงนี้ดังขึ้น ตัวเองกำลังรู้สึกอะไรอยู่ ซึ่งความทรงจำแบบนี้มักอยู่กับคนได้นานกว่าการจำเนื้อโฆษณาเพียงอย่างเดียวครับ
สุดท้ายแล้ว เพลงที่ทำให้คนอยากแชร์ ไม่ใช่เพลงที่เล่นดังที่สุด หรือซับซ้อนที่สุด แต่เป็นเพลงที่เข้าใจบทบาทของตัวเองครับ มันไม่ได้พยายามแย่งความเด่นจากภาพหรือสินค้า แต่ค่อย ๆ พาคนดูเข้าไปอยู่ในเรื่องราว จนลืมไปว่ากำลังดูโฆษณาอยู่
เพราะเมื่อคนอินกับเรื่องราว อินกับอารมณ์ และอินกับเพลง การกดแชร์ก็จะไม่ใช่การช่วยโปรโมตแบรนด์อีกต่อไป แต่เป็นการส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ให้กับคนอื่น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่โฆษณาที่ประสบความสำเร็จหลายชิ้นทำได้เหมือนกันครับ
———————
The Real Producer
REAL / DEEP / EXCLUSIVE
VERY CAT SOUND : Compose Your Dream
สร้างงานดนตรีที่มีคุณภาพระดับสากล
สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่
Line ID :
Tel : 0839192945
——————

ที่อยู่

580/7 Baanbodin Exclusive Ladphrao 112 Wangtonglang Plubpla
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:00
อังคาร 09:00 - 19:00
พุธ 09:00 - 19:00
พฤหัสบดี 09:00 - 19:00
ศุกร์ 09:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

0856662425

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ VERY CAT SOUND โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่