Sparktrends ติดต่องาน PR sparkentertain .work@gmail .com

“ชัชชาติ” แจงน้ำท่วมรอระบาย หลังฝนถล่มทั่วกรุง สั่งเร่งระบายน้ำ-เตรียมพร้อมรับมือฝนคืนนี้ผู้ว่าฯ กทม. เผยปริมาณฝนเมื่อคื...
03/11/2025

“ชัชชาติ” แจงน้ำท่วมรอระบาย หลังฝนถล่มทั่วกรุง สั่งเร่งระบายน้ำ-เตรียมพร้อมรับมือฝนคืนนี้

ผู้ว่าฯ กทม. เผยปริมาณฝนเมื่อคืนสูงสุดกว่า 130 มม. เกินขีดรับระบบระบายน้ำ ยันเช้านี้แห้งเกือบหมด เหลือบางจุดก่อสร้างถนน-พื้นที่ต่ำ

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 — นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำหลังฝนตกหนักทั่วกรุงเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กทม. 2 เขตดินแดง เพื่อประเมินสถานการณ์และสั่งการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังอย่างเร่งด่วน

นายชัชชาติ เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักเมื่อคืนเกิดจากร่องความกดอากาศต่ำที่ขยับขึ้นมาปกคลุมกรุงเทพฯ หลังความกดอากาศสูงจากจีนเริ่มอ่อนกำลัง โดยฝนหยุดตกประมาณตี 2 วัดปริมาณฝนรวมสูงสุดที่จุดศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ 131.5 มิลลิเมตร รองลงมาคือ เขตบางนา 116.5 มม., เขตพระโขนง 115.5 มม. และสถานีสูบน้ำพระโขนง เขตคลองเตย 105.5 มม.

“ระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ ออกแบบไว้รองรับได้สูงสุดประมาณ 60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อคืนหลายพื้นที่เกินตัวเลขนั้นมาก ทำให้มีน้ำรอระบายหลายจุด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ กทม. ทั้งทีมหน้าบ้านและหลังบ้านทำงานตลอดทั้งคืน จนเช้านี้เวลา 10.00 น. น้ำในถนนหลักแห้งเกือบทั้งหมดแล้ว” ผู้ว่าฯ กล่าว

เขากล่าวต่อว่า ยังมีบางพื้นที่ที่น้ำยังขัง เช่น ถนนช่างอากาศอุทิศ (ซอย 15) เขตดอนเมือง และ ถนนอ่อนนุช (ซอย 59) ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างและจุดต่ำ ต้องวางแผนปรับระบบระบายน้ำในระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาอย่างถาวร

สำหรับแนวทางเร่งด่วน นายชัชชาติได้สั่งการให้สำนักการระบายน้ำ เปิดประตูระบายน้ำทุกจุด และเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลัง เพื่อเร่งระบายน้ำที่ค้างอยู่ในระบบลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมให้ตรวจสอบความพร้อมของ อุโมงค์ระบายน้ำหลัก สถานีสูบน้ำ และจุดเฝ้าระวังพิเศษ เพื่อรองรับฝนที่อาจตกซ้ำในคืนนี้

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า วันนี้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ ก่อนที่ปริมาณฝนจะเริ่มลดลงในช่วง 3 วันข้างหน้า

นายชัชชาติฝากประชาชนติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำแบบเรียลไทม์ได้ทาง
📍 Facebook: ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร
🌐 เว็บไซต์: https://weather.bangkok.go.th/Flood/

“อนุทิน” อารมณ์ดีหลังกลับไทย โพสต์เพลง “บ้านเรา” ปลื้ม “ไทยคืนจอเรดาร์โลก” — เผย “สี จิ้นผิง” พอใจรัฐบาลไม่เปิดคาสิโนพร้...
03/11/2025

“อนุทิน” อารมณ์ดีหลังกลับไทย โพสต์เพลง “บ้านเรา” ปลื้ม “ไทยคืนจอเรดาร์โลก” — เผย “สี จิ้นผิง” พอใจรัฐบาลไม่เปิดคาสิโน

พร้อมนำทีมรัฐมนตรีแถลงผลประชุมอาเซียน-เอเปค ชี้ภารกิจ “ทีมไทยแลนด์” เปิดประตูเศรษฐกิจใหม่ทั่วโลก ขณะ “จ๋า” ภริยา ยิ้มแย้มแต่นั่งรถคนละคัน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) — นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางกลับถึงประเทศไทยหลังเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’ Week) ครั้งที่ 32 ที่เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น นายกรัฐมนตรีมีสีหน้ายิ้มแย้ม และได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นเนื้อเพลง “บ้านเรา” ของ ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย ท่อนที่ว่า

