Maggie Lanant ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Maggie Lanant, Bangkok.

"การรู้สึกถึงชีวิต"เมื่อเราอยู่โดยไร้ซึ่งเวลาแล้ว ไม่ได้กังวลถึงอนาคตหรืออดีต....ลองคิดภาพต้นไม้ต้นหนึ่งนะคะ ความคิดของเ...
26/03/2026

"การรู้สึกถึงชีวิต"
เมื่อเราอยู่โดยไร้ซึ่งเวลาแล้ว ไม่ได้กังวลถึงอนาคตหรืออดีต....
ลองคิดภาพต้นไม้ต้นหนึ่งนะคะ ความคิดของเราไม่สามารถรู้สึกถึงชีวิตของต้นไม้ต้นนี้ได้ หากเพียงแต่รู้ข้อมูลของมัน (ต้นนี้เป็นต้นอะไร มีผลเป็นยังไง ใครเอามาปลูกไว้) แต่หากเราอยู่กับปัจจุบันขณะ เราสัมผัสได้ถึงชีวิตของต้นไม้ สัมผัสได้ว่าต้นไม้ต้นนี้มีชีวิต และในพลังงานชีวิตของมัน มันเป็นที่พึงพาอาศัยให้สิ่งมีชีวิตอื่นนานาชนิด สัมผัสได้ว่าใบของมันกำลังขยับอยู่ตามกระแสลม การหยั่งรู้ถึงเรื่องพวกนี้เป็นการอยู่เหนือเวลา เป็นการรู้ที่ไม่ทำลายความล้ำค่าและความอัศจรรย์ของชีวิต แต่เต็มไปด้วยความรักและความเคารพต่อสรรพสิ่ง

[จากหนังสือ The Power Of Now เขียนโดย Eckhart Tolle]

"ตัวตนที่ไม่ใช่เรา"     หากเราอยู่แต่กับความคิดของตัวเองแทบจะตลอดเวลา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา แม็กกี้เชื่อว่าพวกเรามีตัวตน...
25/03/2026

"ตัวตนที่ไม่ใช่เรา"
หากเราอยู่แต่กับความคิดของตัวเองแทบจะตลอดเวลา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา แม็กกี้เชื่อว่าพวกเรามีตัวตนไร้ซึ่งรูปแบบและเป็นพลังงานชีวิตที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา (แล้วถ้าไม่ใช่ตัวเราแล้วเราเป็นใครอยู่?) "อดีต" ที่ติดอยู่ในร่างกายและพยายามจะกลืนกินเรา ได้มอบตัวตนที่ไม่จริงไว้กับเรา เหมือนการคอยสวมเสื้อเกราะอยู่ตลอดเวลา และ "อนาคต" นำมาซึ่ง จินตนาการถึงวันที่ดีกว่านี้ ทั้งสองอย่างคือ "ภาพลวงตา"
การที่เรายึดติดอยู่กับมัน จะทำให้เราพลาดสิ่งๆเดียวที่จะทำให้เรามีชีวิตจริงๆ "ปัจจุบัน" ชีวิตของเราไม่เคยมีอยู่ในอดีต และ ไม่เคยเกิดขึ้นในอนาคต สองสิ่เป็นเพียงจุดจุดหนึ่งที่มนุษย์ คำนวณมันออกมาจาก "เวลา" ชีวิตจริงๆเรามีแค่ตอนนี้ ซึ่งจะเป็นจุดเดียวที่ทำให้เราสามารถเข้าถึง "พลังชีวิต"

[จากหนังสือ The Power Of Now เขียนโดย Eckhart Tolle]

"ร่างกายแห่งความเจ็บปวด"     ในอดีตที่ผ่านมา เราเคยผ่านเรื่องแย่ๆ การถูกปฏิเสธ ความล้มเหลว ความพ่ายแพ้ หรือแม้กระทั่งควา...
24/03/2026

