เตฌิณี Techini นักลงทุนเพื่อการเดินทาง

เตฌิณี Techini นักลงทุนเพื่อการเดินทาง Techini Land📍ที่เนี่ย💵เราแบ่งปันความรู้ การลงทุน(หุ้น+คริปโต) & การเงิน 👩🏻‍🦰หลงรักการเดินทาง🍀เที่ยวมา 26ประเทศ แล้วค๊า
❤️🎉ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนน๊า🥰🥂

ติดต่อเราได้ที่: [email protected] หรือ Line:
ยินดีต้อนรับเพื่อนๆ เข้าสู่ Techini Land
เนี่ยที่เราแบ่งปันความรู้ด้านการเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน โดยข้อมูลที่นำมาเล่า เรานำมาจากสวิส & ยุโรป โดยเราเสพจากสื่อต่างๆ ที่เป็นภาษาเยอรมัน และ เราได้ลงทุนหุ้นในไทย สวิส ยุโรป และอเมริกา สิ่งที่นำมาเล่ามาจากประสบการ์การลงทุนหุ้นจริงๆ ของเราเอง ซึ่งเราลงทุนหุ้นในตลาดหุ้นมาแล้วเกือบ 10 ปี
รวมถึง

เราให้ความรู้เกี่ยวกับสวิตเซอร์แลนด์ จากประสบการณ์ที่ครอบครัวของเราได้อาศัยอยู่ที่เมือง Bern ตั้งแต่ปีคศ. 2000 เพราะคุณแม่ได้แต่งงานกับชาวสวิส และแบ่งปันเรื่องราวการเดินทางในยุโรป และทั่วโลก ในหลากหลายประเทศที่เราได้เดินทางไปท่องเที่ยว จากอาชีพไกด์ โดยเตฌิณี
ดีใจ & ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนคะ
👩🏻‍🦰เตฌิณี พฤกษวัน กลิ่นทองคำ
นักลงทุนเพื่อการเดินทางรอบโลก

🤯ภาพนี้เป็นอินโฟกราฟิกจาก Stocktoearn ที่แสดงข้อมูลเรื่อง 🏦 “Largest Central Banks in the World” หรือ “ธนาคารกลางที่มีสิ...
27/10/2025

🤯ภาพนี้เป็นอินโฟกราฟิกจาก Stocktoearn ที่แสดงข้อมูลเรื่อง 🏦 “Largest Central Banks in the World” หรือ “ธนาคารกลางที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในโลก” ข้อมูลอ้างอิงจาก Sovereign Wealth Fund Institute – SWFI

🔹 เนื้อหาในภาพ
กราฟแท่งเปรียบเทียบ มูลค่าสินทรัพย์รวม (Total Assets Managed) ของธนาคารกลางแต่ละประเทศ

🔌โดยแปลงเป็นหน่วย ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (Trillions USD)
🥇 อันดับ 1: Federal Reserve (สหรัฐอเมริกา)
มูลค่าสินทรัพย์รวม: $7.11 ล้านล้านดอลลาร์
เป็นธนาคารกลางของสหรัฐฯ🚨มีอิทธิพลต่อระบบการเงินโลกสูงที่สุด เพราะเป็นผู้ออกเงินดอลลาร์ (สกุลเงินหลักของโลก)

🥈 อันดับ 2: People’s Bank of China (ธนาคารกลางจีน)
มูลค่าสินทรัพย์รวม: $6.00 ล้านล้านดอลลาร์
บริหารนโยบายการเงินของจีนและควบคุมค่าเงินหยวน (CNY)

🥉 อันดับ 3: Bank of Japan (ธนาคารกลางญี่ปุ่น)
มูลค่าสินทรัพย์รวม: $5.26 ล้านล้านดอลลาร์
มีชื่อเสียงเรื่องนโยบาย “อัตราดอกเบี้ยติดลบ” และการควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Curve Control)

อันดับ 4: Deutsche Bundesbank (เยอรมนี)
มูลค่าสินทรัพย์รวม: $2.78 ล้านล้านดอลลาร์
เป็นธนาคารกลางของเยอรมนี (ภายใต้ระบบยูโรโซน)

อันดับ 5–8: อันดับ ธนาคารกลาง ประเทศ สินทรัพย์รวม
5: Norges Bank นอร์เวย์ $1.79T
6: Bank of France ฝรั่งเศส $1.76T
7: Bank of Italy อิตาลี $1.38T
8: Bank of England สหราชอาณาจักร $1.19T

💡 สรุปความหมาย
สินทรัพย์ของธนาคารกลาง (Total Assets) หมายถึง ขนาดงบดุลของธนาคารกลาง ซึ่งสะท้อนการดำเนินนโยบายการเงิน เช่น
*การถือครองพันธบัตรรัฐบาล
*การให้สินเชื่อแก่ธนาคารพาณิชย์
*การพิมพ์เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

🏦Federal Reserve มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก
สะท้อนถึงบทบาทผู้นำในเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินระหว่างประเทศ
🧤เราเขียนบทความนี้วันที่ 27.10.25 หวังความรู้ที่เราสรุปข่าวมาให้เพื่อนๆ จะมีประโยชน์กับคุณนะคะ วันนี้เราเลยนำมาแบ่งปันให้ทุกคนฟังค๊า ใครสนใจเหมือนกัน ชอบความรู้แนวนี้ คอมเมนต์บอกกันบ้างนะคะ & ฝากกด❤️ กดแชร์ให้หน่อยนะคะ 🙏ขอบคุณมากคะ

❌โพสต์นี้ไม่ใช่การแนะนำการลงทุน ทำเพื่อความรู้เท่านั้น

🏄🏻‍♀️สิ่งนี้คือ สาเหตุที่ทำให้ตลาดคริปโตพุ่งขึ้นกลับได้ไว: 🚵‍♀️จากเงินไหลออกสู่เงินไหลเข้า: Bitcoin ETP พุ่งสูงขึ้นท่ามก...
27/10/2025

🏄🏻‍♀️สิ่งนี้คือ สาเหตุที่ทำให้ตลาดคริปโตพุ่งขึ้นกลับได้ไว: 🚵‍♀️จากเงินไหลออกสู่เงินไหลเข้า: Bitcoin ETP พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าประหลาดใจ
🏋🏻Bitcoin ซึ่งเคยเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของกระแสเงินไหลออกจาก ETP ของสกุลเงินดิจิทัลเมื่อสัปดาห์ก่อน เกือบจะฟื้นตัวจากการขาดทุนได้อย่างสมบูรณ์ด้วยกระแสเงินไหลเข้า $931 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่แล้ว

🏆ผลิตภัณฑ์การลงทุนสกุลเงินดิจิทัลกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนดีขึ้นหลังจากข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ต่ำกว่าที่คาด
🎙️ผลิตภัณฑ์ซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล (ETP) มีเงินไหลเข้า $921 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าเงินไหลออก $513 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อนหน้านั้น CoinShares รายงานเมื่อวันจันทร์

🤯ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ตลาดกองทุนคริปโตมีแนวโน้มขาขึ้นคือความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ เพิ่มเติม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ ตามที่ James Butterfill หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CoinShares กล่าว

🚨ดัชนีราคาผู้บริโภคพุ่งขึ้น 0.3% ในเดือนกันยายน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อรายปีอยู่ที่ 3% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

👀Butterfill เขียนว่า “การปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการขาดข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญอันเป็นผลจากการปิดหน่วยงานดังกล่าว ทำให้ผู้ลงทุนแทบไม่มีแนวทางในการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ” และยังเสริมว่าข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ช่วยฟื้นการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกด้วย

🔌สรุปข่าวจาก CoinShares เรื่อง “กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลไหลเข้า US$ 921 ล้าน” มีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ

📰 เนื้อหาหลัก
* กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (digital asset investment products) มีเงินไหลเข้า (net inflows) ประมาณ US$ 921 ล้าน ในสัปดาห์ล่าสุด ตามข้อมูลของ CoinShares.

