WA-Japan รู้จริง เที่ยวจัง อัปเดตทุกเทรนด์ประเด็นร้อนในญี่ปุ่นกับพวกเรา WA-Japan (วะ-เจแปน)

ติดต่องานได้ที่ [email protected]

อ่านเล่มเก่าebook ๆของเราได้ที่ https://www.celenavi.asia/backno.php
แอปเรียนภาษาและท่องเที่ยวญี่ปุ่น
สำหรับไอโฟน ดาวน์โหลดได้ที่ http://bit.ly/WAtranslation_IOS
สำหรับแอนดรอยด์ ดาวน์โหลดได้ที่ http://bit.ly/WAtranslation_Android

จากการพับ "โอริกามิ" สู่นักเรียนญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รางวัลวิทยาศาสตร์สูงสุด------------------------ฮิคารุ คุริบายาชิ นักเร...
09/06/2026

จากการพับ "โอริกามิ" สู่นักเรียนญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รางวัลวิทยาศาสตร์สูงสุด
------------------------

ฮิคารุ คุริบายาชิ นักเรียนชายอายุ 17 ปี จากฮอกไกโด ได้ทำงานวิจัยเรื่อง "โอริกามิและกลไกข้อต่อ" ซึ่งคว้ารางวัลสูงสุดในงาน Regeneron International Science and Engineering Fair (ISEF) จัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาเมื่อ พ.ค. ที่ผ่านมา

งาน ISEF คือการประกวดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับมัธยมปลายที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีนักเรียนมัธยมปลายที่เก่งด้านวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกเข้าร่วม

ปี 2026 นี้ มีนักเรียนเข้าร่วมถึง 1,727 คน จาก 67 ประเทศ

ฮิคารุ คว้าอันดับ 1 ในสาขาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ ได้รับเงินรางวัล 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ (≈ 1.9 แสนบาท)

และยังได้รับรางวัลสูงสุดของงาน ซึ่งคัดเลือกจากผู้ชนะอันดับ 1 ในทั้งหมด 22 สาขา ได้รับเงินรางวัล 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (≈ 3.2 ล้านบาท)

เป็น "นักเรียนญี่ปุ่นคนแรก" ที่คว้ารางวัลสูงสุดในงานนี้ได้สำเร็จ
------------------------

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นี้ เริ่มขึ้นจากเรื่องเล็กๆ อย่างการพับกระดาษ หรือที่วัฒนธรรมญี่ปุ่นเรียกว่า "โอริกามิ"

ฮิคารุคุ้นเคยกับโอริกามิ โดยมีญาติที่สอนเขาพับมาตั้งแต่เด็ก และเขาก็ได้สังเกตว่า โครงสร้างการพับเหล่านี้ซ่อนอยู่ในธรรมชาติเต็มไปหมด

"จริงๆ แล้วในธรรมชาติมีโอริกามิอยู่เยอะมากเลยครับ ยกตัวอย่างเช่น ใบไม้ พืช สัตว์ หรือแม้แต่แมลง อย่างปีกแมลงเต่าทอง จะมีเส้นพับอยู่มากมาย เหมือนมันกำลังพับปีกเก็บไว้ในร่างกายเล็กๆ"

"ผมอยากจะวิเคราะห์สิ่งเหล่านั้น แล้วนำการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนของธรรมชาติ ไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายสาขาครับ"
------------------------

งานวิจัยของฮิคารุในครั้งนี้มีชื่อว่า การสุ่มคำนวณรูปแบบที่เป็นไปได้ทั้งหมดของโอริกามิและกลไกข้อต่อ โดยใช้วิธี Markov Chain Monte Carlo

ซึ่งก็คือ การใช้วิธีการทางคณิตศาสตร์และอัลกอริทึมคอมพิวเตอร์ มาช่วยสุ่มคำนวณเพื่อวิเคราะห์รูปแบบการขยับ การพับ หรือการเคลื่อนไหวที่เป็นไปได้ทั้งหมดของกลไกที่มีความซับซ้อน

โดยกลไกข้อต่อเป็นกลไกที่พอเราขยับส่วนใดส่วนหนึ่ง ส่วนอื่นทั้งหมดก็จะขยับเชื่อมโยงไปด้วยกัน

งานวิจัยของเขาทำให้สามารถวิเคราะห์การเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายสาขา ตั้งแต่สถาปัตยกรรมไปจนถึงวิศวกรรมอวกาศเลย

เรียกว่า การสังเกตรายละเอียดเล็กๆ ก็สามารถนำไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้
------------------------

เพิ่มเติมว่า งาน ISEF นี้ นักเรียนไทยก็คว้ามาได้ถึง 7 รางวัลด้วยนะ ได้แก่
- รางวัลอันดับ 1 สาขา BIOMEDICAL ENGINEERING
วิจัยเรื่องระบบวินิจฉัยมาลาเรียอัตโนมัติด้วยปัญญาประดิษฐ์และกล้องจุลทรรศน์อัจฉริยะต้นทุนต่ำสำหรับพื้นที่ห่างไกล

- รางวัลอันดับ 3 สาขา BIOMEDICAL ENGINEERING
วิจัยเรื่อง RADIA นวัตกรรมการประเมินระบบสุขภาพทางเดินหายใจแบบฝังตัว ขับเคลื่อนด้วย AI บูรณาการร่วมกับการจำลองทางเดินหายใจ 3 มิติ

- รางวัลอันดับ 2 สาขา TRANSLATIONAL MEDICAL SCIENCE
วิจัยเรื่องระบบอัตโนมัติปลายทางเพื่อตรวจหาภาวะก่อนมะเร็งปากมดลูกแบบกระจายศูนย์โดยใช้ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพเชิงปริมาณทางคณิตศาสตร์แบบใหม่

- รางวัลอันดับ 2 สาขา ANIMAL SCIENCES
วิจัยเรื่องการสร้างแนวปะการังที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

- รางวัลอันดับ 3 สาขา ANIMAL SCIENCES
วิจัยเรื่องการวิเคราะห์พฤติกรรมจากสิ่งเร้าแบบบูรณาการและแบบจำลองการมองเห็น เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพกับดักแมลงหวี่ในฟาร์มเลี้ยงนกกระทา

- รางวัลอันดับ 3 สาขา ANIMAL SCIENCES
วิจัยเรื่อง CrabTech ระบบอัจฉริยะสำหรับตรวจจับและเฝ้าระวังการลอกคราบล่วงหน้าในการผลิตปูนาลอกคราบ

