By.Moowan หมูหวานพาชิม พาช๊อป พาเที่ยว ลิ้มรส?

หลังจากความสำเร็จของห้องอาหารแอน-โซฟี พิค แอท เลอ นอร์มังดี ในการคว้ารางวัล 2 ดาวมิชลิน และรางวัล Tatler Best New Restau...
03/06/2026

หลังจากความสำเร็จของห้องอาหารแอน-โซฟี พิค แอท เลอ นอร์มังดี ในการคว้ารางวัล 2 ดาวมิชลิน และรางวัล Tatler Best New Restaurant ประจำปี 2569 โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งในการต้อนรับการกลับมาของเชฟแอน-โซฟี พิค สู่กรุงเทพมหานครอีกครั้งในโอกาสพิเศษนี้ ตั้งแต่วันที่ 11–14 มิถุนายน 2569

เชฟแอน-โซฟี พิค ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นเชฟหญิงที่ครอบครองดาวมิชลินมากที่สุดในโลก พร้อมกลับมารังสรรค์บทใหม่ของห้องอาหารแอน-โซฟี พิค แอท เลอ นอร์มังดี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ประสบการณ์ครั้งนี้นำเสนอเมนูใหม่ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นพิเศษจากการตีความวัตถุดิบตามฤดูกาล ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากวิถีแห่งสายน้ำเจ้าพระยา จิตวิญญาณของกรุงเทพมหานคร และปรัชญา ‘Suffusion’ ของเชฟแอน-โซฟี ซึ่งเป็นแนวคิดการทำอาหารที่เน้นการสร้างมิติของกลิ่นและรสชาติอันละเอียดอ่อนผ่านเทคนิคต่าง ๆ

เมนูที่รังสรรค์ขึ้นใหม่โดยเชฟแอน-โซฟีสำหรับการมาเยือนในครั้งนี้ อาทิ La Daurade d’Akashi ปลากะพงขาวหมักเสิร์ฟคู่กับไอศกรีมสาเกผสานกลิ่นหอมของพริกไทยชมพูและส้มจาบาระ (Jabara citrus) La Crevette d’Amakusa กุ้งย่างไฟอ่อน ๆ เสิร์ฟพร้อมไข่มุกเม็ดสาคู น้ำซุปจากถั่วตองกาและดอกดาวเรืองป่า La Sole de Bretagne ปลาโซลจากแคว้น- บริตานี ประเทศฝรั่งเศส อบกับใบสนซีดาร์ ทานคู่กับผักสีเขียวของไทย พริกไทย และซอสเนยขาวกลิ่นใบแกง ไฮไลต์อื่นๆ อาทิ Les Asperges blanches de la Loire หน่อไม้ฝรั่งขาวจากลุ่มแม่น้ำลัวร์อบกับผงกะหรี่มาดราส (Madras curry) และซอสกาแฟซาบายอง L’Agneau de l’Aveyron ซี่โครงแกะอบ เสริมรสชาติด้วยชารอยบอส (Rooibos) เครื่องเทศโคโรรีมา (Kororima) รากสมุนไพรมาสเตอร์เวิร์ต (Masterwort Root) และแผ่นแป้งถั่วลูกไก่กับตับอ่อนแกะ เมนูทั้งหมดนี้พร้อมสานต่อเรื่องราวและบทสนทนาของอาหารฝรั่งเศสอันละเมียดละไม และสุนทรียภาพของกรุงเทพมหานครที่นิยามความเป็นห้องอาหารเลอ นอร์มังดี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501

“ความมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ วิถีแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา และความอบอุ่นของทีมโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เมนูใหม่ ๆ ให้กับฉันเสมอมา” เชฟแอน-โซฟี พิค กล่าว “การได้กลับมาที่ห้องอาหารแห่งนี้อีกครั้ง เปรียบเสมือนการสานต่อบทสนทนาที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น”

นับตั้งแต่การเผยโฉมใหม่ในเดือนกันยายน 2568 ห้องอาหารแอน-โซฟี พิค แอท เลอ นอร์มังดี ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในห้องอาหารชั้นนำของกรุงเทพฯ และได้รับการยกย่องระดับโลกจากการนำเสนออาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ ในขณะเดียวกันก็ยังคงยกย่องและให้เกียรติตำนานของห้องอาหารฝรั่งเศสไฟน์ไดน์นิ่งแห่งแรกของประเทศไทยนี้ไว้อย่างงดงาม
ประสบการณ์ครั้งนี้เปิดโอกาสให้แขกทุกท่านได้ลิ้มลองเมนูโดยหนึ่งในเชฟผู้ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลก และร่วมค้นพบบทใหม่ของห้องอาหารแอน-โซฟี พิค แอท เลอ นอร์มังดี กับจำนวนที่นั่งที่มีจำกัดตลอดระยะเวลา 4 วัน
เวลาทำการ:
วันพุธ ถึง วันอาทิตย์
มื้อกลางวัน: 12:00 น. ถึง 15:30 น. มื้อค่ำ: 18:30 น. ถึง 23:30 น.

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 บริษัท ทองก้อนใหญ่ โ...
03/06/2026

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้เข้าร่วมให้บริการด้านสุขภาพสมองเบื้องต้นในกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ ที่จัดโดยกองบัญชาการกองทัพไทย เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน
การเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมของกองบัญชาการกองทัพไทยในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านสุขภาพประชาชน โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกองทัพและหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมเป็นเกียรติอย่างพร้อมเพรียง
ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กองบัญชาการกองทัพไทยได้จัดกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในฐานะสถาบันหลักของชาติที่มีพันธกิจพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งกิจกรรมเป็นประโยชน์แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน โดยบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้รับโอกาสอันเป็นเกียรติในการนำนวัตกรรมเครื่องตรวจคัดกรองภาวะสมองเสื่อมเบื้องต้น "Eyetronix" ออกให้บริการแก่ประชาชนและกำลังพลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยทีมไทย ออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทของคนไทย และบริษัทฯ ถือครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้อง
2
แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า "ความร่วมมือกับกองทัพไทยในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำนวัตกรรมด้านสุขภาพเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง กองทัพมีโครงสร้างและเครือข่ายที่เข้มแข็งครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทฯ ในการกระจายโอกาสการตรวจคัดกรองสุขภาพสมองให้ถึงมือผู้สูงอายุทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล"
เครื่อง Eyetronix สามารถประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เหมาะสำหรับการให้บริการในพื้นที่ต่างๆ ที่มีข้อจำกัดด้านบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยให้วางแผนการรักษาได้ทันท่วงที ชะลอความรุนแรงของโรค และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้แนะนำเทคโนโลยี "Neurosight" นวัตกรรมเพื่อการกระตุ้นและฟื้นฟูการทำงานของสมอง ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และลดภาระการดูแลของครอบครัวในระยะยาว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาโซลูชันด้านสุขภาพสมองครบวงจร ตั้งแต่การคัดกรองจนถึงการฟื้นฟู
การเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมของกองบัญชาการกองทัพไทยในครั้งนี้ นับเป็นตัวอย่างของการที่ภาคเอกชนร่วมสนับสนุนภารกิจสาธารณประโยชน์ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองสุขภาพสมองได้อย่างเท่าเทียม เพื่อสังคมไทยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน #เฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี #บริษัททองก้อนใหญ่โฮลดิ้งจำกัด

เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย ผ่าน Good Travel with Marriott Bonvoy กับกิจกรรม...
30/05/2026

เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย
ผ่าน Good Travel with Marriott Bonvoy กับกิจกรรม ‘Sustainability Coffee Journey’ ณ ดอยตุง
– เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท เดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่เปี่ยมด้วยความหมาย เปิดตัวกิจกรรม “Sustainability Coffee Journey” ภายใต้โครงการ Good Travel with Marriott Bonvoy

ชวนนักเดินทางร่วมสัมผัสวิถีแห่งกาแฟรักษ์โลก ณ ดอยตุง พร้อมสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดเชียงราย

กิจกรรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความรื่นรมย์ตามปรัชญา "Savour the Good Life" ของแบรนด์ เลอ เมอริเดียน โดยเน้นการเรียนรู้วงจรชีวิตของกาแฟ (Tree-to-Cup) ผ่านกิจกรรมไฮไลท์ อาทิ:

• เริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ ละติจูด 19: เริ่มต้นการเดินทางด้วยการจิบเอสเพรสโซ่รสเลิศจากเมล็ดกาแฟดอยตุง ก่อนจะพาคุณย้อนกลับไปค้นหาความลับของรสชาติ ณ ใจกลางป่าของดอยตุง

• สัมผัสวิถีป่ามีชีวิต: ออกเดินทางจากรีสอร์ทสู่ดอยตุง เพื่อเดินป่าศึกษาการปลูกกาแฟภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ (Shade-grown coffee) ซึ่งช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศบนดอยตุง

• ประสบการณ์เก็บเกี่ยว (ตามฤดูกาล): ร่วมเก็บผลเชอร์รี่กาแฟสดจากต้น (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์) หรือร่วมทัวร์เจาะลึกความหลากหลายทางชีวภาพในช่วงนอกฤดูกาลเก็บเกี่ยว (มีนาคม - ตุลาคม)

“เรามุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์ที่มากกว่าการพักผ่อน แต่เป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างแขกผู้เข้าพักกับชุมชนและธรรมชาติในเชียงราย”
คุณ สิตพร เจษฎาวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท กล่าว
รายละเอียดกิจกรรม:
• ราคา: 6,800 บาทสุทธิต่อท่าน
• การจอง: สำรองกิจกรรมล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน (รับจำนวน 2-8 ท่านต่อรอบ)
#เลอเมอริเดียนเชียงรายรีสอร์ท

หมูหวาน มีโอกาสร่วมงาน Zara (ซาร่า) เปิดร้านสาขาใหม่ล่าสุดที่ เซ็นทรัล พาร์ค สุดตระการตาเพราะมาในคอนเซปต์การออกแบบร้านให...
30/05/2026

หมูหวาน มีโอกาสร่วมงาน Zara (ซาร่า) เปิดร้านสาขาใหม่ล่าสุดที่ เซ็นทรัล พาร์ค สุดตระการตาเพราะมาในคอนเซปต์การออกแบบร้านใหม่ เหมือนเป็นการตอกย้ำการขยายการเติบโตในประเทศไทย โดยแบรนด์สากลระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
ณ ร้านแห่งใหม่นี้ จงใจปักหมุดใจกลางย่านธุรกิจการค้าของกรุงเทพฯ บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ครอบคลุมถึง 2 ชั้นด้วยกัน โดยนำเสนอคอลเลคชันสำหรับผู้หญิงและผู้ชายออกมาได้อย่างหลากหลาย รวมถึงโซนสำหรับน้ำหอม รองเท้าและกระเป๋าโดยเฉพาะไม่เหมือนสาขาใดที่เคยมีมาก่อนหน้านั้น

สาขาดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Zara ในด้านนวัตกรรมการค้าปลีก เพื่อให้แบรนด์ได้กลายเป็นจุดหมายแห่งใหม่ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ผสานแฟชั่น สถาปัตยกรรม และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

คอนเซปต์ไม่ธรรมดา ร้านถูกออกแบบโดยทีม Zara Architecture Studio ภายใต้แนวคิดการสร้างพื้นที่แห่งการค้นพบ ที่ค่อยๆ พาเหล่าผู้มาเยือนเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งอย่างต่อเนื่องและมีชีวิตชีวา แนวคิดด้านสถาปัตยกรรมได้นำองค์ประกอบคลาสสิคอย่างซุ้มเสาและคานเหนือประตูมาตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย จนเกิดเป็นบรรยากาศของร้านที่ทั้งเหนือกาลเวลาและเปี่ยมไปด้วยความหรูหรา

ร้านตั้งอยู่บริเวณพลาซ่าหลักของ เซ็นทรัล พาร์ค โดดเด่นด้วยเพดานสูงสองชั้นด้านหน้าร้านที่เปิดมุมมองสู่ลานกลางของร้าน ภายในถูกออกแบบให้มีบรรยากาศที่เสมือนเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งอย่างเป็นมิตร พร้อมพื้นที่เฉพาะสำหรับคอลเลคชันผู้หญิงและผู้ชาย รวมถึงโซน รองเท้า กระเป๋า และน้ำหอมโดยเฉพาะ วัสดุตกแต่งภายในผสานพื้นผิวลักษณะคล้ายหิน พื้นไม้โอ๊ค ตกแต่งรายละเอียดต่างๆ ด้วยสแตนเลส เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและร่วมสมัยในทุกโซนของร้าน

โดยการออกแบบสะท้อนให้เห็นถึงคอนเซปต์ใหม่ล่าสุดของ Zara สำหรับแฟลกชิพสโตร์ทั่วโลก ผ่านภาพลักษณ์ใหม่และพื้นที่จัดแสดงสินค้ารูปแบบใหม่ ที่ช่วยส่งเสริมคอลเลคชันของแบรนด์ และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างลูกค้าและสินค้าอีกด้วย