* ปัจจัยสำคัญคือข้อมูล “ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ (CPI)” ออกมาน้อยกว่าคาด ทำให้นักลงทุนเริ่มคาดว่า Federal Reserve อาจ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในอนาคต ส่งผลให้ความเชื่อมั่นสินทรัพย์เสี่ยงสูงขึ้น เช่น คริปโต.

🔍 รายละเอียดเพิ่มเติม
* ในบรรดากองทุนคริปโตทั้งหมด Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่ได้รับเงินไหลเข้าเยอะที่สุด โดยมีประมาณ US$ 931 ล้าน ในสัปดาห์นั้น.

* ขณะที่ Ethereum กลับมี เงินไหลออก (outflows) ประมาณ US$ 169 ล้าน เป็นสัปดาห์แรกในรอบห้าอาทิตย์.

* แยกตามภูมิภาค: สหรัฐฯ นำที่ US$ 843 ล้าน โดยภูมิภาคเยอรมนีมีเงินไหลเข้าใหญ่เช่นกัน (~US$ 502 ล้าน) ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์มีเงินไหลออก (~US$ 359 ล้าน) ซึ่งบางส่วนเป็นการโอนสินทรัพย์ระหว่างผู้ให้บริการ ไม่ใช่การขายจริงทั้งหมด.

✅ สรุปเชิงความหมาย
* การไหลเข้าเงินจำนวนมากนี้สะท้อนว่า นักลงทุนสถาบัน หรือกองทุนใหญ่เริ่มให้ความสนใจกับคริปโตมากขึ้น โดยเฉพาะ Bitcoin

* การที่ CPI ต่ำกว่าคาด ทำให้ตลาดเห็นสัญญาณว่าอาจมีการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งมักเป็นปัจจัยบวกกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น คริปโต

* แต่ก็มีข้อสังเกต เช่น Ethereum มีเงินไหลออก ซึ่งอาจบอกว่านักลงทุนกำลังหมุนเงินไปยังสินทรัพย์ที่ “มั่นใจได้” มากกว่า (เช่น Bitcoin)

* สำหรับคุณที่เป็นนักลงทุน นี่เป็นสัญญาณว่า ความสนใจจากผู้เล่นใหญ่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจช่วยเสริมพื้นฐานตลาดคริปโต แต่ก็ไม่ใช่รับประกันว่าจะไม่มีความเสี่ยง
🧤เราเขียนบทความนี้วันที่ 27.10.25 หวังความรู้ที่เราสรุปข่าวมาให้เพื่อนๆ จะมีประโยชน์กับคุณนะคะ วันนี้เราเลยนำมาแบ่งปันให้ทุกคนฟังค๊า ใครสนใจเหมือนกัน ชอบความรู้แนวนี้ คอมเมนต์บอกกันบ้างนะคะ & ฝากกด❤️ กดแชร์ให้หน่อยนะคะ 🙏ขอบคุณมากคะ

❌โพสต์นี้ไม่ใช่การแนะนำการลงทุน ทำเพื่อความรู้เท่านั้น

ความรู้ปิดความเสี่ยง เพราะทุกสินทรัพย์มีความผันผวนจริงมีกำไร ไม่มีสินทรัพย์ที่มีแต่ขึ้น ลงทันแล้วได้กำไรสูงรวยทุกคน ดังนั้นความรู้จึงสำคัญกับเรามากๆ เพื่อที่จะประเมินความเสี่ยงตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร จงหาความรู้ก่อนดีที่สุดค๊า
สำหรับเพื่อนๆ คนไหนจะเรียนรู้สินทรัพย์ดิจิตัล ในการใช้ การรักษามูลของเงิน รวมถึงวางแผนเกษียณจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงในการลงทุน สามารถเรียนรู้ทุกด้านได้ครบจบ ในเล่มนี้
❤️สามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่มือใหม่เริ่มต้นจาก 0 จนคุณเป็นมือโปรใน การนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้ ตัดสินใจเลือกเหรียญเพื่อการลงทุนเป็น ความรู้ปิดความเสี่ยง
🔥ราคาพิเศษ ฿3,555 บาท (ส่งฟรี)
💰จากราคาเต็ม ฿4,300 บาท

🍀พิเศษแถมมินิคอร์ส: ปั้นมือใหม่สร้างกำไร 8 หลัก มูลค่า฿4,000 บาท แถมฟรี
📱ติดต่อสั่งซื้อ ได้ที่Line:
ถ้าชอบ❤️👍🏻เขียน 🙏ขอบคุณมาก ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังวางแผนสำหรับอนาคตเกษียณของตัวเองอยู่

เราจะมีสรุปหนังสือ บทความดีๆ ข่าว เนื้อหาความรู้มาใหม่ให้ฟังทุกวันค๊า
ถ้าชอบ คิดว่า ข้อมูลเป็นประโยชน์ ฝากกดใจ👍กดแชร์ & พูด-คุย เขียนคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะคะ 🙏ขอบคุณมากค๊า อยากสอนให้คุณพัฒนาตัวเองให้เก่ง เพิ่มทักษะความรู้การเงิน การลงทุนให้มั่งคั่งขึ้นทุกวัน
🥰รักทุกคนนะคะ
👩🏻‍🦰เตฌิณี(Techini)

🙏ขอบคุณมากคะ สำหรับแหล่งที่มาข้อมูลทั้งหมดของเนื้อหาที่สรุปมาให้ค๊า>>>

https://cointelegraph.com/news/crypto-funds-921-million-inflows-cpi-data-coinshares

27/10/2025

🇩🇰เดนมาร์ก: ชาติมหาอำนาจเล็กพริกขี้หนู สำเร็จรวยขึ้นได้ยังไง⁉️🔴27.10.25 | Techini

🌍พามาดูทวีปยุโรป ที่มีวินัยหลายประเทศที่มีวินัยด้านการเงินสูงมากๆ ว่าแต่ละประเทศมีหนี้สาธารณะกันเท่าไหร่บ้าง⁉️🇨🇭แต่ไม่มี...
27/10/2025

🌍พามาดูทวีปยุโรป ที่มีวินัยหลายประเทศที่มีวินัยด้านการเงินสูงมากๆ ว่าแต่ละประเทศมีหนี้สาธารณะกันเท่าไหร่บ้าง⁉️
🇨🇭แต่ไม่มีสวิตเซอร์แลนด์นะคะเพราะเขาไม่อยู่ในประเทศเขตเชงเก้น แต่เดี๋ยวเราจะทำข้อมูลรายละเอียดให้นะคะสำหรับประเทศที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่น่าสนใจ เราจะทะย้อยแบ่งปันให้ทุกคนเรื่อยๆ นะ ตามมาฟังกันค๊า

