CondoNewb เพื่อนสนิทคนรุ่นใหม่
เพื่อนวงในนักลงทุน
อัปเดตทุกอย่างในวงการอสังหา

คอนโดหัวหิน 1.19 ล้าน! 👀อยู่เองก็ได้ ทำงานก็ได้ ปล่อยเช่าก็ได้ ♦️แสนสิริเปิดตึกจริงแล้ว♦️ถ้ามองหาคอนโดหัวหินในงบประมาณปร...
04/09/2026

คอนโดหัวหิน 1.19 ล้าน! 👀
อยู่เองก็ได้ ทำงานก็ได้ ปล่อยเช่าก็ได้
♦️แสนสิริเปิดตึกจริงแล้ว♦️

ถ้ามองหาคอนโดหัวหินในงบประมาณประมาณล้านต้น ๆ ตอนนี้มีอีกตัวเลือกที่ วันหยุดนี้น่าลองไปดูครับ

แสนสิริเปิดโฉม HUB Hua Hin คอนโดฯ แต่งครบพร้อมอยู่ ในโซนหนองแก ราคาเริ่มต้น 1.19 ล้านบาท*

คือเขาวางห้องมาให้รองรับหลายรูปแบบ ไม่ได้จับแค่กลุ่มคนซื้อบ้านพักตากอากาศ

① ซื้อไว้อยู่เอง
ห้องเริ่มต้น 25 ตร.ม. ไปจนถึง 40 ตร.ม. ทุกยูนิตแต่งครบ พร้อมเฟอร์ฯ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ทำเลอยู่ใกล้ BluPort, Cicada Market และ Tamarind Market เหมาะกับคนที่อยากมีคอนโดไว้พักช่วงวันหยุด หรือใช้ชีวิตที่หัวหินแบบจริงจังขึ้น

② ซื้อไว้ทำงาน / Work From Anywhere
ห้อง 1 Bedroom + ห้องอเนกประสงค์ ขนาด 40 ตร.ม. สามารถปรับเป็นห้องทำงาน ห้องนอนเพิ่ม หรือพื้นที่อเนกประสงค์ได้

แถมมี Co-working Space ในโครงการด้วย

③ ซื้อเพื่อปล่อยเช่า
อันนี้เป็นมุมที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน เพราะราคาตั้งต้นค่อนข้างเข้าถึงง่าย และหัวหินมีทั้งตลาดนักท่องเที่ยวและคนทำงานในพื้นที่

แสนสิริระบุว่าโครงการมีโอกาสสร้าง Rental Yield กว่า 7%* โดยอ้างอิงจากโครงการ HAY Hua Hin ที่ Sold Out 100%

แต่ตัวเลขนี้ต้องอ่านให้ครบครับ

7% ไม่ใช่ Yield ที่ HUB การันตี

เพราะเป็นข้อมูลจากอีกโครงการหนึ่ง ดังนั้นถ้าจะซื้อเพื่อลงทุนจริง ต้องเอาราคาห้อง ค่าเช่าที่ทำได้จริง Occupancy ค่าส่วนกลาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ มาคำนวณกันอีกที

ตัวโครงการเองมี 211 ยูนิต สูง 8 ชั้น และมีส่วนกลางหลัก ๆ ทั้งสระว่ายน้ำ Fitness และ Co-working Space

ส่วนทำเลอยู่โซนหนองแก ใกล้ BluPort ประมาณ 5 นาที และเชื่อมต่อเข้าเมืองหัวหินได้ไม่ยาก

🚩เปิดตึกจริงครั้งแรก 12–13 ก.ย.นี้
พร้อมโปรส่วนลดสูงสุด 220,000 บาท* และเฟอร์นิเจอร์ + เครื่องใช้ไฟฟ้า*

HUB Hua Hin ไม่ได้ขายด้วยจุดเด่นว่าเป็นคอนโดหรู แต่เล่นเกมที่ “ราคาเข้าถึงง่าย + แต่งครบ + ใช้งานได้หลายรูปแบบ + ทำเลหัวหิน”

งบ 1.19 ล้าน อาจซื้อเพื่อเป็นบ้านพักเล็ก ๆ
ทำงานจากหัวหินก็ได้
หรือถ้าตัวเลขค่าเช่าลงตัว จะเอาไปปล่อยเช่าก็มีโอกาส

แต่สุดท้าย ซื้อเพื่ออยู่กับซื้อเพื่อการลงทุน ต้องคำนวณคนละแบบกันครับ

ถ้าเป็นคุณ มีงบ 1.19 ล้าน
จะเลือก อยู่เอง / ทำงาน / ปล่อยเช่า แบบไหน? 👀

#ฮับหัวหิน #แสนสิริ #ซื้อคอนโดต้องแสนสิริ

คนรัก  #แปลนห้องหน้ากว้าง ต้องเลิฟห้องนี้ส่วนตัวเป็นคนชอบแปลนห้องหน้ากว้างแบบนี้มากๆ ทุกส่วนติดอากาศหมด ห้องสว่าง ระบายค...
04/09/2026

