12/11/2021
ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเยาวชน
เมื่อสัปดาห์ก่อน รัฐบาลของ ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของญี่ปุ่น ประกาศจะแจกเงินสด หรือบัตรกำนัล มูลค่ารวมกัน 100,000 เยน หรือราว 28,858 บาท ให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะเริ่มใช้ในสิ้นเดือนนี้
แผนการแจกเงินนี้ มีมูลค่ารวมหลายแสนล้านดอลลาร์ เป็นหนึ่งในคำมั่นสัญญาที่พรรค Komeito พรรคพันธมิตรกับพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของรัฐบาล ที่ใช้หาเสียงเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะมีการแจกจ่ายเงินตามแผนในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) ปี 2565 หรือปีหน้า
พรรค Komeito ยืนยันว่าเด็กทุกคนควรจะได้รับสิทธิ์นี้โดยไม่คำนึงถึงรายได้ของผู้ปกครอง อย่างไรก็ตาม แนวคิดที่จะไม่แจกให้กับเด็กที่ครอบครัวร่ำรวยอยู่แล้ว ก็ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกัน เนื่องจากที่ผ่านมา มีหลายฝ่ายออกมาระบุถึงความไม่เหมาะสม
ขณะที่บางคนตั้งคำถามถึงการแจกเงิน ว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้เท่าไร เพราะคนส่วนใหญ่เลือกที่จะออมเงินแทนที่จะใช้จ่าย ทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้เพียงเล็กน้อย
หันกลับมามองไทย ปัจจุบันก็ยังไม่มีโครงการแจกเงินสำหรับกลุ่มผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี มีเพียงมาตรการลดค่าเทอม และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองด้วยการแจกเงิน 2,000 บาทเท่านั้น
แต่คำถามคือ แล้วไทยจำเป็นไหมที่จะต้องแจกเงินให้กับกลุ่มผู้ที่อายุน้อยกว่า 0-18 ปี
#มาตรการเยียวยาไทยไม่ครอบคลุมแรงงานอายุ 15-17 ปี
จนถึง ณ ตอนนี้ อย่างที่บอกไปว่าไทยยังไม่เคยแจกเงินกลุ่มผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี มีเพียงกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้นที่ได้รับเงินผ่านโครงการไม่เราทิ้งกัน เราชนะ และมาตราเยียวยาสำหรับผู้ประกันมาตรา 33, 39 และ 40
แต่รู้หรือไม่ แรงงานในไทยที่กำหนดไว้คือ ผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป
ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2563 พบว่า มีกำลังแรงงานอายุ 15-19 ปี อยู่ที่ 607,879 คน นั่นหมายความว่า ที่ผ่านมา หนึ่งในกลุ่มตัวเลขนี้ที่อายุ 15-17 ปี ไม่เคยได้รับการเยียวยาเลย แม้ว่าจะเป็นแรงงานที่อาจได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ไม่ต่างจากแรงงานทั่วไป เช่น ออกไปทำงานไม่ได้
#กลุ่มอายุ 0-14 ปี เป็นอย่างไร มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ประเทศไทย เคยทำการสำรวจในปี 2562 พบว่า ต้นทุนการเลี้ยงดูบุตร 1 คน ตั้งแต่แรกเกิดจนก่อนอายุ 15 ปีบริบูรณ์ มีค่าใช้จ่ายที่ทั้งหมดอยู่ที่ 1,573,121 บาท
ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่รายได้ของครอบครัวลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ แต่ยังต้องแบกค่าใช้จ่ายมากขึ้นในช่วง COVID-19 ทั้งการเรียนออนไลน์ที่ต้องเสียค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอุปกรณ์ เช่น แท็ปแล็ต มากขึ้น หรือขณะที่บางครอบครัวอาจต้องออกไปทำงาน จึงต้องเสียเงินเพื่อจ้างพี่เลี้ยงเพิ่มขึ้น
ดังนั้นแล้ว เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น ญี่ปุ่นต้องการแจกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่สำหรับไทย อาจเป็นการแจกเพื่อลดภาระผู้ปกครองมากกว่า แล้วเงินจำนวน 2,000 บาทที่รัฐบาลแจกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา เป็นจำนวนที่เพียงพอหรือไม่
#มาตรการช่วยเหลือช่วง COVID-19 ของญี่ปุ่น
ส่วนมาตรการเยียวยาของญี่ปุ่น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ญี่ปุ่นแจกเงินให้กับประชาชน ที่ผ่านรัฐบาลเคยประกาศแจก 100,000 เยน หรือราว 28,858 บาทให้กับประชาชนทุกคน
รวมถึงยังมีมาตรการช่วยเหลือธุรกิจ เช่น ให้เงินอุดหนุน 2 ล้านเยนสำหรับธุรกิจ SMEs และ 1 ล้านเยนสำหรับธุรกิจส่วนตัว และยังมีมาตรการช่วยเหลือเรื่องค่าเช่า และอื่นๆ ด้วย
ล่าสุด นอกจากวางแผนจะแจกเงิน 100,000 เยนให้ผู้ที่อายุน้อยกว่า 18 ปีแล้ว ยังวางแผนที่จะแจกเงินเพิ่มอีก 50,000 เยนให้กับครอบครัวยากจนด้วย
สุดท้ายนี้ หรือจริงๆ แล้วการเยียวยาอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด แต่การระดมฉีดวัคซีน เพื่อให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาพปกติที่สุดจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ที่มา
https://asia.nikkei.com/Spotlight/Coronavirus/Japan-plans-to-give-880-to-people-18-years-or-younger
http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/02.aspx
https://www.econ.cmu.ac.th/econmag/journals/issue23-1_4.pdf
ติดตามบทความและ VDO ของ Affluent Times
Facebook : https://bit.ly/2VcGqai
YouTube : https://bit.ly/3A9JEd