Swoosh Club Selected Nike stories by PhoL Welcome to the club full of Nike Stories.

Official Photos from Nike 2 ปี ที่ซุ่มเงียบมานาน Fanboy เห็นแบบนี้แล้วก็ตาลุกวาววว อีกไม่นาน รอลุ้นครับว่าการกลับมาของ N...
25/04/2026

Official Photos from Nike
2 ปี ที่ซุ่มเงียบมานาน Fanboy เห็นแบบนี้แล้วก็ตาลุกวาววว

อีกไม่นาน รอลุ้นครับว่าการกลับมาของ Nike ครั้งนี้ จะสร้างผลงานของแชมป์โลกหน้าใหม่ในวงการได้อีกหรือไม่

ตอนนี้ชมภาพสวยๆจาก Nike ใต้ comment กันไปก่อนใต้ comment นะครับ

อะไรที่เป็นครั้งแรกมักมีความหมาย และ พิเศษ สวยงามเสมอNike และ สมาคมฟุตบอลออสเตรเลีย (Football Australia) จับมือร่วมเดินท...
01/03/2025

อะไรที่เป็นครั้งแรกมักมีความหมาย และ พิเศษ สวยงามเสมอ
Nike และ สมาคมฟุตบอลออสเตรเลีย (Football Australia) จับมือร่วมเดินทางมานานกว่า 20 ปี แล้ว

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2023 ทั้งสองฝ่ายได้ขยายสัญญาทำงานร่วมกันออกไปอีก 10 ปี

ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนถึงความเชื่อใจของทั้ง 2 ฝ่าย อย่างชัดเจนมากๆ ทำให้ยิ่งน่าติดตามว่าในวาระการเข้าสู่ทศวรรษที่สามจะเกิดความพิเศษอะไรขึ้นบ้าง
แต่... ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบันกันก่อนครับ
หลายท่านอาจจะไม่ทราบ (เหมือนกับผม 😅) ว่าบุคคลในภาพคือใคร ผมสรุปมาให้ครับ
ชายในภาพคือ คุณ Reko Rennie ครับ
เขาคือศิลปินสหวิทยาการชาวออสเตรเลียเชื้อสาย Kamilaroi ที่สำรวจอัตลักษณ์ของกลุ่มชนพื้นเมืองผ่านสื่อร่วมสมัย
ผลงานของคุณ Reko Rennie ผสมผสานสัญลักษณ์ของมรดก Kamilaroi เข้ากับองค์ประกอบสไตล์กราฟฟิตี เพื่อสะท้อนวัฒนธรรมและผสมผสานอัตลักษณ์ของชนพื้นเมืองในสภาพแวดล้อมเมืองร่วมสมัย
นี่คือครั้งแรกของ Nike และสมาคมฟุตบอลออสเตรเลีย (Football Australia) ที่เปิดตัวเสื้อฟุตบอลทีมชาติออสเตรเลียถูกออกแบบโดยศิลปินประจำชาติเป็นท่านแรก และเป็นครั้งแรกเช่นกัน
หัวใจสำคัญของคอลเลกชันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายที่พบได้ทั่วไปใน “Message sticks” ของชนพื้นเมือง เดิมใช้ในการส่งสารระหว่างชุมชนต่าง ๆ

สัญลักษณ์แห่งการเชื่อมโยง ประวัติศาสตร์ และการเล่าเรื่องนี้ มาจากภาพวาดปี 2024 ที่เพิ่งถูกจัดแสดงในนิทรรศการ REKOSPECTIVE ของ Reko Rennie ที่ National Gallery of Victoria

คอลเลกชันนี้ส่งสารที่ทรงพลังเกี่ยวกับความเชื่อมโยง และช่วยเสริมสร้างการมองเห็นของวัฒนธรรมดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกทั้งในระดับประเทศและระดับสากล โดยสะท้อนถึงอัตลักษณ์แบรนด์ร่วมของทีมชาติออสเตรเลียหญิง Matildas และทีมชาติออสเตรเลียชาย Socceroos ภายใต้แนวคิด “Forever Forging Forward” (มุ่งหน้าสู่อนาคตอย่างไม่หยุดยั้ง)
ถือเป็นความภาคภูมิใจส่วนตัวของศิลปินแน่นอนครับ เพราะไม่ใช่แค่ร่วมงานกับบริษัท Nike แต่หมายถึงโอกาสที่ได้ถ่ายทอดความเป็นออสเตรเลียผ่านเสื้อกีฬาประจำชาติของตัวเอง ด้วยลายเซ็นของตัวเอง ให้กับผู้คนในออสเตรเลียและทั่วโลกมีเรื่องให้พูดถึงกันในทางสร้างสรรค์
ข้อมูลเพิ่มเติม
Kamilaroi (Gamilaraay) คือหนึ่งในกลุ่มชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย พวกเขาเป็นชนเผ่าอะบอริจินที่มีดินแดนอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของรัฐนิวเซาท์เวลส์และบางส่วนของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย

ศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรม Kamilaroi เป็นที่รู้จักในด้านศิลปะพื้นเมือง สัญลักษณ์ และลวดลายดั้งเดิมที่มักถูกนำมาใช้ในงานศิลปะร่วมสมัย รวมถึงงานของศิลปินอย่าง Reko Rennie ที่ผสมผสานศิลปะ Kamilaroi เข้ากับกราฟฟิตีและสไตล์สมัยใหม่เช่นกัน
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ
หวังว่าทุกท่านจะชอบบทความนี้ ถ้าชอบฝากส่งต่อ บอกต่อ หรือกดแชร์ให้หน่อยนะครับ :)
และหากอยากให้เขียนถึง Nike ในเรื่องอะไรอีกสามารถบอกได้นะครับ

Nike ยกระดับความดุดันของ Vaporfly เป็นรุ่นที่ดีที่สุดตั้งแต่เปิดตัวมาผมเคยพูดถึงการทำลายขีดจำกัดการวิ่งมาราธอนของมนุษย์ ...
26/02/2025

Nike ยกระดับความดุดันของ Vaporfly เป็นรุ่นที่ดีที่สุดตั้งแต่เปิดตัวมา
ผมเคยพูดถึงการทำลายขีดจำกัดการวิ่งมาราธอนของมนุษย์ ให้ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงให้ได้ นั่นคือโปรเจกต์แรกอย่างเป็นทางการของ Nike ชื่อว่า Breaking 2 Project

การพยายามครั้งแรกใน Monza กับนักกีฬาชั้นตำนานอย่าง Eliud Kipchoge, Sergio Kipruto และ Lelisa Desisa เป็นการเทสด้วยรองเท้า Vaporfly 4% เป็นรองเท้าวิ่ง Commercial ที่มีแผ่นคาร์บอนเป็นรุ่นแรก และมีโฟมที่พิเศษกว่ารองเท้าวิ่งทั่วไปของ Nike

เป็นปีแรก (2017) ที่ถือกำเนิดรองเท้า Racing shoe ซึ่งจากผลวิจัยเชื่อว่ารองเท้ามีส่วนช่วยเติมเต็มศักยภาพ หรือ ทำได้ดีกว่าเดิม 4% เลยเป็นที่มาของชื่อรุ่นรองเท้าด้วย
มาถึงปัจจุบัน Vaporfly ผ่านวิวัฒนาการชื่อรุ่นมาหลายครั้งหลายตอนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น 4% และ Next% จนมีการขยายรุ่นไปเป็น Alphafly ที่ปัจจุบันคือรุ่นเรือธงของ Nike

แต่ด้วยความที่นักวิ่งหลายๆ ท่านก็เสียงแตกเป็นสองฝั่ง มีทั้งคนที่ชอบ Vaporfly มากกว่า และมีทั้งคนที่ชอบ Alphafly มากกว่า
ทุกวันนี้การแข่งในรายการ Major เราเลยเห็นนักกีฬา Elite รวมไปถึงนักกีฬาทั่วไปเลือกที่จะใส่ทั้ง Vaporfly หรือ Alphafly ตามความชอบส่วนตัวเพราะมีปัจจัยเรื่องน้ำหนักและความสบายเท้าที่แตกต่างกันที่ความชอบของผู้ใส่