คนรัก #แปลนห้องหน้ากว้าง ต้องเลิฟห้องนี้
ส่วนตัวเป็นคนชอบแปลนห้องหน้ากว้างแบบนี้มากๆ ทุกส่วนติดอากาศหมด ห้องสว่าง ระบายความชื้นได้ดี เทควิวได้ทุกส่วน ซึ่งห้องนี้อยู่ในโครงการ Modiz Voyage ศรีนครินทร์ จาก Assetwiseหน้ากว้างแบบนี้ยังมีห้องแบบ Loft รวมถึงห้องที่สามารถ #จดทะเบียนการค้า ทำเป็นออฟฟิศเล็ก ๆ ได้ด้วยนะครับ

จริงๆ แล้วพอได้ดูโครงการนี้ละเอียดขึ้น ผมว่าจุดที่น่าสนใจไม่ได้มีแค่เรื่องแปลนห้อง แต่คือ “Product” ของโครงการที่ดูเหมือนจะตั้งใจออกแบบมาให้รองรับคนหลายกลุ่มมากกว่าคอนโดทั่วไป

ตัวโครงการมีทั้งหมด 813 ยูนิต แบ่งเป็น Residential Units 638 ยูนิต, Business Units 170 ยูนิต และร้านค้าอีก 5 ยูนิต ซึ่ง Business Unit นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่ค่อนข้างแตกต่าง เพราะสามารถใช้เป็นพื้นที่ประกอบธุรกิจและจดทะเบียนการค้าได้ตามเงื่อนไขของโครงการ และพอเอาเรื่องนี้มามองคู่กับ “ทำเล” ผมว่ามันเริ่มเห็นภาพของกลุ่มลูกค้าที่โครงการกำลังจับมากขึ้น

Modiz Voyage อยู่บนถนนศรีนครินทร์ หัวหมาก ห่างจาก MRT ศรีกรีฑา รถไฟฟ้าสายสีเหลืองประมาณ 300 เมตร ซึ่งทำให้การเดินทางไม่ได้ผูกอยู่กับรถยนต์อย่างเดียว ขณะเดียวกันบริเวณนี้ก็เป็นจุดเชื่อมระหว่างศรีนครินทร์–รามคำแหง–พัฒนาการ–กรุงเทพกรีฑา และสามารถต่อเข้าโซนพระราม 9 ได้ค่อนข้างสะดวก

รอบๆ โครงการก็มีทั้ง The Mall บางกะปิ, The Park กรุงเทพกรีฑา, NIDA, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ รวมถึงโรงพยาบาลรามคำแหงและโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เรียกได้ว่าเป็นทำเลที่มีทั้งแหล่งงาน สถานศึกษา โรงพยาบาล และแหล่งใช้ชีวิตอยู่ในรัศมีไม่ไกลมากนัก

ที่น่าสนใจคือเซลล์เล่าให้ฟังว่า “ลูกค้าหลักของโครงการมีชาวเมียนมาเข้ามาค่อนข้างเยอะ”

ตอนแรกผมก็คิดว่านี่เป็นเพียงข้อมูลจากการขาย แต่พอไปดูตัวเลขของตลาดคอนโดต่างชาติแล้ว ต้องบอกว่าไม่ได้เป็นข้อมูลที่ขัดกับภาพตลาดเลย

เพราะข้อมูลของ REIC ระบุว่า ในปี 2568 ชาวเมียนมาโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในประเทศไทยถึง 1,968 ยูนิต เพิ่มขึ้นถึง 41.8% จากปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า 6,159 ล้านบาท และที่สำคัญคือพื้นที่ที่ชาวเมียนมาซื้อคอนโดมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และเชียงใหม่

พูดง่ายๆ คือ “เมียนมา” ไม่ได้เป็นเพียงตลาดต่างชาติขนาดเล็กที่โผล่มาเป็นครั้งคราวแล้วหายไป แต่กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ซื้อคอนโดต่างชาติที่ต้องจับตามองจริงๆ
ในปี 2568 ชาวเมียนมามีจำนวนการโอนเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจีนเลยด้วยซ้ำ

และถ้าย้อนกลับไปดูข้อมูลก่อนหน้านี้ก็จะเห็นแนวโน้มนี้มาต่อเนื่อง โดย REIC เคยรายงานว่าชาวเมียนมาเป็นกลุ่มที่มีการซื้อคอนโดเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ขณะที่ข้อมูลภาคตลาดระบุว่าความต้องการของกลุ่มนี้ไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะคอนโดระดับ Luxury แต่มีความต้องการในช่วงราคา 2–4 ล้านบาทด้วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปกครองที่ซื้อให้บุตรหลานซึ่งเข้ามาเรียนในประเทศไทย

ตรงนี้แหละครับที่ผมว่าทำเลของ Modiz Voyage น่าสนใจ เพราะโครงการไม่ได้อยู่ในสุขุมวิทหรือ CBD ซึ่งเป็นทำเลที่ต่างชาติคุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่ตั้งอยู่บนแนวศรีนครินทร์–รามคำแหง ซึ่งมีทั้งมหาวิทยาลัย สถานศึกษา โรงพยาบาล แหล่งงาน และระบบรถไฟฟ้า

โดยเฉพาะการที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญและ NIDA ทำให้ทำเลนี้มีเหตุผลรองรับสำหรับกลุ่มผู้ปกครองหรือนักเรียนนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการมีที่พักในกรุงเทพฯ รวมถึงพนักงานสนามบินสุวรรณภูมิด้วย เขาตัดตรงโครงการก็สามารถขึ้นมอเตอร์เวย์เชื่อมไปยังสนามบินได้สะดวกทั้งขาไปและขากลับ ขณะเดียวกันก็ยังเชื่อมต่อกับโซนรามคำแหงและพระราม 9 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชุมชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจค่อนข้างหนาแน่น