- รางวัลอันดับ 4 สาขา CHEMISTRY
วิจัยเรื่องการสังเคราะห์เซ็นเซอร์ชนิดใหม่ที่ใช้อนุพันธ์ของโรดามีนอย่างง่าย สำหรับการตรวจวัดปรอท(II) ในน้ำแบบทวิภาค

ทุกคนเก่งกันมากจริงๆ👏🥹

ภาพลักษณ์ Donki ที่เราคุ้นเคย ต้องสีสันฉูดฉาด ตัวหนังสือเยอะๆ แต่ยุคประหยัดแบบนี้ Donki ก็ปรับตัว เตรียมออกแบรนด์ EDRP (...
08/06/2026

ภาพลักษณ์ Donki ที่เราคุ้นเคย ต้องสีสันฉูดฉาด ตัวหนังสือเยอะๆ แต่ยุคประหยัดแบบนี้ Donki ก็ปรับตัว เตรียมออกแบรนด์ EDRP (EveryDay Real Price) ราคาถูก มินิมอล
--------------------------

ตั้งแต่เดือน มิ.ย. นี้เป็นต้นไป ร้าน Donki ในญี่ปุ่นจะทยอยวางสินค้าในแบรนด์ตัวเองที่ชื่อว่า EDRP หรือ EveryDay Real Price เป็นสินค้าชีวิตประจำวันราคาประหยัด โดยแพ็กเกจเป็นสีขาว-ดำ และใช้วัสดุบาง เพื่อให้ราคาถูกที่สุด

【ตัวอย่างสินค้า】
น้ำแร่ขนาด 500 มล. 40 เยน (≈ 8 บาท)
ทิชชู่กล่อง 5 กล่อง 196 เยน (≈ 40 บาท)
ขนมปังแผ่น 106 เยน (≈ 21 บาท)

ซึ่งความเห็นของคนญี่ปุ่นก็มีคนที่ชื่นชอบที่ Donki ยอมเปลี่ยนภาพลักษณ์สีสันฉูดฉาด มาเป็นขาว-ดำ เพื่อให้ราคาถูก

ขณะที่หลายคนก็มองว่า ดูเหมือนสินค้าร้าน MUJI บ้างก็บอกว่า ดูไม่น่าซื้อ
-----------------------

ก่อนหน้านี้ แบรนด์ขนม Calbee ได้เปลี่ยนแพ็กเกจเป็นสีขาว-ดำ เนื่องจากผลกระทบสงคราม ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันและหมึกพิมพ์

นอกจากนี้ ห้างสรรพสินค้า Ito-Yokado ได้เริ่มทยอยเปลี่ยนถาดบรรจุเนื้อสัตว์บางส่วนให้เป็นสีขาวล้วน ไม่ใช้หมึกพิมพ์

ขณะที่ร้านสะดวกซื้อ FamilyMart ก็กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับโลโก้แบรนด์ที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์สินค้าประเภทแซนด์วิชและสินค้าอื่นๆ ให้เป็นสีขาว-ดำ ด้วยเช่นกัน

นี่อาจเป็นยุคที่สินค้าในญี่ปุ่นค่อยๆ กลายเป็นสีขาว-ดำ
-----------------------

ใครไปญี่ปุ่นก็แวะไปซื้อน้ำขวดๆ ที่ดองกิกันได้ ถูกเลย ปกติน้ำขวดในร้านสะดวกซื้อหรือตู้กดน้ำจะแพง
ที่มา
https://newsdig.tbs.co.jp/articles/-/2697567?display=1

เช้าวันนี้ (8 มิ.ย.) เวลาประมาณ 06:37 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 บริเวณเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ทางญี่ปุ่นได้ประกาศเต...
08/06/2026

เช้าวันนี้ (8 มิ.ย.) เวลาประมาณ 06:37 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 บริเวณเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์

ทางญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนภัยสึนามิ และสั่งอพยพทันที ครอบคลุมประชาชนทั้งหมด 195,243 คน ใน 10 จังหวัด ได้แก่
● อิบารากิ
● ชิบะ
● ชิซูโอกะ
● ไอจิ
● มิเอะ
● วาคายามะ
● โคจิ
● มิยาซากิ
● คาโกชิมะ
● โอกินาว่า

ตอนนี้ทุกคนต้องออกห่างจากชายฝั่ง คาดการณ์คลื่นสึนามิสูง 1 เมตร

สึนามิระดับสูง 1 เมตร เป็นความสูงที่มนุษย์ไม่สามารถยืนต้านได้ และอัตราการเสียชีวิตสูง โดยคลื่นสามารถพังสิ่งกีดขวาง และหอบพัดพารถยนต์ได้ (เนื่องจากคลื่นสึนามิมีพลังมากกว่าคลื่นปกติ สูงแค่เพียง 30 ซม. ก็พัดจนเสียหลักได้)

 #คืนอาทิตย์จิตต้องแข็ง อุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่ทำให้คนได้รับรังสีในระยะประชิด และผลคือรังสีเข้าไปทำลายเซลล์ จนร่างกายค่อ...
07/06/2026

#คืนอาทิตย์จิตต้องแข็ง
อุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่ทำให้คนได้รับรังสีในระยะประชิด และผลคือรังสีเข้าไปทำลายเซลล์ จนร่างกายค่อยๆ เปื่อยสลายขณะที่ยังหายใจ
--------------------------

อุบัติเหตุนิวเคลียร์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน 1999 ในบริษัท JCO หมู่บ้านโทไค จังหวัดอิบารากิ (เรียกว่าเหตุการณ์ Tokaimura Nuclear Criticality Accident)

ขณะที่พนักงานกำลังผสมสารละลายยูเรเนียม ก็เกิดแสงวาบสีฟ้าขึ้น

อะตอมของยูเรเนียมแตกตัวเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณอย่างไม่หยุดยั้ง ปลดปล่อยรังสีมหาศาล เรียกว่า ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันแบบต่อเนื่อง หรือปฏิกิริยาลูกโซ่

มีพนักงาน 3 คน ได้รับรังสีนิวเคลียร์ร้ายแรง โดยคนที่ยืนอยู่ใกล้มากที่สุด ได้รับรังสีนิวเคลียร์มากถึง 17 ซีเวิร์ต

17 ซีเวิร์ต หรือ 17,000 มิลลิซีเวิร์ต = ประมาณ 7,000 เท่าของปริมาณรังสีที่คนทั่วไปได้รับทั้งปี

