Nextwider nextwider.com เว็บไซต์บทความข่าวสารด้านเทคโนโลยี

10/05/2026

SpaceX ทดสอบจุดเครื่องยนต์ Starship V3 เตรียมทะยานสู่ห้วงอวกาศ l Nextwider

07/05/2026

“อวกาศคือโอกาส และความได้เปรียบของเราคือการเป็นผู้เล่นที่มีคู่แข่งน้อยในภูมิภาคนี้ เราต้องหาจุดแข็งที่เราเก่งที่สุดในโลกให้เจอ เพื่อให้ทุกดาวเทียมหรือทุกซอฟต์แวร์ในโลกต้องเรียกใช้เทคโนโลยีจากไทย ผมพร้อมจะผลักดัน พ.ร.บ. กิจการอวกาศ ให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อเปลี่ยนความรู้ในห้องแล็บให้เป็นสินทรัพย์ที่ยั่งยืนของคนไทย” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย พร้อมให้กำลังใจบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในอุตสาหกรรมที่ท้าทายนี้

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) .
เยี่ยมชมความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ณ GISTDA (จิสด้า) ภายในอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
7 พฤษภาคม 2569
#พรรคเพื่อไทย #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์

03/05/2026

1. **Beanie** (บีน-นี่) หมวกไหมพรมที่เป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์แรกของ Sabi ซึ่งติดตั้งเซ็นเซอร์เพื่อถอดรหัสความคิดให้เป็นข้อความ
2. **Wearable** (แวร์-อะ-เบิล) เทคโนโลยีหรืออุปกรณ์สวมใส่ได้ เช่น หมวกอัจฉริยะที่ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัดฝังเข้าไปในร่างกาย
3. **Brain-Computer Interface / BCI** (เบรน-คอม-พิว-เตอร์-อิน-เทอร์-เฟซ) อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่สร้างช่องทางการสื่อสารโดยตรงระหว่างสมองของมนุษย์กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ภายนอก
4. **Electroencephalography / EEG** (อี-เล็ก-โทร-เอ็น-เซฟ-ฟา-โล-กราฟ-ฟี) การตรวจและบันทึกคลื่นไฟฟ้าสมอง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่หมวกของ Sabi ใช้รับสัญญาณความคิด
5. **Sensor** (เซ็น-เซอร์) อุปกรณ์ตรวจจับหรือรับสัญญาณประสาทขนาดเล็กจิ๋ว ซึ่งหมวกของ Sabi ติดตั้งไว้มากถึง 70,000 ถึง 100,000 ตัว
6. **Decode** (ดี-โค้ด) การถอดรหัสข้อมูลกิจกรรมทางประสาทหรือคำพูดภายในใจ แล้วแปลงให้กลายเป็นคำสั่งหรือตัวอักษรบนหน้าจอ
7. **Non-invasive** (นอน-อิน-เว-ซีฟ) สิ่งที่ไม่เป็นการรุกล้ำเข้าสู่ร่างกาย หรืออุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัดเจาะกะโหลกศีรษะ
8. **Implant** (อิม-แพลนต์) อุปกรณ์ฝังในร่างกายหรือชิปฝังสมอง ซึ่งเป็นรูปแบบเทคโนโลยีที่ตรงข้ามกับอุปกรณ์สวมใส่ภายนอกของ Sabi
9. **Artificial Intelligence / AI** (อาร์-ทิ-ฟิ-เชียล-อิน-เทล-ลิ-เจนซ์) ปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกนำมาใช้สร้างแบบจำลองเพื่อเรียนรู้และแปลผลสัญญาณสมองของผู้สวมใส่แบบเรียลไทม์
10. **Encrypt** (เอ็น-คริปต์) การเข้ารหัสข้อมูลทางประสาทตั้งแต่ต้นทางก่อนส่งไปยังระบบคลาวด์ เพื่อรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสูงสุดของผู้ใช้

30/04/2026

ญี่ปุ่นกำลังตกขบวนการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้กับจีน เหมือนที่เคยพลาดตกขบวนรถยนต์ไฟฟ้า

30/04/2026
29/04/2026
Starship V3 ก้าวกระโดดของมนุษยชาติสู่ระบบสุริยะเป้าหมายสูงสุดของบริษัท SpaceX ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการส่งดาวเทียมหรือมนุษย...
25/04/2026