ดังนั้น ถ้าถามว่าทำไมเซลล์ถึงบอกว่าลูกค้าชาวเมียนมาน่าจะเป็นกลุ่มใหญ่ของโครงการ ผมคิดว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องที่ฟังแล้ว “ลอยๆ” เสียทีเดียว เพราะทั้งสถิติการซื้อคอนโดของชาวเมียนมาในประเทศไทย และลักษณะของทำเล มีบางอย่างที่สามารถเชื่อมโยงกันได้

ที่สำคัญคือ Product ของ Modiz Voyage เองก็ไม่ได้ทำมาเป็นคอนโดเพื่ออยู่อาศัยอย่างเดียว แต่มีทั้งห้อง Residential, Loft และ Business Unit ที่รองรับการทำธุรกิจ ทำให้กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาซื้ออาจไม่ได้มีเพียงคนที่มองหาห้องนอนเพื่ออยู่อาศัย แต่รวมถึงคนที่ต้องการใช้พื้นที่เป็นทั้ง “บ้าน + ที่ทำงาน” ด้วย

และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมมองว่าโครงการนี้มีความน่าสนใจในอีกมุมหนึ่ง คือไม่ได้ขายแค่ “คอนโดติดรถไฟฟ้า”แต่ขายความยืดหยุ่นของการใช้พื้นที่ด้วย

ส่วนเรื่องแปลนหน้ากว้างที่ผมพูดถึงตอนต้น ยิ่งมาเจอกับแนวคิดนี้ก็ยิ่งน่าสนใจ เพราะสำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการใช้ห้องเป็นเพียงที่พัก แปลนที่เปิดกว้าง มีพื้นที่ทำงาน และมีแสงธรรมชาติเข้ามาถึงหลายด้าน อาจมีประโยชน์มากกว่าคอนโดที่เน้นแบ่งพื้นที่เป็นห้องเล็กๆ หลายห้อง

สำหรับผม นี่จึงเป็นอีกโครงการที่ต้องมองทั้ง “ห้อง” และ “คนที่จะซื้อห้อง” ไปพร้อมกัน
เพราะบางครั้งสิ่งที่บอกว่าโครงการหนึ่งน่าสนใจ ไม่ใช่แค่ห้องสวยหรือส่วนกลางดี แต่คือเราต้องตอบให้ได้ว่า “ใครจะซื้อ และเขาซื้อเพราะอะไร”
ซึ่ง Modiz Voyage ศรีนครินทร์ ดูเหมือนว่าจะมีคำตอบในเรื่องนี้ค่อนข้างชัดทีเดียว

#คอนโดศรีนครินทร์ #คอนโดหน้ากว้าง #คอนโดติดรถไฟฟ้า #ตลาดคอนโด

03/09/2026

ออริจิ้นและบริทาเนีย ขนทัพบ้าน-คอนโดฯ พร้อมอยู่กว่า 70 โครงการ จัดโปรแรงแห่งปี ลดสูงสุด 4.5 ล้านบาท* พร้อมสิทธิพิเศษระดับ First Class เฉพาะ 3–6 ก.ย. นี้ ที่ ORIGIN THONGLOR WORLD

คอนโดตรงข้าม ICONSIAM ราคาเริ่ม 5.9 ล้าน! 👀คำถามคือ…ราคานี้ได้อะไร และทำไม AP ถึงวางโครงการนี้เป็น Flagship ของเจริญนคร?...
02/09/2026

คอนโดตรงข้าม ICONSIAM ราคาเริ่ม 5.9 ล้าน! 👀
คำถามคือ…ราคานี้ได้อะไร และทำไม AP ถึงวางโครงการนี้เป็น Flagship ของเจริญนคร?

ล่าสุด RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วครับ

AP จับมือ Mitsubishi Estate พัฒนาโครงการบนที่ดินกว่า 4 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 5,000 ล้านบาท ทำเลตรงข้าม ICONSIAM และห่าง BTS เจริญนครแค่ประมาณ 100 เมตร

จุดที่น่าสนใจ
• ตรงข้าม ICONSIAM
• เดินถึง BTS เจริญนครประมาณ 100 เมตร
• อาคารสูง 29 ชั้น / 577 ยูนิต
• พื้นที่ส่วนกลางกว่า 3.3 ไร่
• มีสระ Infinity ยาว 38 เมตร พร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา
• ชั้นบนมี Yacht Lounge, Sky Living Room และ Private Gym
• ห้อง 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม. เริ่ม 5.9 ล้านบาท
• ห้อง Vertiplex เพดานสูง 4.45 เมตร เริ่ม 9.9 ล้านบาท

ถ้าตัดคำว่า “ลักชัวรี” และภาษาการตลาดออกไป จุดขายของโครงการนี้ค่อนข้างชัดเลยครับ

ทำเลนี่แหละคือพระเอก ⭐️

เพราะวันนี้เจริญนครไม่ได้มีแค่คอนโดริมแม่น้ำอีกแล้ว แต่มีทั้ง ICONSIAM, โรงแรม ร้านอาหาร และ BTS อยู่ในระยะที่เดินถึง

ส่วนตัวโครงการก็เลือกเล่นกับวิวแม่น้ำแบบเต็มที่ โดยเอาพื้นที่ส่วนกลางสำคัญ ๆ ขึ้นไปไว้ชั้น 28–29 เพื่อเปิดมุมมองแม่น้ำเจ้าพระยาและ Skyline ของกรุงเทพฯ

แต่ต้องดูให้ดีว่า 5.9 ล้านบาทคือราคาเริ่มต้น และเป็นห้อง 35 ตร.ม.