(คนทั่วไปจะได้รับรังสีจากธรรมชาติเฉลี่ยประมาณ 2.4 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี)
--------------------------

ซึ่งอุบัติเหตุนิวเคลียร์นี้ก็เกิดขึ้นจากความหละหลวมของบริษัทและพนักงาน

1. บริษัท JCO กำลังเผชิญกับการแข่งขันสูงและต้องการลดต้นทุน จึงกดดันพนักงานให้ทำงานให้เสร็จเร็วที่สุด
2. ผู้บริหารและผู้ควบคุมงานละเลย ไม่ได้เข้าไปตรวจสอบขั้นตอนการทำงานจริงที่หน้างาน
3. บริษัท JCO แอบเขียน "คู่มือฉบับย่อ" ขึ้นมาเอง ให้พนักงานตัดขั้นตอนความปลอดภัยที่ยุ่งยากออกไป
4. ในวันเกิดเหตุ แทนที่จะใช้เครื่องจักรตามมาตรฐาน พนักงานเทยูเรเนียมด้วยถังสเตนเลสธรรมดา ลงในถังตกตะกอน ซึ่งเป็นวิธีที่ทำงานได้เร็วและทำกันเป็นปกติ
5. ในวันเกิดเหตุ พวกเขาเทยูเรเนียมลงไปเกินขนาดที่กฎหมายกำหนดถึง 7 เท่า

การถือถังสเตนเลส เทยูเรเนียม ก็เหมือนการยืนอยู่ในเตาปฏิกรณ์เปลือย เมื่อเกิดปฏิกิริยาขึ้น พนักงานจึงได้รับรังสีนิวเคลียร์พุ่งเข้าใส่ร่างกายเต็มๆ โดยตรง
--------------------------

โออุจิ ฮิซาชิ (ขณะนั้นอายุ 35 ปี) ยืนอยู่ใกล้ถังมากที่สุด เป็นคนถือกรวยระหว่างที่อีกคนเทยูเรเนียม ได้รับรังสีนิวเคลียร์ 17 ซีเวิร์ต

รังสีเข้าไปทำลายเซลล์ทั้งร่างกาย จนเซลล์ไม่สามารถแบ่งตัวหรือสร้างใหม่ได้อีกต่อไป

แม้ในช่วงแรกเขาจะดูอาการปกติดี และพูดคุยได้ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน ผิวหนังของเขาเริ่มลอกหลุดออกมาเอง เพราะไม่มีเซลล์ใหม่มาทดแทน

หนังเปื่อยยุ่ย เผยให้เห็นเนื้อสีแดง น้ำเหลืองไหลออกมา เลือดซึมออกตามไรฟัน ตา และร่างกาย

แพทย์พยายามปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ แต่รังสีในตัวเขาก็คอยทำลายเซลล์ใหม่

ไขกระดูกถูกทำลายจนไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดได้ ร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกัน

อวัยวะภายในเริ่มลอกหลุด เยื่อบุลำไส้และกระเพาะอาหารลอกหลุดออกทั้งหมด

ร่างกายของเขาค่อยๆ เน่าเปื่อย และละลายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งระบบอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว

จริงๆ เขาหัวใจหยุดเต้นไปหลายครั้ง แต่แพทย์ปั๊มหัวใจขึ้นมา เพราะต้องการรักษาให้เต็มที่ที่สุด แต่ในที่สุด ทั้งทีมแพทย์และครอบครัวก็ตระหนักว่า ยื้อไปก็ไม่เกิดประโยชน์

เขาเสียชีวิตลงในวันที่ 83 หลังเกิดเหตุ
--------------------------

ชิโนฮาระ มาซาโตะ (39 ปี) ในวันเกิดเหตุ เขาเป็นคนเทยูเรเนียม ได้รับรังสีประมาณ 10 ซีเวิร์ต

เขาได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ จนสามารถนั่งและพูดคุยได้

แต่หลังจากนั้นไม่นาน อาการของเขาเริ่มทรุดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากรังสีได้ทำลายระบบหมุนเวียนโลหิตและอวัยวะภายในไปหมดแล้ว

ผิวหนังและเยื่อบุภายในพังทลาย เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและปอดบวมอย่างรุนแรง

ในที่สุดเขาได้เสียชีวิตลงในวันที่ 211 หลังเกิดเหตุ
--------------------------

โยโกคาวะ ยูทากะ (54 ปี) เป็นหัวหน้างาน ในวันนั้นเขานั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานซึ่งอยู่ห่างจากถังตกตะกอนประมาณ 4-5 เมตร ได้รับรังสีประมาณ 3 ซีเวิร์ต

เขาเผชิญกับภาวะเม็ดเลือดขาวลดลงอย่างรุนแรงและต้องเข้ารับการรักษาในห้องปลอดเชื้อเป็นเวลานานหลายเดือน

แพทย์ได้ทำการรักษาจนระบบภูมิคุ้มกันและไขกระดูกของเขาสามารถฟื้นฟูกลับมาทำงานได้เอง เขาอาการดีขึ้นตามลำดับและสามารถรอดชีวิตมาได้

เขาออกจากโรงพยาบาลได้ในเดือนธันวาคม 1999 (ประมาณ 3 เดือนหลังเกิดเหตุ)

ในปี 2000 เขาถูกรัฐบาลญี่ปุ่นฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหา "ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย" ในฐานะที่เป็นหัวหน้างานควบคุมหน้างาน แต่ปล่อยให้มีการปฏิบัติงานที่ผิดกฎหมาย

ซึ่งเขาได้ยอมรับสารภาพในชั้นศาลว่าทำไปเพราะความคุ้นชินและแรงกดดันเรื่องเวลาของบริษัท ศาลตัดสินจำคุกเขาเป็นเวลา 3 ปี รอลงอาญา 5 ปี

สุดท้ายเขาไม่ได้ติดคุก แต่ใช้ชีวิตอยู่กับร่างกายที่ต้องได้รับการตรวจเช็กมะเร็งและระบบเลือดตลอดชีวิต
--------------------------

หลังเกิดเหตุ ทางหมู่บ้านได้สั่งอพยพชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในรัศมี 350 เมตร รอบโรงงานทันที และจังหวัดอิบารากิได้ประกาศให้ประชาชนที่อยู่ในรัศมี 10 กิโลเมตร หลบอยู่แต่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่างอย่างมิดชิด ซึ่งครอบคลุมประชากรประมาณ 310,000 คน เป็นเวลานานกว่า 18 ชั่วโมง จนกว่าภารกิจระบายน้ำหล่อเย็นเพื่อหยุดปฏิกิริยาจะเสร็จสิ้น

