15/02/2025
Nikeปรับระบบการจัดหมวดรองเท้าวิ่งถนน (Road Running Shoes) ใหม่ในปี 2025
ในยุคที่การวิ่งเป็นที่นิยมทั่วโลก ผู้คนสนใจการวิ่งมากขึ้นทุกปีด้วยกระแสที่โตอย่างต่อเนื่อง ยังไม่พอเราอยู่ในยุคที่แบรนด์ไหนทำดีกว่า แบรนด์นั้นย่อมได้เปรียบ
ตลาดรองเท้าวิ่งในยุคนี้จึงมีแต่รองเท้าดีๆ สวยๆ แรงๆ ล้ำๆ ให้เลือกซื้อกันไม่ไหว ยังไม่นับ Local แบรนด์ในต่างประเทศที่เติบโตกลายเป็น Culture products อย่าง Track Smith, Satisfy, Soar และมีอีกเยอะมากๆ ที่ราคาไม่ใช่ถูกๆแต่ขายได้ หาซื้อยาก ของขาดตลาด
แน่นอนว่าผู้บริโภคมีตัวเลือกเยอะกว่าเดิมมาก และแบรนด์ใหญ่ๆก็ต้องปรับตัวเยอะมากหากยังอยากชนะในเกมที่นักวิ่งพร้อมจะย้ายค่ายได้เสมอ
ก่อนจะเข้าเรื่องต้องท้าวความกลับไปก่อนว่าตั้งแต่ BRS เปลี่ยนมาเป็น Nike ตอนนี้ก็ผ่านมา 54 ปีแล้ว แน่นอนว่าlearning curveของNikeต้องมีไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก การทำงานร่วมกับนักกีฬาระดับโลก และการเป็นผู้นำตลาดในบางช่วงย่อมผลักดันให้แบรนด์ไม่หยุดนิ่ง
ก่อนจะมาเป็นการแบ่งประเภทรองเท้า Cushion / Speed / Racing แบบทุกวันนี้ (ซึ่งวันนี้ผมจะเน้นไปที่รองเท้าประเภท Cushion ของ Nike เป็นหลัก) ผมอยากเล่าให้ฟังก่อนว่าเมื่อก่อนมีการแบ่งประเภทรองเท้ายังไงบ้าง
ก่อนปี 2010 - Nike แบ่งกลุ่มรองเท้าตามลักษณะการลงเท้า
1. Neutral - สำหรับนักวิ่งที่ลงเท้าปกติ ไม่มีการเอียงเข้าหรือออกมาก
2. Stability - สำหรับนักวิ่งที่ลงเท้าแบบ Overpronation
3. Motion Control - สำหรับนักวิ่งที่มีการลงเท้าแบบ Overpronation มาก ต้องการการควบคุมพิเศษ
ปี 2011-2015 - Nike เปลี่ยนมาเน้นระดับความนุ่มของรองเท้าแทนหรือก็คือ Cushion ที่เราจะพูดถึงในวันนี้
1. Cushioned - เน้นโฟมนุ่ม ใส่สบาย เช่น Nike Pegasus, Nike Vomero
2. Lightweight - เบา คล่องตัว เช่น Nike Zoom Elite
3. Structured Cushioning - เพิ่มความมั่นคง เช่น Nike Structure
ซึ่งจะเห็นได้ว่าจริงๆชื่อเหล่านี้ที่เราคุ้นๆกัน ก็เริ่มต้นมานานแล้วบางตัวก็รอดและบางตัวก็ไม่ได้ไปต่อ
ปี 2016-2019 - Nike ปรับมาแบ่งตามวัตถุประสงค์การวิ่ง
1. Everyday Running - ใช้ได้ทุกวัน เช่น Nike Pegasus, Nike Vomero
2. Speed Training - น้ำหนักเบา เพิ่มสปีด เช่น Nike Zoom Fly, Nike Streak
3. Racing - ใช้แข่งจริง เช่น Nike Vaporfly
ปี 2020-2022 - Nike เพิ่มกลุ่มประเภทการใช้งานรองเท้าเป็น 4 กลุ่ม แต่กลุ่มที่เพิ่มมาจะไม่ใช่ Road Running Shoes ที่สามารถวิ่งRoadได้