Starship V3 ก้าวกระโดดของมนุษยชาติสู่ระบบสุริยะ

เป้าหมายสูงสุดของบริษัท SpaceX ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการส่งดาวเทียมหรือมนุษย์ขึ้นสู่วงโคจรโลก แต่คือการเปิดประตูให้มนุษยชาติสามารถเดินทางออกไปตั้งถิ่นฐานในระบบสุริยะ และไกลออกไปในอนาคต

แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบก้าวกระโดดตั้งแต่แรก หากแต่เป็นผลลัพธ์ของการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้การนำของ Elon Musk ที่เลือกสร้างรากฐานผ่านจรวด Falcon 1, Falcon 9, Falcon Heavy และยาน Dragon เพื่อสะสมองค์ความรู้และลดความเสี่ยงทางธุรกิจ เพราะการพยายามสร้างจรวดขนาดยักษ์ตั้งแต่ต้นอาจนำไปสู่ความล้มเหลวทางการเงินได้

จากรากฐานดังกล่าว วันนี้ SpaceX กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีอวกาศด้วย Starship Version 3 (V3) ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นหัวใจสำคัญของภารกิจระดับประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการนำมนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์ หรือการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร Starship เป็นระบบจรวดแบบนำกลับมาใช้ใหม่ได้เต็มรูปแบบ (Fully reusable) ประกอบด้วยสองส่วนหลักคือ “Ship” หรือยานอวกาศส่วนบน และ “Booster” หรือจรวดขับดันส่วนล่าง ขนาดอันมหึมาของมันไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างสถิติ แต่เป็นข้อกำหนดเชิงวิศวกรรมที่จำเป็นต่อการบรรลุภารกิจระยะไกลในอวกาศ

การออกแบบใหม่ทั้งหมด บทเรียนจากอดีตสู่ V3

Starship V3 ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ Ship 39 ถือเป็นการออกแบบใหม่แบบยกเครื่อง (Clean sheet design) โดยนำบทเรียนจากปัญหาทั้งด้านประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของ V1 และ V2 มาปรับปรุงอย่างจริงจัง ยานรุ่นนี้ถูกยกระดับความสามารถในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่วงโคจรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การคงสถานะในอวกาศได้นานถึง 48 ชั่วโมง การเชื่อมต่อกับยานลำอื่น (Docking) และที่สำคัญที่สุดคือ ระบบถ่ายโอนเชื้อเพลิงในอวกาศ (Propellant transfer) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหัวใจที่จะทำให้ภารกิจเดินทางข้ามดาวเคราะห์กลายเป็นจริง

ควบคู่กันนั้น เครื่องยนต์ Raptor ก็ได้รับการพัฒนาไปสู่รุ่นที่ 3 หรือ Raptor 3 ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากประสบการณ์การผลิตเครื่องยนต์รุ่นก่อนหน้ากว่า 600 เครื่อง แนวทางของรุ่นใหม่นี้เน้น “ความเรียบง่าย” ลดจำนวนชิ้นส่วน รวมระบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทำให้สามารถผลิตได้เร็วขึ้น ต้นทุนต่ำลง น้ำหนักเบาลง และมีความน่าเชื่อถือสูงขึ้น เป้าหมายระยะยาวคือการทำให้เครื่องยนต์จรวดสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้บ่อยครั้งในระดับใกล้เคียงกับเครื่องยนต์เครื่องบินพาณิชย์

ปรัชญาการพัฒนาทดสอบเหมือนบินจริง

SpaceX ยึดหลักการพัฒนาที่แตกต่างจากอุตสาหกรรมอวกาศแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน นั่นคือแนวคิด “Test like you fly and fly like you test” หรือการทดสอบให้เหมือนกับการใช้งานจริงมากที่สุด วิธีการนี้ทำให้บริษัทสามารถเรียนรู้จากความล้มเหลวได้อย่างรวดเร็ว และปรับปรุงระบบได้อย่างต่อเนื่อง