ถ้าต้องการห้องใหญ่ขึ้น หรือขยับไปกลุ่ม Vertiplex ราคาก็เริ่มที่ 9.9 ล้านบาทแล้ว

ดังนั้นนี่ไม่ใช่คอนโดที่ขายด้วย “ราคาถูก”

แต่ขายด้วย ทำเล + วิว + สิ่งอำนวยความสะดวก + ความพร้อมเข้าอยู่

และน่าสนใจตรงที่วันนี้เจริญนครกำลังเปลี่ยนจากย่านริมแม่น้ำธรรมดา ๆ ไปเป็นทำเลที่มีทั้ง Retail + Transit + Hospitality + Luxury Residence อยู่ในพื้นที่เดียวกัน

คำถามคือ…ถ้ามีงบ 6 ล้าน คุณจะเลือกคอนโดตรงข้าม ICONSIAM แบบนี้ หรือขยับไปหาทำเลอื่นที่ได้ห้องใหญ่กว่าครับ? 👀

#ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้ ็นชีวิตคุณ ิษัทอสังหาอันดับ1
ิญนครไอคอนิค

เมื่อ “บ้านเดี่ยว” ในยุคนี้ ไม่ได้แข่งกันที่ขนาดพื้นที่… แต่แข่งกันว่าสะท้อนตัวตนเราได้แค่ไหน 🌿🏡ล่าสุดผมเห็นการขยับตัวขอ...
01/09/2026

เมื่อ “บ้านเดี่ยว” ในยุคนี้ ไม่ได้แข่งกันที่ขนาดพื้นที่… แต่แข่งกันว่าสะท้อนตัวตนเราได้แค่ไหน 🌿🏡

ล่าสุดผมเห็นการขยับตัวของ SC Asset กับการรีเฟรชแบรนด์บ้านเดี่ยวอย่าง VENUE ทั้ง 5 ทำเล (พระราม 9, พหลโยธิน, วิภาวดี, พระราม 5 และบางนา-ศรีวารี) ที่รอบนี้เลือกฉีกกรอบเดิมๆ ด้วยการหยิบกลิ่นอาย Mid-Century Modern เข้ามาเป็นตัวชูโรง พร้อมดึง “เต้ย-จรินทร์พร” มาร่วมถ่ายทอดมุมมอง แถมยังคอลแลบกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์อย่าง Marimekko อีกด้วย
ภาพที่เห็นชัดเจนมากๆ คือ ตลาดอสังหาฯ กำลังเปลี่ยนภาษาในการคุยกับคนรุ่นใหม่
จากยุคก่อนที่เราซื้อบ้านเพราะ "สเปก" กว้างกี่ตารางเมตร เสาเข็มลึกเท่าไหร่ กลายมาเป็นยุคที่เราซื้อเพราะ "Mood & Tone" เรามองหาบ้านที่มีคาแรกเตอร์ มีเส้นสายเรโทรเบาๆ ที่โปร่งตา แต่งบ้านสนุก ถ่ายรูปมุมไหนก็มีชีวิตชีวา และที่สำคัญคือต้องสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้านได้ชัดเจน

แต่ในฐานะคนดูบ้าน… มี 2 สิ่งที่ผมอยากชวนคิดตามเบาๆ ครับ

อย่างแรกคือเรื่อง Timeless vs. Trend
ดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์จัดๆ อย่าง Mid-Century มีเสน่ห์มหาศาลในวันที่เราเห็นครั้งแรก แต่สำหรับบ้านที่เราตั้งใจอยู่ยาวเป็นสิบๆ ปี ลองจินตนาการดูว่า ในอีก 10–20 ปีข้างหน้า เรายังจะเอ็นจอยกับบรรยากาศนี้อยู่ไหม เฟอร์นิเจอร์ที่จะซื้อเติมในอนาคตจะหายากหรือเปล่า และการดูแลรักษาในระยะยาวจะตอบโจทย์เราจริงไหม

อย่างที่สองคือ ฟังก์ชันและการใช้ชีวิตจริง
ต่อให้บ้านจะดีไซน์สวยจนใจฟูแค่ไหน หัวใจสำคัญของการอยู่อาศัยก็ยังคงเป็นเรื่องเดิมๆ นั่นคือการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน สภาพแวดล้อมรอบโครงการ และค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ต้องบริหารจัดการในระยะยาว

บ้านที่สวยที่สุด อาจไม่ใช่บ้านที่ตามเทรนด์ที่สุด แต่คือบ้านที่อยู่แล้วเป็นตัวเราได้อย่างสบายใจทั้งในวันนี้และอีกหลายสิบปีข้างหน้า

แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ ถ้าต้องเลือกบ้านสักหลังในตอนนี้ "หน้าตาดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์" มีผลต่อการตัดสินใจของคุณมากน้อยแค่ไหน เมื่อเทียบกับเรื่องทำเลและราคา? มาแชร์มุมมองกันได้นะครับ 👇