🎧เรื่องนี้มี 2 ตอน นะคะ เพราะรายละเอียดเยอะ เลยขอแบ่งดีกว่าคะ บทความนี้คือ ตอนที่ 1

🚨ภาพนี้เป็นแผนที่แสดงระดับ 🤯หนี้สาธารณะ (Debt) ของประเทศต่าง ๆ ในสหภาพยุโรป (European Union) ณ ไตรมาสที่ 1 ปี 2025 จัดทำโดย Visual Capitalist โดยใช้ข้อมูลจาก Eurostat

🧾 หัวข้อของภาพ“Debt in the European Union”หมายถึง “หนี้ของรัฐบาลในสหภาพยุโรป” ซึ่งวัดในหน่วย: หนี้ภาครัฐรวม (General Government Gross Debt) ต่อสัดส่วน GDP (%)

🎨 การอ่านสีในแผนที่
* 🩷สีชมพูอ่อน = หนี้ต่ำ (ประมาณ 20–40 % ของ GDP)
* 🟣สีชมพูเข้ม = หนี้สูง (สูงสุดถึง 160 % ของ GDP)

📊 ตัวเลขสำคัญในแต่ละประเทศ
☄️ประเทศ หนี้สาธารณะ (% ต่อ GDP) หมายเหตุ
🇬🇷 กรีซ 153% สูงสุดในยุโรป
🇮🇹 อิตาลี 138% สูงมากเช่นกัน
🇫🇷 ฝรั่งเศส 114% อยู่ในระดับสูง
🇪🇸 สเปน 104% สูง
🇵🇹 โปรตุเกส 96% สูง
🇫🇮 ฟินแลนด์ 84% ปานกลางค่อนไปทางสูง
🇩🇪 เยอรมนี 62% ปานกลาง
🇵🇱 โปแลนด์ 57% ปานกลาง
🇷🇴 โรมาเนีย 56% ปานกลาง
🇸🇰 สโลวาเกีย 63% ปานกลาง
🇭🇺 ฮังการี 78% ปานกลางสูง
🇧🇪 เบลเยียม 107% สูง
🇳🇱 เนเธอร์แลนด์ 43% ต่ำ
🇩🇰 เดนมาร์ก 30% ต่ำมาก
🇸🇪 สวีเดน 34% ต่ำ
🇳🇴 นอร์เวย์ 45% ต่ำ
🇮🇪 ไอร์แลนด์ 35% ต่ำ
🇨🇿 เช็ก 43% ต่ำ
🇧🇬 บัลแกเรีย 24% ต่ำที่สุดในยุโรป
🇪🇪 เอสโตเนีย 24% ต่ำที่สุดเช่นกัน
🇱🇻 ลัตเวีย 46% ต่ำ-ปานกลาง
🇱🇹 ลิทัวเนีย 41% ต่ำ
🧠 สรุปภาพรวม

* ประเทศยุโรปตอนใต้ เช่น กรีซ อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส มี หนี้สูงมากกว่า 100% ของ GDP

* ประเทศยุโรปเหนือ เช่น เดนมาร์ก สวีเดน ไอร์แลนด์ เอสโตเนีย บัลแกเรีย มี หนี้ต่ำกว่า 40%

* ค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปโดยรวมอยู่ประมาณ 80–90% ของ GDP

* สีในภาพช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างประเทศได้ชัดเจนว่า ยิ่งสีเข้ม → ยิ่งมีหนี้สูง

🤯ต่อไปนี้คือ บทวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจและการลงทุน จากภาพ “หนี้สาธารณะในสหภาพยุโรป (Q1 2025)”

🇪🇺 ภาพรวมเศรษฐกิจยุโรป🤯
🎙️ณ ไตรมาส 1 ปี 2025 สหภาพยุโรป (EU) เผชิญกับภาวะ ฟื้นตัวแบบไม่เท่ากัน (Uneven Recovery)�🗣️หลังจากวิกฤตพลังงาน – เงินเฟ้อ – และการขึ้นดอกเบี้ยในช่วง 2022–2024
🏦ระดับหนี้ภาครัฐจึงสะท้อน “สุขภาพการคลัง” และ “ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ” ของแต่ละประเทศ

🧭 1. กลุ่มหนี้สูง (>100% ของ GDP)
🇬🇷 กรีซ | 🇮🇹 อิตาลี | 🇫🇷 ฝรั่งเศส | 🇪🇸 สเปน | 🇵🇹 โปรตุเกส

☘️ลักษณะร่วม:
* ต้องพึ่งพานโยบายการคลังแบบขยายตัว (spending สูง – เก็บภาษีต่ำ) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
* เสี่ยงต่อ ต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้น เมื่อ ECB ยังคงดอกเบี้ยระดับสูง
* การชะลอตัวทางเศรษฐกิจอาจกดรายได้ภาษี ทำให้ “หนี้ต่อ GDP” เพิ่มต่อเนื่อง

🛎️ผลต่อการลงทุน:
* พันธบัตรของประเทศเหล่านี้อาจให้ “ผลตอบแทนสูงกว่าเฉลี่ย” แต่ความเสี่ยงเพิ่ม
* หุ้นกลุ่มธนาคาร–อสังหาฯ ในประเทศเหล่านี้ยังเปราะบาง หากเศรษฐกิจโตช้า
* นักลงทุนมัก “กระจายเงิน” ไปยังเยอรมนีหรือกลุ่ม Nordic เพื่อหลบความเสี่ยง

💪 2. กลุ่มหนี้ปานกลาง (60–90%)
🇩🇪 เยอรมนี | 🇫🇮 ฟินแลนด์ | 🇭🇺 ฮังการี | 🇸🇰 สโลวาเกีย | 🇷🇴 โรมาเนีย

🚴🏻‍♂️ลักษณะร่วม:
* มีระบบการคลังเข้มงวดกว่าและอุตสาหกรรมส่งออกแข็งแกร่ง
* สามารถรักษาอันดับเครดิตระดับสูง และกู้ยืมได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า

🔥ผลต่อการลงทุน:
* ตลาดหุ้นเยอรมนี (DAX) และพันธบัตรรัฐบาลยังเป็น สินทรัพย์ปลอดภัยระดับภูมิภาค
* กลุ่มนี้มักได้รับเงินทุนไหลเข้าเมื่อมีความไม่แน่นอนในยุโรปใต้

🌿 3. กลุ่มหนี้ต่ำ (

☄️เทรดเดอร์ที่ทำยอดขายชอร์ตได้ 190 ล้านเหรียญสหรัฐ ดูเหมือนจะเดิมพันว่าจะได้รับการอภัยโทษจาก CZ ด้วยข้อมูลเผยแพร่เมื่อ 2...
27/10/2025

☄️เทรดเดอร์ที่ทำยอดขายชอร์ตได้ 190 ล้านเหรียญสหรัฐ ดูเหมือนจะเดิมพันว่าจะได้รับการอภัยโทษจาก CZ ด้วยข้อมูลเผยแพร่เมื่อ 23.10.2025:

☘️ไม่ว่าจะข่าวดี หรือข่าวเสียจะมีคนได้ประโยชน์เสมอ ที่คนUSA บางส่วนดราม่ากันเพราะมีคนได้ประโยชน์การลงทุนด้วยข่าวลบที่ผ่านมาค๊า (ซึ่งปี 2025 นี้หลายรอบมากๆ)