ความก้าวหน้าของ Starship รุ่น V1 แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน เมื่อใช้เวลาเพียง 5 เที่ยวบินก็สามารถพัฒนาจากการปล่อยขึ้นครั้งแรก ไปสู่ความสำเร็จในการนำ Booster กลับมาที่ฐานและใช้แขนกลยักษ์ “Chopsticks” คีบจับได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จทางวิศวกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์อวกาศ

อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป การทดสอบหลายครั้งต้องเผชิญกับความล้มเหลวที่รุนแรง เช่น การระเบิดของ Ship 36 ที่ศูนย์ทดสอบ Massey’s ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทั้งตัวจรวดและโครงสร้างพื้นฐาน หรือเหตุการณ์ของ Booster 18 ที่เกิดการระเบิดระหว่างทดสอบระบบแรงดัน แม้จะไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ก็สะท้อนถึงความซับซ้อนของระบบที่กำลังพัฒนา

Booster 19 บททดสอบความแข็งแกร่งของ V3

เมื่อเข้าสู่ยุคของ V3 การทดสอบ Booster 19 หรือ B19 ซึ่งเป็น Booster รุ่นใหม่ลำที่สอง กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ขั้นตอนเริ่มต้นด้วยการทดสอบ Cryo-proof โดยเติมเชื้อเพลิงเหลวอุณหภูมิต่ำถึงประมาณ 80 เคลวินเข้าสู่ตัวจรวด กระบวนการนี้ใช้เวลานานถึง 12 ชั่วโมง เพื่อจำลองสภาพการทำงานจริง

การทดสอบสำคัญคือ Static Fire ซึ่งเป็นการจุดระเบิดเครื่องยนต์บนฐาน ในครั้งแรกทีมงานเลือกจุดระเบิดเพียง 10 จาก 33 เครื่องยนต์ เพื่อลดความเสี่ยง แม้จะสามารถจุดติดได้สำเร็จ แต่ระบบตรวจจับได้สั่งยกเลิกฉุกเฉิน ส่งผลให้เกิดการดับเครื่องอย่างรุนแรงจนเครื่องยนต์จำนวนมากได้รับความเสียหาย และต้องเปลี่ยนชุดเครื่องยนต์ใหม่

ในการทดสอบครั้งถัดไปที่พยายามจุดเครื่องยนต์ทั้ง 33 ตัวพร้อมกัน ระบบก็ยังคงสั่งยกเลิกอีกครั้งจากค่าความดันที่ผิดปกติในท่อร่วม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายระดับสูงของการควบคุมแรงสั่นสะเทือนและแรงดันมหาศาล ซึ่งยากต่อการจำลองในสภาพแวดล้อมภาคพื้นดิน

ความหวาดระแวงที่นำไปสู่ความสำเร็จ

แม้หลายการทดสอบจะจบลงด้วยการยกเลิกหรือความเสียหาย แต่สำหรับวิศวกรของ SpaceX ทุกเหตุการณ์คือ “ข้อมูล” ที่มีค่าอย่างยิ่ง การที่สามารถจุดเครื่องยนต์จำนวนมากและหยุดการทำงานได้อย่างปลอดภัยก่อนเกิดหายนะ ถือเป็นความสำเร็จในอีกมุมหนึ่ง

ปรัชญาที่ทีมงานยึดถือคือ “Only the paranoid survive” หรือ “มีเพียงคนที่หวาดระแวงเท่านั้นที่จะรอด” ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อยที่สุด และการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันความล้มเหลวในอนาคต

สิ่งที่ SpaceX กำลังทำไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เป็นสิ่งที่ “ยังไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน” การพัฒนา Starship V3 จึงไม่ใช่แค่การสร้างจรวดรุ่นใหม่ แต่คือการวางรากฐานของอารยธรรมมนุษย์ในอวกาศ และอาจเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์การสำรวจจักรวาลไปตลอดกาล



ที่มาของข้อมูล

Three years since the first flight of Starship, the next generation is here. New ship. New booster. New engines. New pad and new test site. SpaceX engineers are working to solve one of the most difficult engineering challenges in history: developing a fully, rapidly reusable rocket https://x.com/SpaceX/status/2047800137133756633

ระบบคอมพิวเตอร์นำทางสำหรับโครงการ Apollo Program ถือเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าทางวิศวกรรมที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของมน...
25/04/2026