นวัตกรรมด้านการบริการลูกค้า
สำหรับร้านค้าคอนเซปต์ใหม่แห่งนี้ได้นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อแบบ Omnichannel เชื่อมโยงระหว่างร้านและแพลตฟอร์มออนไลน์ของแบรนด์ ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อกับแบรนด์ได้ทั้งภายในร้าน ผ่านเว็บไซต์ zara.com และแอปพลิเคชัน Zara ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าแบบเรียลไทม์ ค้นหาสินค้าได้อย่างรวดเร็ว และรับสินค้าออนไลน์ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง โดยบริการสำคัญที่นำมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง ได้แก่
- จุดรับคืนสินค้าแบบมีผู้ช่วยบริการ เพื่อความรวดเร็วและสะดวกสบายยิ่งขึ้นในการคืนสินค้า
- พื้นที่ชำระเงินแบบมีผู้ช่วยบริการในทุกโซน โดยติดตั้งเครื่องชำระเงินที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย
นอกจากนี้ ภายในร้านยังมีจุดรับคืนบรรจุภัณฑ์ต่างๆ จากการสั่งซื้อออนไลน์สำหรับรีไซเคิล เพื่อเชิญชวนลูกค้าให้มีส่วนร่วมด้านความยั่งยืน อีกทั้งยังมีจุดรับบริจาคเสื้อผ้ามือสอง เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้าผ่านความร่วมมือกับองค์กรการกุศลอีกด้วย แฟนคลับ Zara อย่างหมูหวานชวนชิมไม่พลาดที่จะติดตามคอลเลคชั่นใหม่ๆ ของแบรนด์โปรดอย่างแน่นอน #แบรนด์ซาร่า #แบรนด์แฟชั่น #แฟชั่นวันนี้

กลุ่มบริษัทบลู เอเลเฟ่นท์ เดินหน้าขยายตลาดอาหารไทยระดับพรีเมียมสู่เวทีโลก ผ่านการเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ภ...
27/05/2026

กลุ่มบริษัทบลู เอเลเฟ่นท์ เดินหน้าขยายตลาดอาหารไทยระดับพรีเมียมสู่เวทีโลก ผ่านการเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ภายใต้แนวคิด “From Thai Culinary Heritage to Global Gourmet Products - จากมรดกอาหารไทยสู่ผลิตภัณฑ์กูร์เมต์ระดับโลก” พร้อมเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สะท้อนทิศทางการเติบโตของตลาดอาหารไทยในระดับสากล และตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ ความสะดวก และความเป็นต้นตำรับ

การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของกลุ่มบริษัทบลู เอเลเฟ่นท์ ในการต่อยอด “Heritage Thai Cuisine” สู่กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารระดับพรีเมียม โดยมีมาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ ผู้ก่อตั้งและ Executive Chef เป็นหัวเรือสำคัญในการพัฒนาแนวคิดและมาตรฐานรสชาติ ภายใต้ประสบการณ์ด้านอาหารไทยยาวนานกว่า 45 ปี

มาสเตอร์เชฟนูรอ กล่าวว่า “อาหารไทยไม่ใช่เพียงเรื่องของรสชาติ แต่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนคุณค่าของวัตถุดิบไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น เราเชื่อเสมอว่า ‘อาหารไทยคือยา’ และจะไม่มีอาหารไทยที่ดีได้หากไม่มีวัตถุดิบไทยที่ดี การเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและใส่ใจต่อความยั่งยืน คือหัวใจสำคัญในการรักษารสชาติไทยแท้ให้คงอยู่ต่อไป”

“ตลอดกว่า 45 ปี สิ่งที่เรามุ่งมั่นคือการทำให้อาหารไทยเข้าถึงผู้คนทั่วโลกได้ง่ายขึ้น โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์และจิตวิญญาณของอาหารไทยไว้อย่างครบถ้วน” มาสเตอร์เชฟนูรอ กล่าวเพิ่มเติม

ไฮไลต์สำคัญภายในงานปีนี้ คือการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ “Seasoning & Spice Innovation” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำอาหารยุคใหม่ ประกอบด้วยผงเครื่องแกง 5 รสชาติ รวมถึงแกงไทยยอดนิยมอย่างแกงเขียวหวาน แกงแดง แกงกะหรี่ และแกงมัสมั่น ในรูปแบบขวดโรย (Sprinkler Format) ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งการโรย ปรุง หรือผัด ช่วยเพิ่มความสะดวกในการประกอบอาหารโดยยังคงรสชาติไทยแท้ไว้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวเครื่องปรุงรสต้มยำในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์ของแบรนด์ในการนำ “Iconic Thai Flavours” มาปรับให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายสำหรับตลาดสากล โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหรัฐอเมริกา และยุโรป ที่มีความต้องการอาหารไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บลู เอเลเฟ่นท์ ยังขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวผ่านการเปิดตัว ขนมทองม้วนกรอบระดับพรีเมียม “Crispy Coconut Roll” พร้อมปรับโฉมบรรจุภัณฑ์สินค้าในกลุ่ม Thai Nuts ถั่วรวมคั่วสมุนไพร จากรูปแบบกระป๋องสู่ซองขนาด 200 กรัม เพื่อเพิ่มความสะดวกในการบริโภคและตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

อิเนส ชาดอนเน่ต์ (Ines Chardonnet) กรรมการผู้จัดการ บริษัท บลูสไปซ์ จำกัด และรองประธานอาวุโส กลุ่มบริษัทบลู เอเลเฟ่นท์ กล่าวว่า “นวัตกรรมของบลู เอเลเฟ่นท์ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความแท้จริงเสมอ เป้าหมายของเราคือการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านอาหารไทยของมาสเตอร์เชฟนูรอ ออกมาในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย สนุก และยังคงจิตวิญญาณของอาหารไทยไว้อย่างครบถ้วน”

ด้าน เควิน โซ๊ะมณี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บลูสไปซ์ จำกัด กล่าวเสริมว่า “บลูสไปซ์มุ่งพัฒนาเครื่องเทศและผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยยังคงรักษาความเป็นอาหารไทยแท้ไว้อย่างครบถ้วน ผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาอาหารไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกได้ง่ายขึ้น โดยไม่ลดทอนเสน่ห์และความซับซ้อนของรสชาติไทย”

นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บลู เอเลเฟ่นท์ยังให้ความสำคัญกับแนวคิดด้าน Sustainability และ Responsible Sourcing ผ่านการสนับสนุนการใช้สมุนไพรไทยและวัตถุดิบท้องถิ่นจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารไทยในระยะยาว

ปัจจุบัน บุตรทั้งสามของมาสเตอร์เชฟนูรอ ยังคงมีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนกลุ่มบริษัทบลู เอเลเฟ่นท์ สู่เวทีสากล ได้แก่ คิม สเต็ปเป้ ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ซานดร้า สเต็ปเป้ ผู้ดูแลด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ และ คริส สเต็ปเป้ ผู้มีบทบาทในการพัฒนาและสร้างแรงบันดาลใจให้เชฟรุ่นใหม่ เพื่อร่วมสืบสานมรดกอาหารไทยของครอบครัวในระดับนานาชาติ

บลู เอเลเฟ่นท์ยังคงเชื่อมโยงประสบการณ์อาหารไทยระหว่างร้านอาหารและครัวภายในบ้านอย่างลงตัว ผ่านร้านอาหารของแบรนด์ในสาทร สุขุมวิท 13 และภูเก็ต ควบคู่กับกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพรีเมียมที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถรังสรรค์อาหารไทยแท้ได้อย่างสะดวก สะท้อนพันธกิจของแบรนด์ในการทำให้อาหารไทยยังคงร่วมสมัย เข้าถึงได้ และยั่งยืนในระดับโลก

การเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนความแข็งแกร่งของบลู เอเลเฟ่นท์ในฐานะผู้นำด้านอาหารไทยระดับโลก แต่ยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการผลักดัน “อาหารไทย” ให้เติบโตในฐานะ Global Premium Culinary Brand ที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

#หมูหวานชวนชิม #บลูเอเลเฟ่นท์

การบินไทยเฉลิมฉลองครบรอบ 33 ปี Royal Orchid Plus มอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์เหนือระดับแก่สมาชิกตลอดปี 2569กรุงเทพฯ 25 ...
25/05/2026

การบินไทยเฉลิมฉลองครบรอบ 33 ปี Royal Orchid Plus มอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์เหนือระดับแก่สมาชิกตลอดปี 2569
กรุงเทพฯ 25 พฤษภาคม 2569 – บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ฉลองครบรอบ 33 ปี โปรแกรมสะสมไมล์ Royal Orchid Plus (ROP) ด้วยการยกระดับประสบการณ์สมาชิก ROP ผ่านการเปิดตัวสิทธิประโยชน์ กิจกรรมพิเศษ และประสบการณ์รูปแบบใหม่ตลอดปี 2569 เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการเดินทางและไลฟ์สไตล์ของสมาชิกยุคใหม่ โดยมี คุณชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทฯ พร้อมด้วย คุณกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ ร่วมในงานแถลงข่าว ณ ห้องออเธอร์ส เลานจ์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการเปิดตัวแคมเปญ “Rise to GOLD” ซึ่งมุ่งเปิดโอกาสให้สมาชิก
Royal Orchid Plus ระดับ Silver สามารถก้าวสู่สถานะ Gold Member ได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมรับเอกสิทธิ์
การเดินทางระดับพรีเมียม อาทิ การเข้าใช้ห้องรับรองพิเศษ น้ำหนักสัมภาระเพิ่มเติม และสิทธิประโยชน์จากเครือข่าย Star Alliance ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สมาชิก ทั้งกลุ่มที่เดินทางอย่างต่อเนื่อง สมาชิกที่เคยถือสถานะ Gold รวมถึงสมาชิกที่อยู่ในช่วงใกล้ถึงสถานะ Gold
ภายในงาน มีการจัดเวทีเสวนาพิเศษ โดยผู้บริหารจากการบินไทย ร่วมพูดคุยถึงแนวคิด ทิศทาง และการพัฒนา Royal Orchid Plus ในอนาคต พร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ คุณภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ หรือ “บาส”
จากช่อง Go Went Go ที่ร่วมแบ่งปันมุมมองในฐานะนักเดินทางและสมาชิก Royal Orchid Plus ถึงประสบการณ์การเดินทางและไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่
นอกจากนี้ การบินไทยยังเตรียมสิทธิประโยชน์และกิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก Royal Orchid Plus ตลอดทั้งปี อาทิ โปรโมชันร่วมกับ Mastercard ที่มอบ Bonus Miles เพิ่มเติมสำหรับสมาชิกที่เข้าร่วมรายการ สิทธิประโยชน์จากพันธมิตรทางการเงิน กิจกรรมในงาน “รักคุณเท่าฟ้า” รวมถึงสิทธิพิเศษส่วนลดค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด 30% สำหรับการแลกบัตรโดยสารรางวัลชั้นประหยัดในเส้นทางบินระหว่างประเทศของ
การบินไทย
ขณะเดียวกัน Royal Orchid Plus ได้ขยายประสบการณ์ของสมาชิกสู่มิติใหม่ ที่ไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมสะสมไมล์ แต่เป็น ecosystem ที่เชื่อมโยงการเดินทาง ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ที่มีความหมายสำหรับสมาชิก ผ่านกิจกรรมและความร่วมมือพิเศษ เช่น GDH Concert ซึ่งสมาชิกสามารถรับโบนัสไมล์และสิทธิประโยชน์พิเศษจากกิจกรรมได้ รวมถึงกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 33 ปีของ Royal Orchid Plus ที่จะจัดขึ้นภายในปีนี้
โดยสมาชิกสามารถร่วมกิจกรรมและรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการขยายสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวผ่าน Royal Orchid Holidays (ROH) ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถนำไมล์สะสมมาใช้แลกแพ็กเกจท่องเที่ยวและบริการต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
คุณชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทย กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสครบรอบ 66 ปี
ของการบินไทย ครบรอบ 33 ปีของ Royal Orchid Plus และครบรอบ 55 ปีของ Royal Orchid Holidays
เราได้เตรียมกิจกรรมและสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย เพื่อขอบคุณสมาชิก Royal Orchid Plus ที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการบินไทยมาอย่างต่อเนื่อง เรามุ่งมั่นพัฒนา Royal Orchid Plus ให้ตอบโจทย์ทั้งด้าน
การเดินทางและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยแคมเปญ Rise to GOLD และกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นปีนี้ สะท้อนความตั้งใจของการบินไทยในการมอบประสบการณ์และคุณค่าที่มากยิ่งขึ้นให้แก่สมาชิกทุกคน”
ทั้งนี้ สมาชิก Royal Orchid Plus สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ thaiairways.com หรือช่องทางสื่อสารของการบินไทยและ Royal Orchid Plus
การบินไทยยังคงมุ่งมั่นพัฒนา Royal Orchid Plus สู่การเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทั้งการสะสมไมล์ การเดินทาง ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างคุณค่าและความประทับใจให้แก่สมาชิกในทุก
การเดินทาง
#หมูหวานชวนชิม #การบินไทย