💥ในขณะที่นักสืบออนเชนบางคนเรียกสิ่งนี้ว่า "ความรู้ภายในที่ชัดเจน" แต่คนอื่นๆ โต้แย้งว่าการอภัยโทษของ Changpeng Zhao ของทรัมป์นั้นเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้ว

🐳นักเทรดคริปโตที่เคยทำกำไรได้เป็นล้านจากการขายชอร์ตตลาดคริปโตก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ จะประกาศเรื่องภาษีศุลกากร ดูเหมือนจะได้กำไรอีกครั้งจากการเดิมพันว่าทรัมป์จะอภัยโทษให้กับผู้ก่อตั้ง Binance

🌴นักสืบ Onchain ชื่อ Euan ชี้ให้เห็นข้อมูล Etherscan เพื่อสร้างการเชื่อมโยงระหว่างเทรดเดอร์และบัญชี Polymarket มีรายงานว่ากระเป๋าเงินคริปโตนี้ทำเงินได้ $56,522 ดอลลาร์บน Polymarket โดยเดิมพันว่าทรัมป์จะอภัยโทษให้นาย Changpeng “CZ” Zhao ในช่วงปี 2025

ผู้ค้าคริปโตถูกสงสัยในแวดวงคริปโตอยู่แล้วว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลวงในได้ หลังจากที่เขาขายชอร์ต Bitcoin และ Ethereum ในจังหวะที่จำกัด เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ทรัมป์จะประกาศภาษีศุลกากรซึ่งทำให้ราคาลดลง บางคนบอกว่า พ่อค้าคงจะรู้เรื่องการอภัยโทษด้วย

🚨สรุปข่าวจาก Cointelegraph รายละเอียดดังนี้:

📰 หัวข้อข่าว
มีผู้เทรดคริปโตคนหนึ่ง (ไม่เปิดชื่อ) ที่เคยทำกำไรมหาศาลจากการ “ชอร์ต” เหรียญคริปโตเมื่อมีประกาศภาษี / มาตรการจาก Donald Trump ถูกเปิดเผยอีกครั้งว่าเขาอาจได้ใช้ข้อมูลภายในเพื่อ “เดิมพัน” ว่า Changpeng Zhao (หรือ “CZ” ผู้ก่อตั้ง Binance) จะได้รับการ “อภัยโทษ” (pardon) จากทรัมป์ — และเขาทำกำไรจากการเดานั้นได้จริง

🔍 รายละเอียดสำคัญ
* ผู้เทรดดังกล่าวมีประวัติว่าเปิดสถานะชอร์ตเหรียญบิทคอยน์ (Bitcoin) และอีเธอร์ (Ethereum) ก่อนที่ทรัมป์จะประกาศมาตรการภาษี/กฎเกณฑ์ที่มีผลทำให้ราคาคริปโตตกอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างความสงสัยว่าเป็น “ข้อมูลภายใน” หรือ “insider knowledge”

* ครั้งล่าสุด เขาได้เดิมพันในแพลตฟอร์มเดิมพันเหตุการณ์ (prediction market) Polymarket โดยทำกำไรประมาณ US $56,522 จากการเดิมพันว่า CZ จะได้รับการอภัยโทษในปี 2025

* มีผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลเชน (on-chain sleuths) บอกว่า “ดูเหมือนจะเป็นข้อมูลภายในที่ชัดเจน” ในขณะที่คนอื่นๆ มองว่า พิจารณาจากภาพรวมแล้วการอภัยโทษอาจ “ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิด” เพราะมีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ไปในทิศทางนั้น

* มีอีกคนหนึ่งคือ Jacob King ซีอีโอของ Swan Desk ซึ่งกล่าวว่าเขาทำกำไร US $956,000 จากการเดาว่า CZ จะได้รับอภัยโทษ โดยให้เหตุผลว่า “การที่ CZ ลงทุนกว่า US $2 พันล้านในสเตเบิลคอยน์ WLFUSD แทบจะส่งสัญญาณว่าเป็น ‘pay-for-pardon’”

* ในทางกลับกัน มีเสียงวิจารณ์ว่า การอภัยโทษนั้น “ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิด” และผู้เทรดที่ได้กำไรไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลภายใน เพราะเหตุการณ์อาจคาดการณ์ได้จากบริบท

✅ ประเด็นน่าสังเกต
* การใช้ข้อมูล on-chain และแพลตฟอร์มเดิมพันเหตุการณ์ช่วยให้ตรวจสอบได้ว่า “ใคร” ทำอะไรกับเงินทุนของตน และอาจเปิดเผยพฤติกรรมที่คล้าย “การใช้ข้อมูลภายใน” (though ไม่ได้มีการพิสูจน์ว่าเป็นการผิดกฎหมายในข่าวนี้)

* เรื่อง “การอภัยโทษ” ของผู้บริหารคริปโตอย่าง CZ กับทรัมป์ถือว่าเป็นหัวข้อที่สร้างความสนใจทั้งในวงการคริปโตและการเมือง — ทำให้การเดิมพัน/การเก็งกำไรจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงแต่ก็มีโอกาสสูงเมื่อมีการรั่วไหลของสัญญาณหรือความชัดเจนทางนโยบาย

* สำหรับนักลงทุนอย่างคุณ Techini : สิ่งนี้เป็นตัวอย่างของความเสี่ยงเรื่อง “ข่าวลืมหรือข้อมูลเชิงคาดการณ์” ที่อาจส่งผลต่อราคาตลาดคริปโตและเครื่องมือการเก็งกำไรอื่นๆ — ซึ่งควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่ฟังเฉย ๆ
🧤เราเขียนบทความนี้วันที่ 27.10.25 หวังความรู้ที่เราสรุปข่าวมาให้เพื่อนๆ จะมีประโยชน์กับคุณนะคะ วันนี้เราเลยนำมาแบ่งปันให้ทุกคนฟังค๊า ใครสนใจเหมือนกัน ชอบความรู้แนวนี้ คอมเมนต์บอกกันบ้างนะคะ & ฝากกด❤️ กดแชร์ให้หน่อยนะคะ 🙏ขอบคุณมากคะ

❌โพสต์นี้ไม่ใช่การแนะนำการลงทุน ทำเพื่อความรู้เท่านั้น

ความรู้ปิดความเสี่ยง เพราะทุกสินทรัพย์มีความผันผวนจริงมีกำไร ไม่มีสินทรัพย์ที่มีแต่ขึ้น ลงทันแล้วได้กำไรสูงรวยทุกคน ดังนั้นความรู้จึงสำคัญกับเรามากๆ เพื่อที่จะประเมินความเสี่ยงตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร จงหาความรู้ก่อนดีที่สุดค๊า
สำหรับเพื่อนๆ คนไหนจะเรียนรู้สินทรัพย์ดิจิตัล ในการใช้ การรักษามูลของเงิน รวมถึงวางแผนเกษียณจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงในการลงทุน สามารถเรียนรู้ทุกด้านได้ครบจบ ในเล่มนี้
❤️สามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่มือใหม่เริ่มต้นจาก 0 จนคุณเป็นมือโปรใน การนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้ ตัดสินใจเลือกเหรียญเพื่อการลงทุนเป็น ความรู้ปิดความเสี่ยง
🔥ราคาพิเศษ ฿3,555 บาท (ส่งฟรี)
💰จากราคาเต็ม ฿4,300 บาท

