Postupnews TH ข่าวประชาสัมพันธ์

11/09/2026
 #วช. จัด  #ประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น2570 วันที่ 2 คึกคัก  #นักประดิษฐ์ โชว์ของ เดินหน้าต่อยอดผลงานสู่การใช้ประโยชน์วันท...
11/09/2026

#วช. จัด #ประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น2570 วันที่ 2 คึกคัก #นักประดิษฐ์ โชว์ของ เดินหน้าต่อยอดผลงานสู่การใช้ประโยชน์

วันที่ 10 กันยายน 2569 #สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) #กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2570 เป็นวันที่ 2 บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักประดิษฐ์ นักวิจัย นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมชมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงานประดิษฐ์คิดค้นอย่างต่อเนื่อง ณ อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

การจัดงานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น เป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยให้ได้นำเสนอศักยภาพของผลงานต่อสาธารณชน พร้อมเปิดโอกาสให้ได้รับข้อคิดเห็นและคำแนะนำจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อันจะนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับผลงานให้มีคุณภาพ สามารถต่อยอดและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย วช. มุ่งหวังให้ผลงานประดิษฐ์คิดค้นจากทุกภาคส่วนได้รับการพัฒนา ต่อยอด และเชื่อมโยงสู่การใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้แก่สังคมและประเทศ

สำหรับวันที่ 2 ของการจัดงาน ยังคงมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานประดิษฐ์คิดค้นจากหลากหลายสาขาวิชาการ โดยนักประดิษฐ์ได้นำเสนอ และสาธิตผลงานต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ขณะที่ผู้สนใจเข้าร่วมเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างคึกคัก

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “Gen Z Science Show: เวทมนตร์วิทย์ พิชิตใจกรรมการ” จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ผ่านการทดลองและการแสดงที่สนุกสนานและสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิดและความเป็นตัวตนของคนรุ่น Gen Z พร้อมส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้น่าสนใจและเข้าถึงได้ง่าย โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสถาบันและภาคเอกชน ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, อาจารย์ ดร.วรรณพร เทพบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, อาจารย์ ดร.กฤติเดช อนันต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และ เภสัชกรหญิง ดร.ปารมิตา สุทธปรีดา เจริญตา บริษัท เซน อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด ร่วมถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์การแสดงแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

พร้อมกันนี้ ยังมีการอบรมในหัวข้อ “I-2B Bootcamp: Scale Up TRL: ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่มือผู้ใช้จริง” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิรส ทองเชื้อ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการพัฒนาผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์จากระดับต้นแบบไปสู่การใช้งานจริง ตลอดจนส่งเสริมการต่อยอดและขยายผลผลงานให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม

‘บุรีรัมย์’ แกร่งเกินต้าน เปิดบ้านรอรับ ‘เชียงราย’ AIS PLAY ยิงสด!ดาร์บี้แมตช์แดนใต้ ‘สงขลา’ ปะทะ ‘สตูล’ เดือดแน่!ศึกฟุต...
11/09/2026

‘บุรีรัมย์’ แกร่งเกินต้าน เปิดบ้านรอรับ ‘เชียงราย’ AIS PLAY ยิงสด!
ดาร์บี้แมตช์แดนใต้ ‘สงขลา’ ปะทะ ‘สตูล’ เดือดแน่!

ศึกฟุตบอล “ #บีวายดีซีไลออน6ลีกหนึ่ง” เปิดฉากฤดูกาล 2026/27 เป็นที่เรียบร้อย โดยสัปดาห์นี้จะเป็นการแข่งขันนัดที่ 2 เกมที่น่าสนใจ “ #ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “ #กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในวันศุกร์ที่ 11 กันยายน เวลา 18.00 น. PLAY SPORTS 2 ยิงสด

เจ้าถิ่นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดหัวไทยลีกซีซันใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะแยกทางกับ มาร์ค แจ็คสัน กุนซือชาวอังกฤษ แต่ก็ไม่มีผล โดยหัวหอกจอมถล่มประตูอย่าง กิลเยร์โม บิสโซลี ระเบิดฟอร์มกดแฮตทริกตั้งแต่นัดแรก พาทีมแชมป์เก่าเอาชนะ สุโขทัย เอฟซี แบบไม่ยากเย็น ด้วยสกอร์ 3-1

มาเกมนี้ตัวหลักทุกคนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือติดโทษแบน ทุกคนพร้อมเป็นตัวเลือกให้กับ มาริโอ ซิลวา กุนซือคนใหม่ชาวโปรตุกีสที่จะประเดิมคุมทีมนัดแรก เกมรุกนำทัพโดย กิลเยร์โม บิสโซลี, ศุภชัย ใจเด็ด และ โรเบิร์ต ซูลจ์ ขณะที่แดนกลางจะยังใช้งาน ธีราทร บุญมาทัน จับคู่กับ โกรัน เคาซิช ส่วนแนวรับเป็นหน้าที่ของ ราดาโควิช, นาธาน เปไล และ เคนเน็ธ ดูกัล

ทางฝั่ง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เพิ่งเปิดบ้านคว้าสามคะแนนมาเช่นเดียวกัน แม้รูปเกมจะเป็นรอง ชลบุรี เอฟซี พอสมควร แต่มาได้ประตูชัยจาก ดั๊กลาส นาสซิเมนโต แนวรุกริมเส้นตัวใหม่ป้ายแดงตั้งแต่ครึ่งแรก และรักษาสกอร์เอาไว้ได้จนจบ 90 นาที

เกมนี้แกนหลักจากเกมที่แล้วยังอยู่กันครบ โดยเฉพาะตัวต่างชาติจากบราซิลที่พร้อมลงสนามทั้งหมด นำทัพโดย โรบินโญ กับ ดั๊กลาส นาสซิเมนโต โดยมี วานเดอร์สัน เป็นจอมทัพ และมี ดูดู้ ซิลวา เป็นตัวทีเด็ดในตำแหน่งกองหน้า ขณะที่ เฮลิโอ ปราการหลังกัปตันทีม พร้อมจับคู่เซ็นเตอร์กับ ภัทรพล ศึกษากิจ