ศุภาลัย คราม เขาเต่า คอนโดที่ไม่ได้ขายความคึกคัก แต่ขาย “คุณภาพของการอยู่อาศัย”เมื่อวานมีโอกาสแวะเข้าไปดู ศุภาลัย คราม เ...
29/08/2026

ศุภาลัย คราม เขาเต่า คอนโดที่ไม่ได้ขายความคึกคัก แต่ขาย “คุณภาพของการอยู่อาศัย”

เมื่อวานมีโอกาสแวะเข้าไปดู ศุภาลัย คราม เขาเต่า หลังจากที่ทางศุภาลัยเชิญมาเยี่ยมชมโครงการ

สิ่งแรกที่ผมรู้สึกกับโครงการนี้คือ ถ้าใครกำลังมองหาคอนโดในหัวหินที่อยู่ใจกลางความคึกคัก เดินออกจากโครงการแล้วเจอร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งท่องเที่ยวเต็มไปหมด โครงการนี้อาจไม่ใช่คำตอบแรก

แต่ถ้าคุณกำลังมองหาบ้านพักตากอากาศ หรือคอนโดสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาวที่ต้องการความสงบมากขึ้น ผมกลับคิดว่า “เขาเต่า” เป็นหนึ่งในทำเลที่น่าสนใจมากของหัวหิน

เพราะเขาเต่าเป็นหัวหินอีกด้านหนึ่งที่มี Character ค่อนข้างชัดเจน อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองหัวหิน แต่บรรยากาศเปลี่ยนไปพอสมควร จากเมืองท่องเที่ยวที่มีความคึกคัก กลายเป็นพื้นที่ที่มีทั้งทะเล ภูเขา อ่างเก็บน้ำ และชุมชนดั้งเดิมอยู่ร่วมกัน

และที่สำคัญคือ ความสงบของเขาเต่าไม่ได้เกิดจากการที่ทำเลยังไม่มีอะไร แต่เกิดจากการที่พื้นที่นี้ยังไม่ได้ถูกพัฒนาแบบหนาแน่นเหมือนใจกลางหัวหิน

แล้วทำไมศุภาลัยถึงเลือกมาทำโครงการตรงนี้?

ศุภาลัย คราม เขาเต่า เป็นโครงการ Low Rise 5 ชั้น 4 อาคาร มีเพียง 84 ยูนิตบนที่ดินประมาณ 3 ไร่ และห้องทั้งหมดมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ตั้งแต่ 1 Bedroom Plus ขนาด 53 ตร.ม. ไปจนถึง 2 Bedrooms ขนาด 82.5 ตร.ม.

ถ้าดูจากขนาดห้องตั้งแต่ 53 ตร.ม. และห้อง 2 Bedrooms ที่มีทั้ง 59.5, 72 และ 82.5 ตร.ม. ผมมองว่านี่สะท้อนกลุ่มลูกค้าได้ค่อนข้างชัด

โครงการนี้ไม่ได้วางตัวเองเป็นคอนโดสำหรับคนที่ต้องการ “ห้องเล็กที่สุดในราคาถูกที่สุด” แต่กำลังขาย “พื้นที่สำหรับการพักผ่อน” มากกว่า

ดังนั้น กลุ่มที่ผมมองว่าน่าจะเหมาะกับโครงการนี้ คือคนที่ต้องการบ้านหลังที่ 2 เช่น คนกรุงเทพฯ ที่อยากมีคอนโดไว้มาอยู่ช่วงวันหยุด แต่ไม่อยากได้ทำเลที่วุ่นวายจนรู้สึกเหมือนย้ายจากกรุงเทพฯ มาหัวหินแล้วก็ยังเจอความวุ่นวายเหมือนเดิม

อีกกลุ่มคือครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ เพราะห้อง 2 Bedrooms ขนาด 72–82.5 ตร.ม. ทำให้สามารถใช้งานเป็นบ้านพักตากอากาศจริง ๆ ได้มากกว่าคอนโดประเภท Studio หรือ 1 Bedroom ขนาดเล็ก

รวมถึงคนวัยทำงานที่สามารถทำงานจากหัวหินได้ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน และให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากกว่าการอยู่ใกล้ศูนย์กลางเมือง

และอีกกลุ่มที่น่าสนใจคือ ผู้ซื้อวัยเกษียณ หรือผู้ซื้อที่กำลังวางแผนชีวิตหลังเกษียณ

เพราะโจทย์ของคนกลุ่มนี้อาจไม่ได้ต้องการ Nightlife หรือความสะดวกแบบเดินลงจากคอนโดแล้วมีร้านค้า 20 ร้าน แต่ต้องการทะเล อากาศที่ผ่อนคลาย ร้านอาหาร โรงพยาบาล และการเดินทางกลับกรุงเทพฯ ที่ไม่ลำบาก

แล้วราคาล่ะ?

ราคาโครงการที่เผยแพร่ไว้เริ่มต้นประมาณ 3.59 ล้านบาท ไปจนถึงประมาณ 8.5 ล้านบาท หรือเริ่มต้นราว 60,500 บาทต่อตารางเมตร

แต่ผมอยากให้คนที่สนใจอย่าดูแค่ราคาต่อตารางเมตร

เพราะสำหรับคอนโดตากอากาศ สิ่งที่ต้องถามต่อคือ

“เรากำลังซื้อพื้นที่ในห้อง หรือกำลังซื้อทำเลที่เราจะใช้ชีวิตในอีก 10–20 ปี?”