1. Cushioning รองรับแรงกระแทกสูงสุด เช่น Nike Invincible, Nike Vomero
2. Speed - รองเท้าซ้อมความเร็ว เช่น Nike Zoom Fly, Nike Streakfly
3. Racing - รองเท้าแข่ง เช่น Nike Vaporfly, Nike Alphafly
4. Trail Running - รองเท้าวิ่งเทรล เช่น Nike Terra Kiger, Nike Pegasus Trail
ถ้าเราโฟกัสที่ปัจจุบันสำหรับรองเท้า Road Running Shoes จากปี 2023 ถึงปัจจุบัน แน่นอนว่ายังคงแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักคือ Cushioning / Speed / Racing ครับ
เล่ามายืดยาวเพราะอยากจะบอกทุกคนว่า ผมว่าปีนี้เป็นปีที่น่าสนใจหลังจากที่ Nike เงียบมานานไม่ได้มี wow innovation ออกมาแล้วคนตื่นเต้นเหมือนช่วงปี 2017-2021 ที่ Nike เป็นแบรนด์แรงๆที่ทำ Super shoe ออกมาก่อนเพื่อนเสมอ
ปีนี้ Nike เริ่มจากการเปิดตัวรองเท้ากลุ่มของ Cushioning ก่อนเพราะกลุ่มรองเท้าประเภทนี้เป็นกลุ่มที่นักวิ่งส่วนใหญ่รวมถึงลูกค้าของNikeเองให้ความสำคัญมากที่สุดหรือพูดง่ายๆก็คือขายดีที่สุดนั่นเอง ดีกว่ากลุ่ม Speed และ Racing ซะอีก ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าด้วย
แต่ปีนี้ Nike เจาะละเอียดในกลุ่ม Cushioning ให้ด้วยเลย ให้จำง่ายๆเหลือแค่ 3 รุ่น คือ Structure, Pegasus, Vomero ไม่มีชื่อรุ่นอื่นๆสะเปะสะปะให้จำยาก (ในตลาดอาจจะยังมีขายอยู่บ้างแต่) โดยในแต่ละรุ่นจะมีแบ่งเป็น 3 ระดับ ผมเรียกง่ายๆว่า ระดับทั่วไป (ICON) ระดับรองท็อป (Plus) และระดับท็อป (Premium) แล้วกันครับ
เมื่อเราพูดถึงความ Cushioning หรือความสบายมาก รองรับแรงกระแทกได้ดี ช่วยประหยัดพลังงาน สามารถใส่เดินเล่นและวิ่งได้ทุกวัน ดังนั้นรองเท้าทั้ง 3 กลุ่มนี้ก็จะตอบสนองความใส่สบายทั้งหมด
เอ้า แล้วเราจะเลือกแบบไหนให้สบายเราละ นั่นแหละครับคือสิ่งที่ Nike เลือกที่จะนำเสนอใหม่ในปีนี้ คือ ให้นักวิ่งทั้งหลายเลือกรองเท้าที่นุ่มสบายในแบบที่ตัวเองชอบโดยที่พยายามที่จะทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างรุ่นและระดับให้น้อยที่สุด และเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีกำลังทรัพย์ต่างกันเข้าถึงได้ด้วย
ของแบบนี้ความชอบใครความชอบมันครับ ผมว่าคงต้องลอง แต่สิ่งที่ Nike บอกก็คือ
Pegasus - ให้ความนุ่มแบบตอบสนอง(Responsive cushioning) ย้อนกลับช่วยให้ Energy return ใส่วิ่งได้ทั้งวัน ส่วนตัวผมลองระดับ ICON เริ่มต้น และระดับท็อปPremium แล้ว ความรู้สึกในการสวมใส่ใกล้เคียงกันเพราะทรงรองเท้าไปทางเดียวกัน แต่เรื่องการตอบสนองต่างกันชัดเจน ความสนุกก็ต่างกับสมกับเป็นระดับท็อปครับ เท่มากตรงที่ใช้นวัตกรรม 3 อย่างของ Nike มาอยู่ในคู่เดียว (โฟม Zoom X, Air Zoom เต็มแผ่น, ปิดด้วยโฟม React X)
