the SPACE จุดประเด็นการสื่อสาร เพื่อสร้างการรับรู้และเปิดพี้นที่แลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์

"the SPACE” คือแพลตฟอร์มสื่อสาธารณะรูปแบบใหม่ในประเทศไทยที่มุ่งเน้นบทบาทของ Knowledge Brokers โดยจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเจ้าขององค์ความรู้ (Knowledge Owners) และสังคม โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญได้แสดงออก ถ่ายทอด และขยายผลความรู้ที่มีคุณค่าออกสู่สาธารณะอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์

ในระยะเริ่มต้น The SPACE จะมุ่งเน้นการสื่อสารเชิงรุก เพื่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง โดยบทบาทสำคัญข

องเราคือการเป็น “ผู้จุดประเด็น” ที่นำเสนอเรื่องราวและแนวคิดใหม่ ๆ ผ่านเนื้อหาที่มีความหลากหลาย ตอบสนองต่อความสนใจของกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขวาง ตั้งแต่ประเด็นสังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี สุขภาพ ไปจนถึงประเด็นเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

เราเชื่อว่า The SPACE จะเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนที่มีชีวิตชีวา ที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ และเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการนำความคิดและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาสู่สังคมไทย

theSPACE | OPEN SPACE (talk & share)เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยน ชวนคิด ชวนคุย 💬✨📚 ทุกวันนี้ “การเรียนรู้” ไม่ได้จบลงแค่วันที่เ...
12/05/2026

theSPACE | OPEN SPACE (talk & share)
เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยน ชวนคิด ชวนคุย 💬✨

📚 ทุกวันนี้ “การเรียนรู้” ไม่ได้จบลงแค่วันที่เราเรียนจบ
และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น

ในโลกที่เปลี่ยนเร็ว คนทำงานต้องเรียนรู้ทักษะใหม่อยู่เสมอ
ผู้สูงวัยต้องการพื้นที่ในการเชื่อมโยงกับสังคม
เด็กและเยาวชนต้องมีพื้นที่ทดลอง คิด สร้างสรรค์
ขณะที่ชุมชนเองก็มีความรู้ ประสบการณ์ และภูมิปัญญาที่ควรถูกส่งต่อ

แต่คำถามสำคัญคือ…
เรามี “พื้นที่เรียนรู้” ที่เปิดกว้าง เข้าถึงง่าย และเป็นของทุกคนจริง ๆ แล้วหรือยัง?

🏛️ หากสังคมไทยอยากก้าวทันอนาคต
เราอาจไม่ได้ต้องการแค่อาคารเรียน แหล่งข้อมูล หรือสถานที่จัดกิจกรรม
แต่ต้องการ “ระบบนิเวศการเรียนรู้” ที่ทำให้คนทุกวัยรู้สึกว่า
ความรู้เป็นเรื่องใกล้ตัว ใช้ได้จริง และไม่มีวันสิ้นสุด

💬 theSPACE ชวนแลกเปลี่ยน

สังคมไทยต้องมี “พื้นที่เรียนรู้” แบบไหนในอนาคต?
ถ้าอยากให้ความรู้เป็นของทุกคนจริง ๆ
คุณอยากเห็น “พื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียน” แบบไหนเกิดขึ้นเป็นเรื่องแรก?

🎁 ร่วมแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์นี้
ลุ้นรับของรางวัลจาก theSPACE จำนวน 3 รางวัล
โดยจะสุ่มจากคอมเมนต์

#พื้นที่เรียนรู้ #พื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียน #สังคมแห่งการเรียนรู้ #การเรียนรู้ตลอดชีวิต #ความรู้เป็นของทุกคน #พื้นที่สาธารณะ #พื้นที่สร้างสรรค์ #เรียนรู้ได้ทุกวัย #ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ #พื้นที่การเรียนรู้แห่งอนาคต

เมื่อวานนี้ (วันที่ 5 พฤษภาคม 2569) คุณอรรถพล คู่กระสังข์ บรรณาธิการบริหาร theSPACE ได้เข้าร่วมกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติก...
06/05/2026

เมื่อวานนี้ (วันที่ 5 พฤษภาคม 2569) คุณอรรถพล คู่กระสังข์ บรรณาธิการบริหาร theSPACE ได้เข้าร่วมกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการระดมความคิดเพื่อพัฒนา NKC Co-Create เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ OKMD National Knowledge Center (Ratchadamnoen Center 1 และ 2) จัดโดยสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ณ ห้องอเนกประสงค์ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ มิวเซียมสยาม ถนนสนามไชย กรุงเทพมหานคร
กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการและเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคีเครือข่ายจากหลายภาคส่วนร่วมกันเสนอแนวคิด มุมมอง และข้อเสนอในการพัฒนา NKC Co-Create ซึ่งจะเป็นพื้นที่การเรียนรู้สร้างสรรค์ในช่วงเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดให้บริการของศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ OKMD National Knowledge Center ในอนาคต
ภายในงานมีการแสดงวิสัยทัศน์ “OKMD สู่อนาคตศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ” โดย ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ตามด้วยการนำเสนอแนวทางการพัฒนา NKC Co-Create โดยคุณโตมร ศุขปรีชา ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และนวัตกรรมการเรียนรู้ ก่อนเข้าสู่ช่วงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่