เนื่องจาก เชฟเอียน กิตติชัย เปิดตัว 23 เมนูใหม่ ณ ร้านอาหารคำหอม ถ่ายทอดเรื่องราวอาหารไทยพื้นถิ่นในรูปแบบเรื่องเล่าที่กิ...
21/05/2026

เนื่องจาก เชฟเอียน กิตติชัย เปิดตัว 23 เมนูใหม่ ณ ร้านอาหารคำหอม ถ่ายทอดเรื่องราวอาหารไทยพื้นถิ่นในรูปแบบเรื่องเล่าที่กินได้ ชูความหลากหลายของวัตถุดิบตามฤดูกาล และรสมือคนครัวจากหลากภูมิภาคทั่วไทยท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลที่ปลุกความมีชีวิตชีวาให้แก่ผืนแผ่นดินไทย
ร้านอาหาร คำหอม โดยเชฟเอียน กิตติชัย เปิดตัวเมนูใหม่ครั้งแรกของปี 2569 โดยมีทีมเชฟของคำหอมเข้าร่วมรังสรรค์เมนูใหม่ ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ทางสภาพอากาศ และภูมิศาสตร์ของทั้ง 4 ภาคชูวัตถุดิบท้องถิ่น เรื่องราวอาหารหายากที่หายไปจากความทรงจำ
“เมนูของเราชุดนี้ไม่ได้แค่เริ่มจาก ความอยากสร้างสรรค์ แต่เริ่มจาก ความตั้งใจจะเล่าเรื่อง” เชฟเอียน กล่าว “เรื่องเล่าของวัตถุดิบท้องถิ่น เรื่องรสมือคนครัวในแต่ละพื้นที่ และเรื่องของอาหารบางจาน…ที่กำลังค่อย ๆ หายไป”

วันนี้ หมูหวานชวนชิม ได้ชิมความอร่อยของเมนูไฮไลท์ ค้างคาวเผือกไส้กุ้ง ของว่างตำรับชาววังสมัยต้นรัตนโกสินทร์ที่ต้องอาศัยทั้งเวลาความประณีตขั้นสูง เผือกต้องคั่วให้หอม กวนจนได้เนื้อสัมผัสที่แน่นพอดีก่อนจะขึ้นรูปห่อไส้กุ้ง ต่อด้วยอาหารปักษ์ใต้ชั้นเลิศอย่าง ผัดเคยฉลู ที่ชูรสชาติเข้มข้นของกะปิจากกุ้งเคยธรรมชาติไร้สารเจือปน ผัดคลุกเคล้ากับอาหารทะเลสด ๆ และหมี่ปากพนัง เส้นนุ่มคลุกเคล้ากับซอสพริกแห้งหอมกระเทียม ให้รสหวานนำ เปรี้ยวปลาย ละมุนแต่มีมิติ เสิร์ฟไปพร้อมกับกุ้งแม่น้ำย่างตัวโต
นอกจากนี้ยังมี ยำหัวปลีปลาฟู ซึ่งเชฟของร้านฯ “ทำ "น้ำพริก” ด้วยพริกแห้งเผา หอมแดงเผา กระเทียมเผา กลิ่นควันไฟบาง ๆ ถูกดึงขึ้นมาเป็นตัวนำ เติมความลึกด้วยกลิ่นปลาย่างให้ทุกคำมีทั้งความสด ความหอม และความทรงจำของครัวโบราณ และ ต้มยำปากรอ
น้ำซุปรสจัดจ้านแบบสงขลา เปรี้ยว เค็ม เผ็ด ชัดเจน แต่กลับกลมกล่อมในแบบของตัวเอง
ปิดท้ายการเดินทางของรสชาติด้วยขนมหวานที่ชวนให้นึกถึงความหลังอย่าง ขนมตาหยาบ แป้งทำจากน้ำคั้นใบเตยสด ให้สีเขียวชัดและกลิ่นหอมเป็นธรรมชาติ ยังคงเอกลักษณ์เนื้อสัมผัสที่ไม่เนียนจนเกินไปแบบ “ตาหยาบ” ไส้ด้านในใช้มะพร้าวอ่อนผัดแบบกระฉีก หอมหวานจากน้ำตาลโตนด และ ไอศกรีมโบราณ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก “บีโกหมอย” ขนมพื้นบ้านของชาวภูเก็ต ถูกตีความใหม่เป็น
ขนมปังข้าวเหนียวดำ จับคู่กับไอศกรีมกะทิข้าวเหนียวดำเนื้อเนียน เพิ่มมิติด้วยท็อปปิ้งอย่างลูกตาลเชื่อม ลูกชิด และช็อกโกแลตจากประจวบคีรีขันธ์ที่สไลด์บาง ๆ ไว้ด้านบน

สำหรับท่านที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี สามารถเลือกรับประทาน Experience Menu 6 คอร์ส (ราคา 2,200++ บาทต่อท่าน) ซึ่งเป็นการร้อยเรียงเรื่องราวอาหารไทยอย่างมีชั้นเชิง ทั้งนี้ ร้านอาหารคำหอมยังคงตอกย้ำความเป็นเลิศด้านอาหารไทยร่วมสมัย การันตีด้วยรางวัลร้านอาหารแนะนำจาก Michelin Guide Thailand 2026 มาชิมกันนะคะ หมูหวานชวนชิม การันตีความอร่อยจ้า

#หมูหวานชวนชิม #ร้านอาหารคำหอม #เชฟเอียน #เชฟเอียนกิตติชัย #เมนูใหม่

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการท่องเที่ยวจีนแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ ได้จัดพิธีเปิดกิจกรรม “วันท่องเที่ยวจีน 19 ...
20/05/2026

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการท่องเที่ยวจีนแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ ได้จัดพิธีเปิดกิจกรรม “วันท่องเที่ยวจีน 19 พฤษภาคม” และพิธีเปิดโครงการประกวดคลิปวิดีโอสั้นสร้างสรรค์ “ฉันอยากไปประเทศจีน” ครั้งที่ 4 อย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งประเทศไทย นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตลอดจน นายจาง รั่วอวี๋ ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนและสำนักงานการท่องเที่ยว แห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากทั้งจีนและไทยเข้าร่วมงานและกล่าวสุนทรพจน์