> “บุญนำพา กลับมาถึงถิ่น ทรุดกายลงจูบดิน ไม่ถวิลอายใคร”

สื่อมองว่าเป็นการสื่อถึงความภาคภูมิใจที่ได้กลับมาพร้อมผลงานและชื่อเสียงของประเทศ

จากนั้น นายอนุทิน พร้อมคณะรัฐมนตรีชุด “ทีมไทยแลนด์” อาทิ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกรัฐบาล ได้ร่วมแถลงผลการประชุมต่อสื่อมวลชน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นความสำเร็จของทีมไทยแลนด์ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคง โดยได้พบปะผู้นำ 15 ประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ 3 แห่ง และผู้บริหารกว่า 20 บริษัทชั้นนำทั่วโลก “การเจรจาแต่ละวง เราเลือกพูดในสิ่งที่ไทยได้ประโยชน์จริง เพื่อนำรายได้กลับสู่ประชาชน ทั้งชาวไร่ชาวนา แรงงาน นักท่องเที่ยว และนักเรียนไทย”

นายอนุทินเผยว่า ไทยได้รับการจับตามองในฐานะ “ศูนย์กลางของภูมิภาค” ใน 4 ด้านหลัก ได้แก่

1. ความมั่นคงทางอาหาร

2. โลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่ง

3. ดิจิทัลและเทคโนโลยีสมัยใหม่

4. เศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานสะอาด

พร้อมเปิดตลาดข้าวและสินค้าเกษตรสู่ต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงขยายโควตาแรงงานไทยในเกาหลีใต้ และเปิดเส้นทางบินตรงเพิ่มกับแคนาดา เพื่อหนุนไทยเป็น “ฮับแห่งความมั่นคงทางอาหาร” ของเอเชีย

ในส่วนของความร่วมมือทวิภาคี นายอนุทินเปิดเผยว่า ไทย-สิงคโปร์เตรียมลงนาม MOU ด้านการค้าข้าว ไทย-มาเลเซียตกลงใช้ศักยภาพสินค้าเกษตรไทยหนุนห่วงโซ่อาหารโลก ขณะที่ไทยจะผลักดันการทบทวน FTA อาเซียน-อินเดียเพื่อลดอุปสรรคทางการค้า และยังได้หารือกับบรูไนในด้านอาหารฮาลาล การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการลงทุนร่วมในอนาคต

นายอนุทินยังกล่าวถึงการหารือกับประเทศมหาอำนาจว่า “ไทยได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งสหรัฐฯ จีน แคนาดา เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย” โดยเฉพาะจีนที่ “สี จิ้นผิง” ได้แสดงความพอใจ เมื่อทราบว่ารัฐบาลไทยไม่มีนโยบายเปิดคาสิโน ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยมากขึ้น ทั้งยังตกลงเพิ่มโควตาซื้อข้าวจากไทยอีก 500,000 ตัน

“ครั้งนี้คือการกลับมาของไทยบนเรดาร์โลก เรากลับมาในฐานะประเทศที่น่าเชื่อถือ มีศักยภาพ และยืนบนหลักผลประโยชน์ของชาติ” นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย พร้อมยืนยันว่า ทุกข้อตกลงระหว่างประเทศล้วนอยู่บนหลักกฎหมายและคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางจ๋า ภริยานายกรัฐมนตรี เดินทางมาพร้อมกันแต่โดยสารรถยนต์อีกคัน แสดงสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองของทีมรัฐบาลที่กลับถึงประเทศไทย.

โฆษกกองทัพบกยัน พร้อมปล่อยตัวเชลยศึก 18 นาย หาก “กัมพูชา” แสดงความจริงใจ-ปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลงชี้ถอนอาวุธหนักเพื่อลดผลกระ...
03/11/2025

โฆษกกองทัพบกยัน พร้อมปล่อยตัวเชลยศึก 18 นาย หาก “กัมพูชา” แสดงความจริงใจ-ปฏิบัติตาม 4 ข้อตกลง

ชี้ถอนอาวุธหนักเพื่อลดผลกระทบประชาชน แต่ยังคงกำลังและอาวุธป้องกันอธิปไตยแนวชายแดนครบ

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล — พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงถึงความคืบหน้าการถอนอาวุธหนักออกจากแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เป็นการถอนเฉพาะอาวุธยิงระยะไกล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดน แต่กองทัพยังคงมีกำลังและอาวุธระยะใกล้เพียงพอในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ

พล.ต.วินธัย ระบุว่า การเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้ศักยภาพการป้องกันชายแดนลดลง และได้มีการประสานกับชาวบ้านในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ชาวบ้านเข้าใจสถานการณ์และไม่ตื่นตระหนก เพราะกำลังพลยังคงอยู่ในพื้นที่ตามปกติ เพียงแต่มีการปรับตำแหน่งหน่วยบางส่วนให้อยู่ห่างจากแนวหน้าเท่านั้น