"ร่างกายแห่งความเจ็บปวด"
ในอดีตที่ผ่านมา เราเคยผ่านเรื่องแย่ๆ การถูกปฏิเสธ ความล้มเหลว ความพ่ายแพ้ หรือแม้กระทั่งความโชคร้าย.....พลังงานเหล่านี้หล่อหลอมกันขึ้นมาเป็น "ร่างกายแห่งความเจ็บปวด" มันต้องการที่จะดำรงอยู่ภายในตัวเรา หลบซ่อนอยู่ภายใต้พลังงานลบๆที่ยังหลับไหลอยู่ภายในตัวเรา มันพยายามที่จะมาสวมรอยตัวเรา ควบคุมเรา แทนพลังชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ของเราค่ะ มันมักจะกินอาหารจากความเจ็บปวดทั้งหลายเช่น ความโกธร, การทำลายล้าง, ความเกลียดชัง, ความโศก, เรื่องดราม่า, ความรุนแรง, แม้กระทั่งการเจ็บป่วย มันมักจะดึงเรากลับไปอยู่ในอดีตเพื่อดำรงไว้ มันพรากพลังชีวิต และบดบังแสงที่อยู่ในตัวของเรา แม้เศษเสี้ยวแห่งความสุขก็จะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด ทั้งๆที่พวกเราควรอยู่โดยความสุข ความรัก มีความหวังเป็นบ่อเชื้อเพลิงที่จะขับเคลื่อนเราไปในแต่ละวัน ความรักต่อตัวเอง ความรักต่อผู้อื่น ต่อโลก ต่อสิ่งมีชีวิต ต่อพลังงานที่มองไม่เห็น แต่ทำให้ทุกสรรพสิ่้งหมุนไป ความหลากหลายที่เติมเต็มจักรวาลแห่งนี้

[จากหนังสือ The Power Of Now เขียนโดย Eckhart Tolle]

"การถูกกลืนกินโดยความคิด"     ความคิดของเรา สงสัยไหมคะ ว่ามันมาจากไหน? ในหลายๆครั้งที่ตัวเราก็ไม่สามารถควบคุมความคิดของเ...
23/03/2026

"การถูกกลืนกินโดยความคิด"
ความคิดของเรา สงสัยไหมคะ ว่ามันมาจากไหน? ในหลายๆครั้งที่ตัวเราก็ไม่สามารถควบคุมความคิดของเราได้ บางทีความคิดก็นำมาซึ่งความกลัว ความไม่มั่นใจ ความวิตกกังวล..... สิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นโดยธรรมชาตินะคะ เพราะความคิดคือ สนามพลังงานและแพทเทิลที่ถูกหล่อหลอมผ่านประสบการณืต่างๆในอดีตของเราค่ะ สร้างขึ้นโดย กลไกป้องกันตัว การคิดคำนวณ ล้วนเพื่อที่จะ ปกป้องตัวเรา
แต่เจ้าความคิดและสถานการณ์ต่างๆในชีวิตล้วนเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ทั้งปวง บางครั้ง เรากลับพบว่าตัวเรานั้นถูกกลืนกินไปด้วยความคิด มันพยายามที่จะบดบังศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และพลังชีวิตสูงสุดของเราที่จะเป็นได้ซึ่งถูกผูกไว้กับปัจจุบันขณะ เพื่อที่จะดำรงไว้ซึ่งความปลอดภัย ทุกสิ่งทุกอย่างถูกกลบเกลื่อนไปด้วย "ความกังวลแห่งช่วงเวลา" (ถ้าทำอย่างงี้จะเสียเวลาไหมนะ......ถ้าลองอย่างงั้นแล้วมันล้มเหลวขึ้นมาล่ะ? เอาเวลาไปทำสิ่งที่ทำเป็นอยู่แล้วดีกว่าไหม?) ลักพาตัวเราออกจากจุดของความเป็นไปได้ทั้งปวง ณ "ปัจจุบัน"