Vomero - ให้ความนุ่มสบายแบบขั้นสุด (Maximum cushioning) แต่ยังเท่อยู่ด้วยความที่เอาโฟม Zoom X ประกบกับ โฟม React X จะเห็นว่ารุ่นนี้ตัดความResponsiveโดยไม่มี Air Zoom เหมือนกับรุ่น Pegasus
Structure - ให้ความสบายแต่ก็ยังให้ความมั่นคงที่แตกต่างกับ Pegasus และ Vomero ด้วย ณ ตอนที่ผมเขียนนี้ Nike ยังไม่ปล่อยภาพหรือตัวจริงออกมา แต่จากที่เห็นคนรีวิว Pegasus ระดับ Premium และ Vomero ระดับ Premium แล้วตอนกดน้ำหนักแล้วบิดเท้าไปมาจะมีความโคลงเคลงให้เห็นชัด ผมคิดว่ารุ่นStructureทั้งหมด จะออกมาชดเชยในส่วนนี้ที่รุ่นอื่นในกลุ่มเดียวกันให้ไม่ได้ครับ
เป็นยังไงบ้างครับ วิวัฒนาการของNike ที่ปีนี้เล่นใหญ่ เล่นเท่ พยายามจะบอกว่าเราพร้อมจะกลับมาเขย่าวงการอีกครั้ง หลังจากที่ CEO คนใหม่ของNikeเข้ามารับตำแหน่ง น่าจะถึงเวลาที่มีอะไรน่าสนใจให้เราติดตามออกมาเรื่อยๆครับ
อย่าลืมว่า Cushioing นี่เป็นแค่กลุ่มแรกของปีนี้เองนะครับที่มีการเปิดตัวและยังไม่ครบทุกรุ่นเลย แล้วยังไม่นับ กลุ่ม Speed และ Racing อีก น่าจะมีอะไรให้น่าติดตามอีกเยอะครับ พอจะพูดถึงรองเท้าในกลุ่ม Racing อย่างNike Alphafly แล้วก็คงจะไม่ยอมให้มีใครมาทำลายสถิติ WR ที่เกิดขึ้นจากรองเท้ารุ่นนี้ โดย Kelvin Kiptum ที่ยังครองบัลลังค์และยังไม่มีใครโค่นลงได้ใช่ไหมครับ
ก่อนจะจากกันไปผมอยากฝากประโยคนึงจากคุณ Marian Dougherty, Senior Director, Running Footwear Product ที่ตอบทุกคำถามชัดเจนว่าทำไมปีนี้ Nike ถึงเลือกเดินหมากแบบนี้ ที่ว่า
"We know runners just want a shoe that feels right for their daily runs. They don't want to overthink it, That's why we have streamlined our offerings and created clear distinction between them so runners can easily find what they need. It's all about finding that sweet spot so runners can just lace up and hit the road.”
เค้าคิดเผื่อเราไปถึงขั้นที่ว่า หากคุณพึ่งซ้อมวิ่งเร็วมากๆมาและอยากจะได้รองเท้าที่มีการองรับที่ดี มี energy return ดีๆ การใช้ Nike Pegasus ก็จะเหมาะที่สุด หรือหากคุณต้องการรองเท้าที่ให้ความนุ่มสบายเป็นพิเศษ สำหรับการวิ่งระยะไกลแบบผ่อนคลาย Nike Vomero จะเหมาะที่สุด แต่ถ้าคุณกำลังมองหารองเท้าที่ให้ความมั่นคงและช่วยควบคุมการวิ่ง Nike Structure คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด
หวังว่าจะชอบบทความแรกนะครับ❤️🔥