สำหรับกรณีเชลยศึกทหารกัมพูชาทั้ง 18 นายที่ยังอยู่ในการควบคุมตัว พล.ต.วินธัย ยืนยันว่า กองทัพบกดำเนินการตามหลักมนุษยธรรมและมาตรฐานสากล โดยมีคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เข้าตรวจเยี่ยมเป็นระยะ ทั้งนี้ ไทยพร้อมพิจารณาปล่อยตัวเชลยศึกทั้งหมด หากรัฐบาลกัมพูชาลดระดับความเป็นปฏิปักษ์ต่อไทยและปฏิบัติตาม “4 ข้อตกลง” ที่ได้หารือร่วมกันไว้ก่อนหน้า

“ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา หากฝ่ายกัมพูชามีความจริงใจและทำให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะลดความตึงเครียด ถือว่าเข้าเงื่อนไขในการปล่อยตัวได้” พล.ต.วินธัยกล่าว พร้อมย้ำว่า ไทยไม่ได้ถือผลประโยชน์ใดจากการควบคุมเชลยศึก แต่ยึดหลักกฎหมายและกติกาสากลเป็นสำคัญ

ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า จะมีการคืนเชลยศึกทั้งหมดภายในสัปดาห์หน้า พล.ต.วินธัย ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “ต้องติดตามกันต่อไป”

“ไอซ์ รักชนก” สวนแรง “ไผ่ ลิกค์” ปมถามหาหลักฐานหวยโควตาชี้ “ชาวบ้านรู้ทั้งเมือง” — ย้อนถาม “ฝ่ายค้านยังมีเอกสาร แล้วรัฐบ...
03/11/2025

“ไอซ์ รักชนก” สวนแรง “ไผ่ ลิกค์” ปมถามหาหลักฐานหวยโควตา

ชี้ “ชาวบ้านรู้ทั้งเมือง” — ย้อนถาม “ฝ่ายค้านยังมีเอกสาร แล้วรัฐบาลจะไม่มีได้ยังไง?”

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 — น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน (ปชน.) ออกโรงตอบกลับ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม (กธ.) หลังโพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้นำหลักฐานคดีทุจริตเกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาลมาเปิดเผยอย่างชัดเจน

น.ส.รักชนก ระบุว่า หลักฐานหลายอย่างปรากฏชัดอยู่แล้ว ทั้งผลการตรวจสอบในสมัยที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเอกสารแม้เป็น “เอกสารลับ” ก็สามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ “ถ้านายไผ่ยังตามหาหลักฐานอยู่ ก็คงต้องถามกลับว่าไปอยู่ไหน เพราะแม้ฝ่ายค้านยังมีเอกสารอยู่ในมือ แล้วรัฐบาลจะไม่มีจริงหรือ” เธอกล่าว

เธอย้ำว่า ทุกกรณีที่พรรคประชาชนเปิดเผยมีหลักฐานครบถ้วน เช่น กรณีโควตาหวยที่นายธนเดช เพ็งสุข ส.ส.กทม. พรรคเดียวกัน นำมาเปิดเผย ซึ่งมีเอกสารสเตทเมนต์กว่า 5 แผ่นและข้อมูลอยู่ในกระบวนการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทั้งหมด “พรรคเราไม่พูดลอย ๆ ทุกเรื่องมีหลักฐานแน่นหนา” น.ส.รักชนกกล่าว

พร้อมตั้งคำถามกลับรัฐบาลว่า “จะมานั่งถามหาหลักฐานกันทำไม ขนาดพรรคฝ่ายค้านยังถือเอกสารที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม แล้วรัฐบาลจะไม่มีเอกสารชุดนี้อยู่ในมือได้อย่างไร หรือว่าตอนนี้รัฐบาลไม่รู้เลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น?”

น.ส.รักชนก ยังทิ้งท้ายถึงประเด็นสลากกินแบ่งฯ ว่า เป็นเรื่องที่ “รู้กันทั้งเมือง” ใครคือผู้มีอิทธิพลเบื้องหลัง และใครเป็นเจ้าของบริษัทจำหน่ายสลากฯ แต่ขอไม่ขยายความในตอนนี้ โดยจะขอชี้แจงเพิ่มเติมในเวทีอื่นที่เหมาะสมต่อไป.