[จากหนังสือ The Power Of Now เขียนโดย Eckhart Tolle]

[ The Power Of Now by Eckhart Tolle ]  What problem does this book solve?เล่มนี้แก้ปัญหาอะไร?Ans: To break free from the...
21/03/2026

[ The Power Of Now by Eckhart Tolle ]
What problem does this book solve?
เล่มนี้แก้ปัญหาอะไร?
Ans: To break free from the false self, barely clinging to the passing moments. To confront the pain-body, reshape it into a vessel of love, and unearth the vibrant life hidden beneath our every action through the only thing we have, "Now".
ตอบ: เพื่อที่เราจะทลายตัวตนที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งเวลา เผชิญหน้ากับร่างกายแห่งความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา เปลี่ยนมันเป็นสถานที่แห่งความรักเพื่อค้นพบกับชีวิตอันล้ำค่าและเจิดจรัสภายใต้ทุกๆสิ่งที่เราทำ ผ่านการอยู่กับสิ่งๆเดียวที่เรามี "ปัจจุบัน"

"ถ้าความสำเร็จหมายความว่าเราฉลาด แล้ว น้อยกว่าสำเร็จแปลว่าพวกเราด้อยหรือเปล่านะ...."     ต่อจากบทความที่แล้วเรื่องคำชมนะ...
20/03/2026

"ถ้าความสำเร็จหมายความว่าเราฉลาด แล้ว น้อยกว่าสำเร็จแปลว่าพวกเราด้อยหรือเปล่านะ...."
ต่อจากบทความที่แล้วเรื่องคำชมนะคะ ว่ามันเป็นการชี้ถึงสิ่งที่เราอาจจะให้คุณค่าซึ่งมันดันไปผูกกับความสำเร็จ คำถามคือ "แล้วเราจะสามารถชมคนอื่นยังไงดี หรือ คุณครูจะชมนักเรียนได้ยังไงบ้างล่ะ?"
"We praised others for their effort, not their ability."
เราก็เปลี่ยนโฟกัสจากการชมศักยภาพของผู้อื่นหรือนักเรียน ไปเป็น การชมความพยายามของพวกเขาแทนสิคะ
การที่เราชมจากศักยภาพของเขา เราเอาตัวตนแบบหนึ่งที่มีกรอบคุณสมบัติกำหนดไปตีไว้รอบล้อมตัวของผู้อื่น อาจจะเป็นการนำมาซึ่ง fixed mindset หรือ กรอบความคิดตายตัว พวกเขาก็จะเกิดการยึดติดและปิดรับสิ่งที่จะมา challenge ตำแหน่งตรงนั้นที่เราให้เขาไว้ เช่น สิ่งที่ยากขึ้น ยากกว่า สกิล ณ ช่วงเวลานั้นของเขา ซึ่งก็คือการปฏิเสธการพัฒนานั่นเองค่ะ
"If success had meant they were intelligent, then less-then-success meant they were dficient"
"ถ้าความสำเร็จหมายความว่าพวกเขาเป็นคนฉลาด คนพิเศษที่สมควรได้รับคำชมที่ตัวตน งั้นถ้าน้อยกว่าความสำเร็จ ก็จะแปลว่าพวกเขาด้อย บกพร่อง"
คุณผู้อ่านคิดยังไงกันบ้างคอมเม้นบอกแม็กกี้ ชวนสร้างบทสนทนาที่น่าสนใจและอ่อนโยนต่อจิตใจกันนะคะ ขอบคุณผู้อ่านทุกๆคนมากๆเลยค่ะ

[จากหนังสือ Mindset เขียนโดย Dr. Carol S. Dweck]

"ความหอมหวานของคำชมที่กลายเป็นยาพิษ"     "การที่เราชมผู้คนเนี่ย เราเผลอไปโฟกัสศักยภาพของเขาจนกระทบต่อคุณค่าในตัวของพวกเข...
19/03/2026