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวคุณภาพ ร่วมออกเดินทางสู่ผืนแผ่นดินอันงดงาม” โดยมีตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สื่อมวลชน และครีเอเตอร์สื่อออนไลน์ของไทยและจีนเข้าร่วมหลายร้อยคน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่น
ในการกล่าวสุนทรพจน์ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า จีนและไทยเป็นสองประเทศที่ “อยู่ใกล้กัน ประชาชนสนิทใกล้ชิดกัน และมีสายสัมพันธ์ทางใจที่เชื่อมโยงถึงกัน” โดยคำว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” เป็นความรู้สึกจริงใจที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
เมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเยือนประเทศจีนอย่างประสบความสำเร็จ เปิดศักราชใหม่แห่ง “50 ปีทองของมิตรภาพจีน–ไทย” เขายังกล่าวว่า

ปีนี้เป็นปีเริ่มต้นของแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน และเป็นปีแห่งการบริหารงานของรัฐบาลชุดใหม่ของไทย ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศและความหวังใหม่ ๆ นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า วันที่ 19 พฤษภาคม คือ “วันท่องเที่ยวจีน” โดยเมื่อกว่า 400 ปีก่อน นักเดินทางชื่อดังของจีน สวี เสียเค่อ ได้ออกเดินทางในวันนี้ และใช้เวลากว่า 30 ปีในการท่องทั่วแผ่นดินจีน พร้อมแสดงความหวังว่าเพื่อนชาวไทยทุกคนจะได้เดินทางไปสัมผัสและทำความรู้จักประเทศจีนด้วยตนเอง

เช่นเดียวกับสวี เสียเค่อ สำหรับการแข่งขันประกวดคลิปวิดีโอสั้นสร้างสรรค์ “ฉันอยากไปจีน” ครั้งที่ 4 ที่เปิดตัวในวันนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่กระแส “Becoming Chinese” กำลังได้รับความนิยมอย่างมากบนสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถไฟความเร็วสูง ชมการแสดงโดรน สัมผัสศาสตร์การแพทย์แผนจีนและการนวดแบบจีน สวมชุดฮั่นฝู ดื่มน้ำร้อน หรือรับประทานหม้อไฟ ล้วนกลายเป็นประสบการณ์ยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวจีนในปัจจุบัน ปัจจุบันจีนและไทยได้ยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้เพียงพกหนังสือเดินทาง และพำนักได้ครั้งละ 30 วัน พร้อมเชิญชวนเพื่อนชาวไทยทุกคนไปค้นพบประเทศจีนที่แท้จริง มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยเสน่ห์รอบด้าน

ในการกล่าวสุนทรพจน์ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งประเทศไทย ได้กล่าวชื่นชมอย่างสูงถึงความสำคัญของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและไทย พร้อมทั้งทบทวนผลสำเร็จของความร่วมมือเชิงปฏิบัติระหว่างสองประเทศตลอดระยะเวลา 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ไม่ว่าจะเป็นด้านการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า การขยายเส้นทางการบิน และการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย อีกทั้งยังแสดงความพร้อมที่ฝ่ายไทยจะร่วมมือกับฝ่ายจีนอย่างต่อเนื่อง

เพื่อขยายขนาดการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ และร่วมกันผลักดันการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค รวมถึงการแลกเปลี่ยนด้านมนุษยธรรมและวัฒนธรรมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ด้าน นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วยความอบอุ่น โดยระบุว่า การแข่งขันคลิปวิดีโอสั้นสร้างสรรค์ในครั้งนี้ ใช้รูปแบบการสื่อสารที่ทันสมัยและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อดิจิทัล

ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนไทยรุ่นใหม่ได้รู้จักประเทศจีนในมุมมองใหม่ ๆ และกระตุ้นความสนใจในการเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศจีนมากยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่าฝ่ายไทยยินดีเดินหน้าร่วมมือกับฝ่ายจีนในด้านการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว และการตลาดร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวจีน–ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ขณะเดียวกัน นายจาง รั่วอวี๋ ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีนและสำนักงานการท่องเที่ยว แห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ ได้กล่าวทบทวนผลสำเร็จอันโดดเด่นของการแข่งขันคลิปวิดีโอสั้นทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา พร้อมชี้ว่า ในปี 2025 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางเยือนจีนเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงพลังขับเคลื่อนและศักยภาพอันแข็งแกร่งของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างจีนและไทย

เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อประชาชน ภายใต้โครงการ “入境友好” เนื่องในโอกาสวันท่องเที่ยวจีน 19 พฤษภาคม โดยจะเดินหน้าพัฒนาบริการด้านการท่องเที่ยวขาเข้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการรองรับหลายภาษา ความสะดวกในการชำระเงินข้ามพรมแดน และสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติให้สะดวกและประทับใจยิ่งขึ้น

กิจกรรมสำคัญของงานครั้งนี้ก็คือ การแข่งขันคลิปวิดีโอสั้นสร้างสรรค์ “ฉันอยากไปประเทศจีน” ครั้งที่ 4 ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการร่วมเป็นสักขีพยานของแขกผู้มีเกียรติและผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน การแข่งขันดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เพื่อนชาวไทยใช้มุมมองผ่านเลนส์กล้อง ถ่ายทอดและแบ่งปันภาพลักษณ์ของประเทศจีนในสายตาของตนเอง พร้อมนำเสนอเสน่ห์ของธรรมชาติ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และภาพลักษณ์ความทันสมัยของจีนสู่สาธารณชน

ในฐานะหน่วยงานผู้สนับสนุนการแข่งขันประจำปีนี้ สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลซานตง ได้นำเสนอช่วงประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม “Friendly Shandong” หรือ “มิตรไมตรีแห่งซานตง” อย่างน่าสนใจภายในงาน ผู้แนะนำการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมจาก จี่หนาน ได้ถ่ายทอดเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองแห่งน้ำพุอย่างมีชีวิตชีวา ขณะที่ตัวแทนจาก Shandong Airlines ได้แนะนำบริการเส้นทางการบินระหว่างจีน–ไทยที่สะดวกสบายอย่างละเอียด

นอกจากนี้ คุณเกมส์ KOL ชาวไทย ยังได้แบ่งปันประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในมณฑลซานตงผ่านมุมมองและประสบการณ์จริงของตนเอง ขณะเดียวกัน ตัวแทนจาก UnionPay International ได้แนะนำแอปพลิเคชันการท่องเที่ยวขาเข้าแบบครบวงจร “nihao China” ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทยในการเดินทางไปประเทศจีน ทั้งด้านการชำระเงินและบริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