🍀พิเศษแถมมินิคอร์ส: ปั้นมือใหม่สร้างกำไร 8 หลัก มูลค่า฿4,000 บาท แถมฟรี
📱ติดต่อสั่งซื้อ ได้ที่Line:
ถ้าชอบ❤️👍🏻เขียน 🙏ขอบคุณมาก ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังวางแผนสำหรับอนาคตเกษียณของตัวเองอยู่

เราจะมีสรุปหนังสือ บทความดีๆ ข่าว เนื้อหาความรู้มาใหม่ให้ฟังทุกวันค๊า
ถ้าชอบ คิดว่า ข้อมูลเป็นประโยชน์ ฝากกดใจ👍กดแชร์ & พูด-คุย เขียนคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะคะ 🙏ขอบคุณมากค๊า อยากสอนให้คุณพัฒนาตัวเองให้เก่ง เพิ่มทักษะความรู้การเงิน การลงทุนให้มั่งคั่งขึ้นทุกวัน
🥰รักทุกคนนะคะ
👩🏻‍🦰เตฌิณี(Techini)

🙏ขอบคุณมากคะ สำหรับแหล่งที่มาข้อมูลทั้งหมดของเนื้อหาที่สรุปมาให้ค๊า>>>

https://cointelegraph.com/news/donald-trump-us-cz-binance-founder-pardon-crypto-trader-profit

27/10/2025

Stablecoins เปลี่ยนแปลงการชำระเงินสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก & การเงินทั่วโลก ไปยังไง⁉️🔴26.10.25 | Techini

26/10/2025

🤯ชีวิตจริงโตมา☘️จากความจนที่สอนเรา⁉️🔴26.10.25 | Techini

ิณี #ไปกับเตฌิณี #นักลงทุนเพื่อการเดินทาง #นักลงทุนเพื่อการเดินทางทั่วโลก #หาเงินเที่ยวรอบโลก #รวยก่อนแก่ #หาเงินเที่ยวรอบโลก #เกษียณสำราญ #เกษียณมั่งคั่ง #หลงรักการลงทุน #หลงรักการเดินทาง

26/10/2025

💸Stablecoins🛍️เปลี่ยนแปลงการชำระเงินสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก & การเงินทั่วโลก🌏ระหว่างประเทศ🛎️ไปยังไง⁉️(ดูต่อใต้โพสต์) เนี่ยคือ1สกุลคริปโตที่มีคนใช้งานมากที่สุด & คนเยอะมากๆได้รู้จัก+หลงรักสิ่งนี้❤️

☄️1 ในดราม่าใหญ่ในสหรัฐฯตอนนี้: การอภัยโทษของ CZ เกิดขึ้นหลังจาก Binance ผลักดันล็อบบี้ที่มีค่าใช้จ่ายสูงในวอชิงตัน: Pol...
26/10/2025

☄️1 ในดราม่าใหญ่ในสหรัฐฯตอนนี้: การอภัยโทษของ CZ เกิดขึ้นหลังจาก Binance ผลักดันล็อบบี้ที่มีค่าใช้จ่ายสูงในวอชิงตัน: Politico
🤯การอภัยโทษของ CZ โดยทรัมป์ตามมาด้วยการผลักดันการล็อบบี้โดยรวมถึงเงิน 450,000 ดอลลาร์ให้กับกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ที่เชื่อมโยงกับทรัมป์ และเงิน 290,000 ดอลลาร์ให้กับเทเรซา กู๊ดดี้ กิลเลน อดีตผู้ท้าชิงตำแหน่งประธาน SEC

🚨การอภัยโทษของ Changpeng “CZ” Zhao อดีต CEO ของ Binance โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา เกิดขึ้นหลังจากการรณรงค์ล็อบบี้ที่กว้างขวางและมีค่าใช้จ่ายสูงในวอชิงตัน

👀Zhao ซึ่งรับโทษจำคุก 4 เดือนเมื่อปีที่แล้วในข้อหาละเมิด กฎหมาย ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) ของสหรัฐฯ ได้รับประโยชน์จากความพยายามเป็นเวลานานหลายเดือนของ Binance และทีมกฎหมายในการชนะใจบุคคลสำคัญในวงโคจรของทรัมป์ตามรายงานวันอาทิตย์ของ Politico

☘️ในช่วงปลายเดือนกันยายน Binance ได้จ้าง Ches McDowell ซึ่งเป็นผู้ร่วมงานใกล้ชิดของ Donald Trump Jr. และบริษัท Checkmate Government Relations ของเขาที่ตั้งอยู่ในนอร์ธแคโรไลนา เพื่อล็อบบี้ทำเนียบขาวและกระทรวงการคลังในเรื่อง "การบรรเทาทุกข์ของฝ่ายบริหาร" ตามที่รายงานอ้าง

🎙️Checkmate หนึ่งในบริษัทที่เติบโตเร็วที่สุดในวอชิงตัน ได้รับเงิน 450,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับงานหนึ่งเดือน ข้อมูลจาก Politico ระบุว่าบริษัทมีรายได้ 7.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา

🔌สรุปข่าวเกี่ยวกับการอภัยโทษแก่ Changpeng Zhao (หรือ “CZ”) ผู้ก่อตั้ง Binance ซึ่งถูกลงโทษในสหรัฐฯ และต่อมาได้รับการอภัยโทษจาก Donald Trump พร้อมกับประเด็นล็อบบี้ที่ตามมา ดังนี้ครับ

📰 รายละเอียดโดยสังเขป
* CZ ได้รับโทษจำคุก 4 เดือน และยอมรับผิดในข้อหาละเมิดกฎหมาย “Bank Secrecy Act” (มาตรการต่อต้านการฟอกเงิน) จากการที่ Binance ไม่ได้มีระบบตรวจตราอย่างเพียงพอ ซึ่งเปิดช่องให้มีธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย, การค้ามนุษย์ และการลักลอบโอนเงินผ่านแพลตฟอร์ม

* ต่อมาในเดือนตุลาคม 2025 ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ออกคำอภัย (pardon) ให้ CZ ซึ่งเป็นการยกเลิกผลทางอาญาบางส่วนของคดี

* รายงานจากสื่อเผยว่า ก่อนการอภัยโทษนั้น Binance และ CZ มีการดำเนินการล็อบบี้อย่างหนักในวอชิงตัน DC เพื่อขอ “relief” ทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านบริษัทล็อบบี้ที่เชื่อมโยงกับ Trump และครอบครัวของเขา

* ตัวอย่างเช่น บริษัท Checkmate Government Relations ที่ทำงานด้านล็อบบี้ โดยได้รับค่าจ้างประมาณ US $450,000 เพียงเดือนเดียว จาก Binance/ทีมของ CZ เพื่อทำงานในส่วน “executive relief”

* อีกทั้ง CZ/บริษัทยังใช้บริการของ Teresa Goody Guillén ซึ่งเป็นทนายที่เคยได้รับการพิจารณาเป็นหัวหน้า U.S. Securities and Exchange Commission (SEC) ภายใต้รัฐบาล Trump มาก่อน โดยงานล็อบบี้มีมูลค่าราว US $290,000 สำหรับปี นั้น

✅ ทำไมข่าวนี้ถึงมีความสำคัญ
* เป็นสัญญาณว่าภาคคริปโตและการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล (เช่น Binance) อาจได้รับ “ไฟเขียว” ใหม่จากการเมืองสหรัฐฯ และนโยบายรัฐบาลที่เอื้อต่อคริปโตมากขึ้น

* แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการดำเนินธุรกิจคริปโต, การเมือง, และกลไกกฎหมาย/ระบบบังคับใช้ — โดยเฉพาะประเด็น “ล็อบบี้” ที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจของรัฐ

* สำหรับนักลงทุนในคริปโต (เช่น คุณ Techini) เป็นกรณีศึกษาที่ดีว่า ความเสี่ยงทางกฎหมาย / นโยบาย เป็นหนึ่งในตัวแปรที่อาจส่งผลถึงตลาดอย่างมีนัยยะ

⚠️ สิ่งที่ควรจับตา
* แม้จะได้รับการอภัยโทษแล้ว แต่ CZ/Binance ยังเผชิญกับ การกำกับดูแล และ ความเชื่อมั่นสาธารณะ ที่ถูกท้าทายอยู่

* นักลงทุนควรระวังว่า การอภัยโทษไม่ได้หมายความว่า “ไร้ผลทางกฎหมาย” หรือ “ไม่มีความเสี่ยง” อีกต่อไป — ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง (reputation) และการเฝ้าระวังจากหน่วยงานอีกหลายแห่งยังมีอยู่

* แนวทางนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อคริปโตอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว — การคืนท่าทีเอื้อคริปโตอาจมาพร้อมกับเงื่อนไขหรือการควบคุมใหม่
🧤เราเขียนบทความนี้วันที่ 26.10.25 หวังความรู้ที่เราสรุปข่าวมาให้เพื่อนๆ จะมีประโยชน์กับคุณนะคะ วันนี้เราเลยนำมาแบ่งปันให้ทุกคนฟังค๊า ใครสนใจเหมือนกัน ชอบความรู้แนวนี้ คอมเมนต์บอกกันบ้างนะคะ & ฝากกด❤️ กดแชร์ให้หน่อยนะคะ 🙏ขอบคุณมากคะ

❌โพสต์นี้ไม่ใช่การแนะนำการลงทุน ทำเพื่อความรู้เท่านั้น

ความรู้ปิดความเสี่ยง เพราะทุกสินทรัพย์มีความผันผวนจริงมีกำไร ไม่มีสินทรัพย์ที่มีแต่ขึ้น ลงทันแล้วได้กำไรสูงรวยทุกคน ดังนั้นความรู้จึงสำคัญกับเรามากๆ เพื่อที่จะประเมินความเสี่ยงตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร จงหาความรู้ก่อนดีที่สุดค๊า
สำหรับเพื่อนๆ คนไหนจะเรียนรู้สินทรัพย์ดิจิตัล ในการใช้ การรักษามูลของเงิน รวมถึงวางแผนเกษียณจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงในการลงทุน สามารถเรียนรู้ทุกด้านได้ครบจบ ในเล่มนี้
❤️สามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่มือใหม่เริ่มต้นจาก 0 จนคุณเป็นมือโปรใน การนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้ ตัดสินใจเลือกเหรียญเพื่อการลงทุนเป็น ความรู้ปิดความเสี่ยง
🔥ราคาพิเศษ ฿3,555 บาท (ส่งฟรี)
💰จากราคาเต็ม ฿4,300 บาท

🍀พิเศษแถมมินิคอร์ส: ปั้นมือใหม่สร้างกำไร 8 หลัก มูลค่า฿4,000 บาท แถมฟรี
📱ติดต่อสั่งซื้อ ได้ที่Line:
ถ้าชอบ❤️👍🏻เขียน 🙏ขอบคุณมาก ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังวางแผนสำหรับอนาคตเกษียณของตัวเองอยู่

เราจะมีสรุปหนังสือ บทความดีๆ ข่าว เนื้อหาความรู้มาใหม่ให้ฟังทุกวันค๊า
ถ้าชอบ คิดว่า ข้อมูลเป็นประโยชน์ ฝากกดใจ👍กดแชร์ & พูด-คุย เขียนคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะคะ 🙏ขอบคุณมากค๊า อยากสอนให้คุณพัฒนาตัวเองให้เก่ง เพิ่มทักษะความรู้การเงิน การลงทุนให้มั่งคั่งขึ้นทุกวัน
🥰รักทุกคนนะคะ
👩🏻‍🦰เตฌิณี(Techini)

🙏ขอบคุณมากคะ สำหรับแหล่งที่มาข้อมูลทั้งหมดของเนื้อหาที่สรุปมาให้ค๊า>>>

https://cointelegraph.com/news/cz-pardon-binance-lobbying-trump-washington

🤯หนี้สาธารณะของแต่ประเทศที่เป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่คือ สูงมากๆ หลายประเทศ ตอนเราได้เห็นครั้งแรกตกใจมากๆ ตอนที่ได้รู้จั...
26/10/2025

🤯หนี้สาธารณะของแต่ประเทศที่เป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่คือ สูงมากๆ หลายประเทศ ตอนเราได้เห็นครั้งแรกตกใจมากๆ ตอนที่ได้รู้จักเรื่องหนี้เพราะเริ่มสนใจศึกษาเรียนรู้การลงทุน

🛍️หนี้คือ ส่วนหนึ่งของฟองสบู่รอการระเบิดของเศรษฐกิตจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว หนี้ก็คอการทำงานในอนาคตของคนชาติมาใช้ทำให้เศรษฐกิจโตเร็วนั่นเอง ซึ่งก็มีหลายประเทศมากๆ ที่ใช้วิธีนี้ในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเติบโต

🎙️ภาพนี้มาจาก Visual Capitalist แสดงข้อมูลเรื่อง
💣 “Countries With The Most Government Debt”
หรือแปลว่า “ประเทศที่มีหนี้รัฐบาลมากที่สุดในโลก”
โดยอ้างอิงข้อมูลจาก IMF (World Economic Outlook – ต.ค. 2025)

💰 ภาพรวมทั่วโลก
หนี้รัฐบาลรวมทั่วโลก (Global Government Debt) อยู่ที่ประมาณ $110.96 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
👀ในจำนวนนี้ สหรัฐฯ และจีนรวมกันมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งโลก!

👉 แสดงให้เห็นว่าหนี้ส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในประเทศเศรษฐกิจใหญ่
🏦 อันดับประเทศที่มีหนี้รัฐบาลมากที่สุด (ตัวเลขเป็นล้านล้านดอลลาร์ USD)
🇺🇸 สหรัฐอเมริกา (U.S.) – $38.3 ล้านล้าน
เป็นประเทศที่มีหนี้รัฐบาล “มากที่สุดในโลก”
เกิดจากการใช้จ่ายขนาดใหญ่ของรัฐบาล เช่น งบกลาโหม, สวัสดิการ, และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

🇨🇳 จีน (China) – $18.7 ล้านล้าน
อันดับ 2 ของโลก
ส่วนใหญ่เป็นหนี้ภายในประเทศ (local government debt) จากการกู้เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

🇯🇵 ญี่ปุ่น (Japan) – $9.8 ล้านล้าน
แม้หนี้สูงมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ถือโดยคนในประเทศ
ญี่ปุ่นมีอัตราส่วนหนี้ต่อ GDP สูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