จึงสรุปได้ว่า Vaporfly และ Alphafly มีนวัตกรรมระดับท็อปทั้ง 2 รุ่น ใครที่อยากเพิ่มลูกเล่นให้สุดทางด้วยการเสริม Air Zoom Pods ก็ไปทาง Alphafly
แต่ใดๆ นักสะสมก็จะยอมเสียเงิน 2 ต่อแน่นอนครับ เพราะทุกรุ่นใหม่ของ Vaporfly และ Alphafly จะมีนวัตกรรมที่ดีที่สุดในปีนั้นๆ ใส่ลงไปในรองเท้าเสมอจนต้องอยากลองหรือมีไว้ในครอบครอง (เพราะมันเท่ขึ้นทุกปีด้วยครับ)
สำหรับ Vaporfly 4 ที่ใกล้จะวางขายเร็วๆนี้ มีจุดขายที่น่าสนใจหลายอย่าง ผมจะเลือกประเด็นที่ผมสนใจเป็นพิเศษมาเล่าให้ฟัง คือ

1
รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ทำออกมาได้เบาที่สุดในตระกูล Vaporfly โดย Nike เรียกว่า “The lightest model in the franchise’s storied history.” และเป็นความตั้งใจปฏิวัติรองเท้า Vaporfly ในรอบ 8 ปี ที่ผ่านมานี้โดยเฉพาะครับ

ผลลัพธ์ของรองเท้ารุ่นนี้มาจาก insights ใหม่ๆ ของนักกีฬาระดับท็อปหน้าใหม่ๆ อย่าง Joshua Cheptegei และ Mohammed Ahmed เจ้าของ World Records หลายรายการ เริ่มตั้งแต่เทสรองเท้าไปจนจบกระบวนการผลิต ทำให้ได้แนวทางและนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาด เป็นที่น่าสนใจอย่างมากว่าจะมีสถิติอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นจากนักวิ่งที่ใส่รองเท้ารุ่นนี้หรือไม่ และเจ้าตัว Joshua Cheptegei จะลงแข่งในรายการ Tokyo Marathon 2025 ในเดือนเดียวกับที่รองเท้าจะ Launch ด้วย (มีนาคม นี้)

2
รองเท้าที่เบาอยู่แล้ว ก็สามารถทำให้เบาลงได้อีก ถ้าเทียบกับรุ่นที่แล้ว (Vaporfly 3) รุ่นใหม่จะมีน้ำหนักเบากว่าถึง 10% และ เบากว่ารุ่นแรกมากถึง 20 grams ใน size เท่ากัน ซึ่งเยอะมากๆครับสำหรับการวิ่งระยะทางมาราธอนไม่ว่าจะ 10% หรือ 20 grams เพราะต่อให้คุณมีพละกำลังเท่าเดิมแต่คุณจะวิ่งได้ดีขึ้นแน่นอนแค่เริ่มจากการเปลี่ยนรองเท้า

สาเหตุที่ทำให้น้ำหนักลดลงได้เยอะ คือ Nike ตัดโฟมส่วนที่ไม่จำเป็นทิ้งไป แต่ในขณะเดียวกันก็มีการปรับ Upper ให้ใส่สบายมากขึ้นด้วยซึ่งทำให้ช่วยประหยัดน้ำหนักโดยรวมของรองเท้าได้อีก

3
Nike บอกว่ารองเท้าคู่นี้ออกแบบมาให้สามารถใส่วิ่ง และ วิ่งแข่ง ได้ตั้งแต่ 5 km ไปจนระยะมาราธอน
ส่วน Mohammed บอกว่า Vaporfly 4 นี่แหละ คือ รองเท้าในอุดมคติที่ถูกต้องของ Vaporfly ตัวเขาเองชอบใส่รองเท้าคู่นี้มากๆ เวลาต้องวิ่งทำความเร็วสูง
มันเบากว่าเดิม มันตอบสนองในการวิ่งได้ดีกว่าเดิม และใส่สบายขึ้นมากแต่ยังคงความมั่นคงของการก้าววิ่งอยู่
ด้วยประสบการณ์จากการลอง Vaporfly และ Alphafly มาทุกรุ่นของผมพอจะคาดเดาได้ว่าจะเป็นรองเท้าที่นักวิ่งใส่แล้ววิ่งสนุกแน่นอนครับ
น่าติดตามผลลัพธ์ของสถิติที่กำลังจะเกิดขึ้น
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ
หวังว่าทุกท่านจะชอบบทความนี้ ถ้าชอบฝากส่งต่อ บอกต่อ หรือกดแชร์ให้หน่อยนะครับ :)
และหากอยากให้เขียนถึง Nike ในเรื่องอะไรอีกสามารถบอกได้นะครับ


Jackson Wang กับการเริ่มต้นเดินทางร่วมกับ Nike & Jordan Brandถ้าพูดชื่อ Jackson Wang ทุกคนน่าจะรุ้จักเป็นอย่างดีแต่หากบอ...
22/02/2025

Jackson Wang กับการเริ่มต้นเดินทางร่วมกับ Nike & Jordan Brand
ถ้าพูดชื่อ Jackson Wang ทุกคนน่าจะรุ้จักเป็นอย่างดี
แต่หากบอกว่า Jackson Wang ไม่ได้เป็นแค่ Chart-topping performer แต่เป็นทั้ง Designer และ Creative Director และ ยังเคยเป็นนักกีฬาฟันดาบดีกรีแชมป์ระดับชาติทั้งหมด 3 ครั้ง และ ปี 2012 ได้เป็นตัวแทนของฮ่องกงในการแข่งขันรอบคัดเลือกโอลิมปิกที่ลอนดอน อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่คุ้นเคยกับข้อมูลเหล่านี้
Jackson Wang เติบโตในครบครัวที่เต็มไปด้วยนักกีฬา คุณแม่เป็นนักยิมนาสติก คุณพ่อเป็นนักกีฬาฟันดาบทีมชาติ และพี่ชายเล่นรักบี้ที่ประเทศออสเตรเลีย
การที่เติบโตในครอบครัวที่เต็มไปด้วยนักกีฬาทำให้ Jackson Wang รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังโดนจับอยู่บนเวทีเพื่อแสดงฝีมืออะไรบางอย่าง ซึ่งก็มีส่วนช่วยมากๆ ที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านจากนักกีฬาไปเป็นศิลปินในปัจจุบันดูกลายเป็นเรื่องธรรมชาติสำหรับเขา และนี่คือแรงบันดาลใจที่ทำให้พร้อมกับการอยู่ในความรู้สึกที่ต้องพร้อมแสดงผลงานอยู่ตลอด ต้องอยู่ในสภาพที่มีการแข่งขันอยู่ตลอด และทำให้รู้สึกว่าอยากมุ่งหน้าพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

เพราะการเติบโตในรูปแบบนักกีฬา สอนให้ Jackson Wang รู้ว่าถึงเราจะพยายามแค่ไหน ตั้งใจแค่ไหน เราต้องโอบกอดความผิดหวัง และ ความพ่ายแพ้ให้เป็น ส่วนความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นโบนัส

เราต้องกระโจนเข้าไปหาความผิดพลาดเพื่อไปเรียนรู้กับมันให้ได้มากที่สุด ทั้งหมดเพื่อทำให้เราเติบโต เหมือนกับ สุภาษิตของชาวจีนกวางตุ้งที่ว่า “ไม่มีอะไรปกติไปกว่าความล้มเหลว แต่สิ่งที่สำคัญคือเราจะตอบสนองกับความล้มเหลวเหล่านั้นอย่างไร”
หนึ่งในความผูกพันของ Jackson Wang กับ Nike ที่ประทับใจจนร้องไห้ต้องย้อนกลับไปตอนประมาณอายุ 16 ปี ทีมรุ่นพี่ฟันดาบเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยการซื้อรองเท้า all-white Air Force 1 ให้เป็นของขวัญเพราะรู้ว่า Jackson Wang ชอบมาก เป็นรองเท้าที่ไฝ่ฝันอยากจะได้เพราะเห็นคนใส่กันทั่วเมือง และคิดว่ารองเท้าคู่นี้ใส่คู่กับอะไรก็เข้าไปหมด แต่ ณ เวลานั้น Jackson Wang ไม่มีกำลังทรัพย์พอที่จะไปซื้อและจะไปขอคุณพ่อคุณแม่ซื้อก็เกรงใจมาก