อ.ดร.พีรยา บุญชัยพฤกษ์ Urban Ally
ผศ.ดร.เวฬุรีย์ เมธาวีวินิจ BMCI at College of Innovation, Thammasat
คุณนงลักษณ์ สุขใจเจริญกิจ ร้านสวนเงินมีมา
คุณอรรถพล คู่กระสังข์ the SPACE
คุณโตมร ศุขปรีชา OKMD
คุณรินศิริ ทองคำ TK Park อุทยานการเรียนรู้
คุณชนน์ชนก พลสิงห์ Museum Siam
ในฐานะตัวแทนจาก theSPACE พื้นที่เชื่อมโยงความรู้เพื่อจุดประกายการเปลี่ยนแปลงสู่สังคม คุณอรรถพลได้ร่วมแลกเปลี่ยนในหลายประเด็นสำคัญ ทั้งแนวคิด Co-Creation ที่สังคมต้องการ บทบาทของพื้นที่การเรียนรู้ในย่านราชดำเนินและพระนคร การเชื่อมโยงชุมชนกับการเติบโตอย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนบทบาทของศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติที่ควรเป็นมากกว่า “อาคาร” หรือ “สถานที่ให้บริการความรู้” แต่ควรเป็นพื้นที่กลางที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้ามามีส่วนร่วม ตั้งคำถาม ทดลองเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ที่สัมพันธ์กับชีวิตจริง
เวทีดังกล่าวสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า “การเรียนรู้” ในโลกปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน หนังสือ หรือหลักสูตรที่เป็นทางการเท่านั้น หากแต่เกิดขึ้นได้ในพื้นที่สาธารณะ เมือง ชุมชน วัฒนธรรม ประสบการณ์ชีวิต และการพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างผู้คน แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่จึงควรทำหน้าที่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงความรู้หลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน ทั้งความรู้ทางวิชาการ ความรู้จากชุมชน ความรู้จากประสบการณ์ และความรู้จากความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นต่าง ๆ
ในบริบทนี้ ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ OKMD National Knowledge Center จึงถูกวางบทบาทให้เป็นแหล่งเรียนรู้สาธารณะรูปแบบใหม่ ที่มุ่งพัฒนาเป็น “พื้นที่การเรียนรู้แห่งอนาคต” สำหรับคนทุกช่วงวัย โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะแห่งอนาคต และยกระดับระบบนิเวศการเรียนรู้ของสังคมไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก
ตามแผนการพัฒนา ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติแห่งนี้จะตั้งอยู่บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ในพื้นที่เดิมของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และอาคารอนุรักษ์ที่อยู่ติดกัน โดยภายในศูนย์ฯ จะประกอบด้วยพื้นที่สำคัญหลายส่วน อาทิ พื้นที่ห้องสมุดหรือ Living Library พื้นที่เรียนรู้และพัฒนาทักษะหรือ Learning Space พื้นที่เพื่อการแสดงออกหรือ Expression Space รวมถึงพื้นที่บริการวิชาการและสำนักงาน ซึ่งออกแบบให้รองรับการเรียนรู้ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการอ่าน การทำงานร่วมกัน การทดลองสร้างสรรค์นวัตกรรม กิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว พื้นที่สำหรับผู้พิการ ตลอดจนกิจกรรมด้านสื่อ ศิลปะ และวัฒนธรรม
ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ OKMD National Knowledge Center มีกำหนดเปิดให้บริการประชาชนในปี พ.ศ. 2571 โดยในระหว่างการก่อสร้าง OKMD ได้วางแนวทางดำเนินงาน NKC Co-Create เพื่อสร้างการรับรู้ เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม และนำความคิดเห็นที่ได้รับไปพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้สร้างสรรค์ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้ของ theSPACE จึงไม่เพียงเป็นการร่วมเสนอความคิดเห็นต่อการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้แห่งใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแนวคิด “สังคมแห่งการเรียนรู้” ที่เชื่อว่าความรู้ควรเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ เชื่อมโยงกับชีวิตจริง และสามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้อย่างมีความหมาย
theSPACE ขอชวนทุกคนติดตามความเคลื่อนไหวของ NKC Co-Create และศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ OKMD National Knowledge Center ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ในฐานะแหล่งเรียนรู้สาธารณะแห่งใหม่ ที่จะมีบทบาทสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เรียนรู้ คิด สร้างสรรค์ และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

#ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ #พื้นที่การเรียนรู้แห่งอนาคต #พื้นที่ของการเรียนรู้

SPACE Spotlight | 🏳️‍🌈 กรุงเทพฯ คว้า Gold จาก UNDPแต่เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่ “รางวัลของเมือง” หากเป็นสัญญาณสำคัญว่าความเท่...
05/05/2026

SPACE Spotlight | 🏳️‍🌈 กรุงเทพฯ คว้า Gold จาก UNDP
แต่เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่ “รางวัลของเมือง” หากเป็นสัญญาณสำคัญว่า
ความเท่าเทียมทางเพศ กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการพัฒนาเมือง

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 กรุงเทพมหานครได้รับรางวัล Gender Equality Seal ระดับ Gold สำหรับหน่วยงานภาครัฐ จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP ซึ่งถือเป็นมาตรฐานการรับรองด้านความเท่าเทียมทางเพศระดับนานาชาติ

สิ่งที่น่าสนใจคือ กทม. ไม่ได้เป็นเพียงหน่วยงานที่ได้รับรางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็น หน่วยงานภาครัฐแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ที่ได้รับการรับรองระดับ Gold นี้ด้วย

ตัวเลขที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงชัดเจนมาก คือ เมื่อเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการประเมินในปี 2566 กทม. มีคะแนนเพียง 8.8% แต่ภายในเวลาประมาณ 2 ปี สามารถพัฒนาคะแนนขึ้นมาเป็น 94.8% ผ่านเกณฑ์ 38 จาก 40 ตัวชี้วัด และทำได้ครบทุกตัวชี้วัดในระดับ Gold Standard

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องของ “องค์กร” หรือ “ระบบราชการ”
แต่จริง ๆ แล้ว เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชนมากกว่าที่คิด

เพราะความเท่าเทียมทางเพศ ไม่ได้หมายถึงการให้สิทธิพิเศษกับใครบางกลุ่ม แต่หมายถึงการออกแบบเมือง นโยบาย บริการสาธารณะ และวัฒนธรรมองค์กร ให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และไม่ถูกลดทอนคุณค่าจากเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ หรือความหลากหลายของตนเอง

🌆 เมืองที่ใส่ใจความเท่าเทียม จึงไม่ใช่เมืองที่แค่ “เปิดกว้าง” ในคำพูด
แต่ต้องเห็นผลในระบบจริง เช่น การจัดสรรงบประมาณที่คำนึงถึงความต้องการของคนทุกกลุ่ม การออกแบบพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัย การลดความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ การสนับสนุนสุขภาพของกลุ่ม LGBTQI+ การส่งเสริมบทบาทผู้หญิงในองค์กร และการทำให้สิทธิพื้นฐานไม่ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นเพศอะไร