🇬🇧 สหราชอาณาจักร (UK) – $4.1 ล้านล้าน
🇫🇷 ฝรั่งเศส (France) – $3.9 ล้านล้าน

🇮🇹 อิตาลี (Italy) – $3.5 ล้านล้าน
🇮🇳 อินเดีย (India) – $3.4 ล้านล้าน

🇩🇪 เยอรมนี (Germany) – $3.2 ล้านล้าน
🇨🇦 แคนาดา (Canada) – $2.6 ล้านล้าน

🇧🇷 บราซิล (Brazil) – $2.1 ล้านล้าน
🇪🇸 สเปน (Spain) – $1.9 ล้านล้าน

🇲🇽 เม็กซิโก (Mexico) – $1.1 ล้านล้าน
🇸🇬 สิงคโปร์ (Singapore) – $1.0 ล้านล้าน

🇰🇷 เกาหลีใต้ (South Korea) – $1.0 ล้านล้าน
🇦🇺 ออสเตรเลีย (Australia) – $0.9 ล้านล้าน

🔍 ข้อสังเกตจากภาพ
5 ประเทศแรก (สหรัฐฯ, จีน, ญี่ปุ่น, อังกฤษ, ฝรั่งเศส)
👉 รวมกันคิดเป็น สองในสามของหนี้รัฐบาลทั่วโลกทั้งหมด

🔐หนี้รัฐบาลที่มากไม่ได้แปลว่าประเทศนั้นกำลังล่มสลาย
เพราะหากเศรษฐกิจใหญ่และมีเครดิตดี เช่น สหรัฐฯ หรือญี่ปุ่น ยังสามารถบริหารหนี้ได้

🏦แต่ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึง แรงกดดันทางการคลัง (Fiscal Pressure) ที่อาจกระทบอัตราดอกเบี้ย, เงินเฟ้อ และค่าเงินในอนาคต

📊 สรุปสั้น ๆ
หนี้รัฐบาลทั่วโลกทะลุ $110 ล้านล้านดอลลาร์
🇺🇸 สหรัฐฯ ครองแชมป์หนี้มากที่สุด
🇨🇳 จีนและ🇯🇵 ญี่ปุ่นตามมา

🔌หนี้ของ 5 ประเทศใหญ่รวมกันเกินครึ่งของโลก
แนวโน้มระยะยาว: รัฐบาลทั่วโลกยังคงพึ่งการกู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและชดเชยรายจ่ายหลังโควิด
🧤เราเขียนบทความนี้วันที่ 26.10.25 หวังความรู้ที่เราสรุปข่าวมาให้เพื่อนๆ จะมีประโยชน์กับคุณนะคะ วันนี้เราเลยนำมาแบ่งปันให้ทุกคนฟังค๊า ใครสนใจเหมือนกัน ชอบความรู้แนวนี้ คอมเมนต์บอกกันบ้างนะคะ & ฝากกด❤️ กดแชร์ให้หน่อยนะคะ 🙏ขอบคุณมากคะ

❌โพสต์นี้ไม่ใช่การแนะนำการลงทุน ทำเพื่อความรู้เท่านั้น

ความรู้ปิดความเสี่ยง เพราะทุกสินทรัพย์มีความผันผวนจริงมีกำไร ไม่มีสินทรัพย์ที่มีแต่ขึ้น ลงทันแล้วได้กำไรสูงรวยทุกคน ดังนั้นความรู้จึงสำคัญกับเรามากๆ เพื่อที่จะประเมินความเสี่ยงตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร จงหาความรู้ก่อนดีที่สุดค๊า
สำหรับเพื่อนๆ คนไหนจะเรียนรู้สินทรัพย์ดิจิตัล ในการใช้ การรักษามูลของเงิน รวมถึงวางแผนเกษียณจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงในการลงทุน สามารถเรียนรู้ทุกด้านได้ครบจบ ในเล่มนี้
❤️สามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่มือใหม่เริ่มต้นจาก 0 จนคุณเป็นมือโปรใน การนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้ ตัดสินใจเลือกเหรียญเพื่อการลงทุนเป็น ความรู้ปิดความเสี่ยง
🔥ราคาพิเศษ ฿3,555 บาท (ส่งฟรี)
💰จากราคาเต็ม ฿4,300 บาท

🍀พิเศษแถมมินิคอร์ส: ปั้นมือใหม่สร้างกำไร 8 หลัก มูลค่า฿4,000 บาท แถมฟรี
📱ติดต่อสั่งซื้อ ได้ที่Line:
ถ้าชอบ❤️👍🏻เขียน 🙏ขอบคุณมาก ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังวางแผนสำหรับอนาคตเกษียณของตัวเองอยู่

เราจะมีสรุปหนังสือ บทความดีๆ ข่าว เนื้อหาความรู้มาใหม่ให้ฟังทุกวันค๊า
ถ้าชอบ คิดว่า ข้อมูลเป็นประโยชน์ ฝากกดใจ👍กดแชร์ & พูด-คุย เขียนคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะคะ 🙏ขอบคุณมากค๊า อยากสอนให้คุณพัฒนาตัวเองให้เก่ง เพิ่มทักษะความรู้การเงิน การลงทุนให้มั่งคั่งขึ้นทุกวัน
🥰รักทุกคนนะคะ
👩🏻‍🦰เตฌิณี(Techini)

ภาพนี้มีชื่อว่า “The First Cars of Iconic Brands”หรือแปลเป็นไทยว่า “รถคันแรกของแบรนด์รถยนต์ระดับตำนาน”โดยภาพนี้รวบรวมรถย...
26/10/2025

ภาพนี้มีชื่อว่า “The First Cars of Iconic Brands”
หรือแปลเป็นไทยว่า “รถคันแรกของแบรนด์รถยนต์ระดับตำนาน”

โดยภาพนี้รวบรวมรถยนต์รุ่นแรกสุดที่แต่ละแบรนด์ชื่อดังของโลกสร้างขึ้น พร้อมระบุปีที่ผลิต เพื่อแสดงให้เห็นพัฒนาการของอุตสาหกรรมยานยนต์ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นในศตวรรษที่ 19 จนถึงช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งภาพนี้ได้อธิบายรายละเอียดวิวัฒนาการของรถยนต์ไว้มีข้อมูลครบมากๆ มาดูกันค๊า

🚘 รายละเอียดของแต่ละแบรนด์ในภาพ
🇩🇪 Mercedes (1886)
รถคันแรกของโลกที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน
คิดค้นโดย Karl Benz มีชื่อรุ่นว่า Benz Patent-Motorwagen
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมรถยนต์สมัยใหม่

🇺🇸 Cadillac (1902)
แบรนด์หรูของอเมริกา เน้นนวัตกรรมและมาตรฐานความประณีต
เป็นหนึ่งในแบรนด์แรก ๆ ที่สร้างระบบผลิตรถยนต์อย่างแม่นยำ

🇩🇪 Audi (1910)
รถยุคแรกของ Audi มีดีไซน์เปิดประทุน ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ
แสดงถึงจุดเริ่มต้นของความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเยอรมัน

🇩🇪 BMW (1927)
รุ่นแรกคือ BMW Dixi 3/15 ซึ่งพัฒนามาจาก Austin 7 ของอังกฤษ
ก่อนหน้านั้น BMW ผลิตเครื่องบินและมอเตอร์ไซค์

🇫🇷 Peugeot (1891)
หนึ่งในค่ายรถเก่าแก่ที่สุดของโลก
รุ่นแรกใช้เครื่องยนต์ Daimler และโครงสร้างคล้ายรถม้า