“ไชยชนก” นำทีมดีอีจับมือ Google Cloud เปิดสิทธิ์ใช้ “Google AI Pro” ฟรี! หนุนคนรุ่นใหม่เข้าถึง AI พรีเมียม เตรียมขยายสู่...
03/11/2025

“ไชยชนก” นำทีมดีอีจับมือ Google Cloud เปิดสิทธิ์ใช้ “Google AI Pro” ฟรี! หนุนคนรุ่นใหม่เข้าถึง AI พรีเมียม เตรียมขยายสู่คนไทย 5 ล้านคนในเฟส 2

3 พฤศจิกายน 2568 – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ภายใต้การนำของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่กับ Google Cloud ประเทศไทย เปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถใช้งาน แพ็กเกจ “Google AI Pro” ฟรี! นาน 1 ปี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งมูลค่ารวมกว่า 9,000 บาทต่อคน พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ถึง 9 ธันวาคม 2568

นายไชยชนก กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ AI กลายเป็น “สิทธิขั้นพื้นฐาน” ของคนไทย โดยเริ่มจากกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศ “นักเรียน นิสิต นักศึกษา ต้องมีเครื่องมือ AI ที่ดีที่สุดเพื่อพัฒนาทักษะ แต่หลายคนยังไม่มีรายได้ การเปิดให้ใช้งานฟรีจึงช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล และเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม”

รัฐมนตรีดีอีเอสเผยเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เป็นเพียงเฟสแรก โดยกระทรวงมีแผนศึกษาแนวทางเพื่อ ขยายสิทธิ์ให้คนไทยกว่า 5 ล้านคนได้ใช้งาน AI พรีเมียมฟรี ในเฟสต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม “เราต้องการให้คนไทยใช้เทคโนโลยีควบคู่กับการคิดวิเคราะห์ ไม่พึ่งพา AI มากเกินไป เพื่อให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือยกระดับศักยภาพมนุษย์ ไม่ใช่มาทดแทนมนุษย์”

ด้าน นายอรรณพ ศิริติกุล Country Director, Google Cloud ประเทศไทย กล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์ของกระทรวงดีอีเอสที่ผลักดัน AI ให้เป็นวาระแห่งชาติ “Google เห็นศักยภาพของคนไทยที่มีความพร้อมและตื่นตัวในการใช้ AI สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เราจึงพร้อมสนับสนุนเครื่องมือและเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อช่วยปลดล็อกศักยภาพการเรียนรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ ของประเทศ”

ในระยะแรก โครงการจะเน้นให้เยาวชนเข้าถึง Google AI Pro ฟรี 12 เดือน พร้อมพัฒนา “โซลูชันการเรียนรู้ระดับชาติ” ผ่านแพลตฟอร์ม Vertex AI และโมเดล Gemini เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกใช้เครื่องมือจริงและสร้างทักษะด้าน AI ที่จำเป็นต่ออนาคต ทั้งในห้องเรียนและชีวิตประจำวัน

ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างรากฐานด้าน AI อย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยกระทรวงดีอีเอสและ Google Cloud จะเดินหน้าทำงานร่วมกันต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้าน AI ให้คนไทยทุกกลุ่มเข้าถึงได้ และสร้าง “สังคมแห่งการเรียนรู้ด้วย AI” ที่มีความรู้ จริยธรรม และเท่าเทียม

📍 สำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่สนใจสามารถตรวจสอบคุณสมบัติและลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่:
👉 https://gemini.google/th/students/?hl=th

“กัน จอมพลัง” รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม ขอบคุณ FC ที่อยู่เคียงข้างเสมอสภาศิลปินสร้างสรรค์สังคม มอบรางวัลเชิดชู...
02/11/2025

“กัน จอมพลัง” รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม ขอบคุณ FC ที่อยู่เคียงข้างเสมอ

สภาศิลปินสร้างสรรค์สังคม มอบรางวัลเชิดชู “กัน จอมพลัง” ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม เจ้าตัวเผยเป็นอีกหนึ่งแรงใจให้เดินหน้าช่วยเหลือสังคมต่อไป พร้อมขอบคุณแฟนคลับที่ไม่เคยทอดทิ้ง

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กัน จอมพลัง” ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเพจ กันจอมพลัง ช่วยสู้ หลังเข้ารับ รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม จาก สภาศิลปินสร้างสรรค์สังคม

โดยเจ้าตัวระบุว่า ก่อนเข้ารับรางวัลได้สอบถามทีมงานให้ยืนยันกับทางผู้มอบรางวัลว่า “ยังยืนยันให้ผมรับอยู่ไหม เพราะตอนนี้ผมมีทั้งคนรักและคนไม่ชอบ” ซึ่งทางสภาศิลปินฯ ยืนยันอย่างมั่นใจว่าอยากให้เขารับรางวัลจริง ๆ

> “ตอนแรกผมอยากหยุด อยากเลิก แต่สิ่งนี้เป็นกำลังใจจากคนที่เห็นผลงานผม และยังอยากให้ผมทำต่อไป ถ้ามีโอกาสและเวลาผมจะกลับไปช่วยสังคมครับ ไม่ให้รางวัลนี้ต้องผิดหวัง”

พร้อมกล่าวขอบคุณแฟนคลับและผู้สนับสนุนว่า

> “ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ผม ขอบคุณที่ทำให้รู้สึกอยากทำต่อ และขอบคุณ FC ทุกคนที่อยู่เคียงข้างผมในทุกช่วงเวลา”

การได้รับรางวัลครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของ “กัน จอมพลัง” ที่ยังคงมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อสังคม แม้จะเจอกระแสทั้งบวกและลบจากสังคมก็ตาม.