ขณะที่ฟุตบอล “บีวายดี ซีล 5 ลีกสอง” ก็มีโปรแกรมลงสนามด้วยเช่นกัน ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ศึก “ดาร์บี้แมตช์แดนใต้” ระหว่าง สงขลา เอฟซี ที่จะเปิดรังรับการมาเยือนของ พีที สตูล เอฟซี ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาจากไทยลีก 3 ฟาดแข้งกันในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน เวลา 19.00 น. PLAY SPORTS 8 ถ่ายทอดสด

เกมที่แล้ว สงขลา เอฟซี รอดพ้นความพ่ายแพ้จากการตกเป็นรอง มหาสารคาม ไปก่อน 0-1 แต่มาได้ ธิอาโก โรดริเกวส ดา ซิลวา ยิงตีเสมอให้ทีมบุกเก็บ 1 คะแนนแบบหืดจับ โดยเกมนี้จะได้กลับมาเล่นในบ้านของตัวเองที่สนามกีฬาติณสูลานนท์ ส่วน “หมอผีแดนใต้” พีที สตูล ทีมน้องใหม่ นัดที่แล้วออกสตาร์ตได้สวยในครึ่งแรก ออกนำ พลังกาญจน์ ไปก่อน 2-1 แต่ครึ่งหลังเหมือนหนังคนละม้วน มาเจอทีเด็ดของลูกทีม “พัค ฮัง-ซอ” เล่นงาน รัว 3 เม็ดรวด พ่ายคาบ้านไป 2-4 โดยเกมนี้พวกเขาหวังจะเรียกความมั่นใจกลับมาด้วยการบุกเก็บสามแต้มจากทีม “เงือกสมิหลา” ให้ได้

ความสำคัญในเกมนี้ไม่เพียงเป็นการพบกันระหว่างทีมยักษ์ใหญ่จากแดนใต้อย่างสงขลา เอฟซี พี่ใหญ่ที่โลดแล่นอยู่ในไทยลีก 2 มาพักใหญ่ กับน้องใหม่ พีที สตูล เอฟซี ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา ถือเป็น “ดาร์บี้แมตช์” ของสโมสรบ้านใกล้เรือนเคียง ที่จังหวัดอยู่ติดกัน แน่นอนว่าทั้งสองทีมเตะกันไฟแลบ เอาใจแฟนบอลที่ตามมาเชียร์ในสนามแน่นอน

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและส่งแรงเชียร์ฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2026/27 แบบจุใจไปพร้อม ๆ กัน ผ่านการสมัครแพ็กเกจ PLAY ALL สำหรับลูกค้า AIS มือถือและเน็ตบ้าน รับสิทธิ์ราคาพิเศษ รายเดือนเพียง 199 บาท/เดือน นาน 12 เดือน (จากปกติ 299 บาท/เดือน) สมัครกด *898 โทรออก หรือรายปี 1,999 บาท/ปี (จากปกติ 2,999 บาท/ปี) สมัคร 8981 โทรออก ลูกค้าเน็ตบ้านสมัครที่แอปพลิเคชัน myAIS สำหรับลูกค้าทั่วไป สามารถสมัครแพ็กเกจรายเดือนราคา 299 บาท/เดือน หรือแบบรายปี 2,999 บาท/ปี (ราคาไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สมัครที่ www.ais.th/playall

โปรแกรมการแข่งขันบีวายดี ซีไลออน 6 ลีกหนึ่ง นัดสอง มีดังนี้

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เวลา 18.00 น. PLAY SPORTS 2
การท่าเรือ เอฟซี พบ ลำพูน วอร์ริเออร์ เวลา 18.30 น. PLAY SPORTS 3
ราชบุรี เอฟซี พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เวลา 19.00 น. PLAY SPORTS 1

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2569
ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด พบ อยุธยา ยูไนเต็ด เวลา 18.00 น. PLAY SPORTS 2
อุทัยธานี เอฟซี พบ ปัตตานี เอฟซี เวลา 18.30 น. PLAY SPORTS 3
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ ราษีไศล ยูไนเต็ด เวลา 19.00 น. PLAY SPORTS 1

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569
พีที ประจวบ เอฟซี พบ สุโขทัย เอฟซี เวลา 18.00 น. PLAY SPORTS 2
ชลบุรี เอฟซี พบ ระยอง เอฟซี เวลา 19.00 น. PLAY SPORTS 1

โปรแกรมการแข่งขันบีวายดี ซีล 5 ลีกสอง นัดแรก มีดังนี้

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569
พัทยา ยูไนเต็ด พบ โปลิศ เทโร เอฟซี เวลา 19.00 น. PLAY SPORTS 6

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2569
นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด เวลา 18.00 น. PLAY SPORTS 6​
ขอนแก่น ยูไนเต็ด พบ มหาสารคาม ซีซี เอฟซี เวลา 18.30 น. PLAY SPORTS 7
สงขลา เอฟซี พบ พีที สตูล เอฟซี เวลา 19.00 น. PLAY SPORTS 8
เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ หนองบัว พิชญ เอฟซี เวลา 19.30 น. PLAY SPORTS 9

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569
พลังกาญจน์ เอฟซี พบ จันทบุรี เอฟซี เวลา 18.00 น. PLAY SPORTS 6
เมืองเลย ยูไนเต็ด พบ ชัยนาท ฮอร์นบิล เวลา 18.00 น. PLAY SPORTS 7
เกษตรศาสตร์ เอฟซี พบ อุตรดิตถ์ เอฟซี เวลา 18.30 น. PLAY SPORTS 8
แพร่ ยูไนเต็ด พบ นครปฐม ยูไนเต็ด เวลา 19.00 น. PLAY SPORTS 9

#ดูไทยลีกที่AISPLAY #ดูไทยลีกต้องPlayall

DAD จับมือโรงพยาบาลรามาธิบดี เสริมบริการด้านสุขภาพในอาคาร C ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ใช้อาคาร เข้าถึงบริการทางการแพทย์ ใกล้ ...
10/09/2026