ถ้าเป็นห้อง 53 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3 ล้านปลาย ๆ ผมมองว่าเป็น Product ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการบ้านพักตากอากาศขนาดกำลังดี

แต่ถ้าเป็นห้อง 2 Bedrooms ขนาด 72–82.5 ตร.ม. ราคาจะขยับขึ้นไปอีกระดับ และกลุ่มผู้ซื้อก็จะเปลี่ยนจาก “คนหาคอนโด” ไปเป็น “คนที่กำลังหาบ้านพักตากอากาศ” มากขึ้น

ตรงนี้เป็นความแตกต่างที่สำคัญมาก

อีกเรื่องที่ผมชอบคือ “จำนวนยูนิต”

84 ยูนิตอาจไม่ได้ทำให้โครงการดูหวือหวา แต่สำหรับคอนโดตากอากาศ ผมกลับมองว่ายูนิตน้อยเป็นข้อดี

เพราะสิ่งที่คนซื้อคอนโดในเขาเต่าต้องการจริง ๆ อาจไม่ใช่ Lobby ใหญ่อลังการ หรือส่วนกลาง 10 อย่าง

แต่คือการกลับมาพักแล้วรู้สึกว่า

“ฉันหนีออกจากเมืองมาแล้วจริง ๆ”

ตัวโครงการออกแบบเป็นอาคาร Low Rise ล้อมพื้นที่ส่วนกลาง มีสระว่ายน้ำและพื้นที่สีเขียว ขณะที่โครงการอยู่ห่างจากชายหาดเขาเต่าประมาณ 400 เมตร และอยู่ใกล้อ่างเก็บน้ำเขาเต่า

จากที่เข้าไปดูจริง ผมจึงรู้สึกว่า Concept “Beach Vibes” ของโครงการค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกับ Character ของทำเล

ไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกอย่างหรูหราเกินจริง แต่ใช้ธรรมชาติและความสงบเป็นส่วนหนึ่งของ Product

แล้ว “เขาเต่า” จะไปต่อได้ไหม?

นี่คือส่วนที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุดสำหรับคนซื้อเพื่อการลงทุน

ผมไม่คิดว่าเขาเต่าจะกลายเป็น “หัวหิน 2” ที่เต็มไปด้วยคอนโดสูงและร้านค้าแน่น ๆ และจริง ๆ แล้ว ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นด้วยซ้ำ

จุดแข็งของเขาเต่าอาจอยู่ที่การเป็นพื้นที่พักอาศัยและพักผ่อนที่อยู่ถัดออกมาจากตัวเมือง แต่ยังเชื่อมต่อกับหัวหินได้สะดวก

ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานของหัวหินก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ กับหัวหิน รวมถึงสนามบินหัวหินที่เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตา หากในอนาคตสามารถเพิ่มเที่ยวบินและเชื่อมต่อกับเมืองต่าง ๆ ได้มากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพของหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวและเมืองพักอาศัยระยะยาวได้อีกทางหนึ่ง

ดังนั้น ถ้ามองในเชิงอสังหาริมทรัพย์ ผมมองว่าหัวหินไม่ได้มีอนาคตแค่การเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่กำลังค่อย ๆ ขยับไปสู่การเป็นเมืองพักอาศัยระยะยาวมากขึ้น

และพื้นที่อย่างเขาเต่าก็มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงนี้

แต่ต้องเข้าใจให้ถูกว่า ผมไม่ได้มองว่าเขาเต่าเป็นทำเลสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น

ผมมองว่าเป็นทำเลสำหรับคนที่ซื้อ Quality of Life + Land Scarcity + Long-term Appreciation มากกว่า

เพราะการลงทุนในทำเลแบบนี้อาจไม่ได้วัดกันที่ว่าอีก 2 ปีราคาจะขึ้นไปกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องมองว่าในอีก 10–20 ปีข้างหน้า พื้นที่แบบนี้ยังจะมีคนต้องการอยู่หรือไม่ และความสงบที่เป็นจุดขายของพื้นที่ในวันนี้ จะยังสามารถรักษาเอาไว้ได้มากแค่ไหน

สรุปในมุมผม ถ้าถามว่า ศุภาลัย คราม เขาเต่า เหมาะกับใคร?

ผมจะตอบว่า เหมาะกับคนที่ไม่ได้ต้องการ “หัวหินที่คึกคักที่สุด” แต่ต้องการ “หัวหินที่น่าอยู่ที่สุดสำหรับตัวเอง”

เหมาะกับคนที่ต้องการบ้านพักตากอากาศ เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการห้องใหญ่ เหมาะกับคนที่อยากใช้ชีวิตใกล้ทะเลแต่ไม่อยากอยู่ในเมือง และเหมาะกับคนที่มองอสังหาริมทรัพย์ในมุมระยะยาว มากกว่าการซื้อเพื่อเก็งกำไรแล้วขายต่อเร็ว ๆ

เพราะสุดท้ายแล้ว อสังหาริมทรัพย์ที่ดีอาจไม่ใช่โครงการที่อยู่ในทำเลที่ “กำลังจะคึกคักที่สุด”