“ไผ่ ลิกค์” ซัดบางคนพูดแต่กล่าวหา ถามหาหลักฐาน “ไอซ์ รักชนก” แซะกลางโพสต์ศึกโซเชียลเดือด! “ไผ่ ลิกค์” สส.พรรคกล้าธรรม โพ...
02/11/2025

“ไผ่ ลิกค์” ซัดบางคนพูดแต่กล่าวหา ถามหาหลักฐาน “ไอซ์ รักชนก” แซะกลางโพสต์

ศึกโซเชียลเดือด! “ไผ่ ลิกค์” สส.พรรคกล้าธรรม โพสต์เหน็บคนพูดแต่กล่าวหาไร้หลักฐาน ด้าน “ไอซ์ รักชนก” สส.พรรคประชาชน เข้ามาคอมเมนต์แซะ “ไผ่ร้อน” เจ้าตัวย้ำแค่ถามหาหลักฐาน ไม่อยากให้คนช่วยเหลือเสียกำลังใจ

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.00 น. นายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร และเลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

> “คนบางคนเน้นพูด เน้นกล่าวหา หลักฐานอยู่ไหนไม่เคยมี เพ้อเจ้อ พอไม่มีอะไรจะพูด ได้แค่เป็นฝ่ายตรวจสอบไม่ได้แบกนะ”

พร้อมโพสต์ต่อใต้คอมเมนต์ตัวเองอีกว่า

> “ผลงานไม่มี เน้นโต้วาที”

หลังจากนั้น น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน (ปชน.) ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ดังกล่าวว่า

> “ไผ่ ลิกค์ ❌ ไผ่ ร้อน ✅”

โดยนายไผ่ตอบกลับทันทีว่า

> “ไม่นะครับท่าน ส.ส. ผมแค่อยากเห็นหลักฐานของท่านแค่นั้นครับ และการตรวจสอบของท่าน ส.ส.ดีครับ แต่ก็เสียกำลังใจคนช่วยเหลือที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการนะครับ คุณท่าน”

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความคึกคักในโลกออนไลน์ ขณะที่ชาวเน็ตต่างเข้าไปจับตาการปะทะคารมของสองนักการเมืองคนดังอย่างใกล้ชิด.

⚡ คปท. ปักหลัก “หนองจาน” ให้กำลังใจทหาร – จับตา 17 พ.ย. ปักหมุดเขตแดนไทย–กัมพูชาย้ำไม่บุกพื้นที่พิพาท แต่พร้อมรวมพลังใหญ...
02/11/2025

⚡ คปท. ปักหลัก “หนองจาน” ให้กำลังใจทหาร – จับตา 17 พ.ย. ปักหมุดเขตแดนไทย–กัมพูชา

ย้ำไม่บุกพื้นที่พิพาท แต่พร้อมรวมพลังใหญ่ หากไทยเสียเปรียบ – ชี้รัฐบาล “อ่อนข้อ” ต่อกัมพูชา

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 — บรรยากาศบริเวณ บ้านหนองจาน ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อเครือข่าย นักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล เคลื่อนมวลชนกว่า 200 คน จากกรุงเทพมหานคร โดยสารรถบัส 3 คัน เดินทางตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมาให้กำลังใจทหารและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา

ขบวนถึงพื้นที่ช่วงเวลา 10.00 น. ก่อนรวมตัวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แจกข้าวสาร อาหารแห้ง และเครื่องดื่มให้เจ้าหน้าที่ พร้อมกล่าวปราศรัยแสดงจุดยืน “ปกป้องแผ่นดินไทย” และจัดเวทีดนตรีโฟล์กซองให้กำลังใจทหาร โดยได้รับอนุญาตจากฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่

---

🇹🇭 “หนองจานคือแผ่นดินไทย” คปท. ประกาศจุดยืนชัด

นายพิชิต ไชยมงคล กล่าวระหว่างปราศรัยว่า

> “หนองจานคือแผ่นดินไทย เรามายืนยันสิทธิ์ ไม่ยอมให้ใครยึดครอง”

เขาย้ำว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นเพียงการแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ เพื่อยืนยันว่า พื้นที่บ้านหนองจานเป็นของประเทศไทย และเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แนวหน้า พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการทวงคืนพื้นที่อธิปไตยไทยที่ถูกกัมพูชายึดครอง