🇺🇸 Ford (1903)
รถคันแรกของ Henry Ford ก่อนการผลิต Model T (ปี 1908)
จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรม เพราะ Ford ใช้สายพานการผลิตจำนวนมาก

🇺🇸 Chevrolet (1911)
ก่อตั้งโดย Louis Chevrolet
ตั้งใจผลิตรถที่มีสมรรถนะสูงแต่ราคาย่อมเยา แข่งกับ Ford

🇸🇪 Volvo (1927)
รุ่นแรกชื่อ ÖV 4
เน้นความแข็งแรง ปลอดภัย เหมาะกับถนนสภาพแวดล้อมในสแกนดิเนเวีย

🇫🇷 Renault (1898)
รถต้นแบบของ Renault ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กและตัวถังโลหะ
เป็นค่ายที่มุ่งเน้นนวัตกรรมและการแข่งรถตั้งแต่แรก

🇬🇧 Rolls-Royce (1904)
รถหรูสัญชาติอังกฤษ เน้นคุณภาพ ความเงียบ และความนุ่มนวล
เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราเหนือระดับ

🇫🇷 Citroën (1919)
หนึ่งในผู้บุกเบิกเทคโนโลยีด้านช่วงล่างและระบบกันสะเทือน
แสดงแนวคิด “รถสำหรับคนทั่วไป” ของฝรั่งเศส

🇯🇵 Nissan (1931)
รถรุ่นแรกของญี่ปุ่นจากค่าย Nissan เน้นความทนทานและเรียบง่าย
จุดเริ่มต้นของการผลิตรถเพื่อคนทั่วไปในญี่ปุ่น

🇮🇹 Lancia (1906)
แบรนด์อิตาเลียนที่ขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีและความหรูหรา
เป็นหนึ่งในผู้คิดค้นระบบกันสะเทือนแบบอิสระ

🇬🇧 Bentley (1919)
รถสปอร์ตหรูของอังกฤษ เน้นความเร็วและพลังสมรรถนะสูง
มีชื่อเสียงจากการแข่งขัน Le Mans

🇯🇵 Toyota (1935)
รถรุ่นแรกของ Toyota คือ Model A1
จุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้ผลิตรถรายใหญ่ที่สุดในโลก

🇩🇪 Volkswagen (1938)
รุ่นแรกคือ Volkswagen Beetle (“รถเต่า”)
ผลิตขึ้นเพื่อให้ชาวเยอรมันทุกคนสามารถมีรถขับได้

💬 สรุปภาพรวม
ภาพนี้แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์กว่า 50 ปี (1886–1938)
จากรถที่มีล้อคล้ายจักรยานและเครื่องยนต์เล็ก ๆ
สู่รถยนต์ที่มีดีไซน์ทันสมัยและระบบเครื่องยนต์ซับซ้อนมากขึ้น
เป็นหลักฐานของการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์จากยุโรปสู่ญี่ปุ่นและอเมริกาอย่างต่อเนื่อง 🚗💨

ภาพ “The First Cars of Iconic Brands” นี้มาจากเว็บไซต์ Visual Capitalist — ซึ่งเป็นสื่อข้อมูลเชิงภาพ (Data Visualization Media) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก 🇨🇦
โดย Visual Capitalist มักจัดทำอินโฟกราฟิกเกี่ยวกับ
*เศรษฐกิจโลก *ธุรกิจ *เทคโนโลยี *พลังงาน *และประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม

ภาพนี้ถูกเผยแพร่บนแพลตฟอร์มในเครือของเขาชื่อ “Elements by Visual Capitalist”
ซึ่งเน้นเนื้อหาด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม (รวมถึงยานยนต์ด้วย)

🙏ขอบคุณมากคะสำหรับ📚 สรุปแหล่งข้อมูล:
Source: Visual Capitalist – Elements
Topic: The First Cars of Iconic Brands

26/10/2025

40 บทเรียนการเงินพลิกชีวิต: คำแนะนำจากหนังสือด้านการเงินดีที่สุดที่ช่วยให้สำเร็จง่ายๆ⁉️🔴26.10.25 | Techini Book

ที่อยู่

บริษัท นิพพาน ไดเร็คชั่น จำกัด , Bangkok Boulevard Rama 9
Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เตฌิณี Techini นักลงทุนเพื่อการเดินทางผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง เตฌิณี Techini นักลงทุนเพื่อการเดินทาง:

แชร์

เกี่ยวกับ พาเที่ยวโดยคนไทยในสวิส

เราชื่อ เตฌิณี เป็นคนหลงไหล คลั่งไคล้ ตกหลุมรักการเดินทางเข้าเต็มหัวใจ จุดเริ่มต้นการเดินทางของเราในตอนแรกเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยวัยรุ่นเราได้มีโอกาสเดินทางสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นครั้งแรก เหตุด้วยคุณแม่ได้แต่งงานกับชาวสวิส ครอบครัวเราจึงย้ายมาอยู่ที่เมือง Bern,Switzerland ตั้งแต่ปีคศ.2000 (พ.ศ.2543) ต่อจากนั้นเราได้เดินทางไปท่องเที่ยวทั่วทั้งสวิสและในยุโรป ตลอดจนหลากหลายประเทศทั่วโลก

ต่อมาได้ตัดสินใจเข้าเรียนในด้านการท่องเที่ยว เตจึงได้เริ่มต้นเริ่มทำทัวร์มาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ ซึ่งยังเป็นนักศึกษามหาลัย (ช่วงนั้นรับทำทัวร์ช่วงปิดเทอม) เริ่มทำทัวร์ตั้งแต่ปี 2006 (2549) & จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม สาขาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การเรียนจบด้านการท่องเที่ยวโดยตรง และทำงานเป็นไกด์ และมีใบอนุญาติมัคคุเกศก์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 (ปี คศ. 2008) จากนั้นก็ได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานในอาชีพสายงานนี้อย่างเต็มตัว ดังนั้นตลอดระยะที่ครอครัวเราได้ย้ายมาสวิส เตได้จัดนำเที่ยวให้ลูกค้ามากมายทั้งในสวิส และประเทศอื่นในยุโรป “ในฐานะไกด์ อิสระ” จนมาถึงปีคศ. 2012 (พศ. 2555) ได้เกิดความคิดริเริ่มก่อตั้ง Swiss Tours by Te ขึ้นด้วยความหลงใหลในอาชีพด้านการท่องเที่ยวตั้งแต่วัยเด็กๆ รวมถึงครอบครัวเราก็รักการเดินทางกันทุกคน จนกลายเป็นอาชีพในฝัน และมุ่งมั่นตั้งใจจนได้ทำอาชีพไกด์มาจนถึงปัจจุบันนี้

และแฟนเพจแห่งนี้จะเป็นที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดของการเดินทาง การทำงาน รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ตลอดการใช้ชีวิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเราจะที่นี่เป็นที่แบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเดินทาง วัฒนธรรม ที่เราได้พบเจอมาทั่วโลกแก่ทุกคน

เราทำอาชีพหลายอย่างดังนี้: เป็นเจ้าของบริษัททัวร์, ครูสอนพิเศษภาษาเยอรมัน, นักลงทุนในตลาดหุ้น, ช่างภาพอิสระ, เจ้าของบริษัทด้านความงาม, Youtober: ช่อง Techini & Techini Land