"ความหอมหวานของคำชมที่กลายเป็นยาพิษ"
"การที่เราชมผู้คนเนี่ย เราเผลอไปโฟกัสศักยภาพของเขาจนกระทบต่อคุณค่าในตัวของพวกเขารึเปล่า?" ตอนแรกที่แม็กกี้อ่านก็คิดว่า การชมมันก็เป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่หรอ คุณผู้อ่านว่าไหมคะ? แต่ผู้เขียนก็ยังเน้นว่า มันเป็นการที่เราชี้สิ่งที่เราให้คุณค่าให้เห็น ซึ่งมันคือสิ่งที่พวกเขาทำสำเร็จและได้รับคำชม ซึ่งกลายเป็นการหักลบคุณค่า "เนื้อแท้" ในความเป็นมนุษย์ของพวกเรา
พวกเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหนือการจำกัดความ คุณค่าของเราไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับอะไร หรือ พัฒนาอะไรเลยเพื่อจะได้มา เราต่างมีคุณค่าในตัวเองและ สมควรได้รับความรัก ถึงแม้ว่าเราจะไม่เก่งอะไรเลย (แต่เราก็ยังเป็นสายพันธ์ที่น่าวิเศษเพราะสามารถพัฒนาได้อย่างไร้ขีดจำกัด) คงเปรียบเทียบได้ว่า "แค่ทรายเม็ดเดียวก็มีค่าแล้ว แต่พวกเราเป็นได้ทั้งทะเลทราย แค่น้ำหยดเดียวก็สมควรได้รับความรักแล้ว แต่พวกเราเป็นได้ทั้งมหาสมุทร" เลยก็ว่าได้ค่ะ

[จากหนังสือ Mindset เขียนโดย Dr. Carol S. Dweck]

[ Mindset By Dr. Carol S. Dweck ]What problem does this book solve? เล่มนี้แก้ปัญหาอะไร?Ans: Eliminating mindset blocks,...
18/03/2026

[ Mindset By Dr. Carol S. Dweck ]
What problem does this book solve?
เล่มนี้แก้ปัญหาอะไร?
Ans: Eliminating mindset blocks, limitations, and changing the whole meaning of confidence in pursuing professions.
ตอบ: ขจัดปัญหาด้านมายเซ็ต การที่เรามีลิมิตตัวเอง เปลี่ยนความหมายของคำว่าความมั่นใจและความเป็นไปได้ หรือทลายบรรทัดฐานที่วัดค่าและตีกรอบความสามารถของเรา

"5 อาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมัน ดียิ่งกว่าการใช้ปากกาลดน้ำหนัก" ตอน 24. อะโวคาโด (ผู้คุมอินซูลิน)- มีไขมันดีที่ชื่อว่า "Olei...
17/03/2026

"5 อาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมัน ดียิ่งกว่าการใช้ปากกาลดน้ำหนัก" ตอน 2

4. อะโวคาโด (ผู้คุมอินซูลิน)
- มีไขมันดีที่ชื่อว่า "Oleic acid" โอเลอิค แอซิด ช่วยในการทำให้ร่างกายไวต่อการตอบรับอินซูลิน และ ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้นค่ะ ไขมัน Monounsaturated fat หรือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ช่วยส่งสัญญาณ ในลำไส้ผลิตสารที่มีชื่อว่า Oleoylethanolamide (OEA) ซึ่งส่งสัญญาณความรู้สึกอิ่มต่อสมองของเราโดยตรง
- ทานครึ่งลูกต่อมื้อค่ะ วันละลูก แบ่ง 2 มื้อ มีงานวิจัยชี้ว่า คนที่ทานอะโวคาโดเป็นม้อแรก จะมีความอยากอาหารระหว่างวันลดลง ต่อเนื่องถึง 3 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับคนที่ทานอาหารเหมือนกันแต่ว่าไม่มีอะโวคาโด