---

⚖️ เตือนสัญญาสันติภาพอาจ “เป็นดาบสองคม”

นายพิชิตกล่าวว่า แม้รัฐบาลไทยและกัมพูชาจะลงนามในสัญญาสันติภาพ แต่ คปท. มองว่าข้อตกลงนี้อาจกลายเป็น “ดาบสองคม” เพราะตลอดที่ผ่านมา กัมพูชาไม่เคยปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างจริงจัง ทั้งการถอนกำลัง การกู้ทุ่นระเบิด และการรักษาพื้นที่ปลอดอาวุธ โดยบางครั้งยังพบหลักฐานว่ามีการฝังทุ่นระเบิดเพิ่มในพื้นที่ ทำให้ประชาชนชายแดนยังไม่ไว้วางใจ

---

📅 จับตา 17 พ.ย. ปักหมุดเขตแดน – ขู่รวมพลหากไทยเสียเปรียบ

สำหรับการประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) ที่จะเริ่มปักหมุดเขตแดนวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ คปท. ประกาศว่าจะ ติดตามอย่างใกล้ชิด และหากผลการปักหมุดทำให้ไทยเสียเปรียบหรือเสียดินแดนแม้เพียงเล็กน้อย

> “เราพร้อมรวมพลังเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ” — นายพิชิต กล่าว

---

🧭 ไม่บุกพื้นที่พิพาท – ต่างแนวทางแต่เป้าหมายเดียวกับ “วีระ สมความคิด”

คปทยืนยันว่าจะไม่พามวลชนเข้าไปในพื้นที่พิพาท เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการเจรจาของรัฐบาล โดยย้ำว่าแม้แนวทางจะต่างจากของ นายวีระ สมความคิด แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือ “การทวงคืนแผ่นดินไทย”

---

🗣️ วิจารณ์รัฐบาล “อ่อนข้อ” ต่อกัมพูชา

ผู้นำ คปท. ยังแสดงความกังวลต่อท่าทีของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ก่อนรับตำแหน่ง นายอนุทินเคยประกาศว่าจะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่เซนติเมตรเดียว

> “แต่หลังการเจรจาสันติภาพกลับพูดเองว่า บางส่วนของไทยอาจรุกล้ำไปฝั่งกัมพูชา ซึ่งคำพูดแบบนี้บั่นทอนขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่และประชาชนชายแดน”

คปทย้ำว่า หากผลการปักหมุดเขตแดนในกลางเดือนพฤศจิกายน ชี้ให้เห็นว่าไทยเสียเปรียบหรือถูกตีความในทางเสียหาย รัฐบาลต้องรับผิดชอบเต็มที่ พร้อมเตือนว่าอาจเกิด “มวยล้มต้มคนดู” หากรัฐบาลยอมอ่อนข้อเกินไปในกระบวนการเจรจา.

🔴 เพื่อไทยส่ง “จุลพันธ์” เปิดดีลพรรคประชาชน ถกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ“วิสุทธิ์” ย้ำพร้อมชนทุกเกม ไม่หวั่นรัฐบาลชิงยุบสภาห...
02/11/2025

🔴 เพื่อไทยส่ง “จุลพันธ์” เปิดดีลพรรคประชาชน ถกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“วิสุทธิ์” ย้ำพร้อมชนทุกเกม ไม่หวั่นรัฐบาลชิงยุบสภาหนี – จ่อเปิดชื่อ รมต.สีเทาเตรียมขึ้นเขียง

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 — นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวการ ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า ขณะนี้พรรคอยู่ระหว่างการหารือว่าจะยื่นอภิปรายในช่วง เปิดหรือปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยรอการสรุปจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้มอบหมายให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ ส.ส.เชียงใหม่ เป็นผู้เจรจากับ พรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อหารือแนวทางร่วมกันในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่าจะเดินไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่

> “ให้นายจุลพันธ์ไปคุยดูว่า พรรคประชาชนจะร่วมกับเราไหม ถ้าเห็นพ้องกันก็พร้อมเดินหน้า”
— นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ กล่าว

---

🔍 เล็งตรวจเข้ม “รัฐมนตรีสีเทา” หลายกระทรวง

นายวิสุทธิ์ระบุว่า ขณะนี้มี ส.ส.ของพรรคหลายคนกำลัง ติดตามพฤติกรรมรัฐมนตรีที่มีข้อบกพร่องหรือส่อทุจริต โดยเฉพาะอดีตรัฐมนตรีที่เคยมีประวัติในบางกระทรวง เพื่อรวบรวมข้อมูลและหลักฐานใช้ประกอบการอภิปราย

---

🗳️ “ยุบสภาเมื่อใด พร้อมเลือกตั้งทันที”