โมเมนต์นั้นเลยกลายเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจครั้งนึงของ Jackson Wang กับ Nike นั่นเอง
คำว่า “Just Do It” ตรงไปตรงมา และ make sense สำหรับ Jackson Wang มาก
ในมุมของศิลปิน และ นักกีฬา จะโดนผู้ชมและแฟนคลับประเมิณจากสิ่งที่แสดงออกมา ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นสำหรับ Jackson Wang ถึงแม้ว่าจะมีไอเดียมากมายแค่ไหนวนเวียนอยู่ในหัว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การลงมือทำ ลงมือที่จะแสดง ลงไปเล่น ลงไปสร้างสรรค์ ในพื้นที่ของตัวเอง และ พื้นที่ของการแข่งขัน
ดังนั้นถ้าไม่อยากจะผิดพลาด สิ่งที่ Jackson Wang จะไม่ทำเลยก็คือ การนิ่งอยู่กับที่ การทำทุกเรื่องให้เป็นเรื่องปกติ หรือ ทำอะไรที่น่าเบื่อจนเกิดไป ในความคิดของเขาการแสดงออกแบบนั้นไม่สามารถทำให้เราเติบโตหรือขยับขยายไปไหนได้ สำหรับเขาแล้วทั้งหมดนี้ไม่ได้อยู่ในศิลปะ และไม่ได้อยู่ในตัวตนของความเป็นนักกีฬา ซึ่งนี่คือส่วนนึงที่ตรงกับความเป็น Jordan Brand มากที่มีความหมายกับ Jackson Wang เพราะ Jordan Brand เป็นตัวแทนของจิตวิญญาณสำหรับเขา คือการรู้จักตัวเอง และปลดปล่อยความเป็นตัวเองได้เต็มที่
ปลายเดือน ธันวาคม 2024 ที่ผ่านมา Nike & Jordan Brand เปิดโอกาสร่วมงานกับ Jackson Wang อย่างเป็นทางการ
สำหรับ Jackson Wang แล้ว การ่วมงานครั้งนี้ทำให้เหมือนกับว่าไม่ได้เป็นทั้งพาร์ทเนอร์ที่สนับสนุนความเป็นตัวตนของเขาอย่างเดียว แต่ยังเป็นการสนับสนุนในด้านของนักกีฬาด้วย
เหมือนได้ย้อนกลับไปพบเรื่องราวตั้งต้นที่ Jackson Wang เป็น และการร่วมงานครั้งนี้ Nike & Jordan Brand ได้ช่วยปลดปล่อยความเป็นตัวตนที่แท้จริงของ Jackson Wang ออกมาอย่างชัดเจน
รอติดตามผลงานของ Jackson Wang กันครับ
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ
หวังว่าทุกท่านจะชอบบทความนี้ ถ้าชอบฝากส่งต่อ บอกต่อ หรือกดแชร์ให้หน่อยนะครับ 🙂
และหากอยากให้เขียนถึง Nike ในเรื่องอะไรอีกสามารถบอกได้นะครับ


Nike ใน Super Bowl LIX (ครั้งที่ 59)มุมมองที่แตกต่างของ Nike คือ การเรียกทุกคนทั่วโลกว่านักกีฬา “If you have a body, you...
21/02/2025

Nike ใน Super Bowl LIX (ครั้งที่ 59)
มุมมองที่แตกต่างของ Nike คือ การเรียกทุกคนทั่วโลกว่านักกีฬา
“If you have a body, you are an athlete.” จากคำพูดของคุณ Bill Bowerman ต่อยอดกลายมาเป็นแคมแปญ “So Win” ในปัจจุบัน
Nike เป็นแบรนด์แรกๆ ที่ออกมาแสดงจุดยืนดึงความเท่าเทียม ความเป็นตัวเอง ความกล้าที่จะแตกต่าง และทำมาเสมอ โดยแบรนด์มีความเชื่อในการผลักดันสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอด

ความพิเศษของแคมเปญนี้ Nike เน้นไปที่นักกีฬาหญิงที่ต้องท้าทายข้อจำกัดในทุกๆด้านในเกมแข่งขัน และ ความคาดหวังจากการที่ทุ่มเทเวลา ทุ่มเทแรงกายไปเพื่อเป็นผู้ที่ไร้เทียมทานที่สุดในวงการของตัวเอง และ คุณ Nicole Graham ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Nike บอกว่า “เรามุ่งมั่นที่จะให้นักกีฬาเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งที่เราทำ ตั้งแต่การสร้างผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการเล่าเรื่อง”

ความอิมแพคของการเล่าเรื่องในแคมเปญนี้ ส่วนนึงคือการร่วมมีกับนักกีฬา Iconic ของ Nike เองมาอยู่ในตัววิดีโอด้วยเลย

มีใครที่บ้างที่ผมอยากแนะนำให้รู้จัก
1. Jordan Chiles
– นักยิมนาสติกทีมชาติสหรัฐฯ และเป็นผู้ชนะเลิศเหรียญเงินโอลิมปิกปี 2020 (Tokyo 2020)

2. Caitlin Clark
– นักบาสเกตบอลหญิงดาวรุ่งของสหรัฐฯ ปัจจุบันเล่นให้กับทีม University of Iowa และเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัยฃ

3. Sabrina Ionescu
– นักบาสเกตบอลมืออาชีพของทีม New York Liberty ใน WNBA เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีพรสวรรค์สูงและสร้างสถิติหลายรายการใน NCAA ขณะเล่นให้กับ Oregon Ducks

4. Sha’Carri Richardson
– นักวิ่งระยะสั้นชื่อดังของสหรัฐฯ เธอเป็นแชมป์โลกวิ่ง 100 เมตรหญิงในปี 2023 และเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีสไตล์และความมั่นใจสูง สร้างกระแสทั้งในและนอกสนามแข่ง

5. A’ja Wilson
– นักบาสเกตบอลหญิงระดับ WNBA ของทีม Las Vegas Aces เธอเป็น MVP ของ WNBA ถึงสองสมัย และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการบาสเกตบอลหญิง

6. Sophia Wilson
– นักกีฬาวัยรุ่นที่เป็นผู้ตัดสินบาสเกตบอลหญิงอายุน้อย เธอได้รับความสนใจจากการเป็นหนึ่งในกรรมการบาสเกตบอลที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการกีฬา

แต่ละคนถือเป็นแนวหน้าของวงการกีฬาไม่ต่างกับนักกีฬาผู้ชายระดับโลกที่เรารู้จักคุ้นหูกันดีเลย
หนึ่งใน quote จากเว็ปไซต์ Nike ที่ผมชอบที่สุดสำหรับแคมเปญนี้คือ
“ชัยชนะไม่ได้หมายถึงแค่เหรียญรางวัล แต่มันคือการเอาชนะตัวเอง
มันคือการพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่าคุณสามารถทำได้มากกว่าที่คุณคิดไว้ และทำมันอย่างธรรมชาติ”
หวังว่าสักครั้งในสักบางช่วงเวลาจะมี moment “SO WIN” ของตัวเอง ในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามนะครับ
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ
หวังว่าทุกท่านจะชอบบทความนี้ ถ้าชอบฝากส่งต่อ บอกต่อ หรือกดแชร์ให้หน่อยนะครับ :)
และหากอยากให้เขียนถึง Nike ในเรื่องอะไรอีกสามารถบอกได้นะครับ
ขอบคุณภาพจากแคมเปญ So Win ของ Nike ครับ