5. ข้าวโอ๊ตชนิด Steel cut (ระเบิดไฟเบอร์)
- ในข้าวโอ๊ตจะมีไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า "Beta glucan" ซึ่งเป็นไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ (soluble fiber) เมื่อทานเข้าไปแล้วจะไปพองในกระเพาะอาหารของเราค่ะ ซึ่งจะทำให้การดูดซึมแป้งช้าลงค่ะ และยังเพิ่มการผลิตเจ้าฮอร์โมนคุมหิวที่ชื่อว่า GLP-1
- ยังประกอบไปด้วยไฟเบอร์ที่ละลายน้ำไม่ได้ (insoluble fiber) ซึ่งจะผ่านกระเพาะของเราเข้าสู่ลำไส้ เพื่อที่จะเป็นอาหารชั้นเลิศของเหล่าจุลินทรีย์ที่ดีของเราค่ะ และจุลินทรีย์ของเราก็จะผลิด SCFAs ที่ชื่อว่า "Butyrate" บิวทิเลต ซึ่งช่วยพัฒนาการตอบสอนงต่ออินซูลิน ช่วยเผาผลาญไขมัน และ ยังทำให้ลำไส้ของเราแข็งแรงเพิ่มขึ้น
- เพียงทาน "Beta glucan" 3 กรัม ต่อวันทุกๆวัน ก็สามารถช่วยลดความอยากอาหารได้มากถึง 15% เลยค่ะ
- การทานโอ๊ต เนื่องด้วยว่าอาหารนี้เป็นคาร์โบไฮเดรต เราไม่ควรที่จัทานในปริมาณที่เยอะนะคะ และควรที่จะทานคู่กันโปรตีนเสมอ อย่างน้อยสัก 20 กรัม เช่น พวก greek yogurt, cottage cheese หรือ ไม่ก็ทานหลังอาหารที่เป็นโปรตีนค่ะ
- ควรซื้อที่เป็นแบบ "Steel cut" หน้าซองนะคะ แบบนี้คือโอ๊ตเต็มเมล็ด และตัดเป็นชิ้นเล็ก ไม่ได้ผ่านกระบวนการแปรรูปมากค่ะ ไม่ควรทานพวก "Instant Oat" นะคะ เพราะไฟเบอร์จะน้อยมาก ตัว Beta glutan ถูกทำลายไปมากแล้วค่ะ
- เริ่มจากการลองทำ Overnight Oat ค่ะ ใช้ greek yogurt และผงโปรตีนก็ได้ค่ะ เพื่อเพิ่มระยะเวลาการดูดซึมกลูโคสให้ช้าลง 35% และควรที่จะเติม เมล็ดเจียร์ไม่ก็ flax เพื่อเพิ่มไขมันดีด้วยค่ะ จะได้ครบหมู่อาหาร

****วิธีการนำมาปรับใช้แบบสรุปรวมนะคะ
1. ในตอนเช้า ควรทานไขสัก 2-3 ใบ เพื่อคุมความอยากอาหาร
2. เพิ่ม อะโวคาโดสักครึ่งลูก เพื่องคงระดับของอินซูลิน
3. ตามด้วย Overnight Oat เพื่อจะได้ความรู้สึกอิ่มท้องไไป 5-6 ชั่วโมงเลยค่ะ ไฟเบอร์ โปรตีน ไขมันดี ครบค่ะ

ลิ้งค์วีดีโอต้นฉบับ โดย Dr.Mike Diamonds
https://www.youtube.com/watch?v=FFg2fNL0Lhs&t=3s
ขอขอบคุณผู้อ่านทุกๆคนมากๆเลยค่ะ ขอให้เป็นวันที่ดีนะคะ 🙏🏻