DAD จับมือโรงพยาบาลรามาธิบดี เสริมบริการด้านสุขภาพในอาคาร C
ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ใช้อาคาร เข้าถึงบริการทางการแพทย์ ใกล้ สะดวก และครบวงจร

บริษัท #ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ( #ธพส.) หรือ DAD Asset Development ร่วมกับโรงพยาบาล รามาธิบดี เตรียมเปิด “Ramathibodi Health Space” ศูนย์บริการสุขภาพย่อยแห่งใหม่ ณ โซน C ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ เพื่ออำนวยความสะดวกข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชน ในการเข้าถึงบริการ ด้านสุขภาพและการแพทย์ที่มีคุณภาพได้ใกล้ สะดวก ทั้งยังช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2569

Ramathibodi Health Space ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 อาคารพดด้วง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ โซน C บนพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตกแต่งสถานที่ เตรียมเปิดให้บริการ
แบบครบวงจรด้วยทีมแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ อาทิ การตรวจรักษาโรคทั่วไป การทำหัตถการ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) การตรวจเอกซเรย์ (X-ray) การตรวจอัลตราซาวนด์ ทันตกรรม การตรวจสุขภาพสตรี การแพทย์แผนจีน กายภาพบำบัด และอื่น ๆ
ศูนย์บริการสุขภาพย่อย โรงพยาบาลรามาธิบดี ออกแบบภายใต้แนวคิด “Refreshing & Bloom” ถ่ายทอดบรรยากาศสดชื่น โปร่ง เบา สะอาด ด้วยการใช้แสง โทนสีอ่อน และองค์ประกอบที่เรียบง่ายสบายตา สะท้อนแนวคิด Healing Space ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและลดความตึงเครียดให้แก่ผู้มาใช้บริการ

การเปิด #ศูนย์บริการสุขภาพย่อย ดังกล่าว สะท้อนความมุ่งมั่นของ DAD ในการพัฒนาพื้นที่โซน C ให้เป็นพื้นที่ที่รองรับทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต และสุขภาวะที่ดีอย่างครบวงจร จากพื้นที่สำนักงาน ร้านค้า พื้นที่ทำงาน พื้นที่พักผ่อน และพื้นที่จัดกิจกรรม สู่การเชื่อมโยงบริการสุขภาพเข้ากับชีวิตประจำวัน เพื่อให้ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารในทุกมิติ

กระทรวงแรงงานจัด NONTHABURI SKILL NEXT มอบเครื่องมือประกอบอาชีพ 300 คน หนุนแรงงานสู่รายได้ที่มั่นคงhttps://th.postupnews...
10/09/2026

กระทรวงแรงงานจัด NONTHABURI SKILL NEXT มอบเครื่องมือประกอบอาชีพ 300 คน หนุนแรงงานสู่รายได้ที่มั่นคง
https://th.postupnews.com/2026/09/surachat-nonthaburi-skill-next-300-workers-career-tools-upskill-reskill.html
กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เดินหน้าสร้างโอกาสด้านอาชีพให้แรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ จัดมหกรรมสร้างอาชีพ “ ” พร้อมมอบเครื่องมือพื้นฐานชุดการฝึก หรือ “ #เครื่องมือทำมาหากิน” ให้แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม 15 รุ่น รวม 300 คน เพื่อให้สามารถนำทักษะและความรู้ไปต่อยอดสู่การประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิต ตามนโยบาย “ #เรียนได้งบจบได้งาน”

นายสุรชาติ เทียนทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มอบหมายให้ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 26 นนทบุรี ดำเนินการจัดมหกรรมสร้างอาชีพ “NONTHABURI SKILL NEXT” และพิธีมอบเครื่องมือพื้นฐานชุดการฝึก หรือเครื่องมือทำมาหากิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ด้านการพัฒนาทักษะอาชีพ ทั้งการยกระดับทักษะเดิม (Upskill) และการเพิ่มทักษะใหม่ (Reskill) ให้แก่แรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

การดำเนินงานมุ่งให้แรงงานมีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน สามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปใช้ประกอบอาชีพจริง สร้างรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายสุรชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ดำเนิน โครงการเพิ่มทักษะแรงงานอิสระและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีเป้าหมายดำเนินการ 35,000 คน ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 234,389,600 บาท โดยตั้งเป้าหมายให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 มีรายได้เพิ่มขึ้น หรือต้นทุนในการประกอบอาชีพลดลง

กลุ่มเป้าหมายของโครงการ ประกอบด้วย ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แรงงานอิสระ ผู้รับจ้างทั่วไป สมาชิกวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตสินค้า OTOP ผู้ถูกเลิกจ้าง และผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ว่างงาน

สำหรับ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 26 นนทบุรี ได้รับเป้าหมายดำเนินการจำนวน 460 คน และได้รับงบประมาณจำนวน 2,966,000 บาท โดยดำเนินการฝึกอบรมตามหลักสูตรกลางของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ระยะเวลา 5 วัน รวม 30 ชั่วโมง พร้อมสนับสนุนค่าอาหารในอัตราวันละ 120 บาทต่อคนตลอดหลักสูตร และมอบเครื่องมือประกอบอาชีพให้แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมคนละ 1 ชุด ตามหลักสูตรที่ผ่านการฝึกอบรม

สำหรับกิจกรรม NONTHABURI SKILL NEXT ในครั้งนี้ มีผู้ผ่านการฝึกอบรมและเข้ารับมอบเครื่องมือประกอบอาชีพจำนวน 15 รุ่น รวมทั้งสิ้น 300 คน ประกอบด้วย