ฉลองพันธมิตรลีกฟุตบอลอังกฤษสูงสุด ยาวนาน 25 ปีเมื่อคืนมีใครได้อยู่ดึกชมเกม Aston Villa เปิดบ้านพบกับ Liverpool ไหมครับไฮ...
20/02/2025

ฉลองพันธมิตรลีกฟุตบอลอังกฤษสูงสุด ยาวนาน 25 ปี
เมื่อคืนมีใครได้อยู่ดึกชมเกม Aston Villa เปิดบ้านพบกับ Liverpool ไหมครับ
ไฮไลต์ อยู่ที่ ลูกฟุตบอลที่ใช้เตะในเกมเมื่อคืนครับ
ผมมี 2 เรื่องหลักๆที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟัง คือ ความเป็นมาของลูกบอล Nike และ Premier League และ Aerowsculpt เทคโนโลยีจาก Nike ของลูกบอลรุ่น Nike Flight นี้ครับ

เรื่องที่หนึ่ง
ในโอกาสพิเศษแบบนี้ Nike และ Premier Leage ฉลองครบรอบ 25 ปี ได้แรงบันดาลใจมากจากลูกฟุตบอลในฤดูกาล 2004/2005 ชื่อ NIKE TOTAL 90 AEROW I
เป็นยุคที่ดูฟุตบอลสนุกมากๆ และเป็นช่วงที่มีตำนานเก่งๆหลายคนกำลังแจ้งเกิดอย่าง Cristiano Ronaldo หรือการมีกุนซือไฟแรงอย่าง Jose Mourinho คุมทีม Chelsea เป็นแชมป์ในปีนั้นและปีต่อไปติดต่อกันด้วย ต่อเนื่องมาจากปีก่อนหน้าที่ทีม Arsenal เป็นแชมป์ไร้พ่าย ซึ่งในตอนนั้น Arsenal ก็มี Nike เป็น Sponsor หลักด้วยครับ
ว่าง่ายๆ คือ Nike นำแบบของลูกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมในวงการฟุตบอลเมื่อ 20 ปีที่แล้ว กลับมาออกแบบใหม่อีกครั้งให้มีเรื่องราวที่น่าสนใจกว่าที่ควรจะเป็นครับ

ในช่วง 10 ปี แรก Nike มักจะใช้บอลลวดลายเดิมๆ หรือใกล้เคียงเดิมมากๆ ยาวติดต่อกันเกินกว่า 1-2 ฤดูกาล
พอผ่านมาได้ครึ่งทางถึงจะมีการอัปเกรดเทคโนโลยีของลูกฟุตบอล และปรับลวดลายของลูกฟุตบอลให้ทันสมัยและไม่ซ้ำกันในทุกๆปี
ถ้าหากใครรู้ว่า 25 ปีที่ผ่านมา Premier League ได้ใช้บอลอะไร มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง ทีมไหนเป็นแชมป์ เทคโนโลยีของลูกบอลเป็นยังไง ผมแปะ Link ไว้ให้ใต้คอมเมนต์นะครับ ทางเว็ปไซต์ Premier League ได้ทำหน้าเพจ Nike Ball Hub ไว้อย่างดีงามเลยครับ
เรื่องที่สอง
เทคโนโลยีของลูกฟุตบอลที่ใช้ในทุกวันนี้ คือ Aerowsculpt ครับ
เทคโนโลยีนี้จะอยู่ในลูกฟุตบอลที่มีชื่อรุ่นว่า Nike Flight ซึ่งจริงๆแล้วไม่ได้ใช้อยู่แค่ใน Premier League แต่ก็ได้ใช้ในลีกสเปน (La Liga) และ ลีกอิตาลี (Seria A) ด้วยเช่นกัน

Aerowsculpt และ Nike Flight เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2020 จนถึงปัจจุบัน หรือพูดง่ายๆคือเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในรอบ 20 ปี และยังเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ด้วย แต่จะมีการปรับ minor change ทุกปีนะครับ โดยลูกบอลนี้ทำมาเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเคลื่อนที่ของลูกฟุตบอล เพิ่มความเสถียรของลูกบอลในอากาศ และ ช่วยให้นักเตะควบคุมบอลได้ดีขึ้น

พื้นผิวของลูกฟุตบอลดีไซน์ร่องแบบพิเศษแทนที่จะเป็นผิวเรียบ ช่วยลดแรงเสียดทานของอากาศและป้องกันอาการ “บอลวูบ” หรือการเคลื่อนที่ผิดธรรมชาติที่เกิดจากกระแสลมที่ปะทะลูกบอลครับ นักเตะก็จะสามารถคาดเดาทิศทางของลูกบอลได้แม่นยำขึ้น ทำให้ส่งบอลและยิงประตูได้อย่างมั่นใจมากขึ้น และ ช่วยให้ลูกฟุตบอลคงคุณสมบัติการเคลื่อนที่ของมันได้ดีไม่ว่าจะอยู่ในสภาพอากาศแบบไหน เช่น ฝนตก หรืออากาศแห้ง และสุดท้าย เทคโนโลยี Aerowscuplt พัฒนามาจาก Aerowtrac เพื่อมาแก้เรื่องความเสถียรโดยเฉพาะครับ
หลักการก็จะคล้ายกับลูกกอล์ฟครับที่ช่วยให้ฟุตบอลลอยตัวและเคลื่อนที่ในอากาศได้สม่ำเสมอกว่าเดิม ทำให้แฟนบอลอย่างพวกเรารับชมเกมอย่างสนุกสนาน (ถ้าทีมที่เรารัก ไม่ได้ฟอร์มตกอย่างต่อเนื่องซะก่อนนะครับ 😅)
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ
หวังว่าทุกท่านจะชอบบทความนี้ ถ้าชอบฝากส่งต่อ บอกต่อ หรือกดแชร์ให้หน่อยนะครับ :)
และหากอยากให้เขียนถึง Nike ในเรื่องอะไรอีกสามารถบอกได้นะครับ
ขอบคุณรูปภาพจาก Premire League นะครับ


NikeSKIMS แบรนด์ใหม่จาก Nike ที่ผู้หญิงทั่วโลกจะถูกใจและตั้งตารอเมื่อวานช่วงเวลา 2 ทุ่ม Nike ประกาศ Shared Product Line ...
19/02/2025

NikeSKIMS แบรนด์ใหม่จาก Nike ที่ผู้หญิงทั่วโลกจะถูกใจและตั้งตารอ
เมื่อวานช่วงเวลา 2 ทุ่ม Nike ประกาศ Shared Product Line ใหม่ภายใต้ชื่อ NikeSKIMS
เกิดจากการร่วมมือกันของทั้ง 2 แบรนด์ ระหว่าง Nike และ SKIMS โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วโลกในการทำตั้งความฝันที่ยิ่งใหญ่และสนับสนุนให้ไปได้ถึงเป้าหมายของตัวเอง

นี่อาจจะเป็นการปฏิวัติวงการ Activewear ที่นำข้อดีของทั้งสองแบรนด์มารวมกัน ทำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผู้หญิงทุกคน
SKIMS คือ แบรนด์อะไร?
สาวๆหลายท่านอาจจะรู้จักหรือเคยได้ยินอยู่แล้ว

SKIMS เป็นแบรนด์ชุดชั้นในและชุดลำลองของ Kim Kardashian และ Jens Grede เริ่มในปี 2019 โดยมีแนวคิดหลักคือ
- Inclusivity ว่าง่ายๆ คือ มีครบสำหรับผู้หญิงทุกรูปร่างตั้งแต่ ผู้หญิง Size XS ไปจนถึง 4X+
- Body Confidence คือ สินค้าดีไซน์มาเพื่อกระชับรูปร่างและเน้นสรีระตามธรรมชาติ แต่ใส่แล้วดูดี
ปัจจุบันขยายไลน์สินค้าไปถึง ชุดว่ายน้ำ และชุดนอน

