13/08/2026
ที่พี่เจ็กกี้พูดเรื่องผู้บริหาร จริงๆ เชื่อมกับเรื่อง Agency problem/cost โดยตรง
มือใหม่หลายคนทำ valuation แล้วดูแต่ตัวเลข ซึ่งพลาดตรงนี้ได้ง่ายมาก เพราะบริษัทไม่ได้มีแค่งบการเงินเนาะ เราต้องเข้าใจ incentives และผลประโยชน์ของผู้เล่นทั้งหมดด้วย board เอย, CEO/management, shareholders stakeholders, bond holders, หรือแม้ lender ไม่ว่าจะจากแบงก์หรือใดๆก็ตาม
เพราะแต่ละฝ่ายไม่ได้มีผลประโยชน์ตรงกันเสมอ ถึงจะเข้าใจทั้ง corporate governance, capital allocation และคุณภาพการบริหาร ซึ่งสุดท้ายทั้งหมดสะท้อนกลับมาที่มูลค่าบริษัทจริงๆ
เรื่อง agency ให้แยก 4 คำหรือระดับก่อน
- agency conflict = ผลประโยชน์ของผู้บริหารกับ shareholders ไม่ตรงกัน
- agency cost = cost ที่เกิดกับบริษัท/shareholders จาก conflict นั้น
-siphoning(พี่เจ็กกี้พูดเรื่องไซฟ่อนนี้)/ tunneling = หนักขึ้นมา คือการถ่าย value จากบริษัทไปหาตัวเองหรือพวกเลย
- fraud/ embezzlement = อันนี้ข้ามเส้นไปเป็นการหลอกลวง/ยักยอกแล้ว ซึ่งผิดกฎหมายโดยตรง
แล้ว CEO และหรือทีม มีท่าอะไรบ้าง ที่จะเอาเงินออกจากบริษัท?
สูตรที่มัก(หรือเคยนิยม)ใช้กัน
- จ่าย salary/ bonus/ perks ให้ตัวเองเกินเหตุ
- Related-party transactions ซื้อขายกับบริษัทตัวเองหรือพวกพ้องในราคาที่เอื้อกัน(เห็นบ่อย)
- Empire building ซื้อกิจการ/ขยายบริษัทเพื่อเพิ่มอำนาจตัวเอง ทั้งที่ ROIC อาจไม่คุ้ม cost of capital เลยแม้แต่นิด
- Entrenchment ทำให้ตัวเองโดนปลดยาก เช่น staggered board / poison pill
- Golden parachute ค่าชดเชยตอนออกสูงเกินเหตุ
- Self-dealing M&A ซื้อขาย asset กับธุรกิจที่ตัวเองมีผลประโยชน์
- Corporate opportunity diversion เอา opportunity ที่ควรเป็นของบริษัทไปทำเอง
- Accounting manipulation แต่งกำไรเพื่อให้ถึง bonus target หรือดันราคาหุ้น
- Insider loans / guarantees เอาเงินหรือเครดิตบริษัทไปเอื้อประโยชน์ตัวเอง
- Asset stripping ย้าย asset ดีๆ ออกจากบริษัทไปหา related parties
etc.
แต่ต้องระวังนิดนึง หลายอย่างข้างบนไม่ได้แปลว่าโกงในตัวมันเองครับ เช่น M&A, poison pill หรือ golden parachute มันมีเหตุผลที่สมควรได้ ซึ่งจะไม่เขียนตรงนี้
เวลาอ่านบริษัทอย่าดูแค่งบกับ valuation ครับ ให้โฟกัสที่ สิ่งที่ผู้บริหารทำน่ะ มันสร้างมูลค่าให้ใคร ผู้ถือหุ้นหรือตัวเอง โปรเจ็คต่างๆมันคุ้ม hurdle rate ไหม บลาบลา
บางทีตรงนี้สำคัญกว่าการเถียงกันว่า P/E ควร 15x หรือ 18x อีก