กรณีของกรุงเทพมหานครสะท้อนเรื่องนี้ผ่านหลายมาตรการที่เริ่มจับต้องได้มากขึ้น เช่น การบูรณาการมิติทางเพศในโครงการของเมืองกว่า 200 โครงการ การใช้ข้อมูลแยกตามเพศเพื่อออกแบบนโยบาย การแจกผ้าอนามัยฟรี การติดตั้งไฟถนน LED เพื่อเพิ่มความปลอดภัย การลดช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศ การจัดตั้ง BKK Pride Clinic เพื่อให้บริการสุขภาพที่ปลอดภัยและครอบคลุมสำหรับกลุ่ม LGBTQI+ รวมถึงการอนุญาตให้บุคลากรแต่งกายตามอัตลักษณ์ทางเพศ

👥 ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “กรุงเทพฯ ได้รางวัลอะไร”
แต่คือคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า .... สังคมไทยกำลังพร้อมแค่ไหน ที่จะทำให้ความเท่าเทียมกลายเป็นเรื่องปกติ

เพราะในชีวิตจริง ความไม่เท่าเทียมทางเพศอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม เช่น คำพูดล้อเลียนในที่ทำงาน การตั้งคำถามกับความสามารถของผู้หญิง การไม่ยอมรับอัตลักษณ์ทางเพศของบุคคล การออกแบบห้องน้ำ พื้นที่สาธารณะ หรือบริการสุขภาพที่ยังไม่ครอบคลุม ไปจนถึงความรุนแรง การเลือกปฏิบัติ และโอกาสในการทำงานที่ไม่เท่ากัน

⚖️ ความเท่าเทียมจึงไม่ใช่ “วาระของคนบางกลุ่ม”
แต่เป็นเรื่องของทุกคนในสังคม

เพราะ.....
- วันที่เมืองปลอดภัยสำหรับผู้หญิง เมืองนั้นก็ปลอดภัยขึ้นสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนทั่วไปด้วย
- วันที่ระบบสุขภาพเข้าใจกลุ่ม LGBTQI+ มากขึ้น ระบบสุขภาพนั้นก็มีความเป็นมนุษย์มากขึ้นสำหรับทุกคน
- วันที่องค์กรไม่ตัดสินคนจากเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ องค์กรนั้นก็มีโอกาสเห็นศักยภาพของคนได้มากขึ้น และ
- วันที่สังคมไม่ใช้ความหลากหลายเป็นเงื่อนไขในการกีดกันใคร เราก็จะเข้าใกล้สังคมที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มากขึ้น

✨ รางวัล Gold จาก UNDP จึงอาจเป็นหมุดหมายสำคัญ
แต่สิ่งที่สำคัญกว่ารางวัล คือการทำให้แนวคิดนี้เดินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
ไม่ขึ้นอยู่กับผู้บริหารคนใดคนหนึ่ง
ไม่หยุดอยู่ที่นโยบายบนกระดาษ
และไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ของเมืองในสายตานานาชาติ

แต่ต้องกลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กร เมือง และสังคม
ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกได้จริงว่า
“เราอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ต้องลดทอนคุณค่าของใคร เพราะเขาเป็นใคร หรือเขาเป็นเพศอะไร”

💬 theSPACE ชวนแลกเปลี่ยน
สำหรับคุณแล้ว “เมืองที่เท่าเทียมทางเพศ” ควรเริ่มจากเรื่องใกล้ตัวอะไรเป็นอันดับแรก?
พื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัย? บริการสุขภาพที่เข้าใจความหลากหลาย? โรงเรียนและที่ทำงานที่ไม่เลือกปฏิบัติ? หรือกฎหมายและนโยบายที่คุ้มครองทุกคนอย่างเท่าเทียม?

#ความเท่าเทียมทางเพศ #กรุงเทพมหานคร #เมืองเท่าเทียม #สมรสเท่าเทียม #ความหลากหลาย #เมืองของทุกคน #สังคมไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

SPACE Spotlight | สวัสดีวันแรงงานแห่งชาติเมื่อ “วัยแรงงาน” คือกำลังหลักของประเทศ แต่ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่รอ “โอกาสในกา...
01/05/2026

SPACE Spotlight | สวัสดีวันแรงงานแห่งชาติ
เมื่อ “วัยแรงงาน” คือกำลังหลักของประเทศ แต่ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่รอ “โอกาสในการทำงาน”

🛠️ วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี คือ “วันแรงงานแห่งชาติ” วันที่สังคมหันกลับมามองคุณค่า สิทธิ และความสำคัญของผู้ใช้แรงงานในทุกภาคส่วนเพราะแรงงานไม่ได้หมายถึงเพียงคนที่อยู่ในโรงงาน สำนักงาน ร้านค้า ไร่นา หรือสถานประกอบการเท่านั้น แต่หมายถึง “กำลังหลัก” ที่ทำให้เศรษฐกิจและสังคมเดินหน้าต่อไปได้ในทุกวัน

จากข้อมูลภาวะการทำงานของประชากร เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยมีประชากรวัยแรงงาน หรือผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 59.64 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 42.14 ล้านคน หรือร้อยละ 70.66 ขณะที่อีก 17.50 ล้านคน อยู่นอกกำลังแรงงาน เช่น แม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้พิการ

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า “วัยแรงงาน” ยังเป็นฐานสำคัญของประเทศ ทั้งในมิติของการผลิต การบริการ การค้า การเกษตร และการสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน แต่ในขณะเดียวกัน สถิติก็ชวนให้เราตั้งคำถามต่อไปว่า ในวันที่ประเทศต้องการกำลังคนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำไมยังมีคนจำนวนหนึ่งที่ “อยากทำงาน” แต่ยังไม่มีงานทำ

เดือนมีนาคม 2569 ประเทศไทยมีผู้ว่างงานจำนวน 4.05 แสนคน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 0.34 แสนคน โดยเมื่อพิจารณาในระดับภูมิภาค พบว่าจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันตก ขณะที่กรุงเทพมหานคร ภาคใต้ และภาคใต้ชายแดนมีจำนวนผู้ว่างงานลดลง

คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า “มีคนว่างงานกี่คน” เท่านั้น แต่อยู่ที่ว่า ทำไมคนจำนวนหนึ่งจึงยังเข้าไม่ถึงงานที่เหมาะสม ทั้งที่ตลาดแรงงานยังต้องการกำลังคนในหลายสาขา ปัญหานี้อาจสะท้อนความไม่สอดคล้องกันระหว่างทักษะของแรงงานกับความต้องการของตลาด การกระจุกตัวของโอกาสในบางพื้นที่ ต้นทุนการเดินทางและการย้ายถิ่น ความไม่มั่นคงของงานบางประเภท รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากรที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว

อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ ผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นกลุ่มที่ว่างงานมากที่สุด จำนวน 1.30 แสนคน รองลงมาคือระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 1.02 แสนคน และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 0.94 แสนคน ตัวเลขนี้ชวนให้เราคิดต่อว่า “การมีวุฒิการศึกษา” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป หากระบบการศึกษา ระบบพัฒนาทักษะ และตลาดแรงงานยังไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างแท้จริง

ในโลกการทำงานวันนี้ ประเทศอาจไม่ได้ต้องการเพียงแรงงานจำนวนมาก แต่ต้องการแรงงานที่มีทักษะปรับตัวได้ เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เข้าใจเทคโนโลยี มีทักษะสื่อสาร ทำงานร่วมกับผู้อื่น และสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบงานใหม่ ๆ ได้

ขณะเดียวกัน ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสถาบันการศึกษาก็จำเป็นต้องร่วมกันออกแบบระบบสนับสนุนที่ทำให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงโอกาสในการทำงานที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็น
🧠 การพัฒนาทักษะใหม่
🤝 การจับคู่งานกับคน
🏙️ การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาค
🛡️ การสร้างงานที่มั่นคงและเป็นธรรมมากขึ้น

วันแรงงานแห่งชาติปีนี้ จึงไม่ควรเป็นเพียงวันที่เรากล่าวขอบคุณแรงงาน แต่ควรเป็นวันที่สังคมหันกลับมาตั้งคำถามว่า เราจะทำอย่างไรให้ “งาน” ไม่ใช่เพียงช่องทางหารายได้ แต่เป็นพื้นที่ของศักดิ์ศรี ความมั่นคง การเติบโต และโอกาสของคนทุกกลุ่ม

เพราะในท้ายที่สุด ประเทศจะเดินหน้าต่อได้ ไม่ใช่เพียงเพราะมีคนทำงานจำนวนมาก แต่เพราะคนทำงานได้รับการมองเห็น ได้รับการคุ้มครอง ได้รับการพัฒนา และมีโอกาสใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่
💬 theSPACE ชวนคิด ชวนคุย
ในมุมมองของคุณ
อะไรคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนจำนวนหนึ่งยังว่างงาน
ทั้งที่ประเทศยังต้องการแรงงานในหลายภาคส่วน?

และถ้าอยากให้ตลาดแรงงานไทยเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงและเป็นธรรมมากขึ้น .... คุณคิดว่าเราควรเริ่มเปลี่ยนจากเรื่องใดเป็นอันดับแรก?

#วันแรงงานแห่งชาติ #แรงงานไทย
#วัยแรงงาน #ตลาดแรงงาน #อนาคตแรงงานไทย #เศรษฐกิจและสังคม #ชวนคิดชวนคุย

SPACE Spotlight | จังหวัดลำปางเข้าสู่ Super Aged Society เต็มตัว: วันนี้เราจะอยู่กันอย่างไรในจังหวัดที่คนแก่มีมากที่สุดข...
23/04/2026

SPACE Spotlight | จังหวัดลำปางเข้าสู่ Super Aged Society เต็มตัว: วันนี้เราจะอยู่กันอย่างไรในจังหวัดที่คนแก่มีมากที่สุด

ขอเสียงชาวลำปางหน่อย… เมื่อบ้านเราเป็นจังหวัดที่ “แก่ที่สุด” ในประเทศไทย แล้วเราพร้อมกันแค่ไหน?

📍วันนี้จังหวัดลำปางไม่ได้เป็นเพียง “สังคมสูงวัย” เหมือนหลายพื้นที่ในประเทศอีกต่อไป แต่กำลังก้าวไปสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” หรือ Super Aged Society อย่างชัดเจนแล้ว

จังหวัดลำปางมีประชากรทั้งหมด 697,676 คน โดยเป็นประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 212,991 คน คิดเป็น 30.53% ของประชากรทั้งจังหวัด ตามข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร เดือนธันวาคม 2568 สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนผู้สูงอายุของประเทศไทยในภาพรวมที่อยู่ที่ 21.71% จะเห็นได้ว่าลำปางมีสัดส่วนประชากรสูงวัยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอย่างชัดเจน และส่งผลให้ลำปางเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดในประเทศไทยในปี 2568

🧓สิ่งที่น่าคิดกว่าตัวเลข คือคำถามว่า “จังหวัดที่มีผู้สูงอายุมากที่สุด” ต้องเตรียมตัวอย่างไร เพราะสังคมสูงวัยไม่ใช่เรื่องของคนแก่เท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับคนทุกวัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งเรื่องแรงงานที่ลดลง ภาระการดูแลในครอบครัว ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ การเดินทางในเมือง ที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย และการออกแบบชุมชนให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของคนสูงวัย

📉ประเทศไทยเองได้เข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้ว และนิยามของ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” คือสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 28% ของประชากรทั้งหมด เมื่อเอาเกณฑ์นี้มาเทียบกับลำปางที่มีสัดส่วน 30.53% จึงชัดเจนว่าลำปางไม่ได้อยู่แค่ “หน้าด่าน” ของการเปลี่ยนแปลง แต่กำลังอยู่ “กลางโจทย์ใหญ่” ของอนาคตจังหวัดอย่างเต็มตัว

👵 อีกมุมหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากโครงสร้างประชากรของจังหวัดลำปาง คือ ผู้สูงอายุเพศหญิงมีจำนวน 116,423 คน มากกว่าผู้สูงอายุเพศชายซึ่งมีจำนวน 96,568 คน ภาพเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเข้าสู่สังคมสูงวัยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับประเด็นคุณภาพชีวิตในวัยปลาย ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การดูแลระยะยาว และความเปราะบางทางสังคมที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะในครัวเรือนที่ผู้สูงอายุอาจต้องอาศัยอยู่ลำพัง อยู่ร่วมกับคู่สมรสที่ต่างก็อยู่ในวัยสูงอายุ หรืออยู่ในภาวะที่ต้องดูแลกันเองภายในบ้าน