แต่ก่อนจะมาเป็นแบรนด์ที่ชื่อ SKIMS เคยมีชื่ออื่นมาก่อนโดยคุณ Kim Kardashian ตั้งใจใช้ชื่อ “Kimono” เป็นชื่อแบรนด์ Shapewear ของเธอ เพราะต้องการให้เป็นเอกลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับชื่อของตัวเอง (Kim) แต่กลับโดนวิจารณ์อย่างหนักเนื่องจากเป็นชื่อของชุดประจำชาติญี่ปุ่นทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องการใช้วัฒนธรรมมาทำการตลาด (Cultural Appropriation) สุดท้ายเลยใช้เป็นชื่อ SKIMS แทน

ส่วนคุณ Jens Grede เป็นนักธุรกิจและนักลงทุนชาวสวีเดน และเป็น CEO ของ SKIMS ดูแลกลยุทธ์ทางธุรกิจ และการขยายตลาด มีบทบาทหลักในด้าน การตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริหารจัดการด้านการเงิน

ทุกวันนี้ก็ยังไม่ทราบว่า SKIMS หมายถึงอะไร
มีการเดากันว่า “skim” หมายถึง บางเบา แนบเนื้อ และลื่นไหล อาจจะสะท้อนกับคุณสมบัตรของสินค้าที่กระชับกับผิวและช่วยเสริมสรีระให้ดูดี และ อาจจะเป็นการเล่นคำที่มีเสียงคล้าย “Kim’s” ซึ่งมาจากชื่อของ Kim Kardashian
แบรนด์ SKIMS ประสบความสำเร็จมาก มีผู้ติดตามบน Instagram กว่า 6.6 ล้าน followers (https://bit.ly/4gOgTbs) และยังเป็น partner กับ NBA, WNBA, USA Basketball และได้รับการประเมินมูลค่าบริษัทสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งก็มาจากฝีมือของ Jens Grede นี่แหละครับ

การร่วมมือกับ Nike ครังนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ ที่ทำให้ SKIMS เข้าสู่วงการ Activewear เต็มตัว
และจะวางขายที่ USA ก่อนช่วงปลายปีนี้ (Fall 2025) และวางขายทั่วโลกในปี 2026 สาวๆอาจจะต้องคอยติดตามชมว่าสินค้าที่ออกมาจะน่าสนใจและดูดีขนาดไหนครับ
สำหรับผม ข่าวนี้ถือเป็นการเดินเกมที่น่าสนใจมากทั้งการสร้างนวัตกรรม และ แสดงจุดยืนของความเป็นผู้นำทางด้านอุปกรณ์กีฬา และ แนวคิดด้านกีฬา
เพื่อทำให้เกมกีฬามีความสวยงามมากขึ้นกว่าเดิม ในรายละเอียดที่แน่นกว่าเดิม ด้วยคุณภาพที่ดีกว่าเดิมเช่นกัน
ขอบคุณที่อ่านมาจนจบครับ
ถ้าชอบบทความนี้ฝากส่งต่อ บอกต่อ หรือกดแชร์ให้หน่อยนะครับ :)
และหากอยากให้เขียนถึง Nike ในเรื่องอะไรอีกสามารถบอกได้นะครับ

Rosa E Associati x Nikeคอมโบความสำเร็จระดับ World Recordต้องบอกก่อนว่าคอมโบที่ส่งผลระดับ World Record หรือที่เราเรียกว่า...
18/02/2025

Rosa E Associati x Nike
คอมโบความสำเร็จระดับ World Record
ต้องบอกก่อนว่าคอมโบที่ส่งผลระดับ World Record หรือที่เราเรียกว่าระดับ G.O.A.T. (Greatest Of All Time) มักจะเกิดขึ้นจากองค์ประกอบหลัก คือ นักกีฬา โค้ช ทีมงาน ความรู้ อุปกรณ์กีฬา หรือ บางกีฬาเราก็ต้องพึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ควบคุมไม่ได้อย่างเช่น ธรรมชาติ
หนึ่งในคอมโบที่ใหญ่ที่สุดในโลก เกิดขึ้นกับวงการวิ่งมาราธอน คือ NN Running Team x INEOS x Nike ที่ผลักดันให้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ Eliud Kipchoge สามารถเป็นนักกีฬาที่วิ่งมาราธอนจบด้วยเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมง เป็นคนแรก (1:59:40 ชั่วโมง คือ เวลาอย่างไม่เป็นทางการ)
ผมพยายามจะบอกว่าไม่ได้มีแค่ทีม หรือ บริษัท ที่ใดบริษัทหนึ่งที่ Nike ร่วมงานด้วยในลักษณะนี้ แต่มันมีหลายรูปแบบมาก ไม่ว่าจะเป็นจะเป็นทีมวิ่งที่ Nike สร้างเอง เช่น Bowerman Track Club (BTC) ที่มีนักกีฬาทีมชาติไทยอย่างคุณคีริน ตันติเวทย์ อยู่ในสังกัดนี้ด้วย และ Oregon Track Club (OTC) ยังไม่พูดถึง Swoosh TC ที่ไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังภายหลัง ส่วนตัวผมมองว่าเป็นคอมโบในคอมโบของการรวมทีมวิ่งของ Nike เข้าด้วยกันเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง

ยังมีการร่วมงานกับสโมสรวิ่งอื่นๆ เพื่อทำคอลเลคชันพิเศษมาขายอย่างเช่น Patta x Nike (Patta Running Team) และ ไม่นับที่ประเทศไทยที่มีการร่วมงานกับทีมวิ่งเสือเผ่น มากมายหลายปีอย่างต่อเนื่องกับทีม Nike Thailand ที่คอยสร้างกลุ่มนักวิ่งมาร่วมกิจกรรมกันอย่างต่อเนื่อง

Rosa E Associati เป็นบริษัทจัดการด้านกีฬา และ บริษัทที่ปรึกษาสัญชาติอิตาลี ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1990 มีความเชี่ยวชาญในการคัดเลือกและดูแลนักกีฬาระดับโลกกว่า 200 คน โดยเฉพาะในกีฬาวิ่งซึ่งผลิตนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จระดับ G.O.A.T. หลายท่านมาก เช่น

Brigid Kosgei: นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา เจ้าของสถิติโลกมาราธอนหญิงที่เวลา 2 ชั่วโมง 14 นาที 4 วินาที ในการแข่งขัน Chicago Marathon ปี 2019 (ปัจจุบันถูกทำลายสถิติไปแล้ว) และเหรียญเงินโอลิมปิกที่โตเกียว 2020

Ruth Chepngetich: นักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา แชมป์โลกมาราธอนที่ Doha 2019 และผู้ชนะ Chicago Marathon 2021

และ Jacob Kiplimo: นักวิ่งชาวยูกันดาตามภาพของโพสนี้ ดีกรีแชมป์โลกฮาล์ฟมาราธอน ปี 2020 ที่พึ่งจะทำลายสถิติโลกไปหมาดๆเมื่อ 2 วันก่อน

ทั้งหมดนี้เกิดจากการบริหารงานที่ดีเยี่ยมของ Rosa E Associati และหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังคือ Nike ที่คอยสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาระดับ Elite ให้กับนักกีฬาใช้ตั้งแต่เสื้อผ้ายันรองเท้า หรือแม้กระทั่งเปิดโอกาสให้นักกีฬาร่วมออกแบบสินค้าเพื่อนำไปต่อยอด พัฒนา ยกระดับการส่งเสริมสมรรถภาพ และ ศักยภาพของร่างกายนักกีฬาไปอีกขั้น

อุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่นักกีฬาได้ใส่จะเป็นคนละเกรดกับเกรดที่เราหาซื้อได้ตามท้องตลาด โดยเสื้อผ้าจะมีการตัดเย็บที่ดีกว่า คุณภาพของผ้าจะดีกว่าเวลาใส่แล้วจะรู้สึกเหมือนกับว่าไม่ได้ใส่ทำให้รู้สึกคล่องตัวเหมือนเป็นเนื้อเดียวกัน และทาง Nike ก็ทำมาในจำนวนจำกัด ถ้าจะอยากได้จริงๆก็ต้องไปที่แคมป์ฝึก หรือมีคอนเนคชั่นที่ดีพอที่จะสามารถขอสินค้าเหล่านั้นมาได้หากนักวิ่งยอมมอบไว้