แต่อาจเป็นโครงการที่อยู่ในทำเลที่ “คนกลุ่มหนึ่งยอมจ่ายเงินเพื่อรักษาความสงบเอาไว้”

และผมคิดว่า “เขาเต่า” เป็นหนึ่งในทำเลแบบนั้นของหัวหินครับ

#ศุภาลัยครามเขาเต่า #ศุภาลัย #เขาเต่า #หัวหิน #คอนโดหัวหิน #คอนโดเขาเต่า #อสังหาริมทรัพย์ #ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ #บ้านพักตากอากาศ #คอนโดตากอากาศ

อู้ววววววว
28/08/2026

อู้ววววววว

25/08/2026

🚨 สายสีเหลือง 🚇
มี พ.ร.บ.เวนคืนแล้ว!
ครอบคลุมพื้นที่ กทม. 5 เขต และสมุทรปราการ 2 อำเภอ จับตากันว่า… “รถไฟฟ้า + การเวนคืน” จะเปลี่ยนโฉมทำเลและราคาที่ดินรอบเส้นทางแค่ไหน?🏗️

มาเที่ยวซัปโปโร แล้วเพิ่งสังเกตว่า…ร้านเหล้าที่นี่ไม่ได้เปิด-ปิดพร้อมกัน 🍻🇯🇵ผมพักอยู่แถว ซูซูกิโนะ (Susukino) ตอนแรกก็คิ...
24/08/2026

มาเที่ยวซัปโปโร แล้วเพิ่งสังเกตว่า…ร้านเหล้าที่นี่ไม่ได้เปิด-ปิดพร้อมกัน 🍻🇯🇵

ผมพักอยู่แถว ซูซูกิโนะ (Susukino) ตอนแรกก็คิดง่าย ๆ ว่า

“เออ…นี่มันย่านกลางคืนของซัปโปโร ร้านเหล้าน่าจะเปิดยันเช้าหมดแหละ”

แต่พอเที่ยวจริง ๆ กลับไม่ใช่ 😂

ร้านอาหารหรือบาร์บางส่วน โดยเฉพาะโซนใกล้แหล่งช้อปปิ้ง ปิดประมาณ 5 ทุ่ม–เที่ยงคืน

แต่พอเดินเลยไปอีกไม่กี่บล็อก…

ตี 1 ตี 2 ตี 3 คนยังเดินกันอยู่

บางร้านเปิดถึงตี 4
ตี 5
และบางร้านลากยาวไปถึงช่วงเช้าเลยก็มี

ผมเลยสงสัยว่า

“เมืองเดียวกัน ทำไมเวลาปิดร้านมันต่างกันขนาดนี้?”

เลยลองกลับมาค้นข้อมูลต่อ

ถึงได้รู้ว่า ญี่ปุ่นไม่ได้มีกฎแบบว่า “ร้านเหล้าทุกร้านต้องปิดกี่โมง” เหมือนกันหมด แต่ต้องดูทั้งประเภทธุรกิจ ลักษณะการให้บริการ ใบอนุญาต/การแจ้งที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อกำหนดของพื้นที่นั้น ๆ

เพราะฉะนั้นร้านหนึ่งเปิดถึงตี 5 ไม่ได้แปลว่าร้านทุกประเภทจะเปิดได้เหมือนกัน

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่ากฎหมายคือ…

มันทำให้เกิด “โซนกลางคืน” ขึ้นมา

พอมีบาร์เยอะ ๆ
ร้านคาราโอเกะเปิดดึก
ร้านอาหารเปิดต่อ
Taxi มารอรับ
โรงแรมอยู่รอบ ๆ

มันก็กลายเป็น Ecosystem ของ Nightlife

และยิ่งมีคนมาเที่ยว ร้านก็ยิ่งอยากเปิดดึก

ยิ่งร้านเปิดดึก คนก็ยิ่งมีเหตุผลที่จะมาเที่ยวโซนนี้

วนกันไปแบบนี้



แต่สิ่งที่ผมสะดุดตามากกว่า คือ “ร้านเล็กมาก ๆ บนตึก”

เดินในซูซูกิโนะจะเห็นร้านอยู่ตามชั้น 3 ชั้น 5 ชั้น 6 หรือสูงกว่านั้นเต็มไปหมด

บางร้านไม่ได้ใหญ่เลย

มีเคาน์เตอร์ประมาณ 7–8 ที่นั่ง
บางร้านเป็นห้องเล็ก ๆ มีคาราโอเกะ
บางร้านรับลูกค้ากลุ่มหนึ่งประมาณ 6–8 คนก็แทบเต็มร้านแล้ว

ตอนแรกผมก็คิดนะ

“ร้านแค่นี้…รับลูกค้าได้แค่ไหน จะจ่ายค่าเช่าตึกไหวเหรอ?”