ในฐานะกิจกรรมอุ่นเครื่องก่อนเริ่มงานอย่างเป็นทางการ กิจกรรมเปิดประสบการณ์ “สวนสนุกแห่งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ได้จุดประกายความสนใจและสร้างบรรยากาศคึกคักให้แก่ประชาชนล่วงหน้าเป็นอย่างมาก ภายในงาน ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ ได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงให้กลายเป็นเวิร์กชอปมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจีน โดยรวบรวมการสาธิตและกิจกรรมจากมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจีนจำนวน 12 รายการ อาทิ งานตุ๊กตาขนสัตว์ งานปั้นแป้ง ว่าวจีน ภาพวาดน้ำตาล ศิลปะตัดกระดาษ หนังเงาจีน ชากังฟูแต้จิ๋ว รวมถึงงานศิลป์พื้นบ้านจากมณฑลซานตง อาทิ เครื่องเขินประดับมุกชิงเต่า งานแก้วหลิวหลีจือโป๋ ภาพพิมพ์ไม้หยางเจียปู้แห่งเหวยฟาง งานแกะสลักน้ำเต้าตงชางแห่งเหลียวเฉิง และภาพศิลป์จากธัญพืชแห่งตงหมิง เมืองเหอเจ๋อ เป็นต้น

กิจกรรมครั้งนี้ยังมี คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายภาคส่วน ต่างได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์การประดิษฐ์งานศิลป์ด้วยตนเองภายใต้การแนะนำของผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมเรียนรู้และสัมผัสเสน่ห์แห่งจิตวิญญาณช่างฝีมือจีนอย่างอบอุ่นและมีชีวิตชีวา

ไอคอนสยาม  ร่วมกับเมืองสุขสยาม และเดียร์ทัมมี่ ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ต, กรมส่งเสริมการเกษตร, สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย ร...
19/05/2026

ไอคอนสยาม ร่วมกับเมืองสุขสยาม และเดียร์ทัมมี่ ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ต, กรมส่งเสริมการเกษตร, สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย รวมถึงเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนผลไม้จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ขนทัพทุเรียนกว่า 30 สายพันธุ์ และผลไม้ไทยจากสวนผลไม้ 5 ภูมิภาค นำผลไม้ประจำฤดูกาลคุณภาพเยี่ยม สด อร่อย ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปี มาให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวได้เลือกชิม และเลือกซื้ออย่างครบครันในที่เดียว พร้อมเอาใจสายทุเรียนเลิฟเวอร์ จัด “บุฟเฟต์ทุเรียน” อร่อยไม่อั้นกับทุเรียนหมอนทองเกรดพรีเมี่ยม ผลไม้ประจำฤดูกาล ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อย สดชื่น ของผลไม้นานาชนิดได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2569
โดยความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร, สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน, กลุ่มเครือข่ายเกษตรกร Young Smart Farmer / Smart Farmer และเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ภายใต้แนวคิดการร่วมรังสรรค์ (Co-Creation) และการสร้างคุณประโยชน์ร่วมกันในทุกภาคส่วน (Creating Shared Value) เพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว สะท้อนความมุ่งมั่นของไอคอนสยามในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและเศรษฐกิจไทย ซึ่งนอกจาก ผู้บริโภคจะได้รับประทานผลไม้ในช่วงที่ดีที่สุดแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีโอกาสได้จำหน่ายผลไม้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง เกิดรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้ ช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศ ผลักดันให้ผลไม้ไทยเป็นหนึ่งในใจของผู้บริโภค ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ไม่ควรพลาดกับผลไม้นาทีทอง และบุฟเฟต์ทุเรียน
ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมืองสุขสยาม ได้นำผลไม้ส่งตรงจากสวนเกษตรกรมาจำหน่ายในราคาพิเศษกับช่วงผลไม้นาทีทอง และมะพร้าวน้ำหอมลูกละ 40 บาท 2 ช่วงเวลา ได้แก่ 14.00 - 14.30 น. และ 17.00 - 17.30 น. พร้อมเอาใจคนรักทุเรียน ชวนอร่อยไม่อั้น 1 ชั่วโมงเต็มกับบุฟเฟต์ทุเรียนหมอนทองพรีเมียม, ทุเรียนก้านยาว, ทุเรียนเบญจพรรณ และผลไม้ไทยหลากหลายชนิด ในราคา 899 บาท ระหว่างวันที่ 22 - 26 พฤษภาคม วันละ 2 รอบ เวลา 14.00 – 15.00 น. และ 17.00 – 18.00 น.
#หมูหวานชวนชิม

หมูหวานชวนชิม ขอแนะนำชุดน้ำชายามบ่าย ที่ โรงแรมคอนราด กรุงเทพ ชุดใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ จากสวนผึ้งบนดาดฟ้า สู่ประสบการณ์จิ...
17/05/2026

หมูหวานชวนชิม ขอแนะนำชุดน้ำชายามบ่าย ที่ โรงแรมคอนราด กรุงเทพ ชุดใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ จากสวนผึ้งบนดาดฟ้า สู่ประสบการณ์จิบน้ำชายามบ่าย “มนต์เสน่ห์แห่งน้ำผึ้งคอนราด” (The Conrad Golden Hive Experience ) ที่ ดิโพลแมท บาร์ เริ่มแล้ววันนี้ - 30 กันยายน 2569 ชุดน้ำชายามบ่าย 12-คอร์ส ราคา 1,765.50 บาทสุทธิ สุดคุ้ม
เริ่มจาก เมนูของว่าง (Savory)
• เริ่มต้นการเดินทางของรสชาติด้วย แซลมอนหมักน้ำผึ้ง (Honey Cured Gravlax) เสิร์ฟบนแผ่นบลินีเนื้อนุ่ม พร้อมครีมชีสผสมหญ้าฝรั่นและไข่ปลาแซลมอน ให้รสสัมผัสที่สมดุล เติมกลิ่นอายสดชื่นของซิตรัสและผักชีลาวอย่างลงตัว
• แซนด์วิชไข่ออนเซ็น (Deviled Egg Sandwich) เนื้อเนียนนุ่ม ผสานดอกชิโซะและละอองเกสรผึ้ง
• เสริมมิติของรสชาติด้วย พาร์เฟต์เห็ด (Mushroom Parfait) จากวัตถุดิบท้องถิ่น ที่จับคู่เห็ดหอมหมักน้ำผึ้งเข้ากับหอมแดงดอง
• ต่อเนื่องด้วยเมนูคลาสสิกในสไตล์คอนราด ไก่ทอดสูตรเฉพาะของโรงแรม (Conrad Fried Chicken) ที่กรอบนอก นุ่มใน เสิร์ฟในขนมปังบริยอชนุ่ม พร้อมซอสมัสตาร์ดผสมน้ำผึ้ง
• กลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนปรากฏผ่าน ทาร์ตคาปรีเซ่ (Caprese Tart) ที่ผสานสตราชาเตลลา เพโคริโน เพสโตโหระพา และบัลซามิกบ่มอย่างลงตัว
• ปิดท้ายเมนูของว่างด้วย ทาร์ทาร์หอยเชลล์และคาเวียร์ (Caviar and Scallop Tartare) ที่รังสรรค์ร่วมกับทรัฟเฟิลดำ แอปเปิลเขียว และชีสฟรอมาจ์ บล็อง เติมแต่งด้วยน้ำผึ้งอย่างละเมียด เพื่อสร้างความกลมกล่อมในทุกคำ
เมนูขนมหวาน (Sweet)
• เริ่มต้นความอร่อยด้วย คานโนลี (Cannoli) ไส้ครีมริคอตตาเนื้อบางเบา ผสานกลิ่นหอมของซิตรัสและละอองเกสรผึ้ง
• ขนมปังอบน้ำผึ้ง (Honey Toast) เสิร์ฟพร้อมครีมวานิลลาสูตรพิเศษของดิโพลแมท บาร์ และแยมส้มสไตล์โฮมเมด
• ปาท่องโก๋เนื้อนุ่ม สูตรลับเฉพาะของเชฟแอนดี้จากครัวห้องอาหารหลิว เสิร์ฟคู่กับน้ำผึ้งคอนราดและนมข้นโฮมเมดหวานมัน
• อีกหนึ่งความพิเศษคือ ขนมลูกชุบ สอดไส้มะม่วงน้ำดอกไม้ เสิร์ฟบนคุกกี้เนยน้ำตาลสไตล์ฝรั่งเศส ถ่ายทอดขนมไทยในรูปแบบร่วมสมัยได้อย่างน่าประทับใจ
• ช่วงท้ายของการเดินทางเผยรสชาติที่เข้มข้นและมีมิติมากยิ่งขึ้นผ่าน มูสน้ำผึ้ง (Honey Mousse) แบบหลายชั้น ประกอบด้วยสปันจ์โจกอนด์ เยลลี่น้ำผึ้งส้ม มูสกระวาน กานาชช็อกโกแลต ฮันนีคอมบ์กรุบกรอบ และไข่มุกยูซุช่วยเพิ่มความสดชื่น
• ปิดท้ายด้วย วุ้นกรอบราดน้ำผึ้ง (Honey Woon Krob) จับคู่เจลน้ำผึ้งมะนาวกับช็อกโกแลต Kad Kokoa 70% จากจังหวัดเชียงใหม่
นอกจากนี้ยังมี สโคนอบสดใหม่ 2 ชนิด ได้แก่ สโคนสูตรดั้งเดิม และสโคนขนุนผสมน้ำผึ้ง เสิร์ฟพร้อมครีมชานทิลลี่กลิ่นวานิลลา (Vanilla Chantilly) และแยมเสาวรส ส่งท้ายความอร่อยอย่างสมบูรณ์
เครื่องดื่มที่น่าสนใจมีดังนี้
ค็อกเทล ราคาแก้วละ 460++ บาท
• เดอะ โทสต์ บี (The Toasted Bee)
วอดก้า Grey Goose ผสานฟรานเจลิโก น้ำเชื่อมน้ำผึ้ง และน้ำมะนาว เพิ่มมิติของรสชาติด้วยการตกแต่งจากฮันนีคอมบ์และทองคำเปลว สร้างความหรูหราและโดดเด่นในทุกสัมผัส
• เดอะ ฮันนี เคานเทส (The Honeyed Countess)
ค็อกเทลที่อ่อนโยนและละเมียดละไมจากบอมเบย์จินและเวอร์มุทรอสโซ ผสานน้ำผึ้งและมะนาว เติมความนุ่มละมุนด้วยไข่ขาว มอบเนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียดและรสชาติที่กลมกล่อม
ม็อกเทล ราคาแก้วละ 250++ บาท
• โกลเดน เมโดว (Golden Meadow)
ชาคาโมมายล์ ผสานความหวานละมุนของน้ำผึ้งและความสดชื่นจากมะนาว เสริมเสน่ห์ด้วยน้ำอัญชันที่มอบกลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆ และโทนสีที่งดงาม
• บลอสซัม บรีซ (Blossom Breeze)
ม็อกเทลสดชื่นจากน้ำสับปะรด ผสานคอร์เดียลรสน้ำผึ้ง ไซรัปดอกซากุระ มะนาว และโซดา ให้รสชาติที่สดใส เบาสบาย พร้อมกลิ่นหอมละมุนชวนผ่อนคลายในทุกครั้งที่ลิ้มลอง
ความน่าสนใจมากๆ ทุกเมนูที่มีน้ำผึ้งจะเป็น น้ำผึ้งออร์แกนิกที่เก็บเกี่ยวจากสวนผึ้งบนดาดฟ้าของโรงแรมคอนราด กรุงเทพ ด้วยความตระหนักถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม

ของว่างและขนมหวานทุกเมนูได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ประณีตทั้งในกระบวนการสร้างสรรค์และการจัดวาง สีสัน รูปทรง และเนื้อสัมผัสถูกผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ก่อให้เกิดความงดงามที่สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น และเผยรสสัมผัสอันลึกซึ้งในทุกคำ ภายใต้การนำของเอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ ไรอัน ดาดูฟาลซา (Ryan Dadufalza) ร่วมกับทีมเชฟไทยผู้เปี่ยมด้วยความสามารถ ประสบการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงการหลอมรวมอย่างสมบูรณ์แบบของจินตนาการ ความแม่นยำ และการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ถ่ายทอดเสน่ห์ของน้ำผึ้งผ่านเรื่องราวแห่งรสชาติในรูปแบบชุดน้ำชายามบ่ายอย่างร่วมสมัย
''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''
ชุดน้ำชายามบ่าย 12-คอร์ส สำหรับ 2 ท่าน เสิร์ฟพร้อมชา “ดิลมา” (Dilmah) ราคาชุดละ 1,500++ บาท (1,765.50 บาทสุทธิ) เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 – 17.30 น. ณ ดิโพลแมท บาร์ โรงแรมคอนราด กรุงเทพ นะคะ

#หมูหวานชวนชิม #จิบน้ำชายามบ่าย

ที่อยู่

The Standard, Bangkok Mahanakhon, 5th Fl, 114 Naradhiwas Rajanagarindra Rd, Silo
Bangkok
10500

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ By.Moowanผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง By.Moowan:

แชร์