นอกจากพนักงาน 3 คน ยังมีพนักงาน เจ้าหน้าที่กู้ภัย และประชากรโดยรอบ รวม 600 กว่าคนที่ได้รับรังสี แต่ทั้งนี้ไม่มีใครได้รับอันตราย

รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของบริษัท JCO ทันที ผู้บริหาร 6 คนถูกตัดสินจำคุก มีโทษจำคุก 2-3 ปี รอลงอาญา 3-5 ปี (สุดท้ายไม่มีใครถูกจำคุก)

บริษัท Sumitomo Metal Mining ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ JCO จ่ายเงินชดเชยรวมทั้งหมดประมาณ 15,000 ล้านเยน ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกฝ่าย
--------------------------

โศกนาฏกรรมครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่รื้อระบบความปลอดภัยนิวเคลียร์ของประเทศญี่ปุ่นใหม่ทั้งหมด

รัฐบาลได้ตรากฎหมายพิเศษเพื่อรับมือภัยพิบัตินิวเคลียร์ขึ้นเป็นครั้งแรก มีการจัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบที่เป็นอิสระและเข้มงวด และควบคุมโรงงานแปรรูปเชื้อเพลิงนิวเคลียร์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้จึงถูกบันทึกไว้เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก
รูปภาพด้านบนคือ บันทึกการรักษาของ ชิโนฮาระ มาซาโตะ ซึ่งเสียชีวิตใน 211 วัน ภาพถ่ายบันทึกอาการผิวหนังบวมแดง เป็นแผลพุพอง และหลุดลอกออกแทบทั้งหมด

ขอพรให้พ้นทุกข์ วัดดังแห่งนากาโนะวัดที่คนญี่ปุ่นบอกกันว่า "ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต"ใครสายมู วัดนี้ขึ้นชื่อทั้งข...
06/06/2026

ขอพรให้พ้นทุกข์ วัดดังแห่งนากาโนะ
วัดที่คนญี่ปุ่นบอกกันว่า "ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต"
ใครสายมู วัดนี้ขึ้นชื่อทั้งขอพรให้พ้นทุกข์ ขึ้นสวรรค์ ขอให้หายเจ็บหายป่วย และเรื่องความรัก
--------------------------

วัดเซ็นโคจิ (Zenkoji Temple) จ.นากาโนะ เป็นวัดเก่าแก่อายุราว 1,400 ปี เป็นวัดที่สำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่ง จนคนญี่ปุ่นบอกกันว่า "ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต" ซึ่งการมาสักการะที่นี่ก็มีความเชื่อว่าจะได้ขึ้นสวรรค์ด้วย

วัดเซ็นโคจิถูกสร้างขึ้นประมาณศตวรรษที่ 7 และเป็นวัดที่เก็บ "พระพุทธรูปองค์แรก" ที่เข้ามาในญี่ปุ่น (แต่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างมิดชิดขั้นสุด ไม่ได้เปิดให้เข้าชม และไม่ให้ใครเห็นมาเกือบ 1,400 ปีแล้ว)

ให้พรในทุกด้าน โดยเฉพาะการพ้นทุกข์เพื่อไปสู่สุขาวดี การปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ และเรื่องความรัก

【ไฮไลท์】
● ประตู Niomon ประตูแรก⛩️
มีงานแกะสลักสวยงามของเทพผู้พิทักษ์ยืนเฝ้าอยู่ทั้งฝั่งซ้ายและขวา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น
● พระโพธิสัตว์ 6 องค์ Roku Jizo☁️
มีความเชื่อว่า มนุษย์เวียนว่ายใน 6 ภูมิ ได้แก่ นรก, เปรต, เดรัจฉาน, อสูร, มนุษย์, สวรรค์
รูปปั้นแต่ละองค์เป็นตัวแทนพระโพธิสัตว์ในแต่ละภูมิ ขวาสุดคือนรก ซ้ายสุดคือสวรรค์

ให้ไหว้อธิษฐานขอให้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษหรือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว พ้นจากความทุกข์ทรมานและหลุดพ้นจากอบายภูมิ รวมถึงอธิษฐานขอให้ตัวเราเองและครอบครัวที่ยังมีชีวิตอยู่ ประสบความสำเร็จ มีความสุข ปลอดภัยจากอันตราย
● ประตู Sanmon ประตูหลักของวัด🕊️🐮
เป็นประตูไม้ขนาดยักษ์ที่สวยอลังการ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น

มีป้ายเขียนชื่อวัด 善光寺 (เซ็นโคจิ) โดยมีรูปนกพิราบซ่อนอยู่ 5 ตัว (ในอักษร 善 2 ตัว, อักษร 光 2 ตัว และอักษร 寺 1 ตัว) ซึ่งนกพิราบเป็นสัตว์ที่เป็นตัวแทนของผู้นำสาส์นจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์

และตัวอักษรบนสุด 善 ยังมีลายเส้นประกอบกันเป็น "ใบหน้าของวัว" ซึ่งเชื่อมโยงกับสุภาษิตโบราณที่ว่า "ถูกวัวจูงมาวัดเซ็นโคจิ" หมายถึง การได้พบเจอหนทางที่ดีโดยบังเอิญ
● แม่กุญแจสู่สุขาวดี🔒
ในอาคารหลัก จะมีทางอุโมงค์ใต้ดินที่มืดสนิทจนมองไม่เห็นสิ่งใดเลย ให้ใช้มือขวาแตะผนัง แล้วเดินคลำทางไปเรื่อยๆ จนเจอกับ "แม่กุญแจ" เชื่อว่าจะนำพาไปสู่แดนสุขาวดี

ให้แตะที่แม่กุญแจพร้อมกับตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้พ้นจากความทุกข์ มีจิตใจที่สงบสุข และเมื่อถึงเวลาละโลกนี้ไป ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่ดินแดนสุขาวดี
● ขอให้หายเจ็บหายป่วย💪
องค์พระแกะสลัก Binzuru Sonja ตั้งอยู่ตรงโถงด้านหน้าภายในอาคารหลัก

มีความเชื่อว่า "หากเราเจ็บป่วยหรืออยากให้ร่างกายส่วนไหนแข็งแรง ให้ใช้มือของเราลูบไปที่ส่วนนั้นขององค์พระ แล้วกลับมาลูบที่ร่างกายส่วนนั้นของเราเอง"