สำหรับกระแสข่าวว่า รัฐบาลอาจชิงยุบสภาเพื่อหลีกเลี่ยงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายวิสุทธิ์กล่าวยืนยันชัดว่า

> “ยุบสภาเมื่อใด พรรคเพื่อไทยพร้อมเลือกตั้ง ไม่มีปัญหา”

พร้อมเปิดเผยเพิ่มเติมว่า พรรคเพื่อไทยมีการพูดคุยกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่นและ บ้านใหญ่อัศวเหมน ในบางจังหวัด เพื่อเตรียมวางตัวผู้สมัคร ส.ส. โดยเฉพาะพื้นที่ที่พรรคยังไม่มีฐานเสียง มั่นใจว่าการจับมือกันจะช่วยเพิ่มโอกาสชนะเลือกตั้งในอนาคต

---

🎯 วิสุทธิ์ปิดท้าย

พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าอย่างชัดเจนว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องการคว้าชัยชนะไม่น้อยกว่า 200 เขตทั่วประเทศ และพร้อมรับทุกสถานการณ์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการยุบสภา.

“อนุทิน” ยืนหนึ่งฝั่งรัฐบาล – “ไอซ์ รักชนก” แรงแซงขึ้นอันดับ 1 ฝ่ายค้าน“คนละครึ่งพลัส” ครองใจประชาชน ด้าน “ตรวจสอบรัฐบาล...
02/11/2025

“อนุทิน” ยืนหนึ่งฝั่งรัฐบาล – “ไอซ์ รักชนก” แรงแซงขึ้นอันดับ 1 ฝ่ายค้าน
“คนละครึ่งพลัส” ครองใจประชาชน ด้าน “ตรวจสอบรัฐบาล” ผลงานเด่นฝ่ายค้าน

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 — สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจ “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนตุลาคม 2568” จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 2,126 คน ระหว่างวันที่ 28–31 ตุลาคม 2568 พบว่า
คะแนนเฉลี่ยภาพรวมการเมืองไทยอยู่ที่ 4.02 คะแนนจากเต็ม 10 เท่ากับเดือนก่อนหน้า สะท้อนประชาชน “ยังเฝ้าดู แต่ยังไม่มั่นใจ” ต่อผลงานรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา

---

💼 25 ตัวชี้วัดความเชื่อมั่นทางการเมือง — “ผลงานฝ่ายค้าน” คะแนนสูงสุด

ผลงานของฝ่ายค้าน 4.60 คะแนน (เพิ่มขึ้น)

การมีส่วนร่วมของประชาชน 4.44 คะแนน (เท่าเดิม)

สิทธิและเสรีภาพของประชาชน 4.40 คะแนน (เพิ่มขึ้น)

ความมั่นคงของประเทศ 4.32 คะแนน (เพิ่มขึ้น)

ผลงานของรัฐบาล 4.07 คะแนน (เพิ่มขึ้น)

ผลงานนายกรัฐมนตรี 3.99 คะแนน (ลดลง)

คะแนนต่ำสุดคือ การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส 3.58 คะแนน

---

👔 นักการเมืองโดดเด่นเดือนตุลาคม 2568

ฝ่ายรัฐบาล

1. อนุทิน ชาญวีรกูล – 48.01%

2. ชาดีบา ไทยเศรษฐ์ – 28.99%

3. ภราดร ปริศนานันทกุล – 23.00%

ฝ่ายค้าน

1. รักชนก ศรีนอก – 37.85%

2. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ – 33.23%

3. รังสิมันต์ โรม – 28.92%

---

🏛️ ผลงานเด่นที่ประชาชนชื่นชอบ

ฝ่ายรัฐบาล

1. เปิดใช้จ่าย “คนละครึ่งพลัส” – 64.42%

2. นายกฯ ลงนามสันติภาพไทย–กัมพูชา – 21.31%

3. โครงการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” – 14.27%

ฝ่ายค้าน

1. ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล – 53.34%

2. ติดตามปัญหาไทย–กัมพูชา – 24.52%

3. เร่งปราบแก๊งสแกมเมอร์ – 22.14%

---

🔎 วิเคราะห์แนวโน้มการเมือง

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองเดือนนี้ทรงตัว เพราะประชาชนยังไม่มั่นใจต่อผลงานของรัฐบาล แม้มีโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และการลงนามสันติภาพไทย–กัมพูชา แต่กระแสสังคมยังจับตาปัญหา “สแกมเมอร์” และกรณี “MOU แรร์เอิร์ธ” ที่กระทบภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใส

ด้าน ผศ.ดร.เบญจพร พึงไชย ชี้ว่า เหตุการณ์การเมืองตลอดเดือนตุลาคม ทั้งความขัดแย้งชายแดน ปัญหาการฟอกเงิน–ค้ามนุษย์ และข้อครหาความไม่โปร่งใส ทำให้ประชาชนหันมามองฝ่ายค้านมากขึ้น ขณะที่รัฐบาลยังคงถูกตั้งคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือ หากยังไม่เร่งสร้างความโปร่งใส อาจกระทบต่อเสถียรภาพและคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งปีหน้า.