หลักสูตรการทำขนมเบเกอรี่มืออาชีพ 4 รุ่น จำนวน 80 คน

หลักสูตรการประกอบธุรกิจเครื่องดื่มมืออาชีพ 5 รุ่น จำนวน 100 คน

หลักสูตรการประกอบอาหารสตรีทฟู้ด 2 รุ่น จำนวน 40 คน

หลักสูตรการตัดผมชายมืออาชีพ 4 รุ่น จำนวน 80 คน

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดกิจกรรมสาธิตอาชีพและนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัด กระทรวงแรงงาน จังหวัดนนทบุรี สถานศึกษา สถานประกอบกิจการ ภาคเอกชน และเครือข่ายการพัฒนากำลังคนกว่า 20 บูธ ครอบคลุมอาชีพและเทคโนโลยีที่หลากหลาย อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โซลาร์เซลล์ ธุรกิจเครื่องดื่มและบาริสต้า งานบริการสุขภาพ การจัดหางาน และการแนะแนวอาชีพ รวมถึงบริการด้านแหล่งเงินทุนจาก ธนาคารออมสิน

นายสุรชาติกล่าวว่า การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของ กระทรวงแรงงาน ในการสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการพัฒนาทักษะ และสามารถนำทักษะที่ได้รับไปใช้ประกอบอาชีพได้จริง สอดคล้องกับแนวคิด “เรียนได้งบ จบได้งาน”

ผู้ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับวุฒิบัตรจาก #กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมเครื่องมือประกอบอาชีพสำหรับนำไปต่อยอดหลังจบการฝึกอบรม เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และลดภาระค่าครองชีพ อันจะนำไปสู่การมีอาชีพที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน นายสุรชาติกล่าวในตอนท้าย

ไทยวาโก้ ร่วมสนับสนุน Thai Domestic Power ดูแลนักกอล์ฟครบทุกมิติ พร้อมส่งต่อความมั่นใจผ่าน Wacoal Motion Wearบริษัท ไทยว...
10/09/2026

ไทยวาโก้ ร่วมสนับสนุน Thai Domestic Power ดูแลนักกอล์ฟครบทุกมิติ พร้อมส่งต่อความมั่นใจผ่าน Wacoal Motion Wear

บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ Wacoal Motion Wear สปอร์ตบรา ให้แก่นักกีฬากอล์ฟหญิงในโครงการ พร้อมนำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสรีระเข้ามาวัดตัวและแนะนำการเลือกชุดชั้นในที่เหมาะสมให้แก่นักกีฬากว่า 30 คน รวมถึงการวัดตัวเพื่อจัดทำชุดชั้นในแบบ Custom สำหรับนักกีฬาทั้งหญิงและชาย เพื่อให้เหมาะกับสรีระและการเคลื่อนไหวของแต่ละบุคคล

โดยมี คุณประณต เวสารัชวิทย์ กรรมการบริหารสายงานการตลาดและขาย Wacoal และผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการขาย (Marketing Director) และ คุณอินทิรา นาคสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร (กรรมการบริหาร) เป็นผู้แทนบริษัทฯ ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เเละมีนายอานันต์ เผือกพิบูลย์ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี พร้อมด้วยคณะทำงานสมาคมฯ ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง

นอกจากความเชี่ยวชาญด้านชุดชั้นใน ไทยวาโก้ยังต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความแอคทีฟ โดย Wacoal Motion Wear ผสานฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับดีไซน์ สามารถสวมใส่ได้ทั้งสำหรับการออกกำลังกายและในชีวิตประจำวัน

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลนักกีฬาไม่ได้มีเพียงเรื่องการฝึกซ้อมและทักษะในสนาม แต่ยังรวมถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ส่งผลต่อความสบาย ความคล่องตัว และความมั่นใจ เพื่อให้นักกีฬาสามารถเคลื่อนไหวและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่

#ไทยวาโก้ ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้นักกีฬาทุกคน เดินหน้าสู่เส้นทางอาชีพอย่างมั่นใจ และก้าวไปสู่ทุกเป้าหมายที่ตั้งใจ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประยุกต์วิถีทำบุญสุดยิ่งใหญ่ “ในประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) ประจำปี 2569” เพื่อผู้ให้ และขยายโอกาสแก่ผู...
10/09/2026

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประยุกต์วิถีทำบุญสุดยิ่งใหญ่ “ในประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) ประจำปี 2569” เพื่อผู้ให้ และขยายโอกาสแก่ผู้ยากไร้ พร้อมเพิ่มงบประมาณจัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ รวมมูลค่า 15.8 ล้านบาท สอดรับกับปริมาณผู้ที่มารอรับและค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น



กรุงเทพฯ – 9 กันยายน 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินหน้าสืบสาน ประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) ประจำปี 2569 ปรับรูปแบบการทำบุญครั้งใหญ่เพื่อขยายโอกาสให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยเพิ่มงบประมาณสำหรับจัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคและค่าพาหนะ รวมมูลค่า 15.8 ล้านบาท ให้สอดคล้องกับจำนวนประชาชนที่เดินทางมารอรับสิ่งของ รวมถึงภาวะค่าครองชีพในปัจจุบันที่เพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายกอบชัย ซอโสตถิกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง, นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง, นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และนางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และ ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ภริยาประธานกรรมการและอาสาสมัครกิตติมศักดิ์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีแจกเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพมหานคร

ปีนี้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 9,000 ชุด พร้อมมอบค่าพาหนะให้แก่ประชาชนที่เดินทางมารับสิ่งของ คนละ 200 บาท โดยมีประชาชนผู้ยากไร้จากทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดเดินทางมารอรับสิ่งของเป็นจำนวนมาก มูลนิธิฯ จึงปรับวิธีการแจกจ่ายเพื่อกระจายโอกาสให้ประชาชนผู้ยากไร้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้มากยิ่งขึ้น

สิ่งของภายในชุดเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือเส้นหมี่ น้ำปลา น้ำมันพืช ขนม เสื้อผ้า รองเท้าแตะฟองน้ำ และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ โดยบรรจุในถุงผ้าของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อมอบให้แก่ประชาชนที่มารอรับ

พิธีดังกล่าวมี นายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ผู้แทนหน่วยงานในเครือมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ และอาสาสมัครศิลปิน อาทิ นางศิริพร โอภาสวงศ์, นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ และนายพลภัทร เตชะหรูวิจิตร เข้าร่วมพิธี ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพมหานคร

รวมพลังอาสาสมัครศิลปิน สร้างสีสันงานทิ้งกระจาด

บรรยากาศภายในงานมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครศิลปินของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งร่วมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคและสร้างสีสันให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน นำโดย นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น), นายวสวิศร์ ศตพิพัฒน์ (ต้น-จักรกฤษณ์), นายสวิช เพชรวิเศษศิริ (บี๋), นางสาวพิจักขณา วงศารัตนศิลป์ (น้ำตาล), นางสาวพัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์ (เกรซ-พัชร์สิตา), นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) และนางสาวเบญญาภา จันใจ (ขิม) รวมถึงอาสาสมัครศิลปินและผู้มีจิตศรัทธาอีกจำนวนหนึ่ง

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจทั้งผู้ให้และผู้รับ โดยมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมแจกจ่ายอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนที่มารอรับสิ่งของ รวมถึงเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขณะที่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมูลนิธิฯ ได้จัดทีมดูแลประชาชนตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2569 เป็นต้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความเรียบร้อยภายในพื้นที่จัดงาน

สานต่อประเพณีทิ้งกระจาดกว่า 100 ปี

#ประเพณีทิ้งกระจาด หรือ #ซิโกว เป็นประเพณีทำบุญที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจัดสืบทอดต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 100 ปี โดยมีแนวคิดเกี่ยวกับการนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสาร และอาหารแห้ง มาเซ่นไหว้และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพชนและดวงวิญญาณไร้ญาติ ก่อนนำสิ่งของเหล่านั้นแจกจ่ายเป็นทานแก่ผู้ยากไร้

สำหรับการจัดงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ประยุกต์รูปแบบการทำบุญครั้งใหญ่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญตามประเพณี และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมาย พร้อมปรับรูปแบบการแจกจ่ายเพื่อลดการสัมผัสสิ่งของ และเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ให้และผู้รับ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งยังเพิ่มจำนวนและรายการสิ่งของภายในชุดเครื่องอุปโภคบริโภคให้มากกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนประชาชนที่มารอรับสิ่งของและภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของผู้ยากไร้ และขยายพื้นที่การแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคไปยังทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด

กระจายความช่วยเหลือ 6 เขต กทม. และ 3 จังหวัด

สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้กระจายเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 3,000 ชุด และจัดขบวนคาราวานลงพื้นที่แจกจ่ายแก่ประชาชนผู้ยากไร้ในพื้นที่ 6 เขตของกรุงเทพมหานคร โดยมี รศ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี

นอกจากนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งยังจัดสรรเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อมอบให้แก่องค์กรต่าง ๆ และร่วมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคเนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 แก่ประชาชนผู้ยากไร้ใน 3 จังหวัด โดยการดำเนินงานทั้งหมดคิดเป็นมูลค่ารวม 15.8 ล้านบาท

การปรับรูปแบบการจัดงานในปีนี้จึงเป็นการผสมผสานระหว่างการสืบสานประเพณีทำบุญทิ้งกระจาดกับการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมุ่งให้ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญ ขณะที่ผู้ยากไร้ได้รับสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ช่องทางติดตามข่าวสารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจของมูลนิธิฯ และช่องทางออนไลน์อื่น ๆ รวมถึงตรวจสอบพิกัดของมูลนิธิฯ ได้ผ่านช่องทางที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งกำหนด หรือสอบถามข้อมูลผ่าน #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังขอบุญบารมีของ #องค์หลวงปู่ไต้ฮง ( #ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธา เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และครอบครัวของทุกท่านที่มีส่วนร่วมในงานมหาบุญมหากุศลครั้งนี้ มีความสุข ความเจริญ และสุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปีและตลอดไป

“ #มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยชีวิตรักษาชีวิตสร้างชีวิต”

“จุลพันธ์” เปิดแพลตฟอร์ม One Platform for Skill Development ดันแรงงานไทยเรียนรู้ทักษะดิจิทัล 24 ชั่วโมง     กรุงเทพฯ – 1...
10/09/2026

“จุลพันธ์” เปิดแพลตฟอร์ม One Platform for Skill Development ดันแรงงานไทยเรียนรู้ทักษะดิจิทัล 24 ชั่วโมง

กรุงเทพฯ – 10 กันยายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานผ่านระบบ One Platform for Skill Development และพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่กำลังแรงงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ระหว่าง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน กับเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อเพิ่มช่องทางให้แรงงาน ประชาชนทั่วไป และสถานประกอบกิจการเข้าถึงการฝึกอบรมออนไลน์ได้สะดวกมากขึ้น

พิธีจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารกระทรวงแรงงานและผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมเป็นเกียรติในพิธี

“จุลพันธ์” ชู One Platform ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคดิจิทัล

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการและพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในครั้งนี้ เนื่องจากโลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และรูปแบบการประกอบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การพัฒนากำลังแรงงานไม่สามารถจำกัดอยู่เฉพาะการฝึกอบรมในรูปแบบเดิม รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาแรงงานให้มีความรู้และความสามารถด้านดิจิทัล สามารถเรียนรู้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง พร้อมลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่

ดังนั้น รัฐบาลจึงมอบหมายให้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ร่วมกับเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน ดำเนินโครงการความร่วมมือการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานผ่านระบบ One Platform for Skill Development

แพลตฟอร์มดังกล่าวจะเป็นระบบดิจิทัลออนไลน์ที่ช่วยให้แรงงาน ประชาชนทั่วไป และสถานประกอบกิจการ สามารถเข้าถึงบริการด้านการพัฒนาทักษะฝีมือของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ง่ายขึ้น ลดข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เคยระบุถึงแนวทางของ One Platform for Skill Development ว่าเป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับการให้บริการพัฒนาฝีมือแรงงานแบบครบวงจรในรูปแบบออนไลน์ โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ พร้อมระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ หรือ Learning Management System (LMS) และระบบวัดและประเมินผลการฝึกอบรม