ระบบคอมพิวเตอร์นำทางสำหรับโครงการ Apollo Program ถือเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าทางวิศวกรรมที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ โดยเฉพาะ Apollo Guidance and Navigation Computer หรือ AGNS ซึ่งทำหน้าที่เป็นสมองหลักในการควบคุมและนำทางยานอวกาศท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไร้ทิศทางแบบที่มนุษย์ไม่เคยเผชิญมาก่อน

การเดินทางไปดวงจันทร์ไม่ใช่เพียงการขับเคลื่อนยานให้ถึงจุดหมาย แต่ต้องอาศัยการคำนวณตำแหน่ง ความเร็ว และทิศทางอย่างแม่นยำระดับสูงสุดในทุกวินาที คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กนี้ซึ่งได้รับการออกแบบโดย MIT Instrumentation Laboratory และผลิตโดย Raytheon จึงกลายเป็นหัวใจของภารกิจทั้งหมด

หัวใจสำคัญของระบบนำทางคือการผสานการทำงานระหว่างเครื่องมือวัดความเฉื่อย (IMU) และกล้องเซกแทนต์ ซึ่งเป็นการนำหลักการเดินเรือโบราณมาประยุกต์ใช้ในอวกาศ IMU ทำหน้าที่ตรวจจับการเคลื่อนที่ผ่านไจโรสโคปและเครื่องวัดความเร่ง เพื่อรักษาทิศทางอ้างอิงของยาน ขณะที่กล้องเซกแทนต์ถูกใช้โดยนักบินอวกาศในการวัดมุมระหว่างดวงดาวกับจุดอ้างอิงบนโลก เช่น แนวชายฝั่งหรือภูมิประเทศสำคัญ

เมื่อได้ค่ามุมที่แม่นยำ นักบินจะป้อนข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์เพื่อคำนวณตำแหน่งจริงของยานในอวกาศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มี “ทิศเหนือ” หรือ “ทิศใต้” แบบที่มนุษย์คุ้นเคย กระบวนการนี้ต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก เพราะความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ยานพลาดเป้าหมายไปหลายร้อยกิโลเมตร

อีกหนึ่งจุดเด่นที่สะท้อนการออกแบบเชิงมนุษย์ของระบบคือวิธีการสื่อสารระหว่างนักบินอวกาศกับคอมพิวเตอร์ผ่านแผงควบคุม DSKY ซึ่งใช้ระบบ “คำกริยาและคำนาม” หรือ Verb และ Noun แทนคำสั่งที่ซับซ้อน นักบินไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรม แต่เพียงป้อนรหัสตัวเลข เช่น เลือกคำกริยาเพื่อบอกว่าต้องการให้คอมพิวเตอร์ทำอะไร และเลือกคำนามเพื่อระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

วิธีนี้ทำให้การควบคุมระบบที่ซับซ้อนสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและลดความผิดพลาดจากมนุษย์ ถือเป็นต้นแบบของการออกแบบ Human-Computer Interaction ในยุคแรก ๆ ที่เน้นความเรียบง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพ

ในด้านสถาปัตยกรรม คอมพิวเตอร์อพอลโลเป็นตัวอย่างของการย่อส่วนเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากในยุคนั้น ภายในใช้ไมโครเซอร์กิตกว่า 4,300 ตัว เพื่อสร้างวงจรตรรกะทั้งหมดในขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบาพอสำหรับการใช้งานในยานอวกาศ

หน่วยความจำถูกแบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ หน่วยความจำแบบลบเลือนได้สำหรับการคำนวณชั่วคราว และหน่วยความจำแบบคงที่ที่ใช้เก็บโปรแกรมหลักและข้อมูลสำคัญ เช่น แผนที่ดวงดาว สิ่งที่น่าสนใจคือหน่วยความจำแบบคงที่นี้ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคนิค “Core Rope Memory” ซึ่งเป็นการถักทอสายไฟผ่านแกนแม่เหล็กด้วยมือ ทำให้ข้อมูลถูก “ฝัง” อยู่ในฮาร์ดแวร์โดยตรง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในระดับสูงสุด

กระบวนการผลิตโดยบริษัท Raytheon ใช้รูปแบบการทดสอบ Environmental Testing และ System Integration Testing ตอกย้ำมาตรฐานความน่าเชื่อถือของระบบนี้ ชิ้นส่วนทุกชิ้นต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการเหวี่ยงด้วยแรงถึง 20,000 เท่าของแรงโน้มถ่วงโลกเพื่อตรวจหาความผิดปกติ การทดสอบการรั่วไหลด้วยก๊าซฮีเลียม หรือการเปิดใช้งานต่อเนื่องภายใต้สภาวะที่หนักหน่วงเป็นเวลาหลายวัน หากพบความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในล็อตการผลิต ชิ้นส่วนทั้งหมดจะถูกปฏิเสธทันที

นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยีการประกอบขั้นสูง เช่น การเชื่อมสายไฟแทนการบัดกรี และการใช้เครื่องจักรพันสายไฟอัตโนมัติเพื่อลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ล้ำหน้าอย่างมากในยุคทศวรรษ 1960

ก่อนนำไปใช้งานจริง ระบบทั้งหมดต้องผ่านการทดสอบขั้นสุดท้ายในสภาพแวดล้อมจำลองที่ใกล้เคียงกับอวกาศมากที่สุด ตั้งแต่การทดสอบอุณหภูมิสุดขั้ว การสั่นสะเทือนรุนแรง ไปจนถึงการทดสอบการทำงานร่วมกับระบบอื่นในยาน คอมพิวเตอร์ยังมีโปรแกรมตรวจสอบตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องในทุกสถานการณ์ กระบวนการตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดสำคัญของโครงการอพอลโล นั่นคือ “ความผิดพลาดไม่ใช่ตัวเลือก”

เมื่อมองย้อนกลับไป ระบบคอมพิวเตอร์นำทางของอพอลโลไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับภารกิจดวงจันทร์เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมัยใหม่หลายด้าน ตั้งแต่การออกแบบซอฟต์แวร์แบบเรียลไทม์ การพัฒนาไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงแนวคิดการออกแบบระบบที่ต้องมีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ความสำเร็จของมันพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้เทคโนโลยีในยุคนั้นจะมีข้อจำกัดมากเมื่อเทียบกับปัจจุบัน แต่มนุษย์ก็สามารถสร้างระบบที่ซับซ้อนและแม่นยำพอที่จะพาเราออกจากโลก ไปสู่ดวงจันทร์ และกลับมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์จนถึงทุกวันนี้

ที่มาของข้อมูล
MIT Science Reporter—"Computer for Apollo" (1965)
https://www.youtube.com/watch?v=ndvmFlg1WmE