แต่ช่วงหลังๆมานี้ก็มีสินค้าบางอย่าง เช่น รองเท้าวิ่ง ก็มักจะเป็นแบบเดียวกันกับที่นักกีฬา Elite ใส่กัน ทำให้เราสามารถหาซื้อและมีส่วนร่วมเดียวกันกับนักกีฬาที่เราชื่นชอบได้ ส่วนนี้เป็นด้วยกฏที่ทาง World Athletics กำหนดไว้ด้วยเช่นกัน (สำหรับกีฬาวิ่งแข่งมาราธอนและการวิ่งอื่นๆ)
ทั้งนี้ไม่มีข้อมูลระบุว่าทาง Rosa E Associati และ Nike เริ่มงานด้วยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เราอยากเห็นการร่วมมือของทังสองบริษัทที่ส่งผลให้เกิดผลผลิตที่ท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์ และยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาที่เป็นคู่แข่ง และ กับนักกีฬาทั่วไปเพื่อมีกำลังใจในการฝึกซ้อมพัฒนาตัวเองต่อไป
เราอาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกของนักกีฬาระดับ G.O.A.T. ว่าเบื้องหลังการพาตัวเองไปอยู่จุดสูงสุดของอาชีพต้องใช้ความอดทน มีวินัย ใจสู้ ขนาดไหน แต่สิ่งที่เราจะเข้าใจตัวเองได้แน่ๆก็คือ การใช้อุปกรณ์รูปแบบเดียวกับที่ G.O.A.T. ใช้ก็น่าจะเติมเต็มความฟินได้ไม่น้อยใช่ไหมครับ

ขอแสดงความยินดีกับ Jacob Kiplimo อีกครั้งนึงในที่นี้ด้วยนะครับ 🎉

การกลับมาอีกครั้งในรอบ 25 ปี ของ Nike Air Superflyถ้าพูดถึง Nike ในยุคนี้ เราจะเห็นการ bring back รองเท้า ICONIC กลับมาท...
17/02/2025

การกลับมาอีกครั้งในรอบ 25 ปี ของ Nike Air Superfly
ถ้าพูดถึง Nike ในยุคนี้ เราจะเห็นการ bring back รองเท้า ICONIC กลับมาทำใหม่เยอะมากๆ
แม้กระทั่ง AIR JORDAN 1 HIGH OG ”BLACK TOE“ ที่พึ่งวางขายไปหมาดๆ ก็ถูกดึงกลับมานำเสนอในรูปแบบใหม่เช่นกัน
Nike Air Superfly เป็นรองเท้าแฟชั่นกึ่งกีฬาของผู้หญิงที่แม้แต่ Nike เองก็เรียกว่าเป็นรองเท้า Low-Profile

ย้อนกลับไปครั้งแรกที่รองเท้าคู่นี้วางขายในปี 2001 รองเท้าคู่นี้เน้นไปที่โครงสร้างของรองเท้า Training เพื่อทำมาให้กับนักกีฬาผู้หญิงใส่ แต่เน้นการออกแบบให้ทันสมัยดู Modern ล้ำแปลกตามากในยุคนั้น (ลองดูรูปใต้คอมเมนต์ได้ครับ) แต่กลายเป็นว่าดีไซน์ของรองเท้าคู่นี้กลับเข้ากับยุคปัจจุบันแบบไม่เขิน ถ้าไม่บอกว่าเคยออกมาก่อนเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ผมก็ไม่เชื่อเหมือนกัน

ตัดภาพกลับมาช่วงต้นเดือน February ที่ผ่านมานี้ Nike Air Superfly กลับมาอีกครั้งใน SNKRS พอเห็นราคาที่จับต้องได้ก็รู้สึกว่าน่าสนใจมากๆ
รุ่นนี้ได้รับความนิยมที่ประเทศญี่ปุ่น เห็นรีวิว On-Feet แล้วยิ่งสวย เข้ากันกับชุดได้ง่ายมาก

ความพิเศษของการ Reintroduce Nike Air Superfly ในรอบนี้ ตัวรองเท้ามีการปรับโครงสร้างรองเท้าใหม่ให้ใส่สบายขึ้น และ ลดความเป็นรองเท้าแข่งกีฬาลง มีการลดทอนวัสดุบางอย่างที่ไม่จำเป็นในการใช้แข่งกีฬาออกไปทำให้สามารถเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้สบายมากขึ้น แต่ยังคงแผงรูระบายอากาศด้านข้างของรองเท้าเอาไว้ซึ่้งเป็นเอกลักษณ์ (ICON) ของรองเท้าคู่นี้ มีผลทำให้รองเท้าเบาลงด้วย

ลูกเล่นที่เพิ่มเข้ามาแต่ยังคงความเป็นรองเท้าวิ่งไว้ คือ การซ่อน Nike Air Unit รวมไปถึงการใส่โฟม Cushlon อยู่ใน midsole ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความสบายในการใส่รองเท้าวิ่ง ไม่นับใต้พื้นรองเท้าที่มี storytelling ที่ design เป็นขีดสีเขียวใต้พื้นรองเท้าได้แรงบันดาลใจมาจากการจัดปุ่มของรองเท้าวิ่งลู่ และส่วนที่ตื่นเต้นอีกเรื่องสีของรองเท้าที่ออกมาทั้งหมด 4 สี ให้เลือกแมทช์กันตามใจชอบตามสไตล์ของตัวเองได้เลย
ส่วนตัวผมชอบสีเงินที่สุดสำหรับการ Reintroduce Nike Air Superfly ในรอบ 25 ปี ครั้งนี้
แล้วเพื่อนๆ ชอบสีไหนกันบ้างครับ ;)
ถ้าชอบเนื้อหา ฝากบอกต่อด้วยนะครับ :)
หรือ หากมีคำแนะนำก็สามารถแนะนำได้เลยนะครับ

Lab ของ Nike ที่หลายๆคนไม่ค่อยรู้จัก 🔎วันนี้ผมพูดถึง Nike Sport Research Lab (NSRL) หลายคนอาจไม่คุ้นหู แต่ถ้าพูดถึง Proj...
16/02/2025

Lab ของ Nike ที่หลายๆคนไม่ค่อยรู้จัก 🔎

วันนี้ผมพูดถึง Nike Sport Research Lab (NSRL) หลายคนอาจไม่คุ้นหู แต่ถ้าพูดถึง Project ดังๆ เช่น

Breaking2 Project
ช่วงปี 2017 ที่พยายามช่วงนักวิ่งให้วิ่งสามารถวิ่งต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ให้ได้ ณ ตอนนั้นก็ใกล้เคียงมากๆ ที่ Eliud Kipchoge ทำเวลาได้ 2:00:25 ชั่วโมง (แต่ปัจจุบันสามารถทำลายกำแพง 2 ชั่วโมง ได้ในครั้งแรกกับ Project INEOS 1:59 Challenge ไปได้ที่เวลา 1:59:40 ชั่วโมง)

Nike Adapt
รองเท้าอัจฉริยะที่สามารถปรับให้พอดีกับเท้าผู้สวมใส่โดยอัตโนมัติ (เดี๋ยวผมแปะภาพให้ดูใต้คอมเมนต์ครับ)
ถ้าพูดถึง 2 Project นี้ ส่วนใหญ่ทุกคนคงจะพอได้ยินผ่านหูกันมาบ้างใช่ไหมครับ
แต่อีก Project นึง ที่ปัจจุบันเป็นที่นิยมในหมู่มากของนักวิ่งก็คือ NSRL Form อย่างที่ทุกคนเห็นตามภาพครับ
แค่ 2 นาที ของการทดสอบ สามารถให้ข้อมูลกับนักวิ่งทุกคนนำไปปรับการวิ่งให้ดีขึ้นได้ สามารถเข้าใจธรรมการการวิ่งตัวเองเพื่อเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับตัวเองได้ด้วย