"หากเราเป็นใครบางคนในตอนที่สำเร็จ แล้ว ตอนที่เราไม่สำเร็จล่ะ?"     ในการที่เราเรียนรู้ ลำบาก พบกับอุปสรรคเพื่อพัฒนาตัวเอ...
17/03/2026

"หากเราเป็นใครบางคนในตอนที่สำเร็จ แล้ว ตอนที่เราไม่สำเร็จล่ะ?"
ในการที่เราเรียนรู้ ลำบาก พบกับอุปสรรคเพื่อพัฒนาตัวเอง เราเป็นผู้ที่ดิ้นรนและชนะตัวเองเพื่อได้มาซึ่งความสามารถที่จะทำให้เราทำในสิ่งที่เรารัก ไม่ได้ทำไปเพื่อที่จะเป็นคนที่พิเศษหรือดีกว่าผู้อื่นผู้ใด
ในกรอบความคิดแบบตายตัว ภายใต้ความมั่นใจที่เราภาคภูมิใจว่าเราจะเป็นใครสักคนเมื่อเราประสบความสำเร็จ ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้ คำถามก็คือ แล้วเราจะเป็นอะไร หากว่าเราล้มเหลวหรือ ไม่ประสบความสำเร็จล่ะ.....
เราล้วนเป็นใครบางคน เป็นแสงสว่างดวงเล็กๆในจักรวาลแห่งนี้ เราเริ่มรักตัวเองได้เลย รักตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้ ตอนนี้ พวกเราทุกคนล้วนมีความหมาย เพียงแค่มีความเป็นเรา มีความคิด ความรู้สึก มีความรักอยู่ภายใน เราก็เป็นใครบางคน เป็นบางสิ่ง........หากคิดไม่ออกว่าเราจะมีความหมายกับใคร ขอให้รู่้ไว้ว่า ตัวเราสมควรได้รับความรัก และ จักรวาลพร้อมที่จะโอบรับเราไว้เสมอค่ะ เพราะเราและจักรวาลเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกชีวิตล้วนมีความหมาย

[จากหนังสือ Mindset เขียนโดย Dr. Carol S. Dweck]

"5 อาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมัน ดียิ่งกว่าการใช้ปากกาลดน้ำหนัก"แน่นอนว่าการที่เราทานอาหารที่มาจากธรรมชาติและมีฤทธิ์เหมือนกับ...
16/03/2026

"5 อาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมัน ดียิ่งกว่าการใช้ปากกาลดน้ำหนัก"
แน่นอนว่าการที่เราทานอาหารที่มาจากธรรมชาติและมีฤทธิ์เหมือนกับเราไปทำการใช้ยาลดน้ำหนักคุมฮอร์โมนหิว ย่อมปลอดภัยและดีกว่าร่างกายของเราเสมอค่ะ

1. ไข่ไก่ (Satiety powerhouse) ตัวคุมหิวชั้นเลิศ
- เมื่อเราทานไข่เข้าไป จะไปกระตุ้นฮอร์โมนที่ชื่อว่า Peptide YY (PYY) ซึ่งมีหน้าที่กด ฮอร์โมน Ghrelin (เกรลิน) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความหิวค่ะ
- อีกทั้งในไข่แดงยังอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ เหมือนเราทานอาหารเสริมแบบครบๆเลยค่ะ เต็มไปด้วย Leucine (ลูซีน) เป็นกรดอมิโนที่จำเป็นในการสร้างกล้ามเนื้อซึ่งสำคัญต่อการลดไขมันค่ะ (ยิ่งกล้ามเนื้อเยอะ ก็ยิ่งเผาผลาญไขมันได้ดีค่ะ)
- และยังมี Choline (โคลลีน) มีส่วนช่วยในระบบเผาผลาญไขมัน
ควรทานไข่เป็นมื้อเช้านะคะ จะทำให้เราอิ่มไปนานตลอดวันเลยค่ะ