แต่พอลองไปดูระบบราคาของร้านจริง ๆ แล้วเริ่มเข้าใจมากขึ้น

มีร้านหนึ่งในซูซูกิโนะที่มี เคาน์เตอร์ 8 ที่นั่ง คิดค่าบริการประมาณ 2,500–3,000 เยนต่อคนต่อ 60 นาที และยังมีค่าบริการ/ค่า TAX เพิ่มตามระบบของร้านด้วย (Cluman⁠)

อีกแห่งอยู่บน ชั้น 5 ของตึก มีเคาน์เตอร์ 7 ที่นั่ง + โต๊ะ 8 ที่นั่ง รวมประมาณ 15–16 คน คิดแบบดื่มไม่อั้น 3,500 เยน/60 นาที และต่อเวลา 2,500 เยน (Cluman⁠)

ลองคำนวณเล่น ๆ

ถ้าโต๊ะเล็ก ๆ มีลูกค้า 8 คน

8 × 3,500 เยน = 28,000 เยน/ชั่วโมง

ถ้าลูกค้านั่ง 2 ชั่วโมง

ก็เป็น 56,000 เยน

และนี่เป็นแค่ค่าแพ็กเกจพื้นฐาน ยังไม่รวมรายได้จากขวด เครื่องดื่มพิเศษ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่บางร้านคิดเพิ่ม

บางร้านก็ใช้วิธีคิดค่า Charge + ค่าเครื่องดื่ม + Service Charge แทน เช่นมีร้านในซูซูกิโนะที่คิด Charm Charge 4,000 เยน และขายเครื่องดื่ม/ขวดแยกต่างหาก (すすきの通信|クーポンつきおすすめ情報サイト⁠)

ตรงนี้ทำให้ผมเริ่มเข้าใจว่า…

ร้านพวกนี้ไม่ได้แข่งกันที่ “จำนวนลูกค้า” อย่างเดียว

แต่แข่งกันที่

ลูกค้า 1 คน ใช้จ่ายเท่าไหร่
และนั่งอยู่ในร้านนานแค่ไหน

นี่คือโมเดลที่น่าสนใจมาก

เพราะร้าน 20–30 ตร.ม. ไม่จำเป็นต้องมีลูกค้า 50 คนเหมือนร้านอาหาร

มีลูกค้า 6–8 คน
แต่ถ้าลูกค้าอยู่ 2–3 ชั่วโมง
ดื่มต่อ
ร้องคาราโอเกะ
สั่งขวด
ต่อเวลา

รายได้ต่อพื้นที่ก็สามารถสูงขึ้นได้

พูดง่าย ๆ คือ

เขาไม่ได้ขายแค่ “เหล้า”

แต่ขาย

เวลา + บรรยากาศ + ความเป็นส่วนตัว + คาราโอเกะ + การพูดคุย + ลูกค้าประจำ

และที่สำคัญมากคือ ลูกค้าประจำ

ร้านแบบนี้อาจไม่ได้ต้องการคนเดินผ่านหน้าร้านวันละหลายร้อยคนเหมือนร้านอาหารชั้น 1

เพราะลูกค้ารู้ว่าร้านอยู่ชั้นไหน
รู้จักเจ้าของ
รู้จักพนักงาน
มีร้านประจำ
บางคนมาซ้ำทุกสัปดาห์

ดังนั้นพื้นที่เล็ก ๆ บนชั้น 5 หรือชั้น 6 ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร

ถ้าอยู่ในทำเลที่มี Nightlife Cluster และมีฐานลูกค้าประจำ

มันอาจมีมูลค่าทางธุรกิจสูงกว่าที่เรามองจากขนาดพื้นที่มาก

นี่เป็นเรื่องที่ผมว่าน่าสนใจในมุมอสังหาฯ มาก

เพราะสุดท้ายแล้ว…

อสังหาฯ ไม่ได้วัดกันแค่ “กี่ตารางเมตร”

แต่ต้องดูด้วยว่า

1 ตารางเมตรนั้น สร้างรายได้ให้คนเช่าได้เท่าไหร่

ร้านเล็ก ๆ 20–30 ตร.ม.
บนตึกเก่า
ชั้น 5 หรือชั้น 6
ไม่มีหน้าร้านติดถนนด้วยซ้ำ

แต่ถ้าลูกค้าเต็ม 6–8 คนแทบทุกคืน

พื้นที่แบบนี้ก็อาจกลายเป็น Revenue Machine เล็ก ๆ ได้เหมือนกัน

และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเดินในซูซูกิโนะตอนตี 2 แล้วเรายังเห็นร้านเล็ก ๆ เปิดไฟอยู่เต็มตึก

บางร้านเปิดถึงตี 4
บางร้านตี 5
บางร้านลากไปถึงเช้า

Nightlife ของซัปโปโรไม่ได้หายไปตอนเที่ยงคืนครับ

มันแค่…

“ย้ายโซน และเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ” 😂

ยิ่งเดิน ยิ่งสังเกต ยิ่งรู้สึกว่าเมืองนี้มีเรื่องธุรกิจซ่อนอยู่เยอะกว่าที่คิด

ใครเคยไปซูซูกิโนะแล้วสังเกตเห็นเรื่องนี้บ้าง?

หรือใครทำธุรกิจร้านอาหาร/บาร์อยู่ อยากรู้เหมือนกันว่า

ร้านเล็ก ๆ 1 ห้อง รับลูกค้าแค่ 6–8 คน ถ้าเป็นในไทย…เราจะทำโมเดลแบบนี้ให้คุ้มค่าเช่าได้ไหมนะ?

23/08/2026

🚆 รถไฟฟ้ายังไม่ทันไปถึง
แต่ราคาที่ดินบางจุด
“วิ่งนำ” ไปก่อนแล้ว
คูคต–ลำลูกกา
กำลังเกิดอะไรขึ้น?

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CondoNewbผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CondoNewb:

ทางลัด

แชร์