🏡สิ่งสำคัญคือ ลำปางไม่ได้หยุดอยู่แค่การนับจำนวนผู้สูงอายุ แต่เริ่มมีความพยายามขยับรับมือหลายด้านแล้ว จังหวัดลำปางมีศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุประจำจังหวัดเป็นกลไกเฉพาะในพื้นที่ และแผนพัฒนาจังหวัดก็ระบุแนวทางพัฒนาผู้สูงอายุสู่การเป็นผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ หรือ Active Aging ไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการขับเคลื่อนเรื่องผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและการพัฒนาศักยภาพผู้จัดการการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ลำปางด้วย

🌿นั่นแปลว่า โจทย์ของลำปางวันนี้ไม่ใช่แค่ “มีผู้สูงอายุเยอะ” แต่คือจะทำอย่างไรให้การแก่ตัวของประชากร ไม่กลายเป็นภาระที่ถาโถมใส่ครอบครัว ชุมชน และระบบท้องถิ่นจนรับไม่ไหว จะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุยังมีศักยภาพ มีรายได้ มีพื้นที่ในสังคม เข้าถึงบริการสุขภาพ และใช้ชีวิตในเมืองที่เป็นมิตรกับวัยมากขึ้น

⚠️เพราะถ้าลำปางคือจังหวัดที่เห็นอนาคตของไทยชัดที่สุดในวันนี้ คำถามก็คือ เราจะปล่อยให้สังคมสูงวัยเป็นเพียง “ตัวเลขบนกระดาษ” หรือจะเปลี่ยนมันให้เป็นวาระของทั้งจังหวัดที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันออกแบบคำตอบ

คำถามชวนคุยท้ายโพสต์
💬 ถ้าลำปางคือจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดในประเทศไทย คุณคิดว่าเรื่องใดควรถูกแก้ก่อนเป็นอันดับแรกที่สุดระหว่าง “สุขภาพและการดูแลระยะยาว” “รายได้และอาชีพผู้สูงอายุ” “การออกแบบเมืองและการเดินทาง” หรือ “การเตรียมคนวัยทำงานให้พร้อมรับภาระดูแล” ขอเสียงชาวลำปางและคนที่เคยใช้ชีวิตในลำปางมาช่วยกันแลกเปลี่ยนหน่อยครับ

#ลำปาง #สังคมสูงวัย #ผู้สูงอายุ #สังคมสูงวัยระดับสุดยอด #สูงวัยอย่างมีคุณภาพ #เมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ #อนาคตลำปาง #อนาคตประเทศไทย

🧓📍ประเทศไทยไม่ได้เพิ่ง “เริ่มแก่”แต่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ความต่างระหว่างจังหวัดเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆเมื่อมองจากภาพร...
21/04/2026

🧓📍ประเทศไทยไม่ได้เพิ่ง “เริ่มแก่”
แต่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ความต่างระหว่างจังหวัดเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อมองจากภาพรวมระดับประเทศ ไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้ว
แต่เมื่อซูมลึกลงไปในระดับจังหวัด จะพบว่า แม้ทั้ง 77 จังหวัดจะเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” เป็นที่เรียบร้อยเหมือนกันทั้งหมด ทว่าระดับความเข้มข้นของสถานการณ์กลับไม่เท่ากัน

📍จากโครงสร้างประชากรระดับจังหวัด พบว่า
6 จังหวัด เป็น “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด”
45 จังหวัด เป็น “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์”
26 จังหวัด เป็น “สังคมสูงวัย”

นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเท่านั้น
แต่คือการที่บางจังหวัดกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอย่างชัดเจน

🔺 6 จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดของประเทศ ได้แก่
• ลำปาง 30.53%
• แพร่ 29.96%
• ลำพูน 29.38%
• สิงห์บุรี 29.23%
• พะเยา 28.56%
• ชัยนาท 28.03%

ทั้ง 6 จังหวัดนี้เข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” แล้วอย่างชัดเจน
และที่สำคัญคือมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในภาพรวม

ความต่างนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขบนกราฟ
แต่กำลังสะท้อนว่า หลายพื้นที่ต้องเผชิญโจทย์ใหม่ก่อนใคร
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบสุขภาพ การดูแลระยะยาว ความต้องการบริการที่ซับซ้อนขึ้น การออกแบบชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงวัย ตลอดจนการรักษาสมดุลระหว่างคนวัยทำงานกับประชากรที่ต้องพึ่งพิงมากขึ้น

🔹 ขณะเดียวกัน 6 จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุดของประเทศ ได้แก่
• ปัตตานี 13.86%
• นราธิวาส 13.89%
• ยะลา 14.41%
• ตาก 14.91%
• ภูเก็ต 14.94%
• กระบี่ 15.78%

แม้จะเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุด
แต่ทั้งหมดก็เข้าสู่ “สังคมสูงวัย” แล้วเช่นกัน

นั่นหมายความว่า วันนี้ประเทศไทยไม่มีจังหวัดใดอยู่นอกโจทย์สังคมสูงวัยอีกต่อไป
ต่างกันเพียงว่าแต่ละพื้นที่กำลังเผชิญสถานการณ์นั้นมากน้อยแค่ไหน
และต้องเตรียมรับมือเร็วเพียงใด

💬 เพราะฉะนั้น สิ่งที่สังคมไทยควรถามในวันนี้
จึงไม่ใช่เพียงว่า “เรารู้หรือยังว่าไทยแก่แล้ว”
แต่คือ “เราออกแบบระบบรองรับไว้พอหรือยัง”

ทั้งระบบสุขภาพ
ทั้งเศรษฐกิจท้องถิ่น
ทั้งที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อม
ทั้งสวัสดิการและหลักประกันทางสังคม

สังคมสูงวัยจึงไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มหนึ่ง
แต่คือโจทย์ร่วมของทั้งประเทศ
และยิ่งแต่ละจังหวัดมีโครงสร้างประชากรไม่เหมือนกันมากเท่าไร
การวางนโยบายแบบเหมือนกันทั้งประเทศ ก็ยิ่งอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

🧩 ถึงเวลาแล้วหรือยัง
ที่เราจะเปลี่ยนจากการ “รับรู้” ว่าไทยกำลังแก่
ไปสู่การ “วางระบบ” ให้คนทุกช่วงวัยอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคง มีคุณภาพชีวิต และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

#สังคมสูงวัย #ผู้สูงอายุ #โครงสร้างประชากร #ประชากรศาสตร์ #นโยบายสาธารณะ #คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ #สังคมไทย #ออกแบบสังคมอนาคต #เตรียมรับสังคมสูงวัย ิด

13 เมษายน | วันผู้สูงอายุแห่งชาติ👵👴 เมื่อไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้ว… แต่เราพร้อมดูแลกันจริงหรือยัง?ประเทศ...
13/04/2026

13 เมษายน | วันผู้สูงอายุแห่งชาติ
👵👴 เมื่อไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้ว… แต่เราพร้อมดูแลกันจริงหรือยัง?