ทีม NSRL รู้ว่าตัวเองมาถูกทางเพราะในปี 2022 ที่งานวิ่ง Redondo Beach 10 KM มีนักวิ่งที่เข้าต่อคิวสนใจทดลองยาวเหยียดเต็มลาดจอดรถริมชายหาด Santa Monica แม้ในการตั้งบูธในงานนั้นจะเจออุปสรรคเยอะมาก เช่น กล้อง High-speed 10 ตัว เกิด overheat จนดับซะอย่างนั้น ทีมงานต้องนั่งแก้กันจนถึงตี 3 และทำให้มั่นใจว่ากล้องจะไม่เจอกับปัญหาเดิมในวันรุ่งขึ้น ถึงแม้ปัญหาจะเยอะ ก็ยังมีนักวิ่งสนใจและอยากที่จะทดลองมากอยู่ดี
NSRL Form เรียนรู้การเคลื่อนไหวทั้งหมด 3 เรื่องด้วยกัน และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เป็นกราฟ 6 เหลี่ยม
ผมรู้สึกสนุกกับสิ่งนี้มาก เดี๋ยวจะไล่แปะคอนเซปต์การวิเคราห์ตามแบบฉบับของ NSRL ให้ใต้คอมเมนต์นะครับ
หลังจากเกิดความนิยมอย่างมากในงานวิ่ง Redondo ปัจจุบัน NSRL Form ก็ไปอยู่ในร้านของ Nike เองและร้านของพาร์ทเนอร์ ไม่ว่าจะเป็น Blue Ribbon Sports ที่ Santa Monica และ Heartbreak Hill ที่ Chicago และ Newton

ผมเคยไปที่ Chicago เห็น Lab แล้วชวนน่าสงสัยมากครับ เท่มากๆถ่ายรูปเก็บไว้เต็มเลย และในอีกไม่นานนี้ NSRL Form กำลังจะขยายไปที่ประเทศจีนในเมืองเซี่ยงไฮ้แล้ว ซึ่งเป็นเป้าหมายของ NSRL เลยครับที่จะขยับขยายไปทั่วโลก
การผนวกวิทยาศาสตร์การกีฬาและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงการวิเคราะห์ชีวกลศาสตร์ให้กับนักวิ่งในยุคปัจจุบันกลายเป็นสิ่งจำเป็นและช่วยให้นักวิ่งสามารถวิ่งได้ดี วิ่งได้ไม่เปลืองแรง ไม่เปลืองเวลา ไปถึงเป้าหมายของตัวเองได้ไวขึ้น มีอาการบาดเจ็บที่น้อยลง แม้กระทั่งวิ่งได้สนุกขึ้น และแน่นอน Nike ไม่ปฏิเสธที่จะใส่รายละเอียดของรองเท้าที่แนะนำให้กับนักวิ่งที่ได้ทดลงลงในรายงานผลการทดลอง เพื่อที่จะได้นำเสนอนวัตกรรมที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับนักวิ่งท่านนั้นๆ เพื่อให้ได้เลือกและปรับใช้

เป็นยังไงกันบ้างครับ ผมว่าทุกคนคงเห็นภาพตรงกันว่าการนำ AI หรือ เทคโนโลยี เข้ามาร่วมทำงานกับเราจะช่วยสร้างพลังแฝงใหม่ๆและช่วยลดระยะเวลาการค้นคว้าทดลองได้มาก เหมือนกับที่ NRSL Lab สามารถใช้เวลา ภายใน 2 นาที เพื่อที่จะหาคำตอบมาให้พวกเรานักวิ่งทุกคนนั่นเองครับ

ถ้าชอบฝากกดติดตาม กดแชร์ หรือบอกต่อให้หน่อยนะครับ :)

Nikeปรับระบบการจัดหมวดรองเท้าวิ่งถนน (Road Running Shoes) ใหม่ในปี 2025ในยุคที่การวิ่งเป็นที่นิยมทั่วโลก ผู้คนสนใจการวิ่...
15/02/2025

Nikeปรับระบบการจัดหมวดรองเท้าวิ่งถนน (Road Running Shoes) ใหม่ในปี 2025
ในยุคที่การวิ่งเป็นที่นิยมทั่วโลก ผู้คนสนใจการวิ่งมากขึ้นทุกปีด้วยกระแสที่โตอย่างต่อเนื่อง ยังไม่พอเราอยู่ในยุคที่แบรนด์ไหนทำดีกว่า แบรนด์นั้นย่อมได้เปรียบ
ตลาดรองเท้าวิ่งในยุคนี้จึงมีแต่รองเท้าดีๆ สวยๆ แรงๆ ล้ำๆ ให้เลือกซื้อกันไม่ไหว ยังไม่นับ Local แบรนด์ในต่างประเทศที่เติบโตกลายเป็น Culture products อย่าง Track Smith, Satisfy, Soar และมีอีกเยอะมากๆ ที่ราคาไม่ใช่ถูกๆแต่ขายได้ หาซื้อยาก ของขาดตลาด
แน่นอนว่าผู้บริโภคมีตัวเลือกเยอะกว่าเดิมมาก และแบรนด์ใหญ่ๆก็ต้องปรับตัวเยอะมากหากยังอยากชนะในเกมที่นักวิ่งพร้อมจะย้ายค่ายได้เสมอ
ก่อนจะเข้าเรื่องต้องท้าวความกลับไปก่อนว่าตั้งแต่ BRS เปลี่ยนมาเป็น Nike ตอนนี้ก็ผ่านมา 54 ปีแล้ว แน่นอนว่าlearning curveของNikeต้องมีไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก การทำงานร่วมกับนักกีฬาระดับโลก และการเป็นผู้นำตลาดในบางช่วงย่อมผลักดันให้แบรนด์ไม่หยุดนิ่ง
ก่อนจะมาเป็นการแบ่งประเภทรองเท้า Cushion / Speed / Racing แบบทุกวันนี้ (ซึ่งวันนี้ผมจะเน้นไปที่รองเท้าประเภท Cushion ของ Nike เป็นหลัก) ผมอยากเล่าให้ฟังก่อนว่าเมื่อก่อนมีการแบ่งประเภทรองเท้ายังไงบ้าง

ก่อนปี 2010 - Nike แบ่งกลุ่มรองเท้าตามลักษณะการลงเท้า
1. Neutral - สำหรับนักวิ่งที่ลงเท้าปกติ ไม่มีการเอียงเข้าหรือออกมาก
2. Stability - สำหรับนักวิ่งที่ลงเท้าแบบ Overpronation
3. Motion Control - สำหรับนักวิ่งที่มีการลงเท้าแบบ Overpronation มาก ต้องการการควบคุมพิเศษ

ปี 2011-2015 - Nike เปลี่ยนมาเน้นระดับความนุ่มของรองเท้าแทนหรือก็คือ Cushion ที่เราจะพูดถึงในวันนี้
1. Cushioned - เน้นโฟมนุ่ม ใส่สบาย เช่น Nike Pegasus, Nike Vomero
2. Lightweight - เบา คล่องตัว เช่น Nike Zoom Elite
3. Structured Cushioning - เพิ่มความมั่นคง เช่น Nike Structure

ซึ่งจะเห็นได้ว่าจริงๆชื่อเหล่านี้ที่เราคุ้นๆกัน ก็เริ่มต้นมานานแล้วบางตัวก็รอดและบางตัวก็ไม่ได้ไปต่อ

ปี 2016-2019 - Nike ปรับมาแบ่งตามวัตถุประสงค์การวิ่ง
1. Everyday Running - ใช้ได้ทุกวัน เช่น Nike Pegasus, Nike Vomero
2. Speed Training - น้ำหนักเบา เพิ่มสปีด เช่น Nike Zoom Fly, Nike Streak
3. Racing - ใช้แข่งจริง เช่น Nike Vaporfly