23/04/2026

10 ข่าวเทคโนโลยีอวกาศที่น่าสนใจสำหรับวันนี้ (23 เมษายน 2026)
1. 🚀 Artemis II สำเร็จ — มนุษย์บินไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ ภารกิจ Artemis II ของ NASA (1–10 เมษายน 2026) พานักบินอวกาศ 4 คนโคจรรอบดวงจันทร์และกลับมาได้สำเร็จ ทำลายสถิติระยะทางไกลที่สุดจากโลก 252,756 ไมล์ ซึ่งไกลกว่า Apollo 13 ถึง 4,111 ไมล์ นับเป็นการบินออกนอกวงโคจรต่ำครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี และเป็นครั้งแรกที่ผู้หญิง, คนผิวสี และนักบินที่ไม่ใช่ชาวอเมริกันได้เดินทางสู่ห้วงอวกาศลึก (The Guardian)
2. 🛰️ FCC อนุมัติ AST SpaceMobile สร้างกลุ่มดาวเทียม 248 ดวง เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2026 FCC อนุมัติให้ AST SpaceMobile ปล่อยดาวเทียม 248 ดวงในวงโคจรต่ำ เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ตรงสู่สมาร์ทโฟนทั่วไปโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ ร่วมกับ Verizon, AT&T และ FirstNet ถือเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมต่อดาวเทียมโดยตรง (Direct-to-Device) (Satellite Today)
3. 🔴 Curiosity พบโมเลกุลอินทรีย์ใหม่บนดาวอังคาร ยานสำรวจ Curiosity ของ NASA ค้นพบโมเลกุลอินทรีย์ 21 ชนิดในหินที่ Gale Crater โดย 7 ชนิดไม่เคยพบบนดาวอังคารมาก่อน รวมถึง nitrogen heterocycle ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ถือว่าเป็นสารตั้งต้นของ RNA และ DNA ผลการวิจัยตีพิมพ์ใน Nature Communications (NASA JPL)
4. 🌌 กล้องโทรทรรศน์ Gaia ค้นพบ "คลื่นยักษ์" ในทางช้างเผือก กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Gaia ของ ESA ค้นพบคลื่นขนาดมหึมาที่กระเพื่อมออกจากใจกลางกาแล็กซีของเรา ทอดยาวหลายหมื่นปีแสง การค้นพบนี้ท้าทายความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับโครงสร้างและพลวัตของทางช้างเผือก (Innovation News Network)
5. 🚀 SpaceX ปล่อย Starlink ครั้งที่ 40 ของปี เมื่อคืนวันที่ 23 เมษายน SpaceX ปล่อยจรวด Falcon 9 บรรทุกดาวเทียม Starlink 24 ดวงจาก Vandenberg Space Force Base นับเป็นภารกิจ Starlink ลำดับที่ 40 ของปี 2026 ขณะที่ Starlink มีสมาชิกแล้วกว่า 10 ล้านรายทั่วโลก ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 (Spaceflight Now)
6. ⚠️ Blue Origin ระงับการปล่อย New Glenn หลังเกิดความผิดพลาด Blue Origin ระงับการปล่อยจรวด New Glenn ชั่วคราวหลังจากภารกิจเมื่อวันที่ 19 เมษายนส่งดาวเทียมไปยังวงโคจรผิดพลาด เนื่องจากเครื่องยนต์ขัดข้อง บริษัทและ FAA กำลังสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงดาวเทียม BlueBird 7 ของ AST SpaceMobile ที่ถูกประกันไว้ 30 ล้านดอลลาร์ก็สูญหายในภารกิจนี้ด้วย (Space Intel Report)
7. 🤖 หุ่นยนต์สำรวจดาวเคราะห์อัตโนมัติเร็วขึ้น 3 เท่า นักวิจัยทดสอบหุ่นยนต์กึ่งอัตโนมัติที่สามารถเคลื่อนที่จากหินก้อนหนึ่งไปยังอีกก้อนและวิเคราะห์ตัวอย่างได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากมนุษย์ ระบบนี้ทำภารกิจสำเร็จเร็วกว่าวิธีเดิมถึง 3 เท่า ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมการสำรวจดาวเคราะห์ในอนาคต (ScienceDaily)
8. 🌊 นักวิทยาศาสตร์เสนอวิธีตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงผ่านแสงอะตอม นักวิทยาศาสตร์เสนอแนวทางใหม่ในการตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วง โดยสังเกตการเปลี่ยนแปลงความถี่ของโฟตอนที่ปล่อยออกมาจากอะตอม คลื่นความโน้มถ่วงสามารถเปลี่ยนความถี่แสงในทิศทางต่างๆ ทิ้งร่องรอยที่ตรวจจับได้ เป็นแนวทางที่อาจเปิดยุคใหม่ของดาราศาสตร์คลื่นความโน้มถ่วง (ScienceDaily)
9. 🌍 Amazon ต้องปล่อยดาวเทียม Kuiper ครึ่งหนึ่งภายในกรกฎาคม 2026 Amazon กำลังเร่งปล่อยดาวเทียม Project Kuiper เพื่อให้ทันกำหนดเส้นตายของ FCC ที่ต้องปล่อยดาวเทียมครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 3,236 ดวงภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ก่อนจะเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมแข่งกับ Starlink (Wikipedia)
10. 🏗️ นักวิจัยศึกษาการใช้ดินดาวอังคารสร้างที่อยู่อาศัย นักวิจัยกำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการใช้ดินดาวอังคาร (Martian regolith) เป็นวัสดุก่อสร้างแทนการขนวัสดุจากโลก เพื่อสร้าง "โอเอซิสป้องกัน" สำหรับมนุษย์ที่จะอาศัยอยู่บนดาวอังคารในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจมีมนุษย์ไปดาวอังคาร (ScienceDaily / NASA)

ChatGPT Images 2.0  ภาพชัดขึ้น
22/04/2026

ChatGPT Images 2.0 ภาพชัดขึ้น

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Nextwiderผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Nextwider:

แชร์