“จ๋า ธนนนท์” ขอโทษสื่อ ยันพูดเล่นไม่มีเจตนาคุกคาม ปมแซว “ทำไมใจร้ายกับท่านนายกฯ”นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรี อ...
01/11/2025

“จ๋า ธนนนท์” ขอโทษสื่อ ยันพูดเล่นไม่มีเจตนาคุกคาม ปมแซว “ทำไมใจร้ายกับท่านนายกฯ”

นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม สตอรี่ ขอโทษสื่อมวลชน หลังจากมีคลิปช่วงหนึ่งที่เธอพูดหยอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ทำไมใจร้ายกับท่านนายกฯ จังเลย” ขณะเดินทางกลับจากการประชุมอาเซียนที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568

โดย “จ๋า ธนนนท์” ชี้แจงว่า คำพูดดังกล่าวเป็นเพียงการพูดเล่น ไม่ได้มีเจตนาคุกคาม หรือลดทอนคุณค่าการทำงานของสื่อมวลชน พร้อมกล่าวว่า

> “จำต้องขออภัยพี่ๆ สื่อมวลชนทุกท่านนะคะ สำหรับสิ่งที่จ๋าพูดเมื่อวันก่อน เป็นเพียงการพูดเล่น ซึ่งอาจดูไม่เหมาะสม หรือทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ จำไม่มีเจตนาที่จะคุกคาม หรือลดคุณค่าการทำงานของสื่อมวลชนเลยแม้แต่น้อย ขอบคุณทุกคำวิจารณ์ และคำแนะนำจากทุกๆ ท่าน จำขอรับฟังด้วยความจริงใจ และยังคงให้ความเคารพต่อพี่ๆ สื่อมวลชนทุกท่านเสมอค่ะ”

โพสต์ดังกล่าวได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยหลายคนชื่นชมการออกมาขอโทษและแสดงความรับผิดชอบของเธออย่างเปิดเผย.

จบดราม่า “ดอกไม้ดำ” งานยี่เป็ง! เทศบาลนครเชียงใหม่นำดอกไม้สีขาวติดตั้งแทน พร้อมป้ายเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง”คว...
01/11/2025

จบดราม่า “ดอกไม้ดำ” งานยี่เป็ง! เทศบาลนครเชียงใหม่นำดอกไม้สีขาวติดตั้งแทน พร้อมป้ายเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

ความคืบหน้ากรณีดราม่าการพ่นสี “ดอกไม้ดำ” บริเวณเกาะกลางเชิงสะพานนวรัฐ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ล่าสุด (1 พฤศจิกายน 2568) เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้แก้ไขและนำ ดอกไม้พ่นสีขาวล้วน มาติดตั้งแทนเรียบร้อยแล้ว พร้อมติดตั้ง ป้ายเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา กรณีเจ้าหน้าที่พ่นสีสเปรย์ดำทับดอกไม้หลากสีเพื่อใช้ตกแต่งงาน ประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ จนเกิดเสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์ว่าไม่เหมาะสม ทางเทศบาลจึงได้รื้อและปรับปรุงใหม่ทั้งหมด

เมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งดอกไม้ใหม่ในจุดเดิม โดยใช้ดอกไม้เดิมที่ผ่านการพ่นสีขาวทับหนา พร้อมถอดหลอดไฟ LED ออก เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศแห่งความอาลัยในช่วงนี้ ขณะเดียวกัน ขอบฟุตบาทซึ่งเดิมเป็นสีแดง-ขาว ก็ได้เปลี่ยนเป็น สีขาว-ดำสลับกัน

ทั้งนี้ ขอบฟุตบาทสีขาว-ดำตามหลักจราจร หมายถึง พื้นที่ที่อนุญาตให้จอดรถได้ในบางกรณี โดยต้องชิดขอบทางและไม่กีดขวางการจราจร ส่วนขอบฟุตบาทสีขาว-แดง หมายถึง “เขตห้ามหยุดหรือจอดรถโดยเด็ดขาด”

ด้านชาวเชียงใหม่จำนวนมากแสดงความเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เห็นพ้องว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้พื้นที่ดูสง่างาม สมพระเกียรติ และเข้ากับบรรยากาศของงาน ประเพณียี่เป็ง ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 พฤศจิกายน 2568 มากกว่าสีดำเดิมหลายเท่า.

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sparktrendsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Sparktrends:

แชร์