เช่น หากปวดเข่า ให้ลูบที่เข่าขององค์พระ แล้วมาลูบเข่าตัวเอง หรือถ้าอยากให้อายุยืนยาว สุขภาพโดยรวมดี ก็สามารถลูบในส่วนพระอุระ (หน้าอก) หรือพระเศียร (ศีรษะ) ขององค์พระเพื่อความเป็นสิริมงคลได้
● การขอพรเรื่องความรัก ความสัมพันธ์❤️
มีเครื่องรางความรักและการผูกสัมพันธ์ พกไว้เป็นสิริมงคลในการดึงดูดคนดีๆ เข้ามาในชีวิต และสามารถเขียนขอพรลงบนแผ่นไม้เอมะ แล้วนำไปแขวนในวัด

ใครมีโอกาสไปเที่ยวนากาโนะ ต้องแวะไปเยือนวัดเซ็นโคจิกันให้ได้นะ

📍เข้าทางประตูแรกสุด https://maps.app.goo.gl/Keb7pWWY6aJVqhXr6
🚌จากสถานี Nagano นั่งรถบัสสาย Zenkoji Line ลงป้าย Zenkoji Daimon
หรือ นั่งรถไฟลงสถานี Zenkōjish*ta เดิน 10 นาที

หลายคนต้องเคยไปเที่ยววัดอาซากุสะกันแน่ๆ แต่มีใครรู้ไหมว่า ในวัดมีที่ยืนฉี่แบบกลางแจ้งด้วย😂ก้อนหินที่เห็น คือห้องน้ำจริง ...
05/06/2026

หลายคนต้องเคยไปเที่ยววัดอาซากุสะกันแน่ๆ แต่มีใครรู้ไหมว่า ในวัดมีที่ยืนฉี่แบบกลางแจ้งด้วย😂

ก้อนหินที่เห็น คือห้องน้ำจริง ยืนฉี่ได้จริง มีป้ายสีน้ำเงินติดด้วยว่า ห้องน้ำชาย

อยู่ด้านหลังห้องน้ำสาธารณะในวัดเซ็นโซจิ หรือที่เรียกกันว่า วัดอาซากุสะ

ปกติก็ไม่มีใครใช้หรอก เพราะโล่งโจ้งเกินไป ข้างๆ เป็นที่สูบบุหรี่ ติดทางเดิน คนผ่านไปมา ที่กั้นก็สูงแค่เอว

ส่วนเหตุผลที่แท้จริงที่ทางวัดสร้างขึ้นคือ...
ห้องน้ำปกติจะเปิดเวลา 6:00-22:00 น. ก็เลยทำห้องน้ำชายด้านนอกไว้ เผื่อใครมาใช้บริการตอนดึก ใช้ได้ 24 ชั่วโมง

สร้างขึ้นตั้งแต่ราวๆ ปี 2007 แล้ว ส่วนดีไซน์ที่เป็นทรงก้อนหินก็ไม่ได้มีคอนเซปต์พิเศษ เพียงแค่ออกแบบให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม

มีใครเคยสังเกตเห็นบ้างไหม หรือใครเคยลองใช้มาแล้ว?

พิกัด https://maps.app.goo.gl/JMCWM5aUkKfbgEaq5
ที่มา
https://shueisha.online/articles/-/257727
https://rocketnews24.com/2024/05/18/2282923/

ตอนนี้ใน X ญี่ปุ่นกำลังฮิตทำภาพ AI แมวใส่กางเกงโยคะแต่ละรูปฮามาก ด้วยความที่น้องแมวพุงเต่งกันทั้งนั้น พอใส่กางเกงรัดรูป ...
04/06/2026

ตอนนี้ใน X ญี่ปุ่นกำลังฮิตทำภาพ AI แมวใส่กางเกงโยคะ

แต่ละรูปฮามาก ด้วยความที่น้องแมวพุงเต่งกันทั้งนั้น พอใส่กางเกงรัดรูป ยิ่งรัดพุง หรือน้องบางตัวก็ใส่แล้วหุ่นดีขึ้นมาเลย

จุดเริ่มต้นเหมือนมาจากคนญี่ปุ่นเห็นคนต่างชาติทำ ก็เลยทำบ้าง แล้วคนญี่ปุ่นชอบใจ ทำกันใหญ่

ใครมีแมวลองไปเล่นดู หรือถ้าอยากดูรูปที่ชาวญี่ปุ่นเล่น เสิร์ชว่า ねこ ヨガパンツ

แมวก็เข้าสู่ยุคเทรนด์สุขภาพเหมือนนุดแล้วนะ

รูปภาพจาก
https://x.com/nekojima_22/status/2062132223080558862
https://x.com/ponta_master/status/2062307492739342640
https://x.com/ichams2/status/2062133884863860832

คนญี่ปุ่นยังไม่รู้จัก "จ่าเฉย" กันสินะ😆มีโพสต์ X ของคนญี่ปุ่นเล่าว่า เห็นตำรวจนั่งพักนานมาก อยู่ในภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้...
01/06/2026

คนญี่ปุ่นยังไม่รู้จัก "จ่าเฉย" กันสินะ😆

มีโพสต์ X ของคนญี่ปุ่นเล่าว่า เห็นตำรวจนั่งพักนานมาก อยู่ในภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ จนคิดว่าเป็นอะไรรึเปล่า พอดูดีๆ เลยเห็นว่าเป็นตำรวจที่กลายเป็นหุ่นไปแล้ว...