ปี 2020-2022 - Nike เพิ่มกลุ่มประเภทการใช้งานรองเท้าเป็น 4 กลุ่ม แต่กลุ่มที่เพิ่มมาจะไม่ใช่ Road Running Shoes ที่สามารถวิ่งRoadได้
1. Cushioning รองรับแรงกระแทกสูงสุด เช่น Nike Invincible, Nike Vomero
2. Speed - รองเท้าซ้อมความเร็ว เช่น Nike Zoom Fly, Nike Streakfly
3. Racing - รองเท้าแข่ง เช่น Nike Vaporfly, Nike Alphafly
4. Trail Running - รองเท้าวิ่งเทรล เช่น Nike Terra Kiger, Nike Pegasus Trail
ถ้าเราโฟกัสที่ปัจจุบันสำหรับรองเท้า Road Running Shoes จากปี 2023 ถึงปัจจุบัน แน่นอนว่ายังคงแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักคือ Cushioning / Speed / Racing ครับ
เล่ามายืดยาวเพราะอยากจะบอกทุกคนว่า ผมว่าปีนี้เป็นปีที่น่าสนใจหลังจากที่ Nike เงียบมานานไม่ได้มี wow innovation ออกมาแล้วคนตื่นเต้นเหมือนช่วงปี 2017-2021 ที่ Nike เป็นแบรนด์แรงๆที่ทำ Super shoe ออกมาก่อนเพื่อนเสมอ
ปีนี้ Nike เริ่มจากการเปิดตัวรองเท้ากลุ่มของ Cushioning ก่อนเพราะกลุ่มรองเท้าประเภทนี้เป็นกลุ่มที่นักวิ่งส่วนใหญ่รวมถึงลูกค้าของNikeเองให้ความสำคัญมากที่สุดหรือพูดง่ายๆก็คือขายดีที่สุดนั่นเอง ดีกว่ากลุ่ม Speed และ Racing ซะอีก ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าด้วย
แต่ปีนี้ Nike เจาะละเอียดในกลุ่ม Cushioning ให้ด้วยเลย ให้จำง่ายๆเหลือแค่ 3 รุ่น คือ Structure, Pegasus, Vomero ไม่มีชื่อรุ่นอื่นๆสะเปะสะปะให้จำยาก (ในตลาดอาจจะยังมีขายอยู่บ้างแต่) โดยในแต่ละรุ่นจะมีแบ่งเป็น 3 ระดับ ผมเรียกง่ายๆว่า ระดับทั่วไป (ICON) ระดับรองท็อป (Plus) และระดับท็อป (Premium) แล้วกันครับ
เมื่อเราพูดถึงความ Cushioning หรือความสบายมาก รองรับแรงกระแทกได้ดี ช่วยประหยัดพลังงาน สามารถใส่เดินเล่นและวิ่งได้ทุกวัน ดังนั้นรองเท้าทั้ง 3 กลุ่มนี้ก็จะตอบสนองความใส่สบายทั้งหมด
เอ้า แล้วเราจะเลือกแบบไหนให้สบายเราละ นั่นแหละครับคือสิ่งที่ Nike เลือกที่จะนำเสนอใหม่ในปีนี้ คือ ให้นักวิ่งทั้งหลายเลือกรองเท้าที่นุ่มสบายในแบบที่ตัวเองชอบโดยที่พยายามที่จะทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างรุ่นและระดับให้น้อยที่สุด และเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีกำลังทรัพย์ต่างกันเข้าถึงได้ด้วย
ของแบบนี้ความชอบใครความชอบมันครับ ผมว่าคงต้องลอง แต่สิ่งที่ Nike บอกก็คือ
Pegasus - ให้ความนุ่มแบบตอบสนอง(Responsive cushioning) ย้อนกลับช่วยให้ Energy return ใส่วิ่งได้ทั้งวัน ส่วนตัวผมลองระดับ ICON เริ่มต้น และระดับท็อปPremium แล้ว ความรู้สึกในการสวมใส่ใกล้เคียงกันเพราะทรงรองเท้าไปทางเดียวกัน แต่เรื่องการตอบสนองต่างกันชัดเจน ความสนุกก็ต่างกับสมกับเป็นระดับท็อปครับ เท่มากตรงที่ใช้นวัตกรรม 3 อย่างของ Nike มาอยู่ในคู่เดียว (โฟม Zoom X, Air Zoom เต็มแผ่น, ปิดด้วยโฟม React X)

Vomero - ให้ความนุ่มสบายแบบขั้นสุด (Maximum cushioning) แต่ยังเท่อยู่ด้วยความที่เอาโฟม Zoom X ประกบกับ โฟม React X จะเห็นว่ารุ่นนี้ตัดความResponsiveโดยไม่มี Air Zoom เหมือนกับรุ่น Pegasus

Structure - ให้ความสบายแต่ก็ยังให้ความมั่นคงที่แตกต่างกับ Pegasus และ Vomero ด้วย ณ ตอนที่ผมเขียนนี้ Nike ยังไม่ปล่อยภาพหรือตัวจริงออกมา แต่จากที่เห็นคนรีวิว Pegasus ระดับ Premium และ Vomero ระดับ Premium แล้วตอนกดน้ำหนักแล้วบิดเท้าไปมาจะมีความโคลงเคลงให้เห็นชัด ผมคิดว่ารุ่นStructureทั้งหมด จะออกมาชดเชยในส่วนนี้ที่รุ่นอื่นในกลุ่มเดียวกันให้ไม่ได้ครับ
เป็นยังไงบ้างครับ วิวัฒนาการของNike ที่ปีนี้เล่นใหญ่ เล่นเท่ พยายามจะบอกว่าเราพร้อมจะกลับมาเขย่าวงการอีกครั้ง หลังจากที่ CEO คนใหม่ของNikeเข้ามารับตำแหน่ง น่าจะถึงเวลาที่มีอะไรน่าสนใจให้เราติดตามออกมาเรื่อยๆครับ
อย่าลืมว่า Cushioing นี่เป็นแค่กลุ่มแรกของปีนี้เองนะครับที่มีการเปิดตัวและยังไม่ครบทุกรุ่นเลย แล้วยังไม่นับ กลุ่ม Speed และ Racing อีก น่าจะมีอะไรให้น่าติดตามอีกเยอะครับ พอจะพูดถึงรองเท้าในกลุ่ม Racing อย่างNike Alphafly แล้วก็คงจะไม่ยอมให้มีใครมาทำลายสถิติ WR ที่เกิดขึ้นจากรองเท้ารุ่นนี้ โดย Kelvin Kiptum ที่ยังครองบัลลังค์และยังไม่มีใครโค่นลงได้ใช่ไหมครับ
ก่อนจะจากกันไปผมอยากฝากประโยคนึงจากคุณ Marian Dougherty, Senior Director, Running Footwear Product ที่ตอบทุกคำถามชัดเจนว่าทำไมปีนี้ Nike ถึงเลือกเดินหมากแบบนี้ ที่ว่า

"We know runners just want a shoe that feels right for their daily runs. They don't want to overthink it, That's why we have streamlined our offerings and created clear distinction between them so runners can easily find what they need. It's all about finding that sweet spot so runners can just lace up and hit the road.”

เค้าคิดเผื่อเราไปถึงขั้นที่ว่า หากคุณพึ่งซ้อมวิ่งเร็วมากๆมาและอยากจะได้รองเท้าที่มีการองรับที่ดี มี energy return ดีๆ การใช้ Nike Pegasus ก็จะเหมาะที่สุด หรือหากคุณต้องการรองเท้าที่ให้ความนุ่มสบายเป็นพิเศษ สำหรับการวิ่งระยะไกลแบบผ่อนคลาย Nike Vomero จะเหมาะที่สุด แต่ถ้าคุณกำลังมองหารองเท้าที่ให้ความมั่นคงและช่วยควบคุมการวิ่ง Nike Structure คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด

หวังว่าจะชอบบทความแรกนะครับ❤️‍🔥

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Swoosh Clubผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์