เปิด 967 หลักสูตรออนไลน์จากเครือข่าย 30 แห่ง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันแพลตฟอร์มดังกล่าวมีบริษัทจากเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงานที่ขึ้นทะเบียนหลักสูตรฝึกอบรมออนไลน์แล้ว 30 แห่ง และมีหลักสูตรรองรับการให้บริการผ่านระบบรวม 967 หลักสูตร

ตัวอย่างหลักสูตรที่เปิดให้บริการ ได้แก่

หลักสูตรเทคนิคการขายขั้นสูงสำหรับนักขายมืออาชีพ

หลักสูตรการบริการด้วยใจสู่การบริการที่เป็นเลิศ

หลักสูตรสร้างประสบการณ์และบริการลูกค้าอย่างมืออาชีพด้วยแนวคิด Customer Centric

หลักสูตรสร้างกลยุทธ์การขายด้วย Generative AI

ในจำนวนเครือข่ายผู้ให้บริการหลักสูตรดังกล่าว มี บริษัท โคนิเคิล จำกัด และ บริษัท สกิลเลน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เป็นตัวอย่างของภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะกำลังแรงงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

ก่อนหน้านี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ร่วมมือกับบริษัท สกิลเลน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคนิเคิล จำกัด ในการส่งเสริมการฝึกอบรมทักษะดิจิทัลแบบออนไลน์ โดยมีการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของภาคเอกชนกับระบบของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อขยายโอกาสให้แรงงานและสถานประกอบกิจการเข้าถึงการพัฒนาทักษะได้มากขึ้น

หนุน Lifelong Learning เรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

นายจุลพันธ์กล่าวว่า การพัฒนา One Platform for Skill Development ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการเพิ่มจำนวนหลักสูตร แต่ยังเป็นการส่งเสริมแนวคิด Lifelong Learning หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้เกิดขึ้นกับกำลังแรงงานและประชาชน

แนวคิดดังกล่าวมีความสำคัญต่อการทำงานในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะแรงงานจำเป็นต้องพัฒนาทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งทักษะดิจิทัล ทักษะด้านเทคโนโลยี การใช้ AI การวิเคราะห์ข้อมูล การขาย การบริการ และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ

การเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยังช่วยให้ผู้เรียนสามารถเลือกเวลาและสถานที่เรียนให้เหมาะสมกับการทำงานและชีวิตประจำวัน ลดข้อจำกัดของการเดินทางไปยังสถานที่ฝึกอบรม และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถเรียนรู้ผ่านอุปกรณ์ดิจิทัลที่มีอยู่

ทั้งนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้วาง One Platform for Skill Development ให้เป็นหนึ่งในโครงการตามแผนปฏิบัติราชการของกรมฯ เพื่อพัฒนาระบบการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะแรงงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

เปิดโอกาสสถานประกอบกิจการใช้พัฒนาพนักงาน

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ One Platform for Skill Development คือการเปิดโอกาสให้ สถานประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายบังคับส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สามารถนำหลักสูตรบนแพลตฟอร์มไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่พนักงานของตนเองได้

แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถพัฒนาทักษะบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร ขณะเดียวกันแรงงานก็มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต

กรมพัฒนาฝีมือแรงงานระบุถึงแนวทางการให้บริการ One Platform for Skill Development ว่า ระบบจะเชื่อมโยงการฝึกอบรมออนไลน์ การวิเคราะห์ข้อมูลการฝึกอบรม และระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ เพื่อให้การพัฒนาทักษะแรงงานสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น

ยกระดับแรงงานไทยรับเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การพัฒนาทักษะของแรงงานเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และ Generative AI เข้ามามีบทบาทต่อรูปแบบการทำงานและการประกอบธุรกิจมากขึ้น

One Platform for Skill Development จึงเป็นอีกกลไกหนึ่งในการลดข้อจำกัดด้านการเข้าถึงการฝึกอบรม และเพิ่มช่องทางให้แรงงานไทยสามารถพัฒนาทักษะของตนเองอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายสำคัญคือการสร้างกำลังแรงงานที่มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานสมัยใหม่ ทั้งในด้านดิจิทัล เทคโนโลยี AI การบริหารจัดการ การขาย การบริการ และทักษะวิชาชีพต่าง ๆ พร้อมสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต

แรงงานไทยเข้าเรียน DSD One Platform ได้อย่างไร

แรงงานและประชาชนที่ต้องการพัฒนาทักษะ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการ Upskill และ Reskill ด้านดิจิทัล สามารถเข้าถึงระบบ DSD One Platform เพื่อค้นหาและสมัครหลักสูตรฝึกอบรมออนไลน์ตามความสนใจและความต้องการด้านทักษะ

ช่องทางสมัครและเข้าระบบ DSD One Platform:
DSD One Platform

การเดินหน้าระบบ One Platform for Skill Development จึงเป็นส่วนหนึ่งของการปรับรูปแบบบริการด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานของ กระทรวงแรงงาน และ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้สอดรับกับยุคดิจิทัล โดยมุ่งให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างยืดหยุ่น ทุกที่ ทุกเวลา และผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงานไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

คำถาม-คำตอบ

One Platform for Skill Development คืออะไร?
คือแพลตฟอร์มดิจิทัลของ #กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับสนับสนุนการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะแรงงานผ่านระบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้าถึงการเรียนรู้ได้สะดวกมากขึ้นทั้งด้านเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่ใช้เรียน

One Platform มีหลักสูตรกี่หลักสูตร?
ตามข้อมูลที่ใช้ในข่าว ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 มีหลักสูตรฝึกอบรมออนไลน์รองรับผ่านระบบจำนวน 967 หลักสูตร จากบริษัทในเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงานที่ขึ้นทะเบียนจำนวน 30 แห่ง

ใครสามารถใช้ One Platform for Skill Development ได้บ้าง?
กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยแรงงาน ประชาชนทั่วไป และสถานประกอบกิจการ โดยระบบถูกพัฒนาเพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