แล้วโพสต์นี้ก็กลายเป็นไวรัล คนญี่ปุ่นแปลกใจกับหุ่นตำรวจมาก

👤กลายเป็นหุ่นเหรอ จะแก้คำสาปยังไง
👤อาจจะต้องจุมพิตให้ตื่น
👤เหมือนจริงมาก
👤ถ้ามาเจอตอนดึก ตกใจหัวใจวายแน่
👤ฉันไม่ได้ทำผิด แต่เห็นแล้วรู้สึกระแวง
👤ตั้งไว้ทำไมเหรอ
👤ตั้งไว้เพื่อรักษาความปลอดภัยใช่ไหม อาจจะถูกกว่าการจ้าง รปภ. ก็ได้
👤การนำหุ่นแบบนี้ไปวางไว้ตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่นน่าจะดี อาจจะช่วยยับยั้งการกระทำผิดได้
👤ดีจัง ดูเหมือนจะเป็นประโยชน์ในการป้องกันอาชญากรรมนะ
------------------------

หุ่นตำรวจนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคัทสึระฮามะ จ.โคจิ หุ่นมีชื่อว่า "มาโมรุคุง" คำว่า มาโมรุ ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ปกป้อง ดูแล

ซึ่งประธานบริษัทที่ทำหุ่น กับผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เป็นเพื่อนสนิทกัน

ภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคัทสึระฮามะก็เลยมีหุ่นจำลองต่างๆ เยอะมาก เริ่มจากสัตว์ต่างๆ จนทำเป็นหุ่นตำรวจ ไว้ให้ช่วยทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเวลากลางคืน ซึ่งตอนแรกๆ พนักงานที่มาทำงานแต่เช้า ก็ตกใจกัน นึกว่าคนจริงๆ นั่งอยู่

เห็นตอนมืดๆ ก็แอบหลอนอยู่นะ

ที่มา https://x.com/monaka1025/status/2050857121126961325

 #คืนอาทิตย์จิตต้องแข็ง ย้อนรอยคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเด็กหญิงที่สะเทือนขวัญที่สุดในญี่ปุ่น⚠️มีการบรรยายการฆาตกรรมและความรุน...
31/05/2026

#คืนอาทิตย์จิตต้องแข็ง
ย้อนรอยคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเด็กหญิงที่สะเทือนขวัญที่สุดในญี่ปุ่น
⚠️มีการบรรยายการฆาตกรรมและความรุนแรงต่อเด็ก

ในญี่ปุ่นช่วงปี ค.ศ. 1988-1989 เกิดเหตุเด็กหญิงหายตัวไปต่อเนื่อง 4 คน คดีเริ่มหลอนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ครอบครัวของเด็กหญิงรายแรกได้รับกล่องลังปริศนาวางที่หน้าบ้าน

ภายในกล่องบรรจุ "เถ้ากระดูกมนุษย์"
นั่นคือกระดูกของเด็กหญิงรายแรกที่ฆาตกรส่งมาให้ครอบครัว

นี่ไม่ใช่แค่คดีเด็กหาย แต่คือคดีฆาตกรรมสยองโดยฆาตกรสุดวิปริต
---------------------------

ปี 1988 เกิดเหตุเด็กหายต่อเนื่องในจังหวัดไซตามะ

ทุกคนเป็นเด็กหญิงอายุไล่เลี่ยกัน
เด็กหญิง A วัย 4 ขวบ
เด็กหญิง B วัย 7 ขวบ
เด็กหญิง C วัย 4 ขวบ
เด็กหญิง D วัย 5 ขวบ

ต่อมา ในเดือนกรกฎาคม 1989
ชายคนหนึ่งถูกจับข้อหาทำอนาจารเด็ก แต่เมื่อตำรวจเข้าค้นห้องพัก ก็เจอวิดีโอเทปราว 6,000 ม้วน

ส่วนหนึ่งของวิดีโอเทปเหล่านั้น คือ ภาพร่างของเด็กหญิงที่หายตัวไป

ชายผู้นี้ก็คือฆาตกรที่คนทั่วญี่ปุ่นกำลังหวาดผวา
---------------------------

มิยาซากิ สึโตมุ อายุ 26 ปีขณะก่อเหตุ เขาเกิดมาพร้อมความพิการที่แขนและข้อมือ ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่าอาการ Congenital Radioulnar Synostosis (ภาวะกระดูกแขนท่อนนอกและท่อนในเชื่อมติดกันแต่กำเนิด)

ทำให้ไม่สามารถหมุนข้อมือเพื่อหงายมือได้ กลายเป็นปมด้อยที่ถูกล้อเลียนกลั่นแกล้ง เขาจึงปลีกตัวออกจากสังคม กลายเป็นคนเก็บตัว

พ่อของเขาเป็นเจ้าของบริษัทโรงพิมพ์ขนาดใหญ่ คาดหวังกับลูกชายไว้สูง เมื่อลูกชายคนโตอย่างสึโตมุพิการ พ่อแม่รู้สึกอับอาย ปิดซ่อนเรื่องนี้ไว้ และไม่ได้พาไปรักษาอย่างเหมาะสม ทั้งทางกายและใจ

ครอบครัวห่างเหิน มีเพียงปู่ที่ยอมรับตัวตนของสึโตมุ จนเมื่อปู่เสียชีวิต สึโตมุหันไปหมกมุ่นอยู่กับการสะสมหนังสือมังงะ วิดีโอเทปการ์ตูน และภาพยนตร์ฮีโร่/สัตว์ประหลาดที่เคยดูตอนเด็กๆ กับปู่

เมื่อโตขึ้นความหมกมุ่นนี้ก็เริ่มบิดเบี้ยว เขาสะสมวิดีโอเทปหนังสยองขวัญเกรดบีที่เน้นฉากความรุนแรงสยดสยอง และหนังผู้ใหญ่ที่เน้นการทรมาน

นอกจากนี้ ยังสะสมวิดีโอเทปแอบถ่ายผู้หญิงในชุดเทนนิส ที่เขาแอบถ่ายมาเอง

ในยุคนั้น ผู้หญิงที่เล่นเทนนิสเป็นตัวแทนของ "ชนชั้นกลางที่สมบูรณ์แบบ" มีชีวิตที่ดี และดูสดใส ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกับชีวิตที่มืดมนของเขา

เขาจะขับรถไปตามชมรมเทนนิสหรือสวนสาธารณะ แล้วใช้กล้องวิดีโอแอบถ่ายผู้หญิงที่สวมชุดเทนนิส บางครั้งเขาก็จะจินตนาการถึงความรุนแรงกับคนเหล่านั้น

แม้ใจของเขาจะปรารถนาผู้หญิงวัยรุ่นหรือผู้หญิงวัยทำงานที่สวมชุดเทนนิส แต่ในโลกความจริง เขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตาหรือพูดคุยกับผู้หญิงเหล่านั้น เพราะกลัวถูกหัวเราะเยาะหรือถูกปฏิเสธ

เมื่อเขาอยากลงมือจริง จึงตัดสินใจเลือกเป้าหมายที่อ่อนแอกว่า
---------------------------