2. ปลาที่มีไขมันดี (แซลม่อน, ซาร์ดีน, แมคคาเรล หรือ ปลาทูนี่แหละค่ะ)
- เนื้อปลาพวกนี้เต็มไปด้วย Omega-3s ซึ่งจำเป็นต่อระบบสมองและหัวใจ และยังส่งเสริมสุขภาพของเซลล์ด้วยค่ะ
- มีไขมัน EPA และ DHA ช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการเผาผลาญไขมันแทนที่จะเก็บไว้อีกค่ะ
- Omega-3s ช่วยพัฒนาการตอบสนองต่ออินซูลินระดับเซลล์เลยค่ะ หมายความว่าาอะไร? หมายความว่า "ยิ่งไวต่ออินซูลินเท่าไหร่ ร่างกายก็ต้องหลั่งอินซูลินเพื่อประมวลกลูโคสน้อยลงค่ะ และเมื่อระดับอินซูลินน้อยลง เราก็จะสามารถเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้นค่ะ (อินซูลินเป็นฮอร์โมนเก็บไขมันค่ะ)
- Omega-3s ยังช่วยลดการอักเสบภายในร่างกายผ่านกระบวนการ ลด fat oxidization ค่ะ หรือ การลดหนืดของเซลล์ไขมัน ถ้าเซลล์ไขมันเราหนืดและอักเสบจะทำให้การเผาผลาญพลังงานแย่ลงค่ะ เพราะ เมื่อเกิดการอักเสบสะสมในร่างกาย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน Cortisol "คอร์ติซอล" หรือฮอร์โมนเครียดออกมา ทำให้เราอยู่ในภาวะเอาตัวรอด = กักเก็บไขมันค่ะ
****ควรทานปลาเหล่านี้สัปดาห์ละ อย่างน้อย 3 ครั้งค่ะ ทานหนึ่งกำมือ เริ่มจากการทานปลากระป๋องค่ะ เป็นแหล่งอาหารที่มีประโยชน์และยังถูกอีกด้วยค่ะ ถ้าทานพร้อมกระดูกได้จะยิ่งดีมากๆเลยค่ะ

3. กรีกโยเกิร์ต (ตัวกระตุ้น GLP-1)
- กระตุ้นการสร้าง ฮอร์โมนที่ชื่อว่า GLP-1 เป็นฮอร์โมนคุมหิวที่ยาลดน้ำหนัก Ozempic ลอกเลียนฤทธิ์ค่ะ ทำให้เรารู้สึกอิ่มนาน ไม่ต้องการอาหารค่ะ แต่ร่างกายเราสามารถสร้างได้ ถ้าทานอาหารถูกค่ะ
2 กลไกของ กรีกโยเกิร์ตนะคะ
1. Casein protein : เป็นโปรตีนจากนมที่ช่วยทำให้เราอิ่มนานขึ้นค่ะ จะทำให้ร่างกายค่อยๆย่อยกรดอะมิโน ทำให้มีส่วนช่วยในการตุมหิวด้วยค่ะ และเมื่ออยู่ในกระเพาะก็จะเกิดการพองตัวขึ้นทำให้เราอิ่มได้นานมากขึ้นค่ะ
2. Probiotic : จุลินทรีย์ดี ที่จะส่งผลกระตุ้นกระบวนการหลั่ง GLP-1 และ Peptide YY. การที่เราให้อาหารแก่จุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ของเรา ด้วย prebiotic อย่างเช่นไฟเบอร์ กากใยพืช บล็อคโคลี่ กะหล่ำขาว เบอร์รี่ ถั่วเปลือกอ่อน หรือแม้กระทั่ง มันเทศ จุลินทรีย์ในลำไส้เราก็จะผลิตสารที่ชื่อว่า SCFAs (Short chain fatty acids) ซึ่งส่งสัญญาณ ลดความหิว บำรุงลำไส้ และ ยังทำให้ลดการอักเสบในร่างกาย ส่งผลให้เผาผลาญไขมันได้ดีขึ้นอีกค่ะ ลดน้ำหนักดีขึ้น
****ควรเลี่ยงโยเกิร์ตที่เติมน้ำตาลนะคะ มันจะทำร้ายจุลินทรีย์ที่ดีของเราค่ะ ควรเลือกทานแบบ Plain รสธรรมชาติ และเติมความหวานเอาจากพวก เบอร์รี่ค่ะ ผลไม้เหล่านี้เป็นอาหารที่ดีของจุลินทรีย์ดีค่ะ และยังเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดอักเสบ แม้กระทั่งระงับการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ด้วยค่ะ (กระบวนการ anti angiogenesis หรือ angioprevention) ทานพร้อมกับโรยผงอบเชย ซินนาม่อนค่ะ ช่วยควบคุมน้ำตาลและยังอร่อยมีรสหอมหวานด้วยค่ะ ลองเอาไปทำตามดูนะคะ

อาหารลำดับที่ 4 และ 5 จะเขียนไว้พาร์ทที่ 2 นะคะ รบกวนฝากติดตามกันไว้ด้วยนะคะ ขอบคุณผู้อ่านทุกๆคนมากๆเลยค่ะ 🙏🏻❤️

ลิ้งค์วีดีโดยูทูปต้นฉบับ โดย Dr.Milke Diamonds
https://www.youtube.com/watch?v=FFg2fNL0Lhs&t=2s

"learners and non-learners" ผู้เรียนรู้ และ ผู้ไม่เรียนรู้     Benjamin Barber นักทฤษฏีทางการเมือง เคยกล่าวไว้ว่า "เราไม...
16/03/2026

"learners and non-learners" ผู้เรียนรู้ และ ผู้ไม่เรียนรู้
Benjamin Barber นักทฤษฏีทางการเมือง เคยกล่าวไว้ว่า "เราไม่แบ่งโลกนี้เป็นของผู้เข้มแข็ง และ ผู้อ่อนแอ หรือผู้ที่ประสบความสำเร็จ หรือ ผู้ที่ล้มเหลว แต่แบ่งโลกนี้เป็นของผู้ที่เรียนรู้ และ ผู้ที่ไม่เรียนรู้"
ด้วยกรอบความคิดตายตัวนี่แหละที่จะทำให้เรากลายเป็นผู้ไม่เรียนรู้ ด้วยการที่คุณค่าของเรามาจาก อัตตาที่คงไว้ด้วยคุณภาพที่ตายตัว และเป็นอะไรที่วัดได้ "เก่ง ไม่เก่ง ฉลาด โง่ สำเร็จ ล้มเหลว" สิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งความกลัวในการที่เราจะเติบโตเปลี่ยนแปลง และ ไหลไปตามกระแสของชีวิต เวลาจะกลายมาเป็นศัตรูในการพรากสิ่งต่างๆที่เรายึดติด อันดับ สถานะ คุณค่าทางโลก
แตกต่างจาก กรอบความคิดเติบโต ที่ไร้ซึ่งตัวชี้วัดใดๆ การสอบ การประเมิน "สิ่งนี้ดีกว่าสิ่งนี้ สิ่งนี้เป็นแบบนี้" แบบนั้น การวัดค่าและ label (การบัญญัติ) ได้พราก พลังงานชีวิตอันไร้ซึ่งรูปแบบ และไร้ขีดจำกัด และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเวลาที่เดินไปข้างหน้า กลายเป็นยิ่งเวลาผ่านไป ตัวตนอันไร้รูปแบบของเราที่จะกลายสภาพ ยืดหยุ่น เปลงประกายไปตามกาลเวลา ในทุกๆวันที่เวลาผ่านไป ตัวเราเรียนรู้เพิ่มได้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับสามารถปล่อยวางได้ดีขึ้น

[จากหนังสือ Mindset เขียนโดย Dr. Carol S. Dweck]

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Maggie Lanantผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์