ประเทศไทยในปี 2568 มีผู้สูงอายุแล้วถึง 14,286,127 คน หรือคิดเป็น 21.71% ของประชากรทั้งประเทศ จากจำนวนประชากรรวม 65,809,011 คน

📌 ในจำนวนนี้ แบ่งเป็น
👶 ผู้สูงอายุวัยต้น (60–69 ปี) 7,944,180 คน
🧓 ผู้สูงอายุวัยกลาง (70–79 ปี) 4,334,181 คน
👴 ผู้สูงอายุวัยปลาย (80 ปีขึ้นไป) 2,007,766 คน

ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ข้อมูลประชากรธรรมดา แต่คือสัญญาณสำคัญว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” อย่างเป็นทางการแล้ว

คำว่า “สังคมสูงวัย” อาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องของคนอายุ 60 ปีขึ้นไปเท่านั้น
แต่ในความเป็นจริง ผลกระทบของมันกำลังขยายไปถึงคนทุกวัย และใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิด

💸 เมื่อผู้สูงอายุมีมากขึ้น ประเทศต้องใช้งบประมาณด้านสุขภาพ การรักษาพยาบาล และการดูแลระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครอบครัวจำนวนมากอาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย มากขึ้น ขณะเดียวกันคนวัยทำงานเองก็อาจต้องแบกรับทั้งภาระชีวิตตัวเองและภาระการดูแลคนในบ้านไปพร้อมกัน

🏥 ระบบสุขภาพเองก็จะต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้น เพราะผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยต้องอยู่กับโรคเรื้อรัง ต้องการการดูแลต่อเนื่อง และต้องการบริการสุขภาพที่เข้าถึงง่าย ใกล้บ้าน และตอบโจทย์คุณภาพชีวิต ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น

🏠 สภาพแวดล้อมในชุมชนก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเมื่อคนแก่เพิ่มขึ้น เมือง บ้าน ทางเท้า ขนส่งสาธารณะ หรือแม้แต่ห้องน้ำสาธารณะ ก็ต้องออกแบบใหม่ให้ปลอดภัยและเป็นมิตรกับผู้สูงอายุ หากสังคมยังไม่พร้อม คนสูงวัยจำนวนมากอาจต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เหงา ถูกตัดขาดจากสังคม หรือรู้สึกว่าตนเองไม่มีที่ยืนในชุมชน

👨‍👩‍👧‍👦 ที่สำคัญ สังคมสูงวัยไม่ได้เปลี่ยนแค่โครงสร้างประชากร แต่กำลังเปลี่ยนวิถีชีวิตของครอบครัวไทยด้วย หลายบ้านอาจต้องมีสมาชิกวัยทำงานคอยดูแลผู้สูงอายุควบคู่ไปกับการเลี้ยงลูก หลายคนต้องแบ่งเวลา แบ่งรายได้ และแบ่งพลังใจ เพื่อประคองคนในบ้านไปพร้อมกัน นี่จึงไม่ใช่เรื่องของ “คนแก่” เพียงกลุ่มเดียว แต่คือเรื่องของลูกหลาน คนวัยทำงาน เด็ก และอนาคตของทั้งประเทศ

✨ โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ประเทศไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเท่าไร”
แต่คือ “จะทำอย่างไรให้การสูงวัยเป็นช่วงชีวิตที่ยังมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และไม่ถูกทอดทิ้ง”

เพราะการสร้างสังคมที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ ก็คือการสร้างสังคมที่ดีสำหรับเราทุกคนในอนาคตเช่นกัน

❓the SPACE ชวนคุย
ในวันที่ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว
คุณคิดว่าเรื่องอะไรคือสิ่งที่สังคมไทยควรเร่งจัดการก่อนเป็นอันดับแรก
ระหว่าง “รายได้ผู้สูงอายุ” “ระบบดูแลสุขภาพ” “การดูแลระยะยาว” “การออกแบบเมืองและชุมชน” หรือ “การเตรียมความพร้อมของคนวัยทำงาน”

#สังคมสูงวัย #ผู้สูงอายุไทย #สูงวัยอย่างมีคุณภาพ #สังคมไทย #โครงสร้างประชากร #คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ #สุขภาพผู้สูงอายุ #ดูแลระยะยาว #สวัสดิการสังคม #อนาคตของไทย

เย็นทั่วหล้ามหา "สงกรานต์ไทย"สงกรานต์ไม่ใช่ของใครจะพูดเอาเองได้ ไทยได้ยูเนสโกรับรองแล้วตั้งแต่ปี 2566💦 ทุกปีพอเข้าสู่เดื...
12/04/2026

เย็นทั่วหล้ามหา "สงกรานต์ไทย"
สงกรานต์ไม่ใช่ของใครจะพูดเอาเองได้ ไทยได้ยูเนสโกรับรองแล้วตั้งแต่ปี 2566

💦 ทุกปีพอเข้าสู่เดือนเมษายน “สงกรานต์” จะกลับมาเป็นทั้งเทศกาลแห่งความสุข ความชุ่มฉ่ำ และความทรงจำของผู้คนจำนวนมาก แต่ในปีที่มีกระแสจากประเทศเพื่อนบ้านพยายามผลักดันประเพณีปีใหม่ของตนเองเข้าสู่การพิจารณาของยูเนสโก ก็ทำให้หลายคนตั้งคำถามขึ้นมาทันทีว่า แล้วตกลง “สงกรานต์ไทย” ยังเป็นของไทยอยู่ไหม หรือใครกำลังจะมาเคลมกันแน่

📌 ข้อเท็จจริงที่ต้องย้ำให้ชัดคือ “สงกรานต์ในประเทศไทย” ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโกอย่างเป็นทางการไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2023 ในชื่อ Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival บนบัญชีตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ นี่จึงไม่ใช่เรื่องที่ยังค้างคา หรือรอลุ้นกันอีกต่อไป แต่เป็นสถานะที่ได้รับการรับรองเรียบร้อยแล้วในระดับนานาชาติ

🌼 ที่สำคัญ ยูเนสโกไม่ได้รับรองเพียงภาพของการเล่นน้ำหรือความสนุกสนานเท่านั้น แต่รับรอง “คุณค่า” ของสงกรานต์ไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความหมายลึกซึ้ง ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว การกลับบ้านพบปะกันของคนในชุมชน การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษและพระพุทธรูป ตลอดจนความเชื่อเรื่องการเริ่มต้นใหม่อย่างเป็นสิริมงคล

🧡 พูดง่าย ๆ คือ สงกรานต์ของไทยไม่ได้มีความหมายแค่ “เทศกาลสาดน้ำ” แต่เป็นประเพณีปีใหม่ไทยที่สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และสายใยทางสังคมที่สืบทอดกันมายาวนาน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมยูเนสโกจึงมองเห็นคุณค่าของประเพณีนี้ในระดับมรดกของมนุษยชาติ

🔎 ส่วนกรณีที่มีกระแสว่ากัมพูชากำลังผลักดัน “ปีใหม่เขมรแบบดั้งเดิม” เข้าสู่กระบวนการของยูเนสโกนั้น ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า การอยู่ในขั้นตอนเสนอหรือรอการพิจารณา ไม่ได้แปลว่าได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว และยิ่งไม่ใช่การลบล้างสถานะของสงกรานต์ไทยที่ได้รับการรับรองไปก่อนหน้านี้

⚖️ อีกเรื่องที่คนจำนวนมากอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน คือระบบของยูเนสโกไม่ได้ทำงานแบบ “ใครยื่นก่อน = เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว” เหมือนการจดลิขสิทธิ์ทางการค้า แต่เป็นการรับรองมรดกทางวัฒนธรรมที่แต่ละประเทศเสนอในบริบทของตัวเอง เพราะหลายประเพณีในภูมิภาคเดียวกันอาจมีรากทางประวัติศาสตร์ร่วมกันหรือมีรูปแบบใกล้เคียงกันได้

🇹🇭 ดังนั้น สิ่งที่ไทยควรยืนให้มั่นไม่ใช่การตื่นตระหนกเกินเหตุ แต่คือการยืนยันบนข้อเท็จจริงว่า “สงกรานต์ในประเทศไทย” ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว และได้รับการรับรองในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของสังคมไทยไว้อย่างชัดเจน จะมีกระแสไหนเกิดขึ้นภายหลัง ก็ไม่ได้ทำให้สถานะนี้หายไป

✨ ในอีกด้านหนึ่ง เรื่องนี้ก็ชวนให้เรากลับมาคิดเหมือนกันว่า หลังจากได้การรับรองจากยูเนสโกแล้ว เราในฐานะคนไทยดูแล “แก่นแท้” ของสงกรานต์ดีพอหรือยัง เพราะสิ่งที่มีคุณค่าจริง ๆ ไม่ได้อยู่แค่ความสนุกของการเล่นน้ำ แต่อยู่ที่ความกตัญญู ความอบอุ่นของครอบครัว ความเคารพต่อผู้สูงอายุ และการส่งต่อวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น

📣 เพราะฉะนั้น ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่แค่ “อย่าเพิ่งมาเคลม” แต่คือ “เมื่อโลกยอมรับสงกรานต์ไทยแล้ว คนไทยเองจะช่วยกันรักษาความหมายแท้จริงของสงกรานต์นี้ไว้อย่างไร”

แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไรกับประเด็นนี้?
ระหว่าง “การปกป้องชื่อของสงกรานต์ไทย” กับ “การรักษาแก่นแท้ของสงกรานต์ไทย” คุณคิดว่าอะไรสำคัญกว่ากันในวันนี้

#สงกรานต์ #สงกรานต์ไทย #มรดกวัฒนธรรม #มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ #เทศกาลสงกรานต์ #ปีใหม่ไทย #คุยกันบนtheSPACE

🚨 7 วันอันตราย…ไม่ควรเป็น “7 วันที่สูญเสีย”ทุกปี…เรามักเห็นตัวเลขอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ...
10/04/2026

🚨 7 วันอันตราย…ไม่ควรเป็น “7 วันที่สูญเสีย”
ทุกปี…เรามักเห็นตัวเลขอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในช่วงสงกรานต์

📊สถิติ 7 วันอันตรายสงกรานต์ 2568 พบภาพรวมอุบัติเหตุรวมจำนวน
1,538 ครั้ง บาดเจ็บ 1,495 คน เสียชีวิตรวม 253 คน

คำถามคือ…
ปี 2569 นี้ เราจะปล่อยให้มัน “ซ้ำเดิม” อีกหรือไม่?



🌊 สงกรานต์ คือการ “กลับบ้าน”
ไม่ใช่การ “กลับไม่ถึง”

ปีนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กำหนดช่วง 11–17 เมษายน 2569 ภายใต้แนวคิด 👉 “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ”

🎯 เป้าหมายง่าย ๆ แต่สำคัญมาก ลดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตลงอย่างน้อย 5%



🛣️ แต่ความปลอดภัย…ไม่ใช่แค่มาตรการของรัฐ มันเริ่มต้นที่ “การตัดสินใจของเรา”
🚗 ก่อนออกเดินทาง
✔️ เช็กรถให้พร้อม

🧠 ระหว่างทาง
✔️ ไม่ดื่มแล้วขับ
✔️ ไม่ขับเร็ว
✔️ ไม่ง่วงฝืนขับ

🪖 บนถนน
✔️ คาดเข็มขัด
✔️ สวมหมวกนิรภัย



🍻 “ดื่มได้ แต่ต้องไม่ขับ” เพราะปลายทางของคุณ ยังมี “ใครบางคน” รออยู่เสมอ
🤍 กลับบ้านปลอดภัย คือของขวัญที่ดีที่สุดในเทศกาลนี้



theSPACE ชวนคิด 💭
ปีนี้…คุณจะเป็นส่วนหนึ่งของ “สถิติ” หรือเป็นส่วนหนึ่งของ “การเปลี่ยนแปลง”?



📞 สายด่วน
1784 (ปภ.) | 191 | 1669



#สงกรานต์2569 #7วันอันตราย #ขับขี่ปลอดภัย #ดื่มไม่ขับ #ลดอุบัติเหตุ #กลับบ้านปลอดภัย #ความปลอดภัยทางถนน #ชวนคิดชวนเปลี่ยน

🔥 ไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้ว…คำถามคือ เราพร้อมรับมือ หรือกำลังเดินเข้าสู่วิกฤตโดยไม่รู้ตัว?📊 ปี 2568 ประเ...
09/04/2026

🔥 ไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้ว…
คำถามคือ เราพร้อมรับมือ หรือกำลังเดินเข้าสู่วิกฤตโดยไม่รู้ตัว?

📊 ปี 2568 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุแล้วกว่า 14.2 ล้านคน (21.71% ของประชากรทั้งประเทศ) จากประชากรทั้งหมด 65.8 ล้านคน

👵 ผู้สูงอายุเพศหญิง 7.98 ล้านคน
👴 ผู้สูงอายุเพศชาย 6.30 ล้านคน

แบ่งเป็น…
• ผู้สูงอายุวัยต้น (60-69 ปี) 👉 7.9 ล้านคน
• ผู้สูงอายุวัยกลาง (70-79 ปี) 👉 4.3 ล้านคน
• ผู้สูงอายุวัยปลาย (80 ปีขึ้นไป) 👉 2 ล้านคน

นี่ไม่ใช่แค่ “ตัวเลข”
แต่มันคือการเปลี่ยนโครงสร้างประเทศทั้งระบบ



เมื่อไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “เรามีผู้สูงอายุกี่คน”แต่คือ…
👉 เราจะ “อยู่ร่วมกับโครงสร้างใหม่นี้” อย่างไร?

🧭 สิ่งที่เราต้องตั้งรับ

🩺 ระบบสุขภาพ
จะรองรับโรคเรื้อรัง การดูแลระยะยาว และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่

💼 ระบบเศรษฐกิจ
แรงงานลดลง แต่รายจ่ายเพิ่มขึ้น ใครจะเป็นคนขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

🏡 สภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัย
เมือง บ้าน ระบบขนส่ง พร้อมสำหรับ “สังคมสูงวัย” แค่ไหน

🤝 การมีส่วนร่วมทางสังคม
ผู้สูงอายุจะถูกมองเป็น “ภาระ” หรือเป็น “พลังของสังคม”



แต่ในทุกวิกฤติ…
ยังมี “โอกาส” ซ่อนอยู่เสมอ

🌟 สิ่งที่หลายหน่วยงานเริ่มพูดถึงคือ “Silver Economy” หรือเศรษฐกิจสูงวัย แนวคิดที่มองผู้สูงอายุไม่ใช่แค่ผู้พึ่งพิงแต่คือ
👉 ผู้บริโภค
👉 แรงงาน
👉 ผู้ประกอบการ
👉 และ “ทุนทางสังคม” ที่มีคุณค่า

หากออกแบบระบบได้ดี
สังคมสูงวัยจะไม่ใช่ภาระ
แต่จะกลายเป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ของประเทศ



theSPACE ชวนคิด 💭

❓ ในวันที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว
เรายังมองผู้สูงอายุเป็น “ภาระ” อยู่หรือไม่

❓ หรือถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนมุมมอง
และออกแบบสังคมใหม่ ที่ทุกวัยมีคุณค่าเท่ากัน

❓ แล้วคุณล่ะ…
มอง “สังคมสูงวัย” เป็นวิกฤติ
หรือเป็นโอกาส?

ชวนคุยกันครับ 👇


#สังคมสูงวัย #ผู้สูงอายุ #โครงสร้างประชากร #นโยบายสาธารณะ #เศรษฐกิจไทย #สังคมไทย #ชวนคิดชวนคุย

💬 theSPACE | OPEN SPACE (talk & share)ชวนคุยเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจเริ่มรู้สึกเหมือนกันโดยไม่ทันสังเกตชวนคิดชวนแลกเปลี...
08/04/2026

💬 theSPACE | OPEN SPACE (talk & share)
ชวนคุยเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจเริ่มรู้สึกเหมือนกันโดยไม่ทันสังเกต
ชวนคิดชวนแลกเปลี่ยน 🎁 ลุ้นรับของรางวัล

🏥 ทุกวันนี้เวลาเราไปโรงพยาบาล
หลายคนเริ่มรู้สึกว่า ค่าตรวจ ค่ายา ค่าบริการหลายอย่างแพงขึ้นกว่าเดิม
จนบางครั้ง “ความเจ็บป่วย” ไม่ได้ทำให้กังวลแค่อาการ
แต่ทำให้กังวลถึง ค่าใช้จ่ายที่จะตามมาด้วย

📈 เมื่อค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นต่อเนื่อง
เบี้ยประกันก็มีแนวโน้มแพงขึ้น
คนที่พอมีทางเลือกอาจยังพอรับมือได้
แต่สำหรับคนธรรมดาจำนวนมาก เรื่องนี้อาจหมายถึงการต้องคิดหนักมากขึ้นทุกครั้งก่อนตัดสินใจไปรักษา

⚖️ คำถามสำคัญคือ
เมื่อการเข้าถึงบริการสุขภาพเริ่มผูกกับ “กำลังจ่าย” มากขึ้นเรื่อย ๆ
เรากำลังปล่อยให้ ความเป็นธรรมทางสุขภาพ ค่อย ๆ เลือนหายไปหรือเปล่า

🗣️ theSPACE ชวนทุกคนมาแลกเปลี่ยนกันใต้โพสต์นี้
คุณคิดอย่างไรกับคำถามนี้
และถ้าอยากให้ระบบสุขภาพไทยเป็นธรรมกับคนธรรมดามากกว่านี้
คุณอยากเห็นอะไรเปลี่ยนก่อนเป็นเรื่องแรก?

🎁 มีรางวัลสำหรับผู้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
สุ่มจากคอมเมนต์ จำนวน 3 รางวัล
📌 ประกาศผลช่วง สิ้นเดือนเมษายน

#เงินเฟ้อทางการแพทย์ #ป่วยได้แต่จ่ายไม่ไหว #ค่ารักษาพยาบาล #ระบบสุขภาพไทย #ความเป็นธรรมทางสุขภาพ #ประกันสุขภาพ #เบี้ยประกัน #ร่วมจ่าย #สิทธิการรักษา #ชวนคิดชวนคุย #คุยกับtheSPACE

ที่อยู่

BANGKHUNTEAN
Bangkok
10150

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ the SPACEผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท