08/02/2026
แทมิน แบคฮยอน ซิ่วหมิน เฉิน และ The Boyz เผชิญอนาคตที่ไม่แน่นอน ท่ามกลางประเด็นค้างชำระครั้งใหญ่ของ CEO ชากาวอน!
แทมิน (Taemin) แบคฮยอน (Baekhyun) เฉิน (Chen) ซิ่วหมิน (Xiumin) และ The Boyz กำลังเผชิญวิกฤตที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเส้นทางอาชีพของพวกเขา หลายบริษัทที่เคยร่วมงานกับศิลปินเหล่านี้ออกมาเปิดเผยว่ายังไม่ได้รับค่าตอบแทน โดยบางรายระบุว่าขณะนี้กำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักและเผชิญกับความเครียดทางจิตใจอย่างรุนแรง ใจกลางของประเด็นอื้อฉาวครั้งนี้คือบุคคลเพียงคนเดียว นั่นคือ CEO ชากาวอน (Cha Ga Won)
จากการสืบสวนของสำนักข่าว The Fact เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ระบุว่า ชากาวอน ซึ่งเป็นผู้บริหาร One Hundred, Big Planet Made Entertainment และ INB100 ไม่ได้ชำระเงินให้กับบริษัทจำนวนมากที่มีความสำคัญต่อกิจกรรมของศิลปิน ตั้งแต่การผลิตอัลบั้ม การสร้างคอนเทนต์ ทีมทำผมและแต่งหน้า ไปจนถึงบริษัทด้านการตลาด ในบางกรณี มีรายงานว่าค่าใช้จ่ายสำหรับฉากเวทีในรายการเพลงที่ศิลปินของเธอไปปรากฏตัวยังคงค้างชำระอยู่เช่นกัน
“ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่กลับกลายเป็นลูกหนี้และเป็นคนโกหกในสายตาของคนที่เชื่อใจผม”
แหล่งข่าวในวงการรายหนึ่ง ซึ่งใช้นามสมมติว่า A และเคยทำงานร่วมกับบริษัทของ ชากาวอน กล่าว “สุขภาพจิตของผมพังทลายลง และหลายเดือนต่อมา ผมถึงได้รู้ว่าบัญชีธนาคารของผมถูกอายัด เนื่องจากค้างชำระเบี้ยประกันสุขภาพ ผมมีลูกต้องดูแล เลยต้องขายรถ และถึงขั้นกู้เงินมาเพื่อประคองชีวิตต่อไป”
แหล่งข่าวรายนี้ระบุว่า ความทุกข์ยากทั้งหมดเกิดขึ้นโดยตรงจากค่าจ้างที่บริษัทของ ชากาวอน ค้างชำระ
มีข้อกล่าวหาว่า ชากาวอน ไม่ได้ชำระเงินรวมเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านวอนให้กับผู้รับจ้างจำนวนมาก ตั้งแต่โรงพิมพ์ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลิตอัลบั้มแบบจับต้องได้ ไปจนถึงทีมโปรดักชั่น การตลาด และทีมผมและทีมเมคอัพ ส่งผลให้ศิลปินภายใต้สังกัดของเธอประสบความยากลำบากในการออกอัลบั้มแบบแผ่น และแม้แต่ผลงานดิจิทัลเองก็ยังมีการโปรโมตอย่างจำกัดด้วย
ในความเป็นจริง นับตั้งแต่ The Boyz ปล่อยมินิอัลบั้มชุดที่ 10 ในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว และ VIVIZ ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก ตามมาด้วยมินิอัลบั้มชุดที่ 5 ของ เฉิน ในเดือนกันยายน ก็ไม่มีศิลปินภายใต้ One Hundred, Big Planet Made Entertainment หรือ INB100 ปล่อยอัลบั้มแบบแผ่นเลยเป็นเวลาถึงห้าเดือน หลังจากนั้น แทมิน, The Boyz, BADVILLAIN, แบคฮยอน, ซิ่วหมิน และ อีซึงกี (Lee Seung Gi) ต่างก็ปล่อยผลงานออกมาเฉพาะในรูปแบบดิจิทัลซิงเกิลเท่านั้น
สำหรับแฟน ๆ อัลบั้มคือของขวัญที่มีความหมายที่สุด ส่วนสำหรับต้นสังกัด การออกอัลบั้มแบบแผ่นของไอดอลระดับท็อปถือเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคง ทว่าในเดือนธันวาคม The Boyz กลับปล่อยดิจิทัลซิงเกิลที่มีถึงสามเพลง ซึ่งถือว่าผิดปกติมากสำหรับซิงเกิล โดยยังไม่มีการสร้างมิวสิกวิดีโอแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน การปล่อยผลงานยูนิตพิเศษในเดือนพฤศจิกายนก็เป็นดิจิทัลซิงเกิลที่ไม่มีมิวสิกวิดีโอเช่นกัน
แม้การตัดสินใจเหล่านี้อาจอธิบายได้ว่าเป็นทางเลือกด้านศิลปะ แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น มีรายงานว่า ชากาวอน กำลังถูกคู่ค้าหลายรายกดดันอย่างหนักเรื่องใบแจ้งหนี้ที่ยังไม่ได้รับการชำระ The Fact ยืนยันว่ามียอดค้างชำระรวมเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านวอนต่อบริษัทมากกว่าสิบแห่ง บางรายได้แจ้งความเสียหายอย่างเป็นทางการแล้ว ขณะที่อีกหลายรายเลือกพูดอย่างระมัดระวัง เนื่องจากกังวลเรื่องชื่อเสียงในอุตสาหกรรมที่การทำงานต่อเนื่องพึ่งพาความสัมพันธ์เป็นอย่างมาก
มีรายงานว่าปัญหาการค้างชำระเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว และทวีความรุนแรงราวเดือนกันยายน หลายบริษัทได้ส่งหนังสือแจ้งทางกฎหมายอย่างเป็นทางการแล้ว และบางรายกำลังเตรียมดำเนินคดี ทั้งนี้ ชื่อบริษัทและจำนวนเงินที่แน่ชัดยังไม่ถูกเปิดเผย เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความเสียหายเพิ่มเติมให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง
ผู้คร่ำหวอดในวงการรายหนึ่งให้ความเห็นว่า “ยอดค้างชำระเกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราว แต่ตามปกติแล้วจะต้องเคลียร์บัญชีเก่าก่อนเริ่มโปรเจกต์ใหม่ กรณีนี้กลับเป็นการปล่อยให้หนี้สะสมต่อเนื่อง ทุกคนในวงการรู้กันหมด แล้วใครจะอยากร่วมงานด้วย? ผมยังได้ยินมาว่าพวกเขายังลำบากถึงขั้นจ่ายค่าธรรมเนียมรับรองอัลบั้มพื้นฐานไม่ได้เลยครับ”
ก่อนหน้านี้ ชากาวอน ถูกฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกงตามกฎหมายว่าด้วยการลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเฉพาะ และยังถูกกล่าวหาว่าไม่ชำระค่าตอบแทนให้ศิลปินของตนอย่างเหมาะสม นอกเหนือจากนั้น ยอดค้างชำระต่อผู้รับจ้างต่าง ๆ ยังมีมูลค่าสูงถึงหลายหมื่นล้านวอน
ขอบเขตของค่าค้างชำระนั้นกว้างมาก และแม้แต่สถานีโทรทัศน์ก็ยังได้รับผลกระทบ เมื่อศิลปินไปออกรายการเพลง ต้นสังกัดมักเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสร้างฉากเวทีเฉพาะ มีรายงานว่า ชากาวอน ไม่ได้ชำระค่าผลิตฉากเวทีสำหรับการปรากฏตัวในรายการ ‘Show! Music Core’ ของ MBC และ ‘M Countdown’ ของ Mnet โดยยอดค้างชำระสะสมมาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว หากยังไม่สามารถแก้ไขได้ อาจส่งผลกระทบต่อการร่วมรายการในอนาคตของศิลปินภายใต้สังกัดของเธอ
แหล่งข่าวในวงการอธิบายว่า “บางครั้งเอเจนซี่ขนาดเล็กอาจมีปัญหาสภาพคล่องชั่วคราวในการจ่ายค่าฉากเวที ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีศิลปินหลายทีม การไม่จ่ายเงินอย่างต่อเนื่องถือว่าผิดปกติมาก เพราะมันส่งผลกระทบต่อกิจกรรมของศิลปินคนอื่นด้วย”
พวกเขายังเสริมอีกว่า “หากค่าฉากเวทียังคงค้างชำระ เรื่องจะถูกยกระดับภายในสถานี ในสถานการณ์แบบนั้น ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าผู้ผลิตรายการจะยอมให้ศิลปินจากเอเจนซี่ที่มีประวัติค้างชำระขึ้นเวทีต่อไปหรือไม่”
ศิลปินภายใต้สังกัดของ ชากาวอน ได้แก่ The Boyz, แทมิน, อีมูจิน (Lee Mu Jin), VIVIZ, BADVILLAIN, อีซึงกี รวมถึงศิลปิน INB100 อย่าง แบคฮยอน, เฉิน และ ซิ่วหมิน ซึ่งทั้งหมดกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะไม่สามารถปรากฏตัวในรายการเพลงได้
ความสัมพันธ์กับสถานีโทรทัศน์ก็เริ่มตึงเครียดขึ้นเช่นกัน ความขัดแย้งในอดีตกับ KBS และ SBS ตั้งแต่การคว่ำบาตรไปจนถึงข้อพิพาทเรื่องการตัดชื่อออกจากไลน์อัพ เพิ่งจะคลี่คลายลงไม่นาน ทว่าในขณะนี้ ความตึงเครียดกลับเพิ่มขึ้นอีกครั้งจากประเด็นค่าค้างชำระ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อ BADVILLAIN ไปปรากฏตัวในรายการ Idol Human Theater ของ KBS ทาง YouTube ซึ่งยังไม่ได้รับการชำระตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว
รายการเพลงถือเป็นหนึ่งในช่องทางที่ศิลปินสามารถสื่อสารกับแฟน ๆ ได้โดยตรงมากที่สุด ทว่าศิลปินของ ชากาวอน กลับมีโอกาสปรากฏตัวอย่างจำกัด โดยเฉพาะในรายการ Inkigayo ของ SBS หากเวทีของ Show! Music Core และ M Countdown ต้องปิดตายลงด้วย ทั้งศิลปินและแฟน ๆ ต่างก็จะต้องเผชิญความสูญเสียอย่างมาก
แม้จะมีรายงานว่า ชากาวอน สร้างรายได้หลายแสนล้านวอนจากการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินทางปัญญาของศิลปิน และศิลปินยังคงทำรายได้อย่างต่อเนื่องจากคอนเสิร์ต รายการโทรทัศน์ และอีเวนต์ต่าง ๆ แต่ ชากาวอน กลับไม่สามารถชำระเงินที่ค้างอยู่ได้ และเป็นที่น่าสงสัยว่าเงินเหล่านั้นถูกนำไปใช้ที่ใด
ผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมบางรายมองว่า อาจไม่ใช่การจงใจไม่จ่าย แต่เป็นการไม่สามารถจ่ายได้ เนื่องจากสิ่งที่ถูกอธิบายว่าเป็นแนวทางการบริหารจัดการที่ผิดปกติของ ชากาวอน ทำให้บริษัทในเครือของเธอตกอยู่ในภาวะขาดทุนสะสม นอกจากนี้ ทรัพย์สินส่วนตัวของ ชากาวอน เองก็ถูกหน่วยงานภาษียึดไปแล้ว จากการค้างชำระภาษี
ขณะเดียวกัน ผู้รับจ้างรายย่อยกลับเป็นฝ่ายที่ต้องแบกรับผลกระทบหนักที่สุด แหล่งข่าว A กล่าวกับ The Fact ว่า
“ผมไม่เคยได้รับเงินสักบาทเดียวจากงานที่ทำ ผมยังต้องจ่ายเงินให้กับคนที่ทำงานร่วมกับผม และผมก็อับอายเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับพวกเขา”
แหล่งข่าวในวงการอีกรายหนึ่ง B กล่าวเสริมว่า “มีคนเกี่ยวข้องมากมาย และอีกมากที่ยังไม่ได้รับเงินที่ควรได้ แต่การฟ้องร้องไม่ใช่เรื่องง่ายในอุตสาหกรรมนี้ คุณยังต้องหาเลี้ยงชีพ และการต่อสู้ทางกฎหมายก็กลืนกินทุกอย่างไปหมด”
กับประเด็นดังกล่าว ฝ่ายของ ชากาวอน ชี้แจงว่า “ขณะนี้เรากำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ สำหรับประเด็นที่ได้รับการยืนยันแล้ว บริษัทกำลังดำเนินการตามกระบวนการภายในเพื่อชำระและแก้ไขปัญหาต่อไป”