เรียน ได้ที่ไหนและเมื่อไร?
ระบบสนับสนุนการเรียนรู้แบบออนไลน์ที่ผู้เข้ารับการฝึกสามารถเรียนได้ด้วยตนเองตามความพร้อม โดยแนวทางของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเน้นการเข้าถึงแบบ “ทุกที่ ทุกเวลา” ผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ

GEd เทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม พลิกเกมเกษตรไทย พัฒนาพืชต้านโรค ลดสารเคมี-ลดต้นทุน     กรุงเทพฯ – 10 กันยายน 2569 เทคโนโลยีกา...
10/09/2026

GEd เทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม พลิกเกมเกษตรไทย พัฒนาพืชต้านโรค ลดสารเคมี-ลดต้นทุน

กรุงเทพฯ – 10 กันยายน 2569 เทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม หรือ Genome Editing (GEd) ถูกจับตามองในฐานะเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาพันธุ์พืชให้มีลักษณะตามเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะการพัฒนาพืชต้านทานโรคและศัตรูพืช ซึ่งอาจช่วยลดความเสียหายของผลผลิต ลดการพึ่งพาสารป้องกันกำจัดโรคและแมลง และลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรไทย ท่ามกลางปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการระบาดของศัตรูพืชที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ประเด็นดังกล่าวถูกนำเสนอในงานเสวนา “พันธุ์พืชต้านทานโรคที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม: โอกาสและประโยชน์สำหรับเกษตรกรไทย” เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมใหญ่ กองวิจัยพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

GEd คืออะไร และแตกต่างจาก GMO อย่างไร

เทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม หรือ Genome Editing เป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้ปรับเปลี่ยนสารพันธุกรรมในตำแหน่งที่ต้องการ โดยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาพันธุ์พืชให้มีลักษณะเฉพาะ เช่น ต้านทานโรค ทนต่อสภาพแวดล้อม หรือมีคุณสมบัติด้านผลผลิตและคุณภาพตามเป้าหมาย

องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ Food and Agriculture Organization of the United Nations (FAO) อธิบายว่า Gene Editing เป็นกลุ่มเทคนิคทางชีววิทยาระดับโมเลกุลที่ใช้สร้างการเปลี่ยนแปลงแบบเจาะจงในจีโนมของสิ่งมีชีวิต และสามารถนำมาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืช สัตว์ และจุลินทรีย์เพื่อการเกษตร โดยมีศักยภาพในการพัฒนาลักษณะที่ช่วยเพิ่มผลผลิต คุณภาพ และความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

หนึ่งในความแตกต่างสำคัญระหว่างพืชที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี GEd บางรูปแบบกับพืชดัดแปลงพันธุกรรม หรือ Genetically Modified Organism (GMO) คือ พืช GEd บางกรณีสามารถปรับเปลี่ยนยีนของสิ่งมีชีวิตเดิมโดยไม่จำเป็นต้องมีการนำยีนจากสิ่งมีชีวิตต่างชนิดเข้ามา อย่างไรก็ตาม การจัดประเภทและการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์จาก GEd แตกต่างกันในแต่ละประเทศ จึงจำเป็นต้องพิจารณาเป็นรายกรณีตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของแต่ละประเทศ ฟ

สำหรับประเทศไทย #กรมวิชาการเกษตร. ระบุว่า #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. ได้ออก ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร พ.ศ. 2567 ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ขณะที่กรมวิชาการเกษตรออก ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองพืชที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม พ.ศ. 2567 ลงนามเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567

ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีกรอบหลักเกณฑ์สำหรับการรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม โดยกรณีพืชอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของกรมวิชาการเกษตร

2 งานวิจัยไทย พัฒนามะเขือเทศและมะละกอต้านโรค

ข้อมูลจากการเสวนาระบุว่า สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพสัมพันธ์ ได้สำรวจสถานการณ์การวิจัยและพัฒนาการปรับปรุงพันธุ์พืชด้วยเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมในปี พ.ศ. 2567 และพบว่ามีนักวิจัยอย่างน้อย 14 คน ดำเนินงานกับพืช 14 ชนิด จากหน่วยงานภาครัฐ 6 แห่ง โดยมีพืชบางชนิดที่สามารถพัฒนาได้ตามเป้าหมาย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2568 สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพสัมพันธ์ จัดสัมมนาวิชาการหัวข้อ “พืชแก้ไข/ปรับแต่งยีน/จีโนม ที่ใกล้จะนำไปใช้ประโยชน์และการกำกับดูแล” เพื่อเผยแพร่ความรู้และความก้าวหน้าของงานวิจัยพืชที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว โดยมีข้อมูลว่าพืชอย่างน้อย 2 ชนิดมีความก้าวหน้าและใกล้เข้าสู่กระบวนการขอรับรองจากกรมวิชาการเกษตร

พืชดังกล่าว ได้แก่ มะเขือเทศต้านทานโรคเหี่ยวเหลือง และ มะละกอต้านทานไวรัสจุดวงแหวน

มะเขือเทศต้านทานโรคเหี่ยวเหลือง

งานวิจัยมะเขือเทศต้านทานโรคเหี่ยวเหลืองพัฒนาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัญญ์วนิช ธัญสิริวรรธน์ และคณะ จาก ภาควิชาเกษตรและทรัพยากร คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร

แนวทางการวิจัยเป็นการปิดการทำงานของยีน LRR receptor-like serine/threonine-protein kinase หรือ Solyc11g01180.1 ซึ่งอยู่บนโครโมโซมที่ 11 เพื่อพัฒนาลักษณะต้านทานโรคเหี่ยวเหลืองในมะเขือเทศ

โรคเหี่ยวเหลืองเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของการผลิตมะเขือเทศ โดยเฉพาะเมื่อเกิดการระบาดรุนแรงในพันธุ์ที่อ่อนแอ อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตอย่างมาก เกษตรกรยังต้องมีต้นทุนในการจัดการโรค ทั้งการใช้สารเคมีหรือชีวภัณฑ์ ตลอดจนแรงงานในการกำจัดต้นพืชที่เป็นโรค

มะละกอต้านทานไวรัสจุดวงแหวน

อีกหนึ่งงานวิจัยสำคัญคือ พันธุ์มะละกอต้านทานไวรัสจุดวงแหวน พัฒนาโดย ดร.ปิยนุช ศรชัย นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กองวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร

งานวิจัยดังกล่าวมุ่งปิดการทำงาน หรือ deletion ในตำแหน่งพันธุกรรมเฉพาะของยีน eIF4E เพื่อพัฒนามะละกอที่มีความต้านทานต่อไวรัสจุดวงแหวนมะละกอ

ข้อมูลทางวิชาการที่เผยแพร่ผ่านคลังความรู้ของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังพบผลงานวิจัยของ ดร.ปิยนุช ศรชัย เกี่ยวกับการตรวจสอบมะละกอดัดแปลงพันธุกรรมและงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชอย่างต่อเนื่อง

โรคจุดวงแหวนมะละกอถือเป็นปัญหาสำคัญของการปลูกมะละกอ เนื่องจากสามารถสร้างความเสียหายแก่ต้นพืชได้ในหลายช่วงอายุ และสามารถแพร่ระบาดโดยแมลงปากดูด เช่น เพลี้ยอ่อน ซึ่งเป็นพาหะของไวรัส นอกจากนี้ยังมีพืชอาศัยหลายชนิด ทำให้การควบคุมโรคในพื้นที่เพาะปลูกมีความซับซ้อน

หากเกษตรกรปลูกมะละกอพันธุ์ที่อ่อนแอ เมื่อเกิดการระบาดย่อมส่งผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ ขณะเดียวกันยังมีต้นทุนด้านสารป้องกันกำจัดแมลงพาหะ ปุ๋ย น้ำ และแรงงานที่ใช้ในการดูแลจัดการแปลง

GEd ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนได้อย่างไร

หัวใจสำคัญของการพัฒนาพืชต้านทานโรคด้วย GEd คือการสร้างลักษณะทางพันธุกรรมที่ช่วยให้พืชสามารถรับมือกับโรคหรือศัตรูพืชได้ดีขึ้น หากนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมและผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์ ย่อมมีศักยภาพในการลดความสูญเสียของผลผลิตและลดภาระต้นทุนในการจัดการโรค

สำหรับเกษตรกร ผลประโยชน์ที่คาดหวังได้ ได้แก่

ลดความเสียหายจากโรคพืช

ลดการพึ่งพาสารป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช

ลดต้นทุนการผลิตในส่วนของการจัดการโรค

เพิ่มโอกาสรักษาระดับผลผลิตและคุณภาพผลผลิต

เพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงพันธุ์พืชใหม่

เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคเกษตรไทย

สนับสนุนแนวทางการผลิตที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กรมวิชาการเกษตรเองระบุว่าเทคโนโลยี Genome Editing มีศักยภาพในการพัฒนาพันธุ์พืชให้มีลักษณะตามความต้องการได้รวดเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการปรับปรุงพันธุ์แบบดั้งเดิม และสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาภาคเกษตร เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม โรค และศัตรูพืช )

ไทยวางระบบกำกับ GEd รองรับการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร

การมีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และประกาศกรมวิชาการเกษตรในปี 2567 ทำให้ประเทศไทยมีกรอบการดำเนินงานสำหรับการรับรองสิ่งมีชีวิตและพืชที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม

กรมวิชาการเกษตรระบุว่า ในกรณีพืช ผู้พัฒนาจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด ขณะที่สิ่งมีชีวิตประเภทอื่นอยู่ภายใต้หน่วยงานที่รับผิดชอบตามประเภทนั้น ๆ

นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังได้พัฒนากลไกผู้ประเมินสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยี GEd เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ด้านเทคนิค การประเมินความปลอดภัย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และกรณีศึกษาระดับสากลสำหรับใช้ประกอบกระบวนการพิจารณาและรับรอง

โอกาสของเกษตรไทยในยุคภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ภาคเกษตรต้องรับมือกับทั้งอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ภัยแล้ง น้ำท่วม และการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชที่อาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปตามสภาพแวดล้อม

FAO ระบุว่าเทคโนโลยี Gene Editing มีศักยภาพในการพัฒนาลักษณะของพืชและสัตว์เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ รวมถึงช่วยสนับสนุนความยั่งยืนและความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างไรก็ตาม การกำกับดูแลและการประเมินความปลอดภัยยังเป็นประเด็นสำคัญที่แต่ละประเทศต้องกำหนดตามบริบทของตนเอง

สำหรับประเทศไทย การพัฒนามะเขือเทศต้านทานโรคเหี่ยวเหลืองและมะละกอต้านทานไวรัสจุดวงแหวน จึงสะท้อนทิศทางหนึ่งของการนำเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่มาใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในภาคการเกษตร

หากงานวิจัยสามารถผ่านกระบวนการประเมินและรับรองตามหลักเกณฑ์ของ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สำเร็จ พืชกลุ่มดังกล่าวจะเป็นอีกทางเลือกสำหรับการพัฒนาภาคเกษตรไทย โดยเฉพาะการลดความสูญเสียจากโรค ลดต้นทุนการจัดการ และเพิ่มความสามารถในการปรับตัวของระบบการผลิตต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ในภาพใหญ่ เทคโนโลยี GEd จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของห้องปฏิบัติการ แต่กำลังถูกพัฒนาให้เชื่อมโยงตั้งแต่การวิจัย การประเมินความปลอดภัย การรับรอง ไปจนถึงการใช้ประโยชน์จริงในภาคการเกษตร โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและพันธุ์พืชใหม่ที่ตอบโจทย์ปัญหาการผลิตในอนาคต

ที่อยู่

99/1 ถนนรัชดาภิเษก
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Postupnews THผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์