22 สิงหาคม 1988
เขาตระเวนหาเหยื่อจนมาถึงย่านที่พักอาศัยในเมืองอิรุมะ จังหวัดไซตามะ เขาเห็นเด็กหญิง A ออกจากบ้านและเฝ้ามอง เมื่อเธอเดินขึ้นสะพานลอย เขาจึงรีบวิ่งขึ้นสะพานลอยจากอีกฝั่งเพื่อไปสวนกันบนสะพานพอดี

เมื่อประจันหน้ากัน เขาย่อตัวลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเด็ก สร้างภาพลักษณ์พี่ชายใจดี

เขาไม่ได้บังคับ แต่พูดชวนว่า "วันนี้ร้อนจังนะ พี่กำลังจะไปที่เย็นๆ สนใจไปด้วยกันไหม? เดี๋ยวพี่เดินนำไปก่อนนะ ถ้าอยากไปก็ตามมา"

เมื่อเดินถึงรถ เขาก็ชวนเด็กขึ้นรถ แล้วขับเข้าไปในป่า

เขาพยายามจะกระทำอนาจารและถ่ายรูปเธอ เมื่อเด็กหญิง A ร้องไห้ เขาก็บีบคอจนเสียชีวิต แต่เขาก็อยากเก็บภาพเด็กไว้ดูซ้ำ จึงถ่ายวิดีโอร่างที่แน่นิ่ง กระทำอนาจาร แล้วชำแหละ

เขากินเลือดของเด็กหญิง รวมถึงนำชิ้นส่วนมือกลับบ้าน และนำร่างที่เหลือไปทิ้งไว้ในป่า

หลังจากนั้น เขากลับไปที่ป่าหลายครั้งเพื่อดูการเน่าเปื่อยของร่าง เมื่อเหลือแต่กระดูก เขาจึงนำกลับมาบ้าน เผาและบดจนละเอียดที่สวนหลังบ้านของตนเอง

ในเดือนกุมภาพันธ์ 1989 เขานำเถ้ากระดูกนั้นใส่กล่องไปวางที่หน้าบ้านของครอบครัวเด็กหญิง A พร้อมรูปถ่ายชุดที่เด็กใส่ก่อนเสียชีวิต และเอกสารที่ดูเหมือน "ใบรับรองการเผา"

หลังจากนั้น เขาส่งจดหมายไปยังสำนักพิมพ์อาซาฮี ซึ่งเป็นสำนักข่าวดัง

"คนที่นำกล่องกระดาษบรรจุเถ้ากระดูกไปวางที่บ้านของ A คือข้าพเจ้าเอง
เกี่ยวกับเรื่องของ A นี้ ข้าพเจ้าเป็นคนลงมือเพียงคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ
เหตุผลที่ข้าพเจ้าออกมากล่าวความจริงเช่นนี้ เพราะมีเหตุผลบางประการ
ประการแรก กระดูกที่อยู่ในกล่องกระดาษนั้น
คือกระดูกของ A จริงๆ ข้าพเจ้าจะพิสูจน์เรื่องนั้น
ก่อนอื่น ข้าพเจ้าจะขอเล่าว่าลักพาตัวไปได้อย่างไร…"

เนื้อหาเล่าถึงการฆาตกรรมอย่างละเอียด

ลงชื่อ อิมาดะ เอริโกะ
---------------------------

3 ตุลาคม 1988
เด็กหญิง B กำลังเดินกลับบ้านจากโรงเรียนในเมืองฮันโน จังหวัดไซตามะ สึโตมุขับรถตระเวนหาเหยื่อรายใหม่ เมื่อได้พบเธอเข้า จึงถามว่า "ช่วยบอกทางหน่อยได้ไหม พี่หลงทาง" แล้วพาขึ้นรถไปในป่าจุดเดิมกับเด็กหญิง A

เขากระทำลักษณะคล้ายเดิม รวมถึงชำแหละอวัยวะบางส่วน และนำเสื้อผ้าของเธอติดตัวกลับบ้าน เพื่อเก็บไว้เป็นของสะสม ร่างที่เหลือของเธอถูกทิ้งไว้ในป่า
---------------------------

9 ธันวาคม 1988
เด็กหญิง C กำลังเล่นอยู่บริเวณลานกว้างใกล้บ้านในเมืองคาวาโกเอะ จังหวัดไซตามะ สึโตมุขับรถผ่านมาและชวนว่า "ไปที่อุ่นๆ กันไหม"

เขากระทำเช่นเดิม แต่ครั้งนี้เขากลับชะล่าใจ (หรืออาจเป็นการท้าทายตำรวจ) ทิ้งศพไว้ในป่าใกล้ลานจอดรถของหอพักพนักงานบริษัท

ไม่กี่วันหลังจากนั้น ร่างของเด็กหญิง C ถูกพบโดยผู้อาศัยในหอพัก
---------------------------

10 มิถุนายน 1989
เขาพบเด็กหญิง D บริเวณหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองโทโคโรซาว่า จังหวัดไซตามะ แล้วชวนเธอขึ้นรถ

หลังจากบีบคอเธอจนเสียชีวิต เขาชำแหละศพ แล้วนำศีรษะและมือกลับบ้าน รวมถึงกินเลือด ส่วนร่างที่เหลือถูกทิ้งไว้ในป่า

เขาถ่ายวิดีโอบันทึกภาพขั้นตอนการชำแหละศพไว้ทั้งหมด
---------------------------

จนกระทั่งวันที่ 23 กรกฎาคม 1989

ขณะที่สึโตมุล่อลวงเด็กหญิง บังคับให้เธอถอดเสื้อผ้า พ่อของเด็กหญิงก็มาพบทัน

สึโตมุขับรถหนี แต่พ่อของเด็กหญิงจดจำรถได้อย่างแม่นยำ นำไปสู่การจับกุม

ตำรวจเข้าค้นห้องพัก ก็ได้พบวิดีโอเทปมหาศาลในห้อง ราว 6,000 ม้วนและหลักฐานอื่นๆ เช่น ชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ เสื้อผ้าของเด็กหญิง

วิดีโอเทปมีทั้งการ์ตูน หนังสยองขวัญเกรดบี หนังผู้ใหญ่ และส่วนหนึ่งของวิดีโอเทปเหล่านั้น คือ ภาพศพของเด็กหญิงทั้ง 4 ที่หายตัวไป
---------------------------

มิยาซากิ สึโตมุ สารภาพอย่างเยือกเย็น เขาเล่ารายละเอียดการฆาตกรรมและการชำแหละศพด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เขาเล่าด้วยว่า ลงมือทำไปเพราะเห็น "ชายชุดดำ" เป็นคนสั่งให้ทำ

ซึ่งจิตแพทย์มีมุมมองที่หลากหลาย บ้างมองว่าเป็นการกุเรื่อง เพราะพฤติกรรมของเขานั้นสะท้อนว่ามีสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ บ้างมองว่าชายชุดดำเป็นอีกบุคลิกที่เขาสร้างขึ้นในจิตใจ บ้างมองว่าเขาไม่สามารถแยกความจริงกับจินตนาการได้ ชายชุดดำอาจเกิดจากตัวร้ายในการ์ตูนที่เขาหมกมุ่น

เขาใช้ชื่อ อิมาดะ เอริโกะ ลงท้ายจดหมาย เหมือนกับการสร้างตัวละครในหนังขึ้นมา ว่าคนก่อเหตุคือผู้หญิง ซึ่งเขาเขียนจดหมายด้วยลายมือที่ดัดให้ดูอ่อนช้อยเหมือนลายมือผู้หญิงด้วย

เขาจดจำรายละเอียดได้อย่างแม่นยำ โดยวาดรูปแผนที่จุดทิ้งศพ จนพบร่างของเด็กหญิง B และ D ที่ถูกทิ้งไว้ในป่า

เขาสารภาพเกี่ยวกับการถ่ายวิดีโอว่า จะนำวิดีโอที่ถ่ายเหยื่อกลับมาดูซ้ำที่บ้าน และมีการตัดต่อภาพเหล่านั้นผสมกับภาพการ์ตูนหรือหนังแนวสยองขวัญที่เขาชอบ เพื่อสร้างโลกส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบสำหรับเขา

เขายังสารภาพด้วยว่า ได้ดื่มเลือดและกินชิ้นส่วนเนื้อบริเวณมือของเด็กหญิงบางคน เพราะเชื่อว่าจะทำให้เหยื่อรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเขา และช่วยให้เขามีพลังในการเรียกวิญญาณของปู่ให้ฟื้นกลับมา
---------------------------

สึโตมุ ถูกคุมขังตั้งแต่ปี 1989

มกราคม 2006 ศาลได้ตัดสินประหารชีวิต โดยพิจารณาว่า เขามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ อาชญากรรมนี้โหดร้ายเกินกว่าที่จะหาคำบรรยายได้ และจำเลยไม่ได้แสดงความสำนึกผิดอย่างแท้จริง

เขาอยู่ในคุกรวมเป็นเวลา 19 ปี
ก่อนถูกประหารชีวิตเมื่อ 17 มิถุนายน 2008

สึโตมุมีท่าทีที่เรียบเฉย ตัดขาดจากโลกความเป็นจริง และไม่เคยกล่าวคำขอโทษต่อครอบครัวเหยื่อจนถึงวันที่ถูกประหารชีวิต

เช้าวันประหารชีวิต เมื่อรู้ว่าถึงเวลา เขายังคงนิ่งเฉย เดินเข้าสู่ห้องประหาร ราวกับว่าเดินไปสู่ฉากจบของหนังสยองขวัญที่เขาสร้างขึ้นมา เขาเป็นทั้งผู้กำกับ นักแสดง และผู้ชม เขายังคงอยู่ในโลกแห่งจินตนาการที่สมบูรณ์แบบของตัวเองต่อไป
---------------------------

ก่อนจะเกิดเหตุ คำว่า "โอตาคุ" เพิ่งเริ่มเป็นที่นิยมในวงกว้างในปี 1983 โดยหมายถึง คนที่คลั่งไคล้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะอนิเมะ มังงะ และคอมพิวเตอร์

แต่คดีนี้ เป็นต้นเหตุให้เหล่าโอตาคุหรือคนที่ชอบการ์ตูนในยุคนั้น ถูกมองในแง่ลบไปด้วย

เพราะภาพห้องของฆาตกรที่เต็มไปด้วยหนังสือและวิดีโอการ์ตูน ทำให้คนเรียกเขาว่า "ฆาตกรโอตาคุ"

*รูปภาพคือภาพถ่ายห้องพักจริงของฆาตกร

𝐒𝐭𝐚𝐫𝐛𝐮𝐜𝐤𝐬 ที่สวยที่สุดในโลกใครมาโทยามะต้องแวะStarbucks ที่สวนสาธารณะ Kansui Park จ.โทยามะ ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวด...
30/05/2026

𝐒𝐭𝐚𝐫𝐛𝐮𝐜𝐤𝐬 ที่สวยที่สุดในโลก
ใครมาโทยามะต้องแวะ

Starbucks ที่สวนสาธารณะ Kansui Park จ.โทยามะ ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดออกแบบร้าน Starbucks ที่จัดโดยสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2008

จุดเด่นของดีไซน์ที่ทำให้ได้ชื่อว่า "สวยที่สุดในโลก" ก็คือ ความกลมกลืนไปกับภูมิทัศน์โดยรอบ

ดีไซน์ของร้านให้ความรู้สึกเปิดโล่ง กลมกลืนไปกับวิวของโทยามะ ลูกค้าในร้านเองก็ชมวิวได้รอบด้าน ตัวร้านเป็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่รอบทุกด้าน มองเห็นวิวสนามหญ้า ต้นไม้ คลอง Fugan และสะพานอิฐแดง Tenmonkyo ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสวนแห่งนี้

อยากเห็นวิวสวยอลังการ ให้ขึ้นไปที่จุดชมวิว Tenmonkyo Bridge Observation Deck ตรงสะพาน มองลงมาเห็น Starbucks ที่มีเทือกเขาทาเทยามะเป็นฉากหลัง

ซึ่งสวน Kansui Park ตั้งอยู่ใจกลางเมือง จังหวัดโทยามะ เป็นสถานที่พักผ่อนขึ้นชื่อ บรรยากาศดีมาก โอบล้อมด้วยธรรมชาติ มีคลอง มีสะพานสวย แนะนำให้มาวิ่ง หรือมานั่งพักผ่อนกันดู

แอดเพิ่งไปมาเมื่อวันก่อน ได้บรรยากาศเขียวชอุ่ม แนะนำช่วงซากุระบานจะสวยเป็นพิเศษ (ประมาณ ต้น เม.ย.) ใครเคยไป มาแชร์กันได้

📍เดินจากสถานีรถไฟโทยามะแค่ 10 นาที
https://maps.app.goo.gl/tgeThYPQ8HP8yNPG6

ที่อยู่

Bangkok
10110